ตู่โยนธนกรแจงก้าวไกลถล่มยับทุจริตในกองทัพวิษณุโวยใส่ร้ายเรียกรับสูทฟรี

‘บิ๊กตู่’ มั่นใจชี้แจงได้ ‘โรม’ แฉตึกที่ทำการพรรค รวมไทยสร้างชาติตั้งบนที่ดินของ ‘ส.ว.ทรงเอ’ มอบหมาย‘ธนกร’ ตอบแทนในสภา ยันมีหลักฐานการเช่า ถูกต้องตามกฎหมาย และตอนนี้ส.ว.ไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว ‘ชัยวุฒิ’ ป้อง ‘บิ๊กป้อม’ ก็ไม่มีเอี่ยวทุนสีเทา เพื่อไทย-ก้าวไกลถล่มส่งท้ายศึกซักฟอกปมทุจริตในกองทัพ ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา ‘พิจารณ์’ ชำแหละ ปมเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ส่อทุจริตซ่อมบำรุง แบ่งเค้กคนละคำ ‘รังสิมันต์’ เตรียมยื่นป.ป.ช.ฟันกลุ่มไทยเทา นายกฯ เหน็บรัฐบาลนี้ไม่ขายบ้านแถมสัญชาติ ‘บิ๊กป๊อก’ ย้ำชัดยุคยิ่งลักษณ์ ให้สัญชาติตู้ห่าว ‘วิษณุ’ ฉุนจัดสวนเพื่อไทยใส่ร้ายเรียกรับสูทจากป.ป.ท. ลั่น ‘ไม่ตกต่ำ มีปัญญาตัดเอง’ ‘อมรัตน์-วิโรจน์’ โต้เดือด พ่น ‘ปากหมา’ ว่อนสภา

พท.ปูด‘วิษณุ’รับสูทไหมป.ป.ท.
สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหา ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ.

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายช่วงดึก 15 ก.พ. ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้สับเปลี่ยนกันอภิปราย จนกระทั่งเลยเวลา 00.00 น. ของวันที่ 16 ก.พ. จึงปิดประชุม และนัดประชุมเป็นวันที่สองในเวลา 09.00 น.

ส่วนการอภิปรายช่วงดึกวันที่ 15 ก.พ. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรค เพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่น เรียกรับอามิสสินจ้าง จากคนในคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) โดยคนใน ป.ป.ท.ระบุว่านายวิษณุชอบเรียกรับของกำนัลไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ซึ่งมูลค่าเกินกว่า 3 พันบาท ผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรมอันดี นายวิษณุกำกับดูแลงาน ป.ป.ท. 3 ครั้งติดต่อกันในรอบ 7 ปี ทุกปีจะต้องไปร่วมงานสถาปนา ป.ป.ท.โดยเรียกรับสิ่งของจาก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ทุกครั้ง แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นผลประโยชน์ ที่จับต้องได้

“แม้ของที่นายวิษณุเรียกรับจะมีมูลค่า ไม่ถึงหลักล้าน แต่คนระดับรองนายกฯ ที่ดูแลงานด้านกฎหมาย กลับทำผิดกฎหมาย เสียเอง แบบนี้ไม่ถูกต้อง ของที่ว่าคือ สูทผ้าไหม คอจีนหรือคอขอซึ่งมีราคาแพง ทั้งผ้าและค่าตัดแล้วราคาไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่น-1 แสนบาท” นายเลิศศักดิ์ระบุ พร้อมเปิดคลิปเสียงสี่คลิป เป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าของร้านตัดสูท และบุคคลที่ปรารถนาดี ระบุว่าผู้รับคือ นายวิษณุ ส่วนผู้ให้คือผู้อำนวยการระดับสูงในป.ป.ท. โดยระบุชัดว่ามีเจ้าภาพตัดให้

ชำแหละ – นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ชำแหละพฤติกรรม ‘ส.ว.ทรงเอ’ ร่วมทำธุรกิจกับพ่อค้ายาเสพติดเมียนมา พร้อมระบุว่าเป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งสำนักงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ที่รัฐสภา เมื่อคืนวันที่ 15 ก.พ.

‘โรม’แฉรทสช.ใช้ที่ดินสว.ทรงเอ
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบนครบาล จับกุมกลุ่มผู้ค้ายา 3-4 กลุ่ม ที่ไปรับซื้อยาบ้าจากเมียนมาเอามาขายต่อ โดยวิธีการจ่ายเงินจะไม่จ่ายตรงๆ แต่จะใช้บัญชีม้าในการจ่ายเงิน เงินที่เข้าบัญชีม้า จะถูกโอนต่อเข้าบัญชีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วส่งต่อสายข้ามแดนท่าขี้เหล็ก เปลี่ยนกลับเป็นเงินค่ายาบ้า กระบวนการนี้ทำกันมาตั้งแต่ 2550 ในนาม 3 บริษัท นี่คือการพยายามการอำพรางเงินผิดกฎหมาย ตกแต่ง กิจกรรมให้ซับซ้อน เป็นการฟอกเงินผ่านการไฟฟ้า โดยมีส.ว.ทรงเอ หรือส.ว. อ. อยู่เบื้องหลังการฟอกเงินค้ายาเสพติด ร่วมกับนายทุน มิน ลัต นักธุรกิจชาวเมียนมา แบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่รู้อยู่แก่ใจหรือว่าส.ว.คนดีที่ตั้งมากับมือ ทำอะไรอยู่หลังฉาก

เมื่อหลักฐานชัด ทางตำรวจสืบนครบาล จึงออกหมายจับ ส.ว.ทรงเอ เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2565 ต่อมาศาลได้ถอนหมายจับ เพราะคนนี้เป็นบุคคลสำคัญจับทันทีไม่ได้ หลังถอนหมายจับ 28 วัน ก่อนเปิดสมัยประชุมสภา ทำให้ส.ว.ทรงเอ รอดจากหมายจับ ตำรวจ ไม่ทำอะไรเลย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผู้กำกับสืบนครบาล ที่รับผิดชอบ คดีนี้ ทั้งที่ทำผลงาน ปราบปรามยาเสพติดดีเด่น แต่รางวัลของเขาคือการถูกเด้งไปอยู่ สภ.บ้านเดื่อ จ.ชัยภูมิ

ความพยายามที่จะดำเนินการกับ ส.ว. ทรงเอ ต้องหยุดลง เพราะมีคนคอยบงการอยู่เบื้องหลัง และมีคนที่ได้รับผลประโยชน์ คำตอบคือ เนื้อที่ 2 งาน 17 ตารางวา ทำเลดีๆ อารีย์ ซอย 5 ใจกลางเมือง เดิมเป็นของบริษัท UPA ปี 2563 และมี ส.ว.ทรงเอ เป็นเจ้าของ จากนั้นได้มีการก่อสร้างอาคารหนึ่ง ปัจจุบันตึกนี้ คือที่ทำการ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) บ้านหลังใหม่ของพล.อ.ประยุทธ์ จึงอยากให้นายกฯ ชี้แจงด้วยว่าได้ทำสัญญาเช่าเท่าไหร่ หรือให้ ยืมฟรีๆ หรือไม่

โยง‘ธรรมนัส-พปชร.’เอี่ยวจีนเทา
อีกเรื่องคือ ทุนจีนสีเทาที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาเพื่อประกอบมิจฉาชีพ กอบโกยผลประโยชน์ในช่วงระบบกระบวนการยุติธรรมอ่อนแอ ยกตัวอย่าง นายตู้ห่าวที่เกิดการเตะถ่วง เต็มไปด้วยการทุบทำลายพยานหลักฐานสำคัญ และมีกระบวนการล้มคดีโดยคนมีเส้น ตนจึงต้องถามหาความรับผิดชอบจาก ผบช.น. ผบ.ตร. และนายกฯ ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของข้าราชการตำรวจ และนายตู้ห่าวเกี่ยวข้อง กับหลานของพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยใช่หรือไม่ จึงพยายาม เตะถ่วงคดีนี้

นายรังสิมันต์ ได้เปิดรูปถ่าย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา สมัยเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นไม้เป็นมือให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ถ่ายกับ นายตู้ห่าวในบ้านในงานปาร์ตี้ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัสยังเลี้ยงจีนเทาอีก 3 คน คือ นายจางเจียนฟู่ นายเกาฉี และนายเฉิน เฟิง เชา ที่อาศัยอยู่ที่เดียวกันหมด คือ เลขที่ 888 อโศกดินแดง บนที่ดินชื่อโฉนดของร.อ.ธรรมนัส และมีส่วน เกี่ยวข้อง กับเงินบริจาคเข้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 3 ล้านบาท ส่วนนายหลินหลงที่ชอบแต่งเครื่องแบบทหาร และสนิทกับนายตู้ห่าว ปัจจุบันหนีออกนอกประเทศ มีถ่ายรูปที่บ้านป่ารอยต่อฯ กับพล.อ.ประวิตร ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุว่าทำไมการสอบสวนและการดำเนินคดีจึงจบที่เพียงเท่านี้

นอกจากนี้ แถวชายแดนตรงข้ามแม่สอด มีโครงการเมืองใหม่ “ฉ่วยก๊กโก” ของบริษัท Yatai International Holding Group เจ้าของคือนายเสอ จื้อ เจียง หน้าฉากคือโฆษณาสมาร์ทซิตี้ บนเนื้อที่ 7 หมื่นไร่ วงเงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ศูนย์รวมอุตสาหกรรมความบันเทิง แต่สถานที่แห่งนี้คือสถานี ปลายทางของการค้ามนุษย์ เหยื่อที่ถูกใช้งานจนหมดประโยชน์ จะถูกตัดอวัยวะมาทั้งๆ ที่มีชีวิตอยู่เพื่อเอาไปขาย และโยนร่างทิ้ง นี่คือนรกบนดินที่เข้ามาประชิดชายแดนไทย ที่น่ากลัว กว่านั้นเราได้เห็นความพยายามของบริษัทนี้เข้ามาตั้งโครงการในไทย ผ่านเส้นสาย ที่มีกับพรรคการเมือง ต่อมานายเสอ จื้อ เจียง ถูกจับกุม ตามหมายแดงของจีน แต่คนรอบตัว เขายังลอยนวล

เรื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะจีนเทา หรือเมียนมาเทา คือปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ลุกลาม บานปลายที่อยู่ในภูมิภาคนี้นับสิบปีแล้ว หลายกลุ่มเข้ามาจ่อประชิดชายแดน มุ่งเป้ากอบโกยมาที่คนไทยและอีกหลายกลุ่มเจาะมาถึงกทม. มีการเปิดบ่อนการพนัน เปิดตลาด ยาเสพติด ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือโฆษณาหลอกเหยื่อไปค้าประเวณี ค้าอวัยวะ คนที่ตกเป็นเหยื่อคือคนไทย

‘บิ๊กตู่’โยนกระบวนการยุติธรรม
ช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมสภา ด้วยสีหน้าเป็นปกติ โดยมี นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ มารอรับ

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ฟังนายรังสิมันต์อภิปราย หรือไม่ โดยเฉพาะที่มีการพาดพิงอดีต ส.ว. ทรงเอ เป็นเจ้าของที่ดินที่ทำการรทสช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ชี้แจงไปแล้วนี่ ต่อข้อถามถึงกรณีมีการนำภาพถ่ายกลุ่มทุน สีเทามาเชื่อมโยงและปรากฏภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ก็ชี้แจงได้อยู่แล้วล่ะ กระบวนการยุติธรรมก็ทำงานไป” จากนั้น ได้เข้าลิฟต์เพื่อเข้าประชุมสภาทันที

ด้านน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำ สำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบทุกเรื่อง ทั้งกลุ่มธุรกิจสีเทา ยาเสพติด หากพบว่ามีหลักฐานกระทำความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ฝ่ายค้านจึงไม่ควรนำข้อมูลการกระทำผิดทุกเรื่องมาเชื่อมโยงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ตามจินตนาการเกินเลย

‘ชัยวุฒิ’ป้อง‘2 ป.’ไม่เกี่ยวข้อง
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา ให้กับประชาชน ซึ่งรัฐบาลนี้คงทำไม่ทัน หลายเรื่องทั้งธุรกิจสีเทา มาเฟียต่างๆ รัฐบาลปราบปรามอย่างจริงจังและจับกุมดำเนินคดี ธุรกิจทุนสีเทาทำมานานแล้ว เป็น 10 ปี ไม่ใช่เพิ่งมีในสมัยนี้ ในอดีตอาจจะจำได้ยังมีเสธ.คนนั้นคนนี้ ที่ใครจะทำธุรกิจต้องไปเคลียร์กับเสธ.ก่อน ตอนนี้เสธ.คนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว และเป็นเพื่อนกับอดีตนายกฯ ด้วย ย้ำว่าเรื่องนี้มีมานานแล้ว อย่าไปคิดมาก เพราะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่ารัฐบาลไหนมา พวกทุนสีเทาจะวิ่งมาหา รัฐบาล มาหาผู้มีอำนาจ ดังนั้น เราต้องแก้ที่กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ เพื่อลดปัญหาเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นายรังสิมันต์ยกเรื่องเงินบริจาคทุนสีเทาให้พปชร.มาอภิปรายโจมตี นายชัยวุฒิกล่าวว่าไม่ทราบ ต้องถาม กกต. ให้ตรวจสอบไป ผิดถูกอย่างไรก็ว่าไปตามกฎหมาย “ยืนยันว่าทั้ง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหลักฐานว่าไปยุ่งกับธุรกิจสีเทา พวกนี้ พยายามจะวิ่งเข้าหาผู้มีอำนาจ เห็นได้จากการอภิปรายที่จะไปถ่ายรูปกับคนดัง และพวกนี้ ทำมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาตั้งตัวได้ในสมัยรัฐบาลนี้ ให้ไปตรวจสอบประวัติให้ดี”

‘ชลน่าน’ซัดกลับนายกฯ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพท. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ในประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยก ขึ้นมาอภิปรายในสภา ที่มีหลักฐานชัด สามารถนำไปดำเนินการต่อเนื่องได้ โดยยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นแนวทาง ที่เราได้ปรึกษาหารือกันไว้อยู่แล้ว ส่วนจะดำเนินการเมื่อไรนั้นจะต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม

ต่อข้อถามว่าพล.อประยุทธ์ ระบุว่า การอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้านในวันแรกเป็นเรื่อง เดิมๆ ซ้ำซาก และเป็นการพูดหาเสียงในสภา ฝ่ายค้านจะแก้มืออย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ต้องแก้มือ ตนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านได้อภิปรายนำไปแล้วว่าข้อเท็จจริงคือสิ่งที่ปรากฏขึ้น ถ้ามันไม่ปรากฏขึ้นก็ไม่เรียกว่า ข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวว่าเป็นเรื่องเก่าเรื่องใหม่ แต่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินของคุณหรือไม่ และมีวิธีจะจัดการกับข้อเท็จจริง เหล่านั้นอย่างไร ส่วนการนำข้อมูลมาเปิดเผย ในช่วงนี้ ย่อมส่งผลกับการตัดสินใจของประชาชน เราไม่ต้องหาเสียงเลย เพียงนำข้อมูล และข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วมาอภิปราย

“ถ้าจะหาว่าฝ่ายค้านนำเรื่องเดิมมาอภิปราย คำตอบของนายกฯ นั่นแหละคือคำตอบเดิมๆ ตอบเลี่ยงๆ ว่าเป็นเรื่องของครอบครัวผม อะไรไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว ท่านจะปฏิเสธความผูกพันความเป็นญาติไม่ได้ มันมีความเชื่อมโยงผูกพันทางด้านนิตินัย คำตอบของ นายกฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลาน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มันบ่งชัดอยู่แล้ว” นพ.ชลน่านกล่าว

‘วิษณุ’ฉุนกล่าวหาเรียกรับสูท
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีถูกกล่าวหาเรียกรับเสื้อสูท ผ้าไหมมูลค่าเกิน 3 พันบาท จากป.ป.ท.ว่า ตนจะชี้แจงในสภา แต่ขอปฏิเสธไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้ตกอับหรือตกต่ำถึงขนาดเอาอะไร ไปแลกกับชุดพระราชทานชุดเดียว ซึ่งไม่ใช่สูท ตนมีปัญญาที่จะตัดเอง เสียเงินตัดชุดทุกครั้ง ไม่เคยรับของขวัญอะไรจากใคร ราคาเกิน 3 พันบาท ทำไมตนถึงจะไม่รู้ว่ามีข้อห้าม ผ่านประกาศของป.ป.ช. และตนเคยเตือนเรื่องนี้ แก่ครม.ตลอดเวลา

ส่วนที่เขาบอกว่า ตนเรียกรับ แลกกับการเป็นประธานเปิดงานต่างๆ ของป.ป.ท.นั้น ขอชี้แจงว่า 2-3 ปี ที่ผ่านมา ตนไม่เคยไป โดยเปิดงานผ่านวิดีโอคอลแทนและปีล่าสุด 25 ม.ค.2566 ตนก็ไม่ได้ไปเป็นประธานเปิดงาน อีกทั้ง ป.ป.ท.ยังไม่มีการให้ของขวัญอะไรตนทั้งสิ้น คลิปที่เปิดในสภาก็ไม่ใช่เสียงตน และตนไม่เคยไปหรือพูดกับร้านตัดสูทที่มีการ กล่าวอ้าง มีแต่คนอื่นไปทำให้ และสูทที่ใช้อยู่มียี่ห้อเดียวคือ ARROW

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฟ้องร้องผู้อภิปรายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอดูก่อน ตนไม่อยากไป ค้าความให้ยืดยาว แต่ถ้าจำเป็นก็จะทำ เพราะประโยคที่รุนแรงคือคำว่าเรียกรับ และระบุชอบไปเหลือเกินไปเป็นประธาน ช่วงเช้า วันเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่หน้าห้องได้ไปติดต่อร้านสูทที่ว่า ซึ่งไม่ไกลจากรัฐสภา ทางร้านระบุว่ามีคนเข้ามาติดต่อตัดสูทเหมือนกัน ให้ช่วยเขียนใบเสร็จ 5 พันบาทได้หรือไม่ ทั้งที่ราคาค่าตัดจริง 2,500 บาท อ้างว่าจะไปเบิก ส่วนต่าง แต่ทางร้านไม่เขียนให้

เมื่อถามว่า บุคคลที่ขอค่าส่วนต่างนั้น เชื่อมโยงกับการอภิปรายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ และไม่รู้เป็นรายเดียวกันหรือไม่ ตนก็อยากจะคุยกับเจ้าของร้านสูท ตอนนี้หลักฐานยังไม่มี มีเพียงสูทตัวเดียว ที่เขาฝากไว้ที่ประธานสภา และไม่ได้ให้ตน ขอให้กรุณารับคืนไป ตนไม่ใส่ให้เป็นกาลกิณี และสุขภาพตนมีปัญหา ต้องฟอกไตที่บ้าน ทุกคืน จำเป็นต้องใส่ชุดไทย ไม่สามารถใส่สูท เพราะต้องเอาเสื้อทับใน เนื่องจากจะกดทับแผล จึงต้องใส่เสื้อปล่อยชาย

พท.รุมสับยาเสพติด-ทุนจีน
เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นวันที่ 2 มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ส.ส.พท. ประกอบด้วย น.ส.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย และนายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.ขอนแก่น ได้ฉายภาพรวมการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อสังคม และระดับครอบครัว รายวัน มีทั้งลูกฆ่าพ่อ ลูกฆ่าแม่ นำไปสู่การ สูญเสีย ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ได้ปราบปราม และดูแล เรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พท. อภิปรายกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์สร้างระบบอุปถัมภ์ข้าราชการที่สนับสนุนตัวเอง ลุแก่อำนาจ ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น การยึดอำนาจคือการปล้นประชาธิปไตย คนที่ขาดคุณธรรม จริยธรรมจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างไร เหมือนฝากบ้านไว้กับโจร

ช่วงหนึ่งเปิดคลิปนายตู้ห่าว กำลังพูดคุยลักษณะโวยวายกับคนกลุ่มหนึ่ง มีเนื้อหาระบุ เมืองไทย ขอให้มีเงินทำได้ทุกอย่าง

จากนั้น นายวิสาร อภิปรายว่า ถ้าตนเป็นพล.อ.ประยุทธ์หรือพท.ได้บริหารประเทศ จะสั่งให้รื้อฟื้นคดีแน่นอน ฆ่าคนไม่ติดคุก แถมอวดอ้างว่าที่ใหญ่โตเพราะค้าขายทำธุรกิจกับหลานพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่

ข้องใจอุ้มอดีตอธิบดีหรือไม่
นายวิสาร ยังอภิปรายถึงการบุกจับนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ที่ผิดสังเกตหลังเหตุการณ์บุกจับปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงคำสั่ง 27 ธ.ค.2565 ให้สอบสวนข้อเท็จจริง แต่ 28 ธ.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ เซ็นคำสั่งข้ามหัว เจ้ากระทรวงให้นายรัชฏามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เหมือนเอาลูกไก่เข้าไปในปีกแม่ไก่ เอาไปตั้งหลักหรือไม่ หลังจากนั้น 3 ก.พ.2566 ปลัด ทส.ออกคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน ต่อมาอธิบดีคนดังกล่าวไปฟ้อง เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ทำผิด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพี่ชายอธิบดีท่านนี้มีการฟูมฟักกันมาตั้งแต่สมัยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ. ด้วยเหตุนี้หรือไม่ท่านจึงเข้ามาเกี่ยวข้อง

“ขอว่า นายวราวุธ (ศิลปอาชา รมว.ทส.) อย่ามายุ่ง ท่านไม่ต้องตอบ ยิ่งตอบท่าน ยิ่งเปลืองตัว เพราะไม่เกี่ยวกับท่าน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าจริงก็แล้วไป แต่ถ้าบอกว่าไม่จริง กล้าสาบานหรือไม่ว่าท่านไม่ได้ไปบอกให้ใครแต่งตั้งบุคคลคนนี้ เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องยังมีชีวิตอยู่ ของกลาง 5 ล้านบาท ถ้าไม่มีคำสั่งย้ายให้ไปสำนักนายกฯ อาจมีการไปตรวจจับเงินของกลางได้เพิ่ม แต่ท่านตัดตอนหรือไม่ เพราะเมื่อมีคำสั่งย้ายไปยังสำนักนายกฯ เจ้าหน้าที่จึงไม่กล้าไปหาหลักฐานเพิ่มเติม” นายวิสารกล่าว

ส่วนกรณีการทุจริตงบไฟป่า มีการปลูกป่าทิพย์ แนวกันไฟทิพย์ตั้งงบ 700 ก.ม. เพื่อทำแนวกันไฟ แต่ข้อเท็จจริงไม่มีใครไปวัดได้ เงินส่วนที่เหลือไปอยู่ที่ไหน คนภาคเหนือและกทม. เดือดร้อนเรื่องฝุ่น PM 2.5 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฆาตกรเลือดเย็น ทำให้ชีวิตพี่น้องชาวไทยอายุสั่นลงไป 2-3 ปี ประชาชนฝากอนาคตไว้กับพล.อ.ประยุทธ์ อีกไม่ได้แล้ว

เดือด!พ่นหมาว่อนสภา
เวลา 12.10 น. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. อภิปรายตอนหนึ่งช่วงท้าย ถึงการเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ออกพ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้กับผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ทั้งมาตรา 112 มาตรา 116 และพ.ร.บ.คอมพ์ทั้งหมด นอกจากนี้เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า จะปิดประตูนิรโทษกรรม ตนขอถามว่าท่านพูดหมาๆ อย่างนั้นได้อย่างไร

ทำให้ นายศุภชัย ประธานที่ประชุม กดปิด ไมค์ และขอให้นางอมรัตน์ถอนคำพูด นางอมรัตน์ได้ถอนคำพูดโดยระบุซ้ำว่า “ขอถอนคำพูดว่านายกฯพูดหมาๆ” นายศุภชัย จึงติงว่า ให้ถอนคำพูดก็พอไม่ต้องย้ำ ในสภาแห่งนี้เป็นสภาทรงเกียรติถึงแม้เราจะไม่พอใจกันเป็นการส่วนตัว แต่ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ควรจะนำคำพูดที่ไม่เหมาะสม มาใช้ นางอมรัตน์จึงกล่าวสวนว่า ตนนำคำพูดที่ประชาชนฝากมา นายศุภชัย กล่าวตอบว่า จะนำคำพูดที่ประชาชนฝากมาพูดไม่ได้ ท่านอยู่ที่นี่ท่านเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จะนำคำพูดที่ไม่มีหลักมาพูดไม่ได้

จากนั้นนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสรรค์ พปชร. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ประท้วงประธาน ว่า การอภิปรายลักษณะนี้เป็นการใช้คำพูด ที่หยาบและมีการพูดเพื่อตอกย้ำ คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นพิษต่อร่างกายเขาทั้งนั้น “สุภาพสตรีไม่น่ารักครับแบบนี้ สมาชิกที่เป็นสุภาพสตรีแบบนี้ปากอย่างกับหมา”

นายศุภชัยจึงสั่งให้นายนิโรธถอนคำพูด นายนิโรธจึงย้ำว่าขอถอนที่ว่า “สุภาพสตรีปากหมา” ขอถอนออก นางอมรัตน์กล่าวว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” จากนั้นนายศุภชัยจึงสั่งห้ามพูดคำนี้อีก และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตัดออกด้วย เพราะเก็บไว้ก็อายลูกหลานในอนาคต

‘ตู่’แจงยิบ-ซัดขายบ้านแถมสัญชาติ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่สมาชิกร่วมกันอภิปราย ซึ่งกรณีพฤติกรรมของนายตู้ห่าว ตนขอย้อนไปว่า พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนปี 2557 นายตู้ห่าวเข้ามาตั้งแต่ปี 2554 และมีการอนุมัติสัญชาติตั้งแต่ปี 2554 กระบวนการเรื่องสัญชาติดำเนินมาเรื่อยจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เมื่อเสนอมาตรวจสอบแล้ว ถูกต้องจึงได้อนุมัติตามขั้นตอนกฎหมาย พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้

ตนสงสัยว่าที่ผ่านมาไม่มีใครทราบเลยหรือ วันนี้มีการให้ข้อมูลจากประชาชน ตนก็รับมาทุกเรื่องให้มีการสืบสวนสอบสวน จึงทราบว่าเงินเหล่านั้นได้ใช้ในการซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ เรียกว่ายกหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าบริษัทของใครเหมือนกัน ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่มีแน่นอนเรื่องการขายบ้านแล้วแถมสัญชาติให้ ถ้าไปตรวจสอบดีๆ ภรรยานายตู้ห่าวมีความเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีบางพรรค ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ต้น ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มาพบตน ได้รับฟังท่านแล้วส่งข้อมูลให้ตำรวจดำเนินการทันที หลักนิติธรรมก็ต้องมี ตนทำถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจทุกคน การดำเนินการอยู่ในขั้นตอน มีทั้งเปิดเผยได้ และเปิดเผยไม่ได้

ส่วนการออกหมายเรียกนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ทางบช.น. และบช.ปส. ได้สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขยายผลดำเนินคดีได้หลายราย ส่วนการเพิกถอนหมายจับเป็นดุลพินิจของฝ่ายตุลาการ ซึ่งมีความเห็นให้พนักงานสอบสวนไปออกหมายเรียกก่อน เรื่องนี้ตนไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย ไม่ได้ช่วยเหลือใคร นี่เป็นกระบวนการ ทางกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายบริหาร ไม่มีใครเอื้อประโยชน์ช่วยเหลือได้

ประเด็นธุรกิจจีนสีเทาผับจินหลิง เรื่องนี้ตำรวจนครบาลมีการสืบสวนสอบสวน ตรวจค้น จับกุม และขยายผล ได้ผู้ต้องหาหลายสิบราย บางรายที่หลบหนีมีการออกหมายจับ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมมาดำเนินคดี ส่วนกรณี นายหยู ซินฉี ตั้งสมาคมปลอมช่วยทำวีซ่า นำทุนจีนสีเทาเข้าประเทศในช่วงปี 2563-2564 จำนวน 7,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองช่วยเหลือ วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และชี้แจงความคืบหน้าเป็นระยะแล้ว หากพบเจ้าหน้าที่คนใดกระทำผิด จะดำเนินการทั้งวินัย และอาญา ไม่มีข้อยกเว้น

เย้ยตั้งแต่ปี 57 ไม่มีรมต.ติดคุก
ปัญหาคอร์รัปชั่นที่ท่านอภิปราย หลายท่าน ยังกล้าพูดออกมา รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีหลายคนก็มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นติดคุกหลายคน ไปต่างประเทศก็มี แต่ตั้งแต่รัฐบาลปี 2557 ของตนยังไม่มีรัฐมนตรีติดคุกสักราย นี่คือ ข้อเท็จจริง ส่วนที่มีสมาชิกอภิปรายถึง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตนไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร คนดีๆ ไม่เห็นมีปัญหา

ส่วนการนิรโทษกรรม วันนี้เรามีการอภัยโทษแล้ว เรื่องนิรโทษเป็นเรื่องของสภา แต่ถ้าถามตนก็ไม่เห็นด้วย รู้สึกว่าท่านมีปัญหากับกฎหมายทุกฉบับ ให้ยกเลิกนั่นนี่ ปล่อยคนนั่นนี่ อีกหน่อยจะอยู่กันอย่างไร จะอยู่ท่ามกลาง ความขัดแย้ง ปลุกปั่นเด็กเล็ก เด็กอายุ 14 ออกมาได้อย่างไร เขาควรจะเรียนหนังสือ แล้วก็มาแอบอยู่ข้างหลัง ตัวเองไม่โดนคดีอะไร หรือโดนแล้วมีสิทธิ์คุ้มครองก็ว่ากันไป

พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงถึงสถานการณ์ภาคใต้ ว่าท่านต้องพูดอย่างระมัดระวัง เพราะเกี่ยวพันกับหลายประเทศ จำเป็นต้องมีกลไกในการแก้ปัญหา ที่เจ้าหน้าที่ลงไปไม่ได้ไปควบคุมคน ท่านมองทุกอย่างที่ทำว่ากดหัวคนไปหมดแล้วจะทำงานกันอย่างไร วันนี้การเดินหน้าแก้ปัญหาใต้เดินไปได้เยอะแล้ว มีความร่วมมือกันนอกประเทศด้วย ถ้าไม่รู้แล้วอย่าพูด หลายท่านอยู่ใต้ ก็รู้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง

ส่วนการแก้ปัญหายาเสพติด ถ้าท่านอ้างว่ามีคนได้ประโยชน์ก็แจ้งมาให้สอบสวนดำเนินคดี ถ้าใครเกี่ยวข้องก็ลงโทษ ทุกเรื่องต้องแก้ไขปรับปรุง ไม่ใช่ปราบยาเสพติด ฆ่าคนทิ้ง 2-3 พันคนไปเฉยๆ ปัญหานี้ซับซ้อน เรากำหนดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ตราบใดที่มีคนชั่วอยู่ก็ต้องมีคดีแบบนี้ จึงต้องรักษากฎหมาย

‘ธนกร’ยันตึกรทสช.ถูกกม.
หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงเสร็จ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. ได้ลุกขึ้นซักถามนายกฯอีกครั้ง ขอให้พูด ให้ชัดเจนว่ากรณีนายอุปกิตจะทำอย่างไร และที่ตั้งของรทสช. เกี่ยวข้องกับนายอุปกิต อย่างไร ส่วนนายตู้ห่าวที่ท่านบอกว่าเกี่ยวข้องกับคนนั้นคนนี้ ขอให้จัดการด้วย รวมถึง ขอให้จัดการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะมีความเกี่ยวข้อง และสุดท้ายขอทราบแนวทางการ จัดการนายหยู ซินฉี แต่นายกฯได้เดินออกจากห้องไปแล้ว

นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า “ไทยเทา” กำลังเป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มเมียนมาและทุนจีนสีเทา ซึ่งพยายาม เข้ามาในประเทศ และยังมีกลุ่มทุนจีนบางกลุ่มมาในรัฐสภา มาเยี่ยมกรรมาธิการกาสิโน และอาจเกี่ยวข้องกับการค้าอวัยวะเถื่อน ในบันทึกชวเลขที่ได้มาจากสภา มีความพยายาม เซ็นเซอร์ชื่อผู้เข้าร่วมประชุม แต่ก.ก.มีส.ส. ในกรรมาธิการชุดนี้ จึงได้ข้อมูล ยืนยันว่ามี ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหลังปี 2562 ต้องถามว่าท่านทำอะไรอยู่ ที่ทำการรทสช. อาจจะมาจากการฟอกเงินธุรกิจสีเทา การค้ายาเสพติด เราต้องเรียกว่า ประยุทธ์ เอสโคบาร์ การเปิดโปงครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น ตนไม่หยุดเพียงเท่านี้ จะนำข้อมูลทั้งหมด ไปยื่นต่อ ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนัก นายกฯ สมาชิกรทสช. ชี้แจงในสภาว่า การเช่าตึกของที่ทำการรทสช. มีเอกสาร หลักฐานถูกต้องตามกฎหมาย อดีตส.ว.มีชื่อครอบครองตั้งแต่ปี 2560-2562 แต่ตอนนี้ ไม่มีชื่อเขา ดังนั้นไม่เกี่ยวข้องกับตึกรทสช.

หากตนบอกว่าก.ก. หรือพรรคอนาคตใหม่เดิมเช่าตึกไทยซัมมิทอยู่ แล้วเจ้าของตึกมีคดีรุกป่า มีคดีน้องชายติดสินบนใต้โต๊ะพนักงานที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถ้าตนกล่าวหาอย่างนี้คงไม่ถูก เพราะก.ก. คงไม่ทราบว่าเจ้าของตึกไปทำอะไรมา จึงต้องให้ความเป็นธรรมด้วยมิใช่พูดเอามันอย่างเดียว และสุดท้ายจะไปตัดคลิปอะไรสั้นๆ แล้วบอกว่ารทสช.เกี่ยวพัน ตัดบางท่อนที่นายกฯพูดบ้าง ตนพูดบ้างแล้วไปบิดเบือน ส่งไปในโลก โซเชี่ยล เป็นการเมืองที่ตรรกะวิบัติที่สุด

ก.ก.ชำแหละเรือสุโขทัยล่ม
เวลา 12.46 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒน์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. อภิปรายถึงเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางลง ว่า ความเป็นไปได้ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ 3 ข้อ 1.ความผิดพลาดของมนุษย์ เมื่อเจอคลื่นลมแรงต้องเทียบท่าใกล้ที่สุดคือท่าเรือบางสะพาน แต่ได้รับคำสั่งให้ฝ่าคลื่นลมกลับ อ.สัตหีบ ใครสั่ง 2.เรือล่มเพราะคลื่นลม กองทัพบอกว่าวันเกิดเหตุ คลื่นลมแรงสูง 6 เมตร แต่กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ บอกสูง 2.5 เมตร อดีตทหารเรือบอกว่าไม่มีทางที่เรือหลวงสุโขทัยจะล่ม จากคลื่นลมเพราะสร้างมาให้ทนต่อคลื่นสูง 6 เมตร จากนั้น นายพิจารณ์ นำเสนอภาพแปลนเรือชี้ให้เห็นว่าเรือไม่ได้ล่มง่ายๆ ยกเว้นไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้

3.สภาพความพร้อมรบของเรือหลวงสุโขทัย กองทัพปกปิดการทุจริตในการซ่อม กองแผน การช่างสำรวจตัวเรือมี 13 จุด ต้องเปลี่ยนแผ่นเหล็กให้หนาขึ้น แต่ซ่อมเพียง 5 จุด ไม่ได้ซ่อมอีก 8 จุด และกลับไปซ่อมอีก 10 จุดที่เหล็กหนาอยู่แล้ว และยังพบเอกชนรายหนึ่งที่มาซ่อมเป็นบริษัทห้องแถว ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.ร.ท. ‘ว’ สรุปคือกินกันหนัก กินเหล็ก กินลวดเชื่อม ครีบกันโคลง ในปี งบประมาณ 2566 เรือหลวงสุโขทัยมีจุดรอซ่อมอยู่ 19 รายการ งบ 16.25 ล้านบาท งานซ่อมใหญ่ที่สุดคือเกียร์ฝั่งซ้าย 7.5 ล้านบาท

เรือหลวงสุโขทัยไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมรบ และไม่พร้อมเรื่องอัตรากำลังพลที่ต้องมี 97 อัตรา แต่วันนั้นขาดไป 22 อัตรา ตำแหน่ง ที่ว่างคือ ต้นกล หรือหัวหน้าวิศวกร เรือมีรูรั่ว ขาดมาตรวัดที่ใช้งานได้ ขาดครีบกันโคลง และขาดกำลังเครื่องยนต์จนต้องจมลง สังเวยชีวิตทหารเรือ 24 นาย สูญหาย 5 นาย ตราบใดที่เรายังอยู่ภายใต้รัฐบาลปรสิต และระบบ 3 ป. จะยังคงมีการทุจริต แบ่งกันกิน และปกปิดกันไป ไม่มีกองทัพที่เคารพประชาธิปไตย ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปกองทัพ

เปิดแผลทุจริตในกองทัพ
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส. พิษณุโลก ก.ก. อภิปรายว่า การทุจริตของกองทัพ ตั้งแต่ยึดอำนาจมาเป็นยุคทองของการทุจริตคอร์รัปชั่น แทบทุกหน่วย โศกนาฏกรรมกราดยิงที่โคราช โครงการบ้านทหารของกรมสวัสดิการ ทำให้ถึงเวลาทำมาหากินของนายทหาร มี 3 ตำแหน่ง ที่เกี่ยวข้อง 1.เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ยศ พล.ต. 2.ผอ.กองการออมทรัพย์ ยศ พ.อ.พิเศษ และ3.จุดรวมเงินหัวคิวก่อนแจกจ่าย เสธ.เงินกู้ ยศ พ.ท. เมื่อมีการอนุมัติเงินกู้ กำลังพล ต้องไปรับเช็คที่กรมสวัสดิการทหารบก เอาไปขึ้นเงิน แต่มีมือมืดมาดำเนินการให้ ส่วนใหญ่มียศแค่จ่า แต่โดนนายใช้ คือ 3 ตำแหน่ง และกรรมการตรวจหลักทรัพย์

ผู้ประกอบการ 2 รายให้ข้อมูลว่า มือมืดคนแรกชื่อจ่า ส. เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการทหารบก ทำหน้าที่ปลอมลายเซ็นต์ แล้วรับเช็คแทนผู้กู้ทั้งหมด ทำงานนี้มาตั้งแต่ปี 2554-2563 รวม 620 รายการ มูลค่า 812 ล้านบาท วิธีการคือ จ่า ส. เอาเงินเข้าบัญชีตัวเอง ก่อนถอนเงินทั้งหมดให้ผู้ประกอบการขายบ้าน จุดประสงค์คือไม่ให้กำลังพลได้รับเงินกู้ด้วยตัวเอง แล้ว ผู้ประกอบการโอนเงิน 5 เปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิวไปให้มือมืดรายที่สองชื่อ จ่า ธ. ตอนนี้อยู่ในการคุ้มครองพยาน จ่า ธ.ได้รับมอบหมายให้ดูแฟ้มผู้ประกอบการทั้งหมด จะโอนเงินก้อนนี้ไปให้นาย โครงการนี้ตั้งแต่ปี 2554-2563 มีเสธ.ผลัดกันขึ้นมา 3 คน ปี 2554-2559 เป็นพันเอก ภ. ปี 2559-2562 พันเอก ส. และปี 2562-2563 พันเอก ช.

ต้นตอกราดยิงโคราช
ที่ จ่า ธ.ให้การไว้จะโอนเงินทอน 5 เปอร์เซ็นต์ให้ เสธ.เหล่านี้ จากนั้นตนสันนิษฐาน ว่าไม่ได้จบที่ เสธ.เงินกู้แน่ๆ มีหลักฐาน เป็นสมุดบัญชีออมทรัพย์ ของ จ่า ส. มีหน้าที่ รับเงินกู้บ้านไปแจกจ่ายต่อ 15 ส.ค.-23 ก.ย. จ่าคนหนึ่งในกองทัพบกมีเงินเดินบัญชี 181 ล้านบาท เป็นเงินฝาก 90.6 ล้านบาท ถอนไป 90.46 ล้านบาท รายวันมีเงินเข้าจำนวนมากและถอนออกจนเหลือ 2 หมื่นบาทเท่าเดิม เงินเข้าออกแบบนี้ทุก 3 วัน นี่คือเด็กเดินบัญชีให้แก๊งผู้ใหญ่ในกองทัพ และยังมีเงินเข้าตอนเช้า 1,499,356 บาท ตอนเย็นเงินออก มีหลักฐานเป็นแชทไลน์ของจ่า ธ. ที่มีสลิปส่งเงินให้นาย พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยตอบหน่อยขบวนการปรสิตแบบนี้รู้จักหรือไม่ หรือเป็นคนดีจนไม่รู้เรื่องชั่วๆ พวกนี้

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อเปลี่ยนคน ในตำแหน่งแล้วรูปแบบการกินหัวคิวยังดำเนิน ต่อไป ระดับเจ้ากรมสวัสดิการทหารก็เอี่ยวด้วย มีแชทไลน์ เสธ.ชา ซึ่งเกิดหลังกราดยิงที่โคราชแล้ว สนทนากับผู้ประกอบการว่า เสธ.ได้จ่ายให้เจ้ากรมฯหรือไม่ เสธ.บอกจ่ายแล้ว ไม่จ่ายก็โดนตืบพอดี ข้อความต่อมา ระบุทุกคนก็จ่าย จนมีเหตุกราดยิง มีหลักฐานทุจริตทั้งหมด 620 ราย และระดับใหญ่กว่าเสธ.ก็เรียกรับเงินด้วย พลตรี ว. ขณะนั้น เป็นรองเจ้ากรมสวัสดิการทหาร รับเงินเต็มๆ จาก จ่า ธ. 1 แสนบาท น่าจะเป็นเงินค่าผ่านทาง นอกจากจะหักหัวคิว ยังหักเงินส่วนต่าง ค่าบ้าน เราไม่มีวันปฏิรูปตำรวจและกองทัพได้ ตราบใดที่ 3 ป.ยังอยู่ ขอให้ทหารชั้นผู้น้อยและประชาชนทุกคนลงคะแนนเสียงถล่มทลาย เอา 3 ป.ออกไป เพื่อเปิดประตูสู่การปฏิรูปกองทัพอย่างแท้จริง”นายปดิพัทธ์

‘ป๊อก’ชี้ชัดใครให้สัญชาติตู้ห่าว
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงการขอแปลงสัญชาติไทยของนายตู้ห่าว ว่า มีการขอใช้ชื่อไทยว่านายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ได้ร้องขอแปลงสัญชาติในกรณีเป็นสามีของ พ.ต.ท.หญิง วันทนารีย์ กรณ์ชายานันท์ ซึ่งเป็น คนสัญชาติไทย ได้ร้องขอยื่นแปลงสัญชาติเมื่อวันที่ 3 ส.ค.2554 ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และผ่านขั้นตอนของคณะอนุกรรมการ กลั่นกรอง ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการ กลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ โดยได้พิจารณาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2556 จากนั้น เป็นขั้นตอนของรมว.มหาดไทย ขณะนั้นคือ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ (ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้อนุญาตให้แปลงสัญชาติได้ในปี 2556 ถือว่าสิ้นกระบวนการ เมื่อผ่านขั้นตอน การปฏิญาณตนแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้ทำประกาศเพื่อลงราชกิจจานุเบกษา

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงกรณีเรือหลวงสุโขทัย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรมว.กลาโหม สั่งการให้กองทัพเรือดูแลกำลังพลให้ดีที่สุด ส่วนสาเหตุเรือล่มยังอยู่ระหว่างสอบสวน แต่คงต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เพราะเรือเป็นวัตถุพยานสำคัญ มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการกู้เรือ โดยมี 30 บริษัทเสนอเข้ามา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม โปร่งใส มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการกู้เรือ

ส่วนการซ่อมบำรุงเรือทุกลำมีการซ่อมบำรุง ตามแผน เป็นเรื่องของห้วงเวลาตามชั่วโมงการใช้งาน และซ่อมเพื่อให้พร้อมใช้งาน ได้โดยไม่เกิดการชำรุด หลังการซ่อมใหญ่ เมื่อปี 2561-2563 และส่งมอบเรือใช้งานเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2564 หลังซ่อมได้ปฏิบัติภารกิจตามปกติอย่างมีขีดความสามารถ นอกจากนี้รมว.กลาโหม ให้ดูแลเรื่องสวัสดิการให้กำลังพลได้ใช้ชีวิตปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข การจัดสวัสดิการให้อยู่ในธรรมาภิบาล โปร่งใส กรณีมีการร้องเรียนต้องตรวจสอบ หากใครดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบ จะต้องถูกดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา

ชิงภาคใต้ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมแกนนำ พรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส. เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กางแผนโครงการพัฒนาภาคใต้ เขตเศรษฐกิจพิเศษยางพารา เมื่อวันที่ 16 ก.พ.

‘ลุงตู่’โวทำดีกว่ารบ.ก่อนหน้า
เวลา 19.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งว่า หลายท่านบอกว่าตนกระทำความผิด ไม่มีการตรวจสอบ ตนถูกตรวจสอบมาตลอด มีเรื่องมาทุกครั้ง ฟ้องมาเป็นร้อยคดีแล้ว ตนก็ชี้แจงไป จัดผู้แทนไปแก้คดี 300-400 คดีแล้ว ตนไม่ถูกตรวจสอบตรงไหน ไม่เข้าใจ กับ ป.ป.ช.ก็ชี้แจงทรัพย์สินไปแล้วทั้งที่กฎหมายบอกไม่ต้องชี้แจง ตนก็ชี้แจงแต่ก็ไม่เปิดเผย เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.เข้าใจหรือยัง พูดอยู่ได้

ขอให้พี่น้องเข้าใจว่าการปฏิรูปต้องอาศัยเวลา ความร่วมมือ ความรัก ความสามัคคี ถึงจะไปได้ ซึ่งรัฐบาลปฏิรูปไปหลายเรื่องแล้ว เช่น ปฏิรูปกองทัพ ยุทโธปกรณ์ต้องมีความพร้อม ถ้าบอกว่าไม่ต้องมีก็ได้ หรือซื้อแล้วมันจะโกง คิดแบบนี้ตรรกะไม่ได้ ไปหาหลักฐานมา ใครโกงก็ลงโทษ ติดคุกไป วันหน้าขอเชิญท่านที่พูดไปขึ้นเครื่องบินซี 130 กับตนสักลำ จะกล้าขึ้นไหม แต่ละลำอายุ 40 ปีแล้ว ทหารเสี่ยงไปเท่าไร ส่วนการปฏิรูปตำรวจ ใครที่คิดว่าเสียเงินแต่งตั้งตำรวจ มาหาตน เพราะไม่เคยมีนโยบายให้ใครไปเรียกรับ ผลประโยชน์ ถ้าใครปล่อยปละละเลย เอาหลักฐานมา จะสอบสวนให้ ร้องเรียนขึ้นมา

“ที่ทำมาทั้งหมดผมทำได้ดีกว่าก่อนหน้านั้นมากมายหลายเรื่องด้วย มองดูส่วนดีบ้าง ใครจะเป็นนายกฯ ก็แก้ให้ดีกว่าที่ผมแก้ก็แล้วกัน บางพรรคผมไม่รู้ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นนายกฯ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

‘เสี่ยแป๊ะ’โต้ข่าวน้องซบรทสช.
นายสนธยา คุณปลื้ม สมาชิก พท.ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย inside Thailand หลังจากมีคำถามจากพิธีกรว่า บ้านใหญ่เมืองชลบุรี เกิดอาการบ้านแตกหรือเปล่า หลังจากนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรมจะแหกรั้วบ้านไปอยู่กับรทสช. ว่า ไม่จริง ข่าวที่ออกมาเขียนว่าแหล่งข่าว รายงานข่าวจากรวมไทยสร้างชาติ ส่วนหนึ่งคือ พรรคที่เอ่ยถึง คือคู่แข่งทางการเมือง “เราถือว่าเป็นเป้าหมายหนึ่ง ฉะนั้น อยากให้ลองดูว่า แหล่งข่าวกับการที่มาถามผมตรงๆ มันต้องมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน ไม่จริงแน่นอนเรื่องนี้”

“ไม่จริงเพราะเรื่องนี้เป็นครอบครัว ครอบครัวเราตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เราคุยกันตลอด โดยเฉพาะตอนหลัง เราหารือกันทุกเรื่องไม่ว่า จะเป็นเรื่องในบ้าน เรื่องการเมือง หรือเรื่องอะไร เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เราพูดคุยกันในพี่น้อง วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด” นายสนธยากล่าว

ศาลให้ประกัน 4 ทะลุเเก๊ส-กวิ้น-รุ้ง
ตามที่มีการคำร้องขอปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณาโดยติดอุปกรณ์กำไล EM คดีหมายเลขดำ อ.1841/2565 ที่มีนาย ว. เป็นจำเลยที่ 1 นาย ณ. จำเลยที่ 2 นาย พ. จำเลยที่ 3 นาย จ. จำเลยที่ 4 จำเลยคดีการชุมชุมกลุ่มทะลุเเก๊สซึ่งยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 6 ก.พ. และศาลเห็นควร ให้สืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสี่ก่อนมีคำสั่ง โดยให้เจ้าพนักงานคุมประพฤติรายงานผลสืบเสาะและพินิจต่อศาลภายใน 15 วันนั้น

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสี่แล้ว เห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 70,000 บาท พร้อมทั้งให้ติดอุปกรณ์กำไล EM กรณีผิดสัญญาประกันให้ปรับคนละ 70,000 บาท โดยให้เบิกตัวทั้งสี่จากเรือนจำมาศาลในวันที่ 17 ก.พ. เพื่อทำสัญญาประกัน และติดอุปกรณ์กำไล EM

วันเดียวกัน ศาลอาญา มีคำสั่งที่มีผู้ขอประกันยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 2 คดีหมายเลขดำ อ.443/2566 ที่อัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละพ.ร.บ.คอมพ์ โดยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสอง ตีราคาประกันคนละ 90,000 บาท ซึ่งผู้ขอประกันได้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสด พร้อมทำสัญญาประกันแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน