อ้างไม่รู้-ล็อบบี้ล่มสภา สว.ไม่สนเสียงวิจารณ์ ชี้‘อิ๊ง’กระดูกยังไม่แข็ง พปชร.วุ่น-บิ๊กน้อยจุ้นโผ

‘ตู่’ปัดไม่รู้ ข่าวล็อบบี้ล่มองค์ประชุมสภาหนีศึกอภิปราย ตามมาตรา 152 ยันพร้อมตอบคำถามฝ่ายค้าน มั่นใจชี้แจงได้ทุกเรื่อง เพื่อไทยขู่เปิดเวทีชำแหละนอกสภาแน่ ถ้าองค์ประชุมล่ม ฝ่ายค้านจัด 35 ขุนพลมือเชือด ส.ว.ลั่นต้องแยกเรื่องตั้งรัฐบาล กับเรื่องโหวตเลือกนายกฯ อ้างพรรคชนะเกินครึ่ง แต่แคนดิเดตไม่เหมาะสม ก็ต้องถอย ชาติไทยพัฒนาปราศรัยเดือด ฉะพรรคใหม่เสียมารยาทส่งคนชิงเมืองหลวง เตือน จะเสียมิตร ‘ตู่’ ลุยสุราษฎร์ฯ เสียงเชียร์กระหึ่มให้อยู่ต่อ ‘ป้อม’ ปลื้มคนกาญจน์ ชูนายกฯ ช่วงพักเบรกวิดีโอคอลอ้อน ขอเสียงเยาวชนลำปาง พปชร.ส่อวุ่น ‘บิ๊กน้อย’ รื้อโผผู้สมัคร เปิดทางเด็กพรรครวมแผ่นดินเสียบแทน

ตู่ปัดไม่รู้ล็อบบี้ล่มสภาหนีซักฟอก
เวลา 12.00 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึง วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.นี้ว่า ตนมีความรักให้ทุกคนทุกๆ วัน เอาอย่างนั้นแล้วกัน และยังไม่รู้จะลงพื้นที่พบประชาชนที่ไหนหรือไม่

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อสายโทรศัพท์หาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อล็อบบี้ ไม่ให้เซ็นชื่อเข้าประชุมสภาในช่วงการอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ข่าวมาจากไหนตนไม่รู้ แต่เห็นทุกคนยืนยันว่ายินดี ไปร่วม และตนก็ยินดีเข้าไปตอบแค่นั้นเอง มันจะเกิดหรือไม่เกิดคอยดูก็แล้วกันว่าทำไมไม่เกิด และไม่เกิดเพราะอะไร

ยันชี้แจงได้หมดทุกเรื่อง
“ผมชี้แจงได้หมด แต่การอภิปรายครั้งนี้ เข้าใจว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เคยอภิปราย มาบ้างแล้ว เรื่องใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องตำรวจบ้าง อะไรบ้างก็ชี้แจงไป เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ต้องอยู่ด้วยกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่คิดเองเออเอง ไอ้นี่ผิดไอ้นี่ถูก มันไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์ ในกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้น จะมีทนาย มีศาลไว้ทำไม ถ้าเขาสู้ได้ก็สู้ไป ถ้าสู้ไม่ได้ก็ติดคุกก็เท่านั้น ต้องอยู่กันด้วยแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ทั้งนี้ช่วงเช้า ระหว่างเป็นประธานประชุม คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเข้าสู่วาระว่า สิ่งสำคัญวันนี้ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน และหลายเรื่องคงถูกนำไปพูดในการอภิปรายในสภาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ต้องมีการชี้แจงให้ได้หมดทุกประเด็น เพราะพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งแก๊ส น้ำมัน และพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องชี้แจงให้ประชาชน สังคมเกิดความมั่นใจและเชื่อมั่น

อนุชาโต้บอยคอต-ไม่เข้าประชุม
นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาและคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าว พปชร.ล็อบบี้ล้มญัตติซักฟอก ว่า ขอรับประกันไม่มีเรื่องนี้ รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบเนื่องจาก เป็นเรื่องการเมืองตามปกติ ดังนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภา ตนเองก็พยายามจะดูแลอยู่แล้ว ให้ ส.ส.เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ยังมั่นใจว่า การอภิปรายจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ในฐานะมีหน้าที่ประสานงานในสภาของรัฐบาล ยืนยันไม่มีการพูดคุยแม้แต่ นิดเดียวว่าจะบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุมสภา ซึ่งเป็นหน้าที่ส.ส.ทั้งสองฝ่าย คนที่พูดเป็นการทำในลักษณะตีปลาหน้าไซ ไม่เช่นนั้นก็ระบุตัวตนไปแล้วว่าเป็นใคร เพราะโดยส่วนตัวยืนยันว่าไม่มีการล็อบบี้แม้แต่นิดเดียว การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้เงียบเหงา หรือไม่มีการเตรียมตัวอย่างที่หลายคนคิด บรรยากาศเป็นแบบนี้ทุกครั้งแต่เนื่องจากขณะนี้ทุกคนมีภาระต้องโฟกัสในการลงพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง

ปชป.พร้อมเข้าร่วมซักฟอก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคกลาง กล่าวถึงการอภิปรายตามมาตรา 152 ว่า ส.ส.ปชป.จะเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าวแน่นอน และตนไม่เห็นด้วยที่ใครก็ตามจะพยายามทำให้เกิดปัญหาอุปสรรค จนการอภิปรายเดินต่อไม่ได้ เพราะเป็นการขัดขวางการทำงานของ ส.ส.ในสภา ขัดขวางการตรวจสอบ ปิดกั้นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมพิจารณาญัตติอภิปราย ทั่วไป เพื่อให้การทำงานในสภาเดินหน้าไปได้อย่างสมบูรณ์

ด้าน นายโกวิทย์ พวงงาม หัวหน้าพรรค พลังท้องถิ่นไท (พทท.) กล่าวว่า ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พทท.จะร่วมเป็นองค์ประชุมในวันดังกล่าว รัฐบาลไม่ควรจะหลีกเลี่ยงการอภิปราย เพราะอาจเป็นประโยชน์ของรัฐบาลและนายกฯ จึงขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค เข้าร่วมประชุมพร้อมกัน

ก้าวไกลชี้ล่มสภา-ประจานตัวเอง
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในประเด็นเดียวกัน ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้าทำจริงจะยิ่งเปลือย ประจานตนเอง กระแสเสื่อมศรัทธาต่อ ฝ่ายรัฐบาลจะเพิ่มสูงขึ้นทันที เพราะการอภิปรายเป็นกลไกปกติในการตรวจสอบรัฐบาล และเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงประเด็นที่สังคมสงสัย โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น หากการอภิปรายซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งไม่ร่วมมือแม้แต่เป็นองค์ประชุม ประชาชนจะยิ่งเห็นว่ารัฐบาลเป็นวัวสันหลังหวะ และข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเป็นความจริง

ส่วนความพร้อมของพรรคก้าวไกลในการอภิปราย นายชัยธวัชกล่าวว่า เราพร้อมมาก เตรียมผู้อภิปราย 10 คน ถล่ม 2 วันเต็ม ในธีม ‘เช็กบิลปรสิต ปิดสวิตช์ 3 ป.” จะเปิดแผลความล้มเหลวและเปิดโปงการทุจริตภายใต้การบริหารราชการของรัฐบาล โดยเฉพาะในวงการตำรวจ ทหาร พลังงาน คมนาคม จึงขอให้รอติดตาม

คิวซักฟอก 15-16 ก.พ.
ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนฯ มีคำสั่งนัดประชุมสภาเป็นพิเศษ วันที่ 15 ก.พ. เวลา 09.30 น. และวันที่ 16 ก.พ. เวลา 09.00 น. พิจารณาญัตติที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน และคณะ เป็นผู้เสนอขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อ ซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อครม. โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

ส่วนกรอบเวลาการประชุมนั้น วิป 3 ฝ่าย คือ ครม. วิปฝ่ายค้าน และวิปรัฐบาล ทำความ ตกลงให้ฝ่ายค้านได้เวลา 24 ชั่วโมง รัฐบาล 8 ชั่วโมง โดยวันพุธที่ 15 ก.พ. ประชุมเวลา 09.30-02.30 น. ของวันพฤหัสฯ ที่ 16 ก.พ. ฝ่ายค้านจะใช้เวลาอภิปราย ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงในกรอบเวลาไม่เกินเวลา 23.00 น. และเวลาจากนั้นจัดสรร ให้ ครม.ตอบคำถามชี้แจง วันที่ 16 ก.พ. เริ่มอภิปรายเวลา 09.00 น. ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 24.00 น.

พท.ขู่เปิดอภิปรายนอกสภา
เวลา 13.10 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ วิปฝ่ายค้าน แถลงถึงการอภิปราย ตามมาตรา 152 โดยนพ.ชลน่านกล่าวว่า ญัตติการอภิปรายเป็นการสอบถามข้อเท็จจริง การบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบาย ที่แถลงไว้เร่งด่วน 12 ข้อ ซึ่งรัฐบาล ไม่สามารถดำเนินการได้ เช่น ธุรกิจสีเทา ภัยดิจิทัล ภัยยาเสพติด การทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งจะเสนอแนะปัญหาภายใต้ยุทธการ “กระชากหน้ากากคนดี”

ส่วนที่มีข่าวว่ามีการปิดกั้นไม่ให้อภิปราย โดยพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมนั้น ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น เพราะการจงใจฝ่าฝืนไม่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงเราจะอภิปรายนอกสภา หลังสิ้นสมัยประชุม 28 ก.พ. จะกำหนดวันอภิปรายนอกสภา และจะพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พรรคไหน หัวหน้าพรรคใดที่อาสาเป็นแคนดิเดตนายกฯ แล้วมีส่วนร่วมทำให้องค์ประชุมล่ม จะบอกกล่าวกับประชาชนว่าควรอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต่อไปหรือไม่

ฝ่ายค้านจัด 35 ขุนพลมือเชือด
นายจุลพันธ์กล่าวว่า การอภิปราย 1 วันฝ่ายค้านได้เวลา 12 ชั่วโมง รัฐบาลตอบ 3 ชั่วโมง ผู้อภิปรายรวม 35 คน การอภิปรายวันที่ 15 ก.พ.จะเปิดและเข้าญัตติโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภา ตามด้วยหัวหน้าพรรคและผู้ใช้สิทธิหัวหน้าพรรค 5-6 คน จากนั้น จะเข้าสู่การอภิปรายจำแนกเนื้อหาทั้งด้านเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชน ด้านสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด ด้านสถานการณ์การเมืองที่มีกลไกบิดเบี้ยวและการทุจริตด้านต่างๆ ส่วน 16 ก.พ.จะอภิปราย จบในเวลา 00.00 น.

ด้านนายสุทินกล่าวว่า ข่าวล้มองค์ประชุม ใครที่คิดจะขอเป็นนายกฯ อีกแต่ปฏิเสธการตรวจสอบจะได้ข้อหาว่าหนีความผิด หนีตรวจสอบ ปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน เราวางแผนล่วงหน้าว่าถ้าทำองค์ประชุมล่ม ปิดสมัยประชุม 28 ก.พ.จะเปิดอภิปรายนอกสภาทันที

จับตาชำแหละปมอ้างสถาบัน
นายสุทินกล่าวว่า ส่วนเนื้อหาการอภิปราย ครั้งนี้จะสรุปรวบยอดเนื้อหาในรอบ 10 ปี เพื่อให้คะแนนรัฐบาล สัญญาประชาคมและนโยบายที่ประกาศไว้ต่อรัฐสภา จะชี้ให้เห็นว่าสิ่งไหนทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ บรรดานโยบายที่แถลงมีเรื่องสำคัญๆ ที่รัฐบาลมักย้ำ เช่น การปราบปรามการทุจริต และรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าปราบโกง เราจะชี้ ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีสถิติการโกงสูงที่สุด

ส่วนปัญหาความมั่นคงที่รัฐบาลชอบอ้าง รัฐบาลมักทำลายความมั่นคงเสียเอง ในบริบทของโลกความมั่นคงไม่ใช่การ ซื้ออาวุธ แต่เป็นความรู้ไม่ทันของรัฐบาล ที่สำคัญคือการเทิดทูนสถาบันที่ชอบอ้างแต่แท้จริงแล้วเป็นแนวร่วมมุมกลับ รวมไป ถึงการตามภัยอาชญากรรมโลกไม่ทัน

ปลุกแลนด์สไลด์ชนะพรรคส.ว.
นายสุทินยังกล่าวกรณี ส.ว.ระบุแม้พท. ชนะแลนด์สไลด์ แต่ ส.ว.จะไม่เลือก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ ว่า หากพิจารณาถึงตัวตนและที่มาของ ส.ว. ไม่แปลกที่จะพูดแบบนี้ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ส.ว.เข้ามาจากการแต่งตั้งเพื่อทำภารกิจ ช่วยเหลือ สนับสนุนและปกป้องคนที่ตั้งเขา คือ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ส.ว.ต้องการด้อยค่าประชาธิปไตยและให้เผด็จการอยู่ต่อ ต้องทำทุกทางไม่ให้ฝ่ายประชาชนเข้ามามีอำนาจหรือชนะ ต้องพูดบลัฟ ตีปลาหน้าไซว่าเอา 2 คนนี้เป็นนายกฯ ดังนั้นประชาชนต้องทำหน้าที่ด้วยการเอาชนะ ส.ว.ให้ได้ ต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตย ให้ได้มากที่สุด ขอให้เสียงเกินครึ่งสภา เชื่อว่าเราตั้งรัฐบาลได้

“ท่าทีของส.ว.ทำให้เราวิเคราะห์ได้ว่าคนคิดชั่วมักคิดเงียบๆ แต่วันนี้คนคิดชั่วกลับคิดดังและประกาศด้วย โจรเวลาวางแผน จะปล้นต้องวางแผนเงียบๆ ในป่า แต่วันนี้โจรวางแผนออกทีวี แถมประกาศให้สังคมรู้ ดังนั้นเราต้องแลนด์สไลด์ให้ได้เกินครึ่งสภา ถึงจะเอาชนะ ส.ว.ได้” นายสุทินกล่าว

ขณะที่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ถือเป็นการให้ความเห็นสุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่เคารพประชาชน เราให้เกียรติ ส.ว.ที่บอกว่าต้องได้ 250 คนเพื่อให้ได้เสียงเสมอกับ ส.ว.นั้น เราเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าถ้าชนะเกิน 250 เสียง ถือเป็นอาณัติสัญญาณที่ประชาชนมอบให้ ดังนั้นขอให้ ส.ว.เคารพเสียงของประชาชนด้วย และเป็นเพียงความเห็นของ ส.ว.บางคนเท่านั้น

สว.ชี้อุ๊งอิ๊งกระดูกไม่แข็ง
ที่รัฐสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ยืนยันว่า ประเทศชาติไม่ใช่มาแล้วเล่นขายหม้อข้าวหม้อแกง ถ้าพท.แลนด์สไลด์จริงก็ตั้งรัฐบาลไป ส่วนการเลือกนายกฯ เป็นสิทธิ์ของส.ว. “น.ส.แพทองธารควรจะเสริมกระดูกทางการเมืองอีกสักสมัย แล้วค่อยมาว่ากัน เพราะเราเคยมีประสบการณ์แล้วว่านายกฯที่หน่อมแน้ม สร้างปัญหาให้ประเทศชาติ” ส่วนข่าวส.ว.จะเลือกแค่ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ นายกิตติศักดิ์ ปฏิเสธว่า ไม่จริง หากรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หรือคนอื่นๆก็เป็นได้

เมินเสียงวิจารณ์
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวว่า หากเสียงเกินครึ่งแล้วเสนอบุคคลที่ไม่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ สู้อีกคนไม่ได้ก็ต้อง ถอยกลับไปเสนอชื่อใหม่ พรรครวมตัวกันเป็นสิทธิ์ แต่การเสนอใครเป็นนายกฯ ต้องมองภาพรวมด้วย เช่น การเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯคู่เปรียบเทียบแทบสู้ไม่ได้ เสียงจึงเทไปที่พล.อ.ประยุทธ์

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงวิจารณ์ ส.ว.ไม่ฟังเสียงประชาชน กรณีระบุพท.แลนด์สไลด์ ก็ไม่เลือก น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ว่า ส.ว.บางส่วน หรือพรรคอื่นเท่าที่ได้ยินมาบอกว่าไม่เอาด้วยกับน.ส.แพทองธาร เวลาประชาชนเลือกเขาไม่ได้เลือกน.ส.แพทองธาร แต่เลือก พท. เพราะแต่ละพรรคเสนอชื่อแคนดิเดต นายกฯ ได้ 3 คน จึงไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ประชาชนส่วนใหญ่ เพราะแคนดิเดตนายกฯ ใน พท. ไม่ได้มี น.ส.แพทองธารคนเดียว พท.อาจต้องตกลง กับพรรคอื่นเพื่อหาชื่อ ที่ไม่ใช่ น.ส.แพทองธาร และคิดว่าสภา จะให้ผ่าน ขืนดันหรือแข็งขืน เผลอๆ พท.อาจไม่ได้เป็นรัฐบาล

ค้านแบ่งเขต – นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม.พรรคเพื่อไทย นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรค แถลงคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งในกทม.รูปแบบที่ 6-8 เพิ่มจากเดิมที่มี 5 รูปแบบ พร้อมเสนอว่ารูปแบบ 1-2 เหมาะสุด จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทบทวน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

ดักคอกกต.-แบ่งเขตกทม.
เวลา 11.05 น. ที่ทำการพท. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค แถลงเสนอ รูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่อกกต.

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน กทม.เดิมมี 5 รูปแบบ กกต.แบ่งเพิ่มอีกรวมเป็น 8 รูปแบบ ทำให้ประชาชนสับสน บิดเบี้ยว ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ขอให้ กกต.ทบทวนใหม่

ด้านนายวิชาญ กล่าวว่าแบบ 6-8 หากมีการแบ่งพื้นที่ตามแขวง คงเรียก ส.ส.เขตไม่ได้ ต้องเรียกว่า ส.ส.แขวง ผลเสียคือบัตรเสียจะมากขึ้น จากการฟังเสียงประชาชน พท.เสนอว่ารูปแบบ 1-2 เหมาะสมมากที่สุด เขตหลักๆยังอยู่ ไม่ถูกแบ่งแยก สะดวกต่อประชาชนมากกว่า

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวว่า เขตของตนคือภาษีเจริญ ในรูปแบบที่ 7 ถูกแบ่งเป็นถึง 3 เขตเลือกตั้ง คือเขต 28, 30 และ 32 ประชาชนกำลังถูกรัฐประหารผ่านการ แบ่งเขตเลือกตั้ง ระบอบประชาธิปไตย จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร

รทสช.จัดแม่ทัพภาคสู้เลือกตั้ง
สำหรับการเตรียมความพร้อมการ เลือกตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ล่าสุด วันที่ 9 ก.พ.แกนนำพรรคได้ประชุมแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ภาคเหนือ นายหิมาลัย ผิวพรรณ นายชัชวาลล์ คงอุดม กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค, ภาคอีสาน นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายเสกสกล อัตถาวงศ์ กรรมการกำหนดแนวทางฯ นายชัชวาลล์ นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ที่จะมาช่วยดูภาคอีสานหลังสมัครสมาชิก, กทม.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง กก.บห. นายอนุชา บูรพชัยศรี กรรมการกำหนดแนวทางฯ นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค, ภาคกลาง-ตะวันออก-ตะวันตก นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ กก.บห. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการกำหนดแนวทางฯ นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกอบจ.ฉะเชิงเทรา และ นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกอบจ.เพชรบุรี, ภาคใต้ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการกำหนดแนวทางฯ นายชุมพล จุลใส หรือลูกหมี อดีตส.ส.ชุมพร นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ฯ และ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกอบจ.ชุมพร

ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ หัวหน้า รทสช. ดูภาพรวม การเลือกตั้งทั้งหมด โดยสัปดาห์นี้ พรรคจะประชุมเพื่อพิจารณาสรุปภาพรวมผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 400 เขต

เลือดสุพรรณ – พรรคชาติไทยพัฒนาเปิดเวทีแนะนำผู้สมัครส.ส.สุพรรณบุรี ครบทุกเขต ประกาศต้องแลนด์สไลด์ได้ส.ส.ยกจังหวัด เพื่อให้นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ที่อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

ชทพ.ปราศรัยฉะเดือดพรรคใหม่
เวลา 09.40 น. ที่สหกรณ์การเกษตร อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เปิดเวทีปราศรัย มีแกนนำพรรค อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการพรรค นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายอุดม โปร่งฟ้า กก.บห.ขึ้นปราศรัย

นายประภัตร กล่าวว่า ชทพ.ต้องแลนด์สไลด์ในสุพรรณฯ ต้องไม่มีคนอื่น วันนี้ มีคนอื่นจะเข้ามา ไม่อยากเชื่อเป็นพรรค ที่อยู่ด้วยกันในรัฐบาล จะมาลงที่อ.บางปลาม้า ถ้าจะส่งนายวราวุธให้เป็นนายกฯ ของสุพรรณบุรี คนที่ 2 สุพรรณฯ ชทพ.ต้องแลนด์สไลด์

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า พ่อสอนเสมอว่าเรามีศัตรู 1 คนก็เยอะไป มีมิตร 100 คน ก็น้อยไป บรรหารจะไม่เป็นศัตรูกับพรรคไหน พ่อถือเป็นมารยาททางการเมือง ที่จะไม่ส่งผู้สมัครลงในพื้นที่ที่เป็นหัวใจของพรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคที่ทำงานร่วมกันมา

เสียมารยาท-ส่งคนชิงเมืองหลวง
“ทราบมาว่ามีพรรคตั้งใหม่พยายาม จะหาผู้สมัครมาแข่งกับชาติไทยพัฒนา ในหลายเขต มันเสียมารยาทมาก มากที่สุดคือมาทาบทามเอาน้องชายแท้ๆ ของ นายณัฐวุฒิ (ประเสริฐสุวรรณ) ไปลงเขต 1 ในทางการเมืองถือว่าเสียมารยาทมาก เราสู้ยิบตาแม้จะเป็นเพียงมดตัวเล็กๆ เทียบกับท่านที่มีอำนาจบารมีมาก แต่เราเป็นมด ถ้ากัดเรากัดเจ็บ

“กัญจนาขอรำพึงดังๆ ไปถึงผู้ใหญ่ ที่เคารพรักและยังเคารพนับถืออยู่ทุกวันนี้ อย่าฟังคนรอบข้างให้มากนักเรื่องการเมือง วันนึงรอบตัวอาจไม่เหลือมิตรสักคนหนึ่ง น้ำใสใจจริงที่เรามีให้กันมันคุ้มไหมกับที่ท่านจะส่งคนมาแข่งในเมืองหลวงของเรา เราจะไม่แพ้แน่นอน ต้องชนะแบบแลนด์สไลด์ด้วย ใครอาจหาญเข้ามาเราสู้ เราเลือด สุพรรณสู้ยิบตา” นส.กัญจนากล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส. สุพรรณฯ ปราศรัยว่า มีคนมาพูดคุยจริง จะขอให้ตนย้ายพรรค ซึ่งบอกว่าไม่ไปไหน เพราะสุพรรณฯต้อง ชทพ. ต้องปฏิรูปแก้ไขสิ่งที่นายบรรหารทำไว้ ตนไม่ศรัทธาในตัวผู้นำที่จะสนับสนุนพรรคนั้น ที่สำคัญ ที่สุดคนที่จะสนับสนุนพรรคนั้นเป็นคนที่ตนไม่ชอบเลย

ตู่ลุยสุราษฎร์-ว่าที่ผู้สมัครแห่รับ
เวลา 14.45 น. ที่จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และคณะ ลงตรวจราชการ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามแนวทางการแก้ไข ปัญหาอุทกภัยและที่ดินทำกิน

เมื่อถึงท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พล.ท.ศานติ สกุนตนาค มทภ.4 ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุราษฎร์ฯ พรรครวมไทยรักสร้างชาติ (รทสช.) อาทิ นายชุมมพล กาญจนะ ที่ปรึกษา ของนายกฯ อดีตส.ส.สุราษฎร์ฯ น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เตรียมย้ายมาอยู่ รทสช. นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกอบจ.สุราษฎร์ฯ ร่วมด้วยว่าที่ผู้สมัครส.ส. สุราษฎร์ฯ แห่มาต้อนรับ

ไปไชยา – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับดอกกุหลาบจากชาวบ้านที่มาต้อนรับระหว่างไปสักการะพระบรมธาตุไชยา พร้อมกับ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนเป็นประธานเปิดมหกรรมว่าวสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

เชียร์ลั่นนายกฯสู้ๆอยู่ต่อ
เวลา 15.30 น. ที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์ สักการะพระบรมธาตุไชยาเพื่อความเป็นสิริมงคล มีประชาชนมาให้กำลังใจพร้อมมอบ ดอกกุหลาบสีแดงให้ในวันแห่งความรัก พร้อมบอกให้นายกฯสู้ๆ อยู่บริหารประเทศ ต่อไป ด้านนายกฯอุ้มทารกชื่อ ด.ช.การิน ทองลิ้ม อายุ 18 วัน ที่ผู้ปกครองพามาต้อนรับ

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กราบนมัสการพระครูพิทักษ์เจติยานุกูล เจ้าคณะอำเภอไชยา รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งให้พรว่า ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีพละกำลังทำงานเพื่อชาติ มีสติปัญญาในการแก้ปัญหาและสานต่อสิ่งดีๆ ที่ทำไว้ให้ดียิ่งๆ ขึ้น ให้ประสบความสำเร็จนำพาชาติเจริญก้าวหน้าต่อไป

ลุยกาญจน์ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สักการะศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมแกนนำและว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค ก่อนเปิดเวทีปราศรัย โดยมีชาวบ้านตะโกนเชียร์ให้เป็นนายกฯ คนต่อไป เมื่อ 13 ก.พ.

ป้อมปลื้มคนกาญจน์ชูนายกฯ
เวลา 14.00 น. ที่โครงการจัดหาน้ำบาดาล ขนาดใหญ่ฯ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้า พปชร. พร้อมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาทรัพยากรน้ำและแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

ชาวบ้านจำนวนมากขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่ห่วงใยและแก้ปัญหาทั้งเรื่องน้ำ ที่ดินทำกิน เป็นผลสำเร็จ บางส่วนระบุว่า พล.อ.ประวิตร เป็นคนใจดี มีเมตตา มีภาวะผู้นำโดดเด่น เป็นศูนย์รวมความสามัคคี ประสานงานได้ทุกกลุ่ม โดนใจคนเมืองกาญจน์ เหมาะเป็นนายกฯ คนต่อไป

เวลา 18.20 น. พล.อ.ประวิตร สักการะ ศาลหลักเมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อเป็นสิริมงคล ทันทีที่มาถึงประชาชนตรงเข้ามารับถึงรถ ตะโกนให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบและขอหอมแก้ม พร้อมเชียร์ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 ขณะที่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พปชร.และประชาชนถือป้าย “ลุงป้อมมีใจ พวกเรารวมแรง ใจบันดาลแรง, เลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค พาลุงป้อมเป็นนายกฯกันเน้อ” จากนั้นพล.อ.ประวิตร และคณะ ถวาย สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

ติดตามงาน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะติดตามการพัฒนาทรัพยากรน้ำและปัญหาที่ดินทำกิน ที่โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

วิดีโออ้อนขอเสียงเยาวชนลำปาง
ทั้งนี้ ระหว่างพล.อ.ประวิตร ปฏิบัติ ภารกิจที่จ.กาญจนบุรี ช่วงหยุดพักเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตร วิดีโอคอลไปยังวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ตามที่แฟนคลับประสานมายังทีมงานเพื่อให้ได้ พล.อ.ประวิตร พูดคุยและรับฟังเสียงสะท้อนจากนักเรียน นักศึกษาและเยาวชน อาทิ นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลำปาง, ตัวเเทนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคทั่วประเทศ และตัวเเทนนักเรียนศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 5 (โรงเรียนพลตำรวจภาค 5) ที่เข้ากิจกรรมสร้างความปรองดองที่วิทยาลัยเทคนิคลำปาง

พล.อ.ประวิตร กล่าวตอนท้ายว่า “ขอบคุณ กำลังใจจากทุกคนที่มอบให้ เราต้องก้าวข้าม ความขัดแย้ง เราไม่ขัดแย้ง และทะเลาะกับใคร หากทุกคนอยากให้ผมเป็นนายกฯ ก็ขอ ให้เลือก” ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงตะโกนเป็นระยะ รักลุงป้อมๆ ลุงป้อมสู้ๆ

พปชร.วุ่น-บิ๊กน้อยรื้อโผผู้สมัคร
ขณะเดียวกัน มีเอกสารหลุด 2 แผ่น มีลายเซ็น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพปชร. ส่งถึงน.ส.จิตราภรณ์ กล้าแท้ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ เขต 1 และ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ เขต 7 ระบุให้เก็บป้ายหาเสียงภายใน 15 ก.พ.นี้ เนื่องจากทั้งสองไม่ใช่ ผู้สมัครของพรรค

ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. กล่าวว่า เพิ่งได้รับรายงานจากว่าที่ผู้สมัคร ไม่ทราบว่าหนังสือเป็นของปลอมหรือของจริง คงต้องไปถามผู้ลงนามว่าเอาข้อมูลมาจากที่ใด แต่ตอนนี้สร้างความสับสบ งุนงงให้ผู้สมัครเนื่องจากทั้ง 2 คน เปิดตัวและสวมเสื้อ พปชร.ไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ชัยภูมิทั้ง 2 คน แถลงข่าวเปิดตัวกับ พปชร.ตั้งแต่ธ.ค.2565 ขณะเดียวกัน มีข้อสังเกตว่า การกลับเข้าร่วมงานกับพปชร.ของพล.อ.วิชญ์ มีความพยายามปรับเปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัคร เนื่องจากต้องการนำผู้สมัครจากพรรค รวมแผ่นดิน 12 คน พรรคเดิมของ พล.อ.วิชญ์ เข้ามาลงในนามพปชร.หรือไม่

สมาคมครูยื่นสกัดวิรัช
ขณะเดียวกัน นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทชัยภูมิ เผยว่า ได้ส่งหนังสือ ถึงพล.อ.ประวิตร ขอความเป็นธรรมกรณีข้าราชการครูถูกป.ป.ช. ชี้มูลโครงการทุจริต สนามฟุตซอล ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ คณะครูประสงค์จัดหาสนามกีฬาให้นักเรียนและเยาวชน โดยไม่ทราบแหล่งที่มาของงบประมาณและกระบวนการที่ได้มา และเห็นร่วมกันว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ มีมลทินอันมัวหมอง มีพฤติการณ์ใช้อำนาจ หน้าที่โดยทุจริต ทำให้ครูที่รับผิดชอบโครงการที่รู้เท่าไม่ทันการณ์ ถูกป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ได้รับผลกระทบไปด้วย ทางคณะครู ผู้บริหาร สถานศึกษาสังกัดอบจ.ชัยภูมิ รวม 55 คน ขอคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองของนายวิรัช ด้วย

อบต.รวมพลจี้เพิ่มค่าตอบแทน
รายงานข่าวเผยว่า สมาคมอบต. แห่งประเทศไทย นำโดย นายวิระศักดิ์ ฮาดดา พร้อมแกนนำชุดปัจจุบัน เตรียมเคลื่อนไหวย่อยบุกทำเนียบ โดยนัดรวมพล 14 ก.พ. เวลา 13.00 น. เพื่อแสดงพลัง อบต.จากทั่วประเทศผ่านตัวแทนมาพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อทวงถามรัฐบาลเรื่องการ เพิ่มค่าตอบแทนให้สมาชิก อบต.ทั่วประเทศ เกือบ 4 แสนคน

โดยแกนนำอบต.แต่ละภาค ภาคละ 10 คนจะแต่งเครื่องแบบเต็มยศเป็นตัวแทนมายังทำเนียบ นั่งรถตู้มาประมาณ 10 คันจากเดิมนัดมากันนับพันคน แต่แกนนำห้ามไว้เนื่องจากบริเวณทำเนียบคับแคบ การมาครั้งนี้ อบต.จะประกาศจุดยืน พรรคไหนสนับสนุนเพิ่มค่าตอบแทนจะเลือกผู้สมัครพรรคนั้น พรรคไหนคัดค้านหรือเหยียบเรือ สองแคมเพราะกลัวกระแสสังคมก็จะไม่สนับสนุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน