หลอกตั้งแต่จีบจนวิวาห์ ได้สร้อยเก๊-เบี้ยวสินสอด

สาววัย 20 ชาวละหานทราย บุรีรัมย์ โร่แจ้งจับหนุ่มนักฟุตบอลดังเมืองสุรินทร์ เทงานแต่งงาน หลอกให้เตรียมงานจองโต๊ะจีนกว่า 40 โต๊ะ ทำของชำร่วย ซื้อข้าวของต่างๆ หมดเงินไปกว่า 3 แสน พอถึงวันแต่งกลับหายหัว อ้างถูกพี่สะใภ้เชิดเงินสินสอดไป ก่อนตกลงปลงใจใช้ชีวิตด้วยกันก็ปั้นเรื่องว่าพ่อแม่ป่วยโควิดตาย หลอกให้ครอบครัวทำบุญ หลังจากแจ้งความอดีตแฟนหนุ่มโทร.มาหาบอกจะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายคืนให้ทั้งหมด หากยังมีสำนึกขอให้ทำตามที่พูด แต่คงไม่กลับไปรักกันแล้ว ด้านแม่ฝ่ายหญิงบอกลูกไม่ต้องอายใครแล้ว ให้เปิดหน้ารับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไปทำกับผู้หญิงคนอื่นอีก

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ชาวอำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พร้อมครอบครัว ที่ถูกนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ว่าที่เจ้าบ่าว ซึ่งเป็นนักฟุตบอลสโมสรชื่อดังแห่งหนึ่งที่ จ.สุรินทร์ เทงานแต่งงาน ได้นำชุดเจ้าสาวที่เช่ามาจากร้านแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ ในราคา 2,500 บาท ไปคืนให้กับทางร้าน โดยน.ส.ฟ้าเผยว่า หลังจากเข้าแจ้งความกับ สภ.ละหานทราย เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ส่วนโต๊ะจีนกว่า 40 โต๊ะ และของบางส่วนก็ทยอยส่งคืนแล้วแต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้เขา รวมทั้งเครื่องดื่มและของอีกหลายอย่างที่ซื้อมาแล้วไม่สามารถคืนได้กว่า 3 แสนบาท ทางครอบครัวก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ยอมรับว่าเครียดและเสียใจมากที่ฝ่ายชายมาหลอกลวงตนเอง และครอบครัว ทำให้อับอายและเสียหายแบบนี้ แต่คนในครอบครัวและเพื่อนๆ ก็ให้กำลังใจเพราะไม่อยากให้คิดมาก

น.ส.ฟ้าเผยต่อว่า หลังจากที่ตนเข้าแจ้งความแล้ว อดีตแฟนหนุ่มก็ได้ส่งข้อความมาหาบอกว่าจะมารับผิดชอบโอนค่าเสียหายคืนให้ แต่ไม่ได้รับปากว่าจะมาเคลียร์วันไหน ทั้งยังบอกว่าเขาไม่มีพ่อแม่เป็นแค่เด็กที่ครอบครัวหนึ่งเอามาเลี้ยงเป็นลูกเท่านั้น ส่วนเงินค่าสินสอดก็ถูกพี่สะใภ้เอาไป ซึ่งฝ่ายหญิงบอกว่าเรื่องฐานะหรือจะมีพ่อแม่หรือไม่ ไม่ได้สำคัญ ขอแค่รักกันแบบจริงใจ แต่ที่รับไม่ได้คือมาหลอกครอบครัวให้เดือดร้อน เสียหายและอับอาย ก็คงกลับไปรักกันเหมือนเดิมไม่ได้ แต่หากยังมีสำนึกก็ให้มารับผิดชอบ

เทงานแต่ง – สาวอายุ 20 ปี ชาวละหานทราย จ.บุรีรัมย์ แจ้งความดำเนินคดีหนุ่มนักฟุตบอลในจ.สุรินทร์ วัย 30 ปี หลอกให้หลงรักลวงจัดพิธีแต่งงาน ให้สร้อยทองปลอมและเบี้ยวเงินสินสอดสร้างความอับอายและเสียหายกว่า 3 แสนบาท เมื่อ 28 ก.พ.

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านที่จะมีการจัดงานแต่ง ปรากฏว่าไม่พบใครอยู่บ้าน แม่ได้กลับไปขายอาหารที่จ.บุรีรัมย์ พบเพียงภาพเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่ถ่ายพรีเวดดิ้งไว้ก่อนหน้านี้เกลื่อนทั่วบ้าน รวมถึงดอกไม้สดที่จัดเวทีถูกทิ้งให้แห้งเหี่ยวโดยไม่มีใครสนใจ

สอบถามนางโปะ อายุ 56 ปี แม่ของว่าที่เจ้าสาวทางโทรศัพท์ เล่าว่า หลังงานถูกยกเลิก ได้บอกกับลูกสาวว่า ไม่ต้องอายใครอีกแล้ว ให้เปิดหน้ารับกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะไม่อยากให้ใครโดนแบบแม่อีก ยอมรับอยากฆ่าทิ้ง เงินที่เอามาลงในงานแต่งร่วม 300,000 บาท ไปยืมเงินมาจากเพื่อนๆ รู้สึกเจ็บใจมาก เพราะไว้ใจและเชื่อในตัวของฝ่ายชายมาก ไม่เคยเกเร ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ทำให้ไว้ใจรักเหมือนลูก ดูแล้วน่าจะดูแลลูกสาวเราได้ เชื่อมากจนลิงหลับ กรณีที่ฝ่ายชายบอกว่าได้แจ้งยกเลิกก่อนแล้วไม่เป็นความจริง มารู้ตอนวินาทีสุดท้ายแล้ว ตอนนี้ไม่มีที่ปรึกษาทางกฎหมายเลยว่าจะเอาผิดเขาได้อย่างไร เพราะตำรวจบอกว่าเป็นคดีแพ่ง ซึ่งทางเราไม่มีเงินจะไปจ้างทนายมาทำคดีให้

ด้านนายพรศักดิ์ มีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.หนองแวง อ.ละหานทราย บอกว่า ก่อนหน้านี้เจ้าภาพได้แจกการ์ดแต่งงานไปหลายหมู่บ้าน ตามกำหนดการแล้ววันที่ 25 ก.พ.ตอนเย็น จะมีการกินเลี้ยง วันที่ 26 ก.พ.จึงจะเป็นวันแต่ง แต่ความมาแตกเมื่อ วันที่ 24 ก.พ. หลังจากเจ้าบ่าวผิดนัด ไม่เอาหมู 4 ตัว ตัว ละ 100 กิโลกรัมมาให้ จึงแนะนำให้เอาทองที่ฝ่ายชายเอามามัดจำไว้ไปตรวจสอบที่ร้านทอง ปรากฏว่าเป็นทองปลอม และเจ้าบ่าวก็หายไป รุ่งเช้าวันที่ 25 ก.พ. แม่เจ้าสาวจึงมาขอให้ประกาศเสียงตามสายว่ายกเลิกงานแต่ง

นายพรศักดิ์กล่าวว่า เท่าที่ทราบแม่ฝ่ายหญิงหมดเงินไปเยอะ ตนยังโดนยืมเงินไป 70,000 บาท โชคดีที่ยังไม่ได้ใช้ ลูกสาวเอามาคืนให้แล้ว เท่าที่เห็นการเตรียมงานแต่งใหญ่มาก ตอนแรกดีใจกับแม่ฝ่ายหญิง หลังทราบว่ามีสินสอดมากกว่า 8 แสนบาท สุดท้ายมาเจอแบบนี้รู้สึกเจ็บแทน ส่วนตัวเคยเห็นผู้ชายมากับน้องฟ้า 2-3 ครั้ง น้องบอกว่าเป็นแฟน เห็นลูกหลานคบกันก็คิดว่าเป็นคนดี จึงไม่ได้เข้ามายุ่งหรือสืบประวัติว่าเป็นอย่างไร ตอนที่เห็นเขาก็เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าจะมาหลอกลวง แต่ไม่เคยได้พูดคุยกับเขา แค่เห็นมาที่บ้านหลานเท่านั้น

นายพรศักดิ์กล่าวอีกว่า พอเกิดเรื่องที่ฝ่ายชายเทงานแต่งและรู้ว่าหลอกลวงครอบครัวฝ่ายหญิงหลายๆ อย่างก็รับไม่ได้ เพราะตนก็ไปช่วยดูและเตรียมงานตลอดจนถึงกำหนดวันแต่ง ไม่คิดว่าคนที่เป็นถึงนักฟุตบอล มีความน่าเชื่อถือ จะมาหลอกลวงกันขนาดนี้ ซึ่งหากฝ่ายชายได้ฟังอยู่ก็อยากให้กลับมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยากให้สงสารฝ่ายหญิงและครอบครัวด้วย แต่หากไม่มารับผิดชอบก็อยากให้ทางตำรวจดำเนินการกับฝ่ายชาย จะได้ไม่ไปก่อเหตุแบบนี้กับคนอื่นอีก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทราบว่า นายเอ็ม ได้ขนย้ายข้าวของหนีออกจากห้องเช่าที่เคยเช่าอยู่ใน จ.สุรินทร์แล้ว และยังค้างค่าเช่าอยู่ 2 เดือน แต่ไม่รู้ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน ไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้เฟซบุ๊กของฝ่ายหญิง ยังไม่ลบโพสต์ที่โพสต์การ์ดเชิญงานแต่ง พร้อมกับนำข่าวของตนเองไปโพสต์ซ้ำ โดยมีคนเข้าไปเมนต์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

สำหรับคดีนี้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อน.ส.ฟ้าและครอบครัวออกมาเปิดเผยว่าถูกนายเอ็มหลอกลวงครอบครัวสารพัด ทำให้สูญเงินไปกว่า 300,000 บาท มีทั้งยืมเงิน หลอกเงินไปทำบุญ หลอกว่าญาติเสียชีวิตจากโรคโควิด ทั้งเอาทองปลอมหนัก 3 บาท ให้เพื่อเป็น การยืนยันว่ารักจริงหวังแต่ง และที่ทำให้ครอบครัวหญิงคนนี้ถึงขั้นมาแจ้งความเอาผิด เพราะหลอกให้ครอบครัวฝ่ายหญิงหาฤกษ์แต่งงาน พร้อมกำหนดสินสอดเป็นเงินสด 800,000 บาท ทองคำน้ำหนัก 6 บาท สุดท้ายโดนเทงานแต่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน