พบชาวชุมชน-จับเข่าครูประทีป อิ๊งชี้พท.-ออริจินัลพักหนี้เกษตร ตู่จัดคิวลงพื้นที่ถี่ยิบก่อนยุบสภา ‘บิ๊กป้อม’นำพปชร.ปราศรัย4ภาค
‘บิ๊กตู่’วางคิวแน่นเอี้ยด ลงตรวจพื้นที่ต่างจังหวัดก่อนยุบสภา พปชร.เปิดปฏิทินปราศรัยใหญ่ 4 ภาค ‘บิ๊กป้อม’ลุยเองทุกเวที ‘วิษณุ’ยันนายกฯ ไม่ได้พูดถึงวันยุบสภาในวงประชุมครม. ชี้อนุมัติเพิ่มเงิน อสม. ไม่เข้าข่ายจูงใจหาเสียง ‘ชวน’กระตุ้นสมาชิกสำนึกบุญคุณพรรค ชู ‘อู๊ดด้า’ เป็นคนเก่ง แต่แปลกใจผลโพลรั้งท้ายตลอด หลังยุบสภาเตรียมโดดช่วยหาเสียงเต็มที่ ‘เศรษฐา’นำ เพื่อไทยรับฟังปัญหาชาวชุมชน 70 ไร่คลองเตย นำไปทำนโยบายหาทางออก ‘อุ๊งอิ๊ง’หลุดขำภูมิใจไทยกล่าวหาก๊อบปี้นโยบายพักหนี้เกษตรกร ยันฉบับออริจินัลมาจากเพื่อไทย
‘บิ๊กตู่’จัดคิวลงพื้นที่แน่นเอี้ยด
เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจเวลา 10.10 น. โดยมือขวายังสวมเฝือกอ่อนและคล้อง ARM SLING มือซ้ายมีสายฉีดยาติดอยู่ มีรายงานว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าทำเนียบรัฐบาลสายกว่าทุกวัน เนื่องจากแพทย์เข้าตรวจเช็กอาการที่มือขวาหลังทำหัตถการเพราะอาการอักเสบบวม และล้างแผลพร้อมให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง
ล่าสุด คณะทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดตารางงานใหม่ โดยวันที่ 10 มี.ค. เวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จุดแรกไปวัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อ สักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธรและกราบนมัสการพระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จากนั้นไปเป็นประธานในพิธีเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อบจ.ฉะเชิงเทรา ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา แล้วกลับ กทม.
วันที่ 11 มี.ค. มีกำหนดเดินทางไป จ.สงขลา ส่วนวันที่ 13 มี.ค. ไป จ.ราชบุรี นอกจากนี้ ยังมีการวางตารางงานไว้ที่ จ.ยะลา นราธิวาส ระนอง และเชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเกิดก่อนการประกาศยุบสภา
‘ลุงป้อม’ติดตามแผนจัดการน้ำ
เมื่อเวลา 14.25 น. ที่วัดสะตือพุทธไสยาสน์ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพปชร. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าแผนบรรเทาอุทกภัยพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง และแผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ โครงการป่าสัก-ชัยนาท-อ่าวไทย-การก่อสร้างเขื่อนพระราม 6 แห่งใหม่ การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมโบราณสถาน และพื้นที่ 9 ชุมชน โดยมีนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าฯ อยุธยา ส่วนราชการในพื้นที่ ผู้สมัคร ส.ส.อยุธยา พปชร.และประชาชน ต้อนรับ
พล.อ.ประวิตรรับฟังบรรยายสรุปสถาน การณ์น้ำ บริเวณริมน้ำป่าสัก แล้วนั่งรถราง สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปิดทองที่องค์พระพุทธไสยาสน์ เพื่อเป็นสิริมงคล และกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัด สะตือ โดยเจ้าอาวาสมอบรูปหล่อพระพุทธไสยาสน์ ผ้ายันต์คาถาชินบัญชรของสมเด็จ พระพุฒาจารย์ โตแก่ พล.อ.ประวิตร

ไหว้พระ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ สักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ที่วัดสะตือพุทธไสยาสน์ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา ระหว่างลงตรวจการบริหารจัดการน้ำ
ลั่นอยุธยาไม่ท่วมอีก
พล.อ.ประวิตรกล่าวมอบนโยบายให้ส่วนราชการว่า การมาตรวจงานครั้งนี้เพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการแก้ปัญหา เนื่องจากอยุธยามักจะเกิดน้ำท่วมบ้านเรือน และเขตเศรษฐกิจ จึงต้องเร่งรัดแผนแก้ไขในระยะยาว เตรียมการและวางแผนให้เกิดประสิทธิภาพให้มากที่สุด โดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งรัด 9 แผนแก้ปัญหาเจ้าพระยาตอนล่าง แก้ปัญหาในพื้นที่ อ.ท่าเรือ และผลกระทบจากการระบายน้ำเขื่อนพระราม 6 โดยจะไม่มี น้ำท่วม น้ำหลากในพื้นที่อยุธยาต่อไป และจะดูแลโบราณสถานต่างๆ พร้อมสร้างการรับรู้การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐให้ประชาชนจะเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม และในปีนี้กรมชลประทานระบุว่า สามารถทำนาได้ น้ำไม่ท่วม
“ยืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจและมี เป้าหมายในการทำงานเพื่อความผาสุกของประชาชน โดยโครงการใหญ่ต้องใช้งบประมาณในปี 2567 และจะทำต่อเนื่อง ต้องขอความร่วมมือประชาชนเพื่อที่จะทำให้โครงการต่างๆ สำเร็จตามเป้า” พล.อ.ประวิตรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประวิตรพบประชาชนที่มามอบดอกไม้และชูป้ายให้ กำลังใจ “ลุงป้อมสู้ๆ, เรารักลุงป้อม เสร็จแล้วพบปะผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการส่วนตัว
อ้อนคนสระบุรีเลือกพปชร.ยกจว.
เวลา 16.00 น. ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อ.หนองแค จ.สระบุรี พล.อ.ประวิตร ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำของจ.สระบุรี โดยมีน.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี และผู้สมัครส.ส.สระบุรี นายองอาจ วงษ์ประยูร และนายอรรถพล วงษ์ประยูร น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ ผู้สมัครส.ส.สระบุรี ต้อนรับ ทันทีที่มาถึง พล.อ.ประวิตร โชว์ผัดไส้ขนมกะหรี่ปั๊บ ของดีขึ้นชื่อจ.สระบุรี และชิมขนมฝีมือชาวบ้าน
ขณะเดียวกัน ยังมีนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม 2 คน มอบภาพวาดเหมือนรูปพล.อ. ประวิตร ที่วาดด้วยตัวเองให้พล.อ.ประวิตร พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ คนที่ 30 และเป็นเอฟซี ติดตามผลงานของท่าน จึงวาดภาพ มาให้ ใช้เวลาในการวาดไม่นาน ขณะที่พล.อ. ประวิตร ชมว่า “วาดดี สวยเหมือนเปี๊ยบเลย”
พล.อ.ประวิตรกล่าวบนเวทีกับประชาชนว่า วันนี้ตนมาติดตามความก้าวหน้าเรื่องปัญหาในพื้นที่ และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนต้องการให้แก้ไข เอามาเลย พร้อมจะแก้ไขให้ทุกพื้นที่ เพราะรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชน ขอบคุณทุกคนที่ต้องมาต้อนรับตนอย่างอบอุ่น ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่ ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
จากนั้น พล.อ.ประวิตร เดินพบปะประชาชน ที่เข้ามาจับมือทักทาย และแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พปชร. ด้านนายวิรัช ที่เดินตามหลังมาบอกว่า เราขอยกจ.สระบุรี เชียร์พลังประชารัฐ ให้ลุงป้อมเป็นนายกฯ
ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.อ.ประวิตร ถึงเรื่องความพยายามเป็นโซ่กลางขจัดความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ เมื่อถามว่า จ.สระบุรี จะได้ยกจังหวัดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้ารับ และนั่งรถกอล์ฟไฟฟ้า เพื่อไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับกรุงเทพฯ
พปชร.เปิดปฏิทินปราศรัยใหญ่
นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้า พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมปราศรัยหาเสียงของพปชร.ว่า จากการประชุมยุทธศาสตร์ของพรรคเมื่อวันที่ 7 มี.ค. มีกำหนดให้เปิดปราศรัยใหญ่ 4 ภาค ได้แก่ ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันตก จากเดิมกำหนดไว้รวม 6 จุด แต่ก่อนจะมีการยุบสภาเราจัดได้เต็มที่ประมาณ 4 จุด ส่วนที่เหลืออาจต้องจัดหลังจากยุบสภาไปแล้ว
ตอนแรกจะจัดที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการลงพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 11 มี.ค. จึงขอเลื่อนไปอีกสัปดาห์ โดยวันที่ 12 มี.ค.จะจัดปราศรัยใหญ่ที่จ.เชียงใหม่ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือทั้งหมด งานนี้มอบหมายให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคเหนือ และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเจ้าภาพ สัปดาห์ถัดไปจะเป็น 2 เวทีใหญ่ภาคใต้ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา
จากนั้นจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยต้องเช็กความพร้อมก่อนว่าจะเป็นที่ จ.ขอนแก่น หรือจ.อุดรธานี ส่วนที่กรุงเทพฯ วันที่ 18 มี.ค. และหลังจากยุบสภา ที่คาดว่าน่าจะก่อนวันที่ 22 มี.ค. จะเปิดปราศรัยเวทีแรกในวันที่ 26 มี.ค. ที่จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นนัยได้ส่งผู้แทนตั้งแต่เหนือจรดใต้ โดยทุกเวทีพล.อ.ประวิตร จะไปร่วมด้วย
‘วิษณุ’ยันนายกฯ ไม่ได้พูดยุบสภา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายกฯ แจ้งวันยุบสภาชัดเจนเป็นวันที่ 20 มี.ค.กับพรรคร่วมรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 7 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ไม่มี แต่นายกฯอาจสนทนาเป็นการส่วนตัว คนนั้น คนนี้ เข้าไปถาม เข้าไปคุยในห้องพักที่ไม่ใช่ห้องประชุม ตน ไม่ทราบเพราะไม่ได้อยู่ด้วย การประชุมตั้งแต่เวลา 09.30-13.30 น.ไม่มีพูดเรื่องนี้
ขอชี้แจงไปถึงพิธีกรโทรทัศน์บางช่องเหมือนพูดว่า 14 มี.ค.นี้ จะเป็นการประชุมครม.ครั้งสุดท้าย ขอยืนยันว่ายุบสภาแล้วยังประชุมครม.ได้ บางรัฐบาล ช่วงบ่ายจะมีการถวายสัตย์รัฐบาลใหม่ แต่รัฐบาลเดิมยังประชุมครม.กัน ดังนั้น ยุบสภาแล้วยังประชุมครม.ได้ เช่น แต่งตั้งข้าราชการ แต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ อนุมัติอะไรบางอย่างก็ทำได้ บางอย่างทำไม่ได้ แต่วาระน้อยไม่มากเหมือนตอนที่ยังไม่ยุบสภา และหากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาแล้ว ภายใน 5 วันจะมีกำหนดเรื่องการรับสมัคร ส.ส. และกำหนดวันเลือกตั้ง
ชี้เพิ่มเงินอสม.ไม่ใช่จูงใจหาเสียง
ผู้สื่อข่าวถามกรณีครม.เห็นชอบการเพิ่ม ค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เป็นเดือนละ 2,000 บาทต่อคน มีผลบังคับใช้ในต.ค.นี้ทำได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องของการใช้งบปี 2567 อยู่แล้ว แต่เมื่อครม.อนุมัติไปแล้วถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 1 ต.ค.2566 จะมีผล แต่หากรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ก่อน 1 ต.ค.2566 หากยกเลิกก็จะไม่ได้เงินนั้น
ต่อข้อถามว่าการอนุมัติงบลักษณะนี้ถือเป็นการให้สัญญาเพื่อจูงใจการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการเเผ่นดินและตอนนี้ยังไม่มีการยุบสภา จึงมีอำนาจเต็มทุกอย่าง สำหรับการให้คำมั่นสัญญาคือการแลกกับคะแนนเสียง คนที่เป็นรัฐบาลได้เปรียบตรงนี้ เพราะทำอะไรได้แนบเนียบกว่าคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งไม่ใช่ แม้จะเดินทางไปต่างจังหวัด ไปราชการ ซึ่งได้ประโยชน์จากคะแนนเสียง ก็ถือว่าได้ประโยชน์ตามมา
เมื่อถามว่าใกล้ยุบสภาต้องมีการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เอาไว้ให้ยุบแล้วค่อยคุยดีกว่า
‘ชวน’มึน‘อู๊ดด้า’รั้งท้ายโพล
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์จากอดีตสมาชิกพรรคที่ออกมาเปิดเผยปัญหาการยัดเงินซื้อกรรมการบริหารรพรรค (กก.บห.) ว่า อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องลบ ย่อมกระทบต่อพรรคแน่นอน แต่ตนย้ำเสมอว่าสมาชิกต้องระลึกถึงบุญคุณพรรคเช่นกัน ขอยืนยันว่าการแต่งตั้งกก.บห. รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรีของปชป.ไม่มีการซื้อเสียง เพราะพรรคมีลักษณะที่ว่าคนจะมาเป็นรัฐมนตรีไม่ต้องเสียเงิน แต่สำหรับพรรคอื่นตนไม่ทราบ ดังนั้น คนที่อยู่ในพรรคต้องมีความรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่พรรคให้ คุณธรรมหนึ่งของคนในพรรค คือต้องระลึกว่าเราได้อะไรไปจากพรรค และเสียอะไรให้พรรคบ้าง
ยกตัวอย่างตนไม่ได้ร่ำรวยอะไร ได้มาเป็นหัวหน้าพรรคโดยใช้เวลาพิสูจน์ 22 ปีจนสมาชิกพรรคยอมรับว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคได้ และเมื่อชนะเลือกตั้งตนก็เป็นนายกฯ โดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว ตนจึงบอกว่าบุญคุณเหล่านี้ใช้ทั้งชีวิต ก็ใช้ไม่หมด รวมถึงบุญคุณที่ได้จากชาวบ้านด้วย ดังนั้น ช่วงปลายสมัยนี้จะใช้โอกาสเดินทางไปขอบคุณคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่เคยช่วยเหลือตนมาตลอด แม้บางอย่างตนจะตอบแทนเขาไม่ได้ แต่ก็ตอบแทนบุญคุณเขาด้วยความซื่อตรง สุจริต ตลอดชีวิตเราชดใช้บุญคุณประชาชน มีสิ่งเดียวที่ทำให้คือ ความซื่อตรงไม่ว่าต่อหน้าและลับหลัง คนในปชป.ต้องมีจิตเช่นนี้
ขณะนี้ภาพพจน์ของปชป. ความมีชื่อเสียงไม่เหมือนเดิม เพราะมีหลายคนออกไปจากพรรค แต่คนประเภทอย่างตนไม่มีทางไปไหน ต้องช่วยกันไม่ว่าจะได้สักกี่คน ต้องช่วยให้สุดความสามารถ แต่ตนแปลกใจว่าเวลามีการหยั่งเสียง ผลโพลที่ออกมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงอยู่ในลำดับท้ายๆ แม้ตอนนี้จะขยับขึ้นมาหน่อย ส่วนตัวถือว่านายจุรินทร์ เป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง ทั้งตน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค จึงหนุนให้เป็นหัวหน้าปชป. เพราะมองว่าคนคนนี้น่าจะนำพรรคไปได้ ถ้าพรรคโดดเด่นเสียงดี ตนเป็นส.ส.มา 16 สมัย ก็อาจจะพอ แต่เมื่อพรรคเป็นแบบนี้ เราต้องมาช่วยกัน เมื่อถึงจุดนี้ต้องพยายามช่วยพรรค เท่าที่เป็นไปได้ และเมื่อตนเสร็จภารกิจโดยสิ้นเชิง หลังจากมีการยุบสภา ตนจะไปช่วยพรรคอย่างเต็มที่
พอใจผลงานสภาครบ 4 ปี
นายชวนกล่าวถึงการทำงานของสภา ผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาว่า โดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่เกิดปัญหาในช่วงปลายสมัยประชุม ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ทำให้เสียโอกาสในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองหลายฉบับ แต่ โชคดีที่สภาชุดนี้ขยันตั้งแต่ช่วงปีแรก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับโควิด-19 ก็ตาม ทำให้กฎหมายรัฐบาลไม่ค้างสภา แต่มาค้างในช่วงท้าย ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็ผ่านได้ทุกเรื่อง ยกเว้นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช… (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272) ที่ ส.ว.มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ด้วยความรู้สึกว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายโจมตีวุฒิสภา
ส่วนการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสุดท้ายของการประชุมส.ส. ส่วนใหญ่เห็นว่าผลการหารือกว่า 80% ได้รับการแก้ไข ตนจึงบอกว่าต้องไปขอบคุณฝ่ายบริหารด้วย เราได้ปรับเปลี่ยนระบบการส่งเรื่องไปยังฝ่ายบริหารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ผลไวขึ้น แต่สิ่งที่ไม่สามารถพัฒนาได้คือกระทู้ถาม ที่ได้ยินว่ารัฐบาลไม่มาตอบกระทู้ ตนจึงบอกว่าอยากให้เปรียบเทียบกับในอดีต พบว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันตอบกระทู้ได้มากกว่าในอดีตมาก ส่วนเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยทำคือกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งรัฐมนตรีจะไม่รู้ตัวก่อน บางท่านจึงไม่ได้เตรียมตัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย
โดยสรุปคือการทำงานของสภาชุดนี้ ตลอด 4 ปี ผ่านไปได้ด้วยดีพอสมควร สมาชิกให้ความร่วมมือ 99.99% อะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาก็ยอมรับ ดังนั้นในอนาคตหวังว่าจะเรียนรู้บทเรียนการทำงานที่ผ่านมา สำคัญที่สุดคือความต่อเนื่อง เมื่อสภาอยู่ได้ครบ 4 ปี ก็อย่าไปว่างเว้น เพราะก่อนที่จะมีสภาชุดนี้ ได้ว่างเว้นไป 5 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานมาก ไม่มีบทเรียน และหลายคนไม่รู้ว่าสภาทำงานอย่างไร จึงเป็นการเริ่มต้นใหม่และถ้าไม่อยู่ในระเบียบข้อบังคับสภาก็เละ เช่น บางคนแต่งตัวไม่เรียบร้อย เป็นต้น

เพื่อผู้หญิง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคที่เป็นผู้หญิง ร่วมแถลงนโยบายเพื่อผู้หญิง เนื่องในวันสตรีสากล ภายใต้ ‘นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ’ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 8 มี.ค.
‘อิ๊ง’ลุ้นช่วยพท.ปราศรัยโค้งท้าย
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพท. กล่าวกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ระบุหากการเลือกตั้งเป็นวันที่ 14 พ.ค. น.ส.แพทองธารจะดีใจมาก เพราะจะได้คลอดแล้วออกมาช่วยปราศรัยใหญ่ให้ พท.ช่วงโค้งสุดท้ายว่า ตนมีกำหนดคลอดปลาย เม.ย.ถึงต้น พ.ค. ไม่อยากคลอดในวันเลือกตั้ง เพราะจะทำให้ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ถ้าหากวัน เลือกตั้งเป็น 14 พ.ค.จริงๆ คงดี เพราะจะได้มีโอกาสขึ้นปราศรัยใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายทักษิณกล่าวถึงบัตรสวัสดิการต่างๆ หากพท.เป็นรัฐบาลจะทำได้มากกว่า 1,000 บาท น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนมองว่าเป็นความหวัง พท.มีนโยบาย ผลักดันเศรษฐกิจภาพรวม ทั้งค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท นโยบายเพื่อเกษตรกร นโยบายที่เราทำเป็นตัวผลักดันภาพรวมเศรษฐกิจ ย้ำว่าเราคิดใหญ่ ทำเป็น นโยบายมุ่งหวังให้ประชาชน กินดีอยู่ดีทั้งระบบ
ขำภท.กล่าวหาก๊อบนโยบาย
ต่อข้อถามว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวหาว่า พท.ก๊อบปี้นโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราไม่สามารถก๊อบปี้นโยบายที่เราริเริ่มได้ ออริจินัลมาจากเรา และอาจต้องรบกวนขอให้หาข้อมูลเพิ่ม พูดจบ น.ส.แพทองธารหัวเราะกับคำตอบของตัวเอง พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวบิ๊กเนมอย่างกลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และแกนนำกลุ่มสามมิตร พปชร. จะย้ายมาอยู่กับพท. น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยินดีต้อนรับศิษย์เก่าของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) และพท.ทุกคน เพราะเป้าหมายเราคือพัฒนาประเทศ ใครที่มีเป้าหมายเดียวกันเรายินดีต้อนรับ ส่วนเรื่องตำแหน่งไม่มีการพูดถึง
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. กล่าวเสริมว่า จากคำให้สัมภาษณ์ของนายสมศักดิ์ รอนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ตัดสินใจ คาดว่าจะตัดสินใจภายในสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า โดย ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรบางคนย้ายมาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของเราแล้ว
ส่วนกรณี ครม.อนุมัติงบกลางและงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปี 2567 วงเงิน กว่า 6.8 หมื่นล้านบาทก่อนยุบสภา น.ส. แพทองธารกล่าวว่า งบประมาณที่มีผลผูกพันทุกงบที่มีอยู่ก็ต้องจัดการ เรามีผู้มีความรู้ความสามารถอยู่แล้วก็ต้องประชุมร่วมกันทั้งหมด เพื่อใช้ภาษีของประชาชนให้คุ้มค่ามากที่สุด
นพ.ชลน่านเสริมว่า เรื่องงบประมาณต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.งบประมาณผูกพันที่ทำให้ก่อหนี้ และ 2.เป็นงบประมาณผูกพันตามข้อกฎหมาย ส่วนนี้รัฐบาลที่จะเข้ามารับช่วงต่อต้องดำเนินการตามนั้น จึงขอบอกกับประชาชนว่าถ้าอนุมัติในยุคนี้ เป็นภาระของพี่น้องประชาชนต้องช่วยกัน ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องรับผิดชอบต่อ เช่น การเพิ่มเงินเดือนให้ อสม. 2,000 บาท อนุมัติหลักการตามกฎหมาย เมื่อเป็นมติครม.และมีผลใช้บังคับก็ต้องรับภาระนี้ พท.ไม่ห่วงเรื่องดังกล่าว สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ มั่นใจทำได้ดีกว่าเพราะเราหาเงินเก่ง

พบชุมนุม – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. ออกเก็บข้อมูลรับฟังปัญหาชาวบ้าน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวชุมชน 70 ไร่ เขตคลองเตย เมื่อวันที่ 8 มี.ค.
‘เศรษฐา’ลุยงานแรกคลองเตย
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่มูลนิธิดวงประทีป ชุมชน 70 ไร่คลองเตย กทม. พรรคเพื่อไทย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวราวุธ ยันต์เจริญ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนาย นวธันย์ ธวัชวงค์เดชากุล ผู้สมัครส.ส.กทม.เขตคลองเตย หาเสียง เริ่มจากการรับฟังปัญหาในพื้นที่ 70 ไร่จาก นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา
นายเศรษฐากล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งแรกได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น ทราบมาว่าปัญหาพื้นที่คับแคบ แต่เมื่อได้มาฟังจากประชาชนเห็นว่าปัญหามีความซับซ้อน ต้องแก้ไขอย่างบูรณาการ อีกปัญหาคือเรื่องค่าแรง นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทในปี 2570 หากได้ฉันทามติจากประชาชนให้พท.เป็นรัฐบาลตนมั่นใจว่าจะทำได้ ทุกอาชีพต้องได้ค่าแรงที่เหมาะสม โดยนโยบายภาคใหญ่ของพรรคเราต้องการให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่ำ 5% ในช่วงที่เราเป็นรัฐบาล และตนพร้อมทุ่มเทให้กับเรื่องการศึกษา เพราะเคยทำมาแล้วในพื้นที่ราชบุรี ในนามบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริจาคเงิน 100 ล้านบาท เพราะนำเด็กนอกระบบการศึกษากลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษา
พร้อมลุยทุกเวที
จากนั้นนายเศรษฐา เดินทักทายประชาชนในชุมชน 70 ไร่ และให้สัมภาษณ์ว่า การลง พื้นที่ครั้งแรกนี้ทำให้ได้เห็นปัญหาจริงๆ ไม่ได้มีการจัดฉาก พบปัญหาหลายอย่างทั้งยาเสพติด การศึกษา สุขภาพ ซึ่งทุกมิติต้องแก้ไปด้วยกัน หลักการใหญ่อะไรทำได้ทำไปก่อน ถ้าพท.ได้รับเลือกเข้ามาจะพยายามทำให้ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาอะไรที่จะเลือกทำก่อน นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะเลือกทำก่อน เพราะทุกปัญหาคือเรื่องใหญ่ต้องทำไปพร้อมๆ กัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะลงพื้นที่ทุกเวทีกับพท.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า จะพยายามไปครบทุกเวทีทุกจังหวัด โดยตนจะไปรับฟังปัญหารวบรวมข้อมูลแล้วนำมาถกกันภายในพรรคเพื่อหาทางแก้ปัญหา นโยบายจะคลอดมาเรื่อยๆ ต่อข้อถามว่าในฐานะนักธุรกิจจะสื่อสารและขายความเป็นตัวเองกับประชาชนในต่างจังหวัดอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการขาย แต่เป็นเรื่องการเก็บข้อมูล และเข้าใจว่าชาวบ้าน ชาวนา ชาวสวนหรือคนที่อยู่ชายขอบต้องการอะไร ส่วนตัวจะไปขยายเรื่องนโยบาย ความเป็นตัวตนและแสดงความจริงใจเพื่อแก้ปัญหาความเป็นอยู่ให้ประชาชน
ส่วนระยะเวลาจะไปอยู่ในใจประชาชนได้หรือไม่นั้นตอบลำบาก ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราว่าทำได้ดีขนาดไหน แต่ตนและพท.เต็มที่ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาเราเจอปัญหาเยอะ ทำให้ประชาชนลำบาก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะเสนอนโยบาย ส่วนกรณีที่น.ส. แพทองธาร ให้กำลังใจสำหรับการลงพื้นที่ครั้งแรกนั้นต้องขอบคุณถือเป็นกำลังใจให้ตน
เมื่อถามถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุรู้จักกับนายเศรษฐาอย่างดี กังวลจะถูกขุดคุ้ยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรามีหน้าที่ต่างกันไป ตนมีหน้าที่ฐานะประธานที่ปรึกษาฯ แต่ที่ผ่านมาตนเป็นนักธุรกิจมาก่อน การเข้ามาสู่มิติใหม่นี้จะบอกว่าไม่กลัวอะไรเลย คงจะเป็นการขู่ แต่จะทำให้ดีที่สุดหากมีคนมาแฉจะพยายามชี้แจงให้ดีที่สุด
สะพัด‘ศรัณย์วุฒิ’ซบรทสช.
นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคเพื่อชาติ (พช.) ให้สัมภาษณ์ว่า การเมืองปัจจุบันไม่มีฝ่ายประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ ผสมพันธุ์กันหมดแล้ว เป็นสิ่งที่ทำให้ตนต้องกลับมาคิดว่าการสังกัดพรรค สิ่งสำคัญพรรคนั้นต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นสำคัญ และต้องไม่ก้าวล่วงสถาบัน จากการที่ตนลงพื้นที่ พี่น้องประชาชนก็สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ดังนั้นพรรคที่ตนจะสังกัดมีอยู่ในใจแล้ว และจะเปิดตัวแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระแสลือสะพัด นายศรัณย์วุฒิอาจพลิกสุดขั้วมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ที่ผ่านมานายศรัณย์วุฒิ คือ 1 ใน ส.ส.ที่อภิปราย ทั้งแฉ ไล่ รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้ โดยการดูแลของนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือ แม่เลี้ยงติ๊ก จ.แพร่ ที่หันหลังให้กับปชป. มาสมัครเป็นสมาชิกรทสช. โดยวางตัวผู้สมัคร จ.อุตรดิตถ์ ครบ 3 เขต ดังนี้ เขต 1 น.ส.พิมณัฎฐา จิระพุทธธิดาคย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พช. คนสนิทของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แนวร่วมคนสำคัญของนปช. เขต 2 น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ลูกสาวนายศรัณย์วุฒิ และเขต 3 นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้ง 3 เขต ดุเดือด เนื่องจากเป็นการแยกบ้านใหญ่อย่างชัดเจนของกลุ่มนักการเมืองอุตรดิตถ์ คือ กลุ่มกฤษณา-ทนุศักดิ์-วารุจ พท., กลุ่มอัยการอ๋อง (ส.ว.พีระศักดิ์ พอจิต) ภท. และกลุ่มนายศรัณย์วุฒิ รทสช.

วันสตรี – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากล และมอบโล่รางวัลสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 8 มี.ค.
‘วันชัย’ถอดรหัสอำนาจเก่าดับสูญ
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก “มฤตยูเข้า เขย่าอำนาจเก่าทิ้ง” ถอดรหัสดาวมฤตยูและดาวเสาร์ย้ายเข้าสู่ราศรี จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเดือนพ.ค. ดังนี้ มฤตยูเข้า อำนาจเก่าถูกเขย่าทิ้ง วันพุธที่ 8 มี.ค.2566 เวลา 21.44 น. ดาวมฤตยูเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ราศีพฤษภ ขณะที่ดาวเสาร์เพิ่งย้ายเข้าสู่ราศีกุมภ์มาหมาดๆ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องของความเป็นความตายไปสู่ภพภูมิใหม่ เกิดสิ่งใหม่ วิถีใหม่ แนวทางใหม่และผู้นำคนใหม่ จะเริ่มเห็นเป็นต้นไปต่อแต่นี้ คนเก่า อำนาจเก่า ความคิดเก่า วิธีการเก่าๆ จะถูกเขย่าทิ้ง
ถ้าจะว่ากันให้ชัดเจนคือ 1.อำนาจเก่า คนเก่า สูญสิ้น ดับสูญ ไม่มีสิทธิ์กลับมา 2.วิธีคิดแบบเก่าและการได้อำนาจแบบเก่า หรือเอาเสียงข้างน้อยมาผสมปนเปกันโหวตให้ได้เป็นนายกฯ ก่อน แล้วไปช้อนเอาเสียงมาเพิ่มอย่างที่คิดและวางแผนกัน เรียกว่าหาทางเอาอำนาจไว้ในมือก่อนหากไม่ได้ก็ค่อยว่ากัน แม้จะทำได้ แต่บ้านเมืองจะวิกฤต มฤตยูและดาวเสาร์จะกระทืบซ้ำ ทำให้เป็นตายเท่ากัน
3.คนที่จะมาเป็นนายกฯ ในสถานการณ์ของดาวมฤตยูอยู่ในราศีพฤษภ เป็นคนที่เราคาดไม่ถึง เหมือนผีพุ่งไต้ มาได้ไง และ 4.การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นใหม่ต่อไปนี้ เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ดาวมฤตยูและดาวเสาร์จะเข้ามาบดขยี้อำนาจเก่าและความเลวร้ายเก่าๆ ให้หมดสิ้นไป ความสว่างไสวจะบังเกิดหลังจากการเลือกตั้งในเดือนพ.ค. “ผมถอดรหัสของดวงดาวออกมาให้เห็น ใครจะเป็นเช่นไรก็อยู่ที่บุญวาสนาของแต่ละคน ไม่ว่าจะชักดาบหรือยกดาบถวาย จะสัมฤทธิ์สำเร็จหรือไม่ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับดาบที่ถวายแต่อย่างไร”