อุตุฯ แจ้งกทม.-ปริมณฑล-ตะวันออก เตรียมรับอุณหภูมิลดอีกรอบ 1-4 องศา หลังคลื่นลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง มีลูกเห็บตกบางแห่ง เชียงใหม่วิกฤตหนักพุ่งอันดับ 4 คุณภาพอากาศเมืองแย่ที่สุดของโลก วัดค่าฝุ่นได้ 168 มคก./ลบ.ม. ที่เชียงดาว พุ่งถึง 197 มคก. กรมควบคุมมลพิษ รายงาน 39 พื้นที่เหนือ-อีสาน ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ตั้งแต่ 50-68 มคก. เตือนมีผลต่อสุขภาพ คาด 19 ก.พ. เหนือตอนบนค่าฝุ่นพุ่งสูงสุด จิสด้ารายงานพบพื้นที่ฮอตสปอตในไทยกว่า 2.6 พันจุด ลำปางมากสุด 388 จุด รองลงมา ตาก 321 จุด, น่าน 318 จุด และเชียงใหม่ 249 จุด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.พ. กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) air4thai.com ระบุสภาพอากาศของตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งบนดอยสุเทพ ต.สุเทพ จุดศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก และจุดกลางเมืองเชียงใหม่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต.ศรีภูมิ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) พีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐานตั้งแต่ 50-68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เป็นสีส้ม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ส่วนจากเว็บไซต์ https://www.iqair.com/ ช่วงเวลา 09.13 น. จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดการเมืองที่มีมลพิษแย่ที่สุดของโลก US AQI พบว่า จ.เชียงใหม่ คุณภาพอากาศขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของเมืองที่คุณภาพแย่ที่สุด 167 มคก./ลบ.ม. ซึ่งอันดับ 1 ไปจนถึง 4 คุณภาพอากาศไม่ได้ทิ้งห่างกันมาก และปรับเปลี่ยนอันดับได้ตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 10.00 น. พบว่าจ.เชียงใหม่ คุณภาพอากาศขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของเมืองที่คุณภาพแย่ที่สุด 168 มคก./ลบ.ม.แล้ว

เวลา 11.00 น. คพ.รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พบค่าระหว่าง 11-197 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานรวม 39 พื้นที่ ดังนี้

ภาคเหนือ 28 พื้นที่ โดยที่จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่นสูงสุดที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 197 มคก./ลบ.ม., ต.ช้างเผือก, ต.ศรีภูมิ, ต.สุเทพ อ.เมือง, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม และต.หางดง อ.ฮอด, จ.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง, ต.สบป้าด ต.บ้านดง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ, จ.เชียงราย, ต.เวียง อ.เมือง, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย, ต.เวียง อ.เชียงของ, จ.แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง, ต.เวียงใต้ อ.ปาย, จ.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ, จ.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง, ต.ลี้ อ.ลี้, จ.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง, จ.พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง, จ.ตาก ต.น้ำรึม อ.เมืองม ต.แม่ปะ อ.แม่สอด, จ.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง, จ.อุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง, จ.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง และจ.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 พื้นที่ จ.มุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมือง, จ.ขอนก่น ต.ในเมือง อ.เมือง, จ.เลย ต.กุดป่อง อ.เมือง, จ.หนองคาย ต.มีชัย อ.เมือง, จ.อุบลราชธานี ต.ในเมือง อ.เมือง, จ.นครพนม ต.ในเมือง อ.เมือง, จ.สกลนคร ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง, จ.อุดรธานี ต.หมากแข้ง อ.เมือง, จ.หนองบัวลำภู ต.ลำภู อ.เมือง และจ.ชัยภูมิ ต.ในเมือง อ.เมือง

ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่

แก้ฝุ่นพิษ – พรรคเพื่อไทยจัดเสวนา ‘วิกฤตฝุ่น PM2.5 เพื่อไทยมีทางแก้ไข’ โดยมีนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครส.ส.กทม. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรค และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ร่วมเสนอ 6 ทางออก ที่พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ.คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ในวันที่ 15-16 ก.พ. มีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศที่ดี เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น และมีลมใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงช่วยพัดพาฝุ่นละออง ออกจากพื้นที่ แต่หลังวันที่ 17 ก.พ. อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวันที่ 18 ก.พ. สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังบริเวณภาคเหนือตอนบน ในช่วงวันที่ 15-19 ก.พ. โดยติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุว่า จากสภาพอากาศของภาคเหนือที่กำลังอยู่ในช่วงของวิกฤติคุณภาพอากาศจากหมอกควัน และไฟป่า จนค่าฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 พุ่งสูงเกิดค่ามาตรฐานมาต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ในช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ก.พ. จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง และพายุลูกเห็บเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ จะส่งผลดีต่อสภาพปัญหาวิกฤตคุณภาพอากาศของภาคเหนือจะคลี่คลายลงไปได้ ฝุ่นควันจะถูกชะล้างลงมาจากอากาศ และส่วนหนึ่งก็จะถูกยกให้ลอยตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เนื่องด้วยบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ และจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในวันที่ 15 ก.พ. ขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป

ประกอบกับช่วงวันที่ 16-17 ก.พ. จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก บางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศา ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-4 องศา

ขณะที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า ระบุข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ของระบบเวียร์ ว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ไทยพบจุดความร้อน จำนวน 2,656 จุด ขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ตามมาติดๆ จำนวน 2,321 จุด, สปป.ลาว 1,422 จุด, กัมพูชา 664 จุด, เวียดนาม 542 จุด และมาเลเซีย 1 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่สูงสุดพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,196 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 1,071 จุด, พื้นที่เกษตร 159 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 127 จุด, ชุมชนและอื่นๆ 100 จุด และริมทางหลวง 3 จุด โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดวานนี้คือ จ.ลำปาง 338 จุด จ.ตาก 321 จุด จ.น่าน 318 จุด และจ.เชียงใหม่ 249 จุด ตามลำดับ จากภาพแสดงให้เห็นว่าภาคเหนือมีปริมาณจุดความร้อนมากกว่าภาคอื่นๆ

เวลา 14.30 น. ทางอำเภอแม่ออน จ.เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์กรณีเกิด ไฟไหม้ จุดใหม่บริเวณหลังเขาวิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง พื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน ไฟป่าไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง ข้ามเขตติดจาก ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง และเกิดจุดฮอตสปอต 1 จุด

สกัดไฟป่า – เจ้าหน้าที่เข้าสกัดไฟป่าลุกไหม้ป่ารอยต่อ อ.แม่ออนและ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ขณะที่สภาพอากาศของเชียงใหม่วิกฤตพุ่งอันดับ 4 ของโลก เมื่อวันที่ 14 ก.พ.

นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอแม่ออน ได้สนธิกำลังนำฝ่ายปกครอง อส.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต.บ้านสหกรณ์ ต.ออนกลาง และต.ออนเหนือ ร่วมกับหน่วยงานป่าไม้ จำนวน 250 คน เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการควบคุมไฟ ทำแนวไม่ให้ลุกลาม จนเกิดจุดความร้อน ช่วงดาวเทียม หมุนผ่าน พร้อมทั้งตรวจสอบหาตัวผู้กระทำความผิดแจ้งนายอำเภอ ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ นายอำเภอแม่ออนได้ประสาน อำเภอสันกำแพง นำกำลังขึ้นฝั่ง อ.สันกำแพง อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนที่ จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฟป่าที่ลุกลามตามแนวเขาหลายพื้นที่ของจังหวัดยังคงลุกลามขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังพล-จิตอาสา เข้าสกัดไฟป่าแล้วก็ตาม และยังไม่มีแนวโน้มที่จะควบคุมได้ จึงทำให้สถานการณ์หมอกควันฝุ่นพิษใน จ.พะเยา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา พบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ถึง 169 มคก./ลบ.ม. และพีเอ็ม 10 มีค่า 191 มคก./ลบ.ม. ค่าคุณภาพอากาศ AQI มีค่า 279 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเท่าตัว อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ทำให้สภาพอากาศโดยทั่วไปของพะเยาถูกปกคลุมด้วยควันไฟหนาทึบ ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบคือเกิดอาการป่วยเป็นหวัด ไอ คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบคอ แสบตากันเป็นจำนวนมาก มีหมอกควันปกคลุมทั่วในหลายอำเภอ ตั้งแต่ช่วงเช้า กลางท้องนามีแสงขมุกขมัวมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ได้อย่างชัดเจน ขณะที่อุณหภูมิในช่วงเช้ายังเย็นและร้อนในตอนกลางวัน

ขณะที่ จ.ตาก นายก้องกิตติพัศ พิชัยณรงค์ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าตาก สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.ตาก ทวีความรุนแรง ส่งผลให้เกิดปัญหาหมอกควันพิษจากไฟป่า ลอยปกคลุมกระทบต่อสุขภาพประชาชน ด้วยสถานการณ์ปัญหาเกิดจากมีคนลักลอบเข้าป่าและจุดไฟเผาป่า เพื่อแสวงผลประโยชน์จากป่า โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 4 (ตาก) กรมป่าไม้ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังเจ้า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.24 (วังเจ้า) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สปจ.ที่ 4 (ตาก) 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.จังหวัดตาก เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ 2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านท่าตะคร้อ ต.ประดาง อ.วังเจ้า จังหวัดตาก ได้ลาดตระเวนตรวจพื้นที่ตามข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จุดความร้อนจากดาวเทียม ช่วงเวลา 01.49 น. วันที่ 13 ก.พ.ว่า พื้นที่ไฟไหม้ป่าที่เกิดจุดความร้อนที่บริเวณป่าบ้านท่าตะคร้อ ต.ประดาง จำนวน 1 จุด

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงพบนายสายัณห์ สุขเครือ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/3 หมู่ 3 ต.หนองบัวใต้ อ.เมือง จ.ตาก นั่งเฝ้าอยู่บริเวณจุดที่เกิดไฟไหม้ จึงแสดงตนเพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นรับว่าเป็นคนจุดไฟเผาป่าบริเวณดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันควบคุมไฟที่กำลังลุกไหม้ป่าได้

จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่เกิดไฟไหม้พบว่า พบเตาเผาถ่านไม้จำนวน 2 เตา ใกล้ๆ กันมีกระสอบบรรจุของป่าหวงห้าม ถ่านไม้ จำนวน 7 กระสอบ ปริมาณน้ำหนัก 117 กิโลกรัม มีไม้หวงห้ามท่อน จำนวน 1 ท่อน และเศษถ่านไม้ ขี้เถ้ากระจายอยู่ทั่วไป และตรวจพบอาวุธปืนยาวแบบประดิษฐ์เอง จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 1 ชุด (ลูกตะกั่วอยู่ในขวด 2 ขวด และถุงผ้า 1 ถุง, ดินปืนอยู่ในขวด 1 ขวด, ฝอยมะพร้าวอยู่ในขวด 1 ขวด, แก๊ป 15 ดอกอยู่ในถุงพลาสติก) รวมกันอยู่ในถุงย่าม และรถจักรยานยนต์พ่วงท้ายรถเข็น 1 คัน จอดอยู่ พบเครื่องมือในการเผาถ่าน มีเลื่อยโค้ง มีด จอบ เสียม ขวาน วางอยู่บริเวณเตาเผาถ่าน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง ควบคุมตัวนายสายัณห์นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังเจ้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนที่ จ.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง คุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับปานกลาง (สีเหลือง) ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ 40 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ดัชนีคุณภาพอากาศในภาพรวม AQI ขณะนี้วัดได้ 59 อยู่ในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม ยังพบการลักลอบเผาเศษตอซังข้าวและพืชผลทางการเกษตร เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกรอบใหม่ เช่นที่ หมู่ 1 ต.กระเบื้องใหญ่ นางสมบัติ โชติกลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุไฟไหม้ในพื้นที่การเกษตร นาข้าว ในพื้นที่ดูแล จึงรีบแจ้ง อบต.กระเบื้องใหญ่ เข้าระงับเหตุใช้รถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ช่วยดับไฟในทันที แต่จากการตรวจสอบยังไม่พบผู้ก่อเหตุเผา นอกจากนี้ ยังพบเกษตรกรลักลอบเผาตอซังข้าวที่บ้านโนนม่วง หมู่ 4 ต.ท่าหลวง เนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ และที่หมู่ 8 ต.กระชอน อ.พิมาย ด้วย ซึ่งยังจับตัวผู้ก่อเหตุไม่ได้ ได้ประสานกับฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ในแต่ละพื้นที่ เข้าระงับเหตุแล้ว

ส่วนที่ อ.ชุมพวง พบจุดความร้อน 2 จุด ที่บ้านละโว้พัฒนา หมู่ 20 ต.ประสุข ทางเกษตรอำเภอและคณะกรรมการหมู่บ้าน จึงรีบลงไปตรวจสอบจุดบริเวณที่เกิดความร้อน ซึ่งพบว่าเกิดจากการลักลอบเผาใบอ้อยของเกษตรกรจากพื้นที่อื่นที่มาเช่าพื้นที่ปลูก แต่ไม่พบตัวผู้เผา และที่หมู่ 2 บ้านเย้ยตะแบง ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย เกษตรกรเจ้าของแปลงเป็นคนเผา จึงแจ้งให้เกษตรกรระงับการเผาโดยทันทีและใช้รถไถ ไถกลบเพื่อดับไฟได้เรียบร้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน