ชี้ไม่เป็นธรรม-ขัดกม.‘สุริยะ-สมศักดิ์’ลาป้อม ทิ้งเก้าอี้รมต.-ซบพท.เศรษฐา-อิ๊ง บุกชลบุรีเปิดเวทีโชว์คุณปลื้ม
แบ่งเขตเลือกตั้งป่วน พรรค การเมืองรุมโวย กกต. ยื่นศาลปกครองเพิกถอนประกาศทันที ชี้รวมแขวงเป็นเขต ขัดกฎหมายชัด ไม่เป็นธรรม เอื้อประโยชน์บางพรรค หวั่นทำเลือกตั้งโมฆะ รัฐบาลอยู่รักษาการยาว ‘สุริยะ-สมศักดิ์’ กราบลา ‘บิ๊กป้อม’ ทิ้งเก้าอี้รมต. ย้ายจากพปชร.เข้า เพื่อไทย ‘ป้อม’ อวยพรให้ไปดี ด้าน ‘สันติ’ เย้ยส่ง มีตัวแทนใหม่ดีกว่าเดิม ‘บิ๊กตู่’ แจงลงพื้นที่ตรวจงานถี่ยิบ ช่วงรอยต่อเลือกตั้ง อ้างอุดช่อง ขรก.เกียร์ว่าง ‘วิษณุ’ เผยยกร่างพ.ร.ฎ.ยุบสภารอแล้ว เตือนครม.ลงพื้นที่ต้องระวังเพิ่ม รทสช.จ่อดึง ‘ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์’ จากปชป. มาเสริมพลัง ‘เสี่ยหนู’เผยหม่ำ มื้อเที่ยง ‘บิ๊กป้อม’ ไม่มีนัยยะการเมือง โชว์เป้า ส.ส.ภูมิใจไทย 70 เสียง ‘ชลน่าน’ ย้ำชัด ไม่จับมือพปชร.-ภท. ‘เศรษฐา-อิ๊ง’ ยกทัพบุกชลบุรี-ระยอง เสาร์นี้ ‘สนธยา’ขึ้นเวทีด้วย
‘บิ๊กตู่’ว้ากสื่อวุ่นเรื่องไร้สาระ
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง ถึงการออกคลิปโปรโมตแนะนำตนเองอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้เป็นคนทำเอง มีคนทำให้ ไม่มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้แล้วหรือ ประเทศชาติจะเดินอย่างไร เศรษฐกิจเราเป็นอย่างไร ขณะนี้ บ้านเมืองจะเดินไปทางไหน สำคัญกว่ามั้ง มาสนใจแต่เรื่องกระจุกกระจิกแบบนี้
วันนี้นายกฯ ยังคงเป็นนายกฯ อยู่ รัฐบาลก็ยังคงเป็นรัฐบาล ยังต้องอยู่รักษาการอีกนาน ขอให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นปัจจุบันไม่ดีกว่าหรือ เรื่องอื่นก็ว่ากันไป การเมืองก็ว่ากันไป อย่านำมาตีกันจนวุ่นไปหมด นายกฯ ยังคงต้องบังคับบัญชาและควบคุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เหมือนเดิม ยังทำงานเหมือนเดิมตามกรอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฉะนั้นอย่าให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไร้สาระ
ชี้ลงพื้นที่ช่วงรอยต่อ-อุดเกียร์ว่าง
เอาว่าวันนี้เราจะอยู่อย่างไรให้รอดก่อน อย่างกรณีผลกระทบจากสถานการณ์ธนาคารล้มในต่างประเทศ ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจได้ยืนยันและตอบกลับมาแล้วยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ทางการเงินที่อาจ เกิดผลกระทบจากสหรัฐ โดยธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยืนยัน ดังนั้น เราควรกลับมาดูของเราดีกว่ามั้ย ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนของเราอยู่ได้ในวันนี้
“ที่นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการทุกวันนี้เพื่อไปกำกับดูแล เพราะหลายคนเป็นห่วงว่า ช่วงการเลือกตั้งในช่วงนี้เป็นรอยต่ออาจเกิดปัญหาเกียร์ว่าง ผมจึงต้องไปกำกับติดตามดูแลและต้องให้เกียรติทุกคนที่ทำงานกันมา อย่าวุ่นวายกันมากนักเลย หากต่างคนต่างพูดกันไป จะทำให้มีปัญหา อะไรที่ไม่ใช่สาระ ผมไม่สนใจ ผมสนใจประเทศและประชาชนของผมมากกว่า ยืนยันทุกคนทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนทั้งนั้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

บุกระนอง – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พร้อมคณะลงพื้นที่ไปติดตามปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พบปะทักทายแหลงใต้รักจังฮู้กับประชาชนที่มาต้อนรับ ที่อาคารอเนกประสงค์ อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เมื่อวันที่ 16 มี.ค.
อ้อนคนระนอง‘รักจังฮู้’
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปท่าอากาศยานระนอง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เพื่อติดตามการดำเนินงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงอุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาปรับปรุงการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดไว้
เวลา 11.00 น. ที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง พล.อ. ประยุทธ์ตรวจติดตามสภาพปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และพบปะประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ทันทีที่เดินทางมาถึงได้เดินพบปะทักทายและรับดอกไม้จากประชาชนที่มาต้อนรับ และให้กำลังใจให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติต่อไปอย่างอารมณ์ดี โดยมีนายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ผู้สมัคร ส.ส.ระนอง รทสช. มาต้อนรับด้วย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนถึงความตั้งใจมาขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งของจ.ระนอง ทั้งด้านเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ช่วงท้ายได้พูดภาษาใต้กับชาวบ้านว่า “รักจังฮู้” ซึ่งประชาชนต่างปรบมือให้กำลังใจ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ติดตามสภาพปัญหาภัยพิบัติอุทกภัยและวิธีการแก้ไขด้วยการปรับปรุงพนังกั้นน้ำบ้านสองแพรก ที่โรงเรียนบ้านสองแพรก ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง
ให้เชื่อมั่นหัวใจผู้ชายคนนี้
เวลา 16.30 น. ที่ลานอเนกประสงค์หน้าเทศบาลเมืองระนอง ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง พล.อ.ประยุทธ์ติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนชุมชนเมือง จ.ระนอง พร้อมกล่าวพบปะประชาชนว่า รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุดบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด หลายเรื่องตนจะรับไปพิจารณาให้ว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่รัฐบาลจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแล
“บางทีก็พูดไม่ค่อยออก มันเต็มตื้นเพราะพวกเรา เห็นรอยยิ้ม เห็นความรักที่มีให้กัน ผมก็ปลื้ม เราอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทองผืนนี้ เกิดที่นี่ ตายที่นี่ เว้นแต่พวกไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าจะไปก็ไปอยู่ต่างประเทศโน้น ผมหมายความว่าไปเรียนหนังสือหรือไปประกอบอาชีพอยู่ต่างประเทศ อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวหาว่าผมไปพูดอะไรอีก ไม่ใช่ เดี๋ยวมีเรื่องอีก ขี้เกียจพูด มันหาเรื่องจริงๆ ไอ้ปากเนี่ย”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่นหัวใจของผู้ชายคนนี้ และดูแลคนดีๆ ตนไม่รังเกียจใครสักคนเลย ถ้าช่วยกันทำให้บ้านเมืองนี้ ทำให้แผ่นดินนี้ดีขึ้น ตนชื่นชมทุกคน
จากนั้น มีประชาชนตะโกน “รักลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวตอบว่า “เอาละเอย วันนี้เดินน้ำตาลไหลทั้งตัวแล้ว เชื่อมตลอดทางมีแต่คนรักลุงตู่ รักให้จริงก็แล้วกัน ถ้ารักกันซะอย่างไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ความรักเหนือสิ่งอื่นใด รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์และบ้านเมืองของประชาชน นั่นคือหลักชัยของประเทศเรา ทุกอย่างต้องรักจังฮู้ รักแรง นี่คือนายกฯ ของท่าน เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่พระเอก ไม่ใช่ใครจากไหน ไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่ นี่คือมนุษย์คนหนึ่งผู้ชายคนหนึ่งรักทุกคน”
หลังจากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในช่วงค่ำ
ต่อด้วยแอ่วเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อรับฟังข้อเสนอสนับสนุนแผนเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลก พร้อมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ตรวจเยี่ยมการพัฒนา ผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล โดย มี พล.อ.อนุพงษ์ นายธนกร นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการ
เวลาประมาณ 08.30 น. ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ จากนั้นถวายเครื่องสักการะและกราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วไปวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับฟังข้อเสนอการสนับสนุนแผนแม่บทโครงการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลก กลุ่ม 10 จังหวัดภาคเหนือ
หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไปศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิม พระเกียรติฯ เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง เพื่อพบปะประชาชนชาวเชียงใหม่และติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เสร็จแล้วไปมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ต.หนองหาร อ.สันทราย ตรวจเยี่ยมการพัฒนาศักยภาพ ผู้สูงอายุในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และกลับถึง ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ เวลาประมาณ 18.00 น.
‘ธนกร’โต้ทัวร์ถี่แฝงหาเสียง
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการทำคลิปโปรโมตพล.อ.ประยุทธ์ อยู่รทสช.ว่า มีรุ่นพี่ที่เป็นคนทำให้ ซึ่งสอดคล้องกับที่ประชาชนบางส่วนยังไม่รู้ว่านายกฯ อยู่รทสช. คนที่หวังดีเลยทำคลิปมาให้ ตนจึงส่งให้สื่อมวลชนและได้นำลงในเพจ ซึ่งได้รับความสนใจและมีผู้คนสอบถามเข้ามามาก ส่วนกำหนดการของรทสช.จะมีการทยอยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เป็นรายภาคและกำหนดตารางปราศรัย จะมีทั้งเวทีใหญ่และเวทีขนาดกลางในหลายพื้นที่ซึ่งมีการกำหนดไว้หมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายฝ่ายมองว่าการลง พื้นที่ของนายกฯ เป็นการใช้ทรัพยากรหลวงในการเอาเปรียบหาเสียง นายธนกรกล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะทุกรัฐบาลก็เป็นอย่างนี้ อยากให้มองตรงนั้นมากกว่า ไม่อยากให้มองว่าใช้กลไกอำนาจรัฐในการหาเสียง เพราะปกติ นายกฯ ลงพื้นที่อยู่แล้ว และการลงพื้นที่เป็นเรื่องที่ทำได้ เราปฏิบัติตามกฎหมายของกกต.อยู่แล้ว ตนคิดว่าประชาชนได้ประโยชน์ อย่างน้อยทำให้เกิดความคึกคัก ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ทั้งเรื่องแหล่งน้ำต่างๆ ประชาชนก็ได้ประโยชน์
ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ สมาชิกรทสช. โพสต์ เฟซบุ๊กระบุ หัวข้อ เป็น อยู่ คือ 3 ข้อที่ถามกันมาเยอะ 1.อยากให้ ลุงตู่ “เป็น” นายกฯ ต้องเลือกทั้งคน ทั้งพรรค เพราะจำนวน ส.ส. ที่เข้าสภาทั้งส.ส.เขต และส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเป็นคนไปโหวตเลือกลุงตู่ ในสภา 2.ลุงตู่ “อยู่” พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเดียวเท่านั้น 3.ลุงตู่ “คือ” ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ เพียงพรรคเดียวเท่านั้น พร้อมติดแฮชแท็ก ว่า ลุงตู่อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติพรรคเดียว ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เลือกตั้ง 66
‘วิษณุ’เตือนครม.ระวังตัวเพิ่ม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ระบุวันที่ 17 มี.ค.จะยื่นเรื่องกกต. ให้พิจารณาเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ หัวหน้ารทสช. กรณีใช้ทรัพยากรรัฐลงพื้นที่ตรวจราชการ อาทิ เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน รถยนต์หลวง ซึ่งแฝงการหาเสียงเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง โดยมีโทษถึงขั้นยุบพรรค ว่า ตามหลักคือต้องไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ ไม่ใช้บุคลากรของรัฐ เพื่อหาเสียงที่ทำให้เกิดความได้เปรียบ-เสียเปรียบ นี่คือสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้
ส่วนในทางปฏิบัติทำอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ ต้องเข้าใจว่านายกฯและรัฐมนตรี มีความแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ไม่มีตำแหน่งในทางราชการ เมื่อนายกฯ หรือรัฐมนตรีไปใช้ สิ่งเหล่านั้น เท่ากับว่าใช้ทรัพยากรของรัฐ แต่เมื่อยังไม่ยุบสภา นายกฯ ก็ยังเป็นนายกฯ เป็นผู้บริหารราชการแผ่นดิน มีหน้าที่ไปตรวจราชการ อาจสร้างขึ้นมาว่าไม่มีราชการ แต่ นายกฯ จะไปตรวจ ก็เป็นราชการ เหมือนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปตรวจน้ำท่วม เหมือนรัฐมนตรีหลายคนไปเปิดงาน-ปิดงาน เป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน
ดังนั้น ต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบกฎหมาย คือมีเส้นแบ่ง แต่อยู่บนหลักของการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนหลังยุบสภาต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้หลายเท่าอย่างแน่นอน แต่ต้องฟัง กกต.กำหนดเกณฑ์และกติกามาอีกครั้ง หากผู้ยื่นให้ตรวจสอบมีหลักฐานการใช้งบประมาณแฝงหาเสียงก็จะเป็นหลักฐานหนึ่ง
ยกร่างพ.ร.ฎ.ยุบสภารอแล้ว
นายวิษณุกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายคาดว่าจะมีประกาศยุบสภาในวันที่ 20 มี.ค.ว่า นายกฯ ไม่ได้หารือ และตนไม่ทราบ แต่คงหนีไม่พ้น เพราะในวันที่ 23 มี.ค. ก็หมดเวลาแล้ว จึงพัวพันกันอยู่ในระยะนี้ หรือวันนี้ก็ยุบได้ ถ้าจะยุบ ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมครม. ในวันที่ 21 มี.ค. จะเป็นการประชุมในฐานะครม.รักษาการหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีการประชุมตามปกติ และมีหลายเรื่องที่นายกฯ ลงนามเสนอเรื่องบรรจุวาระเข้าที่ประชุมได้อยู่ คำว่า “ครม.รักษาการ” เป็นภาษาพูดที่เราเรียกกัน แต่ในทางกฎหมายไม่ได้เรียก เพราะคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความไว้แล้วว่าอย่าเรียก เพราะถ้าเรียกจะเกิดปัญหาขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกาศยุบสภา นายวิษณุกล่าวว่า ต้องดำเนินการยกร่าง จากนั้นนายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ต่อไป โดยในพ.ร.ฎ.ดังกล่าวจะระบุชัดว่าให้มีผลวันไหน อย่างไร ซึ่งนายกฯ สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้โดยตรง เป็นพ.ร.ฎ.ฉบับเดียวที่ไม่ต้องผ่านครม. เมื่อถามว่าจำเป็นต้องให้นายวิษณุตรวจดูรายละเอียดก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ต้องดู ตอนนี้ยังไม่ได้สั่งให้ทำ แต่ร่างนั้น เตรียมไว้แล้ว”
เมื่อถามว่าอาจมีรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เพื่อย้ายไปสังกัดพรรคฝ่ายค้าน จำเป็นต้องลาออกจากรัฐมนตรีหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่หากคิดว่าเป็นมารยาทหรือความอึดอัด มองหน้ากันไม่สนิท ก็ลาออกได้ แต่ถ้าไม่มีปัญหา พูดจากันได้กันรู้เรื่อง ก็อยู่ในตำแหน่งต่อไป
รทสช.ดึง‘ชัยวุฒิ’เสริมพลัง
รายงานข่าวจากรทสช. เปิดเผยว่า หลังจาก นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ (พม.) ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้ว เพื่อมาเปิดตัว ร่วมงานทางการเมืองกับรทสช.ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังจะมีนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ปชป. ที่จะย้ายมาด้วย เนื่องจาก นายจุติ นายชัยวุฒิ รวมถึง นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีตส.ส.แพร่ และส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. หลายสมัย ที่ย้ายมาอยู่รทสช.ก่อนหน้านี้มีความสนิทสนมกัน ซึ่งนายจุติ และนายชัยวุฒิ เพิ่งร่วมลงพื้นที่ จ.ตาก ด้วยกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่รทสช.จะมอบหมายให้ นายจุติ นายชัยวุฒิ และนางศิริวรรณ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคเหนือ ตอนบนบางส่วนร่วมกัน
“การดึงตัวนายจุติมาร่วมงานที่รทสช. ต้องยกเครดิตให้กับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ที่เป็นคนติดต่อประสานงานมาโดยตลอด เนื่องจากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายจุติ ในช่วงที่นายจุติเป็นเลขาธิการปชป. และนายเอกนัฏ เป็นรองเลขาธิการพรรค ทำให้ทั้งสองคนไว้วางใจกันมาก”
ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ประกาศยุบสภา มีความเป็นไปได้สูงที่ ส.ส.จากปชป. และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกรทช.เพิ่มเติมอีกพอสมควร เนื่องจากกระแสความนิยมของรทสช.สูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่องในหลายพื้นที่
‘ศรัณย์วุฒิ’เตรียมซบอกลุงตู่
ที่รัฐสภา นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส. อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ (พช.) แถลงข่าวกรณีจะย้ายไปรทสช.ว่า วันนี้ตนไม่สนใจขั้วประชาธิปไตยจอมปลอมที่ผสมพันธุ์กันไปหมดแล้ว และทำพรรคเพื่อบริษัทหนึ่งและตระกูลหนึ่ง ตนหมายถึงพรรคไหนคนก็รู้ ส่วนอีกพรรคหนึ่งก็สุดโต่งจนประชาชนหวั่นไหวกันหมด อีกทางเลือกหนึ่งคือการทำงานกับพรรคที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน
สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ มีจุดเด่น 3 ข้อคือ 1.เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับพวกประชาธิปไตยปล้นชาติ 2.มีความจงรักภักดี และ 3.ประชาชนรากหญ้าได้รับประโยชน์มากมายจากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเปรียบเทียบรัฐบาลอื่นๆ ที่ผ่านมาพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รับอะไรเลย มิหนำซ้ำชาวบ้านยังบอกกับตนว่าชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ เพราะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และแม่ค้าบอกว่าชอบโครงการคนละครึ่ง หลังจากยุบสภา ตนจะลาออกจาก พช. และจะไปสมัครเป็นสมาชิก รทสช.ทันที ยืนยันว่าไม่เคยต่อรองเพื่อได้อะไรจาก รทสช. แต่ต้องการทำเพื่อประชาชนทุกคน
ส่วนการที่ตนเคยท้าพล.อ.ประยุทธ์ดวลปืนนั้น ตนทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งต้องทำสุดชีวิต และขุดคุ้ยทุกอย่าง เมื่อวันนี้สถานการณ์เปลี่ยน ตนต้องยึดประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้ตนยังชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าต้องการจะต่อสู้กับพวกประชาธิปไตยปล้นชาติ และมีสัญลักษณ์ของความเป็นอนุรักษนิยม เพื่อทำให้ประเทศสงบ จึงขอโทษพล.อ.ประยุทธ์ สำหรับสิ่งที่ทำไป ตนไม่ได้กลืนน้ำลายตัวเอง เพราะคนที่ย้ายพรรคกันไปกันมา ก็ไม่เห็นมีจุดยืนอะไร

มื้ออำลา – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร เข้ากราบลาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันก่อนย้ายไปพรรคเพื่อไทย ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เมื่อ 16 มี.ค.
‘สุริยะ-สมศักดิ์’ลา‘วิษณุ-ป้อม’
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พปชร. เผยว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 มี.ค. ตนและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพปชร.เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกราบลา หลังตัดสินใจทางการเมือง เนื่องจากนายวิษณุกำกับดูแลงานของกระทรวงยุติธรรม และกระทรวงอุตสาหกรรม และที่ผ่านมาให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด “นายวิษณุได้อวยพรให้ผม และนายสุริยะ พร้อมบอกว่า การตัดสินใจเป็นสิทธิส่วนตัว เคารพซึ่งกันและกัน แต่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดจึงไม่ต้องขยับตัว และขอบคุณที่ได้ร่วมกันทำงานด้วยดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน”
จากนั้นตนและนายสุริยะไปที่มูลนิธิป่า รอยต่อฯ เพื่อกราบลาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพ ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้วยดีมาตลอด 4 ปี พร้อมนำเรียนว่า พปชร.ยังมีบุคลากรที่เข้มแข็งมากพอสมควร ซึ่งพล.อ.ประวิตรขอบคุณที่ได้ช่วยกันทำงาน พร้อมอวยพรซึ่งกันและกัน ยืนยันว่ามีความเคารพท่านอยู่เสมอ ไม่มีความขัดแย้งใดๆ
ทั้งนี้ ในวงสนทนาที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พปชร. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย
ทิ้งรมต.-เข้ามุ้งเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์และนายสุริยะจะยื่นลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีต่อ นายกฯ ในวันที่ 17 มี.ค. เพื่อให้มีผลในวันที่ 18 มี.ค.เป็นต้นไป และจะลาออกทุกตำแหน่ง เพื่อย้ายจากพปชร.ไปสังกัดพรรคเพื่อไทย(พท.)โดยนายสมศักดิ์จะแถลงข่าววันที่ 17 มี.ค. เวลา 14.00 น. ที่ร้านกินเส้น สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 มี.ค. พท.เปิดนโยบายชุดใหม่ และเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.เขตทั้ง 400 คนที่ยิมเนเซียม 4 ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีอดีต ส.ส.จากพรรคต่างๆ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่จะมาลงสมัคร ส.ส.ในนามพท.มาร่วมเปิดตัวด้วย อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม นางสุกุมล คุณปลื้ม ภรรยา ในฐานะแกนนำกลุ่มชลบุรี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พปชร. นายนิคม บุญวิเศษ อดีตหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ อดีต ส.ส.สุโขทัย พปชร. น้องสาวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ซึ่งได้ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพท.แล้วในวันที่ 16 มี.ค. รวมทั้งนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. หลานชายนายสุริยะ ด้วย เป็นการตอกย้ำว่านายสมศักดิ์ นายสุริยะ แกนนำกลุ่มสามมิตร จะมาร่วมงานการเมืองกับพท.แน่นอน
‘ป้อม’อวยพรให้ไปดี
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า ได้อวยพรให้นายสุริยะ และนายศักดิ์ ไปดี ตามใจ เขาอยากจะคิดอย่างไร เป็นเรื่องของคนคิดจะไป คนจะมา ไม่มีใครไปบังคับได้ แล้วแต่จะคิดอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าได้อวยพรทั้ง 2 คน อย่างไรพล.อ.ประวิตรยิ้มและกล่าวว่า “ก็ขอให้ไปดีๆ” ผู้สื่อข่าวถามเมื่อลาออกไปจะกระทบกับ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กระทบ ต่อข้อถามว่า ถือเป็นการจากกันด้วยดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ดีทุกคน ผมไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร ก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่เอาความขัดแย้งเลย”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง แสดงว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของการเมือง ยังพูดไม่ได้ ขอให้เลือกตั้งให้เสร็จก่อนดีกว่า ดูว่าคะแนนเป็นอย่างไร แล้วค่อยว่ากัน ต่อข้อถามว่า ได้ประเมินหรือไม่ว่าพรรคจะได้ส.ส.เกิน 120 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าบอกว่าอยากได้มากกว่านี้ คุณก็ไปคิดว่าจะทำได้หรือไม่ ยังไม่พูดดีกว่า ให้ออกมาก่อน ถ้าถามว่าอยากได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าอยากได้ อยากได้มากกว่านั้นด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการทำโพลของพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่บอก เมื่อถามว่า บุคลากรที่เหลืออยู่มีความแข็งแกร่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังแข็งแกร่ง”
‘สันติ’เย้ยมีคนใหม่ดีกว่าเก่า
ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุริยะ และนายสมศักดิ์ ลาออกจากพปชร.ว่า ไม่มีผลกระทบอะไรกับพรรค เพราะเหลืออยู่แค่ 2 คนเท่านั้น และเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่จ.สุโขทัย และภาคเหนือตอนล่างของ พปชร.ว่างลง จะทำอย่างไร นายสันติกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เราก็ส่งคนลงไป ตอนนี้เริ่ม ส่งลงไปแล้ว ได้เตรียมผู้สมัคร ส.ส.ไว้หมดแล้ว ต่อข้อถามว่า จากนี้จะมีคนในพรรคลาออกอีกหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า ไม่มีแล้ว ไม่มีข่าวออกมาแล้ว แต่ 2 คนที่ออกไปเรารู้มานานหลายเดือนแล้ว แต่เขายังพูดไปนู่นไปนี่ไปนั่น ทำให้เราเชื่อเพราะเป็นผู้ใหญ่ แต่เหลืออยู่แค่ 2 คน ลูกน้องก็ไปหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี กรรมการบริหารพปชร. ยื่นใบลาออกจากพปชร.แล้ว จะมีใครมารับผิดชอบดูแลภาคตะวันออกแทนหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เรามีตัวแทนอยู่แล้ว ดีกว่าด้วยซ้ำ เมื่อถามว่านายสุริยะ และนายสมศักดิ์ ที่ออกไปเป็นกรรมการบริหารพรรคทั้งคู่ จะตั้งคนอื่นมาทดแทนหรือไม่ นายสันติกล่าวว่า หากถึงจังหวะคงทำ
‘ประวิตร’นำปราศรัยใหญ่กทม.
นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ ผู้สมัครส.ส.กทม. พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเวทีปราศรัยของพปชร.ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. ในวันที่ 18 มี.ค.ว่า มีความพร้อมหมดแล้ว ขณะนี้เตรียมประชุมเกี่ยวกับการวางตัวและดูแลเรื่องแสง สี เสียง สำหรับการจัดตัวผู้สมัครส.ส.มีครบ และเกินด้วยซ้ำ จึงรอการแบ่งเขตของกกต.ให้ชัดเจนและจัดคนลงได้ทันที ผู้สื่อข่าวถามว่า จัดขุนพลปราศรัยบนเวทีอย่างไร นายสกลธีกล่าวว่า จัดขุนพลสำคัญไว้หมดแล้วและเตรียมเก้าอี้ไว้รับ ผู้ปราศรัยประมาณ 3 พันคน ถ้ารวมประชาชนที่ยืนน่าจะมีประมาณ 5 พันคน
ต่อข้อถามถึงนโยบายเฉพาะในพื้นที่กทม. นายสกลธีกล่าวว่า มีแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ขนส่งสาธารณะ จากที่ ทำโพลพบว่าปัญหาอันดับ 1 ในกทม.คือ การจราจร รถติด ที่ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย และย้ำว่านโยบายของพปชร.จะเน้นปัญหาเรื่องปากท้องและภาพรวมของกทม.เป็นหลัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีปราศรัยลานคนเมืองได้วางตัวผู้ปราศรัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นางนฤมล ภิญโญ สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ในฐานะหัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. นายอุตตม สาวนายน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ทีมเศรษฐกิจพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. ที่จะแนะนำตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน
‘หนู’กินข้าว‘ป้อม’-โชว์เป้า70ส.ส.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์รายการ “ลึกจากสนามข่าว” ทางFM 96.0 กรณีปรากฏภาพแกนนำ ภท. ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดเมื่อ 15 มี.ค.ว่า ไม่ได้มีนัยยะทางการเมือง แต่เป็นการนัดกันล่วงหน้านานแล้ว ตั้งแต่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค ไปพบพล.อ.ประวิตร ช่วงลงพื้นที่ตรวจราชการที่จ.นครสวรรค์ และเห็นว่าไม่ได้กินข้าวกับ พล.อ.ประวิตรนานแล้ว ตนจึงโทรศัพท์ไปย้ำนัดกันอีกครั้ง ก่อนพบว่ามีเวลาตรงกัน
ตนพร้อมนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการภท. และนายชาดา จึงเข้าไปพบและร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์การเมือง แลกเปลี่ยนความพร้อมของทั้งสองพรรคในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ซึ่งพล.อ.ประวิตรสอบถามถึงการประเมินตัวเลข ส.ส.ของภท. ตนแจ้งว่าน่าจะได้ประมาณ 70 คน ซึ่งท่านเห็นว่าตรงกับผลโพลที่ออกมา แต่ไม่ได้พูดคุยถึงการจับขั้วการเมืองใหม่ เพราะปัจจุบันทั้งภท.กับพปชร.เป็นขั้วเดียวกัน คือ ขั้วรัฐบาลอยู่แล้ว
“ผมไปกินข้าวกับผู้จัดการรัฐบาลมันมหัศจรรย์ตรงไหน ถ้าไปกินข้าวกับพท. ค่อยตื่นเต้นกันหน่อย การนัดกินข้าวร่วมกันของนักการเมืองในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้านี้มีการนำภาพที่ผมไปกินข้าวเที่ยงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงที่ถูกเว้นวรรคปฏิบัติหน้าที่ ไปวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมเห็นว่าทางการเมืองสามารถพบปะพูดคุยกันได้ วันนี้ผมโทร.ไปนัดใคร หรือใครโทร.มานัดผมกินข้าว ผมไปหมด หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเชิญพรรคร่วมรัฐบาลไปกินข้าว ผมคิดว่าก็ต้องไป เพราะการนัดกินข้าวไม่ใช่ว่าจะต้องร่วมหัวจมท้ายกัน”
ต่อข้อถามว่า มีการตีความว่าทั้งสองพรรคปล่อยภาพออกมาเพื่อหวังข่มขู่พรรคการเมืองคู่แข่ง นายอนุทินกล่าวว่า อย่ามองโลกใน แง่ร้าย ไม่มีการขู่หรือระแวงกัน เพราะ 4 ปีที่ผ่านมาหากมีการข่มขู่กัน คงอยู่ร่วมกันไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ ยอมรับว่าอาจมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ก็ยอมรับในกติกา ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศทางการเมืองดีขึ้น ไม่มีความตึงเครียดเหมือนที่สื่อประเมินกันไว้ หากภท.มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาล เงื่อนไขแรกคือ การบอกพรรคร่วมรัฐบาลว่าร่างกฎหมายกัญชาต้องผ่าน เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชน
‘ชลน่าน’ย้ำไม่ดีลพปชร.-ภท.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. กล่าวกรณีนายอนุทินและแกนนำพรรคภท. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร จะเป็นการคุยกันเพื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งหรือไม่ว่า ชวนให้คิดได้ เนื่องจากเขาทำงานร่วมกันมา เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน เขาคงประเมินสถานการณ์อยู่แล้วว่าน่าจะได้รับคะแนนเสียงเท่าไร หากจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันจะต้องทำอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพปชร.จับมือกับ ภท. ขณะที่ พท.ได้เสียงไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะจับมือกับ 2 พรรคนี้ด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เรามุ่งมั่นจะทำให้ถึงเป้าหมายให้ได้คือ 310 เสียง เพราะไม่ต้องการจับมือกับพรรคที่เป็นแนวร่วมในการยึดอำนาจ พรรคที่สนับสนุนเผด็จการมา เราต้องอาศัยเสียงประชาชนช่วย
ส่วนการจับมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านปัจจุบัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป้าหมายเราคือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ การจัดตั้งรัฐบาลได้ต้องใช้เสียง 376 เสียง และการจะไปพึ่งส.ว.โหวตนายกฯ โอกาสเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่เขามีจิตสำนึกว่าเราได้เสียงข้างมากมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เลือนราง สิ่งที่เป็นไปได้ที่สุดคือจะทำอย่างไรเมื่อเราได้ 310 เสียงแล้ว จะหาแนวร่วมจากเฉพาะส.ส.มาโหวตเลือกนายกฯ ไม่ต้องไปอาศัยเสียง ส.ว. ฉะนั้นการที่เราจะจับมือกับพรรคแนวร่วมเดียวกันจึงเป็นไปได้สูง
“หากเราได้ 310 เสียง เราจะเชิญพรรคที่อยู่ฝ่ายเดียวกับเรามาร่วมโหวตนายกฯ แต่เขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ก็เป็นเงื่อนไขเขา หากเขาบอกว่าไม่ร่วมรัฐบาลกับเรา แต่จะโหวตนายกฯ ให้ก็เป็นเงื่อนไขต่อไป หากเขา บอกว่าจะขอร่วมรัฐบาลก็เป็นเงื่อนไขที่ต้องมาคุยกัน” นพ.ชลน่านกล่าว
พท.บุกชลบุรี-สนธยาขึ้นเวที
เมื่อเวลา 17.00 น. แกนนำพท. นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง กทม. พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาด ระหว่างเดินผ่านแผงขายปลาทู พ่อค้าปลาทู ได้ยกเข่งปลาทูให้นายเศรษฐาดู ทำให้นายเศรษฐากล่าวว่า “เลือกเพื่อไทยยกเข่ง ทั้งคน ทั้งพรรคนะครับ” จากนั้นเวลา 17.30 น. ได้ขึ้นรถแห่พบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตดอนเมือง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงว่า วันที่ 18-19 มี.ค.คณะของพท. นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี และระยอง โดยเริ่มจากการลงพื้นที่พบผู้ประกอบการภาคธุรกิจ จ.ชลบุรี ที่อ.เมือง แล้วเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานหน้าศาลากลางชลบุรีเวลา 17.30 น. เวทีนี้ยังมีนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรมว.วัฒนธรรม ในฐานะแกนนำพรรคภาคตะวันออกร่วมเวทีปราศรัยด้วย
จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค. คณะพท.จะเข้าพูดคุยกับผู้ประกอบการธุรกิจภาคท่องเที่ยว ที่ชายหาดทะเลบางละมุง ก่อนเดินทางต่อไปยัง จ.ระยอง เพื่อพูดคุยกับภาคประมงที่วิสาหกิจชุมชนเรือเล็กเก้ายอด ต่อด้วยการพูดคุยกับ นักธุรกิจในพื้นที่ และจัดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงเย็นที่ลานหมู่บ้านเพลินใจ 5 อ.เมือง จ.ระยอง
พรรคเปลี่ยนเล็งส่งชิง 30 เขต
นายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีตส.ส.บัญชี รายชื่อ พปชร. ที่เตรียมย้ายไปอยู่กับพรรคเปลี่ยน เปิดเผยว่า ตนยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเปลี่ยนของนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ ‘นอท กองสลากพลัส’ เพราะยังมีเวลา ซึ่งในวันที่ 23 มี.ค. พรรคเปลี่ยน จะจัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก ที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พร้อมเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์และ ผู้สนับสนุน ประกอบด้วย ส.ส. อดีตส.ส. และอดีตรัฐมนตรี เข้าร่วม รวมถึงการตั้งบุคคลในตำแหน่งต่างๆ และเตรียมพร้อมส่งผู้สมัคร ตนเป็นผู้ที่ร่วมคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครส.ส. เบื้องต้นจะส่งผู้สมัครแบบเขต 30 เขต ส่วนเป้าหมายคาดว่าจะได้ส.ส.เข้าสภาแน่นอน
ด้าน นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค อดีตหัวหน้าพรรคไทรักธรรม (ท.ธ.) ซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หลังจากท.ธ.ถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ตัดสินยุบพรรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ในพื้นที่เลือกตั้งจะส่ง นายกร พรหมา น้องชายลงสมัครรับเลือกตั้ง และตนจะเป็นผู้ช่วยหาเสียง เพื่อผลักดันให้นายกร เป็นส.ส.ในสภา พร้อมโพสต์ภาพและข้อความซึ่งเป็นสโลแกนของพรรคเปลี่ยนด้วย
กกต.ประกาศ 400 เขตเลือกตั้ง
วันที่ 16 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า กกต. ได้พิจารณาร่างประกาศ กกต. เรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนเขตเลือกตั้ง และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งที่ได้จัดทำขึ้นตามรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งที่กกต.ได้มีมติแล้ว ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอ โดย กกต.ได้เห็นชอบร่างประกาศดังกล่าว ทั้งนี้สำนักงานจะได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศราชกิจจานุเบกษาโดยเร็ว โดยได้มีการเผยแพร่รายละเอียดของเขต เลือกตั้งทั้ง 400 เขต ซึ่งมีเอกสารทั้งหมด 78 หน้า ของทั้ง 77 จังหวัด
ในส่วนของ กทม.จำนวน 33 เขต แบ่งรายละเอียดได้เป็น เขต 1 พระนคร ป้อมปราบ ศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) บางรัก, เขต 2 สาทร ปทุมวัน ราชเทวี, เขตที่ 3 บางคอแหลม ยานนาวา, เขต 4 คลองเตย วัฒนา, เขต 5 ห้วยขวาง วังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์), เขต 6 พญาไท ดินแดง, เขต 7 บางซื่อ ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี), เขต 8 หลักสี่ (ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน) จตุจักร (ยกเว้นแขวงจันทรเกษม และแขวงเสนานิคม), เขต 9 บางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) จตุจักร (เฉพาะแขวงจันทรเกษม และแขวงเสนานิคม) หลักสี่, เขต 10 ดอนเมือง
เขต 11 สายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน), เขต 12 สายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน) บางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) ลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจรเข้บัว), เขต 13 ลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจรเข้บัว) บึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม), เขต 14 วังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) บางกะปิ, เขต 15 คันนายาว บึงกุ่ม, เขต 16 คลองสามวา (ยกเว้นแขวงสามวาตะวันออก และแขวงทรายกองดินใต้)
กรุงเทพฯ ผ่าเขตเพียบ
เขต 17 หนองจอก (ยกเว้นแขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง) คลอง สามวา (เฉพาะแขวงสามวาตะวันออก และแขวงทรายกองดินใต้), เขต 18 หนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด และแขวงลำต้อยติ่ง) ลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลำปลาทิว) มีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ), เขต 19 มีนบุรี (ยกเว้นแขวงแสนแสบ) สะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง), เขต 20 ลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว)
เขต 21 ประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) สะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง), เขต 22 สวนหลวง ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน), เขต 23 พระโขนง บางนา, เขต 24 ธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ) คลองสาน ราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางปะกอก), เขต 25 ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ (ยกเว้นแขวงบางปะกอก), เขต 26 บางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) จอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน)
เขต 27 บางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้ และแขวงคลองบางบอน) บางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม), เขต 28 จอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน) บางบอน (ยกเว้นแขวงบางบอนใต้ และแขวงคลองบางบอน) หนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม), เขต 29 บางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือ และแขวงบางไผ่) หนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม), เขต 30 บางแค (ยกเว้นแขวงบางแคเหนือ และแขวงบางไผ่) ภาษีเจริญ (เฉพาะแขวงบางหว้า แขวงบางด้วน และแขวงคลองขวาง)
เขต 31 ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน (ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง), เขต 32 บางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) บางกอกใหญ่ ภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วน และแขวงคลองขวาง) ตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) ธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ), เขต 33 บางพลัด บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)
กทม.มีสส.มากสุด33คน-โคราช16
สำหรับรายละเอียด ส.ส.ทั้ง 77 จังหวัด เมื่อคำนวณจากจำนวนราษฎรที่ไม่นับรวม ผู้ไม่มีสัญชาติไทย กทม.ยังคงมี ส.ส.มากที่สุด จำนวน 33 คน รองลงมาคือนครราชสีมา 16 คน
ส่วนจังหวัดที่มี ส.ส. 11 คน มี 2 จังหวัด คือ ขอนแก่น และอุบลราชธานี
จังหวัดที่มี ส.ส. 10 คน มี 5 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี และบุรีรัมย์
จังหวัดที่มี ส.ส. 9 คน มี 2 จังหวัด คือ ศรีสะเกษ และสงขลา
จังหวัดที่มี ส.ส. 8 คน มี 4 จังหวัดคือ นนทบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ และสุรินทร์
จังหวัดที่มี ส.ส 7 คน มี 5 จังหวัด คือ เชียงราย ชัยภูมิ ปทุมธานี สกลนคร และสุราษฎร์ธานี
จังหวัดที่มี ส.ส. 6 คน มี 5 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ นครปฐม นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และมหาสารคาม
จังหวัดที่มี ส.ส. 5 คน มี 9 จังหวัด คือ ปัตตานี ลพบุรี กาญจนบุรี นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ระยอง ราชบุรี และสุพรรณบุรี
จังหวัดที่มี ส.ส. 4 คน มี 8 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ตรัง นครพนม ลำปาง เลย สระบุรี และสุโขทัย
จังหวัดที่มี ส.ส. 3 คน มี 21 จังหวัด คือ ตาก กระบี่ จันทบุรี ชุมพร น่าน บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร เพชรบุรี แพร่ ภูเก็ต ยโสธร ยะลา สระแก้ว หนองคาย หนองบัวลำภู สมุทรสาคร และอุตรดิตถ์
จังหวัดที่มี ส.ส. 2 คน มี 10 จังหวัด คือ ชัยนาท นครนายก พังงา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ลำพูน สตูล อ่างทอง อำนาจเจริญ และอุทัยธานี
จังหวัดที่มี ส.ส. 1 คน มี 4 จังหวัด คือ ตราด ระนอง สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี
ทั้งนี้ หากคิดจำนวน ส.ส.เป็นรายภาค พบว่า กทม. และภาคกลาง 26 จังหวัด มี ส.ส. 122 คน ภาคใต้ 14 จังหวัด มี ส.ส. 60 คน ภาคเหนือ 16 จังหวัด มี ส.ส. 37 คน ภาคอีสาน 20 จังหวัด มี ส.ส. 133 คน ภาคตะวันออก มี ส.ส. 29 คน และภาคตะวันตก มี ส.ส. 19 คน
ชพก.ยื่นศาลปกครองเพิกถอน
ที่ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ยื่นศาลปกครอง เพื่อขอเพิกถอนประกาศเขตเลือกตั้ง กทม. รวมแขวงเป็นเขตเลือกตั้ง ขัดต่อกฎหมาย
นายอรรถวิชช์กล่าวว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 27(1) กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งเขตให้ “รวมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง” หมายความว่าจะต้องมีอำเภอหลักอยู่ในเขตเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าการแบ่งเขตที่ออกมา มีเขตเลือกตั้งที่เป็นการรวมเฉพาะแขวงโดยไม่มีเขต(อำเภอ)หลักถึง 13 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ เขต 8,9,12,13,17,18,19,21,26,27,28,29, และ 30
มาตรา 27(1) ยังกำหนดหลักการสำคัญเรื่อง “การเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน” แต่ปรากฏว่าการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพ มหานคร มีเขตเลือกตั้งที่เคยเป็นเขตเลือกตั้งมาก่อนเพียง 4 เขตเลือกตั้งเท่านั้น ถือเป็นการแบ่งเขตที่ไม่ได้ยึดถึงหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ถือเป็นการกระทบสิทธิประชาชน ทำให้เกิดความสับสนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงมายื่นต่อศาลปกครอง เพื่อ ขอให้พิจารณาวิธีการชั่วคราวโดยเร่งด่วน เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศกกต. เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวนเขตเลือกตั้ง และท้องที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง

บุกอีสาน – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค เปิดตัว 7 ว่าที่ ผู้สมัครส.ส.สกลนคร มีประชาชนมาฟังปราศรัยนับหมื่นคน ที่ศูนย์อำนวยการ เลือกตั้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร เมื่อ 16 มี.ค.
เด็กปชป.โวยไม่เป็นธรรม
เวลา 15.00 น. ที่สนามข้างศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์สกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป.และแกนนำพรรค นำทัพผู้สมัครส.ส.สกลนคร ทั้ง 7 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมีพี่น้องประชาชนมาร่วมฟังกว่า 30,000 คน และส่งเสียงเชียร์ “อยากให้นายกฯ ชื่อจุรินทร์” “ท่านคือนายกฯ คนที่ 30 ของประเทศไทย” ดังกระหึ่ม
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.ว่า ปชป.คงต้องปรับบางส่วนให้สอดคล้องกับเขตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ปชป.ถือว่าพร้อมรับทุกกติกา ฉะนั้นไม่มีปัญหา เราจะเดินหน้าต่อไป โดยส่งผู้สมัครครบ 400 เขต และบัญชีรายชื่อครบ 100 คน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป.ดูแลกทม. กล่าวว่า ยอมรับว่าประกาศของกกต.มีผลกระทบกับพรรคบ้าง แต่เปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว เพราะกกต.ประกาศออกมาแล้ว ดังนั้นเราต้องปรับบุคลากรของเราให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่ประกาศออกมาใหม่ โดยผู้สมัครชุดเดิม 80 เปอร์เซ็นต์ไม่ต้องปรับอะไร แต่อีก 20 เปอร์เซ็นต์คงต้องมีการปรับคนและปรับเขตให้ลงตัว
ด้านน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษก ปชป. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. กล่าวว่า การแบ่งเขตกทม.ทั้ง 33 เขต มี 13 เขตเลือกตั้งที่เป็นการรวมแขวงเพียงบางส่วนมาประกอบเป็นเขตเลือกตั้ง ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นธรรมกับประชาชนและผู้สมัคร เพราะพยายามจะตัดคะแนนของผู้ทำงานในพื้นที่มาก่อนหน้านี้ ทำให้ประชากรกว่าร้อยละ 80 ของแต่ละเขตจะได้เจอกับผู้สมัครที่อาจไม่เคยเป็นที่รู้จัก ส่งผลให้ได้ ส.ส.ที่ไม่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ และสร้างความสับสนให้กับผู้ลงคะแนน จึงขอ เรียกร้องให้ กกต.ทบทวน
‘ป้อม’อะไรก็ได้-ทำได้ทั้งนั้น
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า อะไรก็ได้ จะอย่างไรตนทำได้ทั้งนั้น
ส่วนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพปชร. ดูแลรับผิดชอบพื้นที่กทม. กล่าวว่า ยอมรับว่าการแบ่งเขตน่าจะมีกระทบบ้างในบางเขตที่ต้องขยับ เพราะมีการทับซ้อนของ ผู้สมัคร ส.ส. เมื่อเช้าวันที่ 16 มี.ค. ตนได้หารือกับนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ กทม.ว่าจะพิจารณาอย่างไร โดยจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ แต่ยืนยันว่า ไม่ว่าจะแบ่งเขตแบบไหน พปชร.พร้อมทุกสถานการณ์ และจะพิจารณาเรื่องตัวผู้สมัคร ส.ส.ให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บางคนไม่ได้ลงสมัครส.ส.เขต มีการเตรียมเรื่องงานอย่างอื่นไว้ให้หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า ต้องมีการเตรียมงานไว้ให้ แต่รอ ให้สรุปชัดเจนก่อน ต่อข้อถามว่า พื้นที่ กทม. ยังตั้งเป้าหมาย 12 ที่นั่ง เท่ากับการเลือกตั้งครั้งก่อนอยู่ใช่หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า อย่างน้อยขอ 1 โหล 12 ที่นั่งเหมือนเมื่อปี 2562 หรือมากกว่าเดิม ส่วนเรื่องการแข่งขันในแต่ละเขตของ กทม. เชื่อว่าทุกเขตแข่งขันสูง เพราะทุกพรรคทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ และเราสู้เต็มที่ จุดขายของเราคือ พลังใหม่ เพราะแต่ละคนมาด้วยความตั้งใจ อุดมการณ์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่พาประเทศไป

เดินตลาด – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง กทม. ช่วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย หาเสียงอ้อนพ่อค้าแม่ค้าเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เมื่อ วันที่ 16 มี.ค.
พท.ซัดเอื้อประโยชน์บางพรรค
ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. เขตลาดกระบัง แถลงว่า ที่ผ่านมามีความหวังว่า กกต.จะได้ยินเสียงการทักท้วงของพท.จึงไม่ลดละความพยายามที่จะแถลงข่าวให้เสียงดังขึ้น แต่สุดท้ายมีประกาศออกมาว่าในกทม.เลือกแบบที่ 1 ซึ่งเป็นแบบ ที่พท.กังวลใจว่าส่อขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง จึงจำเป็นต้องส่งเสียงอีกครั้ง เพราะถือเป็นการ แบ่งเขตการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม เรียกว่า Gerrymandering ที่ผู้มีอำนาจจงใจเปลี่ยนแปลงเส้นเขตเลือกตั้ง เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
กกต.ยืนยันใช้การแบ่งเขตแบบที่ 1 ท้ายที่สุดอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศ หากเกิดอันตรายเสียหายขึ้น กกต.จะรับผิดชอบไหวหรือ และหากการเลือกตั้ง เป็นโมฆะ พล.อ.ประยุทธ์จะรักษาการนายกฯ ต่อไปจนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จ ซึ่งนานเท่าใดไม่มีใครรู้ หมายความว่าผู้มีอำนาจนำประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวประกันให้กับความเสียหายนี้ใช่หรือไม่
ด้านนายสุรชาติ เทียนทอง ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ กล่าวว่า การแบ่งเขตแบบที่ 1-2 จะยึดหลักตามตัวเลขประชากรที่ให้สมดุลกัน ส่วนแบบที่ 3-4 จะยึดหลักเขตปกครอง เมื่อไปดูมาตรา 27 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. การใช้รูปแบบที่ 1 เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายชัดเจน