นายพลเกษียณ ร่วมรองผู้การ พิษ‘ส่วยวีซ่า’ฉาว
แจ้งจับ 116 ตำรวจตม. โยงส่วยจีนเทา มีนายพลตำรวจเกษียณราชการ พร้อมรองผู้การตม.รวมอยู่ด้วย ฐานเรียกรับเงิน ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือแก๊งทุนจีนเทาต่อวีซ่าเข้าไทย หลัง‘ชูวิทย์’เปิดโปงข้อมูล เผยคดีเกิดขึ้นช่วงปี 63-65 ในหลายท้องที่ ต่างกรรมต่างวาระเกี่ยวพันกัน เตรียมส่งเรื่องให้บช.ภาค 4 เรียกมาสอบ
จากกรณีพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. สืบสวนขยายผลกรณีกลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักรเพื่อกระทำ ผิดกฎหมาย ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งการให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลจนทราบว่ากลุ่มทุนจีนสีเทาสามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทยตามกฎหมายได้อย่างไร จากการสืบสวนทราบว่าการต่อวีซ่าให้กับกลุ่ม ทุนจีนสีเทา โดยใช้มูลนิธิ สมาคม หรือโรงเรียน สอนภาษาในการอ้างอิงเพื่อแนบเป็นหลักฐานส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการขออยู่ต่อ ซึ่งมูลนิธิ หรือโรงเรียนสอนภาษาเหล่านี้ หลายที่ไม่มีการดำเนินการจริง ไม่มีการเรียนการสอนจริง หรือในบางพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองคอยช่วยอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงลายเซ็นฝ่ายปกครอง การใช้ชื่อมูลนิธิที่ไม่มีที่ตั้งอยู่จริง หรือแม้กระทั่งการต่ออายุวีซ่าให้โดยที่ไม่ต้องมีการยืนยันตัวตน เป็นต้น ซึ่งตรวจ พบการทุจริตในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ บก.ตม.4 และ 5 เป็นจำนวนมาก จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนพบความเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจำนวนมากนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มอบหมาย ให้พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผบก.ศฝร.บช.น. เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ท.สัมพันธ์ ปังลือรัตน์ พนักงานสอบสวนสภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 20.35 น. วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับพ.ต.อ.ชัยรัตน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผู้บังคับการศูนย์เทคโนโลยี สารสนเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รองผบก.ศทส.ตม.) กับพวกรวม 9 คน ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบ หรือมิชอบด้วยหน้าที่ตาม ป.อาญา ม.149 และดำเนินคดีกับพล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี อดีตผบก.ตม.4 ซึ่งเกษียณราชการแล้ว กับพวกรวม 107 คน ข้อหาร่วมกันเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยทุจริต ตามป.อาญา ม.157
จากกรณีปรากฏจากข่าวสารมวลชน ที่ประชาชนให้ความสนใจที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับทุนจีนสีเทา กลุ่มเครือข่ายคนจีน ที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย จากการสืบสวนสอบสวนคนต่างด้าวบางส่วนให้ข้อมูลการอยู่ในราชอาณาจักรเกี่ยวกับ ขั้นตอน วิธีการ การยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักร ขอเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา ได้มีการว่าจ้างนายหน้าไปดำเนินการแทน โดยมีการเสียค่าจ้างเพื่อเป็นค่าดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อพิจารณาอนุญาต และมีการเรียกรับ ผลประโยชน์ดังกล่าว และต่อมาจากผลการสืบสวนสอบสวน จึงพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันกระทำความผิดในความผิดต่างกรรมต่างวาระ หลายพื้นที่ เกี่ยวเนื่องกัน ระหว่างม.ค.2563 ถึง พ.ย.2565 เวลากลางวันต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เบื้องต้นภายหลังจากทางพนักงานสอบสวนสภ.เวฬุวันรับแจ้งกรณี ดังกล่าวแล้ว ได้พิจารณาประมวลเรื่องดังกล่าว ส่งไปยังผู้บังคับบัญชา ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการ เนื่องจากความผิด ที่ผู้กล่าวหาเข้าแจ้งความดำเนินคดีนั้นเกิดหลายท้องที่และเกิดข้ามพื้นที่บช.ภ.4
เมื่อถามว่าจะเรียกสอบปากคำ หรือแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ พล.ต.ต.นพเก้ากล่าวว่า กรณีดังกล่าวเพิ่งรับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ต้องให้เวลาทางพนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในการประมวลเรื่องทาง บช.ภ.4 พิจารณาก่อนจะเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกรณีดังกล่าวต่อไป
ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า หลังจาก ชุดสืบสวนสอบสวนทำงานกันมาหลายเดือน เพื่อขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงต่างๆ จนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการต่อวีซ่าให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทาในพื้นที่ บก.ตม.4 และ 5 จำนวน 107 คนนั้น จึงให้พล.ต.ต.นำเกียรติซึ่งอยู่ในชุดสืบสวนสอบสวน ที่รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งหลังจาก แจ้งความแล้ว จะรวบรวมพยานหลักฐานการดำเนินการทั้งหมด เพื่อรายงานให้ผบ.ตร.ทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป