ฮือยกโขลงบุกหมู่บ้าน กินพืชไร่-ตื้บรถพังยับ
ชาวภูกระดึงผวาหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับนานนับปี เหตุโขลงช้างป่า 80 ตัว หนีหนาวจากบนภูลงมาหากินผลผลิตการเกษตร ทำเสียหายกว่า 2 พันไร่ บ้านพังยับ รถใช้งานเกษตรกลายเป็นเศษเหล็ก ชาวบ้านต้องตั้งเวรยามตระเวนขับไล่กันเอง วอนหน่วยงานรัฐช่วยเยียวยา ผู้ว่าฯ เลยเผยปัญหาช้างบุกรุกเรือกสวนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมของบฯ สนับสนุนเครือข่ายอาสาเฝ้าระวังแห่งละ 5 พันบาท
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน อ.ภูกระดึง จ.เลย ว่า ช่วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากโขลงช้าป่ากว่า 70 ตัว ที่มาทำลาย กินพืชผลทางการเกษตร ชาวบ้านผวากลัวอย่างหนัก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทนรับชะตากรรม ไร้วี่แววการแก้ไข
นายภูมิภพ กองลาแซ อายุ 31 ปี ชาวบ้านท่ายางหมู่ 10 ต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง เล่าว่า ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.จนถึงวันนี้ โขลงช้างป่า 70-80 ตัว หนีหนาวมาพักอยู่ในเขตของ อ.ภูกระดึง รอยต่อกับ อ.ภูหลวงในเขตป่าสงวน ลงมาที่บ้านห้วยยางใหญ่ ลงกินพืชผลการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ยางพารา ต้นไผ่เลี้ยง กล้วย มันสำปะหลัง ร่วม 2,000 กว่าไร่ ตอนนี้เดือดร้อนหนัก และช้างกำลังขยายเพิ่มพื้นที่ออกมากว้างมาก ปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถไปสวนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย เกษตรกรบางรายถูกโขลงช้างป่าทำลายรถกระบะ รถทางการเกษตรจนเสียหายยับเป็นเศษเหล็ก ที่อยู่อาศัยบ้านพักพังหมดไม่มีชิ้นดี รู้สึกกลัวและผวากันทั้งหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีแต่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูหลวงประจำอยู่เพียง 4 นาย ทำอะไรไม่ได้ ชาวบ้านอยากให้ช่วยผลักดันช้างออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และอยากให้หน่วยงานรัฐมาช่วยเยียวยาพืชผลและที่อยู่อาศัยที่เสียหาย
ด้าน น.ส.ศิรินภา อาจแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน บ้านซำบ่าง หมู่ 5 ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านต้องตั้งเวรยาม เพราะมีช้างออกจากป่าเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว 12 ตัว เข้าทำลายข้าวของ ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านต้องออกตระเวนไล่ช้าง เสี่ยงมาก จึงบอกไปยังชาวบ้านให้ระวัง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร รอการช่วยเหลือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่เช่นกัน
นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอภูกระดึงกล่าวว่า ช้างโขลงนี้ได้มาอยู่ที่บริเวณภูค้อภูกระแตแล้วประมาณ 1 ปี และลงไปหากินในพื้นที่ ส่วนหนึ่งหนีหนาวลงมาหากินจากภูหลวง พาโขลงมาหากินที่ภูค้อภูกระแต กลางคืนจะออกหากินพื้นที่ไร่สวนชาวบ้าน ที่ทราบประมาณ 40-50 ตัว
สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น นายอำเภอภูกระดึงกล่าวว่า ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ที่เกษตรกรหรือชาวบ้านอยู่และทำการเกษตรนั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ เพียงแจ้งไปยังชาวบ้านให้ระมัดระวัง ไม่ให้ไปใกล้บริเวณที่ช้างอยู่ และแนะนำให้ชาวบ้านหนีเอาตัวรอด ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ- ภูกระแต ผู้ใหญ่บ้านบ้านซำบ่างและจิตอาสาเข้าพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจ ให้ความรู้ มีการตั้งกลุ่มไลน์เหมือนกับ อ.ภูหลวง เพื่อป้องกันเหตุ และทำหนังสือแจ้งความเดือดร้อนไปยัง จ.เลย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยทราบ จะได้หาทางแก้ไขระยะยาวต่อไป
ล่าสุด นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า หลังจากทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จึงได้ประชุมและรับฟังข้อเสนอแนะกับทุกภาคส่วน และมีการจัดเตรียมแผนระยะยาวเสนอไปยังหน่วยงานที่สูงขึ้นไปกว่า และทางจังหวัดเลยนั้น จะมีการวางกรอบแนวทางการทำงานให้เป็นรูปธรรม จะรีบสั่งการและดำเนินการในระดับพื้นที่ทันที และประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช แจ้งไปยังนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อนำเสนอของบประมาณสนับสนุนเครือข่ายอาสาเฝ้าระวังช้างป่าเครือข่ายละ 50,000 บาท ในปีงบประมาณ 2566 ขอไป 250 เครือข่าย และคาดว่าจะได้รับการสนับสนุน
สำหรับรายละเอียดต่างๆ มีตัวแทนชุมชน มีข้อเสนอเพิ่มเติมในการเสนอขอให้จ้างชาวบ้านที่มีที่ดินทำกินติดเขตป่าที่ประสบปัญหาช้างป่ามาเป็นลูกจ้างของกรมอุทยานฯ การเสนอขอปลูกไม้ยืนต้น อาทิ ยูคาลิปตัสเป็นแนวป้องกันช้างป่า รวมถึงการขอรับการสนับสนุนระบบน้ำบาดาลเพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีการปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกเพื่อลดแรงดึงดูดช้างป่า
ส่วนรายละเอียดของข้อเสนอนโยบายและแนวทางการอยู่ร่วมระหว่างชุมชนกับช้างป่านั้นควรเพิ่มพืชอาหารในป่า คุ้มครองพื้นที่ทุ่งหญ้าในป่า โดยดำเนินการอย่างประณีต สอดคล้องกับฤดูกาลและเส้นทางการเคลื่อนที่หากินของช้างป่า เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับระบบนิเวศพื้นที่ ไม่เปลี่ยนสภาพธรรมชาติ ซึ่งในที่ประชุมเห็นควรให้กรมอุทยานฯ มีการดำเนินการโดยด่วน