‘ฝุ่น-ควัน’ปิดรันเวย์มิด37จว.PM2.5วิกฤตหนัก
จังหวัดเลยโกลาหลกลางดึก ไฟป่าลามเมืองโหมประชิดบ้านพักผู้พิพากษา-บิ๊กขรก.-แฟลตตำรวจ ห่างจากศาลากลางจังหวัดเพียง 3 ก.ม. ระดมดับทั้งวันทั้งคืน ขณะที่แม่สอดอ่วมไฟป่า-หมอกควันคลุมสนามบิน เครื่องบินลงจอดไม่ได้ กัปตันนกแอร์บินวนจนน้ำมันแทบเกลี้ยงถัง ตัดสินใจย้อนไปลงที่สนามบินพิษณุโลกแทน ท่ามกลางผู้โดยสารกว่า 200 คนลุ้นระทึก ขณะที่ไฟป่ายังลุกโชนบนภูเขาเหนือเขื่อนภูมิพล ต้องบินเฮลิคอปเตอร์เทน้ำดับไฟ 24 ชั่วโมง ด้านฝุ่นหมอกควันยังคลุ้งทั้ง 25 อำเภอเชียงใหม่ คพ.แจง ฝุ่นพิษยังวิกฤตใน 37 จังหวัด รวม 129 พื้นที่ ทั้งภาคเหนือ-อีสาน-กทม. เมืองสุโขทัยค่าฝุ่นพุ่งมากสุดในประเทศเป็นวันที่สองถึง 220 มคก.
37 จังหวัดค่าฝุ่นพุ่งอันตราย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 มี.ค. ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 พบค่าฝุ่นระหว่าง 12-220 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) พบเกินค่ามาตรฐาน 37 จังหวัด รวม 129 พื้นที่
กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 44-102 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 6 จังหวัด รวม 82 พื้นที่ เป็นพื้นที่สีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ 2 พื้นที่ ได้แก่ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ค่าฝุ่น 102 มคก./ลบ.ม. และ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ค่าฝุ่น 92 มคก./ลบ.ม.
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 71-220 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานทุกพื้นที่ใน 17 จังหวัด รวม 32 พื้นที่ ได้แก่ 1.เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก, ต.ศรีภูมิ, ต.สุเทพ อ.เมือง, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม, ต.หางดง อ.ฮอด, ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 2.ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง, ต.สบป้าด, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ, ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ 3.นครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง 4.เชียงราย ต.เวียง อ.เมือง, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย, ต.เวียง อ.เชียงของ 5.แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง, ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ต.เวียงใต้ อ.ปาย 6.น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง, ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 7.ลำพูน ต.บ้านกลาง อ.เมือง, ต.ลี้ อ.ลี้ 8.แพร่ ต.นาจักร อ.เมือง 9.พะเยา ต.บ้านต๋อม อ.เมือง 10.พิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง
11.อุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง 12.กำแพงเพชร ต.ในเมือง อ.เมือง 13.พิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง 14.เพชรบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง 15.อุทัยธานี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง 16.ตาก ต.น้ำรึม อ.เมือง และ 17.สุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง มีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย 220 มคก./ลบ.ม. เป็นวันที่สอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 21-89 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 4 จังหวัด รวม 4 พื้นที่ ภาคกลาง ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 41-80 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐานทุกพื้นที่ใน 8 จังหวัด รวม 8 พื้นที่ ภาคตะวันออก ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 37-61 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 2 จังหวัด รวม 3 พื้นที่ ส่วนภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงคุณภาพปานกลาง
68 พื้นที่เมืองกรุงยังอ่วม
ด้านศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพ มหานครสรุปผลการตรวจวัดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เวลา 09.00-11.00 น. ตรวจวัดได้ 46-86 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ 60.8 มคก./ลบ.ม. ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง แต่ยังเกินมาตรฐานจำนวน 68 พื้นที่ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้ 1.เขตราชเทวี 2.เขตสัมพันธวงศ์ 3.เขตพญาไท 4.เขตวังทองหลาง 5.เขตปทุมวัน 6.เขตบางรัก 7.เขตบางคอแหลม 8.เขตยานนาวา 9.เขตจตุจักร 10.เขตบางกะปิ 11.เขตลาดกระบัง 12.เขตธนบุรี 13.เขตคลองสาน 14.เขตบางกอกน้อย 15.เขตภาษีเจริญ 16.เขตบางเขน 17.เขตบางพลัด 18.เขตบางขุนเทียน 19.เขตพระนคร 20.เขตสาทร 21.เขตคลองเตย 22.เขตบางซื่อ 23.เขตหลักสี่ 24.เขตบึงกุ่ม 25.เขตสวนหลวง 26.เขตลาดพร้าว 27.เขตคลองสามวา 28.เขตสายไหม 29.เขตสะพานสูง 30.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 31.เขตบางแค 32.เขตจอมทอง 33.เขตดอนเมือง 34.เขตดินแดง
35.เขตพระโขนง 36.เขตราษฎร์บูรณะ 37.เขตบางกอกใหญ่ 38.เขตตลิ่งชัน 39.เขตทวีวัฒนา 40.เขตดุสิต 41.เขตหนองแขม 42.เขตบางบอน 43.เขตทุ่งครุ 44.เขตวัฒนา 45.เขตบางนา 46.เขตคันนายาว 47.เขตมีนบุรี 48.เขตหนองจอก 49.เขตประเวศ 50.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร 51.สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ 52.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 53.อุทยานเบญจสิริ (สวนเบญจสิริ) เขตคลองเตย 54.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 55. สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 56.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย 57.สวนสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร 58.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย 59.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 60.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค 61.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 62.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 63.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 64.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน 65.สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม 66.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี 67.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด และ 68.สวนจตุจักร เขตจตุจักร
เลยสกัดไฟป่าชิดชุมชน
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ต่างๆ เวลา 01.30 น. วันเดียวกัน เกิดไฟไหม้ป่าสงวน บนภูเขา บ้านนาหนอง ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย ด้านหลังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และบ้านพักของข้าราชการหลายหน่วยงานของจังหวัด ทั้งบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิพากษา และข้าราชการผู้ใหญ่ โดยไฟโหมกระหน่ำลามไปทั้งภูเขาไหม้เป็นแนวยาว ลุกลามอย่างรวดเร็ว เข้าใกล้อาคารบ้านพัก เจ้าหน้าที่ทั้ง ปภ. ตำรวจ ปกครอง องค์กรปกครองท้องถิ่น นำรถดับเพลิงกว่า 3 คัน ออกฉีดน้ำสกัดไฟ พร้อมกับนำกำลังสร้างแนวกันไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าบ้านพัก ใช้เวลากว่า 3-4 ชั่วโมง แต่ไฟยังคงลุกโหมด้านบนภูเขา ด้วยสภาพอากาศที่แห้ง ใบไม้ กิ่งไม้แห้ง ติดไฟได้ง่าย ไฟจึงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจุดไฟไหม้ห่างจากศาลากลางจังหวัดไม่ถึง 3 กิโลเมตร ทำให้สภาพอากาศภายในจังหวัดเหม็นกลิ่นควันไฟ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย พบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีค่า 97 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผล กระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 10 มีค่าถึง 123 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน
ด้านความคืบหน้าการสกัดไฟป่าที่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำ เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า ไม่สามารถเข้าพื้นที่ดับไฟป่าได้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ เป็นเขาสูงชัน ทำให้ไฟป่ายังคงขยายวงกว้าง และสะเก็ดไฟได้ปลิวฟุ้งกระจายข้ามภูเขาลูกถัดไป จึงทำให้มีการตรวจพบจุดความร้อนเพิ่ม ในบริเวณใกล้เคียงกันต่อเนื่อง จำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์จากศูนย์การบินส่วนกลางนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ ปภ. รุ่น KA-32 อีก 1 ลำ เพื่อปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ต.บ้านนา อ.สามเงา ปฏิบัติงานควบคู่ระหว่างภาคพื้นดินและอากาศยาน ด้วยการสนับสนุนดับไฟทางอากาศยาน โดยสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขึ้นไปทิ้งน้ำดับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมปริมาณน้ำทั้งหมด 81,000 ลิตร
ระทึก‘นกเแอร์’ลงจอดตากไม่ได้
ส่วนที่อ.แม่สอด จ.ตาก เครื่องบินแอร์บัสนกแอร์ สายการบินนกแอร์เที่ยวบินที่ DD.190 ต้นทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง มาส่ง ผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานแม่สอด แต่ไม่สามารถลงจอดที่ท่าอากาศยานแม่สอดได้ เนื่องจากทัศนวิสัยทางอากาศไม่ดี นักบิน ไม่สามารถมองเห็นรันเวย์ที่อยู่ด้านล่าง จากสภาพอากาศมีหมอกควันปกคลุมท่าอากาศยานแม่สอด ทำให้นักบินต้องบินวนรอบๆ ท่าอากาศยานหลายรอบ จนน้ำมัน เชื้อเพลิงใกล้หมด จึงตัดสินใจบินกลับไปลงที่ท่าอากาศยานจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลให้รถยนต์โดยสาร รถรับจ้าง และรถทั่วไปที่ไปรับผู้โดยสารกว่า 200 คน ต้องยกเลิก และบางรายต้องเดินทางไปรับผู้โดยสารที่ จ.พิษณุโลกแทน นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารติดค้างที่ ท่าอากาศยานอีกจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา สภาพอากาศแม่สอดปกคลุมไปด้วยหมอกควันและฝุ่นละออง ส่วนหนึ่งมาจากการ เผาป่า ก่อสร้าง ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งประเทศเมียนมา แม้ว่า เมื่อ 1 มี.ค. เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังนำรถดับเพลิง และรถน้ำไปพ่นน้ำที่ ท่าอากาศยานแม่สอด แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพียงแค่ทำให้เกิดความชุ่มชื้นภาคพื้นดินเท่านั้น อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ทางท่าอากาศยานแม่สอดได้ใช้รถน้ำไปพ่นน้ำที่ท่าอากาศยานทุกวัน
ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด ตลอดทั้งวันมีควันไฟขมุกขมัว สีขาวปกคลุม ส่งผลให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นการใช้รถสัญจรไป-มา บนท้องถนนเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนได้รับผลกระทบสุขภาพร่างกาย บางคนหายใจลำบากและระคายเคืองตาด้วย
ส่วนกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง คพ. รายงานจากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต.แม่ปะ อ.แม่สอด พบปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 10 มีค่า 218 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ดาวเทียมได้ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ตาก จำนวน 137 จุด มากที่สุด อยู่ในพื้นที่ผืนป่าเหนือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก จำนวน 64 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง 24 จุด, อ.อุ้มผาง 21 จุด, อ.วังเจ้า 12 จุด อ.แม่สอด 6 จุด, อ.แม่ระมาด 5 จุด, อ.บ้านตาก 4 จุด และอ.ท่าสองยาง 1 จุด ตรวจวัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีปริมาณสูง ถึง 105 มคก./ลบ.ม. และค่าคุณภาพอากาศ AQI 215 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมาก
25 อำเภอเชียงใหม่ยังวิกฤต
ส่วนสถานการณ์ฝุ่นและคุณภาพอากาศที่จ.เชียงใหม่ จิสด้าระบุว่า จากการประมวลผลข้อมูลจากดาวเทียม พบว่าทั้ง 25 อำเภอของจ.เชียงใหม่ ยังเป็นสีแดง พบค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มากที่สุด ที่อ.ฝางจำนวน 109 มคก. รองลงมาอ.ไชยปราการ 107 มคก. อ.แม่อาย 105 มคก. และอ.กัลยาณิวัฒนา วัดค่าฝุ่นได้น้อยที่สุดแต่เกินมาตรฐานอยู่ที่ 92 มคก.
ขณะที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นพีเอ็ม 2.5 จ.เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อนจำนวน 23 จุด เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 16 จุด พบมากสุดอำเภออมก๋อย 4 จุด และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 7 จุด พบมากสุด มี 2 อำเภอเท่ากันคือ อ.แม่อาย 2 จุด และอ.อมก๋อย 2 จุด พบจุดความร้อนมากสุดอ.อมก๋อย 6 จุด ส่วนยอดจุดความร้อนสะสม สะสมตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค.2566 ถึงปัจจุบัน ทั้งหมดจำนวน 3,103 จุด
ด้านสถานการณ์หมอกควัน และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่จ.พะเยา สภาพอากาศท้องฟ้าปิดเต็มไปด้วยหมอกควันพิษ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนติดต่อกันมาหลายวันและค่าหมอกควัน โดยที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง วัดค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ 96 มคก. ส่วนฝุ่นพีเอ็ม 10 วัดได้ 115 มคก. ขณะที่ AQI มีค่า 206 มคก. อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน
นายจิรพงศ์ ใจลา นายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ ร่วมกับเครือข่ายป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ พร้อม เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านต๊ำ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลบ้านต๊ำ และเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่าและหมอกควันตำบล บ้านต๊ำ ร่วมกันบูรณาการทำแนวกันไฟบริเวณป่าวัดน้ำตกจำปางทองเพื่อป้องกันไฟป่า
ขณะที่จ.พิษณุโลก ในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จากสภาพอากาศที่ขมุกขมัว ตรวจวัดปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ 188 มคก. ส่วนฝุ่นพีเอ็ม 10 มีค่า 261 มคก. อยู่ในเกณฑ์มีผล กระทบต่อสุขภาพ
นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ขอให้อำเภอทั้ง 9 อำเภอ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำการปฏิบัติตามประกาศจังหวัดเรื่อง กำหนดเขตควบคุมไฟป่า และขอความร่วมมือห้ามเผาโดยเด็ดขาด ถึงวันที่ 16 เม.ย.นี้