ปชป.คึกได้แน่เก้าอี้กทม. ‘หน่อย’เปิดเวทีดอนเมือง ก้าวไกลโชว์ 33 ผู้สมัครกรุง

‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ปลื้มกระแสต่างจังหวัด ย้ำต้องเลือกเพื่อไทย 310 ส.ส. แลนด์สไลด์ตั้งรัฐบาล พรรคเดียว นิด้าโพลสำรวจคนอุดรธานีเทคะแนนเลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ ทิ้งห่าง ‘พิธา-บิ๊กตู่’ ส่วนส.ส.ก็เลือกเพื่อไทยทั้งแบบเขต-บัญชีรายชื่อ ตามด้วยก้าวไกล-รวมไทยสร้างชาติ ‘ธนกร’ เชื่อ ‘ประยุทธ์’ ได้คัมแบ๊ก เพื่อไทยระทึก เลขาฯ ตกเวทีพิษณุโลก ‘ชลน่าน’ ย้ำต้อง 310 เสียงสกัด ‘ลุงตู่’ อยู่ยาว-ไม่มีดีล ‘บิ๊กป้อม’ ‘จุรินทร์’ คุยปชป.เรตติ้งขึ้น เที่ยวนี้ คัมแบ๊กทั้งประเทศ สนามเมืองกรุง ก็กลับมาแน่ ก้าวไกลโชว์ตัว 33 ผู้สมัคร กทม. ‘อรรถวิชช์’ เตือนกกต.แบ่งเขตกทม.ผิดพ.ร.ป. เลือกตั้ง จะร้องศาลรธน. ชี้กระทบไทม์ไลน์เลือกตั้งแน่

นิด้าโพลชี้คนอุดรฯชู‘อิ๊ง’นายกฯ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนอุดรธานีเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 ก.พ.-2 มี.ค.2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิ เลือกตั้งในจ.อุดรธานี กระจายทุกระดับ การศึกษา อาชีพ และรายได้รวมทั้งสิ้น 1,020 หน่วยตัวอย่าง

จากการถามถึงบุคคลที่คนอุดรธานี จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 48.24 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบนโยบายของพรรคสามารถทำได้จริง อันดับ 2 ร้อยละ 11.96 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ มีวิสัยทัศน์แบบคน รุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรค

อันดับ 3 ร้อยละ 10.29 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิด ความสงบ จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 4 ร้อยละ 7.84 ระบุว่ายังหาคนที่ เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.55 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เพราะชื่นชอบนโยบาย มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ

อันดับ 6 ร้อยละ 5.59 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เพราะเป็นคน ตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง อันดับ 7 ร้อยละ 2.45 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เพราะชื่นชอบนโยบายของพรรค เป็นคนพูดจริง ทำจริง อันดับ 8 ร้อยละ 2.06 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพราะชื่นชอบนโยบายของพรรค และชื่นชอบผลงาน ที่ผ่านมา อันดับ 9 ร้อยละ 1.18 นายกรณ์ จาติกวณิช พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เพราะมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐกิจ ทำงานร่วมกับทุกพรรค การเมืองได้ และร้อยละ 2.84 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พรรค สร้างอนาคตไทย (สอท.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

พบกลุ่มสตรี – ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เปิดโครงการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งของสตรีตำบลแม่กา เนื่องในวันสตรีสากล มีนายอำเภอ เมืองพะเยา ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนแม่บ้านและกลุ่มสตรีตำบลแม่กา เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลแม่กา จ.พะเยา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

เลือกพท.-ตามด้วย’ก.ก.-รทสช.’
สำหรับพรรคการเมืองที่คนอุดรธานีมี แนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 61.27 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 14.41 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 7.16 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 4.90 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.84 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.75 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.65 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 8 ร้อยละ 1.27 พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.48 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรค รวมพลัง พรรคเศรษฐกิจไทย และไม่ตอบ/ ไม่สนใจ

ด้านพรรคการเมืองที่คนอุดรธานีมี แนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชี รายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 61.08 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 14.41 พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 7.75 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 4.71 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.84 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.75 พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 2.65 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 8 ร้อยละ 1.37 พรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 2.44 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรคไทย ศรีวิไลย์ พรรครวมพลัง พรรคเศรษฐกิจไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

‘บิ๊กตู่’ลุยราชบุรี-โชว์ผลงานรัวๆ
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เร่งพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถด้านการแข่งขันบูรณาการ เชื่อมโยงระบบรางให้ปลอดภัย ทันสมัย และประหยัดเวลาเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าและบริการ ล่าสุด สะพานขึงรถไฟแห่งแรก และมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางสายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร อยู่ในสัญญาที่ 1 นครปฐม-หนองปลาไหลมีความคืบหน้าการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

เมื่อสะพานรถไฟแบบคานขึงข้ามแม่น้ำ แม่กลอง จะกลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจ.ราชบุรี เนื่องจากมีรูปลักษณ์ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากสะพานรถไฟอื่นทั่วไป โดยสร้างคู่ขนานกับสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ขนานไปกับสะพานจุฬาลงกรณ์และสะพานธนะรัชต์ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มายาวนาน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ ใกล้เคียง จะเห็นได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้ เดินหน้าพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ

ในการลงพื้นที่จ.ราชบุรี ในที่ 13 มี.ค. จะได้ติดตามความคืบหน้าโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน เมืองบ้านโป่งระยะที่ 1 โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำแม่กลอง บริเวณสะพานค่ายหลวง-สะพานเขางู-เบิกไพร โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณสวนสุขภาพชุมชนไกรฤกษ์ ผลการดำเนินงานและแผนการก่อสร้างอาคารภายในโรงพยาบาลบ้านโป่ง

โครงการขยายถนน 2 ช่องทางจราจรเป็น 4 ช่องทางจราจร เส้นทางต.หนองปลาหมอ-ต.เขาขลุง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอด สี่แยกหัวโป่งเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด ช่วยลดอุบัติเหตุ รวมทั้งรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น ทำให้การจราจรมีความ คล่องตัว มากขึ้นและช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และทราบว่ามีพี่น้องประชาชนชาว จ.ราชบุรี มารอต้อนรับการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ สะท้อนถึงการเป็นผู้นำที่ประชาชนยอมรับและลงมือทำอย่างแท้จริง

‘ธนกร’มั่นใจ‘ลุงตู่’คัมแบ๊ก
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. เปิดเผยว่า จากที่พี่น้องชาวใต้มารอรับและกำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่จ.สงขลา และยะลาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.เป็นจำนวนมาก สะท้อน กระเเสความนิยมเห็นได้ชัดเจน ตลอดการลงพื้นที่ได้ยินเสียงเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ” ให้เป็น นายกฯ ต่อไปนานๆ เพราะได้เห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นของพล.อ.ประยุทธ์ ในการทำงานเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น

ขณะที่รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ต้นเดือนเม.ย.นี้ พร้อมประกาศนโยบายรทสช. ทั้งหมด ชึ่งเป็นชุดนโยบายที่เเบ่งการ พัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เป็นนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ ทำได้จริง ยึดหลัก “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” อาทิ การเพิ่มสิทธิ “บัตรสวัสดิการพลัส” เป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยผู้ถือบัตรยังมีสิทธิกู้ฉุกเฉินในวงเงิน 10,000 บาทต่อคน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือน

โครงการให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 สามารถเบิกเงินสะสมชราภาพออกมาใช้ก่อนได้ 30% ลดภาษีให้ผู้ประกอบการที่จ้างผู้สูงวัยทำงาน ลดต้นทุนเกษตรกรรายย่อย ช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 2,000 บาท แก้กฎหมายไม่โดนไล่ที่ดิน ไม่โดนฟ้อง ต่อยอด โครงการคนละครึ่ง ซึ่งเชื่อว่าทุกนโยบายที่ รทสช. ประกาศ หาเสียงเลือกตั้ง จะทำให้พรรคได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างท่วมท้น

อีกไม่นานหลังจากนี้ บรรยากาศการ หาเสียงเลือกตั้งจะดุเดือดยิ่งขึ้น เพราะ ทุกพรรคการเมืองต้องการชนะใจพี่น้องประชาชนเพื่อเป็นผู้นำในการบริหารประเทศ ซึ่งตนในฐานะที่ดูแลการเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ ตั้งใจไว้แล้วว่า จะรับฟังชาวบ้านให้มาก และทำให้ชาวบ้านได้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ส่งต่อนโยบายรทสช.ไปให้ถึงประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อให้พี่น้อง ชาวใต้ได้รู้ว่า หาก รทสช.และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้ามาบริหารประเทศ ความสุขจะมาเยือนพี่น้องถึงหน้าประตูบ้าน และคำว่า “ลุงตู่สู้ๆ” ไม่ได้ได้มาง่ายๆ เเต่ได้มาเพราะพล.อ.ประยุทธ์ให้ใจชาวบ้านไปแล้ว ชาวบ้านจึงให้ใจกลับมา ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าอยากให้ลุงตู่อยู่ต่อต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค

‘พีระพันธุ์’แย้มทยอยเปิดนโยบาย
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ลานจัดกิจกรรมโซนบางกอกเวิลด์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) เขตมีนบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารทสช. ร่วมงานเทศกาลสาดสี “โฮลี เฟสติวัล” ครั้งที่ 1 (Holi Festival Bangkok) จัดโดย บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ร่วมกับ สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (IAT) สมาคมวิศวะฮินดู ปาริชาดประเทศไทย (VHP) และภารตะช้อยส์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ส่งเสริมวัฒนธรรม และความหลากหลายของวิถีชีวิตชาวอินเดีย และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีสมาชิก รทสช.ร่วมงานด้วย อาทิ พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา, น.ส.ศิรินันท์ ศิริพานิช, น.ส.กาญจนา ภวัครานนท์, น.ส.อัยรดา บำรุงรักษ์, นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์, นายอิทธิพัทธ์ เศรษฐยุกานนท์

นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบาย 5 ข้อของรทสช.ที่เปิดไปแล้ว จะมีนโยบายอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ว่า จากนี้จะทยอยเปิดเพิ่มเติมเรื่อยๆ โดยตนจะเป็นผู้ชี้แจงนโยบายดังกล่าวด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาการดำเนินการเรื่องนโยบายของพรรค ผู้บริหารพรรคทุกคนได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง การบริหารพรรคทำงานเหมือนเพื่อน พี่น้อง ไม่มีใครสนใจเรื่องตำแหน่ง ส่วนประเพณีปฏิบัติก็ต้องทำไปตามปกติที่มีการดำเนินการกันมา แต่ ในส่วนของการทำงานก็ทำงานด้วยกันอยู่แล้ว

ยันไม่ปรับบุคลิก‘ประยุทธ์’
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการโจมตี ทางการเมืองมากขึ้น นายพีระพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เท่าที่อยู่การเมืองมา 30 ปี เห็นว่าเป็นแบบนี้มาตลอด แต่รทสช.จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน และสร้างความปรองดอง โดยไม่ได้สนใจ ไม่ต้องการไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร

ต่อข้อถามว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนและบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการหาเสียงในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์รทสช.หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ปรับเปลี่ยนอะไร อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นตัวของตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ส่วนแผนการหาเสียงยัง เป็นไปเหมือนเดิม แต่เนื่องจากแพทย์ขอ ให้พล.อ.ประยุทธ์ พักผ่อนสัปดาห์ละ 1 วัน วันนี้จึงเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนอาการมืออักเสบของนายกฯ เชื่อว่าจะหายในเร็วๆ นี้

เมื่อถามถึงความชัดเจนที่มีข่าวว่า นายนิโรธ สุนทรเลขา อดีตส.ส.นครสวรรค์ พปชร. และนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส. อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ จะย้ายมาร่วมงาน กับรทสช. นายพีระพันธ์กล่าวว่า สำหรับ นายนิโรธ จะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วน นายศรัณย์วุฒิ มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันจริง แต่ยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดอีกครั้ง

ทำได้จริง – นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้น.ส.ฐิติพัฒน์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัครส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง ชูนโยบายสวัสดิการช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ทำได้จริง ที่บ้านเอื้ออาทร หัวหมาก ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

ลุยทำต่อ-ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ
ที่บ้านเอื้ออาทร หัวหมาก ซอยกรุงเทพ กรีฑา 7 กรุงเทพฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการรทสช. นายเกรียงยศ สุดลาภา นายทะเบียนพรรค ลงพื้นที่พบประชาชนช่วย น.ส.ฐิติพัฒน์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีตส.ส.กทม. ผู้สมัคร ส.ส.รทสช. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง หาเสียง มีผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเอื้ออาทรหัวหมาก ร่วมรับฟังนโยบาย

นายเอกนัฏกล่าวว่า รทสช.ออกนโยบายมาหลายข้อ เพื่อสานต่อนโยบาย “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ของพล.อ.ประยุทธ์ อาทิ 5 นโยบายเด่นในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน การเพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1,000 บาทต่อเดือน และใช้สิทธิฉุกเฉินกู้ได้อีก 10,000 บาท การตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชนวงเงิน 30,000 ล้านบาท คืนเงิน 30% โครงการปลดหนี้ด้วยงาน ส่วนโครงการคนละครึ่งจะทำต่อ และแก้กฎหมายที่รังแกประชาชน ที่เป็นอุปสรรคการทำกิน โดยนโยบายเหล่านี้สามารถทำได้แน่นอน หาก รทสช.เป็นรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็น นายกฯ ดังนั้นจะต้องเลือกผู้สมัครของพรรคเพื่อให้เข้าไปเป็นส.ส.เพื่อเลือกพล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นนายกฯ

เรารู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ นโยบายของพรรคเป็นนโยบายต่อเนื่องจากการที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มา 8 ปี รู้ว่าจะมีงบประมาณดำเนินการหรือไม่ ทุกนโยบายพิจารณาอย่างดีแล้วว่าทำได้จริงและมีงบประมาณ ในช่วงใกล้ช่วงเลือกตั้งจะมีหลายพรรคการเมืองมาลงพื้นที่นำเสนอนโยบายต่างๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ เป็นนโยบายที่สวยหรูแต่ไม่มีงบประมาณ ยิ่งเลือกตั้งเสร็จไม่ได้เป็นรัฐบาลนโยบายเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์

รทสช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจหรือเป็น นั่งร้านให้พรรคการเมืองอื่น แต่เป็นพรรคที่มีจุดยืนเป็นของตัวเอง เชื่อมั่นในการสร้างความปรองดอง เพราะประเทศชาติบอบช้ำมามาก ความขัดแย้งน่าจะพอได้แล้วเอาเวลาไปทำมาหากิน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่สร้างความปรองดองทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข คนไทยทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน น่าเสียดายที่พล.อ.ประยุทธ์ใกล้หมดวาระถ้าอยู่ต่ออีก 1 ปีเศรษฐกิจจะดีกว่านี้มาก แต่ไม่เป็นไร ให้ช่วยกันเลือกกลับเข้ามาใหม่

Gen Z – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถ่ายภาพร่วมกับคณะนักศึกษา ระหว่างเปิดโครงการกระจายความรู้สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ From GenZ to be CEO ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

‘อู๊ดด้า’ตีปี๊บคัมแบ๊กทั้งปท.
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนวัดเหมืองประชาราม อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และนายราเมศ รัตนะเชวง ผู้สมัครสส.เขต 2 พังงา พบปะประชาชน และสมาชิกพรรค

นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนเป็นส.ส.พังงามาก่อน นายราเมศ ถือเสมือนเป็นตัวแทนของตนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเขตนี้ ขอฝากคนพังงา ให้ช่วยลงคะแนนเลือกนายราเมศด้วย และการเลือกตั้งครั้งนี้ จ.พังงา แบ่งเป็น 2 เขต เขต 1 ปชป.ส่ง นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ซึ่งตนได้ฝากคนพังงาไว้แล้ว ขณะที่เขต 2 คือนายราเมศ ถือว่าเป็นน้องใหม่ แม้จะเป็นคนพังงา แต่จำเป็นต้องแนะนำตัวกับพี่น้องประชาชน มั่นใจว่า มาถึงวันนี้ได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นมาก เพราะนายราเมศ เป็นคนเก่ง เป็นคนมีศักยภาพ จึงขอฝากคนพังงาไว้ด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่จ.พังงาถือเป็นบ้านเกิดของหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร ขณะที่ คู่แข่งต่างพรรคก็จ้องอยู่ ปชป.จะมียุทธวิธี เพื่อรักษาพื้นที่ไว้ได้อย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า สิ่งนั้นคืออุดมการณ์ประชาธิปัตย์ และคนพังงามีพัฒนาการทางการเมืองสูงมาก มีความยึดมั่นในอุดมการณ์สูง นอกจากนี้ ตนยังมั่นใจในผลงานที่ได้ทำมาในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งยังไม่รวมถึงผลงานในระดับประเทศอีกหลายด้าน รวมทั้งศักยภาพของตัวผู้สมัครทั้ง 2 คน และยังมีนโยบายใหม่ ของปชป.ที่จะเดินหน้าต่อไปหากเราได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล ทั้งหมดจึงทำให้ตนมั่นใจว่าคนพังงาจะช่วยเหลือพรรคปชป.และสนับสนุนตนต่อไป นอกจากนี้ความเป็นตน ก็จะมีส่วนที่จะช่วยขอแรงสนับสนุนให้ช่วยเลือกประชาธิปัตย์ทั้ง 2 เขต

ต่อข้อถามถึงโพลล่าสุดที่ปชป.มีคะแนนนิยมดีขึ้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนมั่นใจจากการลงทำพื้นที่ด้วยตัวเองกับทีมงานทั้งหมด พบว่าเสียงปชป.ดีขึ้น การตอบรับดีขึ้นใน ทุกภาค และภาคใต้เป็นอีกภาคที่มีเสียง ตอบรับ ดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ มั่นใจว่า การเลือกตั้งเที่ยวหน้า ปชป.ได้เยอะ ภาคใต้ ก็เยอะ คงไม่ต้องบอกตัวเลข เราคัมแบ๊กทั้งประเทศ

สาดสี – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลกทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ร่วมงานเทศกาลสาดสี “โฮลี เฟสติวัล” ครั้งที่ 1 มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พร้อมให้กำลังใจ ในการสู้ศึกเลือกตั้ง ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) เขตมีนบุรี เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

‘องอาจ’คุยคนกรุงตอบรับเพิ่ม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป. รับผิดชอบพื้นที่ กทม. เปิดเผยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. ปชป.จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ให้กับ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ปชป. เพื่อรองรับการยุบสภาเข้าสู่โหมดเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น เร็วๆ นี้ โดยปรับการทำงานให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งการทำงานลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในทุกเขต และการทำงานสื่อสารทางโซเชี่ยลมีเดียผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในนโยบายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสื่อสารให้พี่น้องประชาชนได้สัมผัสถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการนำความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ของผู้สมัคร ส.ส.กทม. ปชป.ทุกคนมารับใช้ประชาชน

จากการทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่าประชาชนตอบรับผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคมากขึ้นตามลำดับ ถึงแม้ผู้สมัคร หลายคนจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ใช้เวลาคลุกคลีกับพี่น้องประชาชนมาพอสมควร ขณะเดียวกันประชาชนใน กทม. ให้ความสนใจในนโยบายของปชป.ที่เป็นนโยบายสามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับมหภาค และระดับจุลภาค เป็นนโยบายที่สามารถทำได้จริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน บนป้ายประกาศ เพื่อสร้างความน่าสนใจเท่านั้น แต่นโยบายของปชป.ได้ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการที่มีทั้งบุคคลภายในและภายนอกพรรค และผ่านกระบวนการ รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหลากหลายรูปแบบ จึงเชื่อมั่นได้ว่าเป็นนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริง

บุกชายแดนใต้ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส.จังหวัดชายแดนใต้ ขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนกว่า หมื่นคน ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (สวน ร.5) จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

ภท.โชว์ตัว 3 จว.ชายแดนใต้
เวลา 16.00 น. ที่สวนสาธารณะเฉลิม พระเกียรติ 6 รอบ (สวน ร.5) ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค และคณะ เปิดเวทีปราศรัยพร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี ได้แก่ น.ส.เพชรดาว โต๊ะมีนา เขต 1 นายอับดุลบาซิม อาบู เขต 2 นายอับดุล กอฮาร์ อาแวปูเตะ เขต 3 และนายฟรีดี เบญ อิบรอน เขต 4, จ.นราธิวาส ได้แก่ นายลุตฟี หะยีอีแต เขต 1 นายราชวัตร เด่นตุลาการ เขต 2 นท.สุกรี ศรีริกานนท์ เขต 3 นายซาการียา สะอิ เขต 4 และนายสุกรี มะเต๊ะ เขต 5, จ.ยะลา ได้แก่ นายเกษมสันต์ สาแม เขต 1 นายอับดุลฮาฟิซ เขต 2 และนายมะรูดีน กาโฮง เขต 3 มีประชาชนรับฟังกว่า 1.5 หมื่นคน

นายอนุทินปราศรัยว่า วันนี้เรามาขอ ความรักจากคนนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ให้รักภท.มากขึ้น การเลือกตั้งครั้งก่อนพี่น้องภาคใต้ให้ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ แก่ภท.ถึง 11 คน ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ยังขาดอีกแค่ 30 คน พี่น้องชาวใต้ยังพอจะให้เรา มากขึ้นได้หรือไม่ การมาครั้งนี้ของภท.เพื่อมาสร้าง มาเสนอ มาขอรับใช้ พี่น้องชายแดนใต้ให้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน เชื่อว่า พี่น้องจะให้โอกาสภท. เพราะเราทำงานให้พี่น้องชาวใต้มาตลอดด้วยความภูมิใจ 4 ปีที่แล้ว เรามาคนเบะปากใส่ก็มี แต่วันนี้ทุกคนฉีกยิ้มให้หมด เราจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.นี้ ขอให้กาทั้งพรรคทั้งคน ไม่วันที่ 7 พ.ค.ก็ วันที่ 14 พ.ค.นี้ ไม่เกินจากสองวันนี้แน่นอน

นโยบายหลัก 4 อย่าง ของพรรคคือการดูแลเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนต้องอิ่ม หนี้สินต้องได้รับการจัดการดูแล พักหนี้ 3 ปี ปลอดต้น ปลอดดอกเบี้ย การดูแลด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา พรรคจะทำให้ด้ามขวานไทยเป็นด้ามขวานทองคำทั้งดุ้น

‘หนู’ซัดพรรคเจ้าถิ่นโจมตีกัญชา
นายอนุทินให้สัมภาษณ์การแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเฉพาะพรรคเจ้าถิ่นอย่างพรรคประชาชาติ (ปช.) ที่ขึ้นป้ายหาเสียง “พรรคของเราไม่เอากัญชาเสรี” ว่า ไม่มีเจ้าถิ่น มีแต่ประชาชน เจ้าถิ่นคือประชาชน ประชาชนแยกแยะได้ว่า อย่างไหนคือการโจมตี อย่างไหนคือประโยชน์ พรรคไหนทำงาน พรรคไหนไม่ทำงาน กัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ถ้ายังมาโจมตีอยู่ถือว่าล้าหลัง ไม่ควรเสนอตัวเองมาเป็นผู้แทนของประชาชน เป็นผู้แทนประชาชนต้องทำเรื่องที่ยากให้กับประชาชนได้ เรื่องง่ายๆ ใครก็ทำได้ และภท.ทำเรื่องที่ยากๆ ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ปช.ประกาศไม่เอานโยบายกัญชาเสรี ถือเป็นการเปิดหน้าชนกับภท.พรรคเดียวเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราจะไปวิจารณ์ไม่ได้ ใครเชื่ออย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น ประชาชนคือคนที่จะตัดสินใจ ตรงนี้ไม่มีความหมายใดๆ กับภท. พรรคไหนไม่เชื่อก็ไปหาเสียงห้ามไม่ให้มีกัญชา แต่ภท.จะ หาเสียงบอกว่ากัญชาดีอย่างไร

“ภาคใต้พืชกระท่อมก็ถูกกฎหมาย แล้วกัญชาเสรีทางการแพทย์ ถูกกฎหมายมันจะต่างกันอย่างไร ถ้าเราใช้ถูกวิธี เรื่องสูบเสพ ผิดกฎหมาย พูดชัดเจนแล้ว เขาทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีอะไรต้องกังวล ใครที่รักประชาชนก็เห็นดาวแสงสว่าง ใครไม่รักประชาชนก็เห็นแต่ความมืด เห็นแต่โคลนตม ตามหลักสุภาษิต โบราณเขาว่าไว้” นายอนุทินกล่าว

เมินผลโพล-ยินดีพท.ตั้งเป้าใหญ่
นายอนุทินกล่าวถึงการที่นิด้าโพลเปิดผลสำรวจประชาชนจ.อุดรธานี พบว่าความนิยมในการเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ ภท. มาเป็นลำดับ 5 ขณะที่ส.ส.เขต มาเป็นลำดับที่ 6 ว่า ถือว่าเป็นไปได้ เพราะเราไม่ได้แข็งแรง ทุกจังหวัด ต้องลองไปทำโพลที่จ.บุรีรัมย์ สตูล อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา ดู แล้วค่อยมาว่ากัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ที่ผลโพลยังไม่ดี จะมีมาตรการเพิ่มเติมอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ภท.มีการทำโพลของพรรคเอง ทุกสัปดาห์จะเชิญผู้สมัครส.ส.ของพรรคมาหารือเพื่อปรับกลยุทธ์ในการทำโพลให้กับเขาจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง

ต่อข้อถามว่า หลายพรรคตั้งเป้าที่จะคว้า ส.ส.อย่างพท.ชู 310 ที่นั่ง นายอนุทินกล่าวว่า ภท.รู้อยู่แล้วว่าจะได้เท่าไหร่ ที่พท.ประกาศคว้า 310 เสียง ก็ยินดีด้วย เมื่อถามว่า การตั้งเป้า ของพท.ดูจะเกินจริงไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีด้วย ทุกคนต้องมีความหวัง แต่ภท.ทำวิสัยทัศน์ให้เป็นความจริง ทำเรื่องจริง อยู่กับความจริง เราก็อยู่ของเราแบบนี้ ไม่วิจารณ์ใคร ถ้าเป็นไปได้คนอื่น ก็ต้องไม่มาวิจารณ์ภท. ต้องให้เกียรติกัน ไม่วิจารณ์กัน ประชาชนคือผู้ตัดสินใจ ไม่ใช่ได้มาเพราะการด้อยค่า หรือด่าทอนโยบายภท.

‘อรรถวิชช์’เตือนแบ่งเขตกทม.
ที่พรรคชาติพัฒนากล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าชพก. แถลงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ว่า เดิมกทม.แบ่งการเลือกตั้ง 8 รูปแบบ และเปิดรับฟังความเห็นประชาชน แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ตีความไม่นับรวมคนต่างด้าวในการคำนวณส.ส. จึงต้องแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ โดยกกต.กทม.ได้แบ่งเขตเป็น 4 รูปแบบ และเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครบกำหนดในวันที่ 13 มี.ค. และจะส่งให้กกต.ชุดใหญ่ พิจารณาสรุปในวันที่ 14 มี.ค.

ขอฝากกกต.ชุดใหญ่ ว่าหาก กกต.กทม.เลือกแบ่งเขตในรูปแบบที่ 1 หรือ 2 จะเป็นการแบ่งเขตที่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการซอยแขวงมานับรวมเป็นเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่การ นับรวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 27 ที่ระบุสองหลักการสำคัญ คือให้นับรวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้งและต้องเป็นการกำหนดเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน แต่การนับแบบ 1 หรือ 2 แบ่งแบบกิ้งก่า เป็นการรวมแขวงแบ่งให้ลดเลี้ยว เคี้ยวคด มีการแทรกแขวงมานับรวม ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะทำให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ สามารถระบุได้ว่าพรรคไหนจะชนะและได้จำนวนส.ส.เท่าไหร่ และยังทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่าอยู่ในเขต เลือกตั้งใด ต่างจากการแบ่งในรูปแบบที่ 3 หรือ 4 ที่นับอำเภอเป็นหลัก นอกจากนั้น ในจำนวน 33 เขตยังพบว่ามีการแยกแขวงมานับรวมถึง 27 เขต ในรูปแบบที่ 1 และ 30 เขต ในรูปแบบที่ 2

“ขอเตือนกกต.กทม.อย่าทำอะไรที่ผิด หากเลือกแบบที่ 1 หรือ 2 จริง ถือว่าผิดกฎหมายแน่นอน เพราะการแบ่งเขตต้องยึดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ใช่ตามระเบียบของกกต. และผมจะไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาแน่นอน และจะส่งผลให้ปฏิทินการเลือกตั้งมีปัญหา เพราะหากยังแบ่งเขตไม่เสร็จ ก็ยังทำไพรมารีโหวตไม่ได้ และจะกระทบต่อการเลือกตั้ง ดังนั้นกกต.ใหญ่จะเลือกแบบที่ 3 หรือ 4 ก็ได้ แต่ถ้าเลือกแบบที่ 1 หรือ 2 ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายทำให้ประชาชนสับสน ถึงเวลาเลือกตั้งการเปลี่ยนทุกรอบ จะทำให้เกิดส.ส.หน้าใหม่ทุกครั้งในการเลือกตั้ง ประชาชนก็ไม่คุ้นชินกับส.ส.” นายอรรถวิชช์กล่าว

พท.ปลุกกทม.แลนด์สไลด์
เมื่อเวลา 09.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พร้อมด้วย ส.ส.กทม.และผู้สมัคร ส.ส.กทม.ลงพื้นที่เปิดศูนย์ประสานงานพท.เขตบางกะปิ บริเวณถนนโพธิ์แก้ว หน้าวัด บึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ มีประชาชนมาให้กำลังใจล้นหลาม

นายสมชายกล่าวว่า วันนี้ทุกคนอยากได้รับเลือก แต่ พท.ประเมินว่าศักยภาพของ ผลงานที่ผ่านมา รวมถึงผู้สมัครที่เราคัดเลือก คิดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เมื่อดูจากโพลแล้ว 310 ที่นั่งมี ความเป็นไปได้ และ พท.อยากให้กรุงเทพฯ แลนด์สไลด์ด้วย ส่วน ส.ว.ที่ยังมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ ส่วนตัวคิดว่า ส.ว.เองก็เห็นถึงการบริหารของรัฐบาลที่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ทำให้ประเทศพัฒนา ท่านก็เป็นประชาชน คงมีวิจารณญาณในการโหวตครั้งหน้า

ด้านนางพวงเพ็ชรกล่าวว่า คราวที่แล้วเราชนะที่หนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะติดเรื่อง ส.ว. 250 เสียง หากเลือกพท. ให้แลนด์สไลด์ 310 ที่นั่งขึ้นไปตนเชื่อมั่นว่า ส.ว.จะไม่กล้าดูถูกประชาชน ขอให้มือของท่าน กาพท. อย่าไปสงสัย แบ่งใจ แบ่งปันให้พรรคอื่น ขอให้เชื่อมั่นในพท. เพราะประชาชนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ได้

เข้าวัด – น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแกนนำพรรค เข้าสักการะพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

บุกพิษณุโลก-เลขาฯ ตกเวที
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เข้าสักการะพระพุทธชินราช เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่อาคารวังเป็ดร่วมใจ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งมี น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เป็นผู้สมัครส.ส.เขต 4 มีประชาชนรอรับฟังคำปราศรัยจนเต็มพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแนะนำ ผู้ร่วมปราศรัย ปรากฏว่านายประเสริฐ ได้ก้าวพลาดตกเวทีที่มีความสูงประมาณ 1 เมตร 20 เซนติเมตร ทำให้มีอาการเจ็บ ข้อเท้าเล็กน้อย แต่นายประเสริฐยังสามารถเดินขึ้นเวทีได้ต่อ ทำให้ นพ.ชลน่านปราศรัยเป็นทีเล่นทีจริงว่านายประเสริฐกระโดดลงไปรับส.ส.ใหม่

นพ.ชลน่านปราศรัยว่า การเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องเขต 4 เลือกพท. แต่วันนี้ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว วันนี้เรามีคนใหม่อาสารับใช้ประชาชน ปีนี้ตัดสินใจจะทวงคืนส.ส.เขต 4 กลับมา วันนี้เราต้องได้ ส.ส.ทั้งจังหวัด ถ้าเราไม่คิดใหญ่โอกาสของประชาชนจะไร้ทิศทาง ถ้าพท.ไม่ได้ส.ส. 310 เสียง จะไม่มีการเลือกนายกฯ ในรัฐสภา เพราะส.ว. 250 เสียงบวก ส.ส.ของเขา ขณะที่ของเราได้ 270 เสียงจะไม่มีฝ่ายไหนถึง 376 เสียง จะเป็นรัฐบาลไปอีก 2 ปี จนถึงปีที่ส.ว.หมดวาระคือปี 2567 อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ถึงปี 2567 หรือไม่ นี่คือสิ่งที่เขาวางแผนไว้ ต้องไปถามเขาว่า จริงหรือไม่ แต่ตนสงสัย เพราะพรรคที่ พล.อ.ประยุทธ์สังกัดไล่ดูส.ส.เขตคิดว่าไม่ถึง 25 เสียงที่จะส่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ย้ำ 310 สส.-ไม่ดีล‘บิ๊กป้อม’
นพ.ชลน่านกล่าวว่า นอกจากนี้ มีคนบอกว่าจะมีการเตรียมซื้อเสียงส.ส.บัญชีรายชื่อ 10 ล้านเสียงด้วยเสียงละ 500 บาทเป็นเงิน 5 พันล้านบาท แต่ตนไม่เชื่อว่าประชาชนซื้อได้จริงหรือไม่ ไม่รู้ แต่ถ้าคิดเช่นนั้นเป็นเรื่องอันตราย แล้ว พล.อ. ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ ได้ต่อ จะยอมหรือไม่ พท.จึงคิดใหญ่ ป้องกันไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่ออีก 2 ปี รักษาการยาวจนกว่า ส.ว.จะหมดวาระ เพราะรัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ทำได้

ที่ร้ายกว่านั้นเขาบอกว่าถ้าเขาอยู่ยาวได้ เขาจะแก้รัฐธรรมนูญ ให้ส.ว.ยังมีอำนาจ เลือกเขาอยู่ เพื่อให้ส.ว.อยู่ในรัฐธรรมนูญต่อ และพล.อ.ประยุทธ์สามารถอยู่ได้มากกว่า 8 ปีโดยไม่มีกำหนด ส่วนเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่ต้องติดตามกันดูต่อไป และถ้าเราได้ถึง 310 เสียง พท.จะไม่จับมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร.

ด้าน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตอน พท. เป็นรัฐบาลหวังใช้งบ 480 ล้านเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่มีการรัฐประหารก่อน วันนี้การเลือกตั้งมาถึง พท.พร้อมแล้ว จะนำโมเดลดังกล่าวกลับมาทำให้กับประชาชน โมเดลที่ว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งด้วยการขยายคลองผันน้ำจากแม่น้ำน่านไปแม่น้ำยม ทำแก้มลิงดักน้ำหลากให้ประชาชน และจะขยายอ่างเก็บน้ำชุมชนไว้ใช้ในหน้าแล้ง การ กลับมาครั้งนี้จะทำโมเดลดังกล่าวให้ดีขึ้น ด้วยการยกสะพานให้ประชาชนมีเส้นทางสัญจรช่วงน้ำหลาก

สำหรับผู้เป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ หรือ ธ.ก.ส. เราจะใช้นโยบาย 3 ดี คือ ดินดีน้ำดี เมล็ดพันธุ์ดี และทำการตลาดด้วยการทำให้ราคาพืชผลการเกษตรดียกแผง และ เราจะพักหนี้เกษตรกรยกแผง และใน 4 ปี จะทำให้ราคาพืชผลการเกษตรขึ้นเป็น 3 เท่า นอกจากนี้ยังจะพัฒนาสนามบินพิษณุโลก ขอให้พี่น้องรวมใจเลือกทั้งคนทั้งพรรคให้แลนด์สไลด์ และตอนนี้เรามีประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดีคนไทยหายจนแน่นอน

‘เสี่ยนิด’ขอตั้งรบ.พรรคเดียว
นายเศรษฐากล่าวว่า ในฐานะน้องใหม่ทางการเมือง ตนมาพร้อมหัวใจที่เต็มเปี่ยม เชื่อมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ไม่เอารัฐประหาร ถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาว่า 8 ปี ที่ผ่านมาเราเจอปัญหาอะไรบ้าง ทั้งรายได้ตกต่ำ ค่าใช้จ่ายสูง ครึ่งหนึ่งของประชากรพิษณุโลกเป็นเกษตรกร หนี้สินครึ่งหนึ่งเกิดจากการ เกษตร พืชผลราคาตกต่ำ ผู้นำประเทศไม่ขยายตลาด ทำนาแทบตาย รายได้ต่อไร่สุทธิ 1,000 บาทจะกินจะอยู่อย่างไร คนแก่มีเงินที่ออมไว้ก็ไม่สามารถใช้เลี้ยงตัวเองอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี พท.ใช้การตลาดนำนวัตกรรมเสริม ถ้าเราได้เข้ามา เชื่อว่ารายได้จะเพิ่ม 3 เท่าใน 4 ปี เงินสุทธิต่อไร่ อย่างน้อยต้อง 3 พัน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ลำบากถ้าพท.ไม่ได้เข้ามาบริหารแบบพรรคเดียว เรามีส.ว. 250 คน เป็นขวากหนาม อย่างน้อยเราต้องได้ 310 เสียง ต้องเริ่มต้น ที่นี่วันนี้ 5 เขต พิษณุโลก ต้องยกหมด ถ้ายก 5 เขต เชื่อว่าเราทำได้ 8 ปีที่ผ่านมาเพียงพอแล้ว 4 ปีต่อไปอยากได้อะไร คิดให้ดี อย่าปันใจ พรรคพี่พรรคน้อง พรรคสาขาเราไม่เคยพูด พท.พรรคเดียวแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

นายณัฐวุฒิปราศรัยว่า 4 ปีที่แล้วพี่น้องบางระกำเลือก ส.ส.พท. มาวันนี้แกนนำพท.มากันครบ แต่ทำไม ส.ส.ไม่มา ไม่รู้ไปดูดกัญชาอยู่ไหน วันนี้ถ้ามีบางคนจากไปแล้วก็บ๊ายบาย พท.เรามีของดี มีคนใหม่มานำเสนอ ก่อนหน้านี้มีคนของรทสช. พยายามท้าให้พท.ยกเลิกบัตรคนจน เราจะยกเลิกทำไม พี่น้องต้องเก็บไว้ประจานที่ทำให้คนจน ถึงต้องมาแจกบัตรคนจนแบบนี้ แต่พท.จะยกเลิกให้คนไทย หายจนทั้งประเทศ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกจะขอทำให้ประเทศเดินหน้าต่อ ตนเห็นว่าประเทศเดินช้ากว่าพล.อ.ประวิตร เสียอีก วันนี้พท.คือความหวังเดียว เลือกพท.ให้ แลนด์สไลด์ เพื่อให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว

ตกเวที – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก้าวพลาดพลัดตกเวที ระหว่างร่วมปราศรัยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน ที่วัดวังเป็ด อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

‘อิ๊ง’โวกวาดยกจังหวัด
น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจได้ ส.ส.พิษณุโลกยกจังหวัดว่า เรามั่นใจในเรื่องดังกล่าว เรานำนโยบายมาเสนอให้ประชาชน และว่าที่ผู้สมัครเองก็ทำงาน อย่างหนัก เราจึงมั่นใจและมีกำลังใจอย่างมาก เมื่อถามถึงกรณีนายนิยม ช่างพินิจ อดีตส.ส.พท. ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะสามารถแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครของพท. ที่ลงเขตนี้เป็นคนที่ประชาชนรู้จักดีอยู่แล้ว แน่นอนว่าเราต้องเพิ่มเติมเรื่องการแนะนำว่า เรามาแบบนี้ตั้งใจแบบนี้ เพื่อให้ส.ส.ของเราเข้ามาทำงานในสภาเพื่อผลักดันนโยบาย เพื่อพี่น้องประชาชน ฉะนั้นเรามั่นใจมากๆ

นพ.ชลน่านกล่าวกรณีประกาศไม่จับมือกับพปชร.ว่า เรื่องนี้มีกระแสมาปิดกั้นยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพท.ที่เราประกาศไว้ หากพี่น้องสนับสนุนเราตามที่ประกาศไว้ว่าจะได้ ส.ส. 310 เสียง เราประกาศชัดไม่จับมือ กับใคร โดยเฉพาะฟากฝั่งที่มาจากเผด็จการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพูดเพราะไม่อยากให้กระพือข่าว เอาเรื่องนี้มาทำลายพรรคเรา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังเลือกตั้งยืนยันจะไม่ จับมือใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า หากเราได้ 310 เสียงไม่มีความจำเป็น ต่อข้อถาม ว่าหากได้ไม่ถึง 310 เสียงจะทำอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า อยู่ที่ผลการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ถึงเราก็ต้องมาดูตัวเลข และพรรคที่ประชาชนให้ความไว้วางใจลำดับถัดจากเราเป็นพรรคไหน อย่างไร เรายึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่สามารถทำงานร่วมกันได้

นายเศรษฐากล่าวถึงการขึ้นเวทีปราศรัย วันที่สอง หลังขึ้นเวทีแรกจ.พิจิตร เมื่อ 11 มี.ค. ว่า ตนตื่นเต้นและดีใจ ซาบซึ้งใจที่ประชาชนให้การต้อนรับที่ดี ตนมีหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคคนอื่นๆ เป็นแรงบันดาลใจ ทุกท่านให้กำลังใจและให้การช่วยเหลือเต็มที่ ผู้สื่อข่าวถามว่า เวทีที่สองวันนี้เหมือนพูดได้ดุดันขึ้น นายเศรษฐากล่าวว่า คงมาจากความอัดอั้นตันใจ เมื่อถามว่าพอได้ปราศรัยแล้วเริ่มติดใจการขึ้นเวทีแล้วหรือยัง นายเศรษฐา กล่าวว่า “มันเป็นหน้าที่ที่พรรคมอบหมาย ให้ เป็นหน้าที่ที่เราต้องมาขยายนโยบายให้ประชาชนทราบถึงอนาคต ว่าหากเลือกพท.มาเราจะทำอะไรให้เขาได้บ้าง”

ตอก‘ตู่’เลิกตะแบงปท.มั่นคง
ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่สวนกลางเมือง จ.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธารปราศรัยว่า วันนี้ตนและพท.มาบอกว่าทำไมอยากให้เลือกพท. ทำไมถึงแบ่งใจไม่ได้ เพราะถ้าแบ่งใจ พท.จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ และจะไม่สามารถผลักดันนโยบายดีๆ สู่มือประชาชนเหมือนที่เคยทำมาได้ อีกไม่กี่วันจะยุบสภา อยากให้ประชาชนกำหนดอนาคต ตัวเองเลือกรัฐบาลแบบไหนมาดูแล เลือกรัฐบาลแบบไหนให้มาผลักดันนโยบายให้สำเร็จ

ด้านนายเศรษฐากล่าวว่า ขอบคุณ น.ส.แพทองธาร ที่ให้โอกาสตนเข้ามามี ส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ วันนี้ตนก้าวเข้าการเมืองอย่างเต็มตัวสลัดคราบนักธุรกิจ 8 ปีที่ผ่านมาประเทศเราตกต่ำ นายกฯ คนปัจจุบันพูดตลอดว่าเรามั่นคง แต่จะมั่นคงได้อย่างไรถ้าไม่มั่งคั่งก็ไม่มั่นคง รายได้ถดถอย ยาเสพติดเพิ่ม ดั้งนั้นอย่าตะแบง พูดอยู่ได้ว่ามั่นคง 8 ปีที่ผ่านมาต้องพอแล้ว ลูกหลานย้ายออกนอกประเทศเพราะไม่มั่นคงในรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ สิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ ทำไมยังบังคับเกณฑ์ทหารแทนที่จะให้สมัครใจ

พท.ใช้นโยบายนำมาโดยตลอด ดังนั้น นโยบายที่จะคลอดมา รับรองได้ว่าโดนใจ การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง จะรับเงินใครก็รับไป ส่วนจะกาหรือไม่ ตนว่านโยบายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เรามีรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องไปแบมือขอใคร 8 ปีที่ผ่านมาผู้นำไม่ได้ไปสร้างตัวตนบนเวทีโลก เราต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน ประเทศไทยแม้จะเล็กแต่มีศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย โดยต้องเลือกพท. นายกฯ จะเป็นใครก็ตามที แต่รับประกันได้ว่าศักดิ์ศรีจะถูกคืนมาให้ประชาชน อีก 2 เดือนจะมีการเลือกตั้งถ้าไม่พอใจกับ 8 ปีที่ผ่านมา ขอให้เข้าคูหากาพท.ทั้ง 2 ใบ แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

เปิดตัว – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรคเปิดตัว 33 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพฯ บนเวทีปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

ก้าวไกลเปิดตัว 33 ผู้สมัครกทม.
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พร้อมสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตบางแค ยานนาวา และบางซื่อของพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขต

นายพิธากล่าวปราศรัยว่า วันนี้ตนไม่สามารถปราศรัยแบบดุเดือดเหมือนทุกครั้งแล้ว เพราะเป็นเหยื่อของฝุ่น PM2.5 คุณหมอให้งดใช้เสียง แต่ที่ตนมาวันนี้เพราะอยากมาพบปะประชาชนชาวกทม. และตนเป็นหัวหน้าพรรคที่พักเมื่อชนะไม่ได้พักเมื่อเหนื่อย วันนี้ถอดสายน้ำเกลือออกมาพบปะประชาชน ซึ่งตนภูมิใจมากเมื่อปี 2562 ชาวกทม.ให้คะแนนเสียงกับพรรคอนาคตใหม่ จนมาวันนี้ตนมาเป็นหัวหน้าก.ก. และประชาชนไม่เคยทิ้งพรรคเรากับการบริจาคภาษีจากประชาชนเป็นอันดับที่ 1 มาเป็นเวลา 4 ปีซ้อน แต่ตนมีเรื่องคับแค้นใจที่วันนี้เรายังไม่มีพวกเรามากพอที่อยู่ในสภา และทำเนียบรัฐบาล ดังนั้น ถ้าท่านอยากให้มีพวกของเราเยอะๆในสภาและทำเนียบให้เลือกก.ก. เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาด้วยกัน และในการเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกตั้งเพื่อการเดิมพัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนเริ่มงาน มีบุคคล 3-4 คนมาถือแผ่นป้าย เขียนข้อความ เช่น ทำได้จริงนโยบายใกล้กาว หยุดบ่อนทำลายชาติ ทำให้ถูกเชิญออกจากบริเวณงาน เมื่อมีการสอบถามถึงที่ไปที่มาพบว่า คนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ย่านนี้ และเมื่อขอให้อ่านข้อความที่เขียนบนป้ายก็ไม่สามารถอ่านได้ แต่บอกแค่ว่าอยากมาถามถึงนโยบายพรรคเฉยๆ ไม่มีเจตนาอะไร ก่อนยอมออกจากงานไปด้วยดี

ขนคนดังลงสนาม
สำหรับผู้สมัครส.ส.ทั้ง 33 เขต ได้แก่ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เขตธนบุรี, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขตบางขุนเทียน, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ อดีตหัวหน้ากลุ่มการ์ด วีโว่ เขตพระโขนง-บางนา, นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เขตบางพลัด-บางกอกน้อย, นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตร์ เขตจอมทอง, น.ส.แอนศิริ วลัยกนก เขตทุ่งครุ, น.ส.รักชนก ศรีนอก เขตบางบอน, นายธัญธร ธนินวัฒนาธร เขตบางแค, น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล เขตตลิ่งชัน, น.ส.ปวิตรา จิตตกิจ เขตภาษีเจริญ, นายสิริน สงวนสิน เขตทวีวัฒนา, นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ เขตพระนคร, น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หลานสาวพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ เขตปทุมวัน

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ เขตยานนาวา, นายภัณฑิล น่วมเจิม เขตคลองเตย, นายกันตภณ ดวงอัมพร เขตดินแดง, นพ.เฉลิมชัย กุลาเลิศ เขตห้วยขวาง, น.ส.ภัสริน รามวงศ์ เขตบางซื่อ, นายธนเดช เพ็งสุข เขตลาดพร้าว, นายชยพล สท้อนดี เขตหลักสี่, นายเอกราช อุดมอำนวย เขตดอนเมือง, น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เขตสายไหม, นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ เขตบางเขน, น.ส.นายิกา ศรีเนียน เขตบึมกุ่ม

น.ส.สิริลภัส กองตระการ หรือ หมิว นักแสดง นักร้อง เขตบางกะปิ, นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ เขตสวนหลวง, นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ เขตคันนายาว, นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ เขตสะพานสูง, น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เขตคลองสาน, นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เขตมีนบุรี, นายชุมพล หลักคำ เขตลาดกระบัง, นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เขตจตุจักร, นายฉัตรชัย เลี้ยงมงคล เขตหนองจอก

ไม่หวั่นผลโพลเป็นรองเพื่อไทย
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า กทม.เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของก.ก. การเลือกตั้งในปี 2562 ได้คะแนนป๊อบปูลาร์โหวตในกทม. 8 แสนคะแนน ดังนั้นทั้ง 33 เขตในกทม. จึงเป็นพื้นที่ที่เราหวังผลทั้งหมด โดยชูจุดเด่นคือแคนดิเดต นายกฯ และนโยบายที่จับต้องได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงผลการสำรวจของนิด้าโพลในพื้นที่ จ.อุดรธานีที่ก.ก.มาเป็นอันดับ 2 รองจากพท. นายพิธา กล่าวว่า ไม่หวั่นไหว และตั้งใจทำงานต่อเต็มที่ ซึ่งนิด้าโพลกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ประมาณ 2,000 คน แต่ในส่วนของ จ.อุดรธานีอยู่ที่ 1,020 คน ความมั่นใจอยู่ที่ร้อยละ 95 และเป็นการทำโพลในช่วง 24 ก.พ.-ต้นมี.ค. ช่วงก่อนที่ตนจะลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียง และได้พบปะนักธุรกิจและประชาชนในพื้นที่ จึงเชื่อว่าการทำงานของเราในพื้นที่อุดรธานีที่แพ้แค่ 3,000 คะแนน จะได้รับความนิยมและได้รับความเชื่อมั่นจากชาวอุดรธานีมากขึ้น สำหรับตน โพลขึ้นไม่หลง โพลลงไม่ท้อ เราทำงานเต็มที่เพื่อประชาชนต่อแน่นอน

เมื่อถามว่าล่าสุดพท.ประกาศชัดเจนว่าจะไม่จับมือกับพปชร.และรทสช. จะทำให้การจับมือระหว่างฝ่ายค้านขณะนี้เป็นไปได้มากขึ้นหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า นับว่าเป็นจุดยืนที่ใกล้เคียงกับก.ก. ขณะเดียวกันไม่ได้ทำให้จุดยืนของก.ก.หวั่นไหวหรือสับสน จุดยืนของเราที่พูดมาตลอดคือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถ้ารวมพลังขั้วประชาธิปไตยสามารถที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยได้มากที่สุด เพราะมีชุดนโยบายที่ใกล้เคียงกันที่จะต่อสู้กับความท้าทายในปัจจุบันของประเทศ ไทย และก.ก.ไม่มีวันร่วมมือกับพรรคทหารจำแลง อย่างรทสช. หรือพปชร.อย่างแน่นอน

เวทีกรุง – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พาแกนนำพรรคขึ้นเวที ‘แก้ ทุกข์ มหานคร กทม.’ ท่ามกลางชาวดอนเมืองหลายพันคนให้การต้อนรับ ที่ชุมชนปิ่นเจริญ กทม. เมื่อวันที่ 12 มี.ค.

ทสท.ดอนเมืองพรึ่บ
เวลา 16.00 น. ที่ชุมชนปิ่นเจริญ 2 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรค นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผอ.สำนักงานปราบโกง นายการุณ โหสกุล ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง ทสท. ขึ้นเวทีปราศรัย “แก้ ทุกข์ มหานคร กทม.” มีชาวดอนเมืองแห่ฟังกว่า 3,000 คน

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ลงพื้นที่ดอนเมืองครั้งใดอบอุ่นหัวใจทุกครั้ง มีความผูกพันกับพี่น้องชาวดอนเมืองเนื่องจากเป็นส.ส.ครั้งแรกในพื้นที่แห่งนี้ เห็นปัญหาเห็นความทุกข์ยากและคอยดูแลช่วยเหลือกันมาตลอด ได้ผลักดันหลายนโยบายจนสำเร็จเป็นรูปธรรม แต่ยังมีอีกหลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่หนักหน่วงมากขึ้นทุกปี ทสท.จึงขอประกาศว่า “การแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษต้องเป็นวาระแห่งชาติ”

ส่วนปัญหาและความทุกข์ของพี่น้องอีกเรื่องที่สำคัญคือปัญหาน้ำท่วม ซึ่งจากรายงานของกรีนพีซ ระบุว่าในอีก 10 ปีข้างหน้ากรุงเทพฯ มีโอกาสถูกน้ำท่วม เนื่องมาจากสภาวะโลกร้อนและการละลายของน้ำแข็ง ขั้วโลกหนุนให้น้ำทะเลสูง ทสท.จึงเตรียมศึกษาเรื่องการสร้างเขื่อนกั้นอ่าวไทย โดยหยิบยกกรณีศึกษา Delta Works ในเนเธอร์แลนด์มาศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจของประเทศและความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ จึงต้องเร่งศึกษาตั้งแต่วันนี้

สำหรับนายการุณ ถือเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จนถูกตั้งข้อหา ก่อการร้ายจนถึงวันนี้ ก็ยังต้องต่อสู้ตามกระบวนการ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีจิตวิญญาณรับใช้ พี่น้องชาวดอนเมืองมาอย่างยาวนาน ตามสโลแกนที่ว่า “ดอนเมืองไม่ทิ้งกัน การุณ ไม่ทิ้งใคร” จึงมั่นใจว่านายการุณจะสามารถปักธงในเขตดอนเมืองได้อีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน