ประวิตรคึก-บุกป้อมปราบฯ สส.ชทพ.แฉพีระพันธุ์เคยดูด มติกกต.ยื่นศาลรธน.ตีความ นับรวมต่างด้าวคำนวณสส.

กกต.ยอมแล้ว มีมติส่งศาลรธน.ตีความการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ จำนวนส.ส.และแบ่งเขตเลือกตั้ง ‘วิษณุ’ชี้ถ้ามีเหตุขัดข้องเลื่อนวันเลือกตั้งได้ แต่เชื่อทันกรอบ ‘2 ป.’ โยนถามส.ว.ขู่แลนด์สไลด์ ไม่โหวตให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ ‘บิ๊กตู่’ ฮึ่มขรก.เกียร์ว่างปลายสมัยรัฐบาลถือว่าผิดกฎหมาย ‘บิ๊กป้อม’ ลาประชุม ครม. ลุยเอาฤกษ์หาเสียงเขตป้อมปราบฯ ฟุ้งกวาดส.ส.กทม.เกิน 12 ที่นั่งเดิม ‘สมศักดิ์’สยบข่าวแยกวง ‘สุริยะ’ ยันอยู่พปชร. ‘ท็อป’ซัดอีกผู้ใหญ่ไร้มารยาทดูดส.ส.สุพรรณฯ ‘ณัฐวุฒิ’แฉ ‘พีระพันธุ์’ เคยจีบให้ย้ายไปรทสช. ศึกซักฟอกโดยไม่ลงมติเริ่มวันนี้ ‘ชวน’โยน‘สุชาติ’เคลียร์ หากเกิดเหตุสภาล่ม

กกต.ยื่นศาลตีความปมราษฎร
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. คณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ตามมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 โดยได้นำข้อคิดเห็นจากประชาชน พรรคการเมือง นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณา ประกอบกับมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและให้การเลือกตั้งส.ส.เป็นด้วยความเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณี ดังกล่าวเป็นปัญหาซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต.ที่เกิดขึ้นแล้ว จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต.ในกำหนดจำนวนส.ส.ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ตามมาตรา 210 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 ประกอบมาตรา 7(2) มาตรา 41 (4) และมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 และข้อ 15 ของข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ยื่นวินิจฉัยคือ เรื่องการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละจังหวัดพึงมี และแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อใช้ในการเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขึ้นในปี 2566

‘วิษณุ’เห็นด้วย-จะได้รู้แล้วรู้รอด
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกกต. ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ว่า ดีแล้ว จะได้รู้แล้วรู้รอด และเชื่อว่าจะทันกรอบเวลาการเลือกตั้ง เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีช่องความสงสัยในอำนาจหน้าที่อยู่ ถ้าส่งไปแล้วก็ไม่ต้องติดใจอะไร

ต่อข้อถามว่า การยื่นดังกล่าวจะกระทบกับกรอบทำงานของกกต. ที่เคยแนะรัฐบาลอย่ายุบสภาภายในเดือน ก.พ.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล และต่อให้ยุบไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาได้ อีกทั้งกำหนดวันเลือกตั้งที่ประกาศไปแล้วก็ยังเลื่อนได้ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด และถ้ามีเหตุขัดข้องในเรื่องนี้ก็สามารถเลื่อนได้ เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการถ่วงเวลาให้การเลือกตั้งล่าช้าหรือไม่นั้น นายวิษณุกล่าวว่า กรณีนี้ทำให้การ เลือกตั้งล่าช้า แต่ไม่ทำให้ถ่วงเวลา เพราะมีการกันเวลาเอาไว้

‘หนู’ลั่นภท.พร้อมทุกกติกา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคยอมรับทุกกติกา เรื่องนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของพรรค จะชอบ ไม่ชอบ เมื่อประกาศออกมาก็ตามกฎหมาย และเราต้องจัดสรรคนที่มีความสามารถและชำนาญในพื้นที่ลงไปแข่งขัน เอานโยบายเข้าแข่งขัน เชื่อว่าไม่ว่าจะแบ่งพื้นที่ยังไง ถ้านโยบายดี ผู้สมัครใครดี จะได้รับการพิจารณาจากประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการแบ่งเขตลักษณะนี้จะเกิดบัตรเสียมากขึ้น นายอนุทินกล่าวว่า เราไม่กังวล ทำนโยบายให้ดีที่สุดและทำทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดให้ประชาชนแล้ว อยู่ที่การพิจารณาจากประชาชน ต่อข้อถามว่าการลงพื้นที่คลองเตย กทม. ติดต่อกันมากกว่าพื้นที่อื่นๆ มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี เป็นไปตามคิว และได้บอกผู้สมัครในกทม.และปริมณฑล ช่วงจันทร์ถึงพฤหัสฯ จะให้พบปะประชาชน เรียกมาได้เลย ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ ต้องออกเดินสายต่างจังหวัดพื้นที่อื่นทั่วประเทศ

‘บิ๊กตู่’หวานวันวาเลนไทน์
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. หรือวันแห่งความรัก พล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อผ้าไหมสีชมพูเข้าธีม ผู้สื่อข่าวกล่าวทักทายว่า แฮปปี้ วาเลนไทน์เดย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า “แฮปปี้วาเลนไทน์นะ”

ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนพากันสวมเสื้อสีชมพู และมีสีสัน ซึ่งเป็นสีที่แสดงสื่อถึง ความรัก ความสดใส ในวันแห่งความรัก แต่การประชุม ครม.ไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะมีรัฐมนตรีลาประชุม 4 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ส่งหนังสือลากิจ และยังมีรัฐมนตรีลาประชุมอีก 3 คน คือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว. ต่างประเทศ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์

ดีใจคนอยากมอบดอกกุหลาบ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงกรณีลงพื้นที่พบประชาชนใน วันวาเลนไทน์หรือไม่ว่า “บอกแล้วว่ารักทุกคน รักทุกวัน วาเลนไทน์ถือเป็นวันสำคัญ ซึ่งจริงๆ เป็นของต่างประเทศ วันนี้กลายเป็นของไทยไปด้วย ก็ยินดี ใครที่ยังไม่มีแฟนก็ขอให้มีแฟนทุกคน ใครยังไม่แต่งงานก็ขอให้แต่งงานทุกคน ถ้าพยายามมาหลายปียังไม่สำเร็จก็ขอให้พยายามต่อไปขอให้สำเร็จ”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีติดโพล 1 ใน 5 คนดังที่ประชาชนอยากมอบกุหลาบให้เนื่องในวันวาเลนไทน์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอขอบคุณและดีใจ ซึ่งนายกฯ ก็มอบดอกไม้ในดวงใจนายกฯ ให้กับทุกคนเหมือนกัน ยืนยันว่าไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น มีแต่ความปรารถนาดีให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายไม่ว่าจะชอบ ไม่ชอบ นายกฯไม่เคยเกลียดและไม่เคยโกรธ แต่บางเวลามีอารมณ์บ้างแค่นั้นเอง

เราคือคนไทยด้วยกันควรมอบความรัก ความปรารถนาดีและกำลังใจให้กัน หากมีข้อบกพร่องหรือปัญหาอะไรต่างๆ ถามมาก็ตอบไป ตนเป็นคนพูดความจริงและยืนยันในส่วนที่ตอบได้ ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีหมด เราต้องรักกันให้มาก ไม่ใช่เฉพาะวาเลนไทน์ รักกันทั้งปีทั้งวัน ทั้งเดือน ตลอดชีวิตต้องรักกัน ถ้าไม่รักกัน แผ่นดินเราก็จะไม่สงบ ความรักจะก่อให้เกิดความร่วมมือและปัญหาต่างๆ เราจะแก้ไขไปด้วยกันพร้อมกันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน

โหมบัตรลุงตู่-โยนถามส.ว.ยี้‘อิ๊ง’
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ตนได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งนำโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าครม. เพื่ออนุมัติจะได้เริ่มโอนเงินให้ประชาชนได้ในวันที่ 1 มี.ค.นี้ และข้อมูลผู้มีสิทธิแต่ละคน จะได้รับการคุ้มครองข้อมูลภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตนได้เข้มงวดไปไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิ โดยผู้ลงทะเบียนต้องเข้าไปตรวจสอบชื่อตัวเอง จะไม่ประกาศชื่อในที่สาธารณะ

ส่วนกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางคนประกาศว่า พร้อมแลนด์สไลด์ไม่โหวตเลือก อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ไปถามส.ว.สิ เพราะผมไม่ได้เป็นคนพูด เข้าใจหรือเปล่า ส.ว.ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ก็ว่าไป”

บ่นสื่อยุ่งกับชีวิตกูจัง
เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พบกับคณะนางงามจักรวาลที่มาขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลในการเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดนางงามจักรวาลในปีหน้า

เมื่อทั้งหมดลงมาบริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 พล.อ.ประยุทธ์พูดแซวผู้สื่อข่าวว่า “ถ้าใครคิดว่าสวยกว่าให้ลุกขึ้นมายืนคู่เลย” ผู้สื่อข่าวบอกว่า “สู้ไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์จึงเอามือทาบอก พร้อมบอกว่า “คนงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า” แล้วมอบดอกพุดซ้อนที่เด็ดมาจากข้างตึกไทยคู่ฟ้ามอบให้นางงาม และถ่ายร่วมกันเป็นที่ระลึก

ระหว่างนี้ผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่าพล.อ.ประยุทธ์ยืนตัวแข็ง ยิ้มเกร็งๆ พล.อ.ประยุทธ์จึงพูดติดตลกเบาๆ ว่า ยุ่งกับชีวิต(กู)จริง (เสียงกูอยู่ในลำคอ) จากนั้นนายกฯ ได้ทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยู พร้อมพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “Valentine for all of you” และ “Hello Thailand Hello Univers” ก่อนชักชวนให้นางงามเดินเยี่ยมชมความงามของทำเนียบรัฐบาล ซึ่งระหว่างเดินพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเรื่องของงบประมาณ กระทรวงวัฒนธรรมจะนำไปพิจารณา ส่วนประโยชน์จากการจัดประกวดจะทำให้คนมาเที่ยว มาดูนางงาม มาพักโรงแรม ร้านอาหาร เป็นซอฟต์เพาเวอร์ของไทย

ขอรมต.เร่งงาน-ขู่ขรก.เกียร์ว่าง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมครม.ถึงข้อสั่งการนายกฯ ว่า เนื่องในวันวาเลนไทน์ นายกฯขอนำความปรารถนาดีมาถึงทุกคน ในวันแห่งความรักวันนี้ โดยนายกฯ ขอให้ครม.ช่วยกันทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ให้เต็มที่ ในช่วงระยะเวลาที่งวดเข้ามา ในช่วงที่ครม.ยังทำงานได้อย่างเต็มที่ อะไรที่สามารถเร่งดำเนินการได้ก็ขอให้เร่งดำเนินการ

นายกฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง และการกระทบกระทั่งกัน การให้เกียรติซึ่งกันและกันในการทำงานเป็นสิ่งที่นายกฯ ยึดมั่นมาตลอด ขอให้ทุกคนทำงานด้วยความเข้าใจ จนกว่าจะหมดวาระการทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมครม.ว่า นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานวิปรัฐบาล ได้รายงานว่า วันที่ 15-16 ก.พ. สภาผู้แทนราษฎรจะมีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 พร้อมแจ้งกรอบเวลาการอภิปรายของแต่ละฝ่ายว่าฝ่ายค้านได้กี่ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาลได้กี่ชั่วโมง หากฝ่ายไหนลุกขึ้นประท้วงก็ให้หักเวลาของฝ่ายนั้น โดยวันที่ 15 ก.พ. ฝ่ายรัฐบาลมีเวลาชี้แจง 3 ชั่วโมงก่อนเที่ยงคืน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับที่ประชุมว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลให้ความร่วมมือกับกฎหมายสำคัญต่างๆ ที่ยังออก ไม่ได้ ทั้งกฎหมายกัญชา กฎหมายประมง เรื่องดีๆ ทั้งนั้น ให้ไปหาวิถีทางให้ได้ แม้สมัยประชุมจะเหลือเวลาเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น และเน้นย้ำว่าได้รับรายงานมาจากหลายกระทรวงว่า ตอนนี้ข้าราชการใส่เกียร์ว่าง สั่งแล้วไม่ยอมทำงาน ถ้าไม่ทำถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

ป้อมปราบ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพปชร. ถ่ายภาพร่วมกับ แกนนำและว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ที่ป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ในการออกหาเสียงเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 14 ก.พ.

‘ป้อม’ลาครม.-หาเสียงป้อมปราบฯ
วันเดียวกัน ในเพจพปชร. ได้โพสต์ภาพและข้อความของพล.อ.ประวิตร ว่า “สุขสันต์วันแห่งความรัก ขอส่งใจไปถึงพี่น้องประชาชน ที่เป็นแรงบันดาลใจ สู่ใจบันดาลแรง ขอคนไทยทุกคน มีความรักความสุข ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา นำพาประเทศมั่นคง”

เวลา 14.10 น. พล.อ.ประวิตร ซึ่งลากิจ ไม่เข้าร่วมประชุมครม. ใช้ฤกษ์วันวาเลนไทน์ นำผู้บริหารพปชร. ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่รับผิดชอบพื้นที่กทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงเขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย เป็นที่แรกในกทม.

จุดแรกนำคณะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) แล้วแวะทักทายประชาชนที่มาทำบุญ เสริมดวง แก้ชง ถ่ายรูปเซลฟี่ ทำท่า Y2K และติดสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ คืนให้ประชาชนเป็นสัญลักษณ์แทนความรัก เสร็จแล้วขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียง ที่ติดป้ายสื่อสารความหมาย “ป้อมปราบศัตรูพ่าย” คือปราบศัตรู การจราจรติดขัด ยาเสพติด หนี้นอกระบบ ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ปัญหารถสาธารณะ ขยะล้นเมือง ความยากจนและค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงสโลแกน “ก้าวข้ามผ่านความขัดแย้ง” ระหว่างทาง พล.อ.ประวิตรได้ปราศรัยขอให้ชาวกรุงเทพฯ เลือกพปชร. เพื่อเข้ามาขจัดปัญหาดังกล่าว

จากนั้น ขับผ่านสน.พลับพลาไชย มุ่งหน้า ถนนหลวง แยกแม้นศรี เข้าวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กราบสักการะพระประธานภายในพระอุโบสถ ถ่ายภาพร่วมกันบริเวณป้อมมหากาฬ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ก่อนจบกิจกรรมปราศรัยหาเสียง

ฟุ้งยึดกทม.เกิน 12 คน-โบ้ยปมส.ว.
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ขึ้นรถแห่หาเสียงและลงพื้นที่กทม. มีคนทักทายระหว่างทางก็ดีใจ การเลือกลงพื้นที่วันนี้เพราะเป็นวันวาเลนไทน์ ต้องการให้ความรักกับคนกรุงเทพฯ ให้รักกัน ก้าวข้ามความขัดแย้ง และขจัดความยากจนในพื้นที่ให้หมดไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่พรรคดำเนินการ การลงพื้นที่เขตป้อมปราบฯ เพื่อไปปราบความยากจน ไม่ใช่ไปปราบกับใคร และวันนี้ที่มาขอพรวัดสระเกศ ได้อธิษฐานเหมือนๆ กัน ขอให้ประสบความสำเร็จ ผู้สื่อข่าวถามว่าบรรยากาศวันนี้ดูเหมือนประชาชนสองข้างทางตอบรับทักทายอย่างดี พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ดี เพราะอยากให้คนไทยรักกัน ทุกคนและก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดความยากจน

ต่อข้อถามว่าเสียงของสมาชิกพปชร.ที่ย้ายออกไปมีผลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ สามมิตรก็ยังอยู่ ไม่มีใครออกไปไหน มีแค่นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ คนเดียวที่ออกจากพรรคไป ที่ออกไปก็ไม่ได้ใจหาย เพราะมีคนเข้ามาเพิ่มเป็นร้อยคน ผู้สื่อข่าวถามว่าครั้งที่แล้วพรรคได้ส.ส.กทม. 12 คน ครั้งนี้ตั้งเป้าไว้เท่าไหร่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะได้ ส.ส.กทม. 12 ที่นั่งเป็นต้นไป ไม่รู้ว่าจะได้เท่าไหร่ แต่มั่นใจว่าได้พยายามคัดคนที่มีความรู้ ความสามารถที่จะมาทำงานให้กับประชาชน มาขับเคลื่อนนโยบายของพรรคให้ประชาชนพ้นจากความยากจน

ส่วนที่มีส.ว.บางกลุ่ม ประกาศจุดยืนสนับสนุนการโหวตนายกฯ แค่ 2 คน คือพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตรนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ใช่ ส.ว. ให้ไปถามส.ว. ผู้สื่อข่าวถามว่าการแสดงจุดยืน ดังกล่าว เหมือนปิดประตูพรรคเพื่อไทย (พท.) พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมไม่รู้ ต้องไปถามส.ว.”

‘สมศักดิ์’สยบข่าวแยกวง‘สุริยะ’
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พปชร. และแกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวย้ายกลับ พท. แม้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพปชร. จะยืนยันทั้งคู่ยังอยู่กับพรรคว่า ตนกับนายสุริยะ ทำการเมืองด้วยกันมาเกือบ 30 ปี เรามีแนวทาง วิธีคิดเหมือนกัน นายสุริยะประกาศอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

ส่วนที่สื่ออยากรู้ คือเรื่องทีมงานใน จ.สุโขทัย จะย้ายไปพรรคอื่นหรือไม่นั้น ตนไม่เคยหวงห้ามใคร ก่อนหน้านี้ทีมงานในกลุ่มสามมิตรย้ายไปพรรคอื่น และพาพวกไปด้วย 7-8 คน เป็นเรื่องของคนที่ต้องเติบโต หาแนวทางเดินต่อไป ประกอบกับเรามีเรื่องเส้นเวลา คือวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ถ้าเราอยากเป็น ส.ส. ก็จำเป็นต้องสังกัดพรรคตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เขาทนไม่ไหวเลยต้องหาที่อยู่ใหม่ ในกรณีที่มีพื้นที่เลือกตั้งยาก เราต้องปล่อย ซึ่งเราต้องหาคนใหม่มาเสริม คิดว่าหาได้ ไม่มีปัญหาเพราะเวลายังมีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันกับพล.อ.ประวิตร ว่าจะไม่ย้ายแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายสุริยะได้คุยกับพล.อ.ประวิตร เรียบร้อยแล้ว แต่เราจะพัฒนากลุ่มที่อยู่ด้วยกัน ไม่เป็นหัวหน้ากลุ่มรองๆ ให้มีสิทธิ์มีเสียงเสนอตัวขึ้นมาเป็นผู้บริหารในวันข้างหน้า

“ผมยืนยันว่า ตัวผมและนายสุริยะไปด้วยกัน ทิศทางเดียวกัน นายสุริยะพูดอย่างงั้น ก็โอเค” เมื่อถามว่าส.ส.สุโขทัย 2 คน จะย้ายไปพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอนแรกบอกอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อถึงวันที่ 7 ก.พ. ก็หายไป ตนไม่รู้จะทำอย่างไร

โอด‘ผู้กอง’มา-เด็ก 3 มิตรกระเด็น
ต่อข้อถามว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา กลับเข้ามาพปชร.แล้ว และรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ จะกระทบกับอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ก็ไม่รู้ อันนี้เห็น รายชื่อบางส่วนของผมหายไป แต่ตัวผมกับร.อ.ธรรมนัส ไม่มีปัญหากัน เพราะการทำงานของผม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง งานต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา แนวนโยบายของพรรคเป็นอย่างไรก็ต้องเดินตามนั้น เราต้องทำตัวเหมือนน้ำที่อยู่ในแก้วนํ้าแข็ง เชื่อมประสานให้เป็นเนื้อเดียวและทำงานร่วมกันได้ ซึ่งผมก็ทำงานได้ ไม่มีปัญหา”

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้หลักการทำงานของกลุ่มสามมิตร เหมือนน้ำในแก้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นหลักการของตน เราให้เอกสิทธิ์ย้ายได้ เพื่อไปสร้างกำลัง สร้างนักการเมืองขึ้นมาใหม่ได้ เป็นโอกาสของแต่ละคนที่จะได้แสดงฝีมือกัน ต่อข้อถามว่าที่เปรียบเป็นเหมือนน้ำในแก้ว แสดงว่าหลังเลือกตั้ง กลุ่มสามมิตรจะกลับมารวมกันใหม่ ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังอีกไกล

เมื่อถามถึงบทบาทของนายสมศักดิ์ ในพรรคจะมีหน้าที่อะไรบ้างและจะอยู่ในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)ลำดับที่เท่าไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะอยู่บัญชีรายชื่อลำดับที่เท่าไหร่ ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ขอทำงานในหน้าที่รัฐมนตรี เราอยากไปต่อ ก็ต้องมีที่ยืนเป็นมั่นเป็นเหมาะ เมื่อถามว่าสามมิตรที่ย้ายออกไป พรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งหรือไม่ นาย สมศักดิ์กล่าวว่า ต้องส่งเต็มที่ เชื่อว่าตนสร้างได้

‘ท็อป’ซัดอีกไร้มารยาทดูดส.ส.
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวผู้ใหญ่บางพรรคพยายามดูด ส.ส.สุพรรณบุรี ของชทพ. เพื่อให้ลงเลือกตั้งชนกับพรรคว่า เป็นเรื่องปกติ แต่แปลกใจ ที่มีการพัฒนาวัฒนธรรม ใหม่ๆ เกิดขึ้น ตนอาจยึดติดกับวัฒนธรรมเดิมๆ และคิดว่าต่างพรรคต่างมีแนวทางการทำงานแตกต่างกัน ชทพ.พูดแล้วว่าพื้นที่สุพรรณบุรี ถ้าไม่ใช่ชทพ.เข้ามา ก็ลุยเต็มที่เหมือนกัน ส่วนนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.บางปลาม้า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ทำให้เห็นชัดว่า นายณัฐวุฒิ ยังอยู่กับ ชทพ. ส่วนน้องชายนายณัฐวุฒิ ก็ต่างกรรมต่างวาระ มีแนวทางแตกต่างกันไป ตนตอบแทนเขาไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับน้องชายนายณัฐวุฒิหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ได้คุย ไม่ได้ถาม เพราะโตๆกันแล้ว ใครอยากทำอะไรคงบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่ใครเข้ามา เราต้องป้องกันพื้นที่อย่างเต็มที่ ตนบอกแล้วว่าสุพรรณบุรี หนักทั้ง 5 เขต ไม่มีเขตใดเบากว่าเขตใด หลายพรรคจับจองจะเข้ามาตีให้เมืองหลวงของ ชทพ.แตก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราจะต้องปกป้องอย่างเต็มที่ ต่อข้อถามว่ารู้สึกเคืองหรือไม่ที่ถูกตีท้ายครัว นายวราวุธกล่าวว่า ถือเป็นความแปลกใจมากกว่า ถ้าใครในพรรคจะเคืองก็เข้าใจได้ แต่เราคิดว่าไม่เหมาะ เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง แต่เขาอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์

เมื่อถามว่าชทพ. ยืนยันสุพรรณบุรี แลนด์สไลด์ 5 เขตใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า “ขอไม่ใช้คำว่าแลนด์สไลด์ เดี๋ยวจะหาว่าเลียนแบบ แต่มั่นใจว่าเราถล่มทลายและจะยึด 5 เขตของสุพรรณบุรีให้ได้”

‘ณัฐวุฒิ’แฉ‘พีระพันธุ์’จีบเอง
ด้านนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี ชทพ. ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ว่า เคยถูกนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เชิญไปทานข้าวในช่วงที่ก่อตั้ง รทสช. เพื่อทาบทามให้ย้ายพรรค ซึ่งตนปฏิเสธ พร้อมบอกว่าไปไม่ได้เพราะสุพรรณบุรี ต้อง ชทพ.เท่านั้น อีกทั้งตนไม่คิดย้ายพรรค เนื่องจากผูกพัน และสร้างพื้นที่มาด้วยกันตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ

ตนกับนายพีระพันธุ์ สนิทสนม เคารพกันมานาน แต่ตนบอกกลับไปว่า ตนไม่เคยศรัทธาพล.อ.ประยุทธ์ เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ สิ่งที่ทำทุกวันนี้คือ การหมักหมมปัญหาให้บ้านเมือง 8 ปีที่ผ่านมาสร้างความเสียหายในระยะยาวอีกมาก ซึ่งนายพีระพันธุ์ ยังบอกว่าหากคิดจะย้ายขอให้พิจารณารทสช.เป็นพรรคแรก

“หากจะเป็นหัวหน้าพรรคต้องมองเรื่องพื้นที่ การทำงานในพื้นที่ หาก 4 ปีไม่เคยลงพื้นที่แล้วไปเลือก เป็นผม ผมอาย คนสุพรรณบุรีฉลาดที่จะเลือก ไม่ใช่เพราะนามสกุล และอย่ามองเฉพาะการชนะเลือกตั้ง ต้องมองให้ไกลกว่านั้นว่า หลังเลือกตั้งจะทำอะไรกัน หากจะทำให้พรรคประสบความสำเร็จและได้เป็นแกนนำรัฐบาล ต้องเป็นแกนนำที่ทุกพรรคยอมรับ นี่คือมารยาทที่ต้องเป็นบทเรียน โดยเฉพาะนายกฯ คนนี้ เรียกว่า มะกอกสามตะกร้า ปาไม่ถูก เพราะวันนี้พูดอย่าง วันพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง” นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามว่านายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ตอบตกลงจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.สุพรรณบุรี เขต 1 รทสช. นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบมาก่อน การตัดสินใจเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับความเป็นพี่น้องหรือนามสกุล แต่ในพื้นที่สุพรรณบุรีไม่มีใครชนะ ชทพ.ได้ การลงทุนทางการเมืองแบบนี้ ถือว่าจะมีความเสียหายมากกว่า ไม่มีใครทำ เขาประเมินดูแล้ว มีแต่ลบ ไม่มีบวก คนเป็นหัวหน้าพรรคต้องใจใหญ่ อย่ามองแคบ หากจะเป็นแกนนำหรือเป็นนายกฯ ต่อไป

‘ธนกร’ปัดตีท้ายครัว
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องรทสช.ชักชวนผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี ชทพ. ไปลงสมัครในนามรทสช. ตนไม่ทราบ เข้าใจว่าการย้ายพรรค เป็นเรื่องการเมืองและต้องให้เกียรติ ส.ส.และผู้สมัครส.ส. ย่อมรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วจะได้รับการเลือกตั้งเข้ามา จึงไม่อยากให้ไปตำหนิติเตียนกลไกเหล่านี้ เพราะทุกพรรคก็ขยับขยายกัน ย้ำว่าอย่ามองว่าเป็น ส.ส.ขายตัว เพราะการเลือกตั้ง ผู้สมัครต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง ที่จะให้ประชาชนเลือก

ส่วนที่มองเป็นเรื่องมารยาททางการเมือง นายธนกรกล่าวว่า ทุกพรรคต้องมีมารยาททั้งนั้น อยู่ที่ว่าแต่ละพรรคเข้าใจมารยาทแบบไหนมากกว่า วันนี้ต้องยอมรับว่ากระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีอยู่สูงมาก ไม่ใช่เฉพาะ ภาคใต้ ภาคกลาง แต่มีหลายภาค มีนักการเมืองหลายคนติดต่อมาสมัครอยู่กับพรรคจำนวนมาก และวันนี้พรรคได้เตรียมผู้สมัครไว้เกือบหมดแล้ว ก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบ้าง พรรคจะพิจารณาและเลือกผู้สมัครที่ประชาชนไว้วางใจ

ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะลง พื้นที่ตรวจราชการที่จ.นครศรีธรรมราช ส่วนผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคเตรียมไว้หมดแล้ว แต่ยังเหลืออีก 3 เขตที่มีผู้สมัครซ้อนกัน หากพูดคุยกันไม่จบ ก็ต้องทำโพล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์วางกติกาไว้ว่า ต้องไม่มี ผู้สมัครเป็นเด็กเส้น เลือกคนที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด เลือกตั้งปี 2562 ที่ตนยังอยู่พปชร.คะแนนของพล.อ.ประยุทธ์ ในพื้นที่มีถึง 25% เท่ากับ 25,000 จาก 100,000 คะแนน เชื่อว่าครั้งนี้ โอกาสที่จะได้ส.ส.นครศรีธรรมราช ยกทั้งจังหวัดมีสูง ตนไม่ได้คุย แต่คนนครศรีธรรมราชรักลุงตู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวทีปราศรัยประตูสู่อีสาน ที่จ.นครราชสีมา ในวันที่ 25 ก.พ. นายธนกรกล่าวว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่คอีสานได้เตรียมการไว้หมดแล้ว จะมีคนไปร่วมฟังเวทีปราศรัย 4-5 หมื่นคน

‘เหลิม’ฉะกลัวส.ว.ปัญญาทึบ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. กล่าวกรณี ส.ว.จะไม่โหวตให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นนายกฯ ว่า การเป็น ส.ว. เขาเรียกว่าสภาสูง โดยหลักต้องเป็นคนมีความรู้ความสามารถถึงจะได้รับแต่งตั้ง แต่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. บอกว่าหัวหน้าครอบครัวยังอายุน้อย แสดงถึงปัญญาทึบ ไม่ได้มองโลก นายกฯ นิวซีแลนด์ก็อายุ 30 ปีนิดๆ ขณะที่นายกฯ ฝรั่งเศส 30 ปีหน่อยๆ ส่วนผู้นำครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งไม่ทราบว่าในอนาคตจะเป็นนายกฯ หรือไม่นั้น อายุ 37 ปี เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เรียน ป.โทจบเมืองนอก เหมาะสม ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง การที่ ส.ว.มาพูดว่ายังละอ่อน คนที่ละอ่อนคือนายวันชัย ต่างหาก

ส่วนที่ห้ามไม่ให้ไปจับมือพปชร. และคนนั้นคนนี้ มันเรื่องอะไรของพวกคุณ คุณรู้แล้วหรือว่าพท.จะจับมือกับพปชร. ใครก็ตามถ้ายังมีสติปัญญาก็ไม่เอาพปชร. ตนพูดความเห็นส่วนตัว เพราะพปชร.คือกากเดนของรัฐประหาร แล้วมาสถาปนาเป็นพรรค อวดดี อวดรู้สู่ฉลาด

เมื่อถามว่าส.ว.พูดแบบนี้เพราะยังมีสิทธิเลือกนายกฯ ในครั้งหน้า ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า นี่เป็นรัฐธรรมนูญที่บัดซบไม่ควรมีอย่างนี้แล้ว นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบัดซบแล้ว ไม่ทันสมัยในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ต้องร่างรัฐธรรมนูญโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ให้เอารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็น ตัวตั้ง แล้วแก้ไขสัดส่วนการเข้าชื่อของ ส.ส. ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ เพื่อป้องกันวาทกรรมเผด็จการรัฐสภา ที่สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ประสบ

ภท.ตีปี๊บประกันชีวิตคนชรา
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกภท. เปิดเผยว่า ภท.ออกนโยบายสำหรับผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับสิทธิเป็นสมาชิกกองทุนประกันชีวิต และมีกรมธรรม์ประกันชีวิตทันทีโดยไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต โดยกองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ 1.ผู้สูงวัย ไม่เป็นภาระของลูกหลาน มีสิทธิกู้เงินดูแลตัวเอง และประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเองได้ ในวงเงิน 20,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่จะใช้กรมธรรม์ประกันชีวิต ที่รัฐบาลจัดทำให้ค้ำประกันตัวเอง และ2.ในวันที่จากไป ผู้สูงวัยไม่สร้างภาระให้ลูกหลาน ทุกคนจะมีมรดกให้ลูกหลาน ทายาท และครอบครัว รายละ 100,000 บาท

กองทุนประกันชีวิต 60 ปีขึ้นไป เป็นนโยบายที่ภท. นำเสนอให้ประชาชนพิจารณา และจะนำไปเป็นนโยบายรัฐบาล ทำทันที หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ลงคะแนนเลือกตั้งให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้สูงวัยทุกท่าน ไม่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง และได้รับการปฏิบัติ ตอบแทนในฐานะบุคลากรที่มีคุณค่าของครอบครัว และสังคมไทย ในโอกาสที่ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างเต็มรูปแบบ “เลือกพรรคภูมิใจไทย ไปดูแลผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตราบจนสิ้นลมหายใจ ผู้สูงวัย ไม่ใชภาระของครอบครัว แต่เป็นผู้มีพระคุณของลูกหลาน”

ยื่นหนังสือ – นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทวงถามความคืบหน้าคดีอุ้มหายผู้ลี้ภัยการเมือง รวม 8 คน ที่ด้านหน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 ก.พ.

‘ชวน’ให้‘สุชาติ’เคลียร์ถ้าสภาล่ม
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการวิจารณ์เรื่ององค์ประชุมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.ว่า วันเวลา ดังกล่าวเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดมา ขณะนี้ มีตัวเลขส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้รวมทั้งหมด 419 คน แบ่งเป็นฝ่ายค้าน 186 คน รัฐบาล 233 คน โดยรวมถือว่ารัฐบาลยังเป็นเสียงข้างมากอยู่พอสมควร การประชุมครั้งนี้มีการถ่ายทอดเสียงให้ประชาชนได้รับรู้ผ่านทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภาและสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งประชาชนสามารถติดตามการประชุมได้ จึงหวังว่าองค์ประชุมจะครบ และหากไม่มีปัญหา การอภิปรายก็ใช้เวลา 2 วันตามที่ตกลงกันทั้งสองฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการประชุมวันที่ 15 ก.พ. ไม่สามารถเปิดได้ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป นายชวนกล่าวว่า เรามีเวลาเพียงแค่สัปดาห์หน้าอีกสัปดาห์เดียวก็ปิดสมัยประชุม และวันศุกร์ที่ 17 ก.พ. มีการประชุมร่วมรัฐสภา สมมติว่าการประชุมวันที่ 15 ก.พ.ทำไม่ได้ ก็ให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา คนที่ 1 หารือกับคณะกรรมการประสานงาน (วิป) สองฝ่ายอีกครั้ง เพราะเราไม่มีเวลามากไปกว่านี้แล้ว การประชุมในสัปดาห์สุดท้ายของสมัยประชุมจะพยายามทำให้เรื่องที่ค้างไว้และเรื่องที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้วได้พิจารณาให้หมด เพราะในกมธ.ทำงานกันมา 1-3 ปี บางคณะใช้เบี้ยประชุมไปเป็นล้านบาท บางคณะใช้ 2-3 ล้านบาท จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้เรื่องเหล่านั้นเสียไป ตนจึงบอกให้ทุกคนร่วมมือกันเพราะเป็นผลงานของสมาชิก

“ผมย้ำเตือนเสมอว่าอย่าไปประมาท เตือนส.ส.ที่มีความมั่นใจว่าอย่าไปมั่นใจเพราะปัจจุบันประชาชนติดตามการประชุม และระบบการสื่อสารปัจจุบันสามารถเจาะได้ลึก ซึ่งประชาชนอาจจะรู้หรือคู่แข่งขันรู้แล้วเอาตัวเลขไปบอกประชาชนว่าไม่มาประชุมบ่อย อาจเกิดผลกระทบได้” นายชวนกล่าว

‘พีระพันธุ์’รับหนังสืออบต.
เมื่อเวลา 13.30 น. นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกอบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย มาให้กำลังใจข้าราชการ และขอบคุณนายกฯ เรื่องการขอปรับค่าตอบแทนผู้บริหาร และสมาชิกสภาอบต. ซึ่งสมาคมอบต. ได้จัดทำข้อเสนอตั้งแต่ก่อนปี 2557 แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการพิจารณา ประกอบกับช่วงต้นปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย จึงได้ขับเคลื่อนผลักดันการเสนอปรับค่าตอบแทนต่อรมว.มหาดไทยอีกครั้ง จนทำให้ขณะนี้ผ่านความเห็นชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความเห็นชอบในหลักการ ตามลำดับ ยืนยันไม่ได้มาจากการเสนอปรับโดยกลไกทางการเมืองอย่างที่เป็นข่าว

อีกประเด็น ที่มีตัวแทนพรรคการเมืองเสนอปรับอัตราของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางสมาคม อบต. เห็นด้วย ซึ่งต้องใช้งบประมาณโดยตรงจากรัฐบาล เพราะ อบต. กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับพื้นที่ในทุกมิติร่วมกันมาโดยตลอด ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ ได้ออกมารับหนังสือ พร้อมกล่าวว่า ตนได้รับเรื่องจากนายวิระศักดิ์ ว่าได้ทำเรื่องนี้มานานแล้วและเรื่องดังกล่าวไม่คืบหน้า โดยฝากให้ตนช่วยติดตาม เท่าที่ตนทราบเรื่องดังกล่าวใกล้จะจบแล้ว จึงถือโอกาสมาเรียนให้ทุกท่านทราบ และทางรมว.มหาดไทย ได้กำชับให้เร่งดำเนินการให้เป็นไปตาม ขั้นตอนโดยเร็ว

ถกมาเลย์ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้อนรับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และคณะ หารือแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนควบคู่การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน ที่โรงแรมเชอราตัน กทม.

‘ป้อม’จับมือมาเลเซียดับไฟใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พร้อมภริยา เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ 9-10 ก.พ.2566 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเข้าหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเสริมและเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้ต้อนรับและหารือร่วมกับนายอันวาร์ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ซึ่งภาพรวมความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่แนบแน่นระหว่าง พล.อ.ประวิตร และนายอันวาร์ ส่งผลให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นกันเองและมีความจริงใจต่อกัน โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต่างเห็นพ้องร่วมกันให้เกิดความสงบไม่มีความรุนแรงและเปิดพื้นที่พัฒนาร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน โดยมุ่งมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชุมชน ควบคู่ไปกับความมั่นคง ซึ่งจะมีการประสานการทำงานร่วมกันอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าว โดยมาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และถือเป็นสัญญาณที่ดี หลังได้มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยเพื่อสันติสุข (facilitator) ของมาเลเซียแล้ว ซึ่งนายอันวาร์ย้ำอย่างเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร จะสามารถแก้ปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงที่มีอยู่ให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันได้ในที่สุด

วุฒิสภาไฟเขียว‘สมภพ’นั่งกสทช.
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่รัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมพิจารณาผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 16 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.กสทช. (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 คือ นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ โดยเป็นการพิจารณาลับและลงมติลับ

ปรากฏว่า นายสมภพได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงให้ความเห็นชอบ 197 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 9 คะแนน ไม่ออกเสียง 5 คะแนน จึงถือได้ว่านายสมภพได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. จากนั้นจะนำความกราบบังคมทูล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งนายสมภพให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.ต่อไป

ผลลงมติครั้งนี้ทำให้มีกรรมการ กสทช.ครบ 7 คน จากปัจจุบันมี 6 คน ได้แก่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช., พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต, นายต่อพงศ์ เสลานนท์, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร

ปีติ‘ในหลวง’ทรงช่วยดินไหวตุรกี
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือประเทศตุรกี ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากว่า ในการให้ความช่วยเหลือประเทศไทยได้ดำเนินการมาสักระยะหนึ่งแล้วตั้งแต่วันแรกก็ได้สั่งการให้มีการติดตาม ประสาน แสวงหาความร่วมมือ และมอบเงินช่วยเหลือไปก้อนแรก

รวมทั้งตัดสินใจสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย(มท.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งชุดช่วยเหลือและช่วยเหลือ (USAR Thailand-ยูซาร์ ไทยแลนด์) พร้อมสุนัขกู้ภัย เซียร่า-ซาฮาร่า อีก 2 ตัว รวมทั้งมีคณะทำงาน ร่วมไปอีกหลายคนด้วยกัน และวันนี้ได้รับทราบถึงผลการปฏิบัติที่ดีมาก ได้รับคำชื่นชมจากต่างประเทศและจากคณะทำงานที่มาจากประเทศอื่นๆ ด้วยในการค้นหาจากชุดกู้ภัย คือ K9 ลงไปช่วยเหลือดูแลและตรวจสอบพบผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายพอสมควร และวันนี้ยังมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง

“เป็นที่น่ายินดี และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสิ่งของไปช่วยเหลืออีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของเต็นท์ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ ก็จะเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจัดเตรียมอากาศยานเครื่องบินโบอิ้ง 740 บินตรงไปถึงตุรกีได้โดยไม่ต้องแวะ เพื่อนำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ ขณะเดียวกันขากลับจะรับคนไทยที่อยู่อาศัยที่ตุรกีกลับมาจำนวน 23 คน รวมทั้งจะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ได้ช่วยเหลือกับทางตุรกี เป็นที่น่าภาคภูมิใจในการที่ได้ส่งทีมช่วยเหลือและกู้ภัยไปนั้น เท่ากับเราได้ฝึกหัดในสถานการณ์ที่แตกต่างจากบ้านเรา ทั้งอากาศที่หนาวเย็น ประมาณ 0 ถึง -4 องศา ทั้งนี้ ขอชื่นชมกำลังพลทุกคนที่มีความตั้งใจและอดทนมีขีดความสามารถในการทำงาน และขอชื่นชมสุนัขทั้ง 2 ตัวที่ร่วมคณะทำงานในชุดดังกล่าวด้วย สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมเกียรติและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทย ทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย เผยว่า ทีมยูซาร์ไทยแลนด์ จะเดินทางออกจากตุรกี ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ และกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 18 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. โดยการปฏิบัติงานของทีมดังกล่าวถือว่าทำงานได้มาก ค้นพบร่างผู้เสียชีวิต 34 ราย ขณะที่ทีมแพทย์ของเราสามารถช่วยเหลือประชาชนที่นั่นได้เป็นจำนวนมาก

จ่อคลอดพ.ร.ก.ปราบ‘บัญชีม้า’
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมได้สั่งการให้เข้มงวดป้องกันมิจฉาชีพ ที่หลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน หรือดูดเงินประชาชนจากบัญชีธนาคารผ่านโซเชี่ยล สร้างความเสียหายประชาชนจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพเหล่านี้จะอ้างรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างแนบเนียนทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ข้อมูล 10 เดือนแรกของปี 2565 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พบว่า มีคดีออนไลน์วันละ 800 คดี จำเป็นต้องทำตามกฎหมาย ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ไว้แล้ว จะเร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เมื่อประกาศใช้แล้วจะให้อำนาจตำรวจไซเบอร์ในการจับผู้กระทำความผิดและสามารถทำงานร่วมกับสถาบันการเงินได้ คิดว่าจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า หน่วยงานที่มักจะถูกแอบอ้างคือกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ซึ่งกระทรวงการคลังยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อคืนภาษีผ่านไลน์หรือระบบอื่นๆ อีกทั้งตอนนี้กำลังร่างพ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้กระทรวงดีอีเอส กสทช. ส่งเอสเอ็มเอส แจ้งเตือนประชาชนขอให้ประชาชนจำไว้ว่าหากมีโทรศัพท์เข้ามา แต่ไม่รู้จักอย่าไปรับเท่านั้นเอง ส่วนใหญ่เผลอไปรับคุยไปคุยมาแล้วถูกดูดข้อมูล ซึ่งในร่างพ.ร.ก.อาชญากรรมทางเทคโนโลยีนั้น กำหนดให้ผู้เปิดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตัวเอง หรือกิจการที่ตัวเองเกี่ยวข้อง หรือที่เรียกว่า บัญชีม้า มีความผิดทุกประการจะลงโทษทางคดีอาญาอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน