ลั่นรทสช.ไม่ใช่เฉพาะกิจ พปชร.ไม่ติดใจปมตีกิน ปชป.เปิดรุ่นใหม่ 14เขต ลุ้นกม.ชะลออุ้มหายวันนี้
‘ตู่’ เข้าที่ทำการพรรคครั้งแรก ร่วมกิจกรรมเปิดตัว14 ว่าที่ผู้สมัครกลุ่ม ‘เสี่ยเฮ้ง-ธนกร’ ยืนยัน รทสช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แย้มอีก 15 มี.ค. ไม่ใช่วันยุบสภา แจงนโยบายบัตรสวัสดิการพลัส เพิ่มเป็น 1 พัน เป็นการหาเสียง ไม่ได้เกทับ ‘ป้อม’ เพราะยังรักกัน ‘อุตตม-สนธิรัตน์’ แนะย้อนดู 8 ปี จะรู้บัตรคนจน-ที่ดินทำกิน-เบี้ยชรา -อีอีซี ผลงานใคร ไม่ติดใจ ‘ประยุทธ์’ หิ้วนโยบายพปชร. ติดตัวไปพรรคใหม่ ปชป.เผยโฉม 14 คนรุ่นใหม่ ลงสมัครส.ส.กทม. ลูกอัศวินร่วมด้วย ชทพ.แก้เคล็ด ‘ประภัตร’ ไหว้สมเด็จพระนเรศวร เอาฤกษ์เอาชัยหลังเกิด เหตุโดรนตกใส่ ‘คุณหญิงแจ่มใส’ ฝ่ายค้านมีมติ คว่ำร่างพ.ร.ก.ชะลอบังคับใช้ พ.ร.บ.อุ้มหาย
ตู่ยัน 15 มี.ค.ไม่ใช่วันยุบสภา
เวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เขียนไทม์ไลน์ยุบสภาอาจเป็นวันที่ 15 มี.ค.นี้ว่า “เหรอ ใครพูดก็พูดไป” เมื่อถามว่าการยุบสภาจะไม่เลยกลางมี.ค. วันตามที่นายวิษณุเขียน ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายศีรษะ กล่าวว่า “เอาน่าเดี๋ยวผมจัดการของผมเองนั่นแหละ” เมื่อถามว่าไม่เลยกลางมี.ค.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่ตอบ นายวิษณุพูดก็ไปถามนายวิษณุเอาสิ”
เมื่อถามว่าจะยึดวันธงชัยในการประกาศยุบสภาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “วันอะไรล่ะ” ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า 15 มี.ค.เป็นวันดี เป็นวันธงชัย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ดีทุกวันนั่นแหละ ถ้าทำอะไรทำดีๆ มันก็ดีทุกวันไม่ต้องไปกลัวอะไร” เมื่อถามว่าจะเลือก วันที่นายกฯ สะดวก พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า วันที่สะดวกที่สุด วันที่งานการที่ยังไม่เสร็จแล้วทำเสร็จ พร้อมถามว่ายุบสภาแล้วพวกเธอได้อะไร ผู้สื่อข่าวตอบว่าเตรียมตัวเสนอข่าว เปิดโอกาสให้ส.ส.สังกัดพรรคได้ทัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดให้เขาอย่างนั้น อยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดต้องรอให้มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อถามว่าสรุปจะยุบสภา 15 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า “อะไร ไม่ใช่ๆ” เมื่อถามว่าจะเลย 15 มี.ค.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ
โต้บัตรลุงตู่เกทับลุงป้อม 700
เมื่อถามถึงนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ ชูในการปราศรัยที่จ.นครราชสีมา ‘สิทธิ บัตรสวัสดิการพลัส’ ที่ต่อยอดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเงินเป็น 1,000 บาท ต่อเดือน มั่นใจทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องพิจารณาดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ เอางบประมาณจากที่ไหน ภายในพรรค ก็ปรึกษาหารือกันแล้วมีหลายคนที่เกี่ยวข้องและมีความรู้ด้านนี้ เมื่อถามว่าต้องใช้เงินเท่าไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประมาณ 15 ล้านคน อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท โอเค พอหาได้
เมื่อถามว่าเหมือนเป็นการเกทับพรรคอื่น พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้สนใจพรรคอื่น พรรคอื่นก็คือพรรคอื่น พรรคของตนก็คือพรรคของตน เมื่อถามว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เพราะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอ 700 บาท แต่ รทสช.เสนอ 1,000 บาท บลัฟกันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่ได้สน ไม่ได้ตั้งใจอะไรอย่างนั้น กับหัวหน้าพรรคอื่นผมก็สนิทกันดีอยู่แล้ว และรักกันดีอยู่แล้ว เป็นเรื่องของการหาเสียง”
ชี้สวัสดิการรัฐ-ปัดแจกเงิน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนหาเสียงในสิ่งที่เป็นไปได้ รู้ว่าบริหารอย่างไรเพราะเป็น นายกฯ ต้องรู้กลไกและขั้นตอนงบ แต่ถ้าพูดปากเปล่าออกไปพอคูณตัวเลขออกมาเป็นงบแสนแสนล้านบาท แล้วจะเอามาจากที่ไหน เมื่อถามว่าแสดงว่านโยบายที่พูดไปมั่นใจทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบทันทีว่า มั่นใจเพราะได้ศึกษาและมีข้อมูลตรงนี้อยู่แล้ว เพราะตนเป็นคนที่คุมงบประมาณ เป็นนายกฯ ไม่ใช่พูดแบบไม่มีหลักการ
เมื่อถามว่าบางคนมองว่าเป็นการแจกเงิน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวน้ำเสียงมีอารมณ์เล็กน้อยว่า เขาเรียกว่ารัฐสวัสดิการมิใช่หรือ จะมาบอกว่าแจกได้อย่างไร บอกแล้วไงว่า 2 อย่างที่รัฐบาลต้องบริหารคือ ความเท่าเทียมของโอกาส ถึงได้มีถนนหนทาง เส้นทางคมนาคมมากมายให้ประชาชนได้ใช้ ประหยัดเวลา ประหยัด ค่าใช้จ่าย ถือเป็นการทำต่อนโยบาย ทำแล้ว ทำอยู่ ทุกคนก็เข้าใจดีอยู่แล้ว
แจงคิวลุยอุดรฯ-กดปุ่มจ่ายอบต.
เมื่อถามถึงการลงพื้นที่จ.อุดรธานี 2 มี.ค.นี้ เป็นการตรวจราชการแต่จะกดปุ่มจ่ายเงิน ให้ท้องถิ่น เพิ่มค่าตอบแทนให้ อบต.ด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่การกดปุ่ม เป็นเรื่องการทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 และมาเจอโควิด 19 งบนี้เป็นงบส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องของท้องถิ่นพิจารณา มีสภาท้องถิ่นพิจารณา เมื่อถามว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้นายกฯ จะอนุมัติเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ ขึ้นอยู่กับสภาท้องถิ่นเห็นชอบหรือไม่
เมื่อถามว่า 15 มี.ค.นายกฯ จะลงตรวจ ราชการจ.พัทลุง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงเป็นเช่นนั้น คณะทำงานเขาจะเสนอแผน ขึ้นมา ในฐานะนายกฯ ก็ไปได้ทุกที่ ไม่ได้ไปหาเสียง ไม่ได้ไปในนามพรรค แต่ถ้าไปหาเสียง ก็ไปในงานของพรรคอย่างที่ไปโคราช
เปิดคิวตู่ทัวร์ 2 วัน 4 จังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ตรวจราชการ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น 2 มี.ค. ลงพื้นที่จ.อุดรธานี และจ.หนองบัวลำภู จุดแรกจะเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา “บทบาทท้องถิ่นไทยกับการกระจายอำนาจเพื่อการไปต่ออย่างยั่งยืน” ที่หอประชุม มรภ.อุดรธานี ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี และพบปะประชาชน ช่วงบ่ายไป จ.หนองบัวลำภู ติดตามการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง แล้วเป็น สักขีพยานในโอกาสผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขต ปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.4-01 สำหรับใช้ก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์แห่งใหม่
วันที่ 3 มี.ค. ตรวจราชการ จ.อยุธยา และ จ.กาญจนบุรี โดยที่อยุธยาตรวจติดตามโครงการ ก่อสร้างอาคารจัดแสดงเครื่องทองอยุธยา ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นไปยัง วัดใหม่หญ้าไทร ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง พบปะประชาชนเพื่อรับฟังการดำเนินโครงการ ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ช่วงบ่ายลงพื้นที่จ.กาญจนบุรี

รทสช. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะประธานกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าที่ทำการพรรคครั้งแรก สวมเสื้อแจ๊กเกตพรรคให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และว่าที่ผู้สมัครส.ส. เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
ตู่ร่วมเปิดตัวกลุ่มเสี่ยเฮ้ง-ธนกร
เวลา 17.20 น. ที่ทำการ รทสช. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรค สวมเสื้อแจ็กเกตสีขาวของพรรค มาร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร โดยมี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ หัวหน้า รทสช. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรค ต้อนรับ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตื่นเต้นหรือไม่ที่เข้ามาที่ทำการพรรคเป็นครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ตื่นเต้น นานแล้ว”
เวลา 17.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อพรรคให้กลุ่มอดีต ส.ส.ภาคกลาง ที่นายสุชาติ นำทีมมา ประกอบด้วย 1.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 2.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 3.นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี 4.นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี 5.นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง 6.น.ส.ไพรินทร์ เทียนสุวรรณ ส.ส. สมุทรปราการ 7.นายสมบัติ อำนาคะ ส.ส.สระบุรี 8.นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม 9.นายอรัญชัย ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี และ 10.นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร
กลุ่มส.ส.ภาคใต้ ที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกำหนดแนวทางฯ นำทีมมา ประกอบด้วย 11.นายสายัณต์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช 12.นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา 13.นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา และ 14.ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา
เลิกตื่นเต้นมานานแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังสวมเสื้อพรรคให้ นายสุชาติ นายธนกร นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางฯ และ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป้าหมาย พรรคเราคือทำให้ทุกอย่างสำเร็จและเดินหน้าไปสู่การทำให้ประเทศไทยมีอนาคตที่ดีงาม พวกเราเข้าใจตรงกัน ทำแล้ว ทำอยู่และทำต่อ นี่คือหัวใจของเรา ที่จะทำให้ประชาชนและชาติมั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน ไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับ รทสช. ถ้าเรา ร่วมมือกัน ขอให้ทุกคนประสบความสุข ความสำเร็จในอนาคตอันใกล้นี้
“ขอบคุณผู้มาร่วมพิธี ขอบคุณสื่อมวลชนเมื่อกี้ถามว่านายกฯตื่นเต้นหรือไม่ ผมเลิก ตื่นเต้นไปนานแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะแยะแล้วขอเป็นกำลังใจทุกคน ขอบคุณกองเชียร์ด้วย เราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณสมาชิกทุกคน รักทุกคน เชื่อมั่นทุกคน ให้รัก สามัคคีกัน และคุยกัน ให้รู้เรื่อง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
โต้พรรคเฉพาะกิจ
เมื่อถามว่าตั้งใจทำให้เป็นพรรคเป็นสถาบัน ต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด สุดแล้วแต่ประชาชน มองด้วยตาว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรไว้บ้าง ถ้าไม่มองก็ไม่รู้และไม่เข้าใจ ตนไม่อยากจะไป ก้าวล่วงใคร “เราเป็นสุภาพบุรุษ พรรคเราต้องเป็นพรรคสุภาพบุรุษ เพราะเราจะทะเลาะกันไม่ได้อีกแล้ว เพราะนี่คือประเทศไทยของเราทุกคน”
เมื่อถามว่ามีคนมองว่า รทสช.เป็นพรรคเฉพาะกิจ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า “จะเป็นพรรคเฉพาะกิจได้อย่างไร ก็จะมีการเลือกตั้ง จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้ง คิดว่าก็คงต้องได้ส.ส. และมั่นใจว่าจะได้เยอะมากพอสมควรนะ นั่นแหละคือความยั่งยืนของเรา และก็มีคนสืบสานต่อไปอีกเยอะแยะ เราเป็นพรรคที่สร้างอุดมการณ์เดียวกัน เริ่มต้นด้วยความรักความสามัคคี เห็นชอบและพร้อมใจไปด้วยกันมันก็จะยั่งยืนกันไปเอง”
เมื่อถามว่าการแถลงข่าววันนี้อบอุ่นใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อบอุ่นใจ จากนั้นกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรค และทุกคน ก่อนที่จะนำชูมือตะโกนสู้ๆ
ในส่วนอดีต ส.สที่เหลือกว่า 40 คน มีรายงานว่าจะเปิดตัว 1 มี.ค.นี้ พร้อมกับมีพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดย พล.อ ประยุทธ์ จะเข้าร่วมพิธีด้วย ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเวลา 08.30 น. ก่อนเวลาราชการ
พปชร.ย้อนผลงาน 8 ปี-บลัฟตู่
นายอุตตม สาวนายน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตรมว.คลัง กล่าวกรณี รทสช. ประกาศนโยบายบนเวทีปราศรัย จ.นครราชสีมา หลายนโยบายทับซ้อน พปชร.ว่า พปชร.ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ซึ่งประกาศชัดเจนว่าอะไร ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ พปชร.ยินดีสนับสนุน ไม่ต้องการ เอาชนะคะคานกันในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะต่างรับทราบดีว่านโยบายต่างๆ มีขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นคนคิดริเริ่มและผลักดันจนเป็นรูปธรรม เพียงแต่การบริหารราชการแผ่นดิน ทุกเรื่องต้องผ่าน ครม. ซึ่งมีนายกฯ เป็นหัวหน้า จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะหิ้วเอานโยบายเหล่านั้นติดตัวไปอยู่พรรคอื่น
นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการนี้ เปิดให้ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนครั้งแรก ปี 2559 ซึ่งขณะนั้นคนที่คุมนโยบายเศรษฐกิจ คือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ตั้งแต่กลางปี 2558 ขณะที่ตนและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีคุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของนายสมคิด ซึ่งมีนโยบายทยอยออกมา ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“ย้อนดูไทม์ไลน์ช่วง 8 ปี ก็จะรู้ว่าใครเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันนโยบายเหล่านี้ แต่นั่น ไม่สำคัญเท่ากับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ถ้าพรรคไหนเห็นว่านโยบายเราดี จะนำไปสานต่อ พรรคและพล.อ.ประวิตร ยินดีไม่ขัดข้อง อะไร” นายอุตตมกล่าว
บัตรคนจน-เบี้ยชรา-ที่ทำกินยุคพปชร.
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน เสริมว่า นโยบายเหล่านี้เป็นการริเริ่มของ นายสมคิดและพวกตน ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลคสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลหลังเลือกตั้ง จึงถือได้ว่าเป็นผลผลิตของ พปชร. ทั้งโครงการบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึงโครงการ อีอีซีก็มาจากแนวคิดของนายสมคิดและ นายอุตตม ที่นำเสนอต่อรัฐบาล คสช.เพื่อ พลิกฟื้นประเทศ แล้วผลักดันต่อในนามพปชร. ถือเป็นโครงการหลักของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและการจัดการน้ำ ประชาชนทราบดีว่า พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ขับเคลื่อนมาตลอด ดังที่ปรากฏข้อมูลผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ตลอดระยะเวลาที่ พล.อ.ประวิตรกำกับดูแลงานด้านน้ำ ลงพื้นที่ กว่า 79 ครั้ง ใน 55 จังหวัด
พปชร.ไม่คิดว่าจะต้องมาตอบโต้หรือช่วงชิงว่าใครเป็นเจ้าของนโยบาย เพราะทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลต่างถือว่ามีส่วนร่วมกับทุกนโยบาย ที่ผ่านมติ ครม. แต่ในเมื่อสังคม เกิดความกังขา และเมื่อสื่อสอบถามมาเราก็พร้อมไล่เรียง เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ป้อมร่อนจม.แจงเหตุลุยการเมือง
เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงเส้นทางการเมืองและเหตุผลที่จะเดินหน้าต่อทางการเมือง ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ทำไมต้อง “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” แม้จะมีเหตุผลมากมายที่หลายคนเห็นว่าควรหยุดและกลับไปใช้ชีวิตสบายๆ จะมีความสุขมากกว่า
เหตุผลหนึ่งคือ ผูกพันกับคนที่ร่วมสร้าง พปชร. จนประสบความสำเร็จ เมื่อต้องลงเลือกตั้งกันใหม่ ซึ่งรู้กันว่าครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น การต่อสู้รุนแรงมาก จะเอาตัวรอด ทิ้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมสร้างพรรคที่ยังมีความฝันอยู่เต็มเปี่ยมได้อย่างไร แต่ลึกไปในใจมีเหตุผลส่วนตัวที่สำคัญอีกเรื่อง เป็นเหตุผลที่เกิดจากการทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงทางออกของชาติบ้านเมือง ว่าควรจะทำอย่างไรกันดี เป็นการทบทวนที่มองผ่านประสบการณ์ของตน สุดท้ายตัดสินใจทำงานการเมืองต่อ ด้วยความคิดจะทำประโยชน์ ด้วยการคลี่คลายปัญหาให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ความสดใส ซึ่งจะค่อยๆ เล่าให้ฟังถึง รายละเอียด และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็น ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง จะบอกให้รู้ว่าทำไมถึงเชื่อมั่นว่าตนทำได้และจะทำอย่างไร หากประชาชนให้โอกาส

ล่องใต้ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พบปะพูดคุยกับประชาชนเครือข่ายสตูล ผู้แทนเด็ก สตรี ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความคืบหน้านโยบายที่จ.สตูลและตรัง เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
ลุยตรัง-คนปลื้มไม่ถือตัว
เวลา 16.00 น. ที่จ.ตรัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคง ระดับชุมชน ที่บ้านพรุท่อม ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง มีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าฯ ตรัง ต้อนรับ และรายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวมอบนโยบาย แก่สทนช. ให้เร่งบูรณาการหน่วยงาน ติดตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง อย่างเคร่งครัด และกำชับให้จังหวัด กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมชลประทาน เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงและจัดหาแหล่งน้ำสำรอง ทั้งบนดิน ใต้ดิน รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต เพื่อยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ ควบคู่ไปกับสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจประชาชนให้ทั่วถึง
จากนั้น พล.อ.ประวิตรพบปะพูดคุย กับประชาชนพร้อมเปิดรับฟังข้อคิดเห็น สร้างความประทับใจแก่ประชาชนในความเป็นกันเอง ใจดี ไม่ถือตัว จึงขอให้กำลังใจ ที่ทุ่มเท ตั้งใจ เสียสละทำงานหนักเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง และเชียร์ให้เป็นนายกฯ คนต่อไป
ปชป.เปิด 14 ผู้สมัครรุ่นใหม่
เวลา 13.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการปชป. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป. รับผิดชอบกทม. เปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ที่เป็นคนรุ่นใหม่ 14 คน
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พรรคได้เปิดรับ คนรุ่นใหม่ให้มีบทบาท มีพื้นที่แสดงความ คิดเห็นทางการเมือง นี่คือก้าวหนึ่งแห่งพัฒนาการ ขอฝากประชาชนพิจารณาด้วย ปชป.มีทั้ง ผู้อาวุโสมากประสบการณ์ และพร้อมสร้างเลือดใหม่นำพาพรรคไปข้างหน้า 400 เขตพรรคมีผู้สมัครรุ่นใหม่เป็นร้อยเขต แต่วันนี้ขอเปิดคนรุ่นใหม่ในพื้นที่กทม. 14 คนก่อน
“วันนี้เพียงแค่ออเดิร์ฟ วันที่ 6 มี.ค.จะเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ให้เห็นว่าพรรคผสมผสานคนทุกรุ่น ท่านเลือกผู้นำที่เก่ง กล้า เข้มแข็ง ผ่านมาเป็นสิบๆ ปีประเทศไทยยังอยู่ที่เดิม หากเลือกคนที่ซื่อสัตย์ เมื่อประเทศไทยไม่มีโกงกิน ประเทศ จะเจริญมากขึ้นกว่านี้ได้ ขอฝากประชาธิปัตย์ทุกเขตทุกคน”นายเฉลิมชัย กล่าว

ปชป.กรุง – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชา ธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคดูแล กทม. เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม.ที่เป็นคนรุ่นใหม่จำนวน 14 คน เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
ลูกอัศวินชิงคลองเตย-วัฒนา
สำหรับผู้สมัครส.ส.กทม. คนรุ่นใหม่ 14 คน ไฮไลท์อยู่ที่ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง เขตคลองเตย-วัฒนา ลูกชาย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯกทม.ที่สังกัดรทสช. ยังมีนายอภิมุข ฉันทวนิชย์ เขตยานนาวา-บางคอแหลม อดีต ส.ก.3สมัย ลูกชาย นายสมเกียรติ์ ฉัทวนิชย์ อดีตส.ส.ปชป. นายภูเบศร์ อภัยวงศ์ เขตบางซื่อ-ดุสิต เหลนนายควง อภัยวงศ์ น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ เขตบางบอน-หนองแขม น้องสะใภ้นายสากล ม่วงศิริ อดีตส.ส.กทม. ยังมี 3 กัปตันขับเครื่องบิน คือ นายภูเบศร์ นายพันธ์พิสุทธิ์ นุราช (กัปตัน ไมเคิล) เขตบึ่งกุ่ม นายวัทธิกร หรุ่นศิริ เขตสายไหม และ นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ วิทย์ เขตจตุจักร นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย
ประภัตรขอพรพระนเรศวร
ความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เวลา 09.00 น. นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค เข้าสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เอาฤกษ์เอาชัย รับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยขอพร ให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ให้ตนเองประสบโชคดี มีความสุข ศัตรูพ่ายแพ้ และขอให้ทุกคนของ ชทพ.ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ชนะถล่มทลายได้เป็นผู้แทนของชาวสุพรรณฯ ทุกเขต และให้ชทพ.เป็นขวัญใจของประชาชน ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดรนถ่ายภาพตกใส่หัวคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา จนเป็นแผล 5 แผล บนเวทีปราศรัยที่ อ.ด่านช้าง เมื่อ 26 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น นายประภัตรได้กล่าวขณะสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ด้วยว่า ในนาม ชทพ. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหัวหน้า ชทพ. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการพรรค และคุณหญิงแจ่มใส ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากอันตราย สิ่งไม่ดีไม่งามให้สิ้นไป เป็นร่มโพธิ์ของพี่น้องชาวชทพ. ตลอดไป
มั่นใจชนะสุพรรณถล่มทลาย
ที่บ้านทรงไทยโพธสุธน อ.ศรีประจันต์ นายประภัตร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อม ในการเลือกตั้ง ว่า ชทพ.พร้อมเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ กำหนดว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส. 25% ของ 400 เขตเลือกตั้งคือ 100 เขตเลือกตั้ง คิดว่าจะได้ ส.ส.เขต 25 คน ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ยังไม่ได้นำมาคิด
เมื่อถามถึงความมั่นใจที่จะได้เกิน 4 ล้านเสียง เพื่อเสนอชื่อนายวราวุธ เป็นแคนดิเดต นายกฯ นายประภัตร กล่าวว่า มีความมั่นใจ เพราะผู้สมัครที่คัดเลือกมามีประสบการณ์ เป็นคนในพื้นที่ เป็นอดีต ส.ส. ส.ว. ส.จ. คะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะได้อัตโนมัติควบคู่กัน อย่างในจ.สุพรรณฯ คะแนนทั้ง 5 เขต มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ได้แน่ สามารถพูดได้เต็มปากว่าชนะได้ถล่มทลาย ทั้งคน ทั้งพรรค ส่วนจะถึง 4 ล้านหรือไม่ตอบยาก แต่ 2 ล้านน่าจะถึง
คุณหญิงแจ่มชี้แผลแค่จุดเล็กๆ
เวลา 16.00 น. ที่ว่าการอำเภอเดิมบางนางบวช ชทพ.จัดเวทีปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี เวทีที่ 10 เพื่อช่วยนายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณฯ หาเสียง
นายวราวุธ ปราศรัยว่า 10 อำเภอของสุพรรณบุรี ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แต่เราทำงานมาตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงตนและพี่สาว วันนี้มาขอโอกาสให้กับ ชทพ. และขอโอกาสให้นายเสมอกัน
น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการอำนวยการพรรค กล่าวว่า วันนี้ ต้องเอ่ยถึงคุณแม่แจ่มใสก่อน วันที่ 26 ก.พ. ในที่ปราศรัยมีคนนั่ง 3 พันกว่าคน แต่โดรนเลือกมาตกที่แม่ แสดงว่าแม่โชคดี และแม่มองบวกมากว่า ตกครั้งนี้จะทำให้เคราะห์ทั้งหลายของแม่หมดไปทั้งหมด ต่อไปนี้แม่จะโชคดี โชคดีของแม่คือ โชคดีของ ชทพ. “วันนี้ถามแม่ว่ามาไหวไหม แม่บอกไหว สมเป็นเมีย นายบรรหาร สมที่เป็นแม่วราวุธ แม่กัญจนาจริงๆ แม่แจ่มใสสุดยอด”
ด้านคุณหญิงแจ่มใส ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีบาดแผลอะไร เป็นแค่จุดเล็กๆ เท่านั้น และไม่ต้องกินยาแล้ว
ก่อนการปราศรัย หัวหน้าทีมช่างภาพของชทพ. ผู้บังคับโดรนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นำพวงมาลัยดอกไม้เข้ากราบขอขมา ซึ่งคุณหญิงแจ่มใส กล่าวว่า “แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากและให้อภัย เพราะหากไม่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ อาจไปเจออุบัติเหตุอื่นที่อาจใหญ่กว่านี้ก็ได้” ขณะที่น.ส.กัญจนา และนายวราวุธ ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เป็นอะไร ขอให้สบายใจ”

ขึ้นรถไฟฟ้า – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะขึ้นรถไฟฟ้า เดินทางไปยังจุดปราศรัยเพื่อเปิดตัวน.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 2 ปทุมวัน-บางรัก-สาทร ที่สวนหย่อมและลานกีฬาใต้ทางด่วนซอยอยู่ดี เขตสาทร กทม. เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
‘ชวน’จี้รัฐบาลส่งองค์ประชุม 28 ก.พ.
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาผู้แทนฯ เป็นพิเศษ 28 ก.พ. เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ที่ครม. เป็นผู้เสนอ หากฝ่ายค้านโหวตคว่ำจะเกิดผล อย่างไรบ้าง ว่า ความจริงมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการออกพ.ร.ก. ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ส่วนการรักษาองค์ประชุมเป็นเรื่องของรัฐบาลที่เป็น เจ้าของพ.ร.ก.นี้ จึงต้องนำองค์ประชุมมาให้ครบ
เข้าใจว่าจะเป็นโอกาสของฝ่ายค้านที่จะอภิปรายเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการออกพ.ร.ก.เพื่อยกเว้น 4 มาตรา เพราะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามมีบางฝ่าย เห็นว่าอาจเสนอเพื่อให้ประธานสภานำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่ากฎหมาย ที่ออกมานี้ขัดมาตรา 172 หรือไม่
ชะลอถกไม่ได้-ต้องส่งตีความ
เมื่อถามว่า หากพ.ร.ก.ถูกคว่ำจะเกิดอะไรขึ้น นายชวนกล่าวว่า 28 ก.พ. บรรจุวาระการประชุม ไว้เรื่องเดียวเว้นแต่องค์ประชุมไม่ครบก็ช่วยไม่ได้ เมื่อถามว่า หากลงมติไม่ผ่าน นายชวนกล่าวว่า ไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน และการยกเว้นก็ไม่มีผล
เมื่อถามว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมเสนอ ชะลอการพิจารณาไว้รอสภาชุดหน้าพิจารณาต่อ ทำได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ชะลอไม่ได้ จึงมีวิธีเดียวคือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยการเข้าชื่อ 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสภา เท่าที่มีอยู่ เพื่อส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน หรือตราบเท่าที่ยังไม่ลงมติ หรือระหว่างอภิปรายก็สามารถส่งให้ประธานสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เมื่อถามว่าหากพ.ร.ก. ฉบับนี้ถูกคว่ำใครได้ผลประโยชน์มากที่สุด นายชวนกล่าวว่า ก็ต้องใช้กฎหมายที่ออกมาแล้ว
ฝ่ายค้านมีมติคว่ำ-ไม่ยื่นศาลรธน.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวว่า หากจะยื่น ศาลรัฐธรรมนูญต้องยื่นคัดค้านก่อนจะมีพิจารณา หรือก่อนการอนุมัติ พ.ร.ก. หากมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประธานสภาต้องสั่งให้ยุติการพิจารณาจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย และตามกรอบเวลาประธานสภาต้องส่งศาล ภายใน 3 วัน จากนั้นศาลต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และตราบใดที่ยังไม่มีการอนุมัติจากสภาหรือยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาล ผลบังคับใช้ พ.ร.ก.ก็ยังมีอยู่ตลอด ช่วงระยะเวลาเป็นปัจจัยที่จะตัดสินใจต่อการยื่นศาล ฝ่ายค้านคาดหวังว่า สภาควรเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติ พ.ร.ก. หรือไม่ หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรอนุมัติ ก็ไม่ควรยื่นต่อศาล
หากสภาอนุมัติก็ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบจึงเป็นสภาพบังคับให้ ครม.เปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้วุฒิสภาพิจารณา พ.ร.ก.ดังกล่าว หากวุฒิสภาอนุมัติก็จบไป หรือหากสภา ไม่อนุมัติและวุฒิสภาไม่อนุมัติ พ.ร.ก.ก็ตกไป แต่หากสภาไม่อนุมัติและส่งให้วุฒิสภา แล้ววุฒิสภาอนุมัติก็ต้องส่งกลับมายังสภาพิจารณาอีกครั้งว่าจะยืนยันมติของวุฒิสภาหรือไม่ ทั้งนี้ จุดยืนของพรรคฝ่ายค้านคือไม่อนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าวด้วยเห็นว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ สมัยประชุมสภาจะปิด 28 ก.พ. หากจำเป็นต้องเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.นี้ ต้องมีเงื่อนไขว่ายังมีรัฐบาลอยู่ และต้องเปิดภายในอายุของสภาคือ 23 มี.ค. 2566 เท่านั้น หากหมดอายุสภาแล้วก็ไม่สามารถเปิดสมัยวิสามัญได้
ทวีจี้ตู่ชี้แจงสภาเอง
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เหตุผลของการออก พ.ร.ก.ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เคยชี้แจงกับสภาแล้ว แต่ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่เหตุผลที่เหมาะสมและสะท้อนความขี้เกียจของรัฐบาล ดังนั้นการชี้แจงต่อสภาอีกครั้ง หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรมาชี้แจงด้วยตัวเอง
และในความเห็นส่วนตัวมองว่าการออก พ.ร.ก.อาจมีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการใช้อำนาจรัฐในการควบคุม ตัวบุคคล ผู้ควบคุมสามารถข่มขู่ ขู่เข็ญ เพื่อแสวงหาในสิ่งที่มิชอบได้ ซึ่งคาบเกี่ยว ช่วง 6 เดือนที่มีการเลือกตั้ง
เมื่อถามกรณีสภาไม่อนุมัติ รัฐบาลหรือ นายกฯ ควรรับผิดชอบอย่างไร พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ทราบว่า ส.ส.ฝั่งรัฐบาลบางส่วน ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ดังนั้นต้องรอดูการลงมติ หากสภาไม่อนุมัติสิ่งรัฐบาลต้องดำเนินการ มี 2 ทาง คือ ยุบสภาหรือ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาเมื่อต้องรับผิดชอบ นายกฯ หลีกเลี่ยงการปฏิบัติ
ก้าวไกลโหวตคว่ำแน่
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก้าวไกล กล่าวว่า ตนได้แจ้ง กก.บห.ก้าวไกลมีมติโหวตคว่ำ พ.ร.ก.นี้ และไม่เห็นด้วยกับการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชัดเจน อยู่แล้วโดยไม่ต้องถามศาลว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ออกโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะมิได้เป็นกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่ อย่างใด ถ้าพ.ร.ก.ถูกคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์สมควรต้องลาออกทันที เพราะไม่มีความ ชอบธรรมที่จะรักษาการต่อหลังยุบสภาอีกแล้ว
ประเด็นที่มีการเสนอให้ ส.ส.เข้าชื่อ ต่อประธานสภาเพื่อยื่นคำร้องให้ศาลวินิจฉัย ไม่ควรยื่น เพราะเป็นอำนาจเต็มของสภา ผู้แทนฯ อยู่แล้วที่จะลงมติว่า พ.ร.ก. นี้ออกมา โดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญการยื่นจะเตะถ่วงให้ พ.ร.ก.ที่ออกมาโดยมิชอบสามารถ บังคับใช้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชน และคนที่จะได้ประโยชน์ที่สุดจากการยื่น คือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองใดๆ หากสภาโหวตไม่อนุมัติ ขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าลักไก่ด้วยการชิงยื่นคำร้อง ไปยังศาล รธน. เพื่อตัดตอนไม่ให้มีการลงมติกันในสภา
รัฐบาลปัดส่งตีความ
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่มีเรื่องส่งตีความร่างพ.ร.ก.ดังกล่าว
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า วุฒิสภาบรรจุวาระการประชุมไว้แล้ว 28 ก.พ. พร้อมพิจารณาทันทีที่สภามีมติอนุมัติ ซึ่งกำชับส.ว.ให้เตรียมพร้อมจนถึงเวลา 24.00 น. หากสภาไม่เห็นชอบ ได้ยินข่าวมาว่าจะมีการยื่นตีความ จะทำให้วุฒิสภาไม่สามารถพิจารณา ได้ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล