ข้อหาหนัก-ชวดประกัน ผบ.ตร.ปูนบำเหน็จเต็มที่

ผบ.ตร.ปูนบำเหน็จส.ต.อ. ไล่จับผู้ต้องสงสัยโดนชนดับ เปิดไซเรนตามล่า แต่โดนเบียดคว่ำเสียชีวิตคาที่ ขณะที่หนุ่มซิ่งดอดมอบตัวกลางดึก หลังทิ้งรถหลบหนีจากที่เกิดเหตุ อ้างไม่ได้เจตนา ตร.แจ้งข้อหาเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เสียทรัพย์ ขับรถประมาทหวาดเสียว และจอดรถในที่ห้ามจอด ส่งฝากขังศาลธัญบุรีพร้อมค้านประกัน เปิดประวัติเป็นครูสอนขับรถแถมเคยโดนจับเมาขับ

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับตัวนายกิตติธัช ราญประเสริฐ ครูสอนขับรถยนต์ อายุ 36 ปี ที่ขับรถโตโยต้าวีออส สีดำ ชนรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ทำให้ส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม ผบ.หมู่ ส.ทล.2กก.8 บก.ทล. เสียชีวิต เหตุเกิดที่สะพานข้ามแยกลำลูกกา บนถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก (บางปะอิน-บางพลี) ทางหลวงหมายเลข 9 หลัก ก.ม.30.4 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา แล้วทิ้งรถวิ่งหลบหนี เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 23 ก.พ. จากนั้นเวลา 21.30 น. วันเดียวกันได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.ทล.8 ส.ทล.2กก.8 (รามอินทรา) บก.ทล.

หลังบันทึกการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา เจตนาฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ในเบื้องต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นคดีอาญาและเป็นพื้นที่การสอบสวน สภ.ลำลูกกา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา มารับตัวนายกิตติธัชดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ขวัญชัย บุญเพ็ชร ผกก.สภ.ลำลูกกา, พ.ต.ท.สุเมธ ธิราพืช รองผกก.สอบสวน สภ.ลำลูกกา ร.ต.อ. บุญเลิศ อู่ผลเจริญ รอง สว.สอบสวน สภ.ลำลูกกา และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 ปทุมธานี ตรวจหาหลักฐานเพิ่มจากรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีดำ และรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่นำมาเป็นวัตถุพยานหลักฐานอย่างละเอียด

พ.ต.อ.ขวัญชัยกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วบางส่วน แจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำความผิด 1.เจตนาฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ 2.ทำให้เสียทรัพย์ 3.ขับรถประมาทหวาดเสียว 4.จอดรถในที่ห้ามจอด ขณะนี้ได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรีไปแล้วและคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยถูกจับเมาแล้วขับพื้นที่สน.บางชัน เดือนเม.ย.2560 หรือเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน

ขอโทษ – นายกิตติรัช ราญประเสริฐ ไหว้ขอโทษที่ขับเก๋งชน ส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม ตร. ทางหลวงเสียชีวิตขณะขี่จยย.ตามจับ บนสะพาน ต่างระดับลำลูกกา ถนนกาญจนาภิเษก หลังเข้ามอบตัวที่สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อ 24 ก.พ.

สำหรับส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม ผบ.หมู่ ส.ทล.2กก.8 บก.ทล. เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 8 แล้ว ยังปฏิบัติหน้าที่ขับรถนำขบวนให้กับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อีกด้วย และเป็นตำรวจน้ำดีที่เคยได้รับการชื่นชมในการขับรถนำรถพยาบาลตามท้องถนนซึ่งถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นการสูญเสียบุคลากรที่ดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากความประมาทของผู้ก่อเหตุ

ส่วนเหตุการณ์ที่นายกิตติธัชหักรถเบียดซ้ายแล้วชนรถจักรยานยนต์ของส.ต.อ. เศรษฐการจนเสียนชีวิตนั้น เกิดขึ้นเวลาประมาณ 16.50 น. วันที่ 23 ก.พ. โดย ส.ต.อ.เศรษฐการ พบรถโตโยต้าวีออส ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ จึงเข้าตรวจสอบแต่คนในรถกลับขับรถหนี จึงเปิดไซเรนวิ่งไล่ติดตามผู้ต้องสงสัยตั้งแต่รอยต่อกทม.-ปทุมธานี จนมาถึงที่เกิดเหตุบนถนนกาญจนาภิเษก ช่วงบางนา-บางปะอิน มุ่งหน้าบางปะอิน ก.ม.30+400 (บนต่างระดับลำลูกกา) ต.บึงคำพร้อย นายกิตติธัชได้หักพวงมาลัยรถเบียดมาทางซ้าย แล้วชนกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจที่ไล่ติดตามมา

หลังเกิดเหตุพ.ต.ท.ธนภณ เอี่ยมสะอาด สว.สอบสวน ส.ทล.2กก.8บก.ทล. รับแจ้งอุบัติเหตุ จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม ผบ.หมู่ส.ทล.2กก.8บก.ทล. เครื่องแบบข้าราชการตำรวจ มีบาดแผลที่ศีรษะอุปกรณ์ประจำตัวกระเด็นกระจัดกระจายห่างกันประมาณ 100 เมตร บริเวณช่องทางเดินรถเลนกลางพบรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเทรเซอร์ 900 สีขาว ทะเบียน 4ขข 16 กทม. ซึ่งเป็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงล้มคว่ำอยู่ ห่างกันอีกประมาณ 80 เมตร ช่วงทางลาดลงสะพานพบรถโตโยต้าวีออส สีดำ ทะเบียน 8กฒ 9648 กทม. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง จอดอยู่ช่องทางการเดินรถขวาสุด สภาพฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนจนได้รับความเสียหายพัง ยับเยิน ล้อหน้าและล้อหลังฝั่งขวาแตก ภายในห้องโดยสารพบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตกอยู่ 1 ขวด อาวุธปืนยิงปลา ส่วนผู้ขับขี่หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป ขณะที่ราวสะพานพบร่องรอยรถยนต์การชนพร้อมทั้งร่องรอยร่างเจ้าหน้าที่ตำรวจฟาดกับราวสะพาน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 เปิดเผยว่า ช่วงเกิดอุบัติเหตุใหม่ๆ เห็นผู้ขับขี่รถเก๋งซึ่งเป็นชายสวมเสื้อสีดำ เปิดประตูรถวิ่งออกไป กระทั่งตนเองกลับรถมาก็พบว่ารถคันดังกล่าวได้ชนกับรถจยย.ตำรวจจนมีผู้เสียชีวิตโดยชายที่ขับขี่คู่กรณีได้หลบหนีไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 21.30 น. นายกิตติธัชเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.ทล.8 ส.ทล.2 กก.8 (รามอินทรา) บก.ทล. พนักงานสอบสวนสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยนายกิตติธัชมีสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งตำรวจได้ตรวจแอลกอฮอล์ และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดด้วย

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุให้การว่าตัวเองได้จอดรถริมถนนมอเตอร์เวย์ เพื่อตกปลาริมถนน ซึ่งมีหนองน้ำอยู่บริเวณนั้น ระหว่างนั้นมีตำรวจทางหลวงมาไล่ เพราะเป็นจุดที่ไม่ให้จอด แต่เมื่อตำรวจพยายามขอตรวจค้น จึงพยายามขับรถหนีเพราะในรถมีขวดเบียร์ และบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในรถ จึงกลัวว่าจะถูกจับดำเนินคดี ส่วนสาเหตุหักรถชนรถตำรวจนั้นผู้ก่อเหตุอ้างว่าตกใจและพยายามขับรถหนี ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพราะอาจจะเข้าข่ายเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ตาม ม.289 หรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนผลการตรวจแอลกอฮอล์ และสารเสพติดเบื้องต้นยังไม่พบ ต่อมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุ พบว่าในรถของนายกิตติธัชมีนามบัตรระบุอาชีพเป็นครูสอนขับรถ ส่วนขวดเบียร์และบุหรี่ไฟฟ้าพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานไปก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทล.จะนำตัวนายกิตติธัชส่งให้สภ.ลำลูกกาดำเนินคดี ช่วงจังหวะพาเดินออกจากห้องสอบสวนขึ้นรถ มีเพื่อนของ ส.ต.อ. เศรษฐการพยายามเข้าทำร้ายนายกิตติธัชเนื่องจากยังโกรธแค้นพฤติกรรมที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่พยายามช่วยห้ามไว้พร้อมกันตัวนายกิตติรัชออกไป ขณะที่นายกิตติธัชยกมือขึ้นไหว้แล้วบอกว่า “ผมขอโทษ”

ที่สถาบันนิติเวชฯ ร.พ.ตำรวจ พ.ต.อ.วันชนะ ทิพย์อาสน์ ผกก.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. ผู้บังคับบัญชาพร้อมครอบครัวและแฟนสาวของส.ต.อ.เศรษฐการ เข้ารับศพด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

พ.ต.ท.ปรัชญา กัมลาศพิทักษ์ สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับเรื่องสิทธิประโยชน์ รวมถึงกองทุนช่วยเหลือและสวัสดิการต่างๆ ของหน่วยงานต้นสังกัด ทั้งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการตำรวจทางหลวง เบื้องต้นรวมเป็นเงินได้ 7 แสนบาท ส่วนเงินในสหกรณ์จะแยกต่างหาก พร้อมพิจารณาเรื่องการปูนบำเหน็จแก่ผู้เสียชีวิต ทั้งนี้สายการทำงานของ ตำรวจทางหลวงจะแบ่งเป็นรถยนต์และรถจักรยานยนต์ตรวจเขต โดยส.ต.อ.เศรษฐการ ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่เพียงคนเดียว และก่อนเกิดเหตุ ส.ต.อ. เศรษฐการ ไปพบผู้ก่อเหตุจอดรถในที่ห้ามจอด จึงเข้าไปสอบถามแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ และผู้ก่อเหตุก็ขับรถหลบหนีก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งถือเป็นกรณีที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ตนได้มาดำรงตำแหน่งที่นี่

พ.ต.ท.ปรัชญากล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการแต่งงาน ทราบจากเพื่อนสนิทของผู้ตายว่าเจ้าตัวกำลังเตรียมจะเชิญผู้บังคับบัญชาไปร่วมพิธีมงคลสมรสในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ส่วนผู้ตายยังมีน้องสาวคนเล็ก กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจะเรียนจบในปีหน้า เพื่อนๆ ทุกคนล้วนรู้สึกเศร้าเสียใจ ต่างไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศล จะเริ่มสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันนี้ที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร โดยจัดพิธีฌาปนกิจในวันที่ 27 ก.พ.นี้

ที่ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร จ.ส.อ. ประถม ลอยขามป้อม พ่อของส.ต.อ. เศรษฐการ เผยว่า ตนมีลูก 2 คน มีส.ต.อ. เศรษฐการ หรือหนุ่ม เป็นคนโต และมีน้องสาวอีกคนหนึ่ง โดยตอนเด็กๆ ส.ต.อ. เศรษฐการ ชอบช่วยเหลือคนอื่น และอยากเป็นตำรวจจึงสอบเข้านายสิบโดยไม่บอกตนด้วยซ้ำ มาบอกตอนสอบได้แล้ว ซึ่งในชีวิตการปฏิบัติหน้าที่ของลูกชาย มองว่าทำได้เต็มที่แล้ว และภูมิใจในตัวลูกมากๆ ไม่รู้จะบอกอะไรกับลูกชายแต่จะทำตรงนี้ให้ดี ส่วนเรื่องคดี ตนให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ดำเนินการ

ผบช.ก.ใช้เงินส่วนตัวกว่า 5 แสน เยียวยาหมู่หนุ่ม พร้อมปูนบำเหน็จสูงสุด 7 ชั้นยศ

เสียลูกน้อง – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รดน้ำศพ ‘หมู่หนุ่ม’ ส.ต.อ.เศรษฐการ ลอยขามป้อม สังกัดบก.ทล. ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมสั่งดูแลสวัสดิการเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มที่ ที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร เมื่อวันที่ 24 ก.พ.

ขณะที่พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ โดยมีพล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พร้อมพล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสังกัดตำรวจสอบสวนกลาง เข้าร่วมงานสวดอภิธรรม พร้อมญาติ ครอบครัว และเพื่อนข้าราชการตำรวจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ นั้น บช.ก.และ บก.ทล.จะดูแลและเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และพล.ต.ท.จิรภพ ยังจะช่วยเป็นการส่วนตัวอีก 5 แสนบาท ส่วนเรื่องการเลื่อนยศและตำแหน่งนั้นจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ เช่นเดียวกับทายาทหากประสงค์เป็นข้าราชตำรวจ

พล.ต.ต.เอกราชกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตได้ปฏิบัติตามหน้าที่ เปิดสัญญาณเสียงไซเรน และไม่ได้เข้าไปปะทะ แต่เป็นเจตนาผู้ก่อเหตุที่หักรถเข้ามาให้เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติถูกดำเนินคดีเรื่องเมาแล้วขับ เบื้องต้นศาลธัญบุรีได้สั่งค้านประกันตัวเรียบร้อย โดยบก.ทล.จะนำกรณีนี้ไปถอดบทเรียนเพิ่มเติม

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มาร่วมให้กำลังใจและมอบเงินให้กับครอบครัว เบื้องต้นจะได้รับเงินจากสวัสดิการต่างๆ ร่วม 375,000 บาท และเงินส่วนอื่นรวมอีก 900,000 บาท โดยผู้บังคับบัญชาแต่ละสังกัดจะร่วมนำเงินมาสนับสนุนครอบครัวผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม คาดว่าจะได้ร่วมหลักล้านบาท ทั้งนี้หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์แล้วเข้าข่าย ทายาทจะได้รับสิทธิ์สอบเข้าเป็นข้าราชการตำรวจ สำหรับการปูนบำเหน็จนั้น หากศาลพิพากษาในข้อหาเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีโทษหนักสุดถึงขั้นประหารชีวิต ผู้เสียชีวิตจะได้เลื่อนขั้น 4 ชั้นยศเป็นร.ต.ท. แต่หากสั่งฟ้องเป็นคดีอุบัติเหตุจะเลื่อนขั้น 3 ชั้นยศ เป็น ร.ต.ต.ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน