เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเนื่องในวันสตรีสากล โดยทางกลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนรวมตัวกันโดยมีข้อเรียกร้องเพื่อทวงสิทธิแรงงาน, สิทธิทางสังคมและสิทธิทางการเมือง ทั้งการยกเลิกพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี คืนสิทธิให้พนักงานค้าบริการทางเพศ หรือ Sex Worker ขยายสิทธิลาคลอดโดยได้รับค่าตอบแทนเป็น 180 วัน แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 287 ลดค่าครองชีพ แรงงานและประชาชนหญิงด้วยการจัดสวัสดิการผ้าอนามัยฟรี จัดให้มีสวัสดิการประชาชนตามช่วงอายุ ได้แก่ 0-6 ขวบ และ 60 ปีขึ้นไป รายละ 3,000 บาทต่อเดือน ขยายสถานบริการรัฐ ที่ให้ยุติการตั้งครรภ์ ปลอดภัยและฟรีสำหรับผู้ท้องไม่พร้อม รับรองสิทธิสมรสเท่าเทียมทุกเพศ คืนสิทธิการประกันตัวให้นักสู้ทางการเมืองทุกคน เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้เขียนแผ่นป้าย อาทิ 8 มีนา เชิดชูแบม-ตะวัน สตรีผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ “ปรสิต”, ขับไล่เผด็จการ ปลดแอก เพศหลากหลาย, รัฐสวัสดิการ ดูแลตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนถึงเชิงตะกอน(ตาย)

สตรีสากล – ผู้ชุมนุมเนื่องในวันสตรีสากลนำโดยกลุ่มเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน รวมตัวเรียกร้องทวงสิทธิแรงงาน, สิทธิทางสังคมและสิทธิทางการเมือง ฯลฯ รวมถึงคืนสิทธิประกันตัวให้นักสู้ทางการเมืองทุกคน พร้อมชูป้ายเชิดชู ‘แบม-ตะวัน’ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มี.ค.
โดยมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นาย รวมไปถึงกองร้อยน้ำหวานที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม การจราจรขาเข้าถนนพิษณุโลกตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐไปจนถึงประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถูกปิด 2 ช่องการจราจร ทำให้การจราจรติดขัด
วันเดียวกัน น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ได้ออกสารเนื่องใน “วันสตรีสากล” 8 มี.ค.ประจำปี 2566 เตือนให้ระลึกถึงความมุ่งมั่นของนานาประเทศที่ได้ยืนหยัดเรียกร้องและต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศที่มีมาอย่างยาวนาน มีใจความว่า ปัจจุบันยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก คนพิการ คนสูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ยังคงประสบปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติ มีความไม่เท่าเทียมกันในเรื่องต่างๆ ดังนั้น การรณรงค์เพื่อความเท่าเทียมและช่วยกันแก้ปัญหายังคงเป็นความท้าทายของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกันอย่างแข็งขัน และกสม. ยืนยันจะมุ่งผลักดันและรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศต่อไป