ให้เพิ่มเป็นเดือนละ2,000บ. ‘บิ๊กตู่’ ใจสู้-ใส่เฝือกทัวร์ตจว. ส่งซิกถกครม.อีกแค่1-2ครั้ง สมศักดิ์โยนสุริยะชี้ทิ้งพปชร.
ครม.ไฟเขียวเพิ่มเงิน อสม.เป็นเดือนละ 2,000 บาท 3 พรรครัฐบาลรุมเคลมผลงาน ทั้งภท.-ปชป.-รทสช. ‘ตู่’ ใจสู้ สวมเฝือกอ่อนเข้าประชุมครม. ยันมืออักเสบไม่กระทบลงพื้นที่ 10 มี.ค.ตรวจงานแปดริ้วต่อด้วยสงขลาวันรุ่งขึ้น เปรยกับรัฐมนตรีพรรคร่วม ประชุมครม.อีก 1-2 ครั้ง ‘วิษณุ’ยันนายกฯ ยังไม่หารือพ.ร.ฎ.ยุบสภา ‘สมศักดิ์’ โยน‘สุริยะ’ ตัดสินใจ ทิ้งพปชร.หรือไม่ ‘อนุทิน’ ยันภูมิใจไทยไม่เสียขวัญ หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักหน้าที่ ‘ศักดิ์สยาม’ ไม่กระทบการหาเสียง ฝ่ายค้านเล็งยื่นเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งซ้ำ

กลับทำเนียบ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใส่เฝือกอ่อนมือขวาที่กำลังรักษาอาการบวม ขณะที่มือซ้ายยังติดเข็มให้น้ำเกลือ ระหว่างแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมครม. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 7 มี.ค.
ตู่คล้องอาร์มสะลิงถกครม.
เวลา 08.15 น. วันที่ 7 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจ โดยที่มือด้านขวาคล้อง ARM SLING หรือสายคล้องแขนสีดำประคองกระดูกและกล้ามเนื้อแขน ขณะที่บริเวณมือด้านซ้ายยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะสายฉีดยาติดอยู่ โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าที่สดชื่นมากขึ้น
ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งทำงานที่โต๊ะทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า โดยพล.อ.ประยุทธ์ใช้มือข้างขวาเซ็นเอกสาร ขณะยังใส่อาร์มสะลิง ส่วนหลังมือซ้าย ติดอุปกรณ์ทางการแพทย์
เมื่อลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกสันติไมตรี เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ยกมือซ้ายทักทายพร้อมพยักหน้าให้สื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อถามว่ายังปวดแผล ตึงแผลอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์โชว์มือด้านซ้ายที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดอยู่ กล่าวว่า “ยังปวดแผลนิดหน่อย ยังมีอาการตึง แต่มันก็ดีขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องทำงานนะ งานมันเยอะ แตงค์กิ้ว”
ยันป่วยไม่กระทบลงพื้นที่
เวลา 13.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานประชุมครม. ถึงอาการป่วยจากมือข้างขวาติดเชื้อว่า ไม่เป็นอุปสรรคการลงพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ยังใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ติดอยู่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร คณะทำงานคงปรับให้เหมาะสมเนื่องจากตนยังมีแผลอยู่ ต้องระมัด ระวังเรื่องความสะอาดเพราะแพทย์เตือนเรื่องการติดเชื้อ คาด 2 สัปดาห์จะถอดอุปกรณ์ เฝือกอ่อนต่างๆ ออก และใช้ชีวิตตามปกติได้
“การบวมลดน้อยลง แต่ยอมรับยังเพลียๆ บ้างเพราะนอนไม่ค่อยหลับ ผมไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เคยไปรักษาสมัยก่อนที่ทำการโดดร่มและเจ็บกระดูกคอเล็กน้อย ไปนอน ให้หมอดู 2-3 วัน หลังจากนั้นเท่าที่จำได้ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย ขณะนี้ยังต้องให้ยาฆ่าเชื้อ อยู่ทุกวัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่าอาการป่วยกระทบการลงพื้นที่โดยเฉพาะการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แพทย์บอกไม่เป็นอะไร เพียงแต่ต้องระมัดระวัง อย่าตรากตรำและอย่าใช้มือมาก ขอให้พักแขนบ้าง ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง
ยัน 10 มี.ค.ลงพื้นที่แปดริ้ว
“แผนการลงพื้นที่คิดว่าไม่กระทบอะไร การเมืองก็คือการเมือง งานราชการก็คืองานราชการ ผมก็ทำทั้งงานราชการและงานการเมือง ซึ่งไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ต้องไปพบประชาชนด้วย พื้นที่ไหนไปได้ก็ไป เพียงแต่ต้องระมัดระวังตัวเองไว้หน่อย ต้องขอบคุณประชาชนที่เวลาลงพื้นที่ไปก็มาหาจำนวนมาก ผมอยากลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน อยู่แล้ว 10 มี.ค.ยังมีกำหนดไปจ.ฉะเชิงเทรา เช่นเดิม ส่วน จ.ยะลา นราธิวาส และสงขลา กำหนดการคงยังอยู่เช่นเดิม ไม่ได้เป็นอะไร ถ้าไปได้ต้องไปอยู่แล้ว เพราะนัดกันไว้แล้ว ไม่ต้องห่วงก็มีคนดูแล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าจับปากกาได้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เซ็นได้แล้ว ได้ซ้อมเซ็นมาเพราะเมื่อ 6 มี.ค.ยังล็อกอยู่ วันนี้เซ็นสวยกว่าเดิม เมื่อถามว่าได้เตรียมไว้เพื่อเซ็นยุบสภาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า เฮ้ย! ไม่ต้องลอง ที่ทดลองเซ็นเพราะบางอย่างต้องส่งต่อไป นายกฯ จำเป็นต้องเซ็นลงนามทั้งหมดทุกเรื่อง
14 มี.ค.ยังมีประชุมครม.
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในวันยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใกล้งวดลงทุกที นี่คือความคืบหน้าแล้ว ส่วนจะเป็นวันไหนยังไม่รู้ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯ ระบุจะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ท่านบอกว่าแล้วแต่
เมื่อถามว่าอังคารที่ 14 มี.ค. ยังมีประชุม ครม.ปกติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “คิดว่ายังเป็นเช่นนั้นอยู่ ยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณา อีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่และเรื่องที่ติดค้างอยู่ อยากให้ภาระต่างๆ โดยเฉพาะ สิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนได้จบลงไป เรื่องการยุบสภา การเลือกตั้ง การหาเสียง เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะทุกวันนี้ทุกคนหาเสียงกันอยู่แล้ว ซึ่งได้หารือกันแล้ว ทุกคนบอกว่าพร้อมจะร่วม กับนายกฯ แก้ไขปัญหาให้ประชาชนช่วงนี้ ไปพลางๆ ก่อน หลังจากนี้เป็นเรื่องของการลาราชการบ้าง อะไรบ้าง
ปัดพรรคร่วมหาเสียงงัดกัน
เมื่อถามถึงการกระทบกระทั่งกันในการหาเสียงระหว่างพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่เห็นมีอะไร ผมได้ถามท่าน (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป.) เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน บางครั้งเอาไปพาดพิงกันไปมา เดี๋ยวก็มีเรื่องจนได้ ผมก็ถามหัวหน้าพรรคท่านบอกว่าไม่มี ถือว่าจบ และขอไม่ย้อน กลับไปว่าใครจะเป็นคนพูดอะไร”
เตรียมลงสงขลา 12 มี.ค.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ แข็งแรงดี ไม่มีผลต่อการเดินสายปราศรัยหรือลงพื้นที่ แต่คงต้องปรับกันนิดหน่อยไม่ได้มีผลกระทบมาก วันนี้นายกฯ ใจยังสู้ กำหนดการลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา 10 มี.ค. ยังคงมีอยู่ และ 11 มี.ค. มีกำหนดการไปสงขลา
การลงพื้นที่พบประชาชนส่วนหนึ่งสับสน ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ รทสช. เพราะป้ายหาเสียงรูปคู่ผู้สมัครเพิ่งทำออกไป จะเร่งให้ขึ้นป้ายคู่ ไปที่ไหนคนก็ถามถึงลุงตู่ ผลโพลต่างๆ สะท้อนตัวนายกฯมาอันดับ 1 หลายพื้นที่ แต่ รทสช.อยู่อันดับ 2, 3 ต้องปรับให้ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์กับพรรคเป็นหนึ่งเดียว ให้ประชาชนรู้ว่าถ้าเลือกลุงตู่ต้องเลือก รทสช. ทั้งคนและพรรค
นายเจือ ราชสีห์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1 สงขลา รทสช. กล่าวว่า วันที่ 11 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่จ.สงขลาเพื่อตรวจราชการ ตนในฐานะผู้แทนของชาวสงขลา ต้องขอขอบคุณนายกฯ แม้ว่ามีปัญหาด้านสุขภาพควรจะ พักผ่อน แต่นายกฯ มีความตั้งใจมาเยี่ยมชาวสงขลา จุดที่ 1.ตรวจปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล อ.ระโนด 2. โรงพยาบาลสงขลา หลังเก่าในเขต อ.เมือง ประชาชนอยากให้ปรับปรุง จุดที่ 3.ดูความเป็นไปได้ในการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.เมืองสงขลา กับอ.สิงหนคร
วิษณุยันนายกฯไม่ได้คุยวันยุบสภา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุมครม. นายกฯ พูดคุยอาการป่วยหรือไม่ว่า มีรัฐมนตรีหลายคนสอบถาม ซึ่งนายกฯ ตอบเป็นส่วนตัว สำหรับตนถามนายกฯ ว่า ยังเซ็นชื่อได้อยู่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่าเซ็นได้
เมื่อถึงกระแสข่าวยุบสภา 20 มี.ค. นายวิษณุ กล่าวว่า ในครม.ไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้เลย อยู่ที่นายกฯ ตนไม่ควรพูด ตนไม่รู้จริงๆ เมื่อถามว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ต้องใช้เวลา จะทำให้วันเลือกตั้งขยับเป็น 14 พ.ค.หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ กกต.กำหนด ให้นับระยะเวลาให้ได้ ไม่น้อยกว่า 45 วัน ไม่น้อยกว่า 60 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
เมื่อถามว่า 7 พ.ค.หรือ 14 พ.ค. เหมาะกว่ากัน นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ยุบสภาวันไหน เดิมที่คิดว่าเลือกตั้ง 7 พ.ค. อยู่บนสมมติฐานที่คิดว่าได้เวลา 60 วัน แต่ถ้าไปถึง 14 พ.ค. ต้องดูว่าอยู่ในกรอบเวลาหรือไม่ แต่ต้องอยู่บนหลักเลือกตั้งวันอาทิตย์ เมื่อถามว่าหากยุบสภา 20 มี.ค. เลือกตั้ง 14 พ.ค. เป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้เพราะอยู่ในกรอบ เมื่อถามว่า ระหว่างสุดสัปดาห์ที่หยุดติดต่อกัน 4 วัน กับสุดสัปดาห์ที่หยุด 2 วัน จะได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า กกต.บอกแล้วว่าไม่มีผลได้เสีย และไม่แตกต่างกันในการจัดเลือกตั้ง และนายกฯ ยังไม่ได้มาหารือ เรื่องการออก พ.ร.ฎ.ยุบสภา คงรอให้แขน หายก่อน
ป้อมคุยตู่ตลอด-ผมก็เจ็บเท้า
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามได้ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรบ้างต่ออาการป่วย ว่า “เขาเจ็บ ผมก็เจ็บ เจ็บที่เท้า” เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุยกันอยู่ตลอด ถามอะไร ก็ไม่รู้
เมื่อถามกรณี พท.ให้ติดตามความเคลื่อนไหว ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์ พปชร.อาจไปอยู่กับพท.ว่า ไปถามเขาดู เมื่อถามว่าหากนายสมศักดิ์ ไปอยู่พท.จริง จะเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ถ้าไปก็ไป” เมื่อถามว่าจะกระทบ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ยังไม่เจอกับผม” เมื่อถามว่าได้คุยกับนายสมศักดิ์ แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่มี จะมาถามอะไร”
สมศักดิ์ชี้ย้ายพรรคขึ้นกับสุริยะ
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนทางการเมืองของกลุ่มสามมิตร ว่า มอบหมาย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการเพราะเสียงดังกว่าตน ไปไหนก็ไปด้วยกัน ที่ผ่านมาต้องรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ ตอนนี้หมดหน้าที่แล้ว จะไปไหนมาไหน ได้ หรือไม่ไปก็ได้จบแล้ว เมื่อถามว่าจะไปลา พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา
เมื่อถามว่าการเป็นรัฐบาลย่อมดีกว่า การเป็นฝ่ายค้าน นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถูกต้อง ทุกคนต้องการเป็นรัฐบาล เมื่อเป็นไม่ได้ก็ต้องไปตามอุดมการณ์ “แต่ผมถนัดเป็นรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน” เมื่อถามว่าพรรคที่จะย้ายไปมั่นใจหรือไม่จะได้เป็นรัฐบาล นายสมศักดิ์หัวเราะ พร้อมตอบว่า “ผมตอบไม่ได้ว่าจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ แต่ต้องบอกว่าผมไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ในขณะที่เป็นส.ส.”
อนุทินขอบคุณตู่ห่วงศักดิ์สยาม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงอาการป่วยของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ทราบข่าวจากสื่อก็เป็นห่วงและได้เขียนข้อความไปเยี่ยมแล้ว เข้าใจดีเคยป่วยต้องนอนพักเยอะๆ หากรับแขกเยอะจะไม่ค่อยหาย โดยช่วงบ่าย 4 มี.ค.นายกฯ โทรศัพท์มาหาตน เพราะเป็นห่วงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการ ภท. และสอบถาม ภท.เป็นอย่างไรบ้าง โอเคไหม จึงตอบไปว่าโอเคทุกอย่างและได้กราบขอบพระคุณ นายกฯ ไม่ได้บอกว่าโทร.มาจากโรงพยาบาล มารู้ภายหลังจากเห็นข่าว จึงไลน์ไปกราบขอโทษ ขอให้หายไวๆ เพราะตอนที่คุยโทรศัพท์ไม่ได้สอบถามเรื่องอาการป่วยเลย
ยันภท.ไม่เสียขวัญ
ส่วนนายศักดิ์สยาม ถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ก็คงใช้เวลาจากนี้ ทำหน้าที่เลขาฯพรรคอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าสมาชิก ภท.เสียขวัญหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ใกล้เลือกตั้งแล้ว เหลือเพียง 2 สัปดาห์สุดท้าย แต่ในพรรคไม่มีใครเสียขวัญ ในชีวิตที่ผ่านมามีเรื่องขวัญหนีดีฝ่อกว่านี้เยอะ แค่นี้ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง ภท.เจอหลายเรื่อง นายอนุทินกล่าวว่า ในพรรคคุยกันและแสดงว่ามีเรื่องอะไรที่ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่า เป็นเรื่องที่ตรงใจประชาชน ถ้าปล่อยไป ภท.จะได้คะแนนมากขึ้น จึงต้องสกัดไว้ก่อน เมื่อถามว่าเป็นการเตะตัดขาก่อนเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ก็ ภท.ทำงานเยอะมากและเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งนั้น ผลงาน จับต้องได้หมด ทำได้เร็ว
เมื่อถามว่างานในกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม จาก พปชร. รับผิดชอบ จะมีปัญหาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีปัญหา พอเป็นรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำอะไรได้เยอะ ส่วนใหญ่งานในทาง ปฏิบัติจะอยู่ที่ปลัดกระทรวงมากกว่า
ไม่กระทบการหาเสียง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยว และกีฬา รองหัวหน้า ภท. กล่าวว่า ส.ส.พรรคไม่ได้กังวล เพราะนายศักดิ์สยาม มั่นใจว่า สิ่งที่กระทำมาไม่ได้ผิดอะไร และเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค และขอให้สบายใจได้ เมื่อถึงเวลา 15 วัน ก็จะไปชี้แจง ภท. ยังเดินหน้าต่อไปแน่นอนและเดินหน้าตลอด
นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายศักดิ์สยามสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร เลขาฯ พรรคเป็นคนเข้มแข็ง เชื่อว่าไม่กระทบกับการหาเสียงของพรรค ในช่วงใกล้เลือกตั้ง
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้า ภท. กล่าวเช่นกันว่า เลขาฯ พรรคสบายดี และไม่กระทบการหาเสียง ทุกคน ในพรรคกำลังใจดี มีความฮึกเหิมมาก
ฝ่ายค้านลุยยื่นเพิกถอนสิทธิ
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส. 1 ใน 10 หรือประมาณ 40 คน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพส.ส. ของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงและให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กรณีอาจละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 จากการถือครองหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ว่า ขณะนี้ได้ร่างคำร้องเสร็จแล้วอยู่ระหว่างการตรวจทาน และประสานไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะส่งร่างคำร้องไปให้อ่านรายละเอียด จากนั้นแต่ละพรรคจะนัดส.ส. ที่ยังอยู่ในพื้นที่ กทม.มาเซ็นชื่อ ก่อนรวบรวมและตรวจสอบความเรียบร้อยตามขั้นตอน จากนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะรวมตัวกันไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง คาดว่าศุกร์ที่ 10 มี.ค. หรือจันทร์ที่ 13 มี.ค. จะยื่นคำร้องต่อศาลได้

ทีม ศก.เพื่อไทย – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมประชุมนัดแรกกับทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย โดยมีนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริยเดช นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ร่วมหารือ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.
ถกนัดแรก-ดรีมทีมศก.พท.
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค กรรมการเลขานุการ และโฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจคพท. กล่าวว่า วันนี้ได้ประชุม นำโดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธาน พร้อม นายเศรษฐา ทวีสิน นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ นายศุภวุฒิ สายเชื้อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษา หารือถึงนโยบายเศรษฐกิจที่ใช้สำหรับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท นโยบายด้านการบริหารจัดการหนี้ ของประชาชน นโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล นโยบายเขตธุรกิจใหม่ นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์ เพาเวอร์ นโยบายด้านการเกษตรแบบครบวงจร
ยังหารือกรอบสำคัญการกำหนดทิศทางประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ทิศทางการสร้างงาน การค้าระหว่างประเทศ รวมถึงจุดยืนด้านข้อตกลงทางการค้าภาคการเกษตรเพื่อความมั่งคั่งของเกษตรกร ภาคบริการด้านสุขภาพเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ความมั่นคงทางการคลัง การดึงดูดแรงงานทักษะสูงและการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ เป็นต้น และยังวางกรอบการทำงานและเป้าหมายของคณะกรรมการ ที่ประชุมแบ่งบทบาทหน้าที่การทำงานเชิงรุก ในการเข้าแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงนโยบาย กับตัวแทนภาคเอกชน รวมถึงสมาคมและ สมาพันธ์ภาคเอกชนต่างๆ อีกด้วย

เปิดศูนย์ – นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ ร่วมในพิธีเปิดศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา ของนายสรรเพชญ บุญญามณี ลูกชายนายนิพนธ์ ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต 1 เมื่อวันที่ 7 มี.ค.
ปชป.แย้งผลโพลสงขลาชูตู่
ที่ศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคและผอ.เลือกตั้ง ปชป. พร้อม นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้า ปชป.ดูแลภาคใต้ ร่วมเปิดศูนย์ดังกล่าวของนายสรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัครส.ส.สงขลา เขต 1 บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
นายนิพนธ์กล่าวว่า การเลือกตั้งประเทศไทย เป็นระบบรัฐสภาไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี หรือเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ระบบรัฐสภาของไทยเลือกส.ส. 400 เขต บัญชีรายชื่อ 100 สองระบบนี้รวมกัน 500 ที่นั่ง ใครรวมเสียงส.ส.ได้เกิน 250 คน จะได้เป็นรัฐบาล ดังนั้นโพลต้องลงไปให้ลึกว่า เขาเลือก ส.ส.เขต เลือกบัญชีรายชื่อ หรือเลือกพรรค บัตรเลือกตั้ง นายกฯ นั้นไม่มี จึงคิดว่าสิ่งที่ปชป.ทำมา ขณะนี้ล้ำหน้าที่สุดคือ เราจัดปราศรัยและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน อาจมีพี่น้อง ประชาชนที่ยังไม่เข้าใจอยู่บ้าง หรือยังไม่รู้ว่าพรรคเคยทำอะไรในอดีต ซึ่งพรรคพยายามชี้แจงในเรื่องนี้ ยุทธศาสตร์ปชป. ขายความเป็นสถาบันทางการเมือง ขายผู้นำรวมหมู่ เราไม่ฝากความหวังไว้กับคนใดคนหนึ่ง ซึ่งจะเห็นว่าเราเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาเป็นคนที่ 8 แล้ว ปชป.ก็ยังอยู่ นี่คือความต่างจากพรรคอื่นจึงคิดว่ายุทธศาสตร์ของปชป.เดินมาถูกทางแล้ว
พปชร.โวเรตติ้งป้อมเมืองคอนพุ่ง
นายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช กก.บห.พปชร. กล่าวถึงพื้นที่เลือกตั้ง จ.นครศรีธรรมราช ที่เพิ่มมาอีก 1 เขตเลือกตั้ง รวมเป็น 10 เขตว่า ตอนนี้มีคนต้องการมาลงสมัครกับพปชร.จำนวนมาก เพราะนอกจากนโยบายและผลงาน ตลอด 4 ปี เป็นรูปธรรมโดนใจคนใต้ แม้กระแส พล.อ.ประวิตร จะไม่แรงเท่ากับพล.อ.ประยุทธ์ แต่การทำงานของพปชร.เป็นระบบ มีส.ส.ทำงานในพื้นที่ที่โดดเด่นชัดเจน โดยเฉพาะการนำงบมาลง ในพื้นที่ภาคใต้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
จากการลงพื้นที่จ.นครศรีฯ ของพล.อ.ประวิตร เมื่อ 4 มี.ค. เรตติ้งดีขึ้นมากกว่าเดิม เพราะประชาชนได้ใกล้ชิดกับความน่ารัก เป็นกันเอง และติดดิน ขณะที่นโยบายบัตรประชารัฐ หรือ “ป้อม 700” ประชาชนถูกใจ การแก้น้ำท่วมซ้ำซาก พปชร.มีส.ส.นครศรีฯ 4 คน ภายใต้การนำของพล.อ.ประวิตร การทำงาน 4 ส.ส. ตลอด 4 ปี นำงบลงไปในจังหวัดได้กว่าหมื่นล้านบาท จึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช จะได้ ส.ส.7-8 คน จากทั้งหมด 10 คน

She can change – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ร่วมถกวงเสวนา ‘She can change’ โดยมีตัวแทนภาคแรงงาน สตาร์ตอัพ ภาคธุรกิจ กลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ ร่วมเสวนา เพื่อเตรียมแถลงเปิดนโยบายไทยสร้างไทย เนื่องในวันสตรีสากล ที่พรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.
ครม.ไฟเขียวเพิ่มเงินอสม.-อสส.
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. แจ้งว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้เพิ่มค่าป่วยการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิมเดือนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน
นายอนุทินกล่าวขอบคุณ ครม.ที่อนุมัติการเพิ่มเงินค่าป่วยการครั้งนี้ให้สอดคล้องกับภารกิจของ อสม. และอสส.ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มี อสม.อยู่ 1,075,163 คน และ อสส. 15,000 คน รวม 1,090,163 คน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เผยหลังครม.ว่า ครม.เห็นชอบให้เพิ่มค่าป่วยการ อสม. และ อสส. จากเดิม 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ ที่จะนำไปพิจารณาในงบประมาณปี 2567
3 พรรคแย่งเคลมผลงาน
ทั้งนี้ หลัง ครม.อนุมัติเพิ่มเงินดังกล่าว มีความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค ภท.ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่คำกล่าวขอบคุณของนายอนุทิน ทันทีที่ ครม.มีมติ นายอนุทินเองก็โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงเรื่องดังกล่าวพร้อมระบุ “พูดแล้วทำ”
จากนั้นไม่นาน นายสาธิต รมช.สาธารณสุข ในโควตา ปชป.โพสต์เฟซบุ๊ก “ครม.อนุมัติให้เพิ่มค่าตอบแทน อสม.จาก 1,000 เป็น 2,000 บาท ตามที่ สธ.เสนอ เริ่มปีงบประมาณ 67 คือ ต.ค. 66” ซึ่งนายสาธิตโพสต์ ช่วงเวลาที่ ครม.เพิ่งอนุมัติ และยังประชุมวาระอื่น ไม่เสร็จสิ้น
เช่นเดียวกับ รทสช. โพสต์เฟซบุ๊ก เวลาประมาณ 16.00 น. ถึงมติดังกล่าวพร้อมภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และข้อความ “รัฐบาลลุงตู่ทำแล้ว ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าตอบแทน อสม. อสส.เดือนละ 2,000 บาทต่อคน” พร้อมสโลแกน “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ”
ตู่ส่งซิกถกครม. 1-2 ครั้ง
รายงานข่าวเผยว่า ระหว่างการพิจารณาเพิ่มค่าป่วยการ อสม. และ อสส. นายอนุทินชี้แจงว่า งบที่ใช้เป็นงบ 67 พวกเราอาจกลับมาเป็นรัฐบาลพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เสริมว่า ยูเอ็นเคยประเมินการทำงานของ อสม. เห็นว่าควรได้ค่าตอบแทนสูงกว่าการอนุมัติครั้งนี้ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อะไรดูแลได้ก็ดูแลไป เราเป็นรัฐบาลด้วยกัน ร่วมด้วยช่วยกัน
ตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ขอบคุณตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่มีความรัก ความสามัคคีกัน สบายใจที่ได้ทำงานร่วมกัน ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญ ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องรักสามัคคี เรื่องการเมืองคือเรื่องการเมือง ขอให้ทุกคนโชคดี”
พล.อ.ประยุทธ์ยังได้พูดกับแกนนำ พรรคร่วมรัฐบาลว่า อาจประชุม ครม.อีกครั้งสองครั้ง ขอให้เร่งผลักดันผลงานต่างๆ ออกมา แต่ไม่ได้ระบุถึงวันยุบสภาแต่ อย่างใด
ครม.ไฟเขียวเพิ่มเงินอสม.-อสส.
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบเพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิมเดือนละ 1,000 บาทต่อคน เป็นเดือนละ 2,000 บาทต่อคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 พร้อมมอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานอนามัย กรุงเทพมหานคร ตั้งคำของบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2567 รายการการจ่ายเงินค่าป่วยการให้แก่อสม.และอสส. ในส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 เป็นต้นไป ปัจจุบันมีอสม. 1,075,163 คน อสส. 15,000 คน คาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นในแต่ละปีงบประมาณ 13,081 ล้านบาท โดยนายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลต้องดูแลบุคลากร คนทำงานทุกภาคส่วน และต้องพัฒนาทุกระบบให้เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น
ทุ่ม8พันล.-67จว.ฟื้นฟูจากน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติ งบประมาณ 8,171 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างปรับปรุง ซ่อมแซมถนน แหล่งกักเก็บน้ำ หรือสิ่งสาธารณประโยชน์อื่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัย 67 จังหวัด จำนวน 2,765 โครงการ ครอบคลุมในระดับ อบจ. เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และอบต.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สำรวจข้อมูลถนน แหล่งกักเก็บน้ำ หรือสิ่งสาธารณ ประโยชน์อื่น ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับความเสียหายจากสาธารณภัย หรือที่มีความประสงค์ที่จะดำเนินการก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ซ่อมแซมถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต หรือ ยางมะตอย ปรับปรุงถนนลูกรัง การก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งซ่อมแซมเขื่อนป้องกันตลิ่ง ขุดลอกคลอง หนอง ลำห้วย ซ่อมแซมฝายน้ำล้น อาคารน้ำล้น ติดตั้งโครมไฟฟ้าถนนแอลอีดีติดตั้งโซลาร์เซลล์ เป็นต้น ทั้งนี้ นอกจากเป็นการช่วยเหลือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย รวมทั้งยังแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน