ปมลงพื้นที่แฝงหาเสียง ‘ป้อม’โชว์อีก-2กูรูทีมศก. ‘2มิตร’นัดเปิดตัวเข้าพท. อู๊ดด้ากรีดจุติ-ไม่บอกลา
‘สมชัย’จ่อบุกกกต.ยื่นยุบพรรครวมไทยสร้างชาติ ฟัน‘ประยุทธ์- พีระพันธุ์’ลงพื้นที่ตรวจงานแฝงหาเสียง พรรคป้อมเปิดตัว ‘ธีระชัย-กรกสิวัฒน์’เสริมทีมเศรษฐกิจแน่นปึ้ก ‘อนุทิน’ควง‘ศักดิ์สยาม-ชาดา’ เข้ามูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เจ้าบ้านเผย กินข้าวกันถือเป็นพวกเดียวกัน ‘จุรินทร์’ กรีด‘จุติ’ย้ายพรรคไปอยู่ รทสช.ไม่มาบอกลาสักคำ จับตา 17 มี.ค. กลุ่มสามมิตรยกก๊วน ลาออกทุกเก้าอี้ ‘สมศักดิ์’นัดแถลงเปิดใจ ย้ายกลับเพื่อไทย กกต.ถกเครียด แบ่ง 400 เขตเลือกตั้งเสร็จ ลุ้นมีผลบังคับใช้ 17 มี.ค. ‘บิ๊กตู่’ตรวจราชการนราธิวาส จัดทัพทหาร-ตำรวจนับพันนาย อารักขาเข้ม ลุยต่อระนองวันนี้
‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่นราฯ-‘ป๊อก’เจ็บตา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส เพื่อตรวจราชการ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ได้สวมแว่นกรองแสงทางการแพทย์ โดยเผยว่า เจ็บตาเนื่องจากไปพบแพทย์และลอกตามา ไม่เป็นอะไรมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนยุบสภาพี่น้อง 3 ป.มีอาการป่วยครบแล้วทั้ง 3 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์เจ็บมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เจ็บขา ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เจ็บตา
ส่วนที่จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจัดกำลังรวมกว่า 1,000 นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะพล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ โดยจัดตั้ง จุดตรวจ/ด่านตรวจ ทุกเส้นทางและจุดเข้าออกเพื่อความปลอดภัย พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างเข้มงวดทั้งทางบกและทางน้ำ

ไหว้พระ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะไหว้สักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล และเข้านมัสการพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 ที่วัดเขากง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
รับปากบริหารปท.ให้ดีที่สุด
เวลา 13.29 น. ที่วัดเขากง ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์สักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกราบนมัสการพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษา เจ้าคณะภาค 18
พระเทพศีลวิสุทธิ์ กล่าวให้พรนายกฯว่า ขอให้โชคดี เดินทางปลอดภัย รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อกลับมาเป็นนายกฯ บริหารประเทศเพื่อประชาชนอีกครั้ง
ด้านพล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณ พร้อมรับปากจะดูแลประชาชน และบริหารประเทศให้ดีที่สุดโดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ มีศักยภาพในการพัฒนา มีความโดดเด่น ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว และการลงทุน เป็นสังคม พหุวัฒนธรรม ประชาชนต้องอยู่ร่วมกันให้ได้อย่างสงบสุข ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้เกิด การเดินทางมาในพื้นที่และการลงทุนต่อไป
เวลา 14.15 น. ที่ด่านศุลกากรตากใบ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ในพิธีเปิดแพขนานยนต์องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นราธิวาส ลำใหม่ เพื่อทดแทนแพขนานยนต์ลำเดิมที่มีอายุใช้งานกว่า 20 ปีและมีสภาพทรุดโทรมต้องหยุดให้บริการ บ่อยครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้ใช้ในการเดินทางขนส่ง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซียต่อไป
ลั่นไม่ต้องการทะเลาะกับใคร
ต่อมาเวลา 16.20 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ พบปะหัวหน้า ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาในเขตพื้นที่จ.นราธิวาส และประชาชน กว่า 5,000 คน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างพบปะประชาชนว่า รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับมาพบปะประชาชนชาวนราธิวาส เหมือนเป็นครอบครัวที่ตนรักและคิดถึงเสมอมา นราธิวาส เป็นจังหวัดสำคัญเพราะเป็นจังหวัดบ้านเกิดของภรรยาตน ขอให้ชาวนราธิวาสทุกคน ภาคภูมิใจที่ได้อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ ที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่พบปะประชาชนหลายจังหวัด ได้เห็นรอยยิ้มของประชาชนรู้สึกมีความสุข มีกำลังใจที่จะทำงานเพื่อทุกคนต่อไป
“การจะดูแลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีได้รัฐบาลต้องมีงบประมาณ การหารายได้เข้าประเทศต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ ฉะนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน ต้องรัก สามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวและมาลงทุน ยืนยันว่าการลงพื้นที่ทุกครั้งของผมและคณะ ไม่ได้ต้องการทะเลาะกับใคร แต่ตั้งใจเพื่อมาพบประชาชน มารับฟังปัญหาโดยตรง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเอง ก่อนกลับกทม.
เดินสายต่อที่ระนอง
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เผยว่า วันที่ 16 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จะไปตรวจราชการที่จ.ระนอง เพื่อติดตามการดำเนินงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงอุปสรรคปัญหาต่างๆ โดยเวลา 09.00 น. ออกเดินทางจากบน.6 ไปท่าอากาศยาน ระนอง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง โดยเครื่องบิน ทอ. จากนั้นไปตรวจติดตามสภาพปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และพบปะประชาชนที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ ต.กำพวน อ.สุขสำราญ
เวลา 14.00 น. ตรวจติดตามสภาพปัญหาของพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยและแนวทางการแก้ไขโดยการปรับปรุงพนังกั้นน้ำ ตรวจติดตามบริเวณพนังกั้นน้ำบ้านสองแพรก และพบปะประชาชนที่โรงเรียนบ้านสองแพรก ต.ลำเลียง อ.กระบุรี ก่อนไปที่ลานอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองระนอง เพื่อสักการะศาลหลักเมือง จังหวัดระนอง สักการะอนุสาวรีย์เจ้าเมืองระนอง (คอซู้เจียง) จากนั้นไปติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ป่าชายเลนชุมชนเมือง จ.ระนอง และเดินทางกลับกรุงเทพฯ
‘ป้อม’ร่ายบทสรุปข้ามขัดแย้ง
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. โพสต์ข้อความว่า ทีมงานได้วิเคราะห์ให้ฟังว่าจดหมายทั้ง 5 ฉบับ ไม่มีใครโต้แย้งในสาระสำคัญในเรื่องของเนื้อหา ส่วนจดหมาย ฉบับนี้เป็นบทสรุปสู่ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการใช้มติของเสียงข้างมากในสภา บนผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องแล้วไปอ้างว่าเป็นมติพรรค จึงไปฝืนความรู้สึกของมติประชาชนที่เห็นต่าง ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสภาไม่ใช่เป็นของประชาชนก็ออกมาต่อต้าน ทำให้เหตุการณ์ลุกลามกลายเป็นวิกฤต ทำให้ฝ่ายทหารต้องนำ กำลังออกมายุติปัญหา
ฝ่ายประชาธิปไตยแม้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ แต่ไม่มีพลังพอจะต้านทานการเข้ามาควบคุมจากกลไก ที่มีอำนาจอย่างแท้จริง นโยบายที่แต่ละพรรคเสนอ เป็นนโยบายที่ดีเพราะกลั่นกรองมาจากบุคลากรชั้นนำของแต่ละพรรค แต่น่าเสียดายหากไม่ได้รับการนำไปใช้ เพราะต้องไปเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล
พร้อมคัดนโยบายทุกพรรคมาทำ
ผมตั้งใจว่าเมื่อพรรคผมเป็นรัฐบาล จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกนำนโยบายดีๆ ของทุกพรรคที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง เอามาทำและปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง โดยไม่ได้ มีความรังเกียจหรือแบ่งแยก หากนโยบายเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ นี่คือการเมืองที่อยู่ในใจผม การเมืองที่ไม่ต้องมี ผู้ชนะเด็ดขาด ไม่มีฝ่ายใดต้องแพ้ราบคาบ
ทุกคนทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยกัน ร่วมมือกันฟื้นฟูและพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้าอย่างเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พูดไม่เก่ง แต่มีหัวใจ หัวใจที่ใหญ่พอจะยอมรับความแตกต่างทางความคิด เพื่อนำพา ให้ก้าวข้ามความขัดแย้ง วิธีที่คิดไว้คือให้ความเคารพอย่างแท้จริงต่อประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ด้วยความเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินหน้าไปได้ด้วยการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น
“8 ปีที่ผ่านมาสอนให้เรียนรู้และได้คิดว่า อะไรที่ดีกว่าเดิม เพื่อนำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำและต้องทำด้วยวิธีคิดใหม่ๆ เพราะการคิดอยากได้สิ่งใหม่ๆ โดยใช้วิธีเดิมๆ นั้นไม่น่าจะได้ผล” พล.อ.ประวิตร ระบุ

มื้อเที่ยง – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เข้าพบและร่วม รับประทานอาหารกลางวันกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ดอดพบ‘ป้อม’
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายหลังพล.อ.ประวิตร เป็นประธาน การประชุม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะกรรมการแร่แห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการ ภท. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เข้าพบและร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
บรรยากาศพูดคุยเป็นไปอย่างชื่นมื่น เป็นกันเองและพูดคุยในหลายเรื่อง โดย พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มและอารมณ์ดี ก่อนที่แกนนำ ภท.จะเดินทางกลับ
‘ประวิตร’ชี้พวกเดียวกัน
ด้าน พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ทานข้าว พูดคุยกันปกติ ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ที่กินข้าว กับนายอนุทิน เมื่อกินข้าวด้วยกันก็เป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว ก่อนย้อนถามสื่อว่า ทำไม กินไม่ได้หรือ ผู้สื่อข่าวถามว่าได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุยกันกินข้าวอยู่ด้วยกัน ต่อข้อถามว่ามีข้อสังเกตว่าการไปพูดคุยกันอาจเป็นขั้วการเมืองใหม่ ระหว่างพรรคพปชร.กับภท. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ คุณคิดเองทั้งนั้น”
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีนัดหมายที่จะพูดคุยและรับประทานข้าวร่วมกับพรรคการเมืองอื่นอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กิน เมื่อถามกรณีที่ พล.อ.ประวิตรได้แสดงความเห็นคัดค้านกรณีที่เจ้าหน้าที่ล็อกตัว น.ส.วันทนา โอทอง ผู้เห็นต่างทางการเมือง ในระหว่าง ที่นายกฯ ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
กลุ่มสามมิตรจ่อไขก๊อกหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความชัดเจนของกลุ่มสามมิตร ที่จะลาออกไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะยื่นใบลาออก จากการเป็นรมว.อุตสาหกรรม และลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพปชร. เเช่นเดียวกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะยื่นใบลาออกจาก รมว.ยุติธรรม และลาออกจากการเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ สมาชิกพปชร.
การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ถือเป็นมารยาททางการเมือง เนื่องจากจะย้ายไปอยู่พท. ซึ่งเป็นฝั่งตรงกันข้ามกับรัฐบาลชุดนี้ นอกจากนั้น น.ส.พรรณสิริ กุลนารถศิริ ส.ส.สุโขทัย น้องสาวนายสมศักดิ์ และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลานชาย นายสุริยะ จะลาออกจาก ส.ส. และสมาชิกพรรค เพื่อย้ายไปอยู่พท. เช่นกัน โดยนายสมศักดิ์ จะเปิดแถลงรายละเอียดในวันที่ 17 มี.ค. ที่ร้านกินเส้น จ.นนทบุรี
‘สมศักดิ์’นัดเปิดใจซบพท.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เรือนจำจังหวัดพิจิตร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตรวจเยี่ยม เรือนจำ และมอบนโยบายให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่
นายสมศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลกำลังจะหมดวาระ ซึ่งตนคงจะไปอยู่พรรคใหม่ แต่นโยบายต่างๆ ที่ตนให้ไว้ คงจะดำเนินต่อไป แต่ตนจะไป พรรคไหน ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 14.00 น. จะแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้ง เพราะวันนี้ดิน ฟ้า อากาศเปลี่ยน เราต้องดำเนินการให้เข้ากับสภาพอากาศ ขอให้ทุกท่านรอติดตาม
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ไปยังห้างแฮปปี้พลาซ่า อ.เมือง จ.พิจิตร เป็นประธานโครงการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภาคเหนือตอนล่าง มีข้าราชการ ที่เกี่ยวข้องและประชาชนประมาณ 700 คน ร่วมงาน
ส่วนช่วงบ่าย นายสมศักดิ์ เดินทางด้วยรถยนต์กว่า 100 กิโลเมตร ไปมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นประธานโครงการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภาคเหนือตอนล่าง

เบิร์ธเดย์ – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำสมาชิกพรรคเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดปีที่ 67 แก่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ย่านสามเสน กทม. เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
‘จุรินทร์’ปลื้ม‘ตู่’ส่งการ์ดเบิร์ธเดย์
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 67 ปี ของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. มีบรรดา ผู้บริหารพรรค นำโดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ และสมาชิกพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากหลายพื้นที่ ข้าราชการหลายหน่วยงาน มอบแจกันดอกไม้ กระเช้าผลไม้ พวงมาลัย และอวยพร
นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์มอบหมายให้นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนมอบการ์ดอวยพรนายจุรินทร์ด้วย
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะนายกฯที่มอบของขวัญวันเกิดและความปรารถนาดีให้ ตนฝากคำขอบคุณ ไปถึงนายกฯ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นำพร อันประเสริฐตอบแทนนายกฯด้วยเช่นกัน และขอบคุณส่วนราชการทั้งหมดและสมาชิกพรรค รวมทั้งเจ้าหน้าที่พรรคทุกคนที่มาอวยพร และส่งความปรารถนาดีให้ “ผมยืนยันจะมุ่งมั่น ทุ่มเททำงานหนักเพื่อนำพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป”
ลั่นไม่หวั่นไหว‘จุติ’ทิ้งปชป.
นายจุรินทร์กล่าวถึงเรื่องการยุบสภาว่า นายกฯยังไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ และนายกฯไม่ได้บอกว่าการประชุม ครม. เมื่อ 14 มี.ค. จะเป็นนัดสุดท้าย ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) และแกนนำภาคเหนือปชป. ลาออกไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้เจ้าตัวเป็นคนพูด ตนไม่ขอไม่พูดถึงเพราะนายจุติไม่ได้มาลาตน ขณะนี้เดียวกัน ปชป.ไม่ได้ถือว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องใหม่
“มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเราสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้ ไม่มีอะไรมาทำลายเป้าหมายที่เราจับมือร่วมกัน สำหรับคนที่ยังยืนหยัดและเหนียวแน่นอยู่กับพรรค ผมจะตอบแทนทุกคนด้วยการมุ่งมั่นทำงานหนัก และไม่หวั่นไหวหรือท้อถอยหมดกำลังใจ เพราะคนที่ยังเหลืออยู่เป็น คนส่วนใหญ่ ผมเป็นส.ส.มา 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวงทำให้สั่งสมประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังสำคัญทำให้ผมจับมือกับสมาชิกพรรคที่ยังเหลือ นำพรรคไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้”
เมื่อถามว่าการลาออกของนายจุติจะส่งผล กระทบต่อฐานเสียงในภาคเหนือโดยเฉพาะ จ.พิษณุโลก หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่กระทบเป้าหมายอะไรทั้งนั้น พรรคเตรียมการทุกอย่างไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะที่ผู้สมัครในจ.พิษณุโลก ยังคงเดิม ทุกคนไม่มีความหวั่นไหวยังอยู่กับพรรค ไม่มีปัญหาอะไรเลย
แม่ทัพเหนือมั่นใจปักธงเหนือ
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าปชป. ดูแลภาคเหนือ กล่าวว่า การที่นายจุติลาออกไปอยู่พรรครทสช.ไม่ได้ส่งผลกระทบ เนื่องจาก นายจุติเคยเป็นผู้สมัครในระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของปชป. ส่วนพื้นที่จ.พิษณุโลกนั้น พรรคได้วางตัวผู้สมัครส.ส.ครบทุกเขตเลือกตั้งแล้ว มั่นใจว่าทุกคนยังคงลงสมัคร ในนามปชป.ต่อไป โดยเฉพาะนายจักษ์ พันธุ์ชูเพชร เขต 1 ยังคงเป็นหัวหน้าทีม รวมถึง น.ส.มุธิตา ทองคำนุช เขต 4 ยังมั่นคงอยู่กับพรรค ส่วนอีก 3 เขต มีผู้แจ้งความจำนง เพื่อลงสมัครแล้ว และพรรคกำลังพิจารณาอยู่ ตนมั่นใจว่าปชป.จะมีที่นั่งส.ส.ในจ.พิษณุโลก รวมถึงจังหวัดในภาคเหนือ พรรคจะได้จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นด้วย
ด้านนายจักษ์กล่าวว่า ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ตนยืนยันว่าทีมผู้สมัครส.ส.พิษณุโลกทั้ง 5 เขต มั่นใจในอุดมการณ์และผลงานของปชป.ตลอดมา ดังนั้นพวกเราทุกเขตยังคงยืนยันสวม “เสื้อสีฟ้า” ลงสมัคร ส.ส. ในนามปชป. และมั่นใจว่าพลังของประชาชน พลังของคนรักชาติ รักแผ่นดินนั้น จะส่งเสริมให้พวกเราสามารถปักธงที่ จ.พิษณุโลก ได้

ทีมเศรษฐกิจ – นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ หัวหน้าพรรค ชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ เลขาธิการพรรค แถลงเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ นำโดย นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผอ.ธนาคารออมสิน พร้อมทีมผู้นำเยาวชนและผู้นำสหภาพแรงงานฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
ชทพ.เปิดตัว‘ชาติชาย’ร่วมทีมศก.
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าชทพ. นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค แถลงเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ นำโดยนายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมทีมผู้นำเยาวชน และผู้นำสหภาพแรงงานและสหกรณ์ โดยมีแกนนำพรรคมาร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายวราวุธกล่าวว่า นายชาติชายเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการเงิน มีศักยภาพ ที่หลากหลาย และไม่ได้มาคนเดียว แต่มีบุคลากร คนรุ่นใหม่ ซึ่งคร่ำหวอดการทำงานกับประชาชนมานาน มาช่วยก่อร่างสร้างนโยบายเศรษฐกิจของชทพ. เพื่อให้ครอบคลุมคนทุกช่วงวัย โดยการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 31 มี.ค. จะเสนอชื่อนายชาติชาย เป็นรองหัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับนายกนก วงษ์ตระหง่าน และนายสันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคทั้ง 3 คน จะเป็นทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้กับชทพ.
นายชาติชายกล่าวว่า เหมือนชะตาฟ้าลิขิต ตนมาจากธนาคารออมสินผูกพันกับสีชมพู และบังเอิญชทพ.ใช้สีชมพู เหมือนฟ้ากำหนดไว้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้มีพรรคการเมืองมากกว่า 5-6 พรรคที่เชิญตนไปร่วมงาน แต่ที่ตนเลือกมาช่วยเหลือ ชทพ. เพราะเป็นพรรคการเมืองน้ำดี ผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อไปช่วยเหลือประชาชน เป็นกลาง ไม่ทะเลาะกับใคร เป็นสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด ทำการเมืองสร้างสรรค์ ทำนโยบายดีๆ ให้กับประเทศ
จากนั้นได้เปิดตัวทีมเศรษฐกิจหลักของ ชทพ. โดยมีนายวราวุธเป็นหัวหน้าทีม ขณะที่ ทีมงานประกอบด้วย นายชาติชาย นายกนก นายสันติ นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ กรรมการ นโยบายและยุทธศาสตร์พรรค นายปรเมศวร์ กุมารบุญ โฆษกพรรค นายอมรฤทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายกัมปนาท วงศ์หงษ์กุล ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน และนายธนพล สิริประภาวรรณ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเอกชน
‘ท็อป’คาดเลือกตั้ง 14 พ.ค.
เมื่อเวลา 12.50 น. ที่เขตบางขุนเทียน กทม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ งบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท จนถูกตั้ง ข้อสังเกตว่าเป็นการเทกระจาดก่อนยุบสภา ว่า การที่ ครม.อนุมัติโครงการต่างๆ ไปนั้น หรือแม้แต่การขึ้นเงินเดือนผู้บริหาร อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เชื่อว่าท้ายที่สุดจะสะท้อนกลับมาเป็นตัวเงินที่จะนำมาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่แน่นอนว่าในสถานการณ์การเมืองที่ใกล้จะยุบสภา การดำเนินการหลายๆ อย่างของรัฐบาลในนาทีสุดท้ายเช่นนี้แน่นอนว่า จะต้องถูกมองเป็นเรื่องการเมือง แต่ทุกโครงการ ที่ ครม.อนุมัติขอให้ทุกฝ่ายใช้งบอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การอนุมัติขึ้นเงินเดือน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบของบางพรรคการเมืองหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ต่อข้อถามว่าวันอังคารที่ 21 มี.ค. จะเป็นการประชุม ครม.ปกติ หรือ ครม.รักษาการ นายวราวุธกล่าวว่า เมื่อดูจากปริมาณโครงการที่ ครม.อนุมัติไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว อาจทำให้คาดเดาว่า การประชุม ครม.ในวันที่ 21 มี.ค.อาจเป็น ครม.รักษาการแล้ว
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยุบสภาวันที่ 20 มี.ค. นายวราวุธ กล่าวว่า นายกฯไม่ได้แจ้งกับพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะยุบสภาวันไหนคงไม่แตกต่างกัน เมื่อถึงวันนี้คือ 15 มี.ค.ทำให้มั่นใจว่า วันลงคะแนนเลือกตั้งไม่น่าจะเป็นวันที่ 7 พ.ค. แต่อาจเป็น 14 พ.ค.

โชว์ลีลา – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และผู้บริหารพรรค ร่วมเล่นฟุตซอลกับกลุ่มเยาวชน ระหว่าง ลงพื้นที่พบประชาชนที่ลานกีฬาสมาพันธ์แฟลตคลองจั่น ซอยนวมินทร์ 6 เขตบางกะปิ กทม. เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
‘เศรษฐา’บุกแฟลตคลองจั่น
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ลานกีฬาสมาพันธ์แฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายดนุพร ปุณณกันต์ กรรมการประสานงานด้านการเมือง พื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมด้วย ส.ส.กทม.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางกะปิ พท.ลงพื้นที่ล้อมวงคุยกับตัวแทนสภาเยาวชน 10 เขต เพื่อถาม-ตอบประเด็นเกี่ยวกับปัญหาด้านการกีฬา และร่วมเตะฟุตซอลกับเยาวชนที่มาร่วมพูดคุย
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า การกีฬาเป็นเรื่อง ที่พรรคให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย เป็นหนทางในการประกอบอาชีพด้วย แม้บางคนจะไม่มีความสามารถสูง แต่การที่เราจัดพื้นที่ให้เหมาะสมและครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ต้องทำให้สุขภาพร่างกาย แข็งแรง และไม่ไปหมกมุ่นกับยาเสพติดและการพนัน จากการที่ฟังปัญหา ครอบคลุมหลายกระทรวง แน่นอนว่าเรามีพื้นที่อยู่แล้ว แต่เรื่อง งบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ ต้องจัดสรรให้เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่พล.อ.ประวิตร ระบุว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง และหากได้เป็น รัฐบาล จะเลือกนโยบายดีๆ ของแต่ละพรรคมาปฏิบัติ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนยังไม่ได้ อ่านจดหมายของท่าน แต่ได้ยินคำว่าก้าวข้ามความขัดแย้ง ก็เป็นนิมิตหมายอันดี และท่านพูด หลายครั้งแล้วเรื่องนี้ พท.ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เรามีข้อขัดแย้งกับความยากจน ความไม่เสมอภาค และความไม่เท่าเทียม ซึ่งจากนี้ไปจนถึงช่วง มีการเลือกตั้ง เราจะเร่งกลั่นนโยบายที่โดนใจประชาชนออกมา
ต่อข้อถามว่าการที่ พล.อ.ประวิตรระบุ จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำให้เห็นพปชร. เป็นทางออกของประเทศหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น ดูแต่พท.อย่างเดียว ว่าเราต้องไปสู่จุดมุ่งหมายที่ได้คะแนนเยอะที่สุด
เวลคัมส.ส.พปชร.แห่เข้าซบ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีส.ส.พปชร.ย้ายมาอยู่พท.จะช่วยมาตอกย้ำเรื่อง 310 เสียงของพรรคหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคที่เราจะเผยแพร่ออกไป เพราะตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงพท. เราใช้นโยบายนำ และนโยบายเราทำได้จริง ฉะนั้นเรื่องนโยบายเป็นเรื่องหลัก แต่เรื่องที่ส.ส.จากพรรคใดก็ตาม หรือแม้กระทั่ง ส.ส.ในพื้นที่ของเรา จะช่วยกันไปจนกว่าจะถึง จุดมุ่งหมาย ก่อนระบุว่า “ยินดีต้อนรับครับ”
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่การประชุมครม.เมื่อ 14 ม.ค. มีการอนุมัติงบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นการหาเสียงประชาชนช่วงสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคิดว่าดูเยอะอยู่ แต่เรื่องการบริหารจัดการจะเป็นไปตามนโยบายที่ทำเพื่อประชาชน จริงหรือไม่ เราต้องมานั่งดู และช่วยกันสอดส่อง หากเราได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาอยู่ในสภา ในจำนวนที่มาก เชื่อว่าเราจะได้ตรวจสอบเรื่องนี้อยากเข้มแข็ง นโยบายใดเป็นประโยชน์ เราจะทำต่อ ส่วนการขึ้นค่าตอบแทน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตนมองว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อน การที่มีการเพิ่มรายได้เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมาดูด้วยว่าเรื่องวินัยการเงินการคลังของประเทศอยู่ตรงไหน

ติวผู้สมัคร – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเปิดการสัมมนาอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เพื่อเตรียมตัวก่อนยุบสภา เน้นย้ำยุทธศาสตร์การหาเสียงโค้งสุดท้าย และแคมเปญในการหาเสียง ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต
‘พิธา’ย้ำไม่สังฆกรรม‘3ป.’
ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จัดสัมมนาอบรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อเตรียมตัวก่อนยุบสภา ซึ่งเน้นย้ำยุทธศาสตร์การหาเสียงโค้งสุดท้าย และแคมเปญการหาเสียง รวมทั้งปลุกขวัญและกำลังใจว่าที่ผู้สมัคร
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า อยากพิสูจน์ว่า 4 ปี ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หากเป็นรัฐบาลจะมีประโยชน์มากกว่า จึงต้องเตรียมความพร้อมในการทำงานไว้ ก.ก.วางเป้าหมายว่าต้องได้ ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อมากกว่าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และได้ ส.ส.เขตครบทุกภาค ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมว่าที่ผู้สมัครพร้อมแล้ว เหลือเพียง 10 เขต
นายพิธาให้สัมภาษณ์กรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. ระบุสามารถ ร่วมรัฐบาลกับทุกพรรค รวมทั้ง ก.ก.แบบมีเงื่อนไข ว่า เราไม่มีเจตจำนงในการร่วมพรรคทหารจำแลงอย่าง รทสช.และพปชร. เพราะถือว่าเป็นคนทำรัฐประหารสืบทอดอำนาจ และตอนนี้ยังรักษาอำนาจต่อจึงเป็นไปไม่ได้ แม้ 2 พรรคจะส่งคนมาเจรจาก็ตาม
“ไม่มีครับและไม่มีวันที่จะได้คุยกัน ปิดประตูแน่นอน เพราะเราตั้งพรรคมาเพื่อ ปิดสวิตช์ 3 ป. และเปิดแสงสว่างให้ประเทศไทย เลิกแช่แข็งประเทศไทยให้ไปสู่อนาคต เขาเป็นคนที่มีส่วนร่วมทางด้านตรงนี้ เราต้องแก้ไขทั้งหมด หาก ก.ก.เป็นรัฐบาลจะทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากกว่า ดังนั้น พรรค จะหาเสียงให้เต็มที่ และหากทำได้ถึงเป้าหมายก็มั่นใจจะมีน้ำหนักทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล” นายพิธากล่าว
เชื่อยังจับมือเพื่อไทยได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่เคยเป็นแกนนำ อยู่พปชร.ย้ายไปสังกัดพท. ในฐานะพันธมิตรกับ พท.สามารถร่วมงานกันได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เราไม่ได้ให้ความสนใจ และกระบวนการทำงานของ ก.ก.และพท. แตกต่างกัน แต่ยังคิดว่านโยบายและจุดยืนของ พท.จนมาถึงวันนี้ไม่มีปัญหาอะไรที่จะร่วมงาน กันได้ ย้ำว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของกลุ่ม สามมิตรและพท. ขอโฟกัสเฉพาะในเรื่องก.ก.
ต่อข้อถามว่าจะทำงานร่วมกับรัฐมนตรี ใน ครม.ชุดนี้ได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ต้องแยกเป็นคนๆ ไป แต่หากใครที่มาจากพรรคทหารจำแลงน่าจะทำงานด้วยกันยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองไปข้างหน้าว่านโยบาย และจุดยืนของความเป็นประชาธิปไตยว่า เข้มแข็งมากแค่ไหน
ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรเปิดใจผ่านจดหมายเปิดผนึกอาสามาโซ่ข้อกลางในการก้าวข้ามความขัดแย้ง นายพิธากล่าวว่า เราไม่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้อง ย้ำว่าการก้าวข้ามความขัดแย้งและจะปรองดองได้ ต้องมีระบบความยุติธรรม มีการเสาะหา ข้อเท็จจริง และต้องทำให้วัฒนธรรมคนผิดลอยนวลหมดไปก่อน จึงจะทำให้เกิดความปรองดองที่แท้จริง
“หากต้องการความปรองดอง ต้องตั้ง คณะกรรมการปรองดอง ถ้าอยากจัดตั้ง คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย ก็ตั้งคณะกรรมการ แต่ประเทศไทยไม่ได้ขับเคลื่อนนโยบายง่ายขนาดนั้น” นายพิธากล่าว
‘สมชัย’ชงกกต.ฟัน‘ตู่-ตุ๋ย-รทสช.’
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวว่า ในวันที่ 17 มี.ค. ตนจะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้พิจารณาเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และหัวหน้ารทสช. กรณีใช้ทรัพยากรรัฐเอื้อประโยชน์ ให้พรรคการเมือง ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ทรัพยากรรัฐ ทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถยนต์หลวง ลงพื้นที่ตรวจราชการแทบทุกวัน แต่แฝงการหาเสียงไปในตัว มีนายพีระพันธุ์เป็นผู้จัดตารางภารกิจการลงพื้นที่ให้ หากให้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการดำเนินการเช่นนี้ ต่อไปตามอำเภอใจคงไม่ถูกต้อง
จึงยื่นให้ กกต.ตรวจสอบ มีโทษถึงขั้น ยุบพรรค เพราะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 132 ที่ระบุว่า กรณีการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริต ก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง ถ้า กกต.มีหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม กกต.สามารถให้ใบส้มได้ กรณีนี้จะมีผลย้อนหลังไปถึงข้อห้ามต่างๆ ช่วง 180 วันก่อนครบอายุรัฐบาล ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการหาเสียงเลือกตั้งด้วย แม้จะยุบสภาก็ไม่เป็นเหตุให้พ้นผิด และถ้าผู้กระทำผิดเป็นกรรมการบริหารพรรคที่รู้เห็นเป็นใจ ไม่ยับยั้ง ให้ กกต.เสนอความเห็นยุบพรรค การเมือง และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
กกต.แบ่งเขตเสร็จแล้ว
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุม กกต.มีการพิจารณารูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง และผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมือง ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดได้นำเสนอต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และสามารถพิจารณาเลือกรูปแบบเขตเลือกตั้งครบทั้ง 400 เขตแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงาน ดำเนินการจัดทำเอกสารและรายละเอียด ก่อนเสนอให้นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ลงนามในวันที่ 16 มี.ค. และส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป ซึ่งคาดอาจประกาศได้ในวันที่ 17 มี.ค.
มีรายงานว่าในการพิจารณาเลือกรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ประชุมกกต.มีการหารือ อย่างเคร่งเครียด และใช้วิธีการโหวตเลือก รูปแบบในทุกเขตเลือกตั้ง
ทอ.เตรียมซื้อแอร์บัสลำใหม่
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนจัดทำงบประมาณปี 2567 ของทอ.ว่า อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าทอ.กำลังทำอะไรบ้าง เช่น ปีงบประมาณ 2567 ทอ.ต้องเตรียม จัดทำงบจัดหาเครื่องบินทดแทนเครื่องบินแอร์บัส 340 ที่ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ตุรกีในห้วงที่ผ่านมา ซึ่งใช้งานมาแล้ว 18 ปี ในปี 2569 จะปลดประจำการ จึงจำเป็นต้องจัดหาอากาศยานใหม่มาทดแทน ยอมรับว่าใช้งบมากอยู่ จะใช้เวลาจัดหา 3-4 ปี อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นอากาศยานที่มีความจำเป็นต้องจัดหา
นอกจากนี้ปี 2567 เตรียมปรับปรุงขีดความสามารถเรดาร์เครื่องบินแบบ Saab 340 ซึ่งใช้ปฏิบัติ ภารกิจคุ้มครองป้องกันทางอากาศในช่วงการประชุมเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งหมดอายุการใช้งานต้องปรับปรุงขีดความสามารถด้วยการเปลี่ยนตัวเรดาร์ใหม่ และยังมีโครงการจัดหาเครื่องบิน F-35 ที่ตั้งโครงการไว้ในงบประมาณปี 2566-2569 แต่อยู่ระหว่างรอคำตอบจากรัฐบาลสหรัฐในช่วง ม.ค.-ก.ค.2566 ว่าจะขายให้หรือไม่ หากสหรัฐไม่อนุมัติขาย เรามีแผนบริหารความเสี่ยงไว้อยู่แล้วซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นเครื่องบินแบบใดมาทดแทน มองไว้หลายๆ แบบ ทั้งเครื่องบิน Saab หรือเครื่องบินตระกูล F เชื่อมั่นว่าช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบ ต่อโครงการต่างๆ ของทอ.