หลังตร.สอบเค้น6ชม. สารภาพโยนลูกทิ้งน้ำ อ้างตกใจ-ทำหลุดมือ โดนคดี 3ข้อหาหนัก! เร่งงมหาร่าง‘น้องต่อ’
สอบเครียด 6 ชั่วโมง ‘นิ่ม’ ยอมเปิดปากสารภาพโยน ‘น้องต่อ’ ลูกชาย 8 เดือนทิ้งน้ำ อ้างเด็กเสียชีวิตเลยตกใจทำพลัดตก ตร.เอาผิด 3 ข้อหาหนัก ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ปิดบังซ่อนเร้น อำพรางศพ แจ้งความเท็จ คุมตัวส่งศาลเยาวชนฯ นครปฐม ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงิน 9 พัน พ่อยื่นประกันก่อนญาติรับตัว ไปดูแล ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงระดมงมค้นหาร่างน้องต่อ เร่งคลี่ปมเสียชีวิตจากอะไร
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ด.ช.วัย 8 เดือน ลูกน.ส.นิ่ม อายุ 17 ปี หายตัวไปปริศนานานเกือบเดือน ที่อ.บางเลน จ.นครปฐม ว่าจากการสอบปากคำ น.ส.นิ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา ในที่สุดน.ส.นิ่มยอมเปิดปากรับสารภาพเป็นคนโยนลูกลงแม่น้ำ ท่าจีน หลังลูกเสียชีวิตแล้ว ห่างจากบ้าน ไม่เกิน 100 เมตร ต่อมารุ่งเช้าตำรวจประสานนักประดาน้ำรื้อกอผักตบชวาที่หนาอัดแน่น คาดเป็นจุดเด็กถูกโยนทิ้ง แต่ยังไม่พบ
ขณะเดียวกัน ตำรวจเชิญนายสาน อายุ 58 ปี พ่อน.ส.นิ่ม มาสอบปากคำ ซึ่งแสดงอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด และบอกว่าลูกไม่เคยพูดอะไรให้ฟัง และเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเช้าพร้อมกับทุกคน ส่วนน.ส.นิ่มยังอยู่ในความดูแลของตำรวจ พอเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา และพัฒนาจังหวัดและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นครปฐม มาร่วมสอบปากคำ เนื่องจาก ยังเป็นเยาวชน ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ที่เดินทางอำนวยการคดีนั้น เปิดเผยว่าแม่เด็กให้การรับสารภาพว่าอุ้มลูกพลัดตกจากมือ แล้วเด็กชัก ด้วยความตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงจะเอาลูกโยนทิ้งแม่น้ำ

รับทิ้งลูก – ตำรวจน้ำและกู้ภัยลงงมหาร่างด.ช. 8 เดือน ลูกชายน.ส.นิ่ม แม่วัย 17 ปี ซึ่งสารภาพทิ้งลูกลงคลองท่อ ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม โดนตั้ง 3 ข้อหนักคุมตัวส่งฝากขัง ก่อนศาลให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 27 ก.พ.
รายงานข่าวแจ้งว่าจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่อนามัยในพื้นที่ระบุว่า ก่อนน.ส.นิ่มจะพาลูกไปหาหมอ เด็กมีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส อนามัยแนะนำให้ไปรักษาที่ร.พ. แต่น.ส.นิ่มไม่พาไป หากมีไข้สูงเด็กจะมีอาการชักและ นำไปสู่การเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดของ เจ้าหน้าที่ให้แน่ชัดอีกครั้ง
ขณะที่นายวินท์ สุธีรชัย ประธานมูลนิธิวินวิน ที่ร่วมประสานงานค้นหาเด็ก กล่าวว่านิ่มไม่มีความเชื่อมั่น ไม่สบายใจที่จะคุยกับ เจ้าหน้าที่รัฐ มูลนิธิจึงมาเป็นผู้ประสานงาน จนเป็นที่มาทำให้นิ่มยอมเปิดใจกับตำรวจ มูลนิธิจะช่วยเหลือครอบครัวนิ่ม เพื่อให้นิ่มเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสบายใจ จะดูแล แม่นิ่มที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เส้นเลือดสมองตีบ นอนติดเตียง เพื่อให้นิ่มเข้าสู่กระบวนการอย่างสบายใจ เปิดเผยความจริงอย่างเต็มที่ ไม่ให้คนข้างหลังมีปัญหา เราดูแลต่อเนื่อง จนกระบวนการสิ้นสุด และกระจ่างว่าข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร
นายวินท์กล่าวว่า ขณะนี้นิ่มยอมเปิดใจแล้ว ว่าความจริงเกิดอะไรขึ้น เบื้องต้นเกิดจากความ ไม่ตั้งใจ เป็นอุบัติเหตุ เพราะนิ่มยังต้องดูแลพ่อแม่และลูก อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุลูกต้อง จากไปโดยไม่ตั้งใจ แรกๆ นิ่มอยู่ในสถานการณ์ ที่มีคนมารุมล้อม จึงทำให้เครียด มูลนิธิมาอยู่กับนิ่มตั้งแต่แรก จึงสบายใจและยอมเปิดใจพูดคุยมากขึ้น นิ่มบอกว่าสามีไม่มีส่วนรู้เห็น เพราะนิ่มกลัว หากสามีรู้อาจจะเกิดอันตราย นี่คือที่มาที่ไปทั้งหมดที่ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะนิ่มรู้สึกว่าอยู่ในครอบครัวนี้ไม่สามารถเปิดใจให้ใครได้ จึงยอมเปิดใจกับมูลนิธิ
ส่วนนางชลิดา พะละมาตย์ ประธาน ที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน ร่วมกล่าวว่าด้วยความที่นิ่มเป็นเด็กอายุ 17 ปี ไปคลอดลูกคนเดียว เลี้ยงลูกคนเดียวทุกอย่าง โดยที่ไม่มีใครช่วยดู ทำเองคนเดียวทุกอย่าง บ้านสามีก็ไม่มีใครชอบ เลยไม่รู้จะไปถามปรึกษากับใครได้ นิ่มบอกว่า ไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าถ้าบอกไปแล้ว จะโดนทำร้าย อีกทั้งห่วงแม่ป่วยติดเตียง ถ้านิ่มโดนตำรวจจับ แม่จะอยู่อย่างไร ใครจะดูแลแม่ มูลนิธิจะดูแลแม่เรื่องการรักษา และทำกายภาพบำบัด เราทำเพราะไม่ได้หิวแสง แต่นี่คือมนุษย์คนหนึ่ง ตอนนี้ทีมงานกำลังช่วยค้นหาร่างน้องต่อลูกชายนิ่ม

สำหรับการค้นหาร่างน้องต่อ ด.ช.วัย 8 เดือน ลูกนิ่มนั้น เจ้าหน้าที่นำรถแบ๊กโฮขุดลอกบริเวณ ชายฝั่งคุ้งน้ำ ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม เพื่อนำผักตบชวาและเศษขยะออกจากบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่นำข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้ และของเซ่นไหว้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้เจอร่างน้องต่อ ซึ่งชาวบ้านระบุว่านิ่มเป็นคนเลี้ยงลูกดีมาก สองแม่ลูกตัวติดกันตลอด น้องต่อเป็นเด็กสดใส ร่าเริง ช่วงอายุ 5-6 เดือน เริ่มป่วย มีกลากเกลื้อนขึ้นผิวหนังทั้งตัว ไม่สบายตัว มีไข้ เลยกลายเป็นเด็กเซื่องซึม แววตาเศร้า ชาวบ้านเชื่อว่าน่าเป็นอุบัติเหตุทำให้น้องต่อเสียชีวิต แล้วแม่นำมาทิ้งน้ำ

ด้านนายสุบิน แสงสว่าง อายุ 67 ปี พ่อนายพุด สามีนิ่ม กล่าวว่าไม่เชื่อว่าลูกสะใภ้เอาหลานไปทิ้ง เพราะนิ่มโกหกเป็นประจำ ส่วนที่บอกว่าอุ้มลูกแล้วตกพื้นเสียชีวิต ไม่เชื่อแน่นอน เพราะน้องต่อแข็งแรง จะหล่นแล้วเสียชีวิตเลยเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมานิ่มก็ไม่ได้เลี้ยงดูลูกดีเท่าที่ควร ปล่อยปละละเลย เวลาเตือน ก็ชอบเถียง
หลังเกิดเหตุการณ์ครอบครัวแย่มาก ยังไม่ได้ ไปเยี่ยมลูกชายในเรือนจำ ต้องรอให้ผ่าน 1 เดือนก่อนแล้วค่อยเข้าเยี่ยม ตั้งใจจะนำเงินไปให้ ทุกวันนี้อาการก็แย่ลงมาก เครียดหนัก จะไปวันไหนก็ยังไม่รู้ ตอนนี้เป็นห่วงหลานมาก หวังว่าหลานชายจะยังมีชีวิต ถ้าหากมีคนเอาไปเลี้ยง ก็หวังว่าจะไปมีชีวิตที่ดี” พ่อสามีนิ่มกล่าว
ต่อมาพล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รองผบช.ภ.7 พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช ผบก.นครปฐม พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.นครปฐม พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดมพล ผกก.สส.1 บก.สส.ภาค 7 พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจจกุล ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สุธี วรรณสูตร ผกก.สภ.บางหลวง จ.นครปฐม และร.ต.อ.จิรโชติ สาวิกัน พนักงานสอบสวน ควบคุมตัวน.ส.นิ่มไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐม หลังสอบปากคำเครียด 6 ชั่วโมง โดยมี พ่อนิ่มขึ้นรถไปด้วย และในวันที่ 28 ก.พ.นี้ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภาค 7 จะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง
พ.ต.อ.สุธี ผกก.สภ.บางหลวง เปิดเผยว่าพนักงานสอบสวนดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ 1.ทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย 2.ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ และ 3.แจ้งความเท็จแก่พนักงาน
จากนั้นศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว ในวงเงิน 9,000 บาท โดยมีนายสาน พ่อเป็นคนยื่นประกัน และเจ้านายของพ่อเป็นผู้ค้ำประกัน โดยศาลตั้งเงื่อนไขต้องมารายงานตัวตามนัด ก่อนที่ญาติจะรับตัวไปดูแลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการค้นหาร่างน้องต่อ ลูกชายนิ่ม ยังคงดำเนินมาถึงช่วงค่ำ โดยเมื่อเวลา 20.30 น. อาสากู้ภัยพบแพมเพอร์ส เด็ก ซึ่งขนาดใกล้เคียงกับช่วงวัยของน้องต่อ
วันเดียวกัน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีน.ส.นิ่มทิ้งลูกว่าเป็นอุทาหรณ์เรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การท้องไม่พร้อมทั้งฝ่ายพ่อและแม่ ส่วนที่มีการพูดต่อๆ กันว่าผู้ก่อเหตุเป็นไซโคพาธนั้น ไซโคพาธเป็นเรื่องบุคลิกภาพต่อต้านสังคม มักใช้ในกลุ่มที่มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน หากมีภาวะนี้ โดยแท้จริงจะไม่ได้รับการยกเว้นโทษ ยกเว้นมีปัญหาจิตฟั่นเฟือน หรือมีจิตบกพร่องถึงจะได้รับข้อยกเว้น
นพ.ยงยุทธกล่าวว่าส่วนข้อสงสัยเรื่องปัญหาซึมเศร้าหลังคลอดนั้น ความรุนแรง พบได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวแปรสำคัญคือภาวะดังกล่าวเป็นผลกระทบจากการตั้งครรภ์ที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง เป็นการซึมเศร้าเฉพาะตน ทำให้ตำหนิตนเอง และทำร้ายตัวเอง ส่วนการทำร้ายคนอื่นนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก