อู๊ดด้าท้าสูแลนด์สไลด์วิษณุโชว์ยุบสภา15มีค.
กกต.ชี้แบ่งเขตยึดกม.ยันไม่ได้ทำให้ถูกใจใคร

‘บิ๊กตู่’ นำทัพ รทสช.ปราศรัยใหญ่บ้านเกิดโคราชวันนี้ เตรียมลดราคาน้ำมันช่วยประชาชนยันไม่ใช่การหาเสียง แต่ทำในนามรัฐบาล ‘จุรินทร์’ โว นโยบายปชป.สู้แลนด์สไลด์ ได้แน่ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ ‘เสี่ยหนู’ ก็ย้ำ พร้อมเป็นผู้นำรัฐบาล ‘พิธา’ เปิดแถลงข่าวกลางน้ำ ประกาศนโยบายสิ่งแวดล้อม กกต.ยันจัดเลือกตั้งเที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่เอาใจใคร คาดรู้ผลคะแนนไม่เป็นทางการคืนวันที่ 7 พ.ค. ‘วิษณุ’ กางไทม์ไลน์โชว์สื่อ ยุบสภา 15 มี.ค. สภานัดถกพ.ร.ก.ชะลอใช้พ.ร.บ. อุ้มหาย 28 ก.พ. วิปรัฐบาลหวั่นองค์ประชุมล่ม กฎหมายไม่ผ่าน รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ฝ่ายค้านยันมาประชุมแน่ แต่จะโหวตโน

‘บิ๊กตู่’ปักธงชัยชนะโคราช
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานกำหนดการปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในวันที่ 25 ก.พ. ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูสู่อีสาน พร้อมชู ‘เลือกนายกฯ ลุงตู่ ลูกอีสาน หลานย่าโม’

เริ่มเวลา 16.30 น. มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช.ปราศรัยเป็นคนแรก ต่อด้วยแกนนำพรรค ได้แก่ นายสุชาติ ชมกลิ่น นายธนกร วังบุญคงชนะ นายอนุชา นาคาศัย นายประนอม โพธิ์คำ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข จากนั้นเป็นการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในเขตอีสานของพรรค ตามด้วยการปราศรัยของ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ปิดท้ายด้วย พล.อ.ประยุทธ์

ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าสู่เวทีปราศรัยจะไปที่ลานย่าโม เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงท่านท้าวสุรนารี (ย่าโม) ในเวลา 17.00 น. และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงเวทีปราศรัย เดินทักทายประชาชนและทำพิธี “ปักธงชัย ประกาศชัยชนะ” ซึ่งเดิมพิธีนี้จะทำที่ศูนย์ผ้าไหม อ.ปักธงชัย แต่เปลี่ยนมาทำที่บริเวณเวทีปราศรัยแทน และการปราศรัย ครั้งนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นการเปิดมอตโต้หรือสโลแกน 3 ทำ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”

ดีใจได้กลับบ้านเกิด
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา จะมีอะไรไปเซอร์ไพรส์บนเวทีบ้านเกิด นอกจากมอตโต ‘3 ทำ’ หรือไม่ว่า “อย่างน้อยก็ได้ไปเยี่ยมบ้านเกิด นานมากแล้วที่ไม่ได้ไป ปัจจุบันญาติพี่น้องยังอยู่ที่นั่นทั้งที่โคราชและชัยภูมิ คุณพ่อของผมเป็นคนกรุงเทพฯ คุณแม่เป็นคนชัยภูมิ แล้วมารับราชการที่โคราช ผมก็ไปเกิดและโตอยู่ที่นั่น ความผูกพันก็มีอยู่มาโดยตลอด”

ผู้สื่อข่าวถามเป็นภาษาโคราชว่าอยากให้นายกฯ พูดทักทายภาษาโคราช เป็นน้ำจิ้มก่อนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “สบายดีเด้อ” ผู้สื่อข่าวบอกเป็นภาษาโคราชว่า “สบายดีแมะ” ซึ่งแปลว่าสบายดีไหม พล.อ.ประยุทธ์พยายามพูดตามพร้อมกล่าวว่า “สบายดีไหม” ก่อนขำตัวเองเนื่องจากพูดภาษาโคราชผิดๆ ถูกๆ พร้อมกล่าวว่า “มันจะผสมกันไปหมดแล้ว”

ต่อข้อถามว่าตอนลงพื้นที่ภาคใต้ นายกฯ พูดภาษาใต้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การลง พื้นที่เราก็เตรียมการ เปิดหาข้อมูล ภาษาอีสาน ภาษาใต้ อ่านได้บ้างปนกันไปหมด วันก่อนไปภาคใต้ก็ไปพูดเด้อ ต้องขอโทษด้วย ความจริงอยากพูดเพราะความผูกพันทางจิตใจเรามี มากอยู่แล้วและมีให้กับทุกจังหวัด ที่ผ่านมาเราทำให้ทั้ง 77 จังหวัดจะเห็นว่าหลายอย่างเกิดขึ้นมามากแล้วในสิ่งที่รัฐบาลทำ วันข้างหน้าจะมีการเชื่อมต่อกันมากขึ้น เมื่อถามว่า 25 ก.พ.จะปิดตัวว่าที่ผู้สมัครภาคอีสานทั้ง 132 เขตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รทสช.เตรียมไว้แล้ว

เหน็บ‘มิ่งขวัญ’-รบ.จ่อลดน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเปิดนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อสู้กับพรรคอื่นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องถามคนอื่นด้วยว่าเศรษฐกิจคือการให้เงินอย่างนั้นหรือ มันไม่ใช่นโยบาย คำว่านโยบายคือการหาเงินเข้าประเทศและใช้จ่ายเงินอย่างไรให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและทุกคนได้รับอย่างทั่วถึง ถ้าให้ แค่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ถูกต้อง ต้องทำ ให้ทุกคนได้เข้าถึงโอกาส ดูแลความเป็นธรรมในการเข้าถึง

ต่อข้อถามว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอนโยบายด้านพลังงานด้วยการลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 6 บาท และน้ำมันเบนซิน ลิตรละ 18 บาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาพูดอะไรก็ได้ แต่ต้องมาดูกติกากฎหมาย สัญญาต่างๆ เพราะทุกอย่างเป็นสัญญา ถ้าจะทำอะไรต้องไปแก้กฎหมาย ถ้าจะทำอะไรใหม่ๆ ต้องทำให้ดี

ส่วนรทสช.จะสามารถลดราคาน้ำมันได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดอีกแล้ว รอดูแล้วกัน ไม่ต้อง รทสช. ตอนนี้นายกฯ ก็ดูแลให้ มากน้อยก็เดี๋ยวดู ได้คุยกับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ไว้แล้ว จะลดได้เท่าไหร่อย่างไร ต้องดูว่าจะมีปัญหาภาพรวมหรือเปล่า แต่ยืนยันจะมีการลดให้ ไม่ใช่การหาเสียงเพราะตนพูดในนามของนายกฯ

เมื่อถามว่านายกฯ จะปรับครม.ช่วงนี้ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะปรับทำไมอีก เหลืออีกไม่กี่วันจะปรับทำไม หลายพรรคก็บอกว่าไม่อยากปรับ ปรับมาก็ทำอะไรไม่ได้ มันเป็นเวลาของท่านแล้ว วันนี้แค่เก็บตกรายการที่ยังค้าง ครม.ก็ประชุมกันแย่ อย่างระมัดระวังที่สุด

‘แรมโบ้’ฟุ้งเวทียิ่งใหญ่
เวลา 18.00 น. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ แกนนำ รทสช. เดินทางไปที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจ.นครราชสีมา เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของเวทีปราศรัยใหญ่รทสช. ทั้งระบบแสง สี เสียง บนเวทีปราศรัย เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง และตรวจสอบสนามหน้าศาลากลางที่มีการนำเก้าอี้มาตั้งไว้กว่า 3 หมื่นตัว เพื่อ ให้ประชาชนชาวภาคอีสาน 20 จังหวัดที่มา ร่วมฟังการปราศรัยได้นั่งอย่างสะดวกสบาย พร้อมประสานตำรวจภูธรภาค 3 จัดกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 150 นายมาอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับพล.อ.ประยุทธ์ และคณะที่จะขึ้นเวทีปราศรัยในวันที่ 25 ก.พ.

นายเสกสกลให้สัมภาษณ์ว่า การปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พล.อ.ประยุทธ์จะมาประกาศสโลแกนพรรค “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ในพื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งจะมีการปักธงชัยประกาศชัยชนะ ในฐานะที่พล.อ. ประยุทธ์เป็นลูกอีสาน หลานย่าโม พร้อม เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 132 เขตในภาคอีสาน หวังว่าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาให้มากที่สุด เพราะตอนนี้กระแสของรทสช.ดีวันดีคืน และมั่นใจว่าเวทีการปราศรัยของรทสช.ครั้งนี้จะยิ่งใหญ่ที่สุด มีคนเข้ามาฟังมากที่สุดกว่าเวทีปราศรัยของทุกพรรคที่เคยจัดขึ้นในภาคอีสานเลยทีเดียว

เชียร์ลุงป้อม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะผอ.กอนช. เดินทางตรวจราชการติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีกองเชียร์ไปถือป้ายต้อนรับคับคั่งที่อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

‘ลุงป้อม’ลั่นอีสานต้องไม่แล้ง
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่จ.อุดรธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ 3 จังหวัดคือ อุดรธานี หนองคาย และจ.เลย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ และการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม พร้อมมอบนโยบายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ

จุดแรก พล.อ.ประวิตร เดินทางไปที่โรงเรียนภูพานวิทยา ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ และกล่าวมอบนโยบายให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งบูรณาการบริหารจัดการน้ำไปในทิศทางเดียวกัน และนำ 10 มาตรการฤดูแล้ง ไปดำเนินการให้ รวมถึงเร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเชียง (ตอนบน) เพื่อช่วยยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ ให้ ชาวบ้านและเกษตรกรให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดปี

จากนั้นเดินพบปะและรับฟังข้อคิดเห็น จากประชาชน ที่มารอรับถือป้ายให้กำลังใจ และสนับสนุนให้เป็นนายกฯของคนอีสาน โดยพูดคุยและถ่ายรูปเซลฟี่กับประชาชน อย่างเป็นกันเอง และกล่าวยืนยันจะไม่ให้พื้นที่ภาคอีสานประสบภัยแล้งอีกต่อไป

เวลา 14.00 น. ที่ลานวัฒนธรรมเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พล.อ.ประวิตร ไปติดตามสถานการณ์น้ำและผลการ ดำเนินงานการบริหารจัดการน้ำ ตรวจติดตามโครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปา เทศบาลเมืองท่าบ่อ พบปะ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ประมาณ 5,000 คน พร้อมรับเรื่องแก้ปัญหาน้ำประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค จากตัวแทนชาวบ้าน

จากนั้น พล.อ.ประวิตรเดินทางไป อ.เชียงคาน จ.เลย ตรวจติดตามโครงการ ประตูระบายน้ำศรีสองรัก อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ และพบปะประชาชนในพื้นที่และผู้นำท้องถิ่น โดยมีกลุ่มชาวบ้านที่มาต้อนรับ ชูป้ายให้กำลังใจ และอยากให้พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ ของคนอีสาน เพราะแก้ปัญหาน้ำให้ประชาชนได้เป็นผลดี

‘อู๊ดด้า’โวสู้แลนด์สไลด์-นั่งนายกฯ
เวลา 15.00 น. ที่จ.นครราชสีมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนามันสําปะหลังโลกปี 2566 ถึงนโยบายปชป.ที่เตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งว่า เราชัดเจนในเรื่องกรอบยุทธศาสตร์ ถ้าเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ทิศทางของการ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศต่อไป ตัวอย่างกรณีมันสำปะหลังก็มีความชัดเจน คือนอกจากสร้างเงินให้เกษตรกร ก.ก.ละ 3 บาทกว่า ยังสร้างเงินให้ประเทศปีละ 1 แสน 5 หมื่นล้านบาท และต่อไปในอนาคตจะไปถึง 2 แสนล้านบาท

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายของ ปชป.จะสู้นโยบายแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า สู้ได้ เราสู้ด้วยเนื้อหา ไม่ใช่วาทกรรม ซึ่งเราสู้ด้วยเนื้อหาของสิ่งที่เราทำมาแล้ว กำลังทำอยู่ และจะทำต่อไป ซึ่งสำเร็จมาแล้ว และทำได้ไว ทำได้จริง วาทกรรมมันทำง่าย แต่สิ่งที่ทำยากคือผลงาน รูปธรรม เงินที่ตกลงกระเป๋าเกษตรกร และประเทศตัวจริง อันนี้คือสิ่งที่ทำยาก แต่ปชป.ทำให้เห็นแล้ว

ต่อข้อถามว่ามีหลายพรรคพยายามชู ความเป็นคนโคราช โดยฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่กระทบ คนจังหวัดไหนก็ทำประโยชน์ให้โคราชได้ ไม่มีปัญหา ปชป.ก็เปิดตัวผู้สมัครโคราชครบทั้ง 16 เขตไปแล้ว และประกาศเดินหน้า ทุกคนก็ลง พื้นที่แล้ว เราหวังว่าอดีตเราเคยได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องชาวโคราช เที่ยวหน้า ก็ขอความเมตตาจากพี่น้องชาวโคราชทุกคน ขอให้ช่วยกันสนับสนุน ปชป. พรรคการเมืองที่เราเน้นการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง และช่วยเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง การค้า การส่งออก ที่สร้างเงินให้โคราช ทำให้เป็นเม็ดเงินได้จริง

เมื่อถามถึงความพร้อมที่จะรับตำแหน่ง นายกฯ นายจุรินทร์กล่าวว่า “พร้อม คนเป็นหัวหน้าปชป.ทุกคนต้องพร้อมเป็นนายกฯ นอกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ผมก็พร้อม มีประสบการณ์เป็นผู้แทนราษฎร 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีมา 7 กระทรวง มีประสบการณ์ทั้งการบริหารนิติบัญญัติ เรา เป็นนักการเมืองในวิถีประชาธิปไตยรัฐสภา ประเทศกำลังต้องเดินหน้าไปด้วยระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นผมเป็นนักการเมืองในวิถีประชาธิปไตยคนหนึ่งที่พร้อมเป็นนายกฯ ในระบอบประชาธิปไตยรัฐสภา”

ชาวเพชรบุรีแห่ให้กำลังปชป.
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ลานหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ อ.เมือง จ.เพชรบุรี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการปชป. และนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ร่วมเปิดเวทีปราศรัยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เพชรบุรีอย่างเป็นทางการจังหวัดแรก ในภาคกลาง มีประชาชนจำนวนมากร่วมงาน จนล้นลานหน้าโรงเรียน

นายอลงกรณ์ นายอรรถพร พลบุตร และนายกัมพล สุภาแพ่ง อ่านสารประกาศเจตนารมณ์ ของ 4 หัวหน้าปชป. ได้แก่ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อจ.เพชรบุรี และขอโอกาสให้อดีต ส.ส.ของปชป.ได้กลับมาทำงานรับใช้ประชาชน อีกครั้ง

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า พรรคพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะส่งผู้สมัครทุกเขตทุกจังหวัด พร้อมประกาศนโยบายฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุดแรกไปแล้วและจะเปิดแนวทางการทำงานการเมือง และการพัฒนามิติใหม่ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ทำได้ไวทำได้จริง แม้จะมีเลือดไหลออกไปบ้าง แต่มีคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อม ในการรับใช้ประชาชน และพร้อมในการ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ยืนยันถ้า ปชป.ภายใต้การบริหารของนายจุรินทร์ เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ พาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ผนึกสมาชิกอบจ.สงขลาสู้ศึก
ที่จ.สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้งปชป.ประชุมร่วมกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบจ.สงขลา และสมาชิกสภาอบจ.สงขลา 28 คน เตรียมความพร้อมและประกาศจุดยืน ช่วยเหลือผู้สมัครของปชป.ทุกเขตเลือกตั้ง

นายนิพนธ์กล่าวว่า อยากเห็นชาวปชป.ทั้งหมด ผนึกกำลังรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเตรียมความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง เพื่อเป้าหมายสู่ชัยชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ จ.สงขลาทั้ง 9 เขต จึงอยากให้สมาชิกสภา อบจ.สงขลาทั้ง 28 คน ได้ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง เพื่อประมวลผล อันจะนำมาซึ่งการพิจารณาหาแนวทางการทำงานของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้ง ว่าขณะนี้ผู้สมัครแต่ละเขตกำลังเดินไปในทิศทางใด เพื่อจะนำปัญหาทั้งหมดมาร่วมกันแก้ไขต่อไป

“สนามเลือกตั้งในภาคใต้นี้ ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าปชป.จะสามารถเรียกศรัทธาจากพี่น้องประชาชนในภาคใต้กลับมาอย่างได้แน่นอน โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะในอดีตพรรคเคยได้ ส.ส.มาแล้วถึง 52 ที่นั่ง จาก 54 ที่นั่ง ครั้งนี้ทุกคนในปชป.ทุ่มเทให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก” นายนิพนธ์กล่าว

นายเมธี อรุณ รองโฆษกปชป. กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 25 ก.พ. ปชป.จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “ประชาธิปัตย์ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” ที่บริเวณสนามแยกโรงปูน บิ๊กซีคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดย นายจุรินทร์ จะเป็นผู้นำทีมขุนพล ปชป. อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายเดชอิสม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้

รวมทั้งคนรุ่นใหม่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณ สวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ขึ้นปราศรัยอย่างคับคั่ง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้จะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ทั้ง 9 เขต อย่างเป็นทางการอีกด้วย

‘หนู’อ้อนขอรับใช้ชาวพัทลุง
เวลา 18.20 น. ที่บริเวณลานร้านลานนาคาเฟ่ อ.เมือง จ.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้า ภท. พร้อมด้วยนางนาที รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ เปิดเวทีปราศรัย พร้อมเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.พัทลุง ทั้ง 3 เขต

นายอนุทินปราศรัยว่า ที่ผ่านมาแม้ว่ามีปัญหาอยู่บ้าง โดยส.ส.พัทลุง 2 คนของพรรคต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีอะไรเสียหายต่อจ.พัทลุง เพราะทั้ง 2 คนแม้จะไม่มีตำแหน่งแต่ก็ทำงานรับใช้ชาวพัทลุงต่อไป อะไรที่ เกี่ยวข้องกับจ.พัทลุง ภท.ให้ความสำคัญ ตลอดไป จ.พัทลุงเป็นจังหวัดที่สำคัญมากสำหรับภท. เพราะเป็นจังหวัดแรกๆ ที่ทำให้ภท.บอกได้ว่าเป็นพรรคของชาวปักษ์ใต้ ความผูกพันเกิดขึ้นเพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ชาวพัทลุงเมตตาเลือกผู้แทนของพรรคยกจังหวัด แล้วครั้งนี้จะเมตตาให้ภท.ยกจังหวัดอีกได้หรือไม่ งานที่ค้างอยู่จะได้ทำต่อได้สำเร็จและทำเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งพรรคขอรับใช้ชาวพัทลุงตลอดไป

นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีผู้สมัครอีกเขตในพื้นที่จ.พัทลุง เป็นรมช.มหาดไทย กังวลหรือไม่ว่า เวลาลงสมัครรับเลือกตั้งไม่มีใครมีหัวโขน ทุกคนอาสามาเป็นตัวแทนประชาชน เราจึงไม่มีความกังวลใดๆ และหัวหน้าพรรคก็เป็นถึงรองนายกฯ ด้วย ต่อ ข้อถามแคมเปญใหม่ๆ ของภท.จะมีอะไรใหม่หรือไม่ เพราะล่าสุดหัวหน้า ปชป.ปล่อย ทีเซอร์ขี่ม้าขาว ขณะที่หัวหน้าก.ก.ได้แถลงนโยบายสิ่งแวดล้อมกลางน้ำ นายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า พรรคเราเดินดินดีแล้ว ไม่ต้องตกม้า ไม่จมน้ำ เราก็ขี่เครื่องบินอยู่แล้ว

ท้า‘ชูวิทย์’รอดูภท.ปักธงกทม.
ส่วนกรณีที่รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่าบัตรทองพรีเมียม เป็นผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทินกล่าวว่า เราไม่ก้าวล่วงพรรคอื่น สิ่งที่เราได้ทำในช่วงที่เป็นรมว.สาธารณสุข ตลอด 4 ปี ตนย้ำเสมอคือความเท่าเทียม ซึ่งคนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพ ภายใต้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงระบบสาธารณสุขโดยเท่าเทียมไม่เหลื่อมล้ำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะไม่มีบัตรทองพรีเมียมใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนในฐานะรมว.สาธารณสุข บอกแล้วว่าคนไทยรักษาฟรีทุกที่ ถือว่าเป็นวีไอพีของทุกสถานพยาบาล ถ้าจะพรีเมียมคือการยกระดับการให้บริการเท่าเทียมกันทั้งหมด

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุภท.จะไม่ได้ส.ส.ในพื้นที่กทม. แม้แต่ คนเดียว นายอนุทินกล่าวว่า ท่านให้รอดู เราก็จะรอดู ถือว่าภท.มีความพิเศษ และมีความสำคัญขึ้นมาก จึงอาจมีคนไม่ต้องการเห็นความเติบโตของพรรค 4 ปีที่แล้วไม่เห็นมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่เรามองว่าอาจเป็นเพราะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งโชคดีที่ภท.ไม่มี นิสัยแบบนั้น เราดูแลตัวเอง หวังดีกับทุกคน ทุกพรรค ไม่ใส่ร้ายใคร ถ้าเราคิดแบบนี้ ผู้สมัครของเราต้องทำงานอย่างหนัก คิดร้ายกับใครไม่ได้ แต่ต้องทำเพื่อประชาชน

เมื่อถามว่า คิดว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว รู้ๆ กันอยู่ ป่วยการที่เราจะไปเบลม คนนั้นคนนี้ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีถึงเวลาจะได้ ไม่ต้องติดค้างเกรงใจใคร เกิดได้เป็นนายกฯ ขึ้นมา จะได้สบายใจ ไม่ต้องคิดอะไร ถ้าเลือกภท. หัวหน้าพรรคก็พร้อมเป็นนายกฯ เมื่อถามว่า ฝากบอกอะไรถึงคนที่พยายามดิสเครดิต ภท.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “สัพเพสัตตา สัตว์โลกทั้งหลายจงเป็นสุข เป็นสุขเถิด”

‘พิธา’แถลงนโยบายกลางน้ำ
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ชุมชนปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล(ก.ก.) แถลงนโยบาย “สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า” ซึ่งเป็นชุดนโยบายที่ 7 จากทั้งหมด 9 ชุดนโยบาย ว่า ชุดนโยบาย “สิ่งแวดล้อมไทยก้าวหน้า” ของก.ก. ต้องการเอาจริงกับปัญหาโลกร้อน ผ่านนโยบายเชิงรุกและเชิงรับคือ เชิงรุก เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593) อาทิ เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ครัวเรือน ปลดระวาง โรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมด ภายใน 2035 (พ.ศ.2578) กำจัดการเผาภายใน 3 ปี โดยมีงบปรับตัวตำบลละ 3 ล้านบาท 1,000 ตำบล

มีกฎหมายบังคับให้ทุกโรงงานเปิดข้อมูลสารพิษอันตรายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีรถเมล์ไฟฟ้าทุกจังหวัดภายใน 7 ปี มีวันขนส่งฟรี รณรงค์ลดใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว รัฐจ่ายหนี้ให้เกษตรกรแลกกับใช้ที่ดินของเกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น ส่วนเชิงรับ ช่วยประชาชนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ให้ท้องถิ่นประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้ ทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดรายลุ่มน้ำ มีศูนย์พักพิง-อพยพมีมาตรฐาน ท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณ

ทั้งนี้ การเปิดนโยบายครั้งนี้มีจุดเด่นคือการตั้งโพเดียมกลางน้ำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการกล่าวถ้อยแถลงของรัฐมนตรีการต่างประเทศของประเทศตูวาลู ในช่วงการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26)

ทลม.โชว์ 100 ผู้สมัครอีสาน
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่(ทลม.) เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 พรรค ทางเลือกใหม่ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ในพื้นที่ภาคอีสาน 100 เขต มีสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคอีสานกว่า 1,000 คนร่วมประชุม

นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าทลม. กล่าวว่า วันนี้มาบุกถิ่นอีสาน เพื่อแสดงความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้งที่กำลังจะ มาถึง และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเฉพาะภาคอีสานในวันนี้ 100 เขต พรรคได้ ชูนโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน ภายใต้สโลแกนว่า แลนด์สไมล์ ยิ้มทั้งแผ่นดิน ด้วยนโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาท เพียงเป็นเจ้าบ้านก็ได้สิทธิ์นั้นทันทีทุกคน เชื่อว่าเป็นนโยบายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ในส่วนของส.ส.นั้นไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่า ต้องได้กี่คน แต่ตั้งเป้าเรื่องของคะแนน จะได้ 3.6 ล้านคะแนนทั้งประเทศ

กกต.ยันยึดกม.-ไม่เอาใจใคร
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ แนวปฏิบัติ กฎหมาย กฎ ระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามห้วงเวลา ระหว่างสำนักงาน กกต.กับสื่อมวลชน และเครือข่ายสำนักงาน กกต.

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานเปิดอบรมกล่าวว่า เราต้องทำงานตามกฎหมาย ไม่ได้ทำงานเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ไม่คิดจะทำงานเพื่อถูกใจใคร เช่น การแบ่งเขต สำนักงานไม่รู้ใครจะถูกใจ หรือใครจะไม่ได้ แต่เราทำตามกฎหมาย ยึดหลักการคือการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมของทุกคน

กกต.ไม่ได้ใหญ่มาจากไหน แต่เราทำตามกฎหมาย เพียงแต่ให้เข้าใจกฎหมายตรงกัน เราแข่งขันตามกติกา และไม่ใช่ว่า กกต.ไปคิดกฎหมายให้ใคร บางครั้งมาโทษที่กรรมการมันก็ไม่ถูก ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ไปแก้กติกาแล้วมาแข่งขันกันใหม่ การลงสนามแข่งไม่ถูก ร้อยเปอร์เซ็นต์ จากนี้ไปจนวันเลือกตั้งสิ่งที่เราจะทำคือทุกอย่างยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ยังเป็นไปตามแผน และเราต้องดูพรรคการเมืองด้วยเพราะมีเรื่องไพรมารีโหวต

สิ่งที่สำนักงานทำน่าจะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ตนมั่นใจกับพนักงานของสำนักงาน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) กว่า 1 ล้านคน วันนี้เราได้เตรียมความพร้อมตามเงื่อนเวลา ฝากถึงพรรคการเมืองแข่งขันให้เคารพกฎหมายแล้วจะออกมาดีเอง

คืนเลือกตั้งรู้ผลไม่เป็นทางการ
นายแสวงให้สัมภาษณ์ยืนยัน กกต.มีระบบรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ แต่เนื่องจากเห็นว่า กปน.ซึ่งต้องปฏิบัติงานเลือกตั้งยาวนาน 18 ชั่วโมง อาจมีความผิดพลาดหากยังต้องมากรอกผลคะแนนลงในระบบเหมือนครั้งที่แล้ว จึงแก้ไขให้บุคคลอื่นเป็นผู้ดำเนินการแทนซึ่งจะมีความถูกต้องมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าการรายงานผลจะเป็น รูปแบบเรียลไทม์หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ไม่รู้ว่าเรียลไทม์คืออะไร แต่เมื่อตรวจสอบใบรายงานผลนับคะแนนส.ส.เขต หรือ ส.ส.5/18 ซึ่งจะมีข้อมูลจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ใช้สิทธิ บัตรดี บัตรเสีย และคะแนนของผู้สมัครในหน่วยนั้นแล้วว่าถูกต้องก็จะติดที่หน้าหน่วย และสำเนาจะเผยแพร่ในเว็บไซต์กกต.เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ รวมทั้งนำคะแนนมากรอกเข้าสู่ระบบ รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการที่เรียกว่า ECT Report โดยประชาชนจะไม่สามารถเข้าถึงระบบนี้โดยตรง แต่กกต.จะให้สื่อมาเป็นผู้เชื่อมข้อมูลและ นำเสนอต่อไป ซึ่งจะเป็นข้อมูลเดียวที่มีความ ถูกต้อง

โดยสื่อจะได้รับข้อมูลตั้งแต่คะแนนแรก และทราบผลคะแนนที่เข้ามาเป็นระยะๆ จนกว่าจะนับเสร็จสิ้น ประชาชนสามารถติดตามการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ที่เขตเลือกตั้ง ที่กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์กกต.จังหวัดนั้นๆ โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการสำนักงานตั้งเป้ารายงานผลให้ครบ 100% และคิดว่าในคืนวันเลือกตั้งประชาชนน่าจะได้ทราบผลว่าใครเป็นผู้ชนะ

ทำโพลได้แต่ห้ามเผยก่อน 7 วัน
การรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการครั้งนี้ไม่ต่างจากครั้งที่แล้ว เพียงแต่ครั้งที่แล้วแอพพลิเคชั่น Rapid Report ต้องไปอบรมกปน. เกือบ 1 ล้านคน ทำงานปฏิบัติหน้าที่กว่า 18 ช.ม. ต้องมีความเหนื่อยล้า ความผิดพลาดในการกรอกคะแนนย่อม เกิดขึ้นได้ ซึ่งเราไม่อยากเสี่ยงอีก เพราะรู้ดีว่าถ้าผิดพลาดแม้แต่คะแนนเดียวเราก็ยืนอยู่ไม่ได้ และครั้งนี้จะไม่เป็นปัญหาเรื่องการนับคะแนนนอกราชอาณาจักรอย่างที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดอดีตรองเลขาธิการกกต. โดยกกต.เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงถุงเมล์การทูตไว้แล้ว ไม่ให้คลาดสายตา ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความสูญเปล่าอีก

เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ก็เตรียมการไว้แล้วหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 3 มี.ค.2566 ว่าไม่สามารถนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยได้ ขอให้สบายใจได้ทุกอย่างยังเป็นไปตามเวลาและแผนงานที่วางไว้ อาจมีขยับบ้างแต่เราจะเร่งเวลาในส่วนของกกต. ที่เหลือ ให้เหลือเวลาตามกฎหมายเท่านั้น แต่ในส่วนพรรคการเมืองที่ทำไพรมารีโหวต ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน จึงคิดว่าหากเป็นกรณีที่สภาอยู่ครบวาระคือวันที่ 23 มี.ค. กกต.น่าจะประกาศเขตเลือกตั้งได้ภายใน 10 วันก่อนสภาครบวาระ ส่วนการทำผลสำรวจความนิยมประชาชนทำได้แต่อย่าไปชี้นำให้สำคัญผิดหรือจูงใจ และอย่าเปิดเผย ในช่วง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง

ด้านนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “การจัดการ เลือกตั้ง ส.ส.ตามบทบัญญัติกฎหมายใหม่” ว่า การแบ่งเขตตอนนี้มีการดำเนินการคู่ขนานไปกับการรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วนเรื่องการประกาศให้มีการเลือกตั้งได้นั้นต้องมีพระราชกฤษฎีกา เมื่อมีแล้ว กกต.จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน ส่วนที่บอกว่าให้ประกาศให้มีการเลือกตั้งไปก่อนการ มีเขตเลือกตั้ง คงทำไม่ได้ หากประกาศวันเลือกตั้งแล้วไปเลื่อน ทำไม่ได้โดยข้อกฎหมาย การจะเลื่อนวันเลือกตั้งได้นั้นต้องเป็นเหตุจำเป็นที่จะไม่ทำให้ลงคะแนนได้ เช่น เกิดเหตุจลาจล แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นการจัดการเลือกตั้งได้จะต้องมีเขตเลือกตั้งก่อน

มีชุดเคลื่อนที่เร็วปราบโกง
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “กลยุทธ์การแสวงหาข่าวและป้องปราบการทุจริตการ เลือกตั้ง ส.ส.” ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้กกต.ได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 400 ชุด ทั่วประเทศ ในการดูแลความเรียบร้อย และการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนงานสืบสวนสอบสวนให้มีการตั้งศูนย์สืบสวนสอบสวนทุกจังหวัด

ด้านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดที่มีการพัฒนาข้อมูลให้ผู้โหลดต้องแสดงตัวตนด้วยการแสดงเลขประจำตัวประชาชนทั้ง 13 หลัก ซึ่งตอนนี้มีผู้โหลดแอพพลิเคชั่นแล้ว 10,000 คน และมีข้อมูลกว่าพันข้อมูลที่เรานำมา ใช้ในการสืบสวนสอบสวน จากสถิติในการเลือกตั้งปี 2562 มีคำร้องจำนวน 500 เรื่อง ส่วนคำร้องส่วนท้องถิ่นนั้นมี 7,000 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีเรื่องเงินรางวัลแจ้งข้อมูลเบาะแสทุจริตเลือกตั้งที่มีเงินรางวัลสูงสุด 2 ล้านบาทหลังศาลพิพากษาเรื่อง และการคุ้มครองพยานการเลือกตั้ง ใครที่มาเป็นพยานให้เราคุ้มครองให้หมดกว่า 26 รายแล้ว

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวบรรยายหัวข้อ “การทำไพรมารีโหวต และค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของ ผู้สมัครและพรรคการเมือง” ว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจกรรมอยู่ 86 พรรค ก่อนการส่งผู้สมัครเลือกตั้งพรรคการเมือง และผู้สมัครต้องเข้าระบบการทำไพรมารีโหวต การมีส่วนร่วมแบบกว้างขวาง ซึ่งต้องมีสาขา ตัวแทน และกรรมการสรรหาของพรรค ข้อห้ามของการทำไพรมารีโหวตพรรคการเมืองต้องห้ามเรียกรับทรัพย์สิน หรือสัญญาว่าจะให้ในการเลือกบุคคลเข้ารับสมัคร และไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวของกับพรรค เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำไพรมารีโหวต

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งถ้าเป็นกรณีครบวาระสภา ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตคนละ 7 ล้านบาท กรณียุบสภาคนละ 1.9 ล้านบาท ส่วนด้านพรรคการเมืองกรณีครบวาระสภาค่าใช้จ่าย 163 ล้านบาท และกรณียุบสภา 44 ล้านบาท

‘วิษณุ’กางไทม์ไลน์ยุบสภา 15 มี.ค.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่กกต. ได้ตั้งเป็นสมมติฐาน มาเสนอให้ทราบ ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังวินิจฉัยการ แบ่งเขตของกกต. ในวันที่ 3 มี.ค.ว่า ศาลคงจะตัดสินได้ในวันที่ 3 มี.ค. เพราะงดสืบพยานแล้ว และไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร กรอบระยะเวลาไม่เกินช่วงกลางเดือนมี.ค. เป็นเวลาที่เหมาะสมของการยุบสภา ฉะนั้นไทม์ไลน์การเลือกตั้ง ยังเป็นเช่นเดิม เมื่อศาลตัดสินแล้ว กกต.ยังยืนยันกับตนว่า ต้องการขอเวลาให้พรรคเล็กทำไพรมารีโหวต โดยการทำไพรมารีโหวตมี 10 ขั้นตอน ต้องทําให้เสร็จภายใน 11 วัน ก่อนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง

รัฐบาลไม่ได้เลือกยุบสภาตามใจชอบ ถ้ายุบสภาได้คงยุบพรุ่งนี้ไปแล้ว แต่ทําไม่ได้ ฉะนั้นอยู่ที่คำตัดสินของศาล ในวันที่ 3 มี.ค.นี้ หากศาลวินิจฉัย ว่าการแบ่งเขตของ กกต.ที่นับคนต่างด้าวสามารถทำได้ ก็จะง่าย แต่ถ้าศาลวินิจฉัยเปลี่ยนเรื่องนี้ จะทำให้เขตเลือกตั้งเกิดการเปลี่ยนแปลง ทางกกต.อยากได้ เวลาประมาณ 10 วัน เพื่อให้พรรคต่างๆ ทำไพรมารีโหวตได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของพรรค ถ้าย่นระยะเวลารับฟังความเห็นของประชาชน อาจใช้เวลาน้อยวันได้ ตนคุยกับ กกต.ทุกวัน เพราะร้อนใจอยากให้ยุบเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถยุบสภาในวันที่ 15 มี.ค.นี้ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “มันไม่ควรจะเกินนั้น แต่ผมไม่กล้าบอกว่า วันนั้น อาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายวิษณุได้เปิดเอกสารไทม์ไลน์ของกกต. ที่ระบุชัดเจนว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแบ่งเขตของกกต. ในวันที่ 3 มี.ค. จะยุบสภาวันที่ 15 มี.ค. และเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค.

สภานัดถกพรก.อุ้มหาย 28 ก.พ.
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือ นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 4 ครั้งที่ 31 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ในวันอังคารที่ 28 ก.พ. เวลา 09.30 น. เป็นต้นไปเพื่อพิจารณาเรื่องด่วนพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช ปชป. รองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) เผยว่า เมื่อรัฐบาลส่งเรื่อง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 เข้าสู่สภา เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องเร่งพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้นัดหารือก่อนการประชุมสภาในเช้าวันที่ 28 ก.พ. และต้องพยายามผลักดันให้ผ่าน เพราะเป็น พ.ร.ก.ที่เสนอโดยรัฐบาล

วิปรบ.ห่วงองค์ประชุม-กม.ตก
“หากไม่ผ่านความเห็นชอบก็เป็นเรื่องที่ นายกฯ ต้องรับผิดชอบ และขอย้ำว่าเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะถือเป็นร่างกฎหมายสุดท้ายของสภา ชุดนี้ ยอมรับกังวลเรื่ององค์ประชุมเพราะ เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุม จึงขอเรียกร้องให้ทุกพรรคมาร่วมกัน ไม่เช่นนั้นฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบ และกฎหมายนี้เท่าที่ติดตามทราบว่าฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และในส่วน คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ในร่างกฎหมายเดิมของพรรค คือนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชี รายชื่อ ปชป.ก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้น หากไม่ผ่านต้องกลับไปใช้กฎหมายเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่าความรับผิดชอบของ นายกฯ ต้องทำอย่างไรนั้น นายชินวรณ์กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ ตามประเพณีนายกฯ ต้องลาออก แต่หากลาออก ครม.จะรักษาการไม่ได้ เว้นแต่ยุบสภาไปเลย ส่วนตัวยังเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับสิทธิเสรีภาพ จึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยเฉพาะส.ส.ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่เห็นด้วย จึงกังวลว่าจะไม่ผ่าน

ฝ่ายค้านมาแน่-แต่โหวตโน
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่ององค์ประชุมที่รัฐบาลเป็นห่วง ต้องถามกลับไปที่รัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมาก ขณะที่ฝ่ายค้านเต็มใจมาทำหน้าที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ เราเห็นว่า เป็นการออกพ.ร.ก.ที่มิชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เราจึงต้องมา เมื่อเราเห็นเนื้อหาแล้ว พร้อมเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ท่านห่วงเรื่ององค์ประชุมท่านต้องบอกรัฐบาลให้มาประชุม เพื่อพิจารณากฎหมายฉบับนี้

ฝ่ายค้านยืนยันว่าสิ่งที่ท่านได้กระทำมา ความชัดแจ้งในข้อกฎหมายไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การตราพ.ร.ก.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เหตุ 4 เรื่องชัดเจน ว่าต้องเป็นความปลอดภัยของประเทศ เป็นความปลอดภัยสาธารณะ เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเรื่องป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งครม.ต้องเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นถึงจะตราเป็นพ.ร.ก.ได้ เหตุผลที่ท่านให้มาเมื่อกฎหมายบังคับใช้มีผลภายใน 120 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.2566 เป็นต้นไป โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับการจับกุมคุมขัง ที่เป็นหัวใจของกฎหมายฉบับนี้ต้องมีหลักฐาน ต้องมีการบันทึก ต้องมีกล้องถ่ายไว้ทั้งหมด ท่านอ้าง ว่าเตรียมไม่พร้อม ขณะที่หน่วยปฏิบัติซึ่งนั่งเป็นกมธ. ยืนยันว่าพร้อม เราเลยทิ้งเวลาไว้ให้ 120 วัน แต่พอถึงวันบังคับใช้บอกไม่พร้อม เอามาอ้างออกพ.ร.ก.ได้อย่างไร

หากผ่าน-เข้าชื่อร้องศาลรธน.
เราเห็นว่าพฤติการณ์ของ ครม.ชุดนี้จงใจใช้อำนาจโดยมิชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นฝ่ายค้านยืนยันว่าเรามา จะผ่านไม่ผ่านแต่ละฝ่ายต้องไปว่ากันในสภา ซึ่งเราจะพยายามไม่อนุมัติให้ผ่าน หากมีเสียงของซีกรัฐบาลบอกว่าไม่เห็นด้วย ถึงแม้เขาไม่เป็นเสียงแต่เป็นองค์ประชุมให้ ฝ่ายค้านก็มีโอกาสชนะ แต่กระบวนการตรากฎหมายต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณา ซึ่งหมดสมัยประชุมแล้ว แต่รัฐธรรมนูญบังคับให้รัฐบาลต้องเปิดวิสามัญเพื่อให้วุฒิสภาพิจารณา ถ้าไม่เปิดก็ สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีคนไปร้องศาลแน่

ถ้า ส.ว.พิจารณาแล้วเห็นชอบ มีประเด็นแน่นอน เพราะหากสภาไม่เห็นชอบ แต่วุฒิสภาเห็นชอบ ต้องนำเรื่องกลับมาให้สภายืนยัน ถ้าเรายืนยันด้วยคะแนนสองในสามว่าไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.ฉบับนี้ตก การบังคับใช้กฎหมาย ณ วันที่เราพิจารณาก็ต้องยุติ

“เราจะประเมินหน้างานว่าออกเป็นมติแบบนี้ได้หรือไม่ ถ้ามติไม่เป็นไปตามนี้ เราได้ทำคำร้องให้สมาชิกเข้าชื่อหนึ่งในห้าหรือ 85 คน เพื่อยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญทันที หากรัฐบาลผ่านกฎหมายฉบับนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้ววินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย การใดที่ทำมาตั้งแต่ต้นถือว่า ใช้ไม่ได้หมด” นพ.ชลน่านกล่าว

‘วิษณุ’ชี้กม.ไม่ผ่าน-เลือกยุบสภา
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ว่า ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นมีเรื่องเรื่องพ.ร.ก.อุ้มหาย ที่ผบ.ตร.จะต้องไปร่วมชี้แจงในสภาด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้การประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ. เป็นวัน ปิดสมัยประชุม ก็ไม่เป็นไร เมื่อพ.ร.ก.นี้ ออกมาแล้ว รัฐบาลต้องส่งสภาโดยเร็ว แม้จะปิดสมัยประชุมไปแล้ว ก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณาร่างพ.ร.ก. ดังกล่าว รัฐบาลมีความกังวลใดเป็นพิเศษ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า กังวลว่าองค์ประชุมจะไม่ครบ แล้วล่ม ถ้าล่ม ก็ไม่เป็นไร แต่กลัวว่าถ้ามีการล้มพ.ร.ก.นี้จริง ก็จะตกไป และเหตุที่ตนกลัว เป็นเพราะส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมาประชุมสภา โดยส.ส.ฝ่ายค้านที่เตรียมจะล้ม พ.ร.ก.ฉบับนี้ นัดกันมาพร้อมเพรียง แต่ฝ่ายรัฐบาลอาจไม่พร้อม

สำหรับพ.ร.บ.นี้ มีหลายมาตรา และมาตราสำคัญต่างๆ ไม่ใช่มาตราที่ถูกเลื่อนวันบังคับใช้ ส่วนมาตราที่ถูกเลื่อนนั้นคือมาตราที่ 22, 23, 24 และมาตรา 25 โดยเฉพาะมาตรา 22 เรื่องการคุมตัวผู้ต้องหา โดยผู้ที่จับกุม ไม่ใช่เฉพาะแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งผู้ที่ไปดำเนินการควบคุมตัว ต้องมีการบันทึกภาพและเสียง ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 444 ล้านบาท ในการจัดซื้อกล้องบันทึกภาพ โดยวิธีประมูลอี-บิดดิ้ง ซึ่งต้องมีการออกระเบียบ จึงให้ขยายเวลาไปเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 ซึ่งเป็นช่วงที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา นี่จึงเป็นเหตุผลที่มีการเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายมาตราดังกล่าว

ต่อข้อถามว่าฝ่ายค้านขู่ล้มพ.ร.ก.ฉบับนี้ นายวิษณุกล่าวว่า ตามหลัก ถ้ากฎหมายที่เสนอรัฐบาลไม่ผ่าน รัฐบาลต้องลาออก แต่อย่าลืมว่ามี 2 ทางเลือกคือ รัฐบาลลาออกหรือยุบสภา ซึ่งรัฐบาลเลือกจะยุบสภา เพราะตั้งใจว่าจะยุบอยู่แล้ว และการจะยุบนั้นไม่ยาก แต่ปัญหาที่จะตามมาคือ ถ้าพ.ร.ก.นี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมสภา ตำรวจจะต้องกลับมาใช้วิธีการบันทึกเทป โดยที่ยังไม่มีความพร้อม ซึ่งจะเกิดปัญหาดังกล่าวทั่วประเทศ เพราะคดีที่มีการจับกุมมาแล้ว อาจต้องปล่อยผู้ต้องหาเป็นหมื่นเป็นแสนราย เพราะตำรวจจะไม่กล้าจับกุม ถ้าไม่มีการบันทึกภาพ เนื่องจากเกรงว่าจะมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ขอคะแนน – นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ปราศรัยที่ศาลาประชาคมจีน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค นำทีม ผู้บริหารไปช่วยหาเสียงอย่างพร้อมหน้า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน