ยันทีมศก.รทสช.สุดปัง ‘เสี่ยนิด’โนคอมเมนต์ ยังอุบนั่งแคนดิเดตพท. อนุทินเคลียร์ใจ‘เสธ.หิ’ เชื่อไม่เกี่ยวชูวิทย์บี้ภท.
‘บิ๊กตู่’ โวทีมเศรษฐกิจรวมไทยสร้างชาติ สู้พรรคอื่นได้แน่ ถามกลับ ‘เศรษฐา’ ประธานที่ปรึกษา ‘อุ๊งอิ๊ง’ เด่นตรงไหนเก่งตรงไหน ลั่นประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ ‘บิ๊กป้อม’ ปลื้มโชว์ตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.อีกครึ่งร้อย ร่อนจดหมายฉบับ 4 แจงจิตวิญญาณอนุรักษนิยม พร้อมร่วมวงประชาธิปไตย ‘ธรรมนัส’ โวทีมเศรษฐกิจ พปชร. ชน ทั้ง ‘เศรษฐา‘ และทุกพรรคได้แน่ ด้าน ‘เสี่ยนิด’ รับฟัง แต่โนคอมเนต์ หลังโดน ‘ประยุทธ์’ แซะ เผยเตรียมช่วยพรรคเพื่อไทยลุยหาเสียง แต่ยังอุบร่วมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ภูมิใจไทยคว้าแชมป์โพลไลน์ทูเดย์ ทิ้งห่างพปชร.อันดับสอง-เพื่อไทยที่สาม ‘ศรีสุวรรณ’ หอบหลักฐานบุกร้อง ‘ชวน’ วันนี้ ส.ส.พรรคเก่าแก่เล่นพนันในสภา
‘บิ๊กตู่’ทำบุญใหญ่รทสช.
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 06.50 น. ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีพิธีทำบุญใหญ่พรรค เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยประกอบพิธีตามหลักศาสนาอิสลามและทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ 9 รูปจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม มาเจริญพุทธมนต์ โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ รทสช. เป็นประธานในพิธี และมีแกนนำพรรคร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค
พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเวลา 06.54 น. โดยได้ลาราชการช่วงเช้ามาร่วมพิธี ถือฤกษ์ดีในการไหว้สักการะศาลพระพรหม และศาลพระภูมิเจ้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรค หลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญ พล.อ.ประยุทธ์ร่วมต้อนรับสมาชิกใหม่ และสวมเสื้อของรทสช. ให้ว่าที่ผู้สมัครล็อตสองที่ พล.อ.ประยุทธ์มาสวมเสื้อให้เองอีก 48 คน ส่วนใหญ่เป็นส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น

ทำบุญพรรค – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาราชการ มาร่วมทำบุญพรรครวมไทยสร้างชาติ จากนั้นสวมเสื้อพรรคให้กับอดีตส.ส.ที่ย้ายเข้ามาร่วมงานกับพรรค ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
สวมเสื้อสมาชิกล็อตสอง 48 คน
ประกอบด้วย 1.นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ อดีตส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2.นางบุญญาพร ชาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. 3.น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. 4.นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตส.ส.เลย อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีตส.ส.เลย พปชร. 6.นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตส.ส.เชียงราย อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ 7.นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. 8.นายภาสกร เงินเจริญกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) 9.นายภาคิน สมมิตรธนกุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. 10.นายสุพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง
11.นายวินท์ สุธีรชัย อดีต ส.ส.พรรค ก้าวไกล (ก.ก.) 12.นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง 13.นายศุภดิช อากาศฤกษ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ศม. 14.นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร พรรคกประชาธิปัตย์ (ปชป.) 15.นายสุพล จุลใส อดีตส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง 16.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ ธานี ปชป. 17.น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. 18.นายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. 19.นายสมบูรณ์ อุทัยเวียงกุล อดีตส.ส.ตรัง ปชป. 20.นายวัชระ ยาวอหะซัน อดีตส.ส.นราธิวาส พปชร.
21.น.ส.ฐิติภัสร โชติเดชาชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม. พปชร. 22.นายทศพร ทองศิริ อดีตส.ส.กทม. ก.ก. 23.นายวรากรณ์ บุญมาเลิศ 24.นายวัฒนา สิทธิวัง อดีตส.ส.ลำปาง พปชร. 25.นายสุรชาติ ศรีบุศกร อดีตส.ส.พิจิตร พปชร. 26.นายสัญญา นิลสุพรรณ อดีตส.ส.นครสวรรค์ พปชร. 27.นายมานัส อ่อนอ้าย อดีตส.ส.พิษณุโลก พปชร. 28.นาง ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. 29.น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีตส.ส.สมุทรสงคราม ปชป. 30.พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร อดีตส.ส.นครปฐม ปชป.
31.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อดีตส.ส.ราชบุรี ปชป. 32.นายจารึก ศรีอ่อน อดีตส.ส.จันทรบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไทย (พลท.) 33.นายไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.พะเยา 34.นายเสกสกล อัตถาวงศ์ แกนนำรทสช. 35.นายอนันตศักดิ์ บุญปัญญา จ.พะเยา 36.นายพนัส ภาระจีน จ.พะเยา 37.นางมาดามนิด ศรีบุษกร จ.พิจิตร 38.น.ส.ชนกนันท์ ศุภศิริ จ.แพร่ 39.นายชนาทิป ศุภศิริ จ.แพร่
40.นายประสงค์ ชุ่มเชย จ.แพร่ 41.น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี 42.น.ส.วรัญธร อำนาคะ จ.สระบุรี 43.นายปรีชา สุขเกษม จ.สงขลา 44.นายภูวดล พงษ์โสภณากุล จ.สงขลา 45.นายอะห์หมัด บอสตา จ.ยะลา 46.นายธรรมชาติ พรมพิทักษ์ จ.ฉะเชิงเทรา 47.นายยศสิงห์ เหลี่ยมเจริญ จ.ฉะเชิงเทรา 48.นายเสกสรร ชัยเจริญ หรือหนุ่มเสก สมาชิก รทสช.
อวยพรชนะเลือกตั้งทั้งพรรค
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนลาราชการมา ปกติจะไม่ตื่นเต้น แต่วันนี้เมื่อมาพบทุกคนรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ดีใจที่ได้มาทำบุญด้วยกัน เพราะพวกเราคือครอบครัวเดียวกันครอบครัวของประเทศไทย ดีใจที่สมาชิกหลายคนมาร่วมกันและมีการสวมเสื้อถือว่าเป็นสมาชิกของพรรค 100% แล้ว ขอบคุณหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ที่ผ่านมาตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้ ตนไม่เคยรู้สึกผิดหวังที่ได้เข้ามาร่วมกับพรรคนี้
ต้องขอบคุณสมาชิกทั้งหมดที่จะลงเลือกตั้งให้กับพรรค ตอนนี้เราทำแล้ว ทำอยู่ และทำต่อ 3 คำนี้คือมอตโตของพรรคที่ใช้ในการหาเสียง สิ่งที่ทำไปแล้วยังไม่เสร็จก็ต้องทำต่อเนื่อง เช่น ถนนต่างๆ ดูว่าจะต้องทำอะไรต่อ ซึ่งตนพยายามทำเรื่องนี้อยู่ เส้นทางต่างๆ ที่สามารถสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นทั้งที่อยู่อาศัยและอื่นๆ เพื่อให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น การจะสร้างอะไรสักอย่างขึ้นมาต้องใช้เวลาพอสมควรตอนนี้ ตนก็พยายามที่จะแก้ไขในฐานะที่เป็นผู้นำ จะดูว่าสามารถทำอะไรต่อจากของเดิมได้ อะไรที่ทำอยู่ก็ทำต่อให้เสร็จ ส่วนที่ยังไม่เสร็จจะดูว่ามีอะไรที่ทำประโยชน์ได้บ้างหรือไม่ และอยากฝากส.ส.ให้ทำความเข้าใจเรื่องงบประมาณว่าอันไหนเป็นของรัฐบาลเป็นส่วนกลาง เป็นส่วนท้องถิ่นเพื่อจะได้นำไปเสนอผ่านช่องทางของจังหวัด
วันนี้ยินดีที่มีน้องใหม่คนรุ่นใหม่เข้ามา เข้าใจดีว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร แต่ต้องดูว่าสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน ตอนนี้เราได้การยอมรับจากต่างประเทศหลายอย่าง ถูกจัดอันดับต้นๆ ของโลก ผลงานรัฐบาลมีมากมาย ในสื่อต่างๆ พรรคไหนจะว่ายังไงตนไม่ไปโกรธเคืองหรือไปตอบโต้อะไรให้มาก เพราะยิ่งทะเลาะกันไปจะไม่เกิดประโยชน์
ขอยืนยันว่าประเทศไทยมีโอกาส หลายประเทศกำลังมุ่งเป้ามาหา แต่เราต้องตรวจสอบความถูกต้องว่าเข้ามาอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ขอให้ทุกคนรักษาบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่มีคุณภาพ จะได้ส.ส.ที่ดีเข้ามาในรัฐบาล ขอให้ได้รับความรักจากประชาชน ขอให้ทุกคนชนะการเลือกตั้งทั้งหมด ถ้าได้เข้ามามากที่สุดเราจะมีบทบาทในการทำงานมากขึ้น อยากให้ทุกคนได้ชัยชนะ ไปบอกประชาชนไม่ต้องคิดมากให้เลือกรทสช.
มั่นใจได้ส.ส.มากกว่าเป้า
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี ได้มีโอกาสพบปะสมาชิกหลายคนหลายภาคและเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาสวมเสื้อให้ ถือเป็นเกียรติให้กันและกัน ตนมีความเชื่อมั่นในบรรดาสมาชิกของพรรคที่มีหลากหลาย หลายกลุ่ม หลายวัย เพราะเราต้องการเดินหน้าทำงานให้คนทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีปัญหาต่างๆ ต้องทำให้ทุกคนได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำงานในอนาคต ขอขอบคุณบรรดาสมาชิก ส.ส. และขอบคุณหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำให้มีวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ตนมีความสุข
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคบอกแล้วว่ามีความพร้อม ทันเวลาอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งเป้าได้ส.ส.อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าตั้งเป้า แล้วไม่ได้ตามเป้า จะไปตั้งทำไม เพราะเราเชื่อมั่นว่าจะได้มากกว่าเป้า ส่วนเป้าที่วางไว้จะเป็นเท่าไหร่นั้นยังไม่บอก ทุกคนต่างหวังเช่นนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าการจะเป็นรัฐบาลได้ ส.ส.จำนวน 250 เสียงขึ้นไป พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาล กติกาคือจะต้องได้คะแนนเสียงสูง และต้องมีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เสียงมากเสียงน้อยจะต้องขึ้นอยู่กับบทบาทการพูดคุยต่อไปว่าเป็นรัฐบาลกันอย่างไร เพราะครั้งที่แล้วก็เป็นแบบนี้ ตนก็ผ่านมาแล้ว
คุยทีมศก.รทสช.ปึ้ก-เมิน‘เศรษฐา’
ต่อข้อถามว่า รทสช.จะมีทีมเศรษฐกิจมาช่วยงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับทีมเศรษฐกิจนั้นมี แต่เขาไม่ให้ตนเอ่ยชื่อ ขออยู่เบื้องหลัง และเสนอเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามา ในขณะที่ตนมีทีมของตน การทำงานเศรษฐกิจไม่ใช่ว่าจะเก่งอยู่คนเดียวแล้วบอกว่าสุดยอดแน่นอน กลุ่มเศรษฐกิจของเรามีทุกด้านและมีข้อเสนอเพื่อนำไปปรึกษาในคณะทำงานก่อนที่จะนำมาเข้ามาในระบบของรัฐบาลเพื่อให้เดินหน้าได้ ดังนั้น การจะเอานักเศรษฐกิจที่เก่งในเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเพียงคนเดียว แล้วบอกว่าเก่งในเรื่องการบริหารประเทศ ตนว่ามันไม่ใช่
ต่อข้อถามว่ามั่นใจว่าจะสู้พรรคอื่นได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แน่นอนๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันเดียวกันนี้พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดตัวนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รทสช.จะมีตัวชูอย่างนั้นบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “แล้วเขาเด่นตรงไหนล่ะ ที่เสนอชื่อเขามา เขาเก่งตรงไหน เขาทำอะไรมา เขาทำธุรกิจ และประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ”
“จำคำพูดผมเอาไว้นะ คำว่าเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เศรษฐกิจหรือธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เข้าใจหรือไม่ เป็นของประเทศ ฉะนั้นต้องหาคนที่เหมาะสม และการทำงานมีระบบและขั้นตอนมากมายไปหมด ต้องมีคณะกรรมการ มีคนที่เก่งเศรษฐกิจ ด้านการเงิน ด้านการธนาคาร การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม และทั้งหมดต้องมาคุยด้วยกัน ไม่ว่าใครจะเก่งด้านใด เมื่อสั่งแล้วไปไม่ได้ หรือติดกฎหมาย ก็ไปไม่ได้อีกอยู่ดี เราต้องแก้ไขตรงนี้ แล้วรัฐบาลชุดหน้าจะต้องทำแบบนี้ เข้าใจหรือยัง เลิกถามเสียทีเถอะ ถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเนี่ย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
‘ธนกร’โวจุดขายอยู่ที่‘ลุงตู่’
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ สมาชิกรทสช. กล่าวว่า ตอนนี้เรามีความพร้อมกับการเลือกตั้ง 100% แล้ว ในพื้นที่ทับซ้อนได้มีการพูดคุยกันและบางพื้นที่ใช้ผลโพลในการวางตัวผู้สมัคร ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนจะมีบิ๊กเนมเข้าร่วมงานกับพรรคอีกหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ในวันนี้ยังไม่มีเปิดทีมเศรษฐกิจ แต่หลังจากเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จะมีการทีมเศรษฐกิจของพรรคที่เป็นที่รู้จัก เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้พรรคอื่น ผู้สื่อข่าวถามว่ามีตัวแล้วใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า มีคนต้องการมาช่วย พล.อ.ประยุทธ์ หลายคน แต่บางคนขออยู่เบื้องหลัง ซึ่งนายกฯ เล่าให้ฟังตลอด มีผู้ใหญ่และผู้ที่เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่มีองค์ความรู้ แต่ขออยู่เบื้องหลังเยอะ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พท.เปิดตัวนายเศรษฐา เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นาย ธนกรกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่เปิดตัวมาช่วยพท. ทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น แต่ รทสช.มีนักธุรกิจ ที่ความสามารถไม่แตกต่างจากนายเศรษฐา ที่มาช่วยงานพรรค แต่ไม่อยากเปิดเผยตัวขออยู่เบื้องหลัง และคิดว่าคงไม่ส่งผลต่อคะแนนให้พท.ดีขึ้น เพราะทีมเศรษฐกิจทุกพรรคมีความรู้ความสามารถที่ไม่แตกต่างกัน แต่ส่วนเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทำให้รทสช.ได้คะแนนดีนั้นอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์
‘วิทยา’โต้‘อู๊ดด้า’ตกปลาบ่อเพื่อน
ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้ารทสช. กำกับดูแลพื้นที่ภาคอีสาน กล่าวว่า ขณะนี้การเตรียมตัวผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานใกล้ครบแล้ว เหลืออีกเพียง 15 เขตที่กำลังพิจารณาอยู่ หากพิจารณาทั้ง 15 เขตนี้เรียบร้อยแล้วจะครบทั้งหมด 132 เขต และ ผู้สมัครทุกคนมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ เพราะรู้สึกว่าเป็นคู่แข่งคนที่ 1 ทั้งหมด และคนที่เข้ามาก็มั่นใจคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นลูกอีสานทำให้คนไหลเข้ามารทสช. ส่วนจะได้กี่คนนั้นอย่าเพิ่งประเมินในตอนนี้ เพราะยังไม่เข้าลู่ และใครที่บอกว่าจะชนะแบบถล่มทลาย ขอให้ประเมินใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า รทสช.ได้ส.ส.ในภาคอีสานเยอะ จะหยุดแลนด์สไลด์พท.ได้ใช่หรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า คะแนนภาพรวมในภาคอีสานของพรรคไม่น้อยกว่าใคร ส่วนตัวผู้สมัครก็หวังทุกคน จะได้มากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูกัน การเมืองจะประเมินกันตั้งแต่ตอนนี้ จะพยากรณ์หรือคุยโม้กัน ให้รอสตาร์ตกันจริงๆ อีกสักนิด เราจะเห็นว่าเราไล่บี้กันกับใคร ต่อข้อถามว่ามั่นใจกระแสของพล.อ.ประยุทธ์ ในภาคอีสานจริงๆ ใช่หรือไม่ เพราะโพลต่างๆ ระบุว่าไม่มีคะแนนนำ นายวิทยากล่าวว่า ตนก็ไล่ดูตัวแคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรค และเมื่อจับตัวแคนดิเดตนายกฯ มาเรียงกันทั้งหมด รทสช.ไม่ด้อยไปกว่าใคร
หลังจากนี้จะมีผู้สมัครมาเปิดตัวที่รทสช.มากขึ้น จากเดิมที่มีคนสบประมาท ว่ารทสช.จะได้ไม่ถึง 25 เสียง ขอให้คนพูดกลับไปทบทวนตนเองใหม่ อย่าพูดเร็วไป สถานการณ์ไม่ได้หยุดนิ่ง ไม่ได้เลือกตั้งวันนี้อย่างที่ทุกคนพูด ซึ่งวันพรุ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อถามว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. ระบุว่า ต้องสู้กับพรรคตกปลาในบ่อเพื่อน นายวิทยากล่าวว่า “ไม่แน่ใจ หมายความว่าอย่างไร คนที่เดินออกจากคุณจุรินทร์ เคยถามเขาบ้างไหม อย่าไปพูดเลย บางคนเขาก็ไล่ออกมา ผมมาเลี้ยงเด็กอนาถาก็มี”
‘เสธ.หิ’ปัดอยู่เบื้องหลัง‘ชูวิทย์’
ด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ผู้ประสานงานรทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์ว่ารับงานรทสช. โดยมอบหมายนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มาล้มพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า เรื่องนี้ต้องให้ความยุติธรรม รทสช.จะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ได้อย่างไร ที่มีการโจมตีว่าตนอยู่เบื้องหลัง ก็ไม่รู้ว่าใครไปพูด แต่ขอถามว่านายชูวิทย์โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์นายกฯ มาเป็นปี วิจารณ์มาตลอดหลายเดือน ซึ่งถือว่า เสียหายมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือวันเปิดตัวที่เข้ารทสช. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งนายชูวิทย์ก็มาไลฟ์ ต่อว่านายกฯ อยู่ที่ด้านหน้าศูนย์ประชุม 3-4 ชั่วโมง จึงขอถามว่าหากรู้เห็นเป็นใจกัน จะให้คนมายืนด่านายตัวเองนานขนาดนั้นหรือ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย
นายกฯ บอกว่า นายชูวิทย์ต่อว่าตนมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่เข้าใจ ตนจึงบอกว่าขอให้เขามาคุยจะได้เกิดความเข้าใจกัน และนายชูวิทย์ถือว่าเป็นสื่อคนหนึ่งเพราะมีคนติดตามจำนวนมาก นายกฯ จึงบอกว่าหากตอบนายชูวิทย์ก็เหมือนตอบประชาชน วันนี้เราต้องถือว่าประชาชนคือนายเรา นี่คือเหตุผลที่ตนไปเชิญนายชูวิทย์เข้ามาพูดคุยกับนายกฯ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การที่ผู้ใหญ่ให้ตนไปเชิญนายชูวิทย์ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกคนรู้ว่าตนกับนายชูวิทย์รู้จักกันมาก่อน โดนคดีก็โดนกันมา นายกฯ จึงมองว่าใครที่จะสื่อสารกับนายชูวิทย์ได้รู้เรื่อง
ในการพูดคุยสไตล์ใครก็สไตล์มัน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ โดยนายกฯ ก็ใจเย็นและได้ชี้แจงว่า เราไม่สามารถไปย้ายคนทุกคนตามที่ชูวิทย์ต้องการ ทำอย่างนั้นไม่ได้ เป็นนายกฯ ต้องมีขั้นตอน ต้องมีการสอบสวนจากตำรวจ แล้วค่อยมาลงโทษกัน และถ้าชูวิทย์มีหลักฐานก็ส่งมา ส่วนเรื่องญาติของนายกฯ ที่ชูวิทย์ออกมาพูดให้ส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการสอบสวนตามปกติ และนายกฯ บอกว่าหากมีอะไรให้มาหาได้ทันที
บอกอนุทิน‘คิดเรื่องเลวๆ ไม่เป็น’
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ขณะนี้ นายกฯ ได้พูดอะไรกับเสธ.หิ บ้างหรือไม่ นายหิมาลัยกล่าวว่า นายกฯ ถือเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีมากๆ ลูกน้องหลายคน ทำผิดพลาดหลายครั้ง ไม่เคยทำให้ลูกน้องเสียน้ำใจ นายกฯ จะแบกรับไว้หมด ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาที่สุดยอดที่สุด และเป็นผู้บังคับบัญชาที่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างตนต้องเอาใจให้ 100% เอาตัวเข้าแลกได้ก็ต้องเอาเข้าแลก
“ใครก็ตามที่ไปพูดกับภท.ใส่ความว่าผมอยู่เบื้องหลัง เป็นจินตนาการที่ไร้สาระมาก ความคิดชั่วแบบนี้ผมทำไม่เป็น บอกให้เลย และไม่จำเป็นที่จะต้องทำด้วย ภท.ถือเป็นพันธมิตรกับ รทสช. เป็นพรรคใหญ่ที่ค้ำจุนความมั่นคงของรัฐบาล ผมมีสติปัญญาพอ การทำแบบนี้มันไม่ใช่ และภท.ไม่ใช่คู่แข่งของรทสช.เลย และถ้าไม่ใช่คู่แข่งทำไปจะได้ประโยชน์อะไร”
เมื่อถามว่าส่วนตัวได้เคลียร์ใจกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท.บ้างหรือไม่ นายหิมาลัยกล่าวว่า “ผมพยายามโทร.หาท่าน แต่ท่านไม่รับสาย เมื่อไม่รับสาย เราก็ไม่รู้ว่าจะชี้แจงอย่างไร ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าใครก็ตามที่ทำเรื่องนี้ เราเป็นเด็กเราไม่ทะเลาะกับใคร กับนายชูวิทย์เราก็ทะเลาะด้วยไม่ได้ ต้องให้เกียรติพี่เขา และหลายสิ่งที่นายชูวิทย์ทำก็เป็นประโยชน์ เมื่อถามอีกว่าต้องการสื่อสารอย่างไรถึงนายอนุทินหรือไม่ นายหิมาลัยกล่าวว่า “ต้องบอกท่านรองฯ อนุทินว่า ผมคิดเรื่องเลวๆ ไม่เป็นหรอก”
‘หนู’เผยโทร.เคลียร์กันแล้ว
เวลา 17.00 น. ที่บริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดไผ่ตัน ซ.ประดิพัทธ์ 19 เขตพญาไท กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าภท. กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับนายหิมาลัยแล้วเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนรู้จักกับนายหิมาลัยมานานแล้ว เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน นายหิมาลัยชี้แจงกับตนทางโทรศัพท์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเหล่านี้ ตนก็บอกว่าไม่ได้หมายถึงนายหิมาลัย ไม่เคยมีสักครั้งที่มีคำว่านายหิมาลัยออกจากปากตน ทำความเข้าใจกันเรียบร้อย ทีมของพล.อ.ประยุทธ์ ในรทสช.ก็คุยประสานงานกันเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าล่าสุดนายชูวิทย์ เปิดเผยภาพที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะไปที่บั้นท้ายของนายอนุทิน นายอนุทินกล่าวว่า นั่นน้อยไป ตนหยอกล้อกันฉันพี่น้อง รูปนั้นเกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2562 ที่จ.บุรีรัมย์ ตนและนายเนวินอยู่บ้านเดียวกันที่บุรีรัมย์ ได้เดินทางไปเลือกตั้ง ในขณะที่อยู่บนรถคันเดียวกัน ตนก็แซวนายเนวินว่า “อ้าว เปิดประตูให้ท่านรัฐมนตรีได้แล้ว” นี่คือการแซวกัน นายเนวินก็เลยเตะบั้นท้ายตน นี่คือพี่น้อง อย่าว่าแต่เตะก้นเลย ตบกบาลก็ตบมาแล้ว ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า นายชูวิทย์เตรียมแฉภท.ก๊อกสอง ในวันที่ 3 มี.ค. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหาเลย ทำการเมืองสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพร้อมให้คนตรวจสอบได้ ข้างหน้าข้างหลังต้องเหมือนกัน
ยินดีกับเพื่อไทย-ไม่ประมาทคู่แข่ง
นายอนุทินกล่าวกรณีพท. เปิดตัวนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทยว่า ขอแสดงความยินดีกับพท.ด้วย นายเศรษฐา เป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ ตนรู้จักนายเศรษฐามาหลาย 10 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นนักธุรกิจด้วยกันที่เข้าสู่วงการเมืองจะมีคำแนะนำอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่บังอาจ คนระดับนี้จะตัดสินใจเข้ามาสู่การเมือง ต้องประเมิน ศึกษาทุกอย่างละเอียดแล้ว
ส่วนที่มีกระแสว่านายเศรษฐา จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพท.นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนแข่งขันกันสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เป็นเรื่องที่ถูกกติกา อยู่ในเกม เป็นเรื่องประชาธิปไตย ถือเป็นสิทธิ์ เป็นสิ่งที่ดีกับประเทศและประชาชน ขอให้มีการแข่งขันในกติกา ไม่ต้องด่าว่ากัน เมื่อถามว่า ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คู่แข่งทุกคนน่ากลัวหมด เหมือนกับเรื่องกระต่ายกับเต่า ประมาทอะไรไม่ได้ ทำตัวเราเองให้ดีที่สุด

ครึ่งร้อย – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีทั้ง ส.ส.เก่า และว่าที่ผู้สมัคร รวมประมาณ 50 คน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
‘ป้อม’โชว์50ผู้สมัคร-ไม่สนกุนซือพท.
เวลา 16.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. และแกนนำพรรค แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในจำนวนนี้มีทั้ง ส.ส.เก่า และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประมาณ 50 คน
สำหรับ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ก่อนหน้านี้ได้ย้ายจากพรรคพลังท้องถิ่นไท ติดตามนายชัชวาลล์ คงอุดม ไปเปิดตัวกับรทสช. แล้ว แต่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แกนนำ รทสช. ได้เจรจากับ น.ส. กวินนาถ เพื่อขอให้ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะต้องการให้คนของตัวเองลงสมัคร ส.ส.เขตทั้งจ.ชลบุรี โดยจะใช้ชื่อ ‘กลุ่มพลังเฮ้ง’ ทำให้นายชัชวาลล์ และน.ส.กวินนาถ ไม่พอใจ และได้โทรศัพท์หา ส.ส.คนหนึ่งของพปชร. ก่อนแนะนำให้คุย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เพื่อเจรจากันลงตัว ในวันนี้จึงมาเปิดตัวกับพปชร. ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พปชร.ถือว่าเป็นพรรคที่โดนดูดส.ส.มากที่สุด แสดงว่าพรรคเราเข้มแข็ง พรรคอื่นถึงดึงไป ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่พรรคนี้ ขอบคุณคนที่ย้ายเข้ามาใหม่ ที่จะมาเป็นกำลังให้พปชร. ที่เราหวังว่าจะได้ ส.ส.มาก คราวที่แล้วได้อันดับสอง คราวนี้อยากได้อันดับหนึ่ง พรรคเราจะเป็นผู้แทนในการจัดตั้งรัฐบาล จัดตั้งแน่นอน แต่จะเป็นผู้นำจัดตั้งหรือไม่ อยู่ที่พวกท่านทุกคน
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพท.เปิดตัวนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธาน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้ คำปรึกษานโยบายด้านเศรษฐกิจว่า “ใครมาก็ช่างเถอะนะ เรามีของเรา”
ร่ายจิตวิญญาณการทำงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พล.อ. ประวิตร โพสต์จดหมายฉบับที่สี่ อธิบายการทำงานในอดีตจนถึงปัจจุบัน บทที่ 1 จิตวิญญาณในความจงรักภักดีจากอดีตถึงปัจจุบันว่า ใครที่รู้จัก หรือใกล้ชิดจะรู้ว่า บ้านผมเป็นแหล่งรวมการใช้ชีวิตร่วมกันของพี่น้อง เพื่อนฝูง เป็นที่พบปะหารือ ช่วยเหลือเกื้อกูล ปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ทำให้ได้รับรู้ว่า ประเทศไทยมีผู้ที่มีคุณค่าอยู่มาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างชีวิต ทั้งที่เป็นข้าราชการ และภาคเอกชน ผู้มีความรู้ ความสามารถเหล่านี้ มีไม่น้อยเลยที่มีเจตนาดี มีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละ มาทำงานเพื่อประเทศชาติ แต่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ปิดกั้นพวกเขา
การแข่งขันทางการเมืองที่มุ่งเอาชนะคะคานสูง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ทำใจยอมรับความเสี่ยงจากการร่วมทำงานการเมืองกับนักการเมืองในวัฒนธรรมมุ่งทำลายเช่นนี้ไม่ได้ แม้มีบางคนที่กล้าพอจะเข้ามา แต่วัฒนธรรมการเลือกตั้งของบ้านเรา ไม่เอื้อให้ได้รับชัยชนะ เนื่องจากไม่มีความสามารถในการหาคะแนนเท่ากับผู้มีอาชีพนักการเมือง จึงมีคนกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะฝ่ายอนุรักษนิยม ทำรัฐประหาร และแต่งตั้งคนเหล่านี้เข้ามา การเรียกร้องให้กองทัพ เป็นผู้นำทำรัฐประหาร และจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารจัดการประเทศจึงเกิดขึ้น
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะ นักการเมืองที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเข้ามาเป็นคนอีกพวกหนึ่ง ตลอดเกือบ 10 ปีของการทำงานในฐานะนักการเมือง แม้จิตวิญญาณยังมั่นคงกับสำนึกอนุรักษนิยม แต่ความเข้าใจต่อความจำเป็นที่ประเทศต้องเดินหน้าไปด้วยประชาธิปไตยเสรีนิยม ได้เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังในตอนต่อๆ ไปถึงความเข้าใจต่อความจำเป็นดังกล่าว และบอกเล่าถึงความเชื่อมั่นของผมว่าจะประสาน “จิตวิญญาณอนุรักษนิยม” อันหนักแน่นของผม ให้เดินหน้าอย่างเข้าใจความจำเป็นของประเทศที่ต้องขับเคลื่อนด้วยประชาธิปไตยได้อย่างไร ให้ทุกคนมั่นใจว่า ผมทำได้ และจะทำอย่างเต็มที่ หากได้รับโอกาส
‘ธรรมนัส’คุยทีมศก.สู้ได้
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พปชร. ให้สัมภาษณ์ จากนี้คิดว่าหัวหน้าพรรคจะทยอยเปิดตัวผู้สมัครส.ส. เท่ากับว่าเรามี ส.ส.เขต อีก 60 คนที่ยังเหลืออยู่ ดังนั้นมั่นใจว่า พปชร. เป็น 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล หลังจากนี้จะพิจารณาเปิดตัวใหญ่ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในแต่ละภูมิภาคอีกครั้ง โดยจะเปิดตัวพร้อมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ เหมือนที่ทำตอนปี 2562 ซึ่งขณะนี้นายวราเทพ รัตนากร กําลังวางแผนอยู่ เช่น ภาคเหนือ อาจเปิดที่ จ.เชียงใหม่ ภาคอีสาน อาจเป็น จ.นครราชสีมา หรือ จ.ขอนแก่น ส่วนภาคใต้เป็น จ.นครศรีธรรมราช ภาคกลางกำลังให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค พิจารณาอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวผู้สมัครส.ส.โดยมีอดีตส.ส.พปชร. รวมอยู่ด้วย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่กังวล ที่ย้ายไปเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่ยังอยู่พปชร. ต่อข้อถามว่า ทีมเศรษฐกิจของพปชร.จะสู้พท. ที่เปิดตัวนายเศรษฐา เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เราเป็นรองพรรคอื่นมาตลอด แต่วันนี้มีทีมเศรษฐกิจหลายคน ทั้งอดีตรัฐมนตรีและหลายคนที่มีประสบการณ์ มั่นใจว่าวันนี้เราไม่เป็นรองใคร เมื่อถามว่าจะมีบิ๊กเนมเศรษฐกิจเป็นจุดขายแบบพรรคอื่นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ของเราที่เห็นก็มีหลายท่าน มั่นใจว่าคนที่อยู่ในทีมเศรษฐกิจของพปชร.ตอนนี้ ไม่เป็นรองใคร

กุนซือ – นายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจชื่อดัง เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยเพื่อรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษา ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยพร้อมออกช่วยหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
พท.เซ็นตั้ง‘เศรษฐา’ปธ.กุนซืออิ๊ง
เมื่อเวลา 09.50 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. แถลงว่า พท.มีคำสั่งที่ 001/2566 เรื่อง แต่งตั้งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2565 ได้รับทราบการเปิดตัวโครงการ “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” และต่อมาได้มอบหมายให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อดำเนินกิจกรรมดังกล่าว และต่อมาได้มีคำสั่งพท. ที่ 0004/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานรับผิดชอบโครงการ “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” ลงวันที่ 1 เม.ย.22565 ซึ่งการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวจะต้องทำในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงต้องอาศัยบุคลากรของพรรค ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมนี้ เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 63 (7) จึงให้แต่งตั้งนาย เศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ให้ คำปรึกษาแก่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คณะทำงานของพรรคที่รับผิดชอบโครงการ ดังกล่าว และดำเนินการอื่นใดตามที่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมอบหมาย
ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.แพทองธารตั้งครรภ์ ทำให้มีข้อจำกัดในการขับเคลื่อน ซึ่งเราได้รับเกียรติจากนายเศรษฐาเข้ามาช่วยงานตรงนี้ คิดว่าจะทำงานกันด้วยดี เพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้นายเศรษฐายังเข้ามาเป็นคณะกรรมการพิจารณานโยบายและยุทธศาสตร์ทางการเมืองเรื่องเศรษฐกิจ จากการพูดคุยกันนายเศรษฐาไม่ได้ขัดข้องที่จะร่วมงานกับพท.ที่จะรณรงค์โดยเฉพาะในฤดูกาลเลือกตั้ง ส่วนจะมีการช่วยลงพื้นที่หรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ถ้าพร้อมก็ยินดี
ต่อข้อถามว่าวางตัวนายเศรษฐานำทัพช่วยหาเสียงอย่างไรบ้าง นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่พูดคุยในรายละเอียด เพราะกิจกรรมตามที่เราวางกรอบไว้ ก็มีคนที่รับผิดชอบอยู่ หากมีคนที่มีความรู้ความสามารถก็เข้ามาช่วยเติมเต็มได้ คำว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจในพท. เรามีคณะกรรมการคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ส่วนความเหมาะสมว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีมขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโอกาส ซึ่งในแต่ละช่วงที่ต้องมีการพิจารณาว่าทีมเศรษฐกิจจะมีการดำเนินการอย่างไร เราไม่ได้มีข้อกำหนดหรือข้อแลกเปลี่ยนเพื่อที่เข้ามาจะเรียกร้องสิ่งใดๆ
เมื่อถามว่าการที่นายเศรษฐาเข้ามาร่วมงาน กับพท. มีคนมองว่าเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณข้อชวนคิดนี้ เราพยายามแสวงหาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานพรรคให้ได้มากที่สุด ส่วนจะอยู่ในตำแหน่งไหนขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาโดยกรอบระยะเวลาคร่าวๆ จะเตรียมการเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ให้ได้ก่อนเวลาที่มีการคาดการณ์ว่ายุบสภา
‘เสี่ยนิด’อุบแคนดิเดตนายกฯ
เวลา 10.00 น. นายเศรษฐาเดินทางเข้าที่ทำการพท. กล่าวเปิดใจว่า ตนเป็นสมาชิกพท.อยู่แล้ว ได้มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา และพูดคุยกับผู้ใหญ่ภายในพรรคมาตลอด วันนี้จึงเป็นฤกษ์ดีที่ถึงเวลาแล้วต้องมาทำงานการเมืองให้มากขึ้น ส่วนการเดินหน้าทำการเมืองเพื่อรณรงค์ไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งตลอดการหาเสียงช่วงที่ผ่านมา น.ส.แพทองธารทำได้ด้วยดีมาโดยตลอด แต่คนที่ตั้งครรภ์ 7 เดือนก็มีขีดจำกัด ส่วนตัวพร้อมที่จะมาช่วยในลักษณะที่ตนถนัด
ผู้สื่อข่าวถามว่านี่คือก้าวแรกของการเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่าเพิ่งไปถึงขั้นนั้นเลย ขอให้เป็นขั้นตอนเพราะยังมีอีกหลายเรื่อง ต้องให้เกียรติ สมาชิกพท.ด้วย มีหลายท่านที่มีความเหมาะสม ต่อข้อถามว่าหลายฝ่ายฟันธงว่านายเศรษฐาคือแคนดิเดตนายกฯ ไปแล้ว นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้ตนมาเป็นที่ปรึกษาให้ น.ส.แพทองธาร มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่คิดว่าจะช่วยประเทศชาติได้ หลังจากนี้จะไปช่วยหาเสียง ที่ผ่านมาเราทำธุรกิจก็อยู่แค่เมืองหลวงอย่างเดียว การลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ตนไปทำ แต่ต้องมีความเป็นตัวตนของตนด้วย และทำในสิ่งที่ตนเองถนัด
ต่อข้อถามว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่คพท. จะเปิดเวทีปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์และสุรินทร์ จะร่วมลงพื้นที่ด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขออนุญาตคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคก่อน ตนพร้อมจะลงพื้นที่หากผู้ใหญ่ มอบหมาย และขึ้นกับว่าทางพรรคจะให้ทำอะไรบ้าง ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป
โนคอมเมนต์โต้‘ประยุทธ์’
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเข้ามาในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนก่อนเลือกตั้ง เป็นช่วงที่กระชั้นชิดไปหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า หากถามว่ากระชั้นไปหรือเปล่านั้น ตนเชื่อว่าพท.มีนโยบายที่เหมาะสม เข้าถึงประชาชนได้ มีนโยบายภาพใหญ่ที่ดีและทำได้จริง เมื่อเวลากระชั้นเข้ามาก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น และเรามีทีมงานที่พร้อมจะทำงานอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำทัพเดินสายหาเสียงทั่วประเทศเลยใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่าใช้คำว่านำทัพเลย เพราะยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่าน และมีคนที่มีคุณภาพเยอะ ขอให้เข้ามาช่วยกันดีกว่า ต่อข้อถามต่อว่าหากคณะกรรมการบริหารพรรคเสนอให้เป็นแคนดิเดต นายกฯ ของพท.พร้อมรับหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อนดีกว่า ต้องให้เกียรติ หากไปพูดก่อนจะเป็นการกดดันคนอื่นที่มีศักยภาพ ตนเป็นน้องใหม่ ยังมีผู้ใหญ่หลายท่านที่มีคุณภาพ
เมื่อถามว่าขณะนี้พร้อมแล้วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า จะพร้อมหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่ตนต้องพูด เป็นระบอบพรรคการเมือง เราไม่ใช่คนตัดสิน ต้องให้เกียรติผู้บริหารพรรคด้วย ที่สำคัญขณะนี้ยังไม่ยุบสภา ขอทำหน้าที่ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยก่อน ในฐานะที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจมากว่า 30 ปี จะขอทำให้เต็มที่จนถึงที่สุด หวังว่าข้อเสนอแนะของตนจะเป็นประโยชน์กับพรรคการเมือง เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ นายเศรษฐากล่าวว่า ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ ท่านพูดอะไร ตนมี วัยวุฒิและประสบการณ์การเมืองที่น้อยกว่า คิดว่าที่ท่านพูดอะไรออกมาตนก็ฟัง ไม่มีคอมเมนต์อะไรมากกว่านี้
‘อ๋อม-จุลพันธุ์’ถามกลับแรง
ด้านอ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ ส.ส.กทม. เขตสะพานสูง พท. โพสต์อินสตาแกรมว่า “ถามคนอื่นว่า เขาเก่งอะไร ขอถามกลับ คุณล่ะเก่งอะไร มาตรงนี้ได้ ก็ปล้นมานะ ธุรกิจครอบครัวและญาติตรวจสอบได้ไหม กู้เก่งคือผลงานใช่ไหม” พร้อมใส่แคปชั่นว่า “หนี้ยันเหลน งานโบว์แดง”
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. ได้ทวีตข้อความว่า “ขอถามกลับบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ เด่นตรงไหน เขาทำอะไรมา?? ช่วยตอบกันมาด้วยความสุภาพครับ”
‘วันชัย’อ้างถกส.ว.โหวตนายกฯ
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์ข้อความเรื่อง “โหวตนายกฯ ที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ในเพจเฟซบุ๊กทนายวันชัย สอนศิริ ว่า ผมได้ร่วมประชุมกับแกนนำคนสำคัญกลุ่มหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ที่แห่งหนึ่ง มีการปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการโหวตนายกฯ ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า 1.ตามรัฐธรรมนูญให้ส.ส.เป็นคนเสนอชื่อนายกฯ ส.ว.เป็นเพียงคนโหวตสนับสนุนเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจเสนอนายกฯ โดยตรง ดังนั้น เมื่อใครหรือพรรคใดรวมเสียงส.ส.ส่วนใหญ่ได้มากเกินกว่ากึ่งหนึ่งและเสนอใครเป็นนายกฯ พวกเราจะโหวตให้กับคนคนนั้น 2.เป็นไปตามหลักของประชาธิปไตยและตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ 3.เป็นความถูกต้องและถูกใจของประชาชน 4.ลดความขัดแย้ง ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับประเทศ และ 5.เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทั้งส.ส. ส.ว.และประชาชน
“การโหวตให้กับใครหรือพรรคใดที่ได้เสียงข้างน้อยเป็นนายกฯ จะก่อให้เกิดวิกฤตกับประเทศ ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดเลย นี่คือความชัดเจนและแนวทางของการสร้างความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้งได้จริง” นายวันชัยระบุ
‘ชวน’ส่งศาลตีความกม.อุ้มหาย
ที่รัฐสภา น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ร่วมลงชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบรายชื่อส.ส.ที่ร่วมลงชื่อเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ จำนวน 81 คน คำร้องดังกล่าวมีผู้ลงชื่อ 99 คน
โดยวันที่ 1 มี.ค. นายชวนได้ลงนามในคำร้องดังกล่าว เพื่อยื่นต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งทำหนังสือแจ้งไปยังนายกฯ ให้ทราบแล้ว จึงให้รอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ไปก่อน รวมทั้งได้แจ้งให้ผู้ร้องรับทราบแล้ว
‘พี่ศรี’ร้องส.ส.เล่นพนันในสภา
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไปร้องเรียนต่อนายชวน เพื่อขอให้ตรวจสอบและเอาผิดจริย ธรรมส.ส.พรรคเก่าแก่กับพวก กำลังเล่นการพนันกันในบริเวณ ชั้น 5 อาคารรัฐสภา (ห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยมีหลักฐานชัดเจน เป็นคลิป และภาพถ่าย สามารถชี้และยืนยันถึงตัวตนของ ส.ส.ดังกล่าวได้ชัดเจนอย่างยิ่ง ซึ่งพรรคเก่าแก่คือพรรคอะไรคิดว่าทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว โดยเป็นส.ส.ชาย จังหวัดไม่ไกลจากพื้นที่ กทม.
ความผิดดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ หมวด 2 ข้อ 9 ข้อ 10 ประกอบข้อ 29 และพ.ร.บ.การพนัน 2478 เป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เมื่อผู้ออกกฎหมาย ฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง แล้วจะไปสอนเยาวชนคนของชาติให้ละเว้นการพนันได้อย่างไร และกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

ว้าว – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วยนายกนก วงษ์ตระหง่าน และนายสันติ กีระนันทน์ แกนนำพรรค นำเสนอนโยบาย WOW THAILAND ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
ภูมิใจไทยแชมป์โพลไลน์ทูเดย์
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. แอพพลิเคชั่นไลน์ทูเดย์ (Line Today) ปิดการทำกิจกรรมแบบสอบถามผ่านแอพฯไลน์ทูเดย์ ในห้วข้อ “เปิดโหวต เลือกตั้งปี’66 คุณจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด” ซึ่งเปิดสำรวจตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.- 28 ก.พ. พบว่าการสำรวจจนมาถึงวันที่ 28 ก.พ. เวลา 00.00 น. อันดับ 1 ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 50,267 คะแนน หรือคิดเป็น 35.71% อันดับ 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 45,436 คะแนน คิดเป็น 27.38% อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) 21,993 คะแนน คิดเป็น 13.25% อันดับ 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 13,642 คะแนน คิดเป็น 8.22% อันดับ 5 พรรคก้าวไกล (ก.ก.) 12,051 คะแนน คิดเป็น 7.26%
อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 3,574 คะแนน คิดเป็น 2.15% อันดับ 7 พรรคไทยภักดี(ทภด.) 2,219 คะแนน คิดเป็น 1.34% อันดับ 8 พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 2,187 คะแนน คิดเป็น 1.32% อันดับ 9 พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 1,962 คะแนน คิดเป็น 1.18% อันดับ 10 พรรคอื่นๆ 1,376 คะแนน คิดเป็น 0.83%
อันดับ 11 พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 405 คะแนน คิดเป็น 0.24% อันดับ 12 พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 40 คะแนน คิดเป็น 0.24% อันดับ 13 พรรคกล้า 364 คะแนน คิดเป็น 0.22 % อันดับ 14 พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) 278 คะแนน คิดเป็น 0.17% และอันดับ 13 พรรคสามัญชน 123 คะแนน คิดเป็น 0.07%
จากการสำรวจ มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 165,000 โหวต ภท.มาเป็นอันดับ 1 ทิ้งคู่แข่ง พปชร. ถึง 4,831 คะแนน และทิ้งคู่แข่งอันดับ 3 พท. ที่ประกาศจะทำแลนด์สไลด์ถึง 28,274 คะแนน และทิ้งห่างพรรคอันดับ 4 อย่าง รทสช. 36,625 คะแนน
รัฐบาลต่อพรก.ฉุกเฉินใต้3เดือน
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 1/2566 มีพล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วม
โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับลดพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉินฯ เนื่องจากผ่านเกณฑ์การประเมินผล และให้นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาบังคับใช้แทน และเห็นชอ ขยายเวลาการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน 3 จชต. ยกเว้น อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงโก-ลก, อ.แว้ง และอ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยกเว้น อ.ยะหริ่ง, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น และอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ยกเว้น อ.เบตง, อ.กาบัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค.-19 มิ.ย.66 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป้องกันและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้ได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ตำรวจภูธรภาค 9 เร่งหามาตรการทางกฎหมายปกติ ทดแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อสร้างบรรยากาศเชิงบวกในพื้นที่ และให้สอดรับกับทิศทางของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข พร้อมเน้นย้ำฝ่ายความมั่นคง ประสานการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งในและนอกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง โดยต้องเตรียมการดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอบคุณกำลังพลทุกนายของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ เพื่อส่วนรวม สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กระทั่งปรับลด อ.มายอ จ.ปัตตานี เป็นอำเภอที่ 10 เป็นผลสำเร็จ