ย้ำวันนี้วันสุดท้าย ลงทะเบียน‘โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน’ โฆษกรัฐบาลตีปี๊บ อ้างประชาชนสนใจระบุวันแรกลงทะเบียนรับสิทธิ์เฟส 5 ผ่านเว็บไซต์แล้ว 35,242 คน ลงทะเบียนสำเร็จ 33,587 คน ในจำนวนนี้มีใช้งานแอพพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว 31,230 คน คาดว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟสนี้จะสามารถสร้างรายได้ ท่องเที่ยวหมุนเวียนได้กว่า 12,539 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ตั้งแต่เฟสแรก จนถึงเฟสที่ 5 ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการรายใหม่แจ้งความประสงค์ลงทะเบียน เข้ามาตั้งแต่วันที่ 8-15 ก.พ. และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 2 มี.ค.นี้ โดยคุณสมบัติและเงื่อนไขในการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ สำหรับบุคคลทั่วไป ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของโครงการ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยกรอกข้อมูลส่วนตัว ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ต้องเป็นเบอร์เดียวกันกับที่ใช้บนแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง โดยจะได้รับการแจ้งผลการลงทะเบียนทาง SMS ภายใน 3 วัน
นายอนุชา กล่าวต่อว่าสำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ และเคยใช้สิทธิ์ในเฟสที่ 1-4 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ให้กดรับสิทธิ์และยอมรับเงื่อนไขในวันที่ 7 มีนาคม 2566 ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ของ โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ในเฟส 5 จำนวน 5 สิทธิ์ โดยสิทธิประโยชน์ของโครงการในครั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำกัดสิทธิ์คนละไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืน สามารถใช้สิทธิ์ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
นอกจากนี้ รัฐบาลสนับสนุนคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อคืน ให้ประชาชนเมื่อ check-in ที่โรงแรม จะได้รับคูปองอาหารหรือท่องเที่ยววันละ 1 ครั้ง ซึ่งคูปองอาหาร หรือท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยประชาชนชำระ 60% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง ซึ่งโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 นี้ มีทั้งหมด 560,000 สิทธิ์ โดยเมื่อลงทะเบียนแล้ว สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.-26 เม.ย.2566
นายอนุชาเปิดเผยว่า จากข้อมูลของการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในวันแรก (ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 16.00 น.) พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ผ่านเว็บไซต์แล้วจำนวน 35,242 คน ลงทะเบียนสำเร็จ 33,587 คน ในจำนวนนี้มีใช้งานแอพพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว 31,230 คน และหากรวมกับผู้ที่เคยลงทะเบียนใช้สิทธิ์โครงการใน 4 เฟสที่ผ่านมาทำให้มีการลงทะเบียนในฐานข้อมูลแล้วเกือบ 10 ล้านคน โดยคาดว่าเฟส 5 จะสามารถสร้างรายได้ ท่องเที่ยวหมุนเวียนได้กว่า 12,539 ล้านบาท
“นายกฯ ยินดีที่ประชาชนตอบรับโครงการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกันครั้งที่ผ่านมา การดำเนินนโยบายประสบผลสำเร็จ ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ” นายอนุชา กล่าว
ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี เห็นชอบโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2565 วงเงิน 9,140 ล้านบาท มีจำนวนผู้ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิ 14.59 ล้านคน จากที่ลงทะเบียนไว้ 22 ล้านคน โดยประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ ในวันที่ 1 มี.ค. คุณสมบัติได้ 3 ช่องทาง ดังนี้ 1.เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน 2.หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต 50 เขตของกทม.ศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน
สำหรับการตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานรับลงทะเบียนแต่ละแห่ง และ 3.โทรศัพท์สอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ Call Center โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันจันทร์-วันศุกร์ ตามเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน
เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ ผู้ผ่านการพิจารณา-เริ่มการยืนยันตัวตนผ่าน e-KYC และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรับสิทธิสวัสดิการผูกกับธนาคารใดก็ได้ โดยนำบัตรประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ไปยืนยันตัวตน ที่ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ตามวัน และเวลาทำการของแต่ละธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้วจะสามารถตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ในวันถัดไป หรือติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถใช้สิทธิ์วันที่ 1 เม.ย.นี้ และเริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 มี.ค.โดยหากยืนยันตัวตนหลังวันดังกล่าวจะได้ใช้สิทธิ์ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
2.สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา สามารถยื่นขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-1 พ.ค. 2566 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ ขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน หรือขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และศาลาว่าการเมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน