ตำรวจชุดสืบนครบาลตามรวบ‘ตั้ม เทียนทะเล’ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้แอพฯ หาคู่ลวงให้รักแล้วหลอกร่วมลงทุนเทรดเงินตปท. หลังเหยื่อร้องตำรวจพีซีที ช่วยเหลือพ้นแก๊งคอลฯ ในกัมพูชา ให้ข้อมูลจนขอหมายจับ 26 รายในแก๊ง จนทราบกลับไทย ตร.ตามรวบได้ย่านรามคำแหง สารภาพทำหน้าที่ไม้หนึ่ง สร้างโปรไฟล์สาวสวยลวงหนุ่มได้ 4 ราย เหยื่อเสียหายกว่า 3 ล้าน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ. เกียรติศักดิ์ สระทองออย รองผบก. สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รองผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมนายวิทวัฒน์ ฉัตรชฎานุกูล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณกลางซอยรามคำแหง 54 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ก.พ.66

สืบเนื่องจาก ม.ค.2565 ชุดปฏิบัติการ PCT 5 ได้รับการประสานและช่วยเหลือผู้เสียหายว่าถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยได้รับการชักชวนให้ไปทำงานเป็นพนักงานบ่อนกาสิโนในประเทศกัมพูชา จะได้รับเงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท เข้าประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ จากนั้นจะมีรถมารับ แต่เมื่อไปถึงแล้วกลับไม่เป็นไปตามข้อตกลง หนำซ้ำให้ไปทำงานร่วมขบวนการหลอกลวงคอลเซ็นเตอร์โดยมีคนจีนเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยให้ตนใช้แอพพลิเคชั่นทินเดอร์ และลาซาด้าแสดงตนเป็นผู้หญิงเพื่อหลอกลวงคนไทยด้วยกัน จากนั้นเมื่อติดต่อกับเหยื่อที่เป็นคนไทยได้สักพักก็จะแนะนำให้ร่วมลงทุน โดยที่ตนไม่สมัครใจและไม่อยากทำ และตนต้องการกลับบ้านที่ประเทศไทย แต่ไม่สามารถกลับได้เนื่องจากหัวหน้าที่เป็นคนไทยชื่อนายสุคนธนารักษ์ นาคจันทร์ หรือนายปอ หนวดงาม บอกว่าถ้าจะกลับประเทศไทยได้ต้องหาเงินมาไถ่ตัวจำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายไม่มีเงินจึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 กับพวก จึงรายงาน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ทราบ พร้อมประสานทางการประเทศกัมพูชาช่วยเหลือผู้เสียหายออกมาจากสถานที่ดังกล่าวได้

แก๊งคอลฯ – ตำรวจบุกจับนายวิทวัฒน์ ฉัตรชฎานุกูล อายุ 35 ปี หรือ ‘ตั้ม เทียนทะเล’ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้โปรไฟล์สาวสวยในแอพฯ หาคู่ลวงหนุ่มหลงรักแล้วหลอกร่วมลงทุนเทรดเงิน เหยื่อหลงเชื่อสูญเงินรวม 3 ล้านบาท ที่กลางซอยรามคำแหง 54 ย่านบางกะปิ กทม. เมื่อวันที่ 15 ก.พ.

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ชุดสืบสวนจึงร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ จนสามารถเสนอพยานหลักฐานต่อศาลเพื่อพิจารณาออกหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 26 ราย หนึ่งในนั้นคือนายวิทวัฒน์ ฉัตรชฎานุกูล หรือ ตั้ม เทียนทะเล โดยการสืบสวนมีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึง/พิสูจน์ทราบได้ว่านายวิทวัฒน์ทำหน้าที่เป็นพนักงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คอยทำหน้าที่หลอกเหยื่อ ตลอดจนเมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินชุดสืบสวนสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่านายวิทวัฒน์ได้รับเงินค่าจ้างการทำงานจากตัวการที่กระทำความผิดในขบวนการ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เดิมตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และการ์ดพาร์ตไทม์ ตามบริษัทและตามสถานบันเทิงต่างๆ แต่เงินเดือนไม่พอใช้จ่าย ต่อมามีคนรู้จักชื่อบังมัท ชื่อไลน์ว่า “มาดาระ” มีหน้าที่จัดหางานต่างๆ ได้แนะนำให้ทราบว่ามีงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รายได้ดี ให้ทำ ตนสนใจจึงสมัครเป็นแอดมินเว็บพนันอยู่ที่ฝั่งกัมพูชา ทำหน้าที่คอยถาม-ตอบ รับฝาก-ถอนเงิน ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 24,000 บาท มีที่พักและอาหารให้ฟรี เดินทางไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2564 พร้อมคนอื่นๆ รวม 7 คน ไปทำงานที่โรงแรมจิงเฉิง เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ทำหน้าที่สร้างบัญชีแอพพลิเคชั่น Tinder สร้างโปรไฟล์เป็นผู้หญิงหน้าตาดี ทรงมีฐานะ เพื่อล่อผู้ชายคนไทยที่ทักแช็ตพูดคุยให้หลงรัก โดยแช็ตพูดคุยชักชวนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เมื่อเหยื่อสนใจจะแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น META TRADER5 เพื่อให้เหยื่อสมัครบัญชีทดลองเล่น เพื่อให้เหยื่อเห็นว่าเล่นแล้วสามารถได้กำไรและได้รับเงินจริง จนเกิดความมั่นใจ จึงจะแนะนำให้เหยื่อเปิดบัญชีสำหรับลงทุน

ตั้งแต่ช่วงกลางพ.ย. 2564 ถึงกลางก.ค. 2565 สามารถหาเหยื่อให้กับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงให้รัก และหลอกให้ร่วมลงทุนดังกล่าวในส่วนของไม้แรกได้ 12 ราย โดยจำนวน 12 รายที่ส่งต่อให้คนร้ายไม้สองเพื่อหลอกเหยื่อต่อ ปรากฏคนร้ายไม้สองสามารถหลอกเหยื่อต่อจนสามารถหลอกให้ ผู้เสียหายโอนเงินสำเร็จ 4 ราย ความเสียหายรายละประมาณ 700,000 บาท ความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท

สำหรับบรรดาเหยื่อที่มาตกหลุมรักกลลวงผู้ต้องหาไม้แรกส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว พ่อค้า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.ตาพระยา ภ.จว.สระแก้ว ดำเนินคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน