ปราจีนฯ สั่งโรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือป่วยพิษกัมมันตรังสี‘ซีเซียม-137’ ยังไม่พบผู้สงสัยป่วย พร้อมปูพรมค้นหา ทั่วเมืองกว่า 40 จุด ทั้งร้านรับซื้อของเก่า โรงหลอมเหล็ก ยังไร้วี่แววตรวจไม่พบสัญญาณการแผ่ของกัมมันตรังสี ตร.สอบผู้เกี่ยวข้องแล้ว 20 ปาก
จากกรณีวัตถุกัมมันตรังสี “ซีเซียม-137” ของโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ภายในนิคมอุตสาหกรรม 304 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี หายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งเตือนประชาชน, ร้านรับซื้อของเก่า, โรงหลอมเหล็ก หากพบเห็นห้ามแกะเนื่องจาก มีอันตรายนั้น
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่เช้าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ระดมกำลังปูพรมค้นหาสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ตามร้านขายของเก่ากว่า 40 ร้านในจ.ปราจีนบุรี พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นแท่งเหล็กที่เป็นวัสดุทรงกลม น้ำหนัก 25 ก.ก. ยาว 8 นิ้ว และกว้าง 5 นิ้ว ห้ามผ่าออก เพราะอาจทำให้สารกัมมันตรังสีที่บรรจุอยู่ด้านในรั่วไหลได้ และเกิดผลกระทบโดยฉับพลันกับผู้สัมผัสหรือ อยู่ใกล้ในรัศมี 1-2 เมตร หากผู้ใดพบเห็น ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่โทร. 08-5835-0190 จะยังไม่มีความผิด
ด้านนายบุญดี อุไร อาชีพรับซื้อของเก่าตามโรงงานในย่านนิคมอุตสาหกรรมมาหลายสิบปีกล่าวว่า ไม่รู้เรื่องและไม่เคยเห็นของ สิ่งนี้ แต่ถึงเห็นก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะแค่แท่งเหล็กกลมๆ คนที่รับซื้อไปน่าจะรู้ ส่วนคนรับซื้อของเก่าอย่างตนคงไม่รู้ แม้จะมีคนเอามาขายก็คงไม่รับเพราะได้ราคาไม่กี่บาท เรื่องนี้คงเป็นปริศนาต่อไปจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถสืบสวนติดตามเจอวัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่หายไปได้ แต่คงเป็นเรื่องยากเพราะเป็นของที่ใช้เฉพาะในโรงงาน และไม่เชื่อว่าจะมีใครเข้าไปขโมยเพราะเป็นพื้นที่หวงห้าม บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้นอกจากเกลือเป็นหนอน
นายสุพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า แม้จะอยู่ใกล้กับโรงงานและมีความสนิทสนมกับพนักงาน และรปภ.ของโรงไฟฟ้า ก็ไม่มีใครมาพูดคุยถึงเรื่องวัตถุกัมมันตรังสีหาย ทั้งที่บางครั้งของที่หายจากโรงงานเป็นของขนาดใหญ่มีมูลค่านับแสนก็ยังพูดคุยกัน แต่เรื่องวัสดุทรงกลมกัมมันตรังสีกลับเงียบ อาจเป็นเพราะถูกห้ามไว้ ตนคิดว่าถ้าวัตถุมีพิษและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตโรงงานไม่ควรปกปิด ควรจะบอกให้ชาวบ้านหรือคนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจ เพื่อจะได้เป็นหูเป็นตาและระมัดระวังไม่ไปหยิบจับ และส่งข่าวแจ้งเตือนต่อกันไปเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงถ้าไปพบเห็น
พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า จากการสอบสวนที่ผ่านมาและติดตามกล้องวงจรปิดในวันที่ 14 ก.พ. ผู้มาขนขี้เถ้าแกลบและจากภาพถ่ายยังคงพบเห็นอยู่ แต่ในวันที่ 23 ก.พ.ไม่พบแล้ว จากนั้นตรวจสอบติดตามค้นหาภายในโรงงาน ตามร้านรับซื้อของเก่า โรงหลอมเหล็กอีก 23 ร้าน ก็ยังไม่พบร่องรอย พร้อมเชิญตัวเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า คนขนของเข้า-ออกมาสอบปากคำแล้ว ยังไม่ได้เบาะแสหรือร่องรอย ล่าสุดอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ในโรงงานที่เกี่ยวข้องกว่า 20 คน โดยทยอยเรียกมาสอบปากคำ
นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอศรีมหาโพธิกล่าวว่า หลังจากทราบวัสดุกัมมันตรังสีหายจากโรงไฟฟ้า ทางอ.ศรีมหาโพธิ และทางโรงงาน เจ้าหน้าที่ปรมาณูเพื่อสันติได้ติดตามหาตามร้านรับซื้อของเก่า โรงหลอมเหล็กใน อ.ศรีมหาโพธิ แล้ว 2 ครั้ง รวม 2 สาย และเมื่อวันที่ 14 มี.ค. รวมมากกว่า 40 แห่ง และตรวจไม่พบสัญญาณการแผ่ของกัมมันตรังสี และวันนี้จะออกติดตามตรวจสอบตามร้านรับซื้อของเก่าตามโรงหลอมเหล็กที่เหลืออีกเป็นรอบที่ 3 พร้อมกำชับโรงงานให้เข้มงวดคนเข้า-ออก การขันนอตสกรูในที่สูงให้มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น
ด้าน นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ จ.ปราจีนบุรีระดมค้นหากล่องซีเซียม-137 ตามร้านขายของเก่า โรงงานต่างๆ และได้ตั้งรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติชี้แจงแล้วว่าหากกล่องยังปิดอยู่ สารกัมมันตรังสีก็จะไม่รั่วไหลออกมา ไม่ส่งผลกระทบกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนฝ่ายสาธารณสุขก็เฝ้าระวังตามคำสั่งของปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเฝ้าระวังทุกร.พ.จนถึงรพ.สต.ทุกแห่ง เพื่อคัดกรอง ผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยที่มีประวัติทำงานในโรงงาน ดังกล่าว ร้านขายของเก่า และโรงหลอม
“อาการสำคัญเริ่มได้ตั้งแต่มีผิวไหม้ อาการระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว อาการระบบไหลเวียนโลหิต อาการกดไขกระดูก กดระบบประสาท ไปจนถึง ชักเกร็ง ไปจนถึงเสียชีวิต เราดูข้อมูลย้อนหลัง 1 เดือน พบว่าในร.พ.และ รพ.สต.ทุกแห่ง รวมถึงห้องพยาบาลของโรงงานดังกล่าวยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัย ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังติดตามต่อไป หากประชาชนพบเห็นวัตถุคล้ายกับท่อเก็บสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ให้แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐอย่าเข้าใกล้ ที่สำคัญห้ามแกะกล่องออก” นพ.สุรินทร์กล่าว
นพ.สุรินทร์กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจะเรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (อีโอซี) เตรียมพร้อมร.พ.ทุกแห่งในจ.ปราจีนบุรี กรณีการดูแลผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัย เพื่อให้การดูแลทันท่วงที แต่หากจำเป็นต้องส่งต่อก็จะส่งตามระบบที่ปลัดสธ.เตรียมไว้คือ ร.พ.นพรัตนราชธานี และร.พ.รามาธิบดี ในกทม.