ตู่ยิ้มแป้น-ออกรพ.แล้ว ลุยงานทันที-นำถกครม. บิ๊กป้อมทำบุญวัดชนะฯ ‘จุรินทร์’ฟุ้งเรตติ้งขยับ เปิด33ผู้สมัครชิงกทม.
‘หมอชลน่าน’ เผยเพื่อไทยเตรียมเคาะชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 จ่อเสนอกก.บห. พรรคตัดสิน-จัดอันดับ ยัน‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ มีชื่อแน่ ก้าวไกลปลื้มกระแสตอบรับใต้-อีสาน ‘พิธา’ เตรียมนำทัพลงพื้นที่นครศรีฯ กระบี่ ภูเก็ต 11-12 มี.ค. ภูมิใจไทยโวยพรรคใหญ่เคลมนโยบายพักหนี้ 3 ปี ปลอดดอกเบี้ย แฟนคลับโล่ง ‘ตู่’ ออกโรงพยาบาล กลับบ้านแล้ว นำประชุม ครม.ตามปกติ ‘ป้อม’ ทำบุญวันมาฆะ วัดชนะสงคราม ปลื้มเสียงเชียร์นั่งนายกฯ 8 มี.ค. ยกคณะลุยอยุธยา-สระบุรี ติดตามบริหารจัดการน้ำ พบปะประชาชน ปชป.เปิดตัว 33 ว่าที่ผู้สมัคร กทม. จุรินทร์ชี้เรตติ้งจากคนกรุงกำลัง คืนมา แฟนคลับอวยพรให้ได้เป็นนายกฯ
‘บิ๊กฉัตร’เยี่ยม‘ตู่’
วันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารสมเด็จย่า 90 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พักรักษาตัวจากอาการมือขวาอักเสบ เป็นวันที่ 3 เพื่อให้ยาปฏิชีวนะ โดยด้านล่างอาคารยังมีสื่อมวลชนรอติดตามอาการของพล.อ. ประยุทธ์ อย่างใกล้ชิด
เวลา 08.35 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว. อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 12 ของพล.อ.ประยุทธ์ เข้าเยี่ยมอาการป่วย ประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับ นอกจากนี้ ระหว่างนายกฯ พักรักษาอาการป่วยที่ร.พ. ยังมีบุคคลที่ทราบข่าวอาการป่วย ส่งแจกันดอกไม้มาเยี่ยม อาทิ นายวิรัตน์ เกสสมบูรณ์ ส.ว. โดยไม่มีรัฐมนตรี หรือบุคคลอื่นๆ มาเยี่ยมเพิ่มเติม เนื่องจากแพทย์แจ้งงดเยี่ยม
ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
เวลา 09.37 น. พล.ต.ธำรงโรจน์ เต็มอุดม ผอ.ร.พ. เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝากให้ลงมาแจ้งสื่อมวลชนว่า เย็นถึงค่ำวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางกลับแล้ว และฝากขอบคุณประชาชนที่เป็นห่วง ส่วนอาการบวมที่มือของพล.อ.ประยุทธ์ ตอนนี้เรียบร้อยดี ดีทุกอย่าง และขณะนี้ได้ย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้นปกติแล้วแต่ยังงดเยี่ยม
มีรายงานว่า ช่วงพักฟื้น พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยกับนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ที่ติดตามเฝ้าอาการอย่างใกล้ชิดก่อนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ขณะที่การประชุมครม. 7 มี.ค. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมตามกำหนดการเดิม ยังไม่มีเปลี่ยนแปลง

ออกร.พ. – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ส่งยิ้มทักทายสื่อมวลชน ขณะออกจากร.พ.พระมงกุฎเกล้า หลังเข้ารับการรักษาอาการมือขวาอักเสบ และแอดมิตอยู่ โรงพยาบาลนาน 3 วัน เมื่อวันที่ 6 มี.ค.
ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ
เวลา 17.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินกลับออกจากโรงพยาบาล ทันทีที่ออกจากลิฟต์ยิ้มและโบกมือทักทายสื่อมวลชน โดยมี พล.ต.ธำรงโรจน์ และคณะแพทย์ ลงมาส่ง เป็นที่สังเกตเห็นว่ามือขวายังใส่เฝือกอ่อนอยู่ แต่อาการบวมที่มือลดลงมาก ขณะที่หลังมือซ้ายยังเสียบเข็มสำหรับให้ยาอยู่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงอาการมือขวาอักเสบว่า “ดีขึ้นแล้ว ขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณทุกคนนะที่มาเฝ้ากันทุกวัน ก็ต้องกลับไปพักฟื้น หมอและพยาบาลดูแล อย่างดี ดูแลดีมาก ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจทุกวัน พรุ่งนี้เจอกัน”
เมื่อถามว่าจะเดินทางไปประชุมครม. 7 มี.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ พยักหน้ากล่าวว่า “ไปๆ ต้องไปทำงานนะจ๊ะ ยังมีงานอยู่” เมื่อถามว่าแพทย์แจ้งอาการติดเชื้อเป็นเพราะอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นอะไร หมอแถลงไปแล้ว เมื่อ ถามว่า ไม่มีอาการอย่างอื่นแทรกซ้อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูแลนิดหน่อย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นรถยนต์ ส่วนตัว เปิดกระจกโบกมือลาสื่อมวลชนและทำท่าไอเลิฟยู ก่อนกลับ

ทำบุญ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปทำบุญที่วัดชนะสงครามฯ เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมีแฟนคลับมาร่วมขอถ่ายรูปด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 6 มี.ค.
ป้อมทำบุญวัดชนะ-ปลื้มคนเชียร์
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และคณะ เดินทางไปทำบุญที่วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร เนื่องในวันมาฆบูชา โดยนำพวงมาลัยไหว้ศาลสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท และกราบสักการะพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ พระประธานประจำพระอุโบสถ วัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร จากนั้นถวายสังฆทานแด่เจ้าคุณพระพิศาล กิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร
โดยประชาชนที่มาร่วมทำบุญได้ขอ ถ่ายรูป ส่วนพ่อค้าแม่ค้าอวยพรให้พล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 และเชียร์ให้สู้ๆ หลังเสร็จภารกิจทำบุญ พล.อ.ประวิตรเดินทางไปที่ ร้านปาท่องโก๋คาเฟ่ ร้านดังย่านบางลำพู ก็มีแฟนคลับมาขอถ่ายรูปพร้อมให้กำลังใจ และเชียร์ให้เป็นนายกฯ ทำให้พล.อ.ประวิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส และกล่าวขอบคุณอย่างเป็นกันเอง
8 มี.ค.ลุยอยุธยา-สระบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่าย 8 มี.ค. พล.อ.ประวิตรมีกำหนดการลงตรวจราชการที่ จ.อยุธยา และ จ.สระบุรี โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รอง หัวหน้าพปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ฐานะรองหัวหน้า พปชร. ร่วมลงพื้นที่
โดยเวลา 14.10-15.10 น. พล.อ.ประวิตรตรวจติดตามแผนบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง และแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.อยุธยา ที่วัดสะตือพุทธไสยาสน์ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ พร้อมกล่าวมอบนโยบาย และพบปะประชาชน จากนั้นเวลา 15.10-15.30 น. เดินทางจาก อ.ท่าเรือ ไปยัง ร.ร.วัดขอนชะโงก (เขียววิมลราษฎร์อุปถัมภ์) อ.หนองแค จ.สระบุรี ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำของ จ.สระบุรี ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสระบุรี อ.หนองแค กล่าวมอบนโยบาย และพบปะประชาชน
วิดีโอคอล-ใจถึงพึ่งได้
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่เย็นวันที่ 5 มี.ค. ขณะที่ นายพลวัตร บรรดาศักดิ์ หรือ ส.จ.บอย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 5 พปชร. ร่วมกับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี พปชร.พื้นที่ใกล้เคียงเปิดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนรุ่งเรืองวิทยา 96 ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด ชี้เเจงนโยบายพรรค เช่น เพิ่มเงินใน บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐเป็น 700 บาท/เดือน, การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุตั้งเเต่ 60 ปีขึ้นไป ตามขั้นบันไดสูงสุด 5,000 บาท/เดือน, การแก้ไขปัญหาที่ดินเเละเเหล่งน้ำ, งบการดูเเลสตรีขณะตั้งครรภ์ เดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 5 เดือน เเละงบอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตร เดือนละ 3,000 บาท จำนวน 6 ปี
เพจ “FC ลุงป้อม” ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ พล.อ.ประวิตร วิดีโอคอลเข้ามายังเวทีปราศรัย โดยเชื่อมต่อภาพ พล.อ.ประวิตร ขึ้นจอบนเวที ทักทายกับประชาชนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยด้วย
เมื่อ พล.อ.ประวิตร วิดีโอคอลเข้ามา ประชาชนต่างปรบมือและส่งเสียงเชียร์ว่า “เรารักลุงป้อม” เป็นระยะๆ พล.อ.ประวิตร ได้ทักทายด้วยสีหน้าสดใสว่า “ขอบคุณ ทุกกำลังใจ ทุกคนที่มอบให้ผม ขอให้มีความสุข ผมจะไม่ลืม เเละจะดูเเลทุกคน ที่เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐ ผมใจถึงพึ่งได้นะครับ”

บุกตลาด – นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ คณะกรรมการประสานงานฯ ร่วมด้วย อ๋อม- สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. กทม. เขตประเวศ น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางคอแหลม-ยานนาวา หาเสียงที่ตลาดชุมชนสุดประเสริฐ เขตบางคอแหลม
พท.เตรียมเคาะแคนดิเดตนายกฯ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ต้องการให้ประกาศตัวแคนดิเดตนายกฯของพท.ว่า กำลังประมวลและเตรียมเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนของพรรค ต่อ กก.บห.พรรค เนื่องจากมีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯมากกว่า 3 รายชื่อ จึงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะเรียงลำดับอย่างไร คาดจะนำเข้าสู่การพิจารณาใกล้ช่วงมีการยุบสภา
เมื่อถามว่าที่แน่ๆ มีชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพรรค พท.ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ฟังเสียงจากประชาชนแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น
ยังกั๊ก‘สมศักดิ์’คืนรัง
เมื่อถามกรณี กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้พื้นที่เป้าหมายของพท.ลดลง ไปเพิ่มที่ภาคใต้ หัวหน้าพท.ยอมรับว่า พื้นที่ที่เรามีความเข้มแข็งในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย เกิดผลกระทบ และไปเพิ่มในภาคใต้ เมื่อดูผลตอบรับ พบว่าเรามีกระแสเพิ่มขึ้นไม่ว่าภาคไหนก็ตาม ฉะนั้นเรามีโอกาสอยู่ เมื่อถามว่า จะมีปัญหาเรื่องการวางตัวผู้สมัครหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า จริงๆ พื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง เราจัดตัวผู้สมัครไว้ครบหมดแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนรับฟังความเห็น และประกาศชื่อกับ กก.บห.พรรคเท่านั้น หากมีผลกระทบก็จะไปดูว่า ว่าที่ผู้สมัครพื้นที่ไหนไม่มีเขตเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่จะให้ขึ้นบัญชีรายชื่อ
เมื่อถามว่าก่อนยุบสภาจะมีบ้านใหญ่และบิ๊กเนมเปิดตัวเข้าพรรคเพิ่มหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะเปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีประกาศยุบสภา เมื่อถามถึงข่าวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.จะมาเข้าร่วมกับพท. นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ต้องรอการตัดสินใจครับ แม้ขณะนี้จะเป็นช่วงปิดสมัยประชุมแต่อายุสภายังอยู่ ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์หน้า ซึ่งก็น่าจะเห็นทั้งหมด” เมื่อถามว่า แสดงว่านายสมศักดิ์มีโอกาสมาร่วมงานกับพท. แน่ๆ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องรอฟังและรอดู กก.บห. ไม่สามารถประกาศอะไรได้
กก.ปลื้มทัวร์อีสานเสียงตอบรับดี
ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค กล่าวถึงการหาเสียงของพรรคก้าวไกลในช่วงที่ผ่านมาว่า ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว แกนนำสำคัญของพรรคลงพื้นที่หาเสียงในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน คือ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี ได้รับการตอบรับดีมากจากประชาชน พี่น้องชาวอีสานเชื่อว่า ก.ก.จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง และเชื่อว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค จะเป็นนายกฯแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่พาประเทศไทยกลับไปสู่จุดเดิม
นอกจากการเปิดตัวแกนนำ อดีตพรรคอนาคตใหม่ อย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เป็นผู้ช่วยหาเสียงของ ก.ก.แล้ว ในพื้นที่อื่นๆ ก็มีแกนนำพรรคลงพื้นที่เช่นกัน เช่นตนลงพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และชุมพร ประชาชนภาคใต้สะท้อนว่าต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเพราะ ที่ผ่านมาเลือกกี่ครั้งก็ได้ผลเหมือนเดิม รู้สึกเบื่อหน่ายการเมืองแบบอดีต ดังนั้นเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงคงไม่พัดไปที่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ที่ภาคใต้ก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วย
ส่วนสัปดาห์นี้แกนนำพรรคจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 11-12 มี.ค.นี้ นายพิธาจะเดินสายลงพื้นที่ภาคใต้และ เปิดตัวนโยบายสุขภาพ ที่จ.นครศรีธรรมราช กระบี่ และภูเก็ต ขณะเดียวกัน วันที่ 12 มี.ค. จะเปิดตัวนโยบายและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต
ภท.ฉะก๊อบนโยบายพักหนี้
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมข้อความระบุ อย่าลักไก่ก๊อบปี้นโยบาย ตอนนี้ทุกพรรค ต่างก็นำเสนอนโยบายหาเสียงแล้ว ภท. ก็เช่นกัน นโยบายของเรามีความชัดเจนและนำเสนอมานานหลายเดือน มีอะไรบ้าง ให้ไปดูตามป้ายหาเสียง ทั้งพักหนี้ 3 ปี พักต้น ปลอดดอก, ศูนย์ไตเทียมทุกอำเภอ, เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ต้องมีทุกจังหวัด, นโยบาย กินดี อยู่ดี ให้สิทธิ์ติดตั้งโซลาร์รูฟลดค่าไฟ-ได้สิทธิ์ผ่อน ซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าราคาประหยัด, กรมธรรม์ประกันชีวิตผู้สูงอายุ, นโยบายเกษตรร่ำรวย-เกษตรพันธสัญญา ฯลฯ เราติดป้ายชัดเจน เห็นในทุกพื้นที่
ทุกนโยบายผ่านการคิดวิเคราะห์จากทีมวิชาการที่มาจากทั่วทุกพื้นที่ กว่าจะมี 1 นโยบาย ใช้ทั้งความทุ่มเทและความพยายาม เพราะนโยบายเราต้องทำได้จริง ทำได้เร็ว และต้องไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน ที่สำคัญยังต้องสามารถช่วย ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยได้ แต่ล่าสุด มีบางพรรคลักไก่ก๊อบปี้นโยบายของเราบนเวทีหาเสียง ทีมงาน ส่งข้อมูลเป็นคลิปภาพว่า มีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งเอานโยบายเรื่องการพักหนี้ 3 ปี ไม่เกิน 1 ล้านบาท หยุดต้น ปลอดดอกเบี้ย ที่เราคิด ไปใช้หาเสียง ทั้งที่นโยบายนี้ ไม่เคยอยู่ในแผ่นป้ายหาเสียงของพรรคเขา แปลว่ากำลังเคลมนโยบายของเราไปใช้ แบบหลบๆ ซ่อนๆ ต้องปกป้องความพยายามของทีมงาน ภท. อดตาหลับ ขับตานอนคิดนโยบาย เราเสนอนโยบาย ให้ประชาชนเลือกเรา ไม่ได้เสนอให้บางคน บางพรรค เคลมไปใช้กันแบบดื้อๆ

เปิดตัวครบ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคปราศรัยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคอย่างเป็นทางการครบทั้ง 33 เขต ที่อาคาร กีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.
ปชป.คึก-เปิดตัว33ผู้สมัครกทม.
ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ร่วมงาน “รวมพลังประชาธิปัตย์ กทม.” ภายใต้แนวคิด “ประชาธิปัตย์= ประชาชน DEM FOR ALL” เพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไม่ได้มาร่วมงาน เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19
เมื่อนายจุรินทร์มาถึง ได้ทักทายประชาชนด้านนอก ที่พากันขอจับมือ และทักทาย พร้อมอวยพรให้นายจุรินทร์ สู้ๆ และตะโกนพร้อมกันว่าขอให้ได้ เป็นนายกฯ คนต่อไป ระหว่างทางเข้า นายจุรินทร์รับมอบมอบดอกไม้จากชาว กทม. แฟนคลับ ปชป. ขณะที่พรรคเริ่มต้นด้วยการเปิดเพลง “เช้าวันใหม่” บรรยากาศคึกคัก ประชาชนราว 5,000 คน ทยอยเข้ามานั่งเต็มอัฒจันทร์ ตั้งแต่เวลาก่อน 13.00 น. ส่วนมากเป็นกองเชียร์ของผู้สมัครที่ต้องการมาให้กำลังใจ
จุดยืน3ข้อ-ไม่ใช่พรรคฉก.
นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่าขอบคุณคน กทม.ที่ไม่เคยทิ้ง ปชป. จากที่ตนลงพื้นที่หลายคนบอกว่าขอโทษคราว ที่แล้วไม่ได้เลือก แต่เที่ยวหน้าเลือกแน่นอน แปลว่าจิตวิญญาณ ปชป.ในกทม.กำลังกลับคืนมา เลือกตั้งซ่อม 3 ครั้ง หลังสุดที่ผ่านมาพรรคได้รับชัยชนะ เสียงดีขึ้นตามลำดับ พรรคให้ความสำคัญกับกทม.เพราะนอกจากจะเป็นเมืองหลวง ยังเป็นลมหายใจของพรรคทุกคน วันนี้เราพร้อมสำหรับคนกทม. ทั้งคน นโยบายและจุดยืนของพรรคที่ยั่งยืนที่สุด เราเตรียมนโยบายเฉพาะในกทม.เสร็จแล้วแต่จะรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
พร้อมประกาศจุดยื่น3ข้อ 1.เป็นพรรคที่ไปข้างหน้าเพื่อเป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนในอนาคต ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ที่มาแล้วไป 2.เดินหน้าพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย 3 เสาหลัก ยึดมั่นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข ประชาธิปไตยสุจริต และ เป็นประชาธิปไตยที่พร้อมอิ่ม 3.ไม่เอา ธนกิจการเมือง ไม่เอาการเมืองที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะคือต้นตอของการถอนทุนคืน การคอร์รัปชั่น นำพาประชาธิปไตย ไปสู่หายนะ
นายสุชัชวีร์ เผยว่า นโยบาย กทม.จัดทำเสร็จแล้วขอให้อดใจรอ อย่างน้อยเราต้องเขาไปแก้ไขให้คน กทม.คือ อากาศต้องบริสุทธิ์ และปัญหาน้ำท่วม

งานปอเนาะ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ร่วมงาน “รำลึก 60 ปี ปอเนาะพ่อมิ่ง” ยกย่องเป็นสถาบันทางความรู้ที่สร้างคน ด้วยยุทธศาสตร์สร้างเด็ก สร้างครู สร้างชุมชนและสร้างชาติ ในงานรำลึก 60 ปี โรงเรียนวัฒนธรรมอิสลาม อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
‘โรม’มั่นใจชนะคดี-ส.ว.ฟ้องหมิ่น
วันที่ 6 มี.ค. ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค ก้าวไกล แถลงกรณีถูกนายอุปกิต ปาจรียางกูร ส.ว. ฟ้องตนข้อหาหมิ่นประมาท จากการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนได้รับคำฟ้องจากนายอุปกิตแล้ว ซึ่งมีข้อหาหมิ่นประมาทเป็นข้อหาหลัก ตนไม่ได้หวาดกลัว และมีความมั่นใจว่าสามารถชนะได้อย่างแน่นอน เพราะคือการทำหน้าที่ของผู้แทนและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตนมีหลักฐานและพยานจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในการถูกฟ้องเช่นนี้ หมายความว่ายังสามารถใช้กลไกของศาลในการเรียกพยานต่างๆ เพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วน
เบื้องต้นจะไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 1 พ.ค.นี้ และในวันที่ 8 มี.ค. ตนจะยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เนื่องจากตำรวจสืบสวนไปขอหมายจับ นายอุปกิต เมื่อ 3 ต.ค.2565 ผู้พิพากษาพิจารณาอนุมัติหมายจับตามกระบวนการ แต่บ่ายวันเดียวกันมีการเพิกถอนหมายจับ และจะยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ซึ่งตามกฎหมายอัยการสูงสุดต้องเข้ามา เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงกรณีทุนจีนเทาหรือตู้ห่าวก็จะร้องต่ออัยการสูงสุดด้วย
ชงครม.วันนี้เพิ่มเงินให้อสม.
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการเสนอเพิ่มค่าป่วยการ อสม.จาก 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท ว่า สธ.จะเสนอเรื่องนี้เข้าครม.ในวันที่ 7 มี.ค.นี้แล้ว พร้อมเสนอขอเพิ่มจำนวนอสม.บัญชี 2 ซึ่งสมัครเข้ามาใหม่ประมาณ 35,000 คน แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน เนื่องจากติดกรอบจำนวนอสม.ที่อนุมัติให้ได้ ค่าตอบแทนเพียง 1,050,000 คน ดังนั้น หากครม.เห็นชอบก็จะสามารถจ่ายค่าป่วยการอัตรา 2 พันบาท ได้ในปีงบประมาณ 2567 หรือต.ค.2566 ซึ่งจะครอบคลุมอสม. ทุกคน แม้ว่าวันนี้ อสม.สูงวัยหรือป่วยอาจจะทำงานได้น้อยลง แต่เป็นคนที่ทำงาน มาตั้งแต่ยุคแรกที่ไม่เคยได้รับค่าตอบแทนอะไรเลย จึงต้องดูแลกัน แต่ก็ให้นโยบายว่า หากคนที่ทำงานมาเกิน 10 ปี สมัครใจลาออกก็จะมีเหรียญเชิดชูเกียรติให้
เมื่อถามว่าจะถูกมองเป็นประชานิยมหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่พูดกันมานานแล้ว เพียงแต่เป็นเรื่องช่วงเวลามากกว่า ก่อนหน้านี้ อสม.ได้ 1 พันบาท ต่อมาในช่วงโควิด-19 มีการเพิ่มพิเศษ รวมเป็น 1,500 บาท ขณะเดียวกันก็มีการตั้งฌาปนกิจสงเคราะห์ (ฌกส.) เพื่อสร้างความมั่นคงให้ อสม. หักเดือนละประมาณ 300 บาท เข้ากองทุน ดังนั้น หลังพ้นโควิดแล้ว ค่าป่วยการก็กลับมาที่ 1,000 บาท ถ้าหักค่า ฌกส. จะเหลือน้อยมาก รมว.สธ.และตนจึงผลักดันเพิ่มค่าป่วย
“เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งมาทำ แต่ถ้าจะมองว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่ ถ้าอะไรที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ก็เป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่เราไม่ได้เสนออะไรที่เป็นภาระงบมาก เพราะครม.ก็รับทราบจากสภาพัฒน์ว่า การจ่ายเงินรายหัวให้กลุ่มก้อนต่างๆ ของรัฐบาลนั้น ความคุ้มค่ามากที่สุดอยู่ที่ อสม.” นายสาธิตกล่าว