ป้อมลุยนครศรี-โวซิวยกจว. ปชป.มั่นใจได้สส.ใต้เกิน40 อิ๊งนำบุกโคราชแลนด์สไลด์
‘บิ๊กตู่’แอดมิตร.พ.พระมงกุฎฯ มือขวาอักเสบบวมเป่ง หมอระบุเป็นโรคเกาต์เทียม เกิดจากอาการเครียด เผยจัดคิวเดินสายถี่ยิบก่อนยุบสภา ‘บิ๊กป้อม’ แห่ผ้าขึ้นพระธาตุนครศรีฯ ขอพรให้พปชร.ประสบความสำเร็จ ‘จุรินทร์’มั่นใจปชป.กวาดส.ส. ภาคใต้ได้เกิน 40 คน ‘เสี่ยหนู’ ลุยนครนายก-ปราจีนบุรี อ้อนเลือกภูมิใจไทยให้มีเพาเวอร์ในสภา ‘อิ๊ง’ นำทัพบุกเมืองโคราช นำทีมสักการะย่าโม ชักดาบประกาศแลนด์สไลด์ยกโคราช ‘ชลน่าน’ ย้ำแคนดิเดตนายกฯ มีชื่อ ‘แพทองธาร’ แน่นอน ‘ณัฐวุฒิ’ เย้ยนายกฯ ‘ผู้นำรัฐบวม ก้าวไกลทัวร์ขอนแก่นหวังจับมือเพื่อไทยปิดสวิตช์ส.ว.
กกต.กางไทม์ไลน์แบ่งเขตใหม่
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 3 มี.ค.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธ.ค.2565 มีจำนวน 65,106,481 คน ซึ่งจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,766 คนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
สำหรับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดที่คำนวณจากจำนวนราษฎรสัญชาติไทย ทำให้จำนวนส.ส.เปลี่ยนแปลงใน 8 จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลดลง 4 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงรายจะมีส.ส. 7 คน เชียงใหม่จะมีส.ส. 10 คน ตากจะมี ส.ส. 3 คน และสมุทรสาครจะมีส.ส. 3 คน
ส่วนจังหวัดที่มีจำนวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้น 4 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานีจะมีส.ส. 10 คน ลพบุรีจะมีส.ส. 5 คน นครศรีธรรมราชจะมีส.ส. 10 คน และปัตตานีจะมีส.ส. 5 คน
สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดจะได้จัดทำและประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันปิดประกาศ ระหว่างวันที่ 4-13 มี.ค.2566

เข้าร.พ. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าเฝือกอ่อน เพื่อรักษาอาการ‘เกาต์เทียม’ที่เกิดอักเสบขึ้นบริเวณมือขวา โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ เกล้า ระบุสาเหตุมาจากความเครียด เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
‘บิ๊กตู่’แอดมิต-มือขวาอักเสบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเพื่อตรวจดูอาการมือข้างขวาบวม ซึ่งเริ่มมีอาการมา 2-3 วันแล้ว ขณะที่ลงพื้นที่จ.อุดรธานี หนองบัว ลำภู และช่วงลงพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 3 มี.ค. อาการบวมที่มือข้างขวาไม่ลดลง และมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะให้แพทย์ประจำตัวเข้ามาตรวจอาการที่บ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต ในช่วงเย็นหลังกลับจากพระนครศรีอยุธยา แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการมือขวาอักเสบและพบอาการผิดปกติ จึงขอให้เข้าตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง
โดยพล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาตรวจเอกซเรย์อย่างละเอียดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เบื้องต้นพบว่ามีอาการอักเสบรุนแรงที่บริเวณมือด้านขวาจึงต้องให้ยาปฏิชีวนะ และให้พักรักษารอดูอาการอย่างใกล้ชิดหรือแอดมิต 1 คืน ช่วงบ่าย มีเจ้าหน้าที่ติดตามของพล.อ.ประยุทธ์ นำกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปยังอาคารสมเด็จย่า 90 โดยรถเบนซ์ส่วนตัวของพล.อ.ประยุทธ์ ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร
เข้าเฝือกอ่อน-ขอบคุณคนห่วงใย
เวลา 18.09 น.นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ได้เข้าเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โดยนายกฯได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจดูอาการปวดบวม ที่มือด้านขวา ซึ่งมีอาการบวมในช่วงเช้าตั้งแต่ก่อนเดินทางไปราชการที่ จ.อุดรธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 มี.ค. และมีอาการต่อเนื่องจนถึงเมื่อวันที่ 3 มี.ค
ที่ได้ไปราชการที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แพทย์ที่ตรวจอาการนายกฯได้ฉีดยารักษาอาการอักเสบ ให้ยาปฏิชีวนะ ใส่เฝือกอ่อน และให้เฝ้าดูอาการคืนนี้เป็นเวลาหนึ่งคืนเพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนคาดว่าจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันที่ 5 มี.ค.
ทั้งนี้ แพทย์ที่ให้การรักษานายกฯได้ให้คำแนะนำว่า ขอให้งดภารกิจที่จะต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ 5-7 วัน ซึ่งจะทำให้นายกฯมีความจำเป็นต้องยกเลิกภารกิจไปจ.ราชบุรี และจ.สงขลาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่จะยังปฎิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ก่อนประเมินอาการอีกครั้งสำหรับภารกิจในวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. ที่มีกำหนดการไปปฎิบัติราชการที่ต่างจังหวัด
“นายกฯขอขอบคุณทุกๆคนที่ห่วงใย ส่งกำลังใจมาถึงท่านในทุกช่องทาง ยืนยันว่ายังมีสุขภาพใจที่ดีและมีสุขภาพกายที่ดี มีเพียงมือที่ยังปวดบวม ยังสามารถทำงาน และปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่คงต้องยกเลิกบางภารกิจในการเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อ ให้เป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์” นายอนุชา กล่าว
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ไม่ต้องห่วงท่านนายกฯนะครับ ท่านบอกว่าโอเคหมอดูแลแล้ว ฝากขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคนครับ จิตใจนำพาร่างกายครับ”
เป็นโรคเกาต์เทียม-เหตุเครียด
มีรายงานว่าอาการบวมที่มือด้านขวาของพล.อ.ประยุทธ์นั้น สืบเนื่องมาจากอาการข้ออักเสบคล้ายนิ้วล็อก ไม่สามารถกำมือได้ทั้งหมด ลักษณะคล้ายอาการของโรคเกาต์เทียม ที่เกิดจากการสะสมผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตดีไฮเดรต “calcium pyrophosphate dehydrate (CPPD)” โดย มักเกิดพยาธิสภาพขึ้นในข้อบริเวณใหญ่ๆ ของร่างกายและมักจะสะสมบริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อ ซึ่งต่างจากโรคเกาต์ที่เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง
นพ.สูงชัย อังธารารักษ์ อายุรแพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า แม้เกาต์เทียมจะเป็นการอักเสบเหมือนกับเกาต์ปกติ แต่มีความแตกต่างจากโรคเกาต์ปกติหลายด้าน โดยโรคเกาต์เกิดจากกรดยูริกสูง มีผลึกเป็นเข็ม ส่วนเกาต์เทียมมีผลึกเป็นเหลี่ยม ไม่ได้เกิดจากกรดยูริก แต่เป็นโรคหนึ่งที่พบในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความผิดปกติของแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซียมหรือฟอสเฟตสูงเกิน เกิดขึ้นในช่องว่างระหว่างข้อกระดูก ทำให้เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลันที่ตำแหน่งข้อเข่าและข้อมือ มีอาการข้ออักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน การวินิจฉัยต้องตรวจจากน้ำไขข้อ
“ตัวกระตุ้นให้เกิดข้ออักเสบเฉียบพลันหรือข้ออักเสบกำเริบ มีการพูดถึงคนที่อยู่ในภาวะที่ร่างกายและจิตใจได้รับความ เครียด ที่พบบ่อยคือคนสูงอายุที่มานอนโรงพยาบาลด้วยการเจ็บป่วยโรคอื่นหรือหลังผ่าตัด 2-3 วันแล้วเกิดภาวะ ข้ออักเสบเฉียบพลัน หรืออีกอย่างอาจจะได้รับอุบัติเหตุเล็กน้อย” นพ.สูงชัยกล่าว
การป้องกันนั้นเนื่องจากพบในผู้สูงอายุ เป็นไปตามวัย จึงเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก แต่การรักษาจะรักษาตามอาการเหมือนเกาต์ โดยยาต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่าย อย่าบีบ อย่านวด อย่าประคบร้อน อยู่เฉยๆ แต่ให้ประคบเย็นได้ โดยทั่วไปจะหายภายใน 7-14 วัน สามารถเกิดซ้ำได้ แต่ไม่บ่อยเท่าเกาต์และไม่ได้นำไปสู่การเป็นเกาต์ทั่วไป เพราะถือว่าเป็นคนละโรค เพียงแต่อาการแสดงคล้ายกัน
จัดคิวเดินสายก่อนยุบสภา
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า จากคำแนะนำของแพทย์ให้พล.อ. ประยุทธ์งดปฏิบัติภารกิจไปก่อน ล่าสุดได้ยกเลิกการลงพื้นที่ตรวจราชการจ.ราชบุรี และเลื่อนภารกิจจ.สงขลาระหว่างวันที่ 8-9 มี.ค. ส่วนภารกิจอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่การประชุมครม.วันอังคารที่ 7 มี.ค. ยังมีตามปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือ วันศุกร์ที่ 10 มี.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา วันเสาร์ที่ 11 มี.ค. เวลา 14.00 น. ลงพื้นที่จ.ยะลา วันพุธที่ 15 มี.ค. ช่วงบ่ายลงพื้นที่จ.นราธิวาส วันพฤหัสบดีที่ 16 มี.ค. ลงพื้นที่จ.ระนองเต็มวัน และวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นมีรายงานว่าจะมีการนำเสนอให้ครูบาศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลก
เป็นที่น่าสังเกตว่าปฏิทินตารางลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ที่วางไว้จะมีถึงวันที่ 17 มี.ค. จึงคาดว่าอาจมีการประกาศยุบสภาหลังวันที่ 17 มี.ค. ก่อนที่สภาจะครบวาระในวันที่ 23 มี.ค. อีกทั้งการเลือกพื้นที่ลงตรวจราชการในนามนายกฯ ก่อนยุบสภาจะเน้นในพื้นที่ที่ส่งผู้สมัครส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งทุกพื้นที่ที่พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปจะนำผลงานต่างๆ ของรัฐบาลไปประชาสัมพันธ์ผ่านวีดิทัศน์ด้วยทุกครั้ง
เพจหนุนตีปี๊บบัตรลุงตู่
ด้านเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ โพสต์คลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์นโยบาย “บัตรสวัสดิการพลัส” ที่ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ประกาศบนเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้สัมภาษณ์ความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบาย ดังกล่าวด้วย
ในคลิปวิดีโอ ประชาชนที่เป็นกลุ่ม แฟนคลับ ต่างให้การสนับสนุนนโยบาย “บัตรสวัสดิการพลัส” ว่า ดีใจมากที่มี นโยบายนี้ โดยเฉพาะการขยายสิทธิจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาท เพราะช่วยลดภาระ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ให้ได้ซื้อผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน น้ำมันพืช ข้าวสารอาหารแห้ง และของใช้ต่างๆ ในภาวะที่สินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นราคา ค่าครองชีพก็สูงขึ้น
“ถ้าลุงตู่อยู่ต่อ และทำได้ตามนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาท จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ความหวังของประชาชนอยู่ที่ลุงตู่ ขอให้ ลุงตู่สู้ๆ ขอให้ลุงตู่อยู่ ขอให้ลุงตู่ทำสำเร็จ”
เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ได้เรียก “บัตรสวัสดิการพลัส” ว่า “บัตรลุงตู่” พร้อมระบุข้อความว่า ประชาชนสนับสนุน “บัตรลุงตู่” เพิ่มวงเงิน 1,000 บาท “บัตรลุงตู่” 1,000 พลัส นโยบายที่ประชาชนแฮปปี้ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยส่งเงินให้ถึงมือ วางกรอบการใช้เงินอย่างมีระบบ เชียร์นายกฯลุงตู่ เพื่อดำเนินโครงการ “บัตรลุงตู่” 1,000 บาท อย่าให้ใครมาเคลมนโยบายของนายกฯ ลุงตู่”
‘ธนกร’สวนพท.เปิดตาดูงานรบ.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลถูกโจมตี 8 ปีผ่านมาว่าไร้ผลงานว่า ยืนยันพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ทุกครั้งที่ลงพื้นที่จะเน้นย้ำให้มีการติดตามการแก้ไขและการป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซากเพื่อดูแลประชาชนในระยะยาว การถูกวิจารณ์เรื่องการทำงานเป็นเรื่องปกติ เพราะการทำงานบางอย่างต้องใช้เวลา
หากผู้วิจารณ์เปิดใจพร้อมทำความเข้าใจถึงปัญหาของประเทศที่มีการสะสมมานาน การแก้ไขต้องทำไปทีละขั้นตอนจะเข้าใจว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ทำตามขั้นตอน ถ้าเรื่องไหนเร่งด่วนก็เร่งดำเนินการทันที จนมีผลงานทำให้ประชาชนเทใจให้พล.อ.ประยุทธ์ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมถนน สะพาน รถไฟ ส่งเสริมรถยนต์พลังงาน EV การปัญหาแก้โควิด โครงการคนละครึ่ง โครงการช่วยเกษตรประกันรายได้ ข้าว ยาง มัน ปาล์ม และการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
หากคนที่วิจารณ์หรือพูดให้ชัดๆ คือพรรคเพื่อไทย (พท.) ลองปิดปาก แล้วเปิดตาดูบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่พูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ อ้างผลงานเก่าๆ จะเห็นว่าบ้านเมืองพัฒนาแล้ว และประชาชนดูออกคนไหนปลอม ไม่ต้องพึ่งบารมีเก่า แต่เราลงมือทำจริงๆ จนประเทศดีขึ้นและจะทำต่อไป
ท้าประกาศไม่หนุนบัตรสวัสดิการ
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวกรณี พท.ออกมาให้ร้ายว่าผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เป็นหลักฐานความล้มเหลวการบริหารจัดการของพล.อ. ประยุทธ์ ว่า ถือเป็นตรรกะวิบัติ พท.มักจะใช้วิธีการเดิมๆ ในการโจมตีทางการเมือง มักออกมาแสดงความคิดเห็นดูแคลนประชาชนที่มารับสิทธิ์ว่าจน ทั้งที่เป็นเกณฑ์ที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยควรได้รับการดูแลจากรัฐและกลุ่มเปราะบางต่างๆ ควรได้รับ ซึ่งฐานผู้มีสิทธิ์จะกว้างกว่า ใช้เกณฑ์ความจนมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน จะเห็นว่ารัฐบาลเปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆ เข้ามามีสิทธิ์มากขึ้น ซึ่งไม่อาจเหมารวมว่าคนจนมากขึ้น 14.59 ล้านคนได้
การที่พท. มักกล่าวถึงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเชิงลบด้อยค่า กล่าวหาว่ารัฐบริหารล้มเหลวคนจนเยอะขึ้น อาจทำให้ประชาชน 14.59 ล้านคน และร้านธงฟ้า 138,073 ร้านค้า สามารถคิดไปได้ว่า พท.ไม่สนับสนุนนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่สำคัญหากมีประชาชนหลงเชื่อการด้อยค่านโยบายนี้ ก็อาจไม่ยืนยันสิทธิ เพราะมายาคติที่พท.สร้างขึ้นมา จนประชาชนเสียสิทธิ์ได้ แต่หากพท.จะพูดถึงโครงการบัตรสวัสดิการ แบบตีตราเชิงลบรายวัน วิจารณ์นโยบายนี้ว่า ล้มเหลว สามารถประกาศให้ชัดไปเลยว่า พท. ไม่สนับสนุนและจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชนจะได้เข้าใจมากขึ้น
จึงขอแจ้งเตือนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 รีบยื่นขออุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-1 พ.ค.2566 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ 1.ขออุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวัน หรือ 2.ขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน ทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และศาลาว่าการเมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน
ส่วนกรณีผู้ขออุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ .mof.go.th แต่หาปุ่มอุทธรณ์ไม่เจอนั้น อันดับแรกผู้ขออุทรณ์เข้าไปทำรายการ ที่หน้าผลการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน โดยกดที่ปุ่ม “ผลการตรวจสอบ” เมื่อ กดแล้วจะเข้าสู่หน้าขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติ ให้กรอกข้อมูล ที่กำหนดตามแบบฟอร์มและที่สำคัญ ที่สุดคือ ข้อมูลหลังบัตรประชาชน ตรง ช่องรหัสเลเซอร์ ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน แล้วกดยืนยันตัวตน จากนั้นจะเข้าสู่หน้าต่างอุทธรณ์ ให้กรอกข้อมูลตามที่กำหนดตามแบบฟอร์มได้เลย
‘ป้อม’ไหว้ขอพรพระธาตุนครศรีฯ
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางไปยังจ.นครศรี ธรรมราช เป็นการส่วนตัว สวมเสื้อผ้าลายปาเต๊ะ สีสดใส สไตล์ชาวใต้ พูดคุยและร่วมถ่ายรูปกับแฟนคลับที่มาทักทายและให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง โดยมีนายรงค์ บุญสวยขวัญ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พปชร. ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นในตำบลท่าซัก ต้อนรับ
ช่วงเช้า พล.อ.ประวิตร ทำกิจกรรม ทานน้ำชา “ริมถนน” (จิบชา กินตี แลนก) ที่สี่แยกท่าซัก อ.เมือง และให้สัมภาษณ์ว่า จ.นครศรีธรรมราช มี ส.ส. 10 คน พปชร.จะกวาด ส.ส.ให้หมดทั้ง 10 คนเลย หรือถ้าไม่ได้ครบ 10 คน จะให้ได้ 8 คนก็ยังดี
จากนั้นไปวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร ร่วมแห่ผ้าขึ้นธาตุ ในเทศกาลวันมาฆบูชา เพ็ญเดือน 4

จิบชา – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สวมเสื้อผ้าลายปาเต๊ะ นั่งจิบชา ร่วมถ่ายรูปกับชาวบ้านที่มาทักทายและให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง บริเวณสี่แยกท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้ตนมาทำบุญเป็นการส่วนตัวมาแห่ผ้าขึ้นธาตุเพื่อบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ขออะไรกับพระบรมธาตุเจดีย์บ้าง พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ขอพรให้พปชร.ประสบความสำเร็จ จะได้พัฒนาบ้านเมืองต่อไป แต่ทำเฉพาะพรรคการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันด้วย ต่อข้อถามว่าได้อธิษฐานขอให้ตัวเองได้เป็นนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้แล้ว แต่ประชาชน ประชาชนเลือกก็ได้เป็น
จากนั้น พล.อ.ประวิตรเดินทางไป อ.ปากพนัง เยี่ยมชมส้มโอทับทิมสยาม ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง ร่วมรับประทานอาหารกลางวันบริเวณสวนส้มโอ มีเมนูอาหารเป็น ผัดหมี่ปากพนัง (ผัดหมี่กะทิ) แกงเขียวหวานเนื้อ น้ำพริกกะปิ ปลาทอด คั่วหมู ต้มส้มปลากระบอก
ช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตรเป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน ที่โรงเรียนปากพนัง ต่อด้วยไปสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดนางพระยา อ.เมือง ระหว่างทางมีแฟนคลับจำนวนมากมา ขอถ่ายเซลฟี่ และหอมแก้ม ซึ่งพล.อ. ประวิตร พูดคุยอย่างอารมณ์ดี
‘ชัยวุฒิ’แนะนำ 7 ผู้สมัครปทุมฯ
เวลา 11.30 น. ที่วัดศาลเจ้า (เซียนแปะโรงสี) ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. ลงพื้นพบปะประชาชนพร้อมแนะนำตัวว่าผู้สมัครส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขตของประกอบด้วย นายเสวก ประเสริฐสุข เขต 1 นายนพดล ลัดดาแย้ม เขต 2 นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล เขต 3 นายยุทรวัตร หาญเกียรติกล้า เขต 4 นายวิรัช พยุงวงษ์ เขต 5 นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง เขต 6 น.ส.กฤษณา วงศ์คำ เขต 7
นายชัยวุฒิกล่าวว่า อยากให้ความมั่นใจต่อชาวจ.ปทุมธานีว่าทีมงานพปชร. เป็นทีมงานของคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่มีประสบการณ์การเมืองท้องถิ่น อยากช่วยกันพัฒนาชุมชน ปัญหาต่างๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราก็เร่งจัดการดำเนินการ เช่น การจราจร น้ำท่วม ปัญหาเรื่องโครงสร้างต่างๆ เพื่อมาพัฒนาปทุมธานีให้ดียิ่งขึ้น เชื่อว่าเราสามารถชนะยกจังหวัดได้
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพปชร.ให้สัมภาษณ์กรณีที่กกต. เผยแพร่รายละเอียดการคำนวณจํานวน ราษฎร 162,766 คน ต่อ ส.ส. 1 คน โดยคำนวณเฉพาะราษฎรสัญชาติไทย ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ จ.เชียงราย เชียงใหม่ ตาก และสมุทรสาคร มีจำนวน ส.ส.ลดลง และทําให้จ.อุดรธานี ลพบุรี นครศรีธรรมราช และปัตตานี มีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น พปชร.จะวางตัวผู้สมัครส่วนนี้อย่างไรว่า พปชร.มีพร้อมอยู่แล้ว ประเด็นนี้ไม่มีปัญหาอะไร อาจมีปัญหาเล็กน้อยในจังหวัดที่ถูกลดจํานวน ส.ส.ลง ขณะนี้พรรคกําลังพิจารณาให้นําเข้าระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แทน
‘หนู’ลุยนครนายก-ปราจีนฯ
ที่วัดประสิทธิเวช อ.องครักษ์ จ.นคร นายก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัครส.ส.นครนายก เขต 2 จากนั้นเดินทางไปที่โรงเรียนวัด วังปลาจีด อ.เมือง ช่วยหาเสียงให้นาย ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ผู้สมัครส.ส.นคร นายก เขต 1
ต่อด้วยช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครส.ส. ปราจีนบุรี ทั้ง 3 เขต คือนายอำนาจ วิลาวัลย์ เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ เขต 2 นายสฤษดิ์ บุตรเนียร เขต 3 โดยปราศรัยที่ศูนย์อาหารโตริโน่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี และโรงเรียนสายมิตรศึกษา อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
นายอนุทินกล่าวปราศรัยว่า นโยบายของพรรค สำหรับการเลือกตั้งปี 2566 ประกอบด้วย การให้สิทธิพักหนี้คนละ ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นการพักหนี้แบบ หยุดต้น ปลอดดอก เป็นเวลา 3 ปี เฉพาะหนี้ถูกกฎหมาย แต่หนี้นอกระบบ เราจะดูแลด้วย โดยคนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ ชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์
ภท.มีนโยบายไฟฟ้าประชาชน คนไทยทุกครัวเรือน มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ การไฟฟ้าประชาชนสนับสนุนให้ทุกครัวเรือนใช้พื้นที่บ้านของตัวเอง หรือพื้นที่ส่วนกลางในชุมชน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับรัฐบาล ลดค่าไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อเดือน และสิทธิซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบ้านละ 1 คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน
นโยบายฟอกไตฟรี ตั้งศูนย์ไตเทียมทุกอำเภอ การจัดหาเครื่องฉายรังสี รักษามะเร็ง ติดตั้งไว้ในทุกจังหวัด ให้สอดคล้องกับนโยบาย มะเร็งรักษาทุกที่เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน พัฒนา อสม. เป็น สมาร์ต อสม. เพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม. เป็นเดือนละ 2,000 บาท ถ้าทำสำเร็จ เดือนต.ค.นี้ได้แน่นอน และนโยบายล่าสุดคือ นโยบายผู้สูงอายุ ให้สิทธิเป็นสมาชิกกองทุนประกันชีวิต และมีกรมธรรม์ประกันชีวิตทันที โดยไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ให้สิทธิกู้เงินดูแลตัวเอง และประกอบอาชีพ ในวงเงิน 20,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่จะใช้กรมธรรม์ประกันชีวิต ที่รัฐบาลจัดทำให้ค้ำประกันตัวเอง ในวันที่เสียชีวิตทุกคนจะมีมรดกให้ลูกหลาน ทายาท และครอบครัว รายละ 100,000 บาท
“ขอเลือกภูมิใจไทย ทั้งพรรค ทั้งคน เสริมพลังในการทำงานให้พรรค และให้ ผู้แทนของท่านมีเพาเวอร์ในสภา เสียงของท่านเราไม่เอาไปทิ้งน้ำ แต่เอาไปทำงาน ให้พี่น้องประชาชน” นายอนุทินกล่าว

ยกจังหวัด – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำขุนพลของพรรคขึ้นเวทีปราศรัย“ประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” มั่นใจจะได้ส.ส.ยกจังหวัด ที่สนามหน้าโรงเรียนพัทลุง อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
‘อู๊ดด้า’เชื่อได้ส.ส.ใต้เกิน40คน
เวลา 15.30 น. ที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเพิ่มเขตที่ จ.นครศรีธรรมราช และปัตตานีว่า ถือเป็นเรื่องดี โดยที่นครศรีธรรมราช และปัตตานี มีส.ส.เพิ่มขึ้น สำหรับจ.ปัตตานี ในวันที่ 5 มี.ค. ปชป.จะเปิดตัวครบทั้ง 5 เขต ทั้ง เขตเดิม 4 เขต และเขตที่เพิ่มขึ้น 1 เขต ขณะนี้มีผู้สมัครครบแล้ว ส่วนที่จ.นครศรี ธรรมราช เพิ่มเป็น 10 เขต กำลังดำเนินการแต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีผู้สมัครเกินจำนวนเขตอยู่แล้ว และจากการที่ภาคใต้มีจำนวนเขตเลือกตั้งเพิ่มเป็น 60 เขต จากเดิม 58 เขตนั้น ตนมั่นใจว่าปชป.อย่างน้อยต้องได้ส.ส. 40 บวก
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลอะไรหรือไม่ จากกรณีที่ยังมีการตอบโต้กันไปมาระหว่างคนของปชป. กับรทสช. นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล และปชป.ไม่ต้องการตอบโต้กับใคร เราทำหน้าที่ของเรา ลงพื้นที่หาเสียงต่อไป มั่นใจว่าในภาคใต้ เสียงตอบรับปชป.ยังแน่นเหนียว พบว่า ที่หลายคนบอกว่าคราวที่แล้วไม่ได้เลือกปชป. แต่จะเลือกเราในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน
ต่อข้อถามว่าคนที่บอกว่าจะกลับมาเลือกปชป. เพราะเห็นว่าพรรคถูกกระทำใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า สุดแล้วแต่เหตุ แต่มั่นใจว่าอุดมการณ์ของปชป.ไม่เคยเปลี่ยน 4 ปีที่ผ่านมา ยืนหยัดมั่นคงในอุดมการณ์ของเรา และมีผลงานจากการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงการเฟ้นตัวผู้สมัคร ส.ส.เที่ยวนี้ ได้คนรุ่นใหม่และคนใหม่ๆ ที่มีศักยภาพจำนวนมากเข้ามาเสริมทัพ ถือว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่งให้กับประชาชนในภาคใต้
ปลุกรวมพลังปชป.พัทลุง
เวลา 18.00 น. ที่สนามหน้าโรงเรียนพัทลุง อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง นายจุรินทร์นำขุนพลปักษ์ใต้เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง ทั้ง 3 เขต ได้แก่ เขต 1 น.ส. สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 2 สมัย เขต 2 ดร.เดย์ ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี เขต 3 นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พร้อมปราศรัย “ประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” มีประชาชนสนใจร่วมฟังปราศรัยกว่า 30,000 คน
นายจุรินทร์ปราศรัยว่า เลือกตั้งเที่ยวนี้ ปชป.พร้อมที่สุดพรรคหนึ่งในประวัติศาสตร์จ.พัทลุง เพราะอย่างน้อยที่สุดเลือกตั้งเที่ยวนี้จะเป็นการผนึกกำลังกันของ 4 ตระกูลสำคัญในจ.พัทลุง 1.ตระกูลธรรมเพชร 2.ตระกูลขำนุรักษ์ 3.ตระกูลสุพรรณชนะบุรี และ 4.ตระกูลพัทลุงสามัคคี ซึ่ง 4 ตระกูลนี้ จะทำให้การเลือกตั้ง เที่ยวหน้า “ประชาธิปัตย์ยกทีม”
อยากบอกว่าเลือกตั้งเที่ยวหน้ามีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมา อยากจับมือกับพี่น้อง ทุกคน สู้กับสิ่งที่เราจำเป็นต้องสู้ในการเลือกตั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าคนพัทลุงยังมีศักดิ์ศรี คนพัทลุงจะไม่เลือกเงิน และคนพัทลุง จะกินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด เพราะถ้าเราเลือกเงิน เราจะได้แต่เงิน ไม่มีวันได้ผู้แทนที่มีคุณภาพ และจะไม่มีทางกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมาได้ ถ้าเลือกเงิน จะได้การเมืองแบบถอนทุนคืน ได้การเมืองคอร์รัปชั่นทำลายประเทศและทำลายพัทลุง ที่เป็นอนาคตของพวกเราทุกคน วันนี้ขอแรงคนพัทลุงทุกคนมาช่วยกันสนับสนุนการเมืองสะอาด ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยการเลือกทั้งคนทั้งพรรคของปชป.ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
มั่นใจได้ส.ส.กทม.
ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รอง หัวหน้าปชป. ดูแลกทม. เปิดเผยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. ปชป. จัดงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 33 เขต ของ กทม. ในวันจันทร์ที่ 6 มี.ค. เวลา 14.00 น. ที่อาคารกีฬาเวสน์ ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นประธานเปิดตัวครั้งนี้ด้วย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. ทั้ง 33 คนนี้ ประกอบด้วย อดีต ส.ส. กทม. อดีตนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ นักพัฒนาชุมชนดีเด่น นักการศึกษา นักกฎหมาย นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย นายแพทย์ และคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่
ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ประสบ การณ์จากหลากหลายสาขาอาชีพ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อาสามาทำงานรับใช้ประชาชนทางการเมือง บนพื้นฐานอุดมการณ์ของปชป.ยึดมั่นแนวทางประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง หลากหลายรูปแบบตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ปชป.ในกทม.ไม่ได้รับ เลือกตั้งแม้แต่คนเดียว แต่การเลือกตั้ง ครั้งนี้ เราได้พยายามทำงานหนักให้ประชาชนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่ได้เสนอตัวให้ประชาชนพิจารณาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ได้มีโอกาสทำงานในฐานะ ส.ส. ต่อไป จึงมั่นใจว่าปชป.จะกลับมามี ส.ส. ใน กทม. อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 3 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ นายราเมศ รัตนะเชวง ผู้มีชื่อในลำดับที่ 36 ในบัญชีรายชื่อของปชป.เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทนนายเจือ ราชสีห์ ที่ได้ มีหนังสือขอลาออกจากสมาชิกปชป. ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง
‘อิ๊ง’นำทัพพท.บุกเมืองย่าโม
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เทศบาลเมือง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชายของน.ส.แพทองธาร และแกนนำพรรค ว่าที่ผู้สมัครส.ส. นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต จัดเวทีปราศรัยหาเสียง มีประชาชนร่วมฟังจนเต็มพื้นที่
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพท. กล่าวว่า เรามีความตั้งใจยกทัพใหญ่มาโคราช ซึ่งโคราชเป็นเมืองที่มีโอกาสมากที่สุดในประเทศ เพราะมีส.ส.ถึง 16 เขตเลือกตั้ง ฉะนั้นต้องปักธงแลนด์สไลด์พท.เท่านั้น เริ่มต้นจากปักธงชัย ปักธงมั่งคงที่อ.คง และปักธงให้ยกจังหวัดที่เมือง ย่าโม เสียงสะท้อนประชาชนทุกเวทีเมื่อพูดถึงว่าที่แคนดิเดตนายกฯพท. ทุกเสียงบอกว่า น.ส.แพทองธาร โคราชเพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น ถ้าเราไม่คิดใหญ่พอ โอกาสของทุกคนที่สูญเสียไป 8 ปีจะสูญหาย เพื่อเอาโอกาสอนาคตประเทศกลับคืนมา ขอสัญญาใจพี่น้องชาวโคราชว่า จะคิดใหญ่ได้ต้องชนะทั้ง 16 เขต ถล่มทลายยกโคราช อย่างน้อยต้องได้ 250 ที่นั่งขึ้นไป
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมา เลขาธิการพท. กล่าวว่า ตนเป็นคนโคราชตัวจริงเสียงจริง ไม่เหมือนนักการเมืองบางคน บอกว่าเป็นคนโคราช แต่ไม่มีบ้านอยู่โคราช แอบใช้บ้านหลวงใช้ไฟฟรี ซึ่งโคราชเป็นเมืองหญิงกล้า และ วันนี้น.ส.แพทองธาร เป็นอีกหนึ่งหญิงกล้า ที่เปรียบเป็นนารีขี่ม้าขาวมาอาสาทำงานกอบกู้วิกฤตประเทศ วันนี้ถึงเวลาของสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงของโคราชแล้ว

ฝ่าฟัน – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.เข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา พร้อมชักดาบออกจากฝักชูขึ้นฟ้า ประกาศฝ่าฟันอุปสรรคด้วยคมดาบย่าโม เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
ชักดาบประกาศแลนด์สไลด์
ด้านน.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนท้อง 7 เดือนกว่าแล้ว วันนี้เจอพี่น้องขนาดนี้แรงมันมาและรู้สึกใจฟู ถ้าพท.เป็นรัฐบาลเราผลักดันผ้าไหมปักธงชัยไปสู่ระดับโลก ที่ผ่านมาเกิดรัฐประหาร ได้หยุดประเทศ หยุดความเจริญ และหยุดความกินดีอยู่ดี ดังนั้นพท.ต้องกลับมาทำให้พี่น้องกินดีอยู่ดีอีกครั้ง ย้ำว่าพี่น้องทุกคนต้องมีที่ดินทำกินอย่างถ้วนหน้า พร้อมทั้งจัดทำพื้นที่กักเก็บน้ำชุมชนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม หาทางระบายน้ำออกทะเล และยกถนนสาธารณะให้พี่น้องสัญจรได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยนโยบายที่ทำได้จริง ถ้าพี่น้องอยากให้นโยบายเป็นจริง ฝากพท.ทั้งคนทั้งพรรคได้หรือไม่ และขอแลนด์สไลด์ทั้งโคราชได้หรือไม่
เวลา 13.30 น. ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร แกนนำพท. และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 16 เขต เข้าสักการะย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยทำพิธีชักดาบเพื่อประกาศชัยชนะ และ ห่มสไบให้กับย่าโม เพื่อให้พท.แลนด์สไลด์ ทั้งจังหวัด ซึ่งมีประชาชนมารอ ให้กำลังใจจำนวนมาก
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราหวังว่าที่โคราชจะต้องแลนด์สไลด์ ส่วนคำอธิษฐานนั้นตนขอไว้ในใจแล้ว ผู้สื่อข่าวว่า จะส่งไม้ต่อให้นายเศรษฐาอย่างไร เพราะหลังจากนี้ต้องพักการลงพื้นที่ เนื่องจากท้อง 7 เดือนกว่าแล้ว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไม่ได้ส่งไม้ต่อเฉพาะนายเศรษฐาเท่านั้น แต่ส่งให้ทุกคนที่ต้องช่วยตนด้วย ช่วงที่ตนใกล้จะคลอดอาจต้องเว้นจากการลงพื้นที่บ้าง แต่ตอนนี้ยังไหวอยู่ ขณะนี้ตนวางคิวงานไว้ถึงปลายเดือนมี.ค. และจะปรึกษากับคุณหมอไปเรื่อยๆ และที่มานี้เราก็ไม่ได้โหดร้ายกับตัวเอง
ป้อง‘เศรษฐา’เปล่าตั้งเป้านายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ได้นายเศรษฐาและทีมเศรษฐกิจ เข้ามาร่วมงานด้านเศรษฐกิจ จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้กับชาวโคราชได้อย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธารกล่าวว่า จากการที่พท.เปิดตัวทีมเศรษฐกิจรวมถึงนายเศรษฐา ก็รู้สึกมีกำลังใจว่า เราได้คนที่มีความสามารถจริงๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ มาช่วยเหลือประชาชนได้ เป็นความหวังที่ทีมเศรษฐกิจเราแข็งแรง มีแต่คนเก่งๆ และหลายคนตอนที่ตนอยู่ในธุรกิจโรงแรม ตนได้ขอคำปรึกษาอยู่บ่อยครั้ง
ต่อข้อถามว่า นายเศรษฐาคือหนึ่งในคนที่มีความเหมาะสมเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนคิดว่าเหมาะสมแน่นอน เพราะท่านเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และคิดว่าจากการที่ท่านบริหาร ธุรกิจประสบความสำเร็จมาก ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้ ส่วนการจะประกาศชื่อ อย่างเป็นทางการต้องรอกรรมการบริหารพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเศรษฐาชัดเจนว่าตำแหน่งที่ต้องการคือนายกฯ เท่านั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คิดว่านายเศรษฐาต้องการจะพูดว่า ต้องการจะขับเคลื่อนนโยบาย เพราะก่อนที่จะมีการเปิดตัวเป็นทีมเศรษฐกิจ ท่านเข้ามาช่วยงานด้านนโยบายอยู่แล้ว ท่านพูดว่าตำแหน่งนายกฯ จะเป็นตำแหน่งที่ผลักดันนโยบายได้มากที่สุด และก่อนหน้านี้นายเศรษฐาไม่ได้สนใจจะเป็นนักการเมือง ท่านคงพูดในภาพรวมว่า ถ้าจะเป็นจริงๆ นายกฯจะสามารถผลักดันนโยบายได้ แต่ตำแหน่ง อื่นๆ ท่านไม่ได้มีความรู้และความสนใจ
ต่อข้อถามว่า ท่าทีของนายเศรษฐาจะเป็นการกดดันพท.หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไม่เลย ท่านพูดเองว่าหากไม่เสนอท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านทำเรื่องนโยบายอย่างนี้ นายเศรษฐาไม่ได้พูดว่า ต้องเป็นนายกฯ เท่านั้น ไม่งั้นไม่ช่วย ไม่ใช่เลย นายเศรษฐาช่วยมาตลอด
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า การบริหารประเทศ ไม่ใช่การบริหารธุรกิจในครอบครัว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เป็นการแสดงความเห็นของท่าน สำหรับตนคิดว่าการบริหารไม่ใช่เรื่องง่าย และทราบดีว่ามีหลายปัจจัยมากๆ ในการบริหารธุรกิจ แต่การบริหารประเทศยิ่งไปกว่านั้น จึงต้องอาศัยหลายความคิด หลายสมอง หลายความรู้เข้ามาช่วยกัน

บุกโคราช – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำแกนนำพรรคเปิดเวทีปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลางอ.เมือง จ.นครราชสีมา จุดเดียวกับที่พรรครวมไทย สร้างชาติเคยจัด โดยมีประชาชนรอรับฟังการปราศรัยจนล้นพื้นที่ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
ย้ำชื่อ’แพทองธาร’แคนดิเดต
เวลา 14.30 น. พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัย ที่บริเวณตลาดเมืองคง และเวลา 17.30 น. ปราศรัยจุดที่ 3 ที่สนามหน้าศาลากลางอ.เมือง จ.นครราชสีมา มีประชาชนร่วมรับฟังคำปราศรัยจนเต็มพื้นที่ ซึ่งเวทีนี้เป็นสถานที่เดียวกับที่รทสช.นำโดยพล.อ. ประยุทธ์ จัดปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 25 ก.พ.
นพ.ชลน่านปราศรัยว่า พท.ได้ข้อสรุปแคนดิเดตนายกฯ จะมี 3 รายชื่อ โดยหนึ่งในนั้น ชื่อแพทองธาร
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า คนเยอะขนาดนี้มันฮึกเหิมจริงๆ เลย ท้อง 7 เดือน ไม่เหนื่อยเลยเพราะประชาชนมาเยอะมาก ทำให้มีกำลังใจมาบอกเล่านโยบาย ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ประชาชนอย่างเต็มที่ ยังจำนายทักษิณกันได้หรือไม่ ที่จะห้ามไม่ให้พูดถึง ห้ามได้อย่างไร เพราะนายทักษิณ ยังอยู่ในใจประชาชน ถ้าไม่มีรัฐประหารตอนนี้โคราชคงมีรถไฟความเร็วสูงไปแล้ว ถ้าอยากพัฒนาภาคอีสานต้องเริ่มจากโคราช เกษตรกรทำงานมากแต่ได้รายได้น้อย ประชาชนเป็นหนี้เป็นสิน อยากได้พท.มาล้างหนี้หรือไม่ วันนี้เรามี 3 นโยบายมาให้ชาวโคราชโดยเฉพาะ เรื่องที่ดินทำกิน การแก้ปัญหาน้ำท่วม พักหนี้เกษตรกร 3 ปี และยืนยันจะแก้ปัญหายาเสพติด พท.มายาเสพติดต้องหมดไป วันเลือกตั้งมาถึงเมื่อไรเราต้องกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง เลือกพท.ทั้งคนทั้งพรรค
‘เต้น’เย้ย‘บิ๊กตู่’ผู้นำรัฐบวม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัว เพื่อไทย ปราศรัยว่า เมื่อตอนบ่ายได้ข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ไปหาหมอ อยู่ๆ มือบวม มือข้างขวาบวมเอาๆ หมอตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติ คนปกติมือไม่ได้บวมกันง่ายๆ หากมือบวมแบบนี้ปกติสามารถรักษาได้ แต่มันเป็นเป็นลาง แพทองธารอุ้มท้อง 7 เดือนกว่า เดินฉับๆ ขึ้นบันไดเวทีพูดจาฉะฉาน พล.อ.ประยุทธ์ชายชาติทหาร อยู่ดีๆ มือบวมซะได้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ไปอยุธยาชักดาบแล้วดาบหล่น เห็นไหมว่าเป็นลางบอกเหตุ แต่ตนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับอาการเจ็บป่วยของพล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ท่านหายเร็วๆ การที่มือบวมเช่นนี้จะเรียกว่าผู้นำรัฐบาลไม่ได้อีกแล้ว แบบนี้ต้องเรียกว่าผู้นำรัฐบวม
ตนว่าบางทีโรคภัยไข้เจ็บที่มารุม บางทีเป็นการแก้แค้น ข่าวว่าบวมมือขวา ก็มือขวานี่แหละเซ็นกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง มือนี้ไงที่เซ็นตั้งส.ว. 250 คน และมือนี้ไงที่เซ็นตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ดังนั้น พี่น้องไม่ต้องกลัวมือบวม แต่ต้องรวมมือกันไปกา พท. เพื่อแลนด์สไลด์ให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน
การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้า พท.ไม่แลนด์สไลด์ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และพรรคร่วมรัฐบาล จะใช้เสียง 250 ส.ว. ตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แล้วเอาเก้าอี้ นายกฯ ตกงูเห่าจากพรรคการเมืองต่างๆ แต่หากพท. แลนด์สไลด์จะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยแก้ปัญหาให้ประชาชน ถ้าจะไล่พล.อ.ประยุทธ์และพวกกลับบ้าน มีทางเดียวเข้าคูหากาพท. ทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัดทั้งประเทศ และพี่น้องอย่านึกว่าระหว่างพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ เพราะดูลีลาแล้วเขาเกื้อหนุนกันอยู่ และถ้าพล.อ.ประวิตรจะแสดงความจริงใจ ไม่ต้องมาเขียนจดหมาย ให้ไปชวนน้อง 2 ป.แล้วกลับบ้านด้วยกัน

เยือนขอนแก่น – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียง โดยนำขบวนแห่ซาเล้งประชาธิปไตย จากตลาดบางลําภูไปยังอนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 มี.ค.
ก.ก.หวังจับมือพท.ปิดสวิตช์ ‘3ป.’
ที่จ.ขอนแก่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นำขบวนแห่ซาเล้งประชา ธิปไตยจากตลาดบางลําภูไปยังอนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ เพื่อช่วยนายวีรนันท์ ฮวดศรี ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ขอนแก่น เขต 1 หาเสียง
นายปิยบุตรให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ของก.ก.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ครั้งนี้ตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับก.ก. ที่ผ่านมาได้ติดตามผลโพลมาตลอด จึงเชื่อว่าคะแนนนิยมของก.ก.จะ ยังมีอยู่ โดยเฉพาะเขต 1 จ.ขอนแก่น ที่เราชนะเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ดังนั้น ครั้งนี้คะแนนของเราจึงยังมีอยู่ การเลือกตั้งทุกครั้งเหนื่อยทุกครั้ง แต่ความมุ่งมั่นตั้งใจและจุดยืนของก.ก.มีความชัดเจนและแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างเห็นได้ชัด 4 ปีที่แล้วพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ถูกปรามาสได้ แต่เราก็ทะยานขึ้นมาได้ จึงเชื่อว่าก.ก.จะสามารถทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้มาสนับสนุนเรา ขณะที่แต่ละพรรค การเมืองกำลังหมกมุ่นกับการแย่งตัวส.ส.
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ถูกมองว่าก.ก. ไม่ได้ปักธงเพื่อสู้กับเผด็จการแต่สู้กับพท. นายปิยบุตรกล่าวว่า เท่าที่ติดตามดูผลโพลและผลสำรวจพบว่าฝ่ายค้านปัจจุบันคะแนนรวมกันประมาณ 60% ตีเป็นจำนวน ส.ส. 300 ที่นั่ง ดังนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านปัจจุบันทั้งหมดจะได้ส.ส. ประมาณ 300 ที่นั่ง จึงคิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากจับมือ ร่วมกันตั้งรัฐบาลสามารถปิดสวิตช์ ส.ว. และ 3 ป. ได้
เมื่อถามว่าหมายความว่าก.ก. กับพท. จะจับมือกันใช่หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า สุดท้ายอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง
ด้านนายพิธากล่าวว่า เราประเมินไว้ 3 อย่างคือ 1.เราอยากได้ส.ส.เขตมากกว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.อยากได้ให้ครบทุกเขตให้ครบทุกเขต ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะ ภาคใต้ และ 3.ได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตมากกว่าสมัย อนค. ที่ได้ 6.3 ล้านคะแนน เมื่อลบกับคะแนนของพรรคไทยรักษาชาติจะเหลืออยู่ประมาณ 5 ล้านเสียง ใน การเลือกตั้งครั้งนี้วิธีการคำนวณแตกต่างจากเมื่อปี 2562 เราจึงจะพยายามให้ได้ ส.ส.มากที่สุด
ม็อบยังสู้จี้ปล่อยผตห.การเมือง
จากกรณีน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ผู้ต้องหา ม.112 ซึ่งอดอาหารและน้ำประท้วง 3 ข้อเรียกร้อง ให้ปล่อยผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน ซึ่งช่วงค่ำวานนี้ (3 มี.ค.) รถจากศูนย์ส่งกลับฯ ร.พ.ตำรวจ มารับตัวทั้ง 2 จากหน้าศาลฎีกา ออกไปรักษาต่อที่ห้องฉุกเฉิน ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากอาการหนักถึงขั้นเสี่ยงไตวาย และสูญเสียอวัยวะภายในถาวร หลังอดอาหารและน้ำประท้วงมาเป็นระยะเวลา 44 วัน แต่ผู้ต้องหาทางการเมืองอีก 3 ราย ยังไม่ได้รับสิทธิประกันตัวนั้น
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน เขตพระนคร กลุ่มนักเรียนมูฟออน ร่วมกับนักเรียนล้มฯ กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และแนวร่วม จัดกิจกรรม “วาดหวังยกเลิก112” โดยมีการปูป้ายผ้าที่ทางเท้าหน้าศาลฎีกา ก่อนนั่งจับกลุ่มเขียนป้ายผ้า และข้อความบนกระดาษ อาทิ “รุ่งสางตะวันจะฉาย #ตะวันแบม” “สนใจการเมืองหน่อยนะ” “ปล่อยเพื่อนเรา” “เลือดต้องแลกด้วยเลือด” “ยกเลิก 112” เป็นต้น โดยบางส่วนวาดภาพดอกทานตะวัน และภาพใบหน้าตะวันและแบม
นอกจากนี้ บางรายนำร่มที่ประดับดอกทานตะวันมาใช้กางขณะทำกิจกรรม เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัว สานต่อ 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.ปล่อยผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคน 3.พรรคการเมืองออกนโยบายยกเลิก ม.112 และ 116 ซึ่งขณะนี้ น.ส.ทานตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ยังคงอดอาหารและน้ำประท้วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 45
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท ผู้ต้องหา ม.112 กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเด็กหญิง อายุ 14 ปี ผู้ได้รับหมายเรียกในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จาก สน.สำราญราษฎร์ เดินทางมาร่วมวาดภาพด้วย ทั้งนี้ ในบางช่วงมีผู้ร่วมกิจกรรมบางรายนำป้ายผ้าไปแขวนที่ริมรั้วศาลฎีกา ก่อนนำสีสาดใส่ป้ายผ้าดังกล่าว