ป่วยจิต-ขังตัวในบ้าน อาละวาดสาดกระสุน ล้อมระทึกเช้ายันดึก
ยิงแก๊สน้ำตาระงับเหตุ ‘พ.ต.ท.’ สารวัตรสันติบาลคลุ้มคลั่งหนัก ยิงปืนออกจากบ้านพักย่านสายไหม กทม. หลายสิบนัด มีอาการป่วยจิต ขาดราชการหลายวัน ก่อนเกิดเหตุทางต้นสังกัดและ ร.พ.ตำรวจจะมารับตัวไปรักษา ทำให้ไม่พอใจระเบิดอารมณ์ยิงปืนใส่ แต่โชคดีกระสุนไม่ถูกใคร ต้องระดมหน่วยอรินทราชตรึงที่เกิดเหตุ จัดทีมเข้าเจรจาเกลี้ยกล่อมเครียดตลอดทั้งวันเกือบ 10 ชั่วโมง สุดท้ายต้องตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาเข้าคลี่คลายสถานการณ์
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มี.ค. พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม รับแจ้งเหตุตำรวจคลุ้มคลั่งยิงปืนหลายนัด ออกมาจากบ้านเลขที่ 2/269 โครงการบ้านมั่นคง สหกรณ์เลียบคลองสองสามัคคี จำกัด แยกซอยสายไหม 46 เขตสายไหม กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและพร้อมด้วยพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.ท.สัญชัย คีรีรัตน์ รองผกก.ป. รวมทั้งประสานพล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ.นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช 26 รุดไปที่เกิดเหตุ
สถานที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น พบชายคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืนตะโกนโวยวายอยู่ในบ้าน ทราบชื่อพ.ต.ท.กิตติกานต์ แสงบุญ อายุ 51 ปี สังกัดศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าพ.ต.ท.กิตติกานต์ยังไม่มีครอบครัว เมื่อ 2 ปีที่แล้วย้ายเข้ามาเช่าบ้านที่เกิดเหตุกับเพื่อนตำรวจ 2 คน ต่อมาเพื่อนย้ายไปอยู่ที่อื่น พ.ต.ท.กิตติกานต์พักอยู่คนเดียว ก่อนหน้านี้สังกัดวิทยาลัยการศึกษา กองบัญชาการศึกษา และการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งล่าสุดมาอยู่ที่ตำรวจสันติบาล
จากการสอบสวนยังทราบอีกว่าพ.ต.ท. กิตติกานต์มีภาวะทางจิต ขาดราชการหลายวัน ชาวบ้านมักจะเห็นถือโทรศัพท์มือถือใส่หูฟังพูดคนเดียวและตะโกนด่าไปเรื่อย อีกทั้งชอบยิงปืนขึ้นฟ้าสร้างความหวาดผวาไปทั่ว โดยก่อนเกิดเหตุชุดปฏิบัติการสันติบาล ประสานร.พ.ตำรวจ เพื่อมารับตัวไปรักษา เมื่อเคาะประตูเรียกปรากฏว่าพ.ต.ท.กิตติกานต์ ไม่พอใจ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประตูไม้ทะลุออกมา 2 นัด เพื่อนและเจ้าหน้าที่ร.พ.วิ่งหนีแตกกระเจิง โชคดีกระสุนปืนไม่ถูกใคร
จากนั้นพ.ต.ท.กิตติกานต์เปิดประตูออกมายืนถือปืนอยู่หน้าบ้าน โวยวายตะโกนซื้อบุหรี่ 1 ซองจากร้านขายของชำข้างบ้าน ขณะนั้นแม่ค้าใจดีสู้เสือเดินเอาบุหรี่ไปยื่นให้ ก่อนที่พ.ต.ท.กิตติกานต์คว้าบุหรี่แล้วกลับเข้าบ้าน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราชล้อมบ้าน พร้อมกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่อันตราย

สยบตร.คลั่ง – หน่วยคอมมานโดปิดล้อมบ้านมั่นคงย่านสายไหม กทม. เพื่อระงับเหตุพ.ต.ท.กิตติกานต์ แสงบุญ สารวัตรสันติบาล ที่มีอาการป่วยทางจิต คลุ้มคลั่งยิงปืนสนั่นตั้งแต่ช่วงสายจนมืดค่ำ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.
ต่อมาเวลา 13.20 น. ขณะเจ้าหน้าที่ เกลี้ยกล่อม ปรากฏว่าพ.ต.ท.กิตติกานต์คลุ้มคลั่งหนัก ยิงปืนออกมาอีกว่า 20 นัด พร้อมตะโกนด่าทอ เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังรอบบ้าน รอให้พ.ต.ท.กิตติกานต์สงบสติอารมณ์ เนื่องจากหากชาร์จอาจเกิดการสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างนั้นติดต่อผู้บังคับบัญชาที่พ.ต.ท.กิตติกานต์เคารพนับถือ และญาติพี่น้องให้มาช่วยเกลี้ยกล่อม แต่ผ่านมากว่า 3 ชั่วโมงก็ยังไม่เป็นผล และจากการตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน 2 กระบอก คือขนาด .357 และขนาด 9 ม.ม. และถูกยิงออกมาแล้วรวม 47 นัด แต่กระสุนไม่ถูกใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ล่วงเลยมาจนถึงเวลา 16.10 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. อดีตผู้บังคับบัญชาพ.ต.ท. กิตติกานต์เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อจะเจรจาเกลี้ยกล่อม พร้อมเปิดเผยว่าพ.ต.ท.กิตติกานต์เป็นลูกน้องเก่า เคยมีอาการลักษณะนี้มาแล้ว แต่ไม่หนักเท่าครั้งนี้ เดิมทำงานที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก่อนไปประจำที่กองบัญชาการศึกษา จนกระทั่งย้ายมาสันติบาล
เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ใช้โดรนบินดูสถานการณ์โดยรอบบ้าน พร้อมจัดกำลัง เจ้าหน้าที่อรินทราชเรียงแถวใช้โล่เข้าไปบริเวณบ้าน พร้อมกับเจรจาว่าสารวัตรกานต์ยังทำประโยชน์ให้กับสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดจากัน หากต้องการอะไรขอให้บอก จะจัดการให้ แต่ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด
ถัดมาเวลา 17.20 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. เดินทางมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ขณะเดียวกันหน่วยอรินทราชจัดเตรียมแก๊สน้ำตาบุกชาร์จ ขณะที่การเจรจาเกลี้ยกล่อมก็ผ่านมา 8 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่ทีท่าที่พ.ต.ท.กิตติกานต์จะออกมามอบตัว ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ระบุว่าจากการประเมินสถานการณ์ พฤติกรรมพ.ต.ท.ไม่ใช่ภัยคุกคาม ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ความรุนแรง จึงสั่งให้ห้ามใช้กำลังโดยเด็ดขาด รอให้พ.ต.ท.กิตติกานต์เย็นลง สาเหตุเกิดจากปัญหาส่วนตัว ประกอบกับปัญหาทางจิตเวช และปัญหาความกดดันในหมู่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าเจ้าหน้าที่ยังคงใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมเป็นหลัก โดยนำพี่ชาย พ.ต.ท.กิตติกานต์มาช่วยพูดกับน้องชายด้วย แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ขณะที่พ.ต.ท.กิตติกานต์ยังคงเก็บตัวอยู่ในบ้าน และเปิดเพลงเสียงดัง สถานการณ์ล่วงมาถึงเวลา 18.45 น. เกิดเสียงปืนดังขึ้นกว่า 10 นัดมาจากในบ้าน พร้อมกับเสียงระเบิด เจ้าหน้าที่ประกาศให้ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เนื่องจากใช้แก๊สน้ำตาเข้าระงับเหตุ
เวลา 20.35 น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษคอมมานโดกองปราบปรามเกือบ 10 นาย เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมอุปกรณ์ และอาวุธพิเศษเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ โดย เจ้าหน้าที่แต่ละนายติดกล้องที่หมวกสำหรับมองกลางคืนเพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจในที่มืด จากนั้นคอมมานโดชุดดังกล่าวได้ฝึกซ้อมจำลองสถานที่บ้านผู้ก่อเหตุ โดยฝึกจู่โจม ชาร์จจับ ทั้งนี้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ประชุมหารือ กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้ข้อสรุปว่าเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยจิต จะไม่ใช้มาตรการรุนแรง จะปิดล้อมจนกว่าผู้ก่อเหตุจะอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย แล้วหน่วยคอมมานโดจะเข้าจู่โจมจับกุมตัว