‘39จังหวัด’ฝุ่นพิษวิกฤต สุโขทัย-ขอนแก่นสูงสุด
ไฟป่าโหมหนัก อ.สามเงา จ.ตาก ส่งเฮลิคอปเตอร์นำน้ำจากเขื่อนภูมิพลบินไปดับ ขณะที่จุดความร้อนพุ่ง 319 พื้นที่มากสุดในประเทศ กรมควบคุมมลพิษแจง 39 จังหวัด กทม.-ปริมณฑล ฝุ่นพิษอันตราย พบค่าฝุ่นสูงสุดที่เมืองสุโขทัยถึง 200 ไมโครกรัม ขณะที่ภาพรวม 17 จังหวัดภาคเหนือค่าฝุ่นเป็นสีแดง 20 พื้นที่ เชียงใหม่ที่ 3 โลกเมืองอากาศแย่ หางดงค่าฝุ่นสูงสุด 135 มคก. ส่วนอีสาน ขอนแก่น-หนองคาย ฝุ่นพิษคลุมเมือง จิสด้าตรวจพบจุดความร้อนทั่วประเทศพุ่งทะลุ 3.7 พันพื้นที่ อยู่ในป่าอนุรักษ์ถึง 1.9 จุด แนะงดออกกำลังที่แจ้ง ออกจากบ้านให้สวมแมสก์
39 จังหวัดฝุ่นพิษคลุ้ง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 14-200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบเกินมาตรฐาน 39 จังหวัด รวม 130 พื้นที่ เป็นพื้นที่สีแดง กระทบต่อสุขภาพ รวม 23 พื้นที่
ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 39-114 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 6 จังหวัด รวม 81 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่สีแดง 2 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ค่าฝุ่น 114 มคก./ลบ.ม. และ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ค่าฝุ่น 94 มคก./ลบ.ม.
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 61-200 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานใน 17 จังหวัด รวม 32 พื้นที่ โดยพบเป็นพื้นที่ สีแดง 20 พื้นที่ ได้แก่ 1.เชียงใหม่ ต.หางดง อ.ฮอด ค่าฝุ่น 135 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง 109 มคก./ลบ.ม, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 95 มคก./ลบ.ม., ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 102 มคก./ลบ.ม. 2.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง 149 มคก./ลบ.ม., ต.สบป้าด 96 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านดง 95 มคก./ลบ.ม., ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 102 มคก./ลบ.ม. 3.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง 108 มคก./ลบ.ม., ต.ลี้ อ.ลี้ 176 มคก./ลบ.ม. 4.แม่ฮ่องสอน ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง 100 มคก./ลบ.ม., ต.เวียงใต้ อ.ปาย 93 มคก./ลบ.ม. 5.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 118 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ
เมืองสุโขทัยพุ่ง 200 มคก.
6.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง ค่าฝุ่น 125 มคก./ลบ.ม., 7.ตาก ต.แม่ปะ อ.แม่สอด 122 มคก./ลบ.ม. 8.อุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง 99 มคก.ลบ.ม. 9.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง 149 มคก./ลบ.ม. 10.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง 101 มคก.ลบ.ม. และ 11.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง พบค่าฝุ่นสูงสุดในไทย 200 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 23-132 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 5 จังหวัด รวม 5 พื้นที่ เป็นพื้นที่สีแดง 1 พื้นที่ คือ หนองคาย ต.มีชัย อ.เมือง ค่าฝุ่น 132 มคก./ลบ.ม. ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 38-68 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 8 จังหวัด รวม 8 พื้นที่ ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 33-53 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 3 จังหวัด รวม 4 พื้นที่ ส่วนภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชน ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ AirBKK
จุดร้อนทะลุ 3.7 พันพื้นที่
ด้านสำนักงานแผนพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ไทยพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นนำอันดับ 1 จำนวน 3,768 จุด นับว่าสูงสุดตั้งแต่ 1 ม.ค.2566 เป็นต้นมา ตามด้วย สปป.ลาว 3,370 จุด, เมียนมา จำนวน 2,809 จุด, กัมพูชา 2,758 จุด และเวียดนาม 732 จุด
สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,937 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,043 จุด, พื้นที่เกษตร 280 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 271 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 219 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 18 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 5 อันดับคือ จ.กาญจนบุรี 577 จุด จ.ตาก 495 จุด จ.อุตรดิตถ์ 237 จุด จ.น่าน 212 จุด และจ.แพร่ 190 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ จากการรวบรวมจำนวนจุดความร้อนในประเทศ ไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 ก.พ. 66 พบแล้ว กว่า 52,000 จุด โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น”

ฮ.ดับไฟ – เฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์การบินส่วนกลางนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ บินนำน้ำจากเขื่อนภูมิพลไปดับไฟป่าบนภูเขาสูง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น อ.สามเงา จ.ตาก เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
ตากบินฮ.สกัดไฟป่าโหม
จิสด้า ยังได้รายงานการตรวจพบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ตาก จำนวน 319 จุด มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก จำนวน 113 จุด ซึ่งในการเข้าดับไฟป่านั้นยากลำบาก เพราะพื้นที่เกิดไฟป่าอยู่บนภูเขาสูง ที่สลับซับซ้อน บางจุดเป็นหน้าผา เสี่ยงอันตราย นอกจากนี้ ยังตรวจพบจุดความร้อน ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง 58 จุด, อ.เมือง จำนวน 42 จุด อ.แม่สอด 41 จุด, อ.แม่ระมาด จำนวน 20, อ.วังเจ้า 16 จุด, อ.บ้านตาก จำนวน 15 จุด, อ.พบพระ 9 จุด อ.ท่าสองยาง จำนวน 5 จุด ซึ่งได้ประสานให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งเข้าดำเนินการตรวจสอบและดับไฟป่าที่เกิดขึ้น
จากปัญหาและสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังรุกเร้าอย่างหนัก นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย นายวัฒนา สาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก นายสาธิต มณฑาทิพย์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก ผู้แทน กอ.รมน. ฝ่ายทหาร และผู้เกี่ยวข้อง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ป่า พร้อมใช้น้ำดับไฟป่าบริเวณเขาสูงชัน ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น เหนือเขื่อนภูมิพล หลังเกิดไฟป่าในพื้นที่ สูงติดอับดับต้นๆ ของภาคเหนือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 มี.ค. เป็นวันแรก สำหรับมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด 61 วัน ในพื้นที่โล่งหรือพื้นที่เกษตร ไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.2566 ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็น ไฟป่า หรือการลักลอบเผาในที่โล่ง ให้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1362, 1784 หรือ 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการต่อไป
เชียงใหม่ที่ 3 โลกอากาศแย่
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควัน ไฟป่า และคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดเช้าวันเดียวกัน สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมหนาทึบด้วยฝุ่นควัน ซึ่งเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้จากระยะไกลได้เหมือนปกติ ขณะที่ผลการตรวจวัดจุดความร้อนของดาวเทียมในช่วงวันที่ 28 ก.พ. ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจพบว่ามีจุดความร้อนจากการเผาเพียง 90 จุด จากจำนวนทั้งหมด 2,201 จุด ที่ตรวจพบในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งทางจังหวัดได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั้ง 25 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ให้ดำเนินมาตรการป้องกันเฝ้าระวังไฟไหม้ป่าและการเผาทุกชนิดอย่างเข้มงวดที่สุด
ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 190, 164, 221, 212, 209 และ 245 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ซึ่งภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ด้านเว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พบว่า จ.เชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 186 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 122.4 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผล กระทบต่อทุกคน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ทั้งนี้ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ดัชนีคุณภาพอากาศ 197 US AQI, อันดับ 2 เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ 195 US AQI และอันดับ 3 เมืองเชียงใหม่ 186 US AQI.
ขอนแก่นค่าฝุ่นสีแดง
ขณะที่เขตเทศบาลนครขอนแก่นและในหลายอำเภอของ จ.ขอนแก่น เช้าวันเดียวกันยังคงมีฝุ่นพีเอ็ม2.5 ปกคลุมไป ทั่วบริเวณ ดูได้จากสภาพท้องฟ้าโดยทั่วไปมีปริมาณฝุ่นหนาแน่นจนคล้ายกับเมฆหมอกในยามเช้า ซึ่งจากการวัดระดับค่าฝุ่น โดยเฉพาะภายในเขตมหาวิทยาลัยขอนแก่น วัดระดับได้ที่ 154 AQI หรือในระดับสีแดงซึ่งมีผลต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต่างยังคงสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่น ในขณะที่บางพื้นที่มีการพ่นละอองน้ำเข้าไปในชั้นอากาศเพื่อสลายฝุ่นรวมไปถึงการเร่งฉีดน้ำลงพื้นถนนเพื่อล้างฝุ่นไม่ให้คละคลุ้งไปมากกว่านี้
นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า มาตรการปราบฝุ่นในเขตเมืองนั้น งานป้องกันฯ ได้กำหนดแผนในการชะล้างสิ่งปฏิกูลอย่างต่อเนื่องโดยมีการจัดรถน้ำพ่นละอองน้ำในชั้นบรรยากาศและการกำหนดแผนล้างถนนและล้างฝุ่นในถนนเส้นทางสายต่างๆ ภายในความรับผิดชอบในเขตเทศบาลอย่างต่อเนื่องทุกวัน ขณะเดียวกันยังคงมีการขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิดในระยะนี้และร่วมกันเป็นจิตอาสาร่วมกันพ่นละอองน้ำหรือฉีดน้ำประพรมถนนเพื่อที่จะร่วมกันสลายฝุ่นภายในบ้านของตนเองหรือในย่านชุมชนจนนำไปสู่การลดปริมาณฝุ่นในเขตชุมชนได้มากยิ่งขึ้น
หนองคายค่าฝุ่นพุ่ง 130
ด้านสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะหนองถิ่น ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย ตรวจพบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีค่า 130 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 10 มีค่า 190 มคก./ลบ.ม. ค่าดัชนีคุณภาพอากาศสูงถึง 240 AQI อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน
จากตัวเลขดังกล่าว ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้งดการทำกิจกรรมกลางแจ้งในทุกประเภท หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก คนชรา หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มทางเดินหายใจและโรคหัวใจหลอดเลือด ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม แม้การเผาพื้นที่การเกษตรในพื้นที่จังหวัดหนองคายจะลดน้อยลง แต่ในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านยังพบการเผาอยู่ มีควันลอยคลุ้งทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขง ประกอบกับยังมีการก่อสร้างโครงการใหญ่ ทั้งการก่อสร้างถนน และอาคารตึกหลายแห่ง ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศด้วยเช่นเดียวกัน