อิ๊งลุยต่อแม้ใกล้คลอด มุ่งเพื่อไทยแลนด์สไลด์ บิ๊กป้อมชิลเดินเสาชิงช้า วันชัยอ้างฤทธิ์ดาวเสาร์ ‘2ป.’แตกหัก-แยกเดิน

เพื่อไทยลุยหาเสียงอำนาจเจริญ-ร้อยเอ็ด ‘อิ๊ง’ปลุกเลือกทั้งคนทั้งพรรค ลั่นเดินหน้าหาเสียงแม้ท้องแก่ใกล้คลอด ‘จิราพร สินธุไพร’ ปลุกคนหนุ่มสาวทวงคืนทศวรรษที่หายไป ส่วนปชป.เผยมีนาคมนี้ เปิดผู้สมัคร กทม. 33 เขต ลั่นคัมแบ๊กได้แน่ รวมไทยสร้างชาติ แย้มเร็วๆ นี้ เปิดนโยบาย ‘ตัวตนบิ๊กตู่’ ยันส่งครบ 400 เขต ไม่มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน ชทพ.อ้อนขอชนะถล่มทลายทั้ง 5 เขตสุพรรณ บุรี ดัน ‘วราวุธ’ เป็นนายกฯ ก้าวไกลลุยภาคตะวันออก เปิดเวทีแรกที่สระแก้ว เชื่อกระแสลมการเมืองเปลี่ยน พร้อมสู้ ‘บ้านใหญ่’ มั่นใจยุบสภาใกล้เบิร์ธเดย์ ‘บิ๊กตู่’ ส.ว.วันชัย พยากรณ์อีก ชี้ 1 มี.ค. อิทธิพลดาวเสาร์ ทำ 2 ลุงแตกหัก ต้องแยกกันเดิน บอก ‘อิ๊ง’ ยังไม่ถึงดวงดาว ต้องรอปีหน้าโน้น เสรีรวมไทย แบไต๋ พร้อมร่วมงาน‘บิ๊กป้อม’

ตู่อารมณ์เสีย-ปัดตอบการเมือง
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังให้การต้อนรับชุดค้นหาและกู้ภัยในเมืองแห่งชาติหรือทีมยูซ่าไทยแลนด์ กลับสู่ประเทศไทย ถึงการช่วยเหลือคนไทยในตุรกี โดยระบุตอนหนึ่งว่า เราต้องรักกัน คนอื่นเขามองเขายังรักเราเลย คนไทยต้องรักกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่ารวมถึงนักการเมืองควรมีความรักและความเสียสละด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์สะบัดหน้าทันที พร้อมกล่าวว่า “เฮ้ย ขี้เกียจฟัง” ก่อนเดินออกไปขึ้นรถกลับทันที

รับกลับไทย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้อนรับทีม USAR Thailand กลับจากปฏิบัติภารกิจกู้ภัยเหตุแผ่นดินไหว ที่ตุรกี พร้อมลูบหัว ซาฮาร่า-เซียร่า 2 สุนัขกู้ภัย และพูดคุยด้วย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

พท.เย้ยนายกฯ สอบตกกลางสภา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เมื่อวันที่ 15-16 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถตอบให้ตรงคำถามของฝ่ายค้านได้เลย ซ้ำยังพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น เฉไฉ ปฏิเสธความรับผิดชอบ ในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนจีนสีเทา การให้สัญชาตินายตู้ห่าว และการที่นายตู้ห่าวบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงเรื่องหลานนายกฯที่ส่อความไม่ชอบมาพากลในการได้งานของรัฐ และเกี่ยวข้องทุนจีนสีเทา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ แต่เลือกที่จะตัดตอนความจริงด้วยการกล่าวหารัฐบาลในอดีต และการที่พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงหลักนิติธรรมและประชาธิปไตยที่ถูกต้องนั้น มันดูย้อนแย้งเพราะมาจากปากของหัวหน้าคณะรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ควรละอายแก่ใจที่จะกล้าสอนผู้อื่นบ้าง

“ไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเฉไฉ ไม่ตอบคำถามด้วยการเปิดตำราการเมืองแบบเก่า เบี่ยงเบนประเด็นเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดอย่างไร แต่ความจริงก็คือความจริง พล.อ.ประยุทธ์สอบตกกลางสภาแล้ว เพราะปล่อยปละละเลยให้ทุนจีนสีเทาเฟื่องฟูตามที่ฝ่ายค้านได้อภิปราย พิสูจน์ได้จากภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชั่น โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติปี 2565 ไทยมีการทุจริตอยู่อันดับที่ 101 ได้ 36 คะแนน ทั้งอันดับและคะแนนตกต่ำกว่าในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ และน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีคะแนนและลำดับที่สูงกว่านี้ หากท่านไม่ยอมรับความจริงในสภา ก็จงรับความจริงที่นานาชาติแปะป้ายประจานรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เสียบ้างก็ยังดี” นายอนุสรณ์กล่าว

ก้าวไกลชี้ผลซักฟอกทำเรตติ้งตู่ตก
นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุวันยุบสภา ต้องเผื่อเวลาให้ส.ส.ย้ายพรรคว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) คงไม่พร้อม การมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดครบทุกจังหวัด ต้องใช้เวลา และการคัดสรรผู้สมัครให้ครบ ไม่ใช่เรื่องง่าย พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องใช้เวลาให้มากที่สุด คาดไว้อยู่แล้วว่านายกฯ จะยุบสภา วันที่ 15 มี.ค. หรือวันที่ 22 มี.ค. เพราะถ้ายุบวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดตัวเองก็แย่หน่อย เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเกี่ยวข้องกับความพร้อมของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก

เมื่อถามถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 จะส่งผลกระทบต่อความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครทสช. ในการเลือกตั้งหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า มีแน่นอน เพราะสะสมจากการทำงานมา 8 ปี ทั้งปฏิรูปประเทศ รวมถึงการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ไม่มีเรื่องใดดีขึ้นตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดเลย ตนอยากฝากถึงประชาชน ให้มาเลือกพรรคที่จะนำอำนาจกลับคืนสู่ประชาชน ถ้าเป็นไปได้ อยากให้เลือกพรรคก้าวไกล เพราะเราไม่เอาพรรคทหารแปลงร่างมาร่วมรัฐบาล

จัดทีมกฎหมายสู้กลับส.ว.อุปกิต
นายธีรัจชัยกล่าวถึงนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท กรณีอภิปรายกล่าวหาเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินยาเสพติด และให้ตึกเป็นที่ทำการพรรครทสช. ว่า การถูกฟ้องร้องหลังอภิปรายมีเกือบทุกครั้งที่พูดถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภา ซึ่งต้องสู้คดีไป เพราะเป็นการทำหน้าที่สุจริต ไม่ได้มีเจตนาใส่ความใคร และมีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ในชั้นศาล จึงไม่ต้องกังวล เมื่อมีการฟ้อง เราก็มีทนายสู้ และการฟ้องของนายอุปกิต อาจจะยิ่งทำให้มีอำนาจออกหมายเรียกพยานเอกสาร และพยานวัตถุ จนสอบลึกลงไปอีก สุดท้ายจะเป็นผลดีกับผู้ฟ้องหรือไม่ ต้องดูกัน แต่อาจถอนฟ้องก็ได้ เพราะจำเลยสู้คดีได้ เต็มที่ และอาศัยอำนาจศาลไปเรียกคนมาสอบ จนลึกกว่าเดิมและจะได้เห็นว่าการฟ้องเรียก ค่าเสียหาย 100 ล้านบาท จะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะอาจจะไม่ชนะ จึงขอให้นายอุปกิตลองกลับไปทบทวนดู

ปธ.วุฒิสภาแจงยังไม่สอบจริยธรรม
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงส.ว.จะเรียกนายอุปกิตมาสอบจริยธรรม หรือดำเนินการอื่นใดควบคู่กันไปได้หรือไม่ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความ นายอุปกิตฟ้องนายรังสิมันต์ไปแล้ว ดังนั้น จึงยังไม่มีการสอบจริยธรรมของส.ว. เพราะไม่ได้ยื่น และยังไม่ทราบข้อมูลอย่างเเท้จริง แต่ดีแล้วที่นายอุปกิตไปฟ้องทันทีก็ต้องต่อสู้กันไปก่อน และเรื่องไปถึงศาล จึงต้องรอดูก่อนว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าหากมีผู้มาร้องคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภาหยิบขึ้นมาสอบได้เลยหรือไม่ ประธานวุฒิสภากล่าวว่า มีขั้นตอนในเรื่องจริยธรรมอยู่ ต้องส่งเรื่องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลก่อน ที่ผ่านมามีร้องเข้ามาหลายเรื่องเเล้ว แต่ไม่เกี่ยวกับกรณีนายอุปกิต เพราะ เรื่องเพิ่งจะเริ่ม และท่านก็ไปฟ้องเเล้ว พอไปฟ้องแล้ว โอกาสที่จะไปแทรกเเซงก็ลำบาก ทั้งนี้ เขาไปฟ้องร้องกันเองก็ดีเเล้ว เพราะอาจมีกรณีฟ้องกลับหรืออะไรกัน ก็เป็นเรื่อง ตัวบุคคล

เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าส.ว.จะ ไม่ปกป้องกันเอง นายพรเพชรกล่าวว่า มีการดำเนินการตามขั้นตอน ขอย้ำว่าเรื่องนี้เขาไปฟ้องเป็นคดีกันเเล้ว ทาง ส.ว.เข้าไปทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องเป็นคดีถึงศาลแล้ว

ส.ว.วันชัยโต้ด้อยค่าเพื่อไทย
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ข้อความเรื่อง “1 มี.ค.66 ดาวเสาร์ย้าย อุ๊งอิ๊งดวงดีมากกลางปี 67 โน่น” ว่า ถ้าอ่านเพจเฟซบุ๊กของตนดีๆ ไม่มีอคติ ไม่จับแพะชนแกะ จะรู้ว่าจุดยืนของตนชัดเจนว่า ใครได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ตนก็จะเลือกคนนั้นพรรคนั้น แม้จะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ตนก็เลือก ไม่เกี่ยวกับส.ว. 250 คน เพียงแต่ตนได้ยินมาจากบางพรรค สมาชิกบางคน บอกว่าเขาไม่เลือกอุ๊งอิ๊ง ด้วยเหตุผลที่เขาพูดให้ฟังหนักๆ แรงๆ เยอะแยะ ที่ตนเอามาพูดนั้น เป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ เบาๆ และเป็นสไตล์การเขียนหนังสือของตนที่เห็นใครต่อใครในเพื่อไทย กล่าวหาด่าว่าส.ว.กันสาดเสียเทเสีย ยิ่งตัวพ่อของเพื่อไทย ด่า ส.ว.ว่าเป็นหุ่นยนต์ ซื้อโรบอตมาแทนถูกกว่า ด้อยค่าส.ว.อย่างแรง

“ผมจึงสะกิดว่า จะแลนด์สไลด์เอาส.ส. 250 มาปะทะส.ว. 250 ระวังจะถูกแลนด์สไลด์ตีกลับก็เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ส.ว. 250 ทุกคนจะไม่เลือกอุ๊งอิ๊ง แค่นี้ก็ตีโพยตีพายกันไปใหญ่ อย่างกับอุ๊งอิ๊งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใครแตะต้องไม่ได้ จะเป็นจะตาย ดิ้นกันพราดๆ ไปทั้งพรรค ผมไม่ได้ด้อยค่าหรือไม่ได้ว่าอย่างที่พวกคุณพูดๆ กันเลย ใส่สีตีไข่ พูดจากล่าวหากันเละเทะ หวังว่าคงจะเข้าใจกันแล้ว” นายวันชัยระบุ

ชี้อิทธิพลดาวเสาร์ทำ 2 ลุงแตก
นายวันชัยระบุว่า มาพูดถึงเรื่องดวงบ้านดวงเมือง วันที่ 1 มี.ค.2566 เวลา 07.04 น. ดาวเสาร์จะย้ายจากราศีมังกรไปราศีกุมภ์ จากเรือนกัมมะสู่เรือนลาภะ นั่นหมายความว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงจากความดำทะมึนไปสู่ความสว่างไสว อำนาจเก่าอำนาจเดิมจะถูกบดขยี้ ที่เรียกว่า “ขั้วเดิมแตก แล้วแยกกันเดิน” ใครต่อใครที่กุมอำนาจอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดขั้วใดที่รวมกันอยู่ในกลุ่มอำนาจเดิมนั้น จะต้องกระจัดกระจาย แตกแยกกันไปด้วยอิทธิพลของดาวเสาร์ ไม่สามารถรวมตัวกันมีอำนาจเหมือนเดิมได้ ไม่ว่าจะลุงไหนพรรคไหน ต้องไปกันคนละทิศคนละทาง ขืนเกาะกันอยู่จมน้ำตาย ถ้าแยกกันไปขั้วใหม่คนใหม่จะเป็นลาภะ ประสบชัยชนะ มีอำนาจวาสนา นำมาซึ่งความสงบร่มเย็น จากร้ายจะกลายเป็นดี

“ด้วยอิทธิพลของดาวเสาร์ที่ย้ายราศีนี้ วัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน จึงทำพิธีสวดนพเคราะห์รับการเคลื่อนย้ายของดวงดาวตามโบราณคติ ในวันที่ 1 มี.ค.66 เวลา 19.00 น. จะทำให้เกิดขวัญกำลังใจ เป็นมงคลแห่งชีวิต นำมาซึ่งความโชคดีมีชัย ทั้งขั้วการเมืองใหม่และขั้วการเมืองเก่า จากร้ายให้กลายเป็นดี มีอำนาจรัฐ เป็นรัฐบาลสมปรารถนา แต่ดวงชะตา ของอุ๊งอิ๊ง ช่วง 1 ปีนี้ยังไม่ถึงดวงดาว ปีหน้าโน้น ดวงจะดีมาก รอหน่อย” นายวันชัยระบุ

เสรีสอนอิ๊งจะเป็นใหญ่ใจต้องนิ่ง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีน.ส.แพทองธาร ตอบโต้ ส.ว.ที่ตั้งธงจะไม่เลือกนายกฯ จากพรรค พท. และขอบคุณที่ช่วยพรรคหาเสียงว่า ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง เพราะเขาก็หาเสียงกันไป และขอบอก น.ส. แพทองธารว่าอย่ากังวล ช่วงนี้มันเหมือนสงครามน้ำลาย พูดกันไปมา แต่คนตัดสินใจคือประชาชน ฉะนั้นอย่าไปเสียสมองกับเรื่องดังกล่าว เอาเวลาไปหาเสียง หรือนำเสนอนโยบายดีๆ แบบนั้นน่าจะเป็นประโยชน์กว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรค พท.ยังไม่ทิ้งเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. นายเสรีกล่าวว่า ถ้าจะตัดอำนาจ ส.ว.ก็มีได้ทางเดียว คือต้องได้คะแนนเสียง ส.ส.ให้เกิน 376 เสียง แต่หากจะตัดอำนาจ ส.ว.ด้วยการพูดกันไปมา ไม่มีทางตัดได้แน่ แม้จะเสนอผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ผ่าน ไม่มีทางอื่นที่จะตัดได้ มีแต่พูดจาปราศรัย ให้เกียรติกัน หานโยบายดีๆ ไปหาเสียงกับประชาชนดีกว่า หาก น.ส.แพทองธารคิดถึงแต่เรื่องนี้จะเสียเวลาเปล่าๆ ถ้าจะเป็นผู้นำประเทศอย่าไปคิดเล็กคิดน้อย ไปทำแต่เรื่องใหญ่ๆ ดีกว่า

สมชัยชี้โทษยุบพรรคติดเทอร์โบ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตกกต. โพสต์เฟซบุ๊กว่า “แก้ระเบียบใหม่ กกต. ต่อจากนี้ยุบพรรคติดเทอร์โบ วันที่ 15 ก.พ.2566 กกต.ออกระเบียบใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกฉบับ คือ ระเบียบว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรค การเมือง พ.ศ. 2566 มีสาระสำคัญ คือ 1.ยกเลิกระเบียบเก่า ของปี 2564

2.พรรคไหนถูกร้องหรือพบว่าทำผิด มาตรา 92 ของพ.ร.ป.พรรคการเมือง (ล้มล้างการปกครอง ปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย แสวงหากำไร ยอมให้คนนอกครอบงำ รับบริจาคจากบุคคลเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคง สนับสนุนคุกคามความสงบเรียบร้อย เรียกรับเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการเมือง รับเงินจากแหล่งมิชอบด้วยกฎหมาย รับเงินจากคนไม่มีสัญชาติไทย) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรับหรือไม่รับเรื่องใน 7 วัน

3.การรวบรวมข้อเท็จจริง ให้เสร็จใน 30 วัน ขอขยายได้ครั้งละ 30 วัน 4.เมื่อเสนอ กกต.ลงมติยุบพรรค ให้ กกต.พิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรค และ 5.ระเบียบนี้ ไม่ใช้กับคำร้องเก่าก่อนประกาศ เว้ยเฮ้ยฤทธิเดชจริงๆ”

รทสช.แย้มเปิดนโยบาย‘ตัวตนบิ๊กตู่’
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อม หากยุบสภาในเดือนมี.ค.ว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมอย่างมาก เนื่องจากพรรคได้วางกลไกการบริหารไว้ค่อนข้างดี และยังมีคณะกรรมการกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน ฉะนั้น การทำงานของพรรคเป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก็พร้อมเกือบหมด แต่อาจมีพื้นที่ทับซ้อนกันบ้างเล็กน้อย ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการในแต่ละภาคกําลังจัดการอยู่ จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา

นายธนกรกล่าวว่า เร็วๆ นี้ พรรคจะออกนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตัวตนของพล.อ. ประยุทธ์ ก่อน ส่วนนโยบายในด้านต่างๆ ทำไว้เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแค่รอเวลาที่เหมาะสมในการทยอยเปิดเผย

ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบ 400 เขตหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ส่งครบทั้งประเทศแน่นอน เนื่องจากพรรคมีคณะกรรมการที่ดูแลในแต่ละภาค ซึ่งมีการประชุมติดตามความคืบหน้าในเรื่องผู้สมัครและนโยบายต่างๆ ทุกสัปดาห์ และได้วางแผนการปราศรัยใหญ่ในแต่ละพื้นที่ไว้คร่าวๆ แล้ว

ปชป.ลั่นคัมแบ๊กเมืองกรุง
ที่อาคารสุขประพฤติ เขตบางซื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมแกนนำพรรค ทำพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขตบางซื่อ และเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. 3 เขต ได้แก่ นายภูเบศร์ อภัยวงศ์ กัปตันขับเครื่องบินพาณิชย์ เหลนนายควง อภัยวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรคและเป็นหัวหน้าพรรคคนแรก เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบางซื่อ นายพันธ์พิสุทธิ์ นุราช หรือกัปตันไมเคิล ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบึงกุ่ม และนายวัทธิกร หรุ่นศิริ กัปตันแพท ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตสายไหม

นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้นเดือนมี.ค.จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 33 เขตของกรุงเทพฯ เรามั่นใจว่าในพื้นที่กทม. เราจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน คัมแบ๊กกลับมาแน่ ส่วนการเลือกตั้ง คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนพ.ค. ซึ่งกกต.จะเป็นคนกำหนดวัน ถัดจากนี้ไปเชื่อว่าการเมืองและการแข่งขันกันระหว่างพรรคจะเข้มข้นขึ้น อยากฝากให้ประชาชนและชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกพรรคที่จะเป็นสถาบันหลักทางการเมือง และนำการเมืองไปสู่ความยั่งยืนได้ ไม่ใช่เป็นการเมืองเฉพาะกิจ ส่วนใครจะเป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นเรื่องของประชาชนจะให้คำตอบ ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งของกทม. ขอให้มีความยุติธรรม ไม่สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบให้พรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเช่นนี้พรรคการเมืองและประชาชนก็คงรับไม่ได้

เพื่อไทยนำทัพบุกอำนาจเจริญ
เวลา 11.00 น. ที่สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติ อ.เมืองอำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยต่อเนื่องเป็นวันที่สอง นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แกนนำพรรค ส.ส.ในพื้นที่อำนาจ เจริญและยโสธร รวมถึงว่าที่ผู้สมัครในทั้งสองพื้นที่มาร่วมเวทีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีประชาชนมารอฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ลานด้านหน้าสวนเฉลิมพระเกียรติฯ

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรายกทัพใหญ่มาพบประชาชน เพื่อเน้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อำนาจเป็นของประชาชน เราต้องการเอาอำนาจของประชาชนคืน ขอให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัดทั้งอำนาจเจริญ และยโสธร ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมาประชาชนเจอกับความยากลำบาก ถ้าเลือกเขาต่อไป ได้นโยบายกัญชาเสรี แต่กฎหมายที่ให้ปลูกกัญชา 6 ต้น มันเอาไปกินไปขายไม่ได้ แต่ทำให้ลูกหลานติดกัญชา

‘อิ๊ง’ปลุกเลือกทั้งคนทั้งพรรค
ด้านน.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า อาทิตย์หน้าจะท้องครบ 7 เดือน กลัวหมอไม่ให้เดินทาง เลยมาพบพี่น้องอีสานก่อนใคร พรรคคิดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวอีสานหายจน แต่เกิดรัฐประหาร และมีปัญหาโควิด การจัดการของรัฐบาลไม่ดี ทำให้ประชาชนเป็นหนี้มาถึงทุกวันนี้ ขอยืนยันนโยบายค่าแรง 600 บาท ถ้าพรรค พท. เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี ค่าแรงได้ 600 บาทแน่นอน และสินค้าการเกษตรต้องราคาขึ้นยกแผงด้วยการเปิดตลาดให้ขายได้ทั่วโลก วันนี้ปัญหาความยากจนแก้ไม่จบเสียทีเลยมาขอคะแนนให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อเข้าไปโหวตนโยบายที่เราตั้งใจมาแก้ไขให้พี่น้อง

จากนั้นน.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.และคาดการณ์ว่าจะมีเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค. อาจคาบเกี่ยวกับการคลอดของน.ส.แพทองธารว่า ขณะนี้ได้ช่วยกันวางแผนกับพรรคแล้วในเรื่องการเดินทาง เพราะมีเรื่องสุขภาพด้วย เห็นตนเดินทางเช่นนี้ ตนก็หาเวลาพักผ่อนตลอด นอนเต็มที่ โดยจะดูเรื่องขึ้นเครื่องบินมากกว่า หากยังขึ้นได้ แพทย์รับรองก็ยังไป แต่ช่วงใกล้คลอดคงจะเป็นใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้ ช่วงที่ตนใกล้คลอดจะมีคนอื่นนำทัพหาเสียง โดยอาจจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ไม่สนยุบสภาเมื่อไหร่-ขอลุยต่อ
เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯ อีก 2 คนจะมาช่วยลงพื้นที่ได้เมื่อไหร่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เขาอาจมาช่วยกันอยู่แล้วก็ได้ แต่ตอนนี้ทุกคนในพรรคก็ช่วยกันอยู่ คิดว่าทีมปราศรัยเราไปต่อกันอยู่แล้ว แต่ละคนพูดเก่ง หากเวทีไหนที่ตนไม่ได้ไป ก็จะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และไม่คิดว่าการเปิดตัวแคนดิเดต นายกฯ ช้า จะทำให้เราเสียโอกาสในการเรียกคะแนนเสียง เพราะเราชูเรื่องนโยบายพรรค

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับสัญญาณยุบสภา ซึ่งนายกฯ ระบุมีวันในใจแล้ว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราไม่สนใจว่าจะยุบสภาเมื่อไหร่ เพราะเราจะเดินหน้าแบบนี้ต่อไป

ไม่สนส.ว.วันชัยทำนายดวง
น.ส.แพทองธารกล่าวกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุดวงของน.ส.แพทองธารจะดีขึ้นในปี 2567 หลังจากส.ว.หมดวาระแล้วว่า ขอบคุณ ไม่รู้จะตอบอะไรเลย ข้ามไปๆ อันนั้นเหมือนไม่ใช่ดวง เหมือนเป็นข้อเท็จจริง

ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส.ว.ที่ยกมือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนทำให้คนทั้งประเทศดวงตกมาตลอด 4 ปีแล้ว หากเรื่องนี้จะถือว่าเป็นโชคชะตา การเลือกตั้งประชาชนจะเป็นคนกำหนดชะตาตัวเอง โดยการลงคะแนน และพรรค พท.ก็อาสาเข้ามาทำงาน ชนะให้เด็ดขาดแลนด์สไลด์ เอาชนะส.ว. ที่ต้องการจะสร้างเกมปลุกปั่นสกัดกั้นพรรค พท.และประชาชน

เมื่อถามถึงเนื้อหาการปราศรัยที่จ.อำนาจ เจริญ พุ่งเป้าไปที่นโยบายกัญชาเสรี หมายความว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แปลว่ายาเสพติดเป็นอันตรายที่น่ากลัวของประชาชน กัญชาที่อยู่ในมือลูกหลาน เป็นอันตรายต่ออนาคตชาติ ไม่ว่าจะปราศรัยที่ไหน เรายกให้ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนทันที พรรคไหนหรือใครก็ตามสนับสนุนเรื่องนี้ ก็เห็นต่างกับพรรค พท.

มั่นใจบ้านใหญ่ชลบุรีมาครบ
นพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม อาจจะไม่มาร่วมกับพรรค พท.ว่า นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี ในฐานะพี่ใหญ่เขามาประกาศที่พรรคว่ามาเป็นครอบครัว แต่เราไม่ไปก้าวล่วงเรื่องครอบครัว นายอิทธิพลจะคิดอย่างไร เราไม่ไปเกี่ยวข้อง แล้วแต่ตัดสินใจ แต่เขาบอกว่าเป็นการตัดสินใจร่วมกันของพี่น้อง

เมื่อถามถึงความมั่นใจในเขตเลือกตั้งชลบุรี นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราตั้งมั่นใน 10 เขต และมั่นใจว่าชลบุรีน่าจะมีโอกาสเกือบครบทุกเขต เราเหลือการประกาศตัวไม่กี่เขต ในสัปดาห์หน้าจะประกาศครบทุกเขต ช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ถ้าว่าที่ผู้สมัครของเรา ลงพื้นที่แล้ว ถ้าไม่ได้รับการตอบรับหรือต้องเปลี่ยนตัว เราก็แจ้งกับว่าที่ผู้สมัครอยู่ตลอดเวลา เพราะขั้นตอนสุดท้ายต้องผ่านกระบวนการการสรรหา อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อถามว่าเขตเลือกตั้งปัจจุบันยังไม่นิ่ง จะมีผลกระทบต่อการนำเสนอผู้สมัครส.ส.หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า มีผล เพราะพื้นที่ของแต่ละบุคคลมีความสามารถแตกต่างกัน เรารอว่าเมื่อเขตเลือกตั้งชัดเจน ก็จะมีการปรับตัว ปรับเปลี่ยน เช่น เราประกาศไป 8 คน แล้วหากเขตนั้นไม่ตรง เราอาจจะต้องมีการปรับ

อุ๊งอิ๊งอ้อน – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำและสองสาวพี่น้อง สินธุไพร ขึ้นเวทีปราศรัย ที่ร.ร.เสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

อิ๊งอ้อนชาวร้อยเอ็ดขอโอกาสทำงาน
ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยย่อย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่จำนวนกว่าหมื่นคน โดยน.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ หากเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำงาน เรามั่นใจว่าเราทำงานหนักอย่างแน่นอน วันนี้มาขอโอกาสมาทำโครงการดีๆ นโยบายดีๆ ให้ประชาชนหายจน 17 ปีที่ผ่านมาเราเสียดายโอกาสในการพัฒนาประเทศจากการที่คุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร) ถูกรัฐประหาร สิ่งนี้ฝังอยู่ในใจของตนมาตลอด เจตนารมณ์ของนายทักษิณ ถูกส่งตั้งแต่ไทยรักไทยมาจนถึงเพื่อไทย ตนเข้ามาทำงานโดยใช้ทีมงานชุดเดิมที่มีความพร้อม ความรู้ และความสามารถทำงานเพื่อช่วยประชาชนให้พ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หมดเวลาแล้วสำหรับความลำบาก ถึงเวลาแล้วสำหรับความกินดีอยู่ดีของชาวอีสาน เราต้องมีศักดิ์ศรี และมีอนาคตที่ดีส่งต่อให้ลูกหลาน

อุ๊งอิ๊งอ้อน – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หน.พรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการ พร้อมแกนนำ และ 2 สาว พี่น้องสินธุไพร ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ลานบึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

ขอแลนด์สไลด์เอาชนะ250สว.
จากนั้นเวลา 17.00 น. ที่ลานบึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยน.ส.แพทองธาร และแกนนำพรรค พร้อม ส.ส.ร้อยเอ็ด ทั้ง 6 คน ประกอบด้วย นายฉลาด ขามช่วง นายนิรมิต สุจารี นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ น.ส.จิราพร สินธุไพร นายกิตติ สมทรัพย์ นายศักดา คงเพชร และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ดพรรค อีก 2 คนประกอบด้วย น.ส.ชญาภา สินธุไพร และนายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ โดยมีประชาชนมารอรับฟังคำปราศรัยจนล้นพื้นที่

น.ส.จิราพร ปราศรัยว่า ภาคอีสานเป็นพื้นที่นักสู้ประชาธิปไตยจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้พื้นที่ภาคอีสานเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายประชาธิปไตย และสนับสนุนพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยจนได้เป็นรัฐบาลมาตลอด เลือกตั้งครั้งนี้ขอฝากพี่น้องให้ชนะยกจังหวัด เพื่อเอาชนะ ส.ว.250 คนให้ได้ ครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตคนไทยทั้งประเทศ ถ้าอยากเอาชนะเผด็จการสืบทอดอำนาจ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

ลั่นพท.เป็นรัฐบาล-3ป.กลับบ้านแน่
นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาเมื่อไหร่ ไม่เกี่ยวกับเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือไม่ แต่ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 3 ป. กลับบ้านแน่นอน บ้านเมืองนี้ต้องการคนเคารพกติกา เคารพประชาชนเข้ามาแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ไม่สำนึกจะอยู่ต่อท่าเดียว ให้ส.ว. ออกมาเป็นด่านหน้าทุกวัน

ด้านน.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า ก่อนมาร้อยเอ็ด พ่อทักษิณเล่าให้ฟังว่าระหว่างหาเสียงที่ร้อยเอ็ด มีคนมาพูดว่าช่วยคนจนหน่อย เป็นประโยคที่นายทักษิณ สร้างพรรคไทยรักไทย ทำนโยบายมาช่วยคนจน ทำให้มีนโยบายพักหนี้เกษตรกร ซึ่งเพื่อไทยจะนำกลับมาใช้แน่นอน และนโยบายอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค เราจะนำกลับมาใช้ โดยทำให้ดีขึ้นให้ใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วประเทศ พรรคพท.พร้อมแล้วจะทำให้คนร้อยเอ็ดหายจนอย่างถาวร และต้องขอย้ำเตือนเลือกทั้งคนทั้งพรรคให้แลนด์สไลด์ไปเลย เพื่อผลักดันชีวิตให้ประชาชนดีขึ้น

เสรีรวมไทยแบไต๋ร่วมงาน‘บิ๊กป้อม’
ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงความพร้อมว่า พรรคจะพยายามส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขต ซึ่งพื้นที่เป้าหมายของพรรคคือ กทม. และต่างจังหวัดบางพื้นที่ แต่การหาเสียงขณะนี้ กกต.ไม่ทำหน้าที่ บางพรรคเอาคนมาฟังปราศรัย ไม่รู้มีการจ่ายเงินให้หรือไม่ กกต.ต้องไปตรวจสอบ หลายนโยบายพรรคเสรีรวมไทยถูกลอกไป ทั้งที่คิดมาก่อน แต่พรรคใหญ่เสียงดังกว่า เช่น บำนาญประชาชน เบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากหลังเลือกตั้ง พรรค พท. จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งรัฐบาล พรรคเสรีรวมไทยพร้อมร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร. เกษียณมาหลายปี ไม่มีปัญญาทำรัฐประหารแน่นอน ต้องให้คนคุมกำลัง มีอาวุธเท่านั้นคือพล.อ.ประยุทธ์ ส่วนพล.อ.ประวิตรและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แค่มาช่วย

“จุดยืนผมจะต่อต้านเฉพาะตัวหลักการทำรัฐประหาร แต่พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่ตัวหลัก ถ้าจะร่วมกันทำงานก็ทำได้ แต่ไม่ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์แน่นอน ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐก็ร่วมกันได้” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

เล็งทาบ‘ชูวิทย์’ร่วมปราบโกง
เมื่อถามว่าพรรคเน้นปราบทุจริต จะไปทาบทามนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง มาร่วมงานด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มีการทาบทาม แต่ตอนที่นายชูวิทย์ มีปัญหากับนายสันธนะ ประยูรรัตน์ ก็มาขอความช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภา ผู้แทนราษฎร ที่ตนเป็นประธาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการทาบทาม แต่อาจไปคุยกับนายชูวิทย์ว่า สนใจหรือไม่ เพราะนายชูวิทย์ไว้ใจตนและมีจุดยืนเรื่องปราบโกงเหมือนกัน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนส.ว.ประกาศจะโหวตสนับสนุนเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ เท่านั้น ตนมองว่าเป็นสิทธิ์ของส.ว. แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ส.ว.คงต้องคิดว่า ทำไมพล.อ.ประยุทธ์เป็นเช่นนี้ แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ จึงมีส.ว.บางส่วนไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ โหวตนายกฯ รอบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีทางได้ครบ 249 เสียง เสียงคงแบ่งกันไป ไม่รู้จะมีเสียงถึงครึ่งหรือไม่ ที่ให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

บวงสรวง – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการ และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำบวงสรวงพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ก่อนออกพบปะประชาชน เมื่อวันที่ 18 ก.พ.

ชทพ.ลุยขอเสียงชาวดอนเจดีย์
ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นำโดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค และน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมกันบวงสรวงสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยุทธหัตถี ก่อนเดินพบปะประชาชนกว่า 2 พันคน ที่มาร่วมฟังปราศรัย โดยมีคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา และนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย มาให้กำลังใจ

นายวราวุธปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้มาขอคะแนนชาวอ.ดอนเจดีย์ เลือก ส.ส.เขต คือนายประภัตรและเลือกพรรค ชทพ. ให้ถล่มทลาย เพื่อให้ตนและชาวพรรค ชทพ.เข้าไปทำงาน การเลือกตั้งครั้งนี้ ตนได้รับเกียรติจากพรรค เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ขอให้คำมั่นได้เลยว่า วราวุธคนนี้ ไม่แพ้ ไม่ทำให้คนสุพรรณบุรี ต้องอับอายอย่างแน่นอน

ขอชนะ-ดัน‘วราวุธ’เป็นนายกฯ
ด้านน.ส.กัญจนา ปราศรัยว่า กติกาเลือกตั้งเปลี่ยนมาใช้บัตร 2 ใบ และขอให้เลือก ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ทั้ง 5 เขต และเลือกพรรค ชทพ.ในบัตรบัญชีรายชื่อ ให้ได้คะแนนมากกว่า 3.5 แสนคะแนนขึ้นไป เพื่อให้นาย วราวุธ และคนอื่นๆ เข้าไปทำงานในสภา จึงอยากฝากชาว อ.ดอนเจดีย์ ช่วยกันอุ้มนายประภัตร ที่ลงสมัครส.ส.เขต และนายวราวุธ ที่ลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้กลับเข้าไปทำงานอีกครั้ง วันเลือกตั้งขอให้แสดงพลัง เลือกทั้งคนทั้งพรรค ให้พรรค ชทพ. มี ส.ส.อย่างน้อย 25 คน เพื่อส่งนายวราวุธ เป็นนายกฯ

ขณะที่นายประภัตรยืนยันว่า มาวันนี้ด้วยหัวใจและความจริงใจ และที่ผ่านมาพรรคได้แก้ปัญหาทั้งการคมนาคม และแก้ปัญหา เรื่องน้ำ เรื่องการเกษตรไว้จนไม่มีการแย่งน้ำเหมือนในอดีต และขอให้พรรค ได้ทำต่อ จึงขอให้เลือกคนและพรรค ให้ชนะถล่มทลายทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี

ก.ก.ชูบ้านใหม่กว่าสู้บ้านใหญ่สระแก้ว
ที่ ต.โคคลาน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม ส.ส.ประกอบด้วย นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยแรกในการลงพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมีประชาชนรอฟังการปราศรัยอย่างคับคั่งร่วมพันคน

นายพิธากล่าวปราศรัยว่า ปลื้มใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวสระแก้ว การลงพื้นที่ภาคตะวันออก นอกจากเยือนถิ่นที่หลายคนมองว่ามีบ้านใหญ่ เพื่อเสนอตัวให้ เห็นว่าพรรคก้าวไกลเป็นทางเลือกที่ดีของประชาชน เรายังตั้งใจมานำเสนอนโยบายพรรคที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะนโยบายปฏิรูปที่ดิน ที่ทราบว่าประชาชนในพื้นที่เดือดร้อน กองทัพบกมีที่ดินเกือบ 5 ล้านไร่ อยู่ที่สระแก้ว 1.5 แสนไร่ พรรคเห็นว่าต้องกระจายที่ดินที่กระจุกตัวแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของกองทัพ หรือ ที่ดินส.ป.ก. ให้กลายเป็นโฉนดเพื่อเป็นที่ดินทำกินของประชาชน

“ผมพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ วันนี้เชื่อว่ากระแสลมทางการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว นอกจากกระแสของบ้านใหญ่ที่พัดในภาคตะวันออก ก็มีกระแสของบ้านใหม่กว่า ที่พร้อมปักธงทั่วทั้งภาคตะวันออกเช่นกัน” นายพิธากล่าว

‘พิธา’พร้อมเป็นหัวหน้ารัฐบาล
ด้านน.ส.เบญจากล่าวว่า พรรคก้าวไกล มีนโยบายสวัสดิการที่รองรับคุณภาพชีวิตประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี เริ่มที่ 450 บาท สวัสดิการเด็กแรกเกิด 3,000 บาท เบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งประเทศ ทำรถเมล์พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ขอให้ชาวสระแก้วเลือกพรรคก้าวไกลให้แลนด์สไลด์ ปักธงส้มทั้งจังหวัด ให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ในวันนี้ นายพิธาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ถ้าวันหน้าพี่น้องสระแก้วเลือกพรรค ก้าวไกล จะได้นายพิธาเป็นหัวหน้ารัฐบาล

พปชร.ปราศรัยกรุงเก่าชูแก้น้ำ
เมื่อเวลา 18.30 น. ที่อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรค ปราศรัยย่อย พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 3 เขตคือ นายบุญเชิด ศิริยศ เขต 1, นายธนพล บุญเจริญกิจ เขต 2 และนายชณทัต ปัทะมะภูวดล เขต 3

นายสันติ ปราศรัยโดยยกนโยบายหลักของพรรค ทั้งการแก้ปัญหาที่ทำกินและน้ำ “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน มีเรา มีที่ทำกิน มีที่ดินไม่มีจน” และเพิ่มเงินสวัสดิการเป็น 700 บาท มาชี้แจง พร้อมยืนยันว่า นโยบายทั้งหมด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะทำทันที แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนที่ต้องเลือก ผู้สมัครของเราเข้าไปนั่งสภา เพื่อสนับสนุนให้เป็นนายกฯคนที่ 30 และหากได้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมผลักดันนโยบายตามที่ประกาศไว้ในทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนปราศรัย ผู้บริหารพรรค พร้อมผู้สมัครส.ส.ทั้ง 3 เขต ได้ขึ้นรถแห่รอบเมืองท่าเรือ บริเวณวัดสะตือ จนถึงตลาดท่าเรือ ระยะทาง 5.2 กิโลเมตร มีประชาชนโบกมือต้อนรับและตะโกนทักทาย พร้อมมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจผู้สมัคร เป็นระยะ

เดินเสาชิงช้า – พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ย่านเสาชิงช้าเป็นการส่วนตัวพร้อมหลานๆ โดยเดินไปร้านโปรดทั้งร้าน ส.หน้าวัง และมนต์ นมสด สั่งจานโปรดมารับประทานอย่างคุ้นเคย มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.พ.

‘ป้อม’ชิล-กินของอร่อยย่านเสาชิงช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. ลงพื้นที่ย่านเสาชิงช้า เป็นการส่วนตัว พร้อมหลานๆ หาของอร่อย บริเวณถนนดินสอ ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร โดยพล.อ.ประวิตรเดินไปร้าน ส.หน้าวัง สั่งหมี่ผัดกระเฉด ข้าวผัดกุ้ง กะเพราหมู ต้มยำไข่เจียวหมูเด้งน้ำข้น ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ มาทานอย่างคุ้นเคย ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.อ. ประวิตรเคยมาทานอาหารที่ร้านนี้อยู่บ่อยๆ ระหว่างทานอาหาร มีชาวบ้านมาขอถ่ายรูป และให้กำลังใจให้สู้ๆ โดยพล.อ.ประวิตรได้ทักทายและร่วมถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง จากนั้นพาหลานเดินไปทานของหวานที่ร้านมนต์ นมสด โดยยืนต่อแถวสั่งนมและขนมปังปิ้งมานั่งทานที่ร้าน และพบปะพูดคุย และร่วมถ่ายรูปกับประชาชน ที่มานั่งทานที่ร้านเดียวกันด้วยความเป็นกันเอง

ลุยดอนเมือง – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายการุณ โหสกุล ลงพื้นที่เขตดอนเมือง พบประชาชน ที่ตลาดฝั่งโขง พร้อมปราศรัยประกาศนโยบายแก้หนี้ เติมทุน เมื่อ 18 ก.พ.

หน่อยควงเก่งการุณลุยดอนเมือง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมนายการุณ โหสกุล แกนนำพรรค ลงพื้นที่เขตดอนเมือง พบประชาชน ที่ตลาดฝั่งโขง พร้อมปราศรัยประกาศนโยบายแก้หนี้ เติมทุน ด้วยนโยบายกองทุนสร้างไทย 300,000 ล้าน เพื่อช่วยประชาชนสามารถฟื้นธุรกิจ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า กองทุนเครดิตประชาชน หรือกองทุนคนตัวเล็กจะเป็นการมอบเครดิตให้ประชาชนเพื่อล้างหนี้นอกระบบ ช่วยคนไทยหลุดพ้นจากอุปสรรคทางการเงิน ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรนในอัตราดอกเบี้ยต่ำไม่เกินร้อยละ 1 ต่อเดือน ที่สำคัญคือไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เริ่มต้นกู้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท และถ้ารักษาเครดิตได้ดีจะกู้ได้ถึง 50,000 บาท โดยเงินจำนวนนี้อาจกู้ยืมไปใช้ในยามวิกฤต ใช้เพื่อการตั้งตัวเอาไปเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจของตนได้

สิ้น‘ยุทธ อังกินันทน์’อดีตรมต.
วันที่ 18 ก.พ. นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า นายยุทธ อังกินันทน์ บิดา ได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 20.05 น. ของวันที่ 17 ก.พ. ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว หลังรักษาตัวมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยโรคไตวายและหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยมีกำหนดรดน้ำศพในวันอาทิตย์ที่ 19 ก.พ.2566 เวลา 14.00 น. และสวดพระอภิธรรมในเวลา 18.30 น. ที่วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี จากนั้นจะสวดพระอภิธรรมอีก 9 คืน ในเวลา 19.00 น.จนถึงวันที่ 27 ก.พ.2566

สำหรับนายยุทธ อังกินันทน์ หรือฉายา “ขงเบ้งเมืองเพชร” เกิดเมื่อวันที่ 6 เม.ย.. 2479 ทำงานการเมือง เริ่มลงเล่นการเมืองท้องถิ่นด้วยการเป็นสมาชิกสภาเทศบาล จนถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี ก่อนลงรับสมัครเลือกตั้งส.ส.เพชรบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ในพ.ศ. 2526 ได้รับเลือกเรื่อยมา จนถึง พ.ศ.2539 ก่อนจะวางมือทางการเมืองระดับชาติ และกลับมาลงเล่นการเมืองท้องถิ่นอีกครั้ง จนได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี “กลุ่มผาด” ยาวจนถึง 1 ก.พ.2564

นายยุทธ เป็นบุคคลที่ชาวจังหวัดเพชรบุรี ให้การนับถือมายาวนาน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี หลายสมัย อดีตส.ส.เพชรบุรี 7 สมัย อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร และรมช.แรงงานและสวัสดิการสังคม ในรัฐบาลชวน หลีกภัย

‘ตู่’รับทีมกู้ภัยไทยกลับจากตุรกี
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับชุดค้นหาและกู้ภัยในเมืองแห่งชาติ (ทีม USAR Thailand) กลับสู่ประเทศไทย โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และคณะร่วมพิธีต้อนรับด้วย

โดยเมื่อมาถึงพล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายสื่อมวลชน จากนั้นได้เข้าห้องรับรอง ก่อนต้อนรับทีม USAR Thailand พร้อมสวมกอดและลูบหัว สุนัขขวัญใจ “เซียร่า-ซาฮาร่า“ 2 สุนัขกู้ภัย และขอบคุณทีม USAR Thailand ก่อนที่จะรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงาน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต้อนรับทีมกู้ภัยพร้อมชื่นชมที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ประเทศตุรกี ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของทีมค้นหากู้ภัยประเทศไทยที่ได้มีโอกาสปฏิบัติภารกิจครั้งสำคัญร่วมกับนานาอารยประเทศ และได้สร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ในด้านการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรม ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและตุรกีให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้มอบเหรียญที่ระลึกสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์สำนักนายกรัฐมนตรีให้กับทีม USAR Thailand และ “เซียร่า-ซาฮาร่า” 2 สุนัขกู้ภัย พร้อมระบุว่า diss for you ก่อนที่จะเข้าไปเล่นพร้อมลูบหัวอย่างเอ็นดู พร้อมกล่าวอีกครั้งว่า “ขอบใจนะลูกนะ โชคดีนะ ขอให้อายุยืนยาว ช่วยทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไปนะ”

รมต.ยันกม.อุ้มหายมีผล22กพ.
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายว่า กฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ยังจะมีผลบังคับใช้วันที่ 22 ก.พ.นี้ โดยไม่ใช่เป็นการเลื่อนบังคับใช้ทั้งฉบับ แต่เป็นเพียงการเลื่อนบังคับใช้แค่ 4 มาตราเท่านั้น เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่มีความพร้อมด้านเครื่องมือ จึงมีหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย ในหมวด 3 ซึ่งมีทั้งหมด 8 มาตรา ออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง ทั้งงบประมาณ อุปกรณ์ความพร้อมของบุคลากร และมาตรฐานกลางในการปฏิบัติงาน

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า จึงมีการหารือร่วมกัน ทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อยุติ ยอมให้เลื่อนบังคับใช้กฎหมายแค่ 7 เดือน และให้เลื่อนใช้แค่ 4 มาตรา จากที่ขอมา 8 มาตรา ทางกระทรวงยุติธรรมจึงจัดทำพระราชกำหนด เพื่อขยายกำหนดเวลาบังคับใช้ 4 มาตรา คือ มาตรา 22-25 ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2566 โดยมาตรา 22 คือ การบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง มาตรา 23 การบันทึกข้อมูลผู้ถูกควบคุม เช่น ชื่อ นามสกุล อัตลักษณ์ มาตรา 24 ญาติ ทนาย ขอเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัวได้ และมาตรา 25 ข้อยกเว้นการเปิดเผยข้อมูลเช่น ละเมิดสิทธิส่วนตัว

“กฎหมายฉบับนี้ ได้ถูกผลักดันตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็สะดุดมาโดยตลอด จนมาถึงยุคผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ได้เสนอกฎหมายนี้ เข้าครม.ใหม่ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.63 และเสนอกฎหมายเข้าสภา เมื่อวันที่ 15 ก.ย.64 จนทุกฝ่ายเห็นชอบ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 ต.ค.65 และกำลังจะมีผลบังคับใช้วันที่ 22 ก.พ.นี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ผมต้องการยกระดับกระบวนการยุติธรรม ให้มีความโปร่งใส เท่าเทียม ไม่มีการกลั่นแกล้งกันได้อีก ต่อไป เพราะทุกขั้นตอนจากนี้ ต้องมีการบันทึกภาพทั้งหมด โดยผมรู้สึกภูมิใจที่มีหลายฝ่ายชื่นชมกฎหมายฉบับนี้ ถึงขั้นมีนักวิชาการด้านกฎหมายยกให้ว่าเป็นการช่วยปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทย ในรอบ 100 ปี ก็ทำให้ผมรู้สึกได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยพัฒนากระบวนการยุติธรรม ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง” รมว.ยุติธรรมกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน