‘อิ๊ง-นิด’มุ่งปลุกเศรษฐกิจชุมชน
รทสช.ท้ารอดูใครแลนด์สไลด์
ตู่ขึ้นเชียงใหม่-สกัดวุ่นนศ.ต้าน
กกต.ไม่ถอย-ยันแบ่งเขตยึดกม.
เพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครครบ 400 เขต บิ๊กเนม-บ้านใหญ่ร่วมงาน ‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ ขึ้นเวที ประกาศนโยบายหาเสียงล็อตใหม่ ฮือฮากระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป ‘สมศักดิ์’ แถลงโชว์ใบลาออกรมว.ยุติธรรม แจงซบเพื่อไทยช่วยหนุนแลนด์สไลด์ รทสช.ท้ารอดูใครจะแลนด์สไลด์ ‘บิ๊กตู่’ลงพื้นที่เชียงใหม่ เข้าวัดทำพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตา เจอหญิง ชาวบ้านดักมอบ ‘กรวยดอกไม้แห้ง’ สัญลักษณ์ความเหี่ยวเฉา บอก 8 ปีสุดทน เศรษฐกิจแย่ ขณะที่นักศึกษา มช.ยืนชู 3 นิ้วใส่ขบวนรถ กกต.ไม่ถอย ปมแบ่งเขต ยันยึดกฎหมายเคร่งครัด พร้อมชี้แจงศาลปกครอง
‘บิ๊กตู่’ตรวจราชการเชียงใหม่
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ ออกเดินทางโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ แล้วด้วยรถยนต์ทะเบียน ฌอ 7237 กรุงเทพมหานคร ในการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงใหม่
จุดแรกเวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งบรรยากาศโดยรอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบรวมทั้งอาสาสมัครได้เคลียร์พื้นที่และตรึงกำลังตลอดเส้นทางล่วงหน้า 2 วัน มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการแฝงตัวของผู้ที่เห็นต่าง และ ทุกแยกจะมีตำรวจสายสืบนอกเครื่องแบบประจำจุด มีการเตรียมร่มไว้พร้อมป้องกันการเกิดเหตุชุลมุนเช่นเดียวกับที่จ.ราชบุรี
นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าตลอด เส้นทางการลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ของ พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่มีการขึ้นป้ายต้อนรับหรือป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่พล.อ.ประยุทธ์สังกัดอยู่ และที่บริเวณอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เจ้าหน้าที่ได้เก็บป้ายต้อนรับและป้ายสนับสนุนทั้งหมดออก ขณะเดียวกันไม่มีประชาชนมาถือป้าย ให้กำลังใจเหมือนพื้นที่อื่นๆ

ดอกไม้ให้คุณ – นางวันดี รัตน์ด้วง ชาวบ้านอาชีพแม่บ้าน ชู 3 นิ้ว มอบกรวยดอกไม้แห้งธูปเทียนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมสอบถามเมื่อไหร่จะยุบสภา ระหว่างนายกฯ ไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.
เจอแม่บ้านป่วน- 8 ปีสุดทน
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเสร็จแล้ว ได้รับมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจจาก อบต.และตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ระหว่างจะเดินมาขึ้นรถเพื่อไปจุดต่อไป มีเสียงหญิงสูงวัยสวมหมวกสีเหลือง เสื้อม่อฮ่อม ทราบชื่อภายหลังว่า นางวันดี รัตน์ด้วง ชาวพิจิตร มาทำงานเป็นแม่บ้านหอพักที่เชียงใหม่ ตะโกนเรียก พล.อ.ประยุทธ์ “นายกฯ คะให้ดอกไม้ค่ะ” ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ยิ้มรับ กล่าวว่า จ้ะๆ และหันกลับมารับดอกไม้ ซึ่งเป็นดอกไม้แห้งสีเหลือง พร้อมธูปเทียนอยู่ในกรวยใบตองแห้ง 2 กรวย ซึ่งคนภาคเหนือเรียกว่า “สรวย”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ดอกไม้มงคลเน้อ” แต่นางวันดีถามทันทีว่า “จะยุบสภาเมื่อไหร่” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับอึ้ง หันมามองด้วยหางตาและกล่าวว่า “เดี๋ยวก็รอฟังแล้วกัน จะทำไมเหรอ มีอะไรไหมล่ะ ถึงอยากรู้ เดี๋ยวถึงเวลาเองแหละ เอาที่มันอยู่กันก่อนนะ” แล้วหันไปถ่ายภาพร่วมกับคนที่มาต้อนรับด้วยสีหน้าตึง และเดินไปขึ้นรถทันที
นางวันดีกล่าวกับผู้สื่อข่าวพร้อมชู 3 นิ้ว ว่ามันไม่ไหวแล้ว ลูกหลานก็ไม่มีงานทำ ภาวะเศรษฐกิจก็แย่ อะไรก็ขึ้นแต่ค่าแรงไม่ขึ้น ก็สุดๆ มันไม่ไหวแล้ว ประเทศเราต้องเปลี่ยนนายกฯ แล้ว 8 ปีแล้ว จึงอยากรู้ว่าจะยุบสภาเมื่อไหร่ และจะเลือกตั้งวันไหน วันนี้ถือเป็นสิทธิหน้าที่ในการแสดงออก ไม่กลัวว่าเจ้าหน้าที่จะมาควบคุมตัว เพราะสิ่งที่ตนได้แสดงออกไปมีคนเดือดร้อนกว่า 60 ล้านคน
ประเทศไทยไม่มีใครมาลงทุนและขณะนี้ย้ายไปต่างประเทศเกือบหมดแล้ว มันเป็นเผด็จการซ่อนรูป ตนมาเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวนายกฯ ต้องการให้ปล่อยเด็กที่ถูกคุมขังจากคดีการเมือง และดอกไม้ต้องการมอบให้ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.อนุพงษ์ สรวยดอกไม้แห้งทั้ง 2 อัน หมายถึงความเหี่ยวเฉาความพินาศของประเทศ จาก 8 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ 8-9 ปีอนาคตเราไม่เคยเห็นอะไรเลย ยาเสพติดก็เยอะ
รายงานข่าวแจ้งว่า นางวันดีเคยออกมาเคลื่อนไหวเมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2565
ขึ้นดอยสุเทพ-ทำพิธีฮ้องขวัญ
เวลา 10.45 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปเทียนบูชา สักการะ ทำพิธีบวงสรวง และทำพิธีเวียนเทียนรอบพระธาตุ 3 รอบ ห่มผ้าพระธาตุ และถวายผ้าไตร แล้วเข้าไปยังห้องทำพิธีฮ้องขวัญ ซึ่งเป็นประเพณีโบราณของชาวเชียงใหม่ เป็นการสะเดาะเคราะห์สืบชะตา โดยมี เจ้าอาวาสเป็นผู้ทำพิธี แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ถวายภัตตาหารเพลและเครื่องไทยธรรม และทำพิธีทักษิณานุปทานอุทิศแด่ครูบาเจ้าศรีวิชัย พร้อมทำพิธีสืบชะตาบนพระวิหารหลวง โดยพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) รองเจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร โดยความเชื่อทางภาคเหนือเชื่อว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ให้อายุยืนยาวและวันนี้ถือว่าเป็นวันดีด้วย
ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์รับฟังข้อเสนอการสนับสนุนแผนแม่บทโครงการเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลก กลุ่ม 10 จังหวัดภาคเหนือ
ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางมาถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้มีการประกาศให้ประชาชนห้ามตะโกนต้อนรับ ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านนำภาพถ่ายของนายกฯ มาขอลายเซ็น
นักศึกษามช.ฮือชู 3 นิ้ว
เวลา 13.50 น. หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่วัด พระธาตุดอยสุเทพ ขณะที่ขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์ผ่านบริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตัวแทนจากชมรมประชาธิปไตย สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พยายามไปยืนแสดงกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการชู 3 นิ้ว และชูป้ายให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ แม้ตั้งแต่เวลา 10.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประสานกับทางมหาวิทยาลัย เข้าไปขัดขวาง รวมทั้งนำรถบัสของมหาวิทยาลัยและรถตู้สีขาวมาปิดบังการแสดงออกของนักศึกษาแล้วก็ตาม แต่ขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์สามารถผ่านไปได้อย่างราบรื่น
ต่อมาเพจชมรมประชาธิปไตย สโมสรนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปิดกั้นการแสดงออกของนักศึกษา แฮชแท็ก #มหาลัยปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก พร้อมระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แสดงความยินดีต้อนรับท่านนายกฯ ประยุทธ์ “รถบัสมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ได้มาปิดบังการแสดงออกของนักศึกษาบริเวณหน้ามอ ปรับลุกส์-ไม่ได้มาการเมือง
เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ มีกลุ่มแฟนคลับมาต้อนรับ ถือป้ายข้อความ เช่น 8 ปีผลงานเพื่อประชาชนทุกคนรักลุงตู่, ขึ้นเหนือเยือนเชียงใหม่ยอดขวัญใจคือลุงตู่ เป็นต้น จากนั้นได้ชมนิทรรศการประวัติและผลงานครูบาเจ้าศรีวิชัย รับฟังรายงานสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จ.เชียงใหม่
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า ขอบคุณน้ำใจไมตรีที่มอบให้กับตนและคณะ ตนรักคนเหนืออยู่แล้ว ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตราบใดที่ยังเป็นนายกฯ อยู่ในเวลานี้ ทุกคนทราบดีว่าใกล้เวลาการเลือกตั้ง เป็นการกำหนดอนาคตและประเทศของท่าน ฉะนั้นพวกเราจะเป็นผู้เลือกผู้ตัดสินใจ ขอให้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานที่จุดนี้ เตรียมเก้าอี้ไว้ 6,000 ที่นั่ง แต่เมื่อใกล้เวลานายกฯ มาถึง มีประชาชนมาร่วมงานน้อย ส่วนใหญ่ที่มาเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทางประชาสัมพันธ์จังหวัดจึงให้เจ้าหน้าที่เร่งเก็บเก้าอี้ที่ว่างทั้งหมดทันที เพราะเกรงว่าจะตกเป็นข่าวเหมือนกรณีที่จ.นครราชสีมา
การลงพื้นที่ต่างจังหวัดในระยะหลัง และ จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปลี่ยนจากใส่รองเท้าคัตชูหนังที่ใส่ประจำมาใส่รองเท้าใบสีดำยี่ห้อ ON Cloudster โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันนี้ใส่รองเท้าผ้าใบสีดำมาลงพื้นที่ ใส่สบายหรือไม่ มีรองเท้ากี่คู่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ใส่สบาย ใส่แล้วเดินสบาย มี 3 คู่แล้ว”
ชี้ได้ทำต่อ-ขึ้นกับทุกคน
เวลา 16.15 น. ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พล.อ.ประยุทธ์มาติดตามการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในพื้นที่จ.ชียงใหม่ โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. รทสช.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พิษณุโลก ต้อนรับ มีประชาชนมาชูป้ายให้กำลังใจ อาทิ กลุ่มเชียงใหม่รักลุงตู่, ลุงตู่รักแล้ว รักอยู่ รักต่อ, ผลงานลุงตู่เฮาฮู้ เฮาหัน ใครบ่หันไปตัดแว่นใส่เต๊อะ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สูงอายุว่า ตนทำมาตลอด 8 ปี เห็นหน้าพวกเราก็หายเหนื่อย หลายคนก็เป็นห่วงเพราะตนมือเจ็บ แต่เดี๋ยวก็หายแล้วเพราะวันนี้พระสวดเป่าให้แล้ว เดี๋ยวก็หาย ไกลหัวใจ ไอ้ที่มันเจ็บ เจ็บที่ใจมาก กว่ามือมันไม่เจ็บ ฉะนั้นเราอย่าทำให้ตนเจ็บใจแล้วกัน เป็นนายกฯ ต้องอดทน ตนเป็นทหารเก่าไม่ต้องการให้แตกแยกเป็นฝ่าย ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งในอนาคต มันไม่ไหวแล้ว เกิดขึ้นอีกครั้งไม่ได้แล้ว ไม่ได้จริงๆ ตนบอกไว้ก่อน ถ้ายังไม่เลิกก็ต้องไปว่ากัน แต่อย่าไปตีกันเท่านั้นเอง กฎหมายมีอยู่แล้ว
“วันนี้กลับไปต้องนอนละเมอแน่ พูดตั้งแต่เช้า วันนี้กลับไปจำชื่อตัวเองไม่ได้ ประยุทธ์เหมือนเดิม ประยุทธ์คนเดิม ขอบคุณทุกคนขอให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป ต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ วันหน้าหากมีโอกาสได้ทำ เดี๋ยวก็จะหาว่าหาเสียงอีก ผมไม่ขอพูด อะไรดีผมก็ทำต่อ ผมพูดไม่ได้ กฎหมายห้ามพูด ผมพูดมากไม่ได้ อะไรที่ไม่ดี ผมก็ขอโทษด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จากนั้นมีตัวแทนชาวนาเดินไปมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายกฯ หน้าเวที และมีการเปิดเพลงรักเธอเสมอ ของอัสนี-วสันต์ และระหว่างที่นายกฯ เดินพบปะชาวบ้าน มีคนตะโกนให้นายกฯ สู้ๆ พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า “เขาบอกให้นายกฯ สู้ๆ นายกฯ อยู่มา 8 ปีแล้วนะ” ด้านกองเชียร์เชียร์ให้นายกฯ เป็นนายกฯ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า “ก็ขึ้นอยู่กับทุกคน อะไรที่มันดีก็จะทำต่อ ผมพูด ไม่ได้มากกว่านี้ เดี๋ยวจะมีปัญหา กฎหมายเขาห้ามพูด ผมแก่จะแย่อยู่แล้วขอบคุณนะ วันนี้ค่าสูงอายุเราเพิ่มเป็น 1,000 บาทแล้วใช่ หรือไม่ ถ้ามีตังค์ก็พอ”
เผยยุบสภารออีกนิด
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่ามาเชียงใหม่รู้สึกมีความสุข เคยมาเยี่ยมเยียนหลายครั้งแล้ว มาในฐานะนายกฯ ยังต้องทำงานต่อในช่วงนี้ และเมื่อเช้าได้ทำกุศลร่วมกันของครูบาเจ้า ศรีวิชัย ซึ่งเรานับถือและห้อยเหรียญท่านมา ประเทศไทยมีพร้อมทุกอย่าง เพียงแต่จะทำอย่างไรให้ไปด้วยกันได้ ก็ลดความขัดแย้ง เห็นต่างได้ไม่เป็นไร แต่อย่าขัดแย้งกันให้ มากนักก็แล้วกัน ก็พอจะไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าบอกพระให้พรให้มือหายเจ็บไวๆ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใช่ ก็น่าจะดีขึ้น เพราะเมื่อเช้าหมอดูแผลเริ่มติดขึ้น แต่ตรงกลางที่ยังเปิดอยู่ต้องให้แห้ง ไม่มีเชื้อเข้าไปข้างใน แต่ข้างบน ข้างล่างค่อนข้างจะดีขึ้นแล้ว แผลยาวเย็บไว้ ต่อข้อถามว่าเย็บกี่เข็ม พล.อ.ประยุทธ์ยกมือขึ้นอธิบายว่า ตรงกลางไม่ได้เย็บเพราะ อ้าไว้ ยังแดงอยู่ข้างใน ผู้สื่อข่าวถามว่าพระให้พรนายกฯ อย่างไรช่วงที่ยังต้องทำงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ท่านให้พรขอให้มีความสุข ขอให้หายเจ็บไข้หายป่วย และขอให้มีกำลังใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป
ต่อข้อถามว่าหลังยุบสภายังคงลงพื้นที่ ต่อเนื่องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องลงสิ ก็ลงปกติ ช่วงนี้ที่จำเป็นต้องลงเพราะเป็นช่วงรอยต่อระหว่างจะมีเลือกตั้ง ต้องการมาดูให้ทุกส่วนงานไม่เกียร์ว่าง เพราะเป็นห่วงเกียร์ว่าง เมื่อถามว่าเอาพละกำลังมาจากไหน ลงพื้นที่โดยไม่พักผ่อนแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังใจทำเพื่อคนอื่น เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน เมื่อถามว่าเมื่อช่วงเช้ามีป้าถามว่าจะยุบสภาเมื่อไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ป้าเขาก็ถามไปอย่างนั้นแหละ
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เตรียมการยุบสภาแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ก็ต้องเตรียมแล้วสิ รออีกสักนิดนึงเดี๋ยวก็ออก” ต่อข้อถามว่าวันจันทร์ที่ 20 มี.ค.ประกาศได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยว ก็รอสิ รอๆ ต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช่ 20 มี.ค.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็เดี๋ยวรอๆ รอนิดนึงน่ะ ไม่มีอะไร” เมื่อถามว่า นายกฯจะประกาศยุบสภาเองเลย หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่ใช่ซิ ออกราชกิจจาฯ นายกฯพูดเองที่ไหนเล่า”
‘บิ๊กป้อม’ขอคะแนนคนนราฯ
ที่สวนมิ่งขวัญประชา อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครส.ส.นราธิวาสว่า พปชร.ใจถึงพึ่งได้ ตนเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่สามารถทำงานทุกอย่างได้รวดเร็วตามความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน มาที่นี่ในวันนี้เพราะต้องการสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนว่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทุกคน พร้อมแล้วทั้ง 400 เขต มีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาทำงานให้กับพี่น้องทุกคน
ปัญหาความไม่สงบที่เคยขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้(จชต.) รัฐบาลได้แก้ไข จนปัญหาลดลงไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว ขอให้ ทุกคนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถจัดการให้เกิดความสงบขึ้นภายในประเทศไทยได้ ขณะที่พปชร.มีนโยบายที่จะกำหนดพื้นที่ลดความรุนแรง และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ได้ภายในปี 2570 เราจะทำให้พี่น้องอยู่ได้อย่างสงบสุขด้วยความเข้าใจร่วมกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ทุกคนคือคนไทย นอกจากนี้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้อง มีงาน มีเงิน มีรายได้ มีความหวัง มีโอกาส ทุกคนต้องเท่าเทียมกันโดยที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม
นายกฯไม่กังวล – 2 รมต.ย้ายขั้ว
ที่จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกจากรัฐมนตรีของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ว่า ก็เห็นแต่ในข่าว ยังไม่ได้เจอกับท่าน คงไม่มีอะไรหรอก ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมศักดิ์จะไปอยู่ไปพท. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไปไหนก็ไป ไม่เป็นไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯก่อนหรือไม่ว่าจะลาออกและไม่ขอรักษาการ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “พอได้ข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้คุยกับเรา ผมก็ส่งข่าวผ่านไป เคารพในการตัดสินใจทุกคน ผมไม่ใช่ศัตรูกัน ยังรักกันเหมือนเดิม” เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ นายสมศักดิ์เคยพูดว่าถ้าไปอยู่พรรคไหนพรรคนั้นจะต้องได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะกังวลทำไม
ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะได้ประชุมนัดสุดท้ายร่วมกับบิ๊กข้าราชการและ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด พร้อมร่วมพิธีเลี้ยงพระทำบุญตักบาตร ไหว้พระภูมิ และ สักการะพระนารายณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ในโอกาสเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นวันสุดท้าย โดยคณะผู้บริหารกระทรวง ได้มอบพวงมาลัยและดอกกุหลาบ แสดงออกถึงความรักความห่วงใยของข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ที่มาร่วมส่งรมว.อุตสาหกรรม
นายสุริยะกล่าวว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีความประทับใจ ซาบซึ้งใจ และความภาคภูมิใจต่อการดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม เพราะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการร่วมกัน ผลักดันอุตสาหกรรมไทยทั้งระดับมหภาค เอสเอ็มอี และพี่น้องประชาชนโดยการฝึกอาชีพ ให้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 ไปได้อย่างดี อีกทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เคยถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในรายกระทรวง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ทั้งหมดเกิดจากความ ร่วมมือร่วมใจกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเราชาวอุตสาหกรรม
“ทุกครั้งที่ผมพ้นตำแหน่งจากกระทรวงอุตสาหกรรม ผมรู้สึกใจหายจริงๆ เพราะรู้สึกอาลัยถึงความมีน้ำใจของพวกท่านทุกคน หลังจากนี้ผมจะทำงานทางการเมืองต่อไป ซึ่งในภาคหน้าผมอาจมีโอกาสมาทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมอีกครั้งก็เป็นได้” นายสุริยะกล่าว

ใบสมัคร – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร เปิดแถลงข่าวโชว์หนังสือลาออกจากตำแหน่งรมว.ยุติธรรม และใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ร้านอาหารย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 17 มี.ค.
‘สมศักดิ์’แจงคืนรังเพื่อไทย
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ร้านกินเส้น สนามบินน้ำ จ.นนทุบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงถึงเส้นทางการเมืองที่จะย้ายไปอยู่ พท. ว่า แนวทางตัดสินใจ 3 ประเด็น คือ ฟ้า ดิน อากาศ ในส่วนของอากาศ คือข้อมูลพรรคต่างๆต้องให้ความสำคัญกับทีมงาน แนวนโยบายนำไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเสถียรภาพรัฐบาลมีความสำคัญ พรรค พลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ส.ส.118 คน แต่ยังไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ประชาชนพอใจได้ เพราะเป็นรัฐบาลผสม มีการต่อรองกระทรวงและโควตาต่างๆ พปชร.ไม่ได้ดูกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด ทำให้ต้องคิดว่าจะทำให้ สิ่งต่างๆ สัมฤทธิผล ช่วยประชาชนได้คือดูพรรคที่จะแลนด์สไลด์ จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พท.
ตนได้ทำให้หนังสือลาออกจากรมว.ยุติธรรม และส่งเอกสารลงรับไปแล้ว จะไม่ขอรักษาการรัฐมนตรีเพื่อความสบายใจต่อฝ่ายต่างๆ และทำหนังสือลาออกจาก พปชร. ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองลงรับแล้ว ได้สมัครเป็นสมาชิก พท. เอกสารจะเรียบร้อย 20 มี.ค.นี้
นายกฯ ไม่ได้ติดใจอะไรและขอให้โชคดี นายกฯ พูดกับนายสุริยะมาถึงตนด้วย ก่อนหน้าได้กราบลานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ทั้งคู่ให้ศีลให้พร ยืนยันไม่มีความแตกแยก แต่การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค ถือเป็นอุปสรรค
ส่วนตนจะไปดูพื้นที่ไหนในพท. สุดแล้วแต่ผู้บริหารพรรค ตนไม่เลือก ไปได้ทุกที่และไม่ได้คาดหวัง หากได้อยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อไม่เกิน 50 ก็น่าจะได้เป็นส.ส. เมื่อถามว่ามั่นใจ พท.จะแลนด์สไลด์หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ดูจากโพล 2 เดือนที่แล้วได้ 220 เสียง แต่ถ้าเราไปช่วยอีกทางคิดว่าจะขยับได้ จะช่วยให้ดีที่สุด ส่วนจะได้ 310 เสียงหรือไม่ ตนไม่กล้าคิด เพราะไม่ได้ถือโพล หรือลงไปดูตรงนี้ และเมื่อไปพท.แล้ว จะไม่มีกลุ่มสามมิตร อีกแล้ว
รทสช.หอม-ทีมป้าอยุธยาแห่ซบ
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มปกป้องสถาบันอยุธยากว่า 100 คน นำโดย นางกัลยานี จูปรางค์ หรือป้าอยุธยา ประธานกลุ่มปกป้องสถาบันอยุธยา นำมวลชนมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ต้อนรับ โดยมี พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ มาร่วมให้กำลังใจ
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณ นายวิทยา ที่พยายามไปทำความเข้าใจกับกลุ่มที่มีความเห็นต่างทางการเมืองทางภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคใต้จนท้ายที่สุดเราสามารถสร้างแนวร่วมขึ้นมาได้ใหม่ ทำให้คนเหล่านั้นมีความคิดที่จะกลับมาร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาชาติบ้านเมืองดีกว่ามาตีกันทางการเมือง คนเหล่านี้ได้มาจับมือร่วมกันกับรทสช. ตนไม่ได้บอกว่าเราต้องการได้มาเพื่อชนะเลือกตั้ง ชัยชนะของพรรคเราไม่ใช่อยู่ที่การชนะเลือกตั้ง แต่อยู่ที่สร้างความสามัคคีของคนในชาติมากกว่า
24 มี.ค.โชว์ชิงอีสาน-โว‘ตู่’แรง
วันเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้ารทสช. เป็นประธานประชุม คัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ชุดสุดท้าย 17 คน พร้อมเตรียมแถลงเปิดตัวผู้สมัคร ว่าที่ส.ส.อีสานทั้งหมดในวันที่ 24 มี.ค.
นายวิทยากล่าวว่า ทางพรรคได้ประชุม ผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานชุดสุดท้าย 17 คน เสร็จสิ้นแล้ว ถือได้ว่าขณะนี้พรรคได้ทำการสัมมนาผู้สมัครในภาคอีสานครบแล้วทั้ง 133 คน หลังจากนี้ทุกคนจะลงพื้นที่นำนโยบายของพรรคไปชี้แจงให้กับประชาชน ทั้งนโยบายที่ได้เปิดรายละเอียดมาบ้างแล้ว และที่จะทยอยเปิดออกมาอีกอย่าง ต่อเนื่อง มั่นใจว่าพรรคมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการสู้ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้
สำหรับจุดเด่นของผู้สมัครภาคอีสานของพรรคนั้น คิดว่าทุกคนเป็นคนที่มีความตั้งใจทางการเมือง ถือว่า รทสช.มีว่าที่ผู้สมัคส.ส. ที่โดดเด่นไม่น้อยหน้าพรรคอื่นๆ ตามที่มีเสียงปรามาสอย่างแน่นอน ขอให้ตามดูกันไป เพราะจากการที่ตนได้สัมผัสและเสวนากับว่าที่ ผู้สมัครทุกคนไม่มีใครกลัวกับคำว่า “แลนด์สไลด์” ทุกคนคิดว่านโยบายของพรรค เป็นนโยบายที่โดนใจชาวบ้านมากที่สุด และวันนี้กระแสตอบรับในตัว “นายกฯ ประยุทธ์” มาแรงมาก คนที่พูดอยู่บนเวทีข้างบนก็พูดได้ เพราะไม่ได้ลงไปสัมผัสกับชาวบ้านจริงๆ แต่หากได้ลงไปใกล้ชิดจะรับรู้ได้ว่าวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชนบทฐานรากแล้วจริงๆ โดยเฉพาะบัตรลุงตู่ ที่คนอีสานพูดกันทั่วไปว่า วันนี้อาหารพื้นฐานในชีวิตประจำวันที่ทำให้อุ่นใจว่าอย่างไรก็ไม่อด และหาก รทสช.ได้กลับมาเป็นรัฐบาล บัตรประชารัฐยังอยู่ต่อ และจะ เพิ่มเงินเป็น 1,000 บาท
ท้ารอดูใครจะแลนด์สไลด์
นอกจากนี้ ยังจะมีการเพิ่มสิทธิของบัตรเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินฉุกเฉินให้กับประชาชนในชนบทที่ทำให้ต้องกลายเป็นหนี้นอกระบบ โดยจะสามารถนำบัตรนี้เป็นหลักประกันในการกู้เงินกับธนาคารของรัฐได้ 10,000 บาท และคนที่จะผ่อนให้คือรัฐบาล ที่จะหักหนี้ให้กับธนาคารครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
“ถามว่าเป็นประชานิยมหรือเปล่า ผมคิดว่าไม่ใช่ วันนี้เรากำลังตอบโจทย์ว่า 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านทำให้บ้านเมืองเข้มแข็ง จากบ้านเมืองที่อ่อนแอ เป็นหนี้เป็นสิน แม้จะเป็นการกู้ก็จริง แต่เรามีความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจขึ้นแล้ว และพอที่จะเริ่มให้รัฐสวัสดิการกับประชาชนได้” นายวิทยากล่าว
พรรคยังได้รับเสียงจากประชาชนขอให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินที่เกิดจากกับดักกองทุนหมู่บ้านมานาน 20 กว่าปี กู้ตั้งแต่ ปี 2545 จนถึงปัจจุบันก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะหลุดพ้น เปรียบเสมือนหนี้บาปของกองทุนหมู่บ้านที่ทิ้งไว้ ซึ่งพรรคกำลังหาวิธีการแก้หนี้นี้ให้กับประชาชนและเรามีวิธีการที่เคยบอกว่าชอบอดีตนายกฯ ที่ให้หมู่บ้านละล้าน แต่ตอนนี้คำตอบอยู่ที่ชนบทประชาชนแล้วว่าบทสรุปคืออะไร
“ตอนนี้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทุกคน ได้ลง พื้นที่กันอย่างเต็มที่แล้ว และทุกคนไม่คิดว่าเป็นรองใคร ใครที่บอกว่าแลนด์สไลด์ ก็รอดูกันว่าใครจะแลนด์สไลด์กันแน่ เพราะผู้สมัครของเราเดินอยู่กับชาวบ้านไม่ได้แค่ลอยอยู่บนอากาศ” นายวิทยากล่าว

เปิดตัว – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน และนายพานทองแท้ ชินวัตร เปิดตัว 400 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. 77 จังหวัด ที่ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
พท.เปิดตัวผู้สมัคร-‘เสี่ยแป๊ะ’ร่วม
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคเพื่อไทย จัดงาน “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ทั้ง 400 เขต รวมถึงแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมล็อตใหม่ที่ใช้ในการเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำบ้านใหญ่ชลบุรี โดยมีผู้สนับสนุน พท.มาร่วมเชียร์ล้นยิมเนเซียม
ผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นส.ส.และสมาชิกพรรคที่ร่วมงานกับ พท.มาตลอด มีเพียง บางคนที่เพิ่งมาสังกัด อาทิ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ อดีตส.ส.สุโขทัย พปชร. น้องสาวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่มีกระแสข่าวเตรียมย้ายเข้าพท.เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีตส.ส.ชลบุรี พปชร. เลขานุการนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี นางสุกุมล คุณปลื้ม อดีตรมว.วัฒนธรรม เป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชลบุรี นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล บุตรชายนาย วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เมื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแล้วทางพรรคได้เปิดตัวเอ็มวีเพลง “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” ซึ่งเป็นเพลงใหม่ที่จะใช้ในการหาเสียง
นโยบายใหม่-อุ้มบ้านรายได้ต่ำ
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ที่เป็นห่วงคือวันนี้กระแส พท.ดีมาก ถ้าผู้สมัครประมาทหวังอาศัยกระแสพรรคอย่างเดียว ไม่เข้าถึงประชาชน ไม่จัดเวทีปราศรัยย่อย ไม่ทำงานอย่างเข้มแข็ง ถึงวันเลือกตั้งอาจเจอความพ่ายแพ้ได้ จุดแข็งของเราคือนโยบาย ต้องเน้นปราศรัย อย่าปาเงิน ถ้าใช้วิธีนั้นจะพ่ายแพ้เพราะไปเล่นเกมของเขา วันนี้เราจะเปิดนโยบายใหม่ พท.จะนำประชาธิปไตยที่กินได้มาคืนให้ประชาชน แลนด์สไลด์เท่านั้นที่จะเปลี่ยนประเทศให้เป็นประชาธิปไตย
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า นโยบายต่อจากนี้จะแสดงให้เห็นว่าเราคิดใหญ่เพราะทำเป็น นโยบายแรกจะช่วยลดช่องว่างทางรายได้ ซึ่งที่ผ่านมารายได้ต่อหัวน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ แม้จะมีการลงทะเบียนคนจน รัฐจ่ายเงินชดเชยบางส่วนแต่ไม่เพียงพอ เราจึงมีนโยบายอุ้มประชาชนขึ้นมาทั้งค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน นโยบายใหม่จะสำรวจครอบครัวที่มีรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อเดือนจะเข้าไปช่วยเหลือทันที
ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ในเอเชีย แก้ปัญหา PM 2.5 ทันทีด้วยการปล่อยน้ำท่วมตอข้าวแทนการเผา มีการบริการสาธารณสุขที่ดี ระบบราชการจะปรับปรุงให้ทันสมัย เป็นการรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง จะดูแลข้าราชการให้มีแรง และกำลังดูแลประเทศอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรี ขอให้ผู้สมัครใช้ความจริงใจของท่านทำเพื่อประชาชนด้วยหัวใจที่แท้จริง ถ้าเราไม่เอาความจริงใจเข้าแลก ประชาชนจะรับรู้สิ่งนี้ไม่ได้แล้วเราจะไม่ชนะ ขอให้ผู้สมัครของเราชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เราจะมาร่วมกันแก้ปัญหาที่สะสมมา 8 ปีให้เบาบางและหายไปในที่สุด
แจกเป๋าเงินดิจิทัล-ลดเหลื่อมล้ำ
ด้านนายเศรษฐากล่าวว่า นโยบายเราจะทำให้เงินถูกอัดเข้าระบบหมุนหลายรอบ เอาธุรกิจที่ไม่เสียภาษีซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 1 ล้านล้านบาทเข้าระบบ ทำให้เก็บภาษีได้ 3 แสนล้านบาท จะไม่มีมาเฟียในธุรกิจเหล่านี้ ไม่มีตำรวจนอกแถวเรียกรับส่วย จะนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามา รวมทั้งสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินดิจิทัลเข้ากระเป๋า แต่ตัวเลขขออุบไว้ก่อน เหรียญดังกล่าวจะใช้ได้ในร้านค้าที่มีรัศมี 4 กิโลเมตรจากบ้านพักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เหรียญดังกล่าวจะมีอายุใช้งาน 6 เดือน ร้านค้านำเหรียญไปขึ้นเงินได้กับธนาคารรัฐใกล้บ้าน ด้านการต่างประเทศจะทำให้ไทยพร้อมแข่งขัน รัฐบาล พท.จะขยันไปสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้มากขึ้น ทำให้พาสปอร์ตไทยได้รับยกเว้นวีซ่าในอีกหลายประเทศมากขึ้น
จะคืนสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของประชาชน ทุกคนมีประสบการณ์ความไม่เท่าเทียมในสังคมทั้งกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เส้นสาย คนรวยใหญ่คับฟ้า และมีอภิสิทธิ์ใช้กฎหมายเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ศักดิ์ศรีคนธรรมดาถูกด้อยค่าเป็นเรื่องที่ตน คับแค้นใจอย่างยิ่ง รัฐบาล พท.ตั้งใจเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารให้เป็นระบบสมัครใจ อาชีพทหารต้องแข่งขันกับภาคเอกชน เรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศที่ถูกด้อยไปหลายอย่าง เช่น สิทธิประกันสังคม สวัสดิการการหมั้น
พท.จะสร้างความเสมอภาคให้ทุกกลุ่มได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะแก้ไขกฎหมาย คืนสิทธิทุกคนอย่างครบถ้วน ตนอยากเห็นคน เท่ากัน คนรวย คนจน ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ทุกคนคือคนเหมือนกัน มีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน ขอให้ว่าที่ ผู้สมัครส.ส. นำนโยบายเหล่านี้ไปถึงประชาชน อวยพรให้ทุกท่านได้ชนะเลือกตั้ง ได้เป็นส.ส.ของประชาชน และให้เพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล
มั่นใจชนะถล่มทลาย
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการตอกย้ำ เป้าหมายแลนด์สไลด์ว่า เราเชื่อว่านโยบายที่เปิดในวันนี้เป็นนโยบายที่จะลงไปถึงประชาชนทุกคน ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์สุดท้ายที่จะทำให้เราชนะเลือกตั้งได้แน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายส่วนใหญ่ที่ออกมาต้องใช้เงิน นายเศรษฐากล่าวว่า จริงอยู่ที่เราใช้เงิน แต่ ขั้นตอนเมื่อใส่เงินลงไปจะมีผลกลับมาเมื่อประชาชนมีแรงขับเคลื่อนมากขึ้นและมีการจ่ายภาษีได้จะกลับมาเป็นรายรับของรัฐบาล แต่บางส่วนก็ต้องจ่ายไปก่อน
น.ส.แพทองธารกล่าวถึงรายละเอียดในนโยบายเติมให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท ว่า นโยบายดังกล่าวคิดจากครัวเรือน ไม่ใช่ต่อคน ถ้าครอบครัวใดรายได้ ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน เราจะเติมเงินให้เพื่อให้เขามีศักยภาพในการดำเนินชีวิต และเสียภาษีกลับมายังรัฐบาล ย้ำว่าจะไม่ใช้นโยบายแจกเงินไปทั่วและไม่ได้อะไรกลับมาเลย เราไม่สามารถใส่เงินไปแค่จุดเดียวและ แก้ปัญหาไปวันต่อวัน อันนี้คือนโยบายกระตุ้นฐานราก พร้อมกระตุ้นทั้งระบบ
ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวต่างชาติถามว่าที่ น.ส.แพทองธารมาร่วมงานกับพท.กังวลหรือไม่ว่าจะตอกย้ำภาพความเป็นพรรคของครอบครัวชินวัตร น.ส.แพทองธารได้ส่งไมโครโฟนให้นายเศรษฐาตอบแทนโดยนายเศรษฐาผายมือไปยังที่นั่งของคณะผู้บริหารพรรคและผู้ประสงค์ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ก่อนกล่าวยืนยันว่า พท.ไม่ใช่ธุรกิจครอบครัว บุคลากรของพท.ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ยอดเยี่ยม มีความรู้ความสามารถ
‘สมชัย’ร้องกกต.ฟัน‘ตู่-ตุ๋ย’
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้ตรวจสอบการลงพื้นที่ตรวจราชการของพล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารทสช. และเลขาธิการนายกฯ เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางราชการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง นายสมชัยกล่าวว่า วันนี้ได้นำข้อมูลตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2565 ซึ่งเป็นวันที่ นายกฯ แต่งตั้งนายพีระพันธุ์ เป็นเลขาธิการ นายกฯ จนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันนาย พีระพันธุ์ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้ารทสช. มีหน้าที่ในการจัดตารางลงพื้นที่ของนายกฯ พบว่ามีการลงพื้นที่ตรวจราชการ 16 ครั้งใน 18 จังหวัด แอบแฝงการหาเสียง โดยนำว่าที่ผู้สมัคร ของรทสช.มาร่วมลงพื้นที่ด้วย
นายกฯ ได้นำทรัพยากรของรัฐ เช่น การใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ 8 เที่ยว และเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก 18 เที่ยว รวมถึงเกณฑ์ข้าราชการ และชาวบ้าน มาต้อนรับ มี เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารคอยรักษาความปลอดภัย ซึ่งการตรวจราชการแต่ละครั้งเป็นการใช้งบประมาณ และทรัพยากรของรัฐตรวจราชการจอมปลอม จึงเป็นหน้าที่ของกกต.ต้องเข้ามากำกับดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม ขณะเดียวกันต้องกำกับดูแลไม่ให้ข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ตามมาตรา 78 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.
เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ และนายพีระพันธุ์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งของรทสช. วันนั้นจะถือว่าทำผิดกฎหมายตามมาตรา 132 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กกต.สามารถให้ใบส้มได้ หรือเพิกถอนสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้ง 1 ปี และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือถ้า ผู้สมัครรับเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ ก็ถอดออกจากบัญชีรายชื่อได้ ความผิดดังกล่าวครอบคลุมประกาศกกต.ในช่วง 180 วัน และถ้าพบว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น ไม่มีการ ห้ามปรามสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคการเมืองได้ รวมถึงตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และดำเนินคดีอาญา ซึ่งในกรณีนี้จะครอบคลุมในกรณียุบสภา
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง รทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ และพรรคไม่ได้ทำผิดอะไร ทุกอย่างทำไปตามกฎหมายและกติกาของ กกต.
‘ชูวิทย์’ชงยุบภท.-ปมรับบริจาค
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบการรับบริจาคเงินของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เข้าข่ายขัดมาตรา 72 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ และให้กกต.พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบภท.
นายชูวิทย์แถลงว่า ตามมาตรา 72 ห้าม มิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โอนหุ้นใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ประมาณ 190 ล้าน ให้นายศุภวัฒน์ เกษม สุทธิ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนนั้น ไม่ได้เป็นการโอนหุ้นจริง เพราะจากการตรวจสอบนาย ศุภวัฒน์ไม่มีรายได้ ไม่มีการยื่นเสียภาษี จึงถือเป็นการโอนหุ้นให้นอมินีที่เป็นพนักงานในบริษัทถือแทน โดยที่นายศักดิ์สยามยังเป็นเจ้าของบริษัทดังกล่าว
การที่บริษัทดังกล่าว ได้รับงานจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายศักดิ์สยาม ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคมอยู่นั้น จึงเป็นการรู้อยู่แล้ว แต่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้บริษัทดังกล่าวได้รับงานกว่า 104 โครงการ 1,500 ล้านบาท โดยมอบอำนาจให้นอมินี นำเงินที่ได้บริจาคให้ภท.หลายครั้ง เงินดังกล่าวจึงได้มาโดยมิชอบ
หลักฐานที่ตนยื่นให้ กกต.ในวันนี้ มีทั้งหมด 8 รายการ ประกอบด้วย บัญชีรายชื่อผู้บริจาคให้พรรคภูมิใจไทย, สำเนาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ, สำเนาการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม, งบการเงินของบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991), งบการเงินของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น, สำเนาโอนหุ้นของนายศักดิ์สยาม, สัญญากรมทางหลวง และ รายชื่อบริษัทที่มีสถานะร้าง มั่นใจว่าหลักฐานที่ยื่นต่อกกต.วันนี้สามารถยุบภท.ได้ 100%
กก.-ปช.ยื่นศาลเชือด‘ศักดิ์สยาม’
ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก. และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) ในฐานะ ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยยื่นต่อประธานสภา มาแล้วในคำร้องมาตรา 170 และมาตรา 82 ที่มีผลให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีการคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน และยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 สืบเนื่องจากกรณีนายศักดิ์สยาม ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า มาตรา 144 เป็นเรื่องที่ ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการ (กมธ.) ห้ามกระทำการใดๆที่ทำให้ตนเองได้ผลประโยชน์จากงบประมาณโดยตรงหรือโดยอ้อม เมื่อผนวกกับความเป็นเจ้าของธุรกิจและรับสัมปทานของกระทรวงคมนาคม ไม่ต้องตีความอะไรมามากมาย นั่นคือการได้รับผลประโยชน์ทางตรงจากงบประมาณที่ตนเองดูแล และจะเป็นเหตุผลให้ศาลเห็นว่าการที่นายศักดิ์สยามยังถือหุ้นของบริษัทอยู่จะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะบริษัทนี้ก็รับสัมปทานจากกระทรวงคมนาคม
คำร้องก่อนหน้านี้จะมีผลสืบเนื่อง รัฐธรรมนูญระบุ คุณสมบัติของรัฐมนตรีต้องไม่เคยถูกถอดถอน หรือวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติในเวลา 2 ปี หมายความว่าถ้าศาลวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามขาดคุณสมบัติแปลว่านายศักดิ์สยามจะเป็นรัฐมนตรีไม่ได้อีก 2 ปี
ซูเอี๋ยรับเหมา-ขอเรียกคืน 4 พันล.
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า กรณีที่นำมายื่นนี้คือการพิจารณางบประมาณ 2564 ซึ่งนายศักดิ์สยาม เป็นรองประธานกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 นายศักดิ์สยามก็โหวตรับงบวาระ 1-3 ด้วย สิ่งที่พบคือ การใช้งบที่พิจารณารวมกว่า 372 สัญญา โดยสัญญาหนึ่งคือ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ประมาณ 38 สัญญา เป็นเงิน 600 ล้านบาท และมีสัญญาอื่นกับกลุ่มบริษัทที่บริจาคเงินให้ ภท. รวม 300 สัญญา เป็นเงินทั้งหมดประมาณ 4,000 ล้านบาท วันนี้เราเรียกร้อง 2 ข้อคือ 1.ให้วินิจฉัยว่าการพิจารณางบประมาณ และการเป็น กมธ. การเป็นผู้เสนองบ รวมทั้งการ กระทำอื่นใดนั้น ขัดรัฐธรรมนูญปราบโกงหรือไม่ และ 2.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เรียกเงินในส่วนดังกล่าวคืน 4,000 กว่าล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
การยื่นเรื่องครั้งนี้ เราเคารพศาลรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะเป็นเรื่องใหม่ เป็นเรื่องแรกของรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 เป็นเรื่องบรรทัดฐานของสังคม หากศาลเรียกพยานหลักฐานจากหน่วยราชการอื่นจะยิ่งเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้นยังพบอีกว่าในปี 2565 กลุ่มบริษัทดังกล่าวยังร่วมกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นของรองนายกฯ คนหนึ่ง รับงานกว่า 30,000 ล้านบาทในโครงการเดียว และยังมีการบริจาคให้ ภท.ด้วย
กกต.ถกด่วน-แบ่งเขตวุ่น
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. แถลงถึงข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ กทม. ว่า วันนี้ กกต.มีประชุมด่วนเรื่องดังกล่าว เราพร้อมให้ข้อมูลและเหตุผล ที่มีข่าวช่วงนี้คือการแบ่งเขตของ กกต.กทม.อาจมีปัญหา แต่ยืนยันว่า ผอ.กต.กทม.และทีมงาน รวมทั้งส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ ข้อท้วงติงของนักการเมืองบางครั้งอาจ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การแบ่งเขต กกต.กทม.ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยเลือกตั้งส.ส.อย่างเคร่งครัด ในมาตรา 27 ให้แบ่งเขตแต่ละเขตติดต่อกัน และจัดให้มีจำนวนราษฎรแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) กฎหมายบัญญัติให้เราปฏิบัติ
สิ่งที่เป็นปัญหาคือ กทม.ไม่สามารถกำหนดเขตปกครองเดียวให้เป็น 1 เขตเลือกตั้งได้ เพราะค่าเฉลี่ยประชากรใน 1 เขตเลือกตั้งมีประมาณ 160,000 คน แต่พื้นที่ไหนเมื่อไม่สามารถแบ่งเป็นเขตเดียวได้ จึงพิจารณาตาม มาตรา 21 (2) ที่กำหนดว่า กรณีไม่สามารถ ทำตาม (1) ได้ เพราะราษฎรแต่ละเขตไม่ใกล้เคียงกัน จึงให้แบ่งเขตตามสภาพชุมชนที่มีราษฎรติดต่อกันประจำ ในลักษณะเป็นเขตชุมชนเดียวกัน โดยต้องให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด
ยึดกม.เคร่งครัด-พร้อมแจงศาล
กรณีที่เป็นข่าวที่ยกตัวอย่างเขต 8 และ 9 ว่าไม่มีเขตหลัก กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีเขตหลัก ซึ่งเขต 8 และ 9 มองแล้วมีเขตหลักและจำเป็นต้องเอาแขวงที่ใกล้เคียงมารวมกัน เพื่อให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด เราปฏิบัติตามมาตรา 27 (2) อย่างเคร่งครัด ทุกเขตจะเป็นลักษณะชุมชนเดียวกัน จำนวนราษฎรจะไม่เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขอให้นักการเมืองโดยเฉพาะใน กทม.ให้คำนึงถึงทั้ง 33 เขต เพราะมันเชื่อมโยงกันหมด อย่าพิจารณาเฉพาะบางเขต และการยื่นร้องต่อศาลปกครองเป็นสิทธิที่จะทำได้ตามกฎหมาย แต่ขอร้องต่อศาลปกครองว่าก่อนจะมีคำสั่งอย่างอื่นอย่างใด ทาง กกต.พร้อมชี้แจงให้ข้อมูลและตนยินดีจะไปชี้แจงด้วยตนเอง
เมื่อถามว่าได้พิจารณาข้อมูลของพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ที่ยื่นศาลปกครองไปแล้วหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ทุกอย่างเราพิจารณาไปแล้ว แต่เมื่อมีข้อท้วงติงของพรรคการเมือง เราพร้อมตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงเรียกประชุมด่วนเวลา 16.00 น. ของวันนี้
มีรายงานว่า กกต.เห็นว่า การแบ่งเขตทั้ง 400 เขตเลือกตั้งที่ได้มีมติไป ได้ยึดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยเฉพาะแต่ละเขตต้องติดต่อกัน และผลต่างของจำนวนราษฎรแต่ละเขตไม่เกินร้อยละ 10 ดังนั้น จึงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไร และพร้อมยืนยันข้อมูลดังกล่าวต่อศาลปกครอง