‘เสี่ยหนู’อ้อน ภท.ได้120สส. ขอเป็นนายกฯ
‘ส.ว.วันชัย’ เตือนเพื่อไทยระวัง 250 ส.ว.แลนด์สไลด์ ดับฝัน ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งนายกฯ ส.ส. เพื่อไทยจวกกลับจิตใจฟุ้งซ่าน ‘ศุภชัย’ เผยภูมิใจไทยมีมติเสนอ ‘อนุทิน’ เป็นแคนดิเดต นายกฯ คนเดียว ‘เสี่ยหนู’อ้อนขอ 120 ส.ส. จะได้เป็นกับเขาบ้าง ปชป.เปิดตัว 58 ผู้สมัครส.ส.ใต้ ‘จุรินทร์’ ประกาศทวงแชมป์ยกภาค ‘พิธา’ กร้าวถ้าได้ตั้งรัฐบาลจะปิดสวิตช์ ‘3 ป.’ ขณะที่ ‘เจ๊หน่อย’ ซัดคนปูดข่าวยุบไทยสร้างไทยรวมรทสช. โฆษกภท.ยันแค่เตือน ไม่เป็นองค์ประชุมศึกซักฟอก หวั่นฝ่ายค้านตีกินรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านฟิตจองอภิปรายถึง 35 คน ดักคออย่าเป็นปีศาจกลัวแสงสว่าง เล่นเกมสภาล่ม
รัฐบาลโชว์ผลงานด้านน้ำ
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ ให้มีน้ำเพียงพอสำหรับประชาชนในทุกมิติทั้งด้านการเกษตร อุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว ด้านอุตสาหกรรม การรักษาระบบนิเวศ รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างยั่งยืน
ล่าสุดกับผลความก้าวหน้าการพัฒนาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ 2 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งรัฐบาลได้มีการเร่งรัดผลักดันการ ขับเคลื่อนโครงการด้านน้ำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561-2565) รวมเกือบ 3,000 โครงการ แบ่งเป็น จ.พิษณุโลก 1,881 โครงการ และ จ.นครสวรรค์ 1,087 โครงการ เช่น ประตูระบายน้ำท่านางงามพร้อมอาคารประกอบ โครงการก่อสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบรวบรวมน้ำเสีย เทศบาลนครพิษณุโลก แก้มลิงคลองละหานพร้อมอาคารประกอบ แก้มลิงบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนวัดไทรย์ อ.เมืองนครสวรรค์
นายกฯ เน้นย้ำให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแผนการพัฒนาโครงการต่างๆ ภายใต้แผนแม่บทน้ำ 20 ปี เพื่อให้ทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดความมั่นคง ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ
เร่งเดินหน้าจัดสรรที่ดิน
ด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีนโยบายในการลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ที่ยากจน โดยการจัดที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ในลักษณะแปลงรวม โดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ขาด ไม่ให้นำไปขายต่อ โดยได้เร่งขับเคลื่อนในรูปแบบคณะกรรมการผ่านสำนักงานคทช. ในฐานะส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกฯ โดยการดำเนินการมีความก้าวหน้าใกล้เป้าหมายที่กำหนดไว้เกือบ 100 % ตามที่ได้ตั้งไว้
เป้าหมายทั้งหมดตั้งแต่ปี 2557 ได้กำหนดพื้นที่ไว้ 1,491 พื้นที่ ใน 70 จังหวัด เนื้อที่ประมาณ 5,792,145 ไร่ ให้ประชาชนได้ที่ดินทำกินอย่างถูกกฎหมายและเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน 78,109 ราย ในจำนวนที่ดิน 96,536 แปลง ในขณะที่ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึงปีงบประมาณ 2565 จัดที่ดินให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่แล้ว 76,453 ราย 94,555 แปลง ใน 338 พื้นที่ 67 จังหวัดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนแล้ว 49,062 ราย ใน 271 พื้นที่จาก 65 จังหวัด
สำหรับเป้าหมายในปีงบประมาณ 2566 กำหนดว่าจะจัดสรรที่ดิน 11,000 แปลง ให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พร้อมทั้งปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) กลุ่มที่ 3 จำนวน 11 จังหวัดให้แล้วเสร็จ และแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดินให้ประชาชน โดยพล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำให้แก้ปัญหา “แบบวิน-วิน” สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แก้ปัญหาหนึ่งแล้วสร้างอีกปัญหาตามมา
พล.อ.ประยุทธ์มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีที่ดินทำกิน ติดตามอย่างจริงจัง จัดการที่ดินให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศความมั่นคง ประชาชนอยู่กินยั่งยืน ยืนหนึ่งในการดูแลพี่น้องประชาชน ทุกกลุ่มผ่านมาตรการและโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการอื่นๆ รวมทั้งให้ความสำคัญในการเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชนให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีกินดี
แจงขึ้นเงินอบต.ตามขั้นตอน
น.ส.ทิพานันกล่าวถึงกระแสวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ กรณีขึ้นเงินเดือนให้กับ ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่า เป็นเรื่องที่มีการดำเนินการตามกระบวนการอย่างเป็นขั้นตอน โดยสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากไม่ได้มีการปรับค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมานานกว่า 10 ปี และมีการติดตามความคืบหน้ามาเป็นลำดับ
ในข้อเรียกร้องสมาคมอบต. เมื่อปี 2562 นั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เห็นด้วยในหลักการ ทั้งบรรเทาความเดือดร้อน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และก่อนหน้านี้ได้มีการปรับขึ้นเงินเดือนของกำนันและผู้ใหญ่บ้านไปแล้วก่อนปี 2562 ดังนั้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และหลักธรรมาภิบาล จึงเห็นควรปรับขึ้นเงินเดือนให้ เพื่อแก้ไขเรื่อง ดังกล่าวให้รวดเร็วที่สุด แต่ขณะนั้นมีสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 จึงต้องชะลอไปก่อน
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ทางสมาคมอบต. จึงได้ติดตามเรื่องดังกล่าว มายัง พล.อ.อนุพงษ์ อีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2565 ในงาน “การพัฒนาศักยภาพของท้องถิ่นสู่ความเป็นเมือง ตามหลักการกระจายอำนาจสู่ ท้องถิ่นไทย”จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้บริหาร อบต. 5,300 แห่งทั่วประเทศ เข้าร่วมการสัมมนา ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ได้มอบให้ผู้บริหารท้องถิ่น ทำหนังสือราชการ พร้อมร่างหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและข้อกฎหมายต่างๆ ในทันทีและเร่งติดตามเสมอมา เพราะพล.อ.อนุพงษ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่นมาโดยตลอด
ต่อมาวันที่ 7 ก.พ.2566 ทางสมาคมอบต. ได้เข้าหารือกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯเพื่อให้ข้อมูลถึงหลักเกณฑ์และความจำเป็นของ อบต. ซึ่งนายพีระพันธุ์ ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการอำนวยการความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ จึงได้นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย ผ่านความเห็นชอบในวันที่ 8 ก.พ.2566 ตามลำดับ
“ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนการแก้ไขปกติ ไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองใดๆ หรือเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ที่จะหยิบยกมาโจมตีกัน ในส่วนการบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนให้เห็นว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาท้องถิ่นทุกหน่วยงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งการปรับขึ้นเงินเดือนจะเป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน และลดความเหลื่อมล้ำได้ส่วนหนึ่งด้วย” น.ส.ทิพานันกล่าว
‘บิ๊กตู่’ให้‘ธนกร’ลุยนครศรีฯ
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้ตนลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 12 ก.พ. เพื่อติดตามการดำเนินงานตามโครงการ ของรัฐ พบปะผู้นำส่วนราชการ และภาคประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ชะอวด เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งเข้าไปดำเนินการแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด เป็นวัตถุประสงค์ของนายกฯ ที่ต้องการให้รัฐบาลลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เข้าไปแก้ปัญหาได้ถูกจุด และตรงกับที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลืออย่างแท้จริง
“นายกฯ รับทราบถึงปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมักประสบปัญหาด้านทรัพยาก รธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ รวมถึงปัญหาด้านการเกษตรมาโดยตลอด จึงมอบหมายให้ผมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเข้าไปรับทราบปัญหาแบบลงลึกถึงประชาชน จะได้หาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างถูกต้องผมในฐานะลูกหลานชาวนครศรีธรรมราช พร้อมเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชอย่างเต็มที่ โดยแนวทางที่ผมวางไว้เบื้องต้นนั้น การเข้าไปแก้ปัญหาของรัฐบาลจะต้องตอบโจทย์และตรงจุดให้มากที่สุดตามที่นายกฯ ได้ให้แนวทางไว้ว่า จะต้องไม่ทิ้งใครไว้ ข้างหลัง” นายธนกรกล่าว
ภท.เสนอ‘หนู’แคนดิเดตนายกฯ
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในรายการ “พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ” ผ่านช่องทางยูทูบ และเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย ว่าไม่เกินเดือน พ.ค.2566 จะมีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคการเมืองหนึ่งสามารถเสนอชื่อบุคคลในบัญชีนายกฯได้ 3 คน แต่ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ภท. มีมติจะเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯเพียงคนเดียว
ภท.มั่นใจว่า นายอนุทินมีความพร้อมที่จะเป็นนายกฯ ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนได้เห็นผลงานของนายอนุทิน ในฐานะที่เป็น นักบริหารในการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมากที่เกิดขึ้น ทั้งโลก ความเชื่อมั่นในความสามารถในการเป็นนักบริหารแก้ไขสถานการณ์ เป็นคุณสมบัติอันสำคัญของคนจะเป็นนายกฯ รวมทั้งในแง่ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ทางภาคธุรกิจ ที่นายอนุทิน ประสบความสำเร็จมาจากการเป็นผู้บริหารองค์กร บริษัทระดับยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งมุมมอง และการบริหารเชิงธุรกิจ เป็นคุณสมบัติสำคัญส่วนหนึ่งของคนจะมาเป็นนายกฯของประเทศไทยในสถานการณ์เวลานี้
เรื่องสำคัญที่สุดคือการที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้มาเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ที่ทำการพรรคโดยการที่ทูตสหรัฐไปพบหัวหน้าพรรคใดหัวหน้าพรรคหนึ่ง ถือว่ามีนัยยะในแง่ความเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ดังนั้นในระดับสากลตนเห็นว่า นายอนุทินไม่ด้อยกว่าใคร
“ทั้งหมดทั้งปวงเป็นคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นนายกฯ การที่ภท.เสนอนายอนุทิน เพื่อให้พี่น้องได้ตัดสินใจเลือกเพียงคนเดียว แน่นอนว่าทุกพรรคการเมืองก็เสนอมาแต่ละท่าน ส่วนมงจะลงที่ใครอยู่ที่พี่น้องตัดสินใจ แต่ผมยืนยันว่า ภท.เราเสนอนางงามที่เหมาะสมที่สุดที่จะให้พี่น้องสวมมงให้” นายศุภชัย กล่าว
‘อนุทิน’ขอ120ส.ส.-ได้เป็นแน่
เวลา 17.10 น. ที่บ้านปฐมวิวัฒน์ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. ขึ้นเวทีปราศรัยแนะนำตัวนายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม โดยมีประชาชนกว่า พันคนร่วมฟังการปราศรัย
นายอนุทิน กล่าว การเลือกตั้งครั้งหน้าภท.ขอส.ส. 120 คน ถ้าได้ก็มีลุ้นที่หัวหน้าพรรคจะได้เป็นนายกฯกับเขาบ้าง ตนขอเป็น ลูกน้องชาวนครปฐมบ้าง อย่าไปฟังคนนั้นคนนี้ว่าถ้าเลือกภท. พรรคจะไปสนับสนุนคนอื่นเป็นนายกฯ เรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้นแน่นอน ส่วนที่มีคนพูดด้อยค่าพรรคเราตลอดเวลา ว่า ถ้าเลือกแล้วจะให้คนอื่นเป็นนายกฯ เพราะนโยบายของพวกเขาสู้พรรคเราไม่ได้ ฉะนั้น ขอยืนยันตรงนี้เลยว่า ถ้าเลือกภท.เยอะๆ หัวหน้าภท.จะเป็นนายกฯเอง
นายอนุทิน กล่าวถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนว่า จะลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ หรือไม่ ภายหลังนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ขึ้นเวทีหาเสียงใน จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ให้เลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท.ว่า ต้องไปช่วยอยู่แล้ว ที่ผ่านมาตนช่วยคนอื่นหมดเลย ว่าที่ลูกสะใภ้ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม หรือน้องเพลง เป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. จะไม่ช่วยได้อย่างไร ลูกสะใภ้คนแรกด้วยก็เห่อ

แชมป์ใต้ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เปิดตัว 58 ผู้สมัคร ส.ส. ภาคใต้ ประกาศเป็นแชมป์ภาคใต้ได้ส.ส.เข้าสภามากกว่าเดิม ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
ปชป.เปิดตัว 58 ผู้สมัครใต้
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 58 เขต จาก 14 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์พรรค มาร่วมงานจำนวนมาก
นายจุรินทร์กล่าวบนเวทีว่า วันนี้ปชป.ถือโอกาสเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ภาคใต้ ครบทั้ง 58 เขต เป็นพรรคแรกของประเทศ แสดงถึงความพร้อมของปชป.ภาคใต้ว่า พร้อมเต็มร้อยสำหรับการที่จะเสนอตัวรับใช้พี่น้องชาวใต้และทั้งประเทศ ขอประกาศตรงนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคว่า “ประชาธิปัตย์ปักษ์ใต้สู้ทุกเขต” และขอถือโอกาสวันนี้ประกาศ “ยุทธศาสตร์ใต้ คัมแบ๊ก 58 คน 58 เขต”
ปชป.วันนี้ได้เสนอว่าที่ผู้สมัครผู้แทนฯ ที่มีคุณภาพ และถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด 58 คน สำหรับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่เราได้ คัดสรรมาล้วนเป็นคนคุณภาพคับแก้วของประเทศและภาคใต้ โดยผู้สมัครอันดับหนึ่งคือนายชวน หลีกภัย อันดับที่สอง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อันดับสาม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทั้งสามคนนี้ล้วนผ่านการเป็นหัวหน้าพรรคมาแล้วทุกคน ส่วนคนที่ลาออกไปจากปชป.ก็มีบ้าง แต่ขอให้เชื่อว่าถ้าออกไปเที่ยวนี้เที่ยวหน้าก็ต้องเปลี่ยนอีก จะต้องย้ายไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะไม่มีที่ยืน มีคนถามตนว่าทุกพรรคการเมืองมุ่งมาภาคใต้ ปชป.กลัวหรือไม่ ตนตอบว่าไม่กลัว ยิ่งมามากยิ่งดี ชาวบ้านจะได้ร่ำรวยและตนมั่นใจว่าเสียงของปชป.ยังหนักแน่นในภาคใต้ ที่ผ่านมาที่พลาดก็ด้วยเหตุประการอื่น ไม่ใช่เพราะคนไม่เอาปชป. ในส่วนของภาคใต้เราไม่มีความหวั่นไหว
ประกาศทวงแชมป์ยกภาค
นายจุรินทร์กล่าวว่า มีคนถามว่าปชป.จะเอาอะไรมาสู้ สิ่งที่เราจะเอามาสู้ คือ 1.เอาความเป็นสถาบันทางการเมืองของปชป.มาสู้ 76 ปีอุดมการณ์ของพรรค เป็นสถาบันการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนพรรคเฉพาะกิจเป็นพรรคที่ทำเพื่อคนคนเดียว เป็นพรรคที่ตกปลาในบ่อเพื่อน ถือเป็นพรรคที่ทำลายชาติบ้านเมือง 2.เอาคำว่าพรรคของเราคนของเรามาสู้ เพราะพรรคการเมืองอื่นมาแล้วไป แต่ปชป.อยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดมาและตลอดไป 3.เอาผลงานที่ผ่านมาไปสู้ ว่าเราทำได้จริง และ4.นโยบาย มั่นใจว่าจะนำพาภาคใต้ไปสู่การสร้างอนาคตได้โดยจะสร้างเงิน สร้างคน เพื่อสร้างชาติในอนาคตได้ โดยภาคใต้บ้านเรา ถ้าปชป.ได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล จะมุ่งเดินหน้าอย่างน้อย 4 เรื่อง 1.เกษตร 2.ท่องเที่ยว 3.การค้าชายแดน และ 4.โครงสร้างพื้นฐาน จึงขอให้ช่วยสนับสนุนปชป. ปักษ์ใต้บ้านเรา คัมแบ๊ก 58 คน 58 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค กล่าวบนเวทีว่า ตอนนี้เราต้องมีความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เมื่อระฆังดังขึ้นแล้วปชป.ต้องพร้อมที่จะชก ฉะนั้นจะไม่รุกรานใคร จะไม่ทะเลาะกับใคร แต่ถ้าใครมากยุ่มย่ามกับเรา เราพร้อมที่จะสู้อย่างเต็มที่โดยไม่สนใจ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วถือว่าเลวร้ายที่สุด และการเลือกตั้งครั้งนี้เรายังมีเวลา 90 วัน จะยุบสภาหรือไม่เราไม่รู้ แต่ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตอนนี้ขอให้ทุกคนยืนเคียงข้างซึ่งกันและกัน ไม่มีใครยอมให้ถูกรังแก ไม่ต้องไปสนใจว่าพรรคนั้นพรรคนี้มีนักเลง
“งูแม้จะร้ายอย่างไร ก็สู้งูเจ้าถิ่นไม่ได้ เพราะเรามีมากกว่า พอมันเข้ามาเราก็ซัดมันเลย แต่สิ่งสำคัญเมื่อเราได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ต้องรักษามันไว้ ไม่ใช่ชนะแล้วเรากลับมาทะเลาะกันอีก เมื่อสร้างมาได้แล้ว ขอร้องให้จับมืออย่างนี้เดินกันต่อไป ปชป.โดนดราม่ามาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือเป็นการกู้วิกฤตศรัทธากลับคืนมาจากการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หลังเลือกตั้งแล้วเราจะทำให้ประเทศไทยรู้ว่านี่คือพรรคการเมืองที่ค้ำชูประเทศชาติอยู่”
เร่งฟื้นฟูพรรค-สร้างปชต.
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาปชป. กล่าวว่า ปชป.เจอวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่ลาออกจากพรรคแล้วไปตั้งพรรคใหม่ถึง 3 ครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปพรรคเหล่านั้นก็ล้มหายตายจากไปโดยไม่มีวันกลับฟื้นคืนมาได้ แต่ปชป.ยังคงอยู่และเป็นสถาบันพรรคการเมืองคู่กับประเทศไทยอย่างมั่นคง ครั้งนี้ถือว่าปชป.ไม่ได้ตกต่ำ ขอให้ทุกคนเดินหน้ากันต่อไป สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือฟื้นฟูพรรค สร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามา จะเห็นว่าคู่แข่งของเรานั้นก็คิดอยู่ในใจว่า คนคนนั้นจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างนั้นหรือ จึงต้องมั่นใจให้ได้ว่าตัวเรานั่นแหละควรได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองเลขาธิการปชป.กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นแน่นอน ส่วนที่พรรค การเมืองอื่นเล่นเกมการเมือง เราไม่หวั่นไหว แต่อยากเรียกร้องว่าประเทศเดินมาไกล การปราศรัยให้ร้ายป้ายสีใส่กันนั้นคิดเป็นวิธีการแบบเก่า การเมืองแบบใหม่ควรหาวิธีการที่ให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ดีกว่า ถ้าทุกพรรค การเมืองร่วมกันแบบนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์คือประชาชน
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ประธานคณะกรรมการการศึกษาทันสมัย ปชป. กล่าวว่า ถ้า ปชป.ได้เป็นรัฐบาลจะ สร้างคนด้วยการศึกษา จะมีแนวนโยบายให้ลูกหลานได้เรียนปริญญาตรีฟรีทุกคนทุกสาขา เพราะคุณภาพของคนย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนเรื่องกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จากเดิมที่เคยให้กู้เดือนละ 3,000 บาท จะให้เพิ่มเป็น 6,000 บาท เพื่อที่ลูกหลานของเราจะได้กินดีอยู่ดีอย่างมีคุณภาพ เพราะ 3,000 บาทในยุคปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการอยู่กิน นี่คือสิ่งที่ปชป.จะทำหากได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

ประชุมใหญ่ – นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผอ.เตรียมการเลือกตั้ง เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 นครศรีธรรมราช มีนายราชิต สุดพุ่ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช สมาชิกพรรค ร่วมประชุม ที่โรงแรมตะมาลี จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
วอนอย่าตกใจเลือดไหลออก
ที่โรงแรมตะมาลี อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าปชป. และผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้งปชป. เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีสมาชิกปชป.เขต 1 นครศรีธรรมราช มีนายราชิต สุดพุ่ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช สมาชิกพรรค ร่วมการประชุม โดยมีการบรรยายพิเศษจากนาย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาทันสมัย น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ ประธานนวัตกรรมการเมือง และ นายเมธี อรุณ หรือเมธี ลาบานูน รองโฆษกปชป. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส
นายนิพนธ์กล่าวว่า ช่วงนี้มักได้ยินข่าวที่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นในปชป. โดยเฉพาะข่าวคนไหลออกจากพรรค แต่ยังมีอีกด้านหนึ่งที่ยังมีคนเข้ามาอยู่ในพรรค ดังนั้น เวลาต้นไม้จะผลัดใบจึงอย่าตกใจ เพราะพอถึงฤดูกาลก็จะผลัดใบ จึงขอให้เชื่อมั่นในพรรค เพราะตนอยู่กับพรรคมานาน ตั้งแต่เป็นยุวประชาธิปัตย์ จึงเห็นอะไรมามาก สิ่งที่จะยืนยันให้กับพี่น้องได้ว่า นี่คือเลือดใหม่ที่จะมาสร้างความ เข้มแข็งให้กับพรรค
“นี่คือสิ่งที่จะบอกว่า ปชป.เป็นสถาบันทางการเมือง ให้พี่น้องเชื่อมั่นในปชป. ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมากี่คนก็ตาม แต่พรรคยังคงอยู่ เพราะพรรคสร้างคนรุ่นแล้ว รุ่นเล่า จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในปชป.และทุกนโยบายที่ปชป.ประกาศ ทำได้ไว ทำได้จริง”
ยันปชป.ไม่เคยรับทุนสีเทา
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. กล่าวถึงการพาดพิงถึงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคว่า ปชป.ไม่มีความกังวลในเรื่องการใช้จ่ายเงินของพรรค เนื่องจากเหตุผลสำคัญคือ ในกฎหมายพรรคการเมืองมีการระบุไว้อย่างเคร่งครัดถึงเรื่องการบริจาคเงินให้กับพรรค ที่ในทุกการบริจาคจะมีการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างละเอียด ดังนั้น สิ่งที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้พาดพิงปชป.เกี่ยวกับการรับเงินบริจาคจากนายทุนเว็บไซต์การพนันเพื่อมาทำงานการเมืองนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ปชป.ไม่เคยได้รับเงินบริจาคจากนายทุนเว็บไซต์ตามที่ได้อ้างถึง
“ที่สำคัญปชป.เคร่งครัดในเรื่องดังกล่าวมาก การรับบริจาคต้องมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด และต้องบอกว่าการมีแนวทางการตรวจสอบที่มาในเรื่องเงินบริจาคนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันตรวจสอบ เพื่อที่จะทำให้การเมืองสุจริต ซึ่งเป็นหลักการสำคัญอย่างยิ่งที่ปชป.ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา” นายราเมศกล่าว
‘ท็อป’ลั่นไม่ประมาทที่สุพรรณฯ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ชทพ.ได้แสดงพลังให้ทั่วประเทศเห็นแล้วว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคเล็กแต่ก้าวเดินแต่ละก้าวด้วยความมั่นคง ฐานที่มั่นของเรา เราก็ไม่ประมาทในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งที่จะถึงนี้ แน่นอนว่าจะมีการแข่งขันในจ.สุพรรณบุรี พวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้โอกาสในการรับใช้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีเหมือนตลอด 30-40 ปีที่ผ่านมา
ที่สำคัญนอกจากจ.สุพรรณบุรีแล้ว เรายังมีอีกหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ในการที่จะเสนอตัวรับใช้พี่น้องคนไทยทั้ง 76 จังหวัด การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการหาเสียง ในการเปิดตัวเวทีปราศรัย และยังมีสมาชิก ชทพ.อีกมากที่ยังไม่ได้มาร่วมกัน เนื่องจากติดงานในพื้นที่ แต่ให้คำมั่นได้ว่าชทพ.ไม่มีเล็กลงแน่นอน
หากถามว่าในพื้นที่ 5 เขตของจ.สุพรรณบุรียังมีความกังวลในเขตใดนั้น ต้องบอกว่ากังวลทุกเขต เพราะบอกแล้วว่าเราไม่ประมาท เนื่องจากการประมาทหรือการคิดว่าไม่มีปัญหาคือหนทางแห่งความพ่ายแพ้ นี่คือสิ่งที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกฯ คนที่ 21 ได้ย้ำมาตลอด แม้แต่วาระสุดท้ายของนายบรรหารเองก็ยังกลัวสอบตกอยู่ เราจะทำงานกันอย่างเต็มที่และรักษาฐานคะแนนเสียงเพื่อได้มีโอกาสเข้ามารับใช้พี่น้องชาวสุพรรณบุรี
ชทพ.จะลงพื้นที่เข้าหาชาวบ้านทุกเขต ที่สำคัญที่สุดว่าที่ผู้สมัครของชทพ.ทั้ง 5 เขต ขณะนี้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ส.ส.อยู่ด้วย และมีนายประภัตร โพธสุธน เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำท่วม ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไขปัญหา บางครั้งอาจล่าช้าไม่ทันใจ ก็ต้องกราบขออภัย แต่รับประกันได้ว่าทุกคะแนนเสียงที่เลือกชทพ.ไปในจ.สุพรรณบุรีนั้นไม่เสียหาย ไม่ตกน้ำ ไม่หายไปไหนแน่นอน
ก.ก.เจาะบุรีรัมย์-ลั่นปชช.กินข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 10 ก.พ. ที่จ.บุรีรัมย์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าก.ก. พร้อมแกนนำและส.ส.ก้าวไกลเปิดเวทีปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ทั้ง 10 คน ที่ลานข้างถนนคนเดินริมทางรถไฟ
นายพิธากล่าวว่า ตนกลับมาที่นี่เป็นครั้งที่สองในรอบสามเดือน มาทุกครั้งด้วยความเชื่อว่าคนบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ ไม่มีบ้านใหญ่ ต้องการความเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการระบบแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา แน่นอนว่าระบบที่เป็นมาทำให้หลายๆ คนเชื่อว่าบุรีรัมย์มีความเจริญ มั่งคั่ง มีคนมาเที่ยวหลายเทศกาล แต่ข้อมูลที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือข้อเท็จจริง ที่ว่าผู้สูงอายุที่ต้องอยู่คนเดียว เด็กที่ด้อยโอกาส และประชาชนที่มีหนี้สินต่อรายได้มากกว่า 2 เท่าล้วนอยู่ที่บุรีรัมย์เป็นจำนวนมากที่สุด เชื่อว่าคนบุรีรัมย์พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหากมีพรรคการเมืองที่สามารถมอบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ได้
สิ่งที่เป็นอยู่ในระบบการเมืองไทยปัจจุบันไม่เว้นแม้แต่ที่บุรีรัมย์คือการที่มีนักการเมืองมาบอกประชาชนว่าให้เลือกส.ส.พรรคตน แล้วจะได้ถนนดีๆ มาลงเหมือนจังหวัดอื่นๆ แต่ขอถามกลับว่าถนนเยอะแล้วจะมีประโยชน์อะไร ตราบที่ประชาชนยังไม่มีข้าวกินให้ อิ่มท้องได้ทุกวัน
“คนบุรีรัมย์ต้องกินข้าว ไม่ใช่ถนน เราจะเปลี่ยนงบกองทัพเป็นสวัสดิการประชาชน ดูแลคนไทยทุกคนอย่างเสมอกัน เราจะกระจายอำนาจให้ทุกจังหวัดรวมทั้งบุรีรัมย์ ให้เป็นคนเลือกผู้ว่าฯ ของตัวเองภายใน 5 ปี เมื่อนั้นคนบุรีรัมย์ไม่ต้องรอให้นักการเมืองมาบอกว่าให้เลือกส.ส.เข้าไปเยอะๆ จะได้ทำอะไรให้บุรีรัมย์ จะเอาถนนมาลงกี่เส้น คนบุรีรัมย์จะต้องได้เป็นผู้เลือกเองว่าจะพัฒนาอะไร” นายพิธากล่าว

ปั้นข้าวเหนียว – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำผู้สมัครส.ส.ของพรรค นั่งล้อมวงปั้นข้าวเหนียวกินอาหารอีสานกับชาวบ้านตามคำเชิญ หลังขึ้นเวทีปราศรัยที่วัดเฝ้าไร่วนาราม จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
ฟุ้งตั้งรัฐบาล-ปิดสวิตช์‘3ป.’
วันที่ 11 ก.พ. ที่ลานตลาดนัด บ้านอีสานพัฒนา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ก.ก.เปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวผู้สมัครส.ส. ในจังหวัดภาคอีสานตอนบน ประกอบด้วย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร
เวลา 15.00 น. ที่วัดเฝ้าไร่วนาราม จ.หนองคาย นายพิธาปราศรัยทักทายชาวบ้านเป็นภาษาอีสานว่า “เป็นอย่างไรกันบ้าง สบายดีบ่ คิดฮอดหลาย จำกันได้อยู่บ่ ข้อยซื่อ ส.ส.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าก.ก. แคนดิเดต นายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย” มาถึงหนองคายตนคิดถึงผัดจังโก้เนื้อ ซึ่งก.ก. เหมือนผัดจังโก้เนื้อของพี่น้องหนองคาย ที่มีความเข้มข้น เผ็ดหลากหลาย ที่สำคัญ คือแซ่บมากๆ หากกินจังโก้เนื้อต้อง คิดถึงก.ก.
ตนในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลในการปิดสวิตช์ 3 ป. เอาลุงแก่ๆ บ้าอำนาจ ออกจากการเมืองไทย การเมืองไทยตอนนี้มีฉันทามติเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ข้อ คือเลือกความสงบจบที่อดอยาก สายธารไม่ต้องพูด พรรครัฐบาลบางพรรคยังพูดเองว่า 8 ปีพอแล้ว ลุงกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน ต่างกันตรงที่เมื่อส.ส.พรรคดังกล่าวพูดเสร็จ หัวหน้าพรรคไปกราบขอโทษภายหลัง ต่างกับพรรคนี้ เราไม่ใช่พรรคที่แทงก่อน ขอโทษทีหลัง ตนไม่ขอโทษ
เมื่อวานนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพปชร. กล่าวว่ามีเราไม่แล้ง มีน้ำไม่จน จะพยายามทำให้จริงจังมากกว่านี้ งั้นตอนนี้จิงโจ้หรือ ส่วนลุงคนที่ 2 พล.อ.ประยุทธ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างทาส เอ๊ย สร้างชาติ ที่บอกมีปัญหาอะไรให้ไปเปิดกูเกิ้ล ต้องขอบคุณที่กล้าสอน ถ้าต้องไปเรียนรู้จากกูเกิ้ลจะมีนายกฯ ไปทำไม สิ่งที่ทั้งสองคนนี้คิดเหมือนกันคือไม่เคยเปิด กูเกิ้ลดูเรื่องหนองคายที่มีปัญหาเรื่องที่ดินเป็นอันดับหนึ่ง ชลประทานแย่ที่สุด รวมถึงเรื่องการออมที่แย่ที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นหากจะให้การเมืองดี ต้องเอาทหารออกจากการเมือง เอามืออาชีพมาบริหาร

ลุยตลาด – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อม นายภัชริ นิจสิริภัช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองสาน ธนบุรี ลงพื้นที่ตลาดกลางและตลาดพลู เขตคลองสานและธนบุรี กรุงเทพฯ พบปะพ่อค้าแม่ขาย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 11 ก.พ.
‘หน่อย’โต้ยุบทสท.รวมรทสช.
เวลา 08.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อม นายภัชริ นิจสิริภัช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตคลองสาน ธนบุรี ลงพื้นที่ตลาดกลางและตลาดพลู เขตคลองสานและธนบุรี กทม. พบปะพ่อค้าแม่ขาย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
คุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่างยุบทสท.ไปรวมกับ รทสช.ว่า ขอเดินหน้าทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยดีกว่านี้ และไม่มีทางที่จะยุบไปรวมกับพรรคใด โดยเฉพาะพรรคที่เป็นเผด็จการ ต้องไปถามคนที่ปล่อยข่าวว่า มีจุดประสงค์อย่างไร ทสท.ขอเดินหน้าอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่เราจะไม่ใช้เงินเพื่อซื้อประชาชน จะเป็นพรรคที่ยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ รวมถึงการทุจริต เชิงนโยบายที่เอื้อให้กับทุนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ที่คนไทยถูกปล้นอยู่ทุกวันนี้ โดย ค่าไฟฟ้าจะต้องไม่เกิน 3.5 บาทต่อหน่วย
ยืนยันว่า ยังไม่คิดจะจับมือใคร เพื่อต่อรองผลประโยชน์หรือโควตาในกระทรวงต่างๆ แต่ทสท.ขอเดินหน้าตามอุดมการณ์ สร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีที่สุดให้กับลูกหลาน จึงไม่สนใจว่าจะต้องไปจับมือกับใคร แต่ใครที่เห็นด้วยว่าต้องหยุดการเมือง 2 ขั้วเพราะเลือกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่ม เลือกอีกฝั่งก็ติดล็อก ประเทศมีการคอร์รัปชั่น เกิดการทุจริตอย่างมโหฬาร จนเดินหน้าต่อไม่ได้ ขอให้มาร่วมกับทสท. เพื่อเป็นทางออก ทางรอดของประเทศ
‘วันชัย’ขู่ 250 ส.ว.แลนด์สไลด์
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความเรื่อง “250 ส.ส.หรือส.ว….ใครจะแลนด์ สไลด์” ว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าใครรวมเสียงส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร คนนั้น พรรคนั้นควรจะเป็นนายกฯ ควรจะเป็นรัฐบาล เชื่อว่าเป็นหลักการที่ทั้งส.ส.และส.ว.เห็นว่าควรเป็นเช่นนั้น และส.ว. ส่วนใหญ่จะโหวตให้ตามหลักการนั้น ส่วนใครจะเป็นนายกฯเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คนที่จะเป็นนั้นต้องมีภาวะความเป็นผู้นำ เป็นที่ยอมรับของคนทั้งสภา ทั้งประเทศ เพราะตำแหน่งนายกฯไม่ใช่ของเล่นของใครหรือของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง นายกฯคือหน้าตาของคนทั้งประเทศ จะไปเที่ยวจับใครยัดมาเป็นเหมือนที่เคยเป็นมาแล้วคงไม่ได้ ถือว่าเป็นการตบหน้าประชาชนคนไทยและสมาชิกรัฐสภาทั้งสภา
ผมได้เห็นมาเต็มสองลูกตา ได้ยินมาเต็มสองรูหูว่าเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ก็แลนด์สไลด์ไป เพื่อไทยจะเลือกอุ๊งอิ๊ง (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) เป็นนายกฯ ก็เป็นเรื่องของ เพื่อไทย แต่พรรคผมและพวกผมไม่เลือกแน่นอน นั่นหมายความว่าถ้าอุ๊งอิ๊งจะเป็น นายกฯ เพื่อไทยจะต้องรวมเสียงของพรรคพวกตนให้ได้ถึง 376 เสียง และเสียงเหล่านั้นทุกคนต้องยอมรับในตัวอุ๊งอิ๊ง ถ้าไม่ได้ 376 เสียงจริงๆ ทางเดินของอุ๊งอิ๊งที่จะไปสู่ดวงดาวแห่งความเป็นนายกฯ คงริบหรี่เต็มที
ไม่ใช่เป็นการดูถูกดูแคลนอะไร แต่เป็นเรื่องทางการเมืองที่เป็นจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการปราศรัยหาเสียง ไม่ใช่เป็นเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องทางการเมืองของคนที่จะเป็นนายกฯจริงๆ เมื่อถึงวันนั้นจะรู้เองว่าใครตัวจริงเสียงจริง ไอ้ที่ตะโกนปาวๆ นั่นมันของเล่นของหลอกกันทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นมันจะไม่มีชื่อ ส. ตัวใหญ่โผล่ออกมา ที่เรียกร้องแลนด์สไลด์ แลนด์สไลด์ให้ 250 ส.ส.ปะทะ 250 ส.ว.ระวัง 250 ส.ว.จะแลนด์สไลด์ตีกลับ ต้องมานั่งสวดมนต์เจริญจิตภาวนาที่วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชันนะ
พท.ตอกกลับ-หัดสำนึกบ้าง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอบโต้นายวันชัยว่า ดูเหมือนนายวันชัยยังไม่สำนึกที่เป็นคนเสนอให้มีคำถามพ่วง ส.ว.โหวตนายกฯ ที่เป็นการสร้างบาดแผลให้กับระบอบประชาธิปไตยของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวหน้าคณะรัฐประหารได้สืบทอดอำนาจมากว่า 8 ปี นายวันชัยจะหิวแสงไปไหน ไม่รู้ว่าไปโดนตัวไหนมา นายวันชัยมีสิทธิวิจารณ์ แต่ต้องไม่ดูถูกประชาชน ต้องสำนึกว่านายวันชัยก็มีหนึ่งเสียงเท่ากับประชาชน แคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรคจะชื่อใด ตระกูลใดมีสิทธิเป็นนายกฯ ของประเทศได้ หากประชาชนเลือก วุฒิสภาควรเป็นสภาที่มีวุฒิภาวะ
นายวันชัยควรทำตัวให้สมกับที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา สภาพปัญหาที่วิกฤตของประเทศชาติตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นายวันชัยไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่า ส.ว.คนอื่นจะคิดเหมือนนายวันชัย ประชาชนคาดหวังว่าจะมีส.ว.จำนวนไม่น้อยที่ถอยหลังกลับมาฟังเสียงของประชาชน และทำงานการเมืองตามทิศทางเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อให้ประเทศชาติได้เดินหน้า ก่อนนายวันชัยจะขึ้นธรรมาสน์ต้องหัดล้างเท้า ตัวเอง มีที่มาที่ไม่สง่างาม ยังกล้าไปวิจารณ์คนอื่นในทางเสียหาย ถ้าจิตใจฟุ้งซ่านมาก นายวันชัยควรหาเวลาไปฝึกนั่งสมาธิ เพื่อฝึกควบคุมสติที่วัด ไก่เตี้ยบ้างก็ดี
ภท.ย้ำแค่เตือน-โดดสภา
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกภท. กล่าวในรายการ “พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ” ผ่านช่องทางยูทูบ และเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย ถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ.
ว่า อยากให้ฝ่ายค้านพูดในสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าหวังประโยชน์ทางการเมือง ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่การเลือกตั้ง เข้าใจได้ว่า ต้องมีความพยายามทำเรื่องให้เป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด แต่ควรเอาแค่พอประมาณ เอาที่ชาวบ้านมีประโยชน์ด้วย “สิ่งที่ท่านพูดมันจะเป็นประโยชน์ทางการเมืองกับท่าน แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ เรื่องพวกนี้พูดให้น้อยๆ ไปพูดเรื่องที่ชาวบ้านได้ประโยชน์มากหน่อยน่าจะดีกว่า”
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า ภท.จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ซึ่งอาจทำให้สภาล่ม และอภิปรายต่อไม่ได้นั้น ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่เป็นองค์ประชุม แต่เมื่อมีการสอบถามเข้ามา ก็เตือนไปว่า ถ้าอภิปรายในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ภท.เป็นองค์ประชุมให้แน่นอน แต่ถ้านำเรื่องเก่าที่พูดไปแล้วมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อจะมาหาเศษหาเลย ฉกฉวยโอกาสทางการเมือง ภท.จะไม่ร่วมองค์ประชุม
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ ภท. กล่าวว่า ต้องย้ำว่าการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเวทีซักฟอกที่เป็นเวทีของฝ่ายค้าน แต่มาตรา 152 ควรเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ได้เสนอแนะต่อรัฐบาล ซึ่งส่วนตัวมีหลายประเด็นที่อยากจะสอบถาม หรือเสนอแนะกับฝ่ายบริหารเช่นกัน
ฝ่ายค้านฟิต-ขออภิปราย 35 คน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพท. กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมแล้วสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขณะนี้มีผู้แสดงเจตจำนงขออภิปรายมากถึง 35 คน เฉพาะพท. 25 คน ในการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านสัปดาห์หน้า คงจะหารือกันอีกครั้งเพื่อปรับจำนวน ผู้อภิปราย เนื่องจากรัฐบาลให้เวลาฝ่ายค้านเพียงแค่สองวัน สำหรับหัวข้อการอภิปรายหลักๆ จะอภิปรายถึงความไม่ชอบมาพากล และปัญหาการทุจริตในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงเรื่องที่รัฐบาลต้องทำ แต่ปล่อยปละละเลยไม่ยอมดำเนินการจนก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งแม้มีความพยายามมาดำเนินการในช่วงนี้ แต่เวลาสภาที่เหลืออีกเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน ถือว่าสายเกินไปแล้ว
แม้ว่าจะเป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ แต่เราจะอภิปรายเพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล หากข้อมูลที่อภิปรายรัฐมนตรีนั้นมีมูล พบว่ามีการกระทำผิดจริง ฝ่ายค้านจะยื่นร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่างานนี้มีรัฐมนตรีถูกยื่นร้องเพื่อเอาผิดอย่างแน่นอน
“อยากให้รัฐบาลมารับฟังปัญหาและ ข้อเสนอแนะจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน และอยากให้รัฐบาลเปิดใจรับฟัง อย่ามองว่าฝ่ายค้านจ้องจะอภิปรายนอกข้อบังคับอย่างเดียว หากเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาในสภาไม่ได้ จะให้ไปพูดนอกสภาหรืออย่างไร และหากเกิดปัญหาสภาล่มจริง เท่ากับรัฐบาลกำลังหนีเพราะมีของซุกอยู่ใต้พรมเยอะ และเมื่อการเลือกตั้งมาถึง ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะลงโทษรัฐบาลอย่างไร” นายประเสริฐกล่าว
‘สมคิด’ดักคอ-ปีศาจกลัวแสง
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พท. รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นการเล่นเกมการเมืองเพื่อป้องกันตัวเอง และไม่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลได้ แม้ญัตติอภิปราย 152 จะไม่ตกไป แต่ฝ่ายค้านไม่สามารถเปิดการอภิปรายได้ ดังนั้นหากพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้วิธีการนับองค์ประชุมมาเป็นเกมการเมือง เพื่อต้องการให้สภาล่มจากการไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถประชุมต่อไปได้ ก็จะเลื่อนญัตติออกไปเรื่อยๆ ในครั้งต่อไป การทำเช่นนั้นไม่ดีกับทุกฝ่าย
ในฐานะวิปฝ่ายค้านไม่เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเล่นเกมการเมืองแบบนั้น เพราะญัตติอภิปราย 152 เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เป็นการอภิปรายที่พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ต่อว่ารัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ฝ่ายค้านพร้อมชี้แนะวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลสามารถตอบโต้การอภิปรายของฝ่ายค้านได้ หากรัฐบาลทำตามที่มีกระแสข่าว แปลว่ารัฐบาลเป็นปีศาจที่กลัวแสงสว่าง กลัวการตรวจสอบจากพรรคฝ่ายค้าน แล้วเวทีสภาจะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไร
ขอเตือนไปยังรัฐบาลว่าการอภิปราย 152 ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล และประชาชนให้ความสนใจว่าฝ่ายค้านจะมีอะไรมาอภิปรายรัฐบาล และรัฐบาลจะชี้แจงออกมาอย่างไร อยากให้รัฐบาลใช้เวทีนี้เป็นเวทีชี้แจงกับประชาชน หากรัฐบาลหนีการอภิปรายเท่ากับ รัฐบาลหันหลังให้ประชาชน