โพลชี้พท.นำโด่งทั้งนายก-สส. ประยุทธ์-พิธาคะแนนนิยมคู่คี่ หมอห้ามเดินทาง-อิ๊งโฟนอิน เวทีระยองคึก-เสียงเชียร์สนั่น

จับตาประกาศยุบสภาวันนี้หรือไม่ วิษณุถกกกต.วางแนวปฏิบัติ ยึดรธน.มาตรา 168 เป็นหลัก กกต.นัดเคาะวันเลือกตั้ง-วันรับสมัคร ‘บิ๊กตู่’ ปักหลักทำเนียบรัฐบาล สั่งงดยกคณะเข้าเบิร์ธเดย์ วันที่ 21 มี.ค. หวั่นผิดระเบียบ กกต. นิด้าโพลชี้ เพื่อไทย นำโด่งทั้งนายกฯ-ส.ส. ทิ้งห่าง ‘พิธา-ประยุทธ์’ รวมไทยสร้างชาติ เมินผลโพล มั่นใจกระแส ‘บิ๊กตู่’ พุ่งขึ้น จ่อเปิดตัวแคนดิเดตพร้อมผู้สมัครทั่วประเทศ 25 มี.ค. ‘อิ๊ง’ โฟนอินเวทีปราศรัยระยอง อ้อนเลือกยกจังหวัด เศรษฐาปลุกแลนด์สไลด์ 310 เสียง เวทีพปชร.เชียงใหม่กร่อย เจอพายุ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่สนโพล ยันเดินหน้าต่อ นายกฯ ลุยภูเก็ตอีก ปัดลงพื้นที่ซ่อนหาเสียง ปชป.ปลื้มกระแสชายแดนใต้ดี

นิด้าโพลชี้‘อิ๊ง’นำโด่ง-ตู่ที่ 3 นายกฯ
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นิด้าโพล เผยผลสำรวจ “ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 1” สำรวจระหว่างวันที่ 2-8 มี.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง ถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า อันดับสูงสุด ร้อยละ 38.20 ระบุเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 15.75 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล ร้อยละ 15.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 5.10 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 4.45 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.35 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เลือกเพื่อไทยทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์
พรรคที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต ร้อยละ 49.75 ระบุจะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมา พรรคก้าวไกล ร้อยละ 17.40 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 11.75 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 5.40 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.95 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.70 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.60 และพรรคพลังประชารัฐร้อยละ 2.15

พรรคที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่าอันดับสูงสุด ยังเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 49.85 รองลงมา พรรคก้าวไกล ร้อยละ 17.15 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 12.15 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 4.95 พรรคเสรีรวมไทย ร้อยละ 2.85 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.60 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.55 และพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 2.30

‘บิ๊กตู่’ลุยภูเก็ตเตรียมงานเอ็กซ์โป
เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ท่าอากาศยาน ทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ เดินทางโดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง เพื่อปฏิบัติภารกิจ ตรวจพื้นที่จัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand ที่ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์รับฟังความคืบหน้าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand เพิ่มศักยภาพยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้านสังคม เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงโค้วสุดท้ายก่อนการพิจารณาคัดเลือกในเดือนมิ.ย.นี้ โดย นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการประชุมหารือในวันที่ 29 มี.ค. ถึงแนวทางรูปแบบการจัดงานต่อไป

บาร์เทนเดอร์ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ชมการสาธิตหลักสูตรบาร์เทนเดอร์ เพื่อพัฒนาศักยภาพป้อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ชุมชนบ้านกิ่งแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ลั่นเป็นนายกฯจนกว่าได้รัฐบาลใหม่
เวลา 13.00 น. ที่ชุมชนบ้านกิ่งแก้ว เทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ตรวจติดตามการใช้พื้นที่ป่าชายเลนภายใต้โครงการป่าในเมือง พร้อมกล่าวกับประชานตอนหนึ่งว่า ยังเจ็บมืออยู่ แต่ไม่เป็นไร เพื่อพวกเราทนได้ วันนี้เราต้องทำทุกอย่างให้เกิดผลกับประเทศชาติในระยะยาว ถ้าทำผลีผลาม ทำแล้วเลิกคงไม่ฟื้นตัวได้เร็วเหมือนวันนี้ เชื่อว่ามันต้องดีขึ้นอีก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากนี้นายกฯ ก็ยังเป็นนายกฯ อยู่จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จและได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งแล้วแต่ประชาชน เมื่อพูดถึงช่วงนี้ประชาชนปรบมือและส่งเสียงเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวต่อว่า วันนี้พูดไม่ได้ ไม่ได้มาหาเสียง พูดไม่ได้ ที่มาตรวจความพร้อมในการจัดงานเอ็กซ์โปงานใหญ่ของประเทศในปี 2571 ต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้ และไม่ว่าจะอยู่ ไม่อยู่ ก็ต้องทำต่อ เพราะได้เริ่มไว้แล้วหมดทุกอัน

ปลื้มชาวภูเก็ตแห่อวยพรวันเกิด
“วันนี้มาในฐานะนายกฯ คนเดิม ใจสู่ใจ ผมพูดได้ไม่มาก ในการเป็นนายกฯต้องระมัดระวังอย่างที่สุด แต่ยืนยันว่าผมมาดูแลทุกข์สุขของประชาชน ที่ผมทำไปแล้ว อะไรที่ทำไม่เสร็จก็จะทำให้มันเสร็จใน ช่วงที่ยังอยู่ และเป็นเรื่องของท่านว่ากันตามกระบวนการประชาธิปไตย วันนี้อากาศร้อนแต่เย็นใจ ขอให้มั่นใจว่าผมจะทำให้ดีที่สุด ต้องทำให้ประเทศชาติเข้มแข็งร่วมมือร่วมใจกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งอย่าขัดแย้งกัน ไม่เอา นายกฯ ไม่ชอบแบบนั้น ประเทศชาติเสียหาย และขอให้ทุกคนยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั่นเป็น หลักชัยของประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้คน ทุกรุ่นทุกวัยช่วยกันเดินหน้าประเทศ ต้องไม่มีความแตกแยกกัน เราก้าวหน้ามาไกลแล้ว อย่ากลับไปที่เดิม

จากนั้น นายกฯ เดินพบปะทักทาย และถ่ายรูปร่วมกับประชาชนเป็นที่ระลึก และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านกิ่งแก้ว โดยมีตัวแทนประชาชนในภูเก็ตอวยพรวันเกิดให้นายกฯล่วงหน้า ขอให้นายกฯ มีสุขภาพ แข็งแรง ก้าวข้ามปัญหาทุกปัญหาอย่างยั่งยืน ขอให้นายกฯ ไปต่อ ขอให้ทำต่อ มีสุขภาพ แข็งแรงและเอาชนะปัญหาทุกปัญหา และประชาชน ร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้กับนายกฯ พร้อมมอบดอกไม้

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชม การสาธิตหลักสูตรบาร์เทนเดอร์ พร้อมโชว์ผสมการทำค็อกเทลที่บูธกระทรวงแรงงาน

อ้อนมีกำลังใจทำงานต่อ
ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่มรภ.ภูเก็ต ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์รับฟังการนําเสนอวิสัยทัศน์ เรื่อง “อันดามันพร้อม” และพบประชาชนที่มารอต้อนรับ พร้อมกล่าวทักทายอย่างกันเองว่า วันนี้เอาหัวใจ เอาตัวมาให้พบเจอกัน รู้สึกตื้นตันใจที่ทุกคนมา รอรับ ขอให้ชาวภูเก็ตทุกคนรักกันให้มากๆ สามัคคีกัน ไม่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ช่วยกันดูแลบ้านเมือง ให้สงบเรียบร้อย รอยยิ้มของทุกคนทำให้มีกำลังใจทำงานต่อ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอฝากหัวใจไว้กับทุกคน

“ผมไม่เคย หน้าผมใหญ่พออยู่แล้ว และผมไม่ถือว่าเป็นคนวิเศษวิโส ไม่ใช่ ผมเป็นมนุษย์คล้ายๆ ท่าน เป็นคนรับใช้ของท่าน ผมคิดอย่างนี้เสมอมาตลอดา 8 ปี ผมพูดจริง ขอระบายสักหน่อย พอได้พูดหายใจออกหน่อย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนอยากเป็น แก้ให้ได้ก็แล้วกัน หากทำได้ก็ยินดีด้วย แต่ วันนี้ตนยังทำอยู่ มันติดตรงนี้ ที่ตนทำอยู่ เพราะยังเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งต้องดูว่าจะแก้ไขอย่างไรได้ งบที่เสนอมาก็ต้องเข้าไปที่สภาใครเป็นรัฐบาล เข้ามา ตนก็ไม่รู้ กำหนดไม่ได้ แต่ยืนยันว่าจะเสนอสิ่งเหล่านี้เข้าไปในปีงบประมาณปี 67 ซึ่งใครจะเป็นรัฐบาลต่อก็ว่าไป

ก่อนจะถามคนในห้องว่าเลือกใคร เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือกับคนในห้อง นายกฯ กล่าวต่อว่า “พอแล้ว เดี๋ยวไปพาดหัวข่าว ปากนี้ชอบหาเรื่องไปเรื่อยเลย ไม่มีอะไร ผมเป็นคนแบบนี้ เป็นคนง่ายๆจริงใจ ผมคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น ไม่มีอะไร”

บ่นขยับตัวโดนจ้องหาเสียง
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ตลอด 8 ปี ตนไม่เคยไปเที่ยวไหน เพราะไม่อยากสร้างภาระให้กับใคร เมียกับลูกไม่ไปด้วย นี่คือปัญหาของตน เพราะไม่อยากให้เป็นภาระ จึงมีเวลาทำงานให้พวกเราเยอะหน่อย ตนมีทีมที่ดี บริหารจนทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่กับตนได้ 4 ปี ไม่ใช่รัฐบาลคสช. จนถึงวาระสุดท้าย ซึ่งทุกคนรู้อยู่การเมืองทำได้ยากแค่ไหน ตนไม่เคยใช้อำนาจอะไรสักอย่าง แต่ขอร้องให้ทำความเข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้มาในนามนายกฯ ไม่ได้มาในนามอื่น คนทุกรุ่นคือคนไทย หากเราไม่รักกันแล้วใครจะรัก หากมีปัญหาก็ต้องหาทางออก ถ้าดันทุรังบ้านเมืองก็ตีกันอยู่อย่างนี้ อย่าให้กลับไปเหมือนเดิมเด็ดขาด ย้ำว่าเราเดินมาไกลมากแล้ว เดินถอยหลังก็ไม่ได้ เราต้องเลือกว่าจะเดินไปสู่ยอดหรือจะถอยหลังกลับไปเหมือนเดิม ฝากพวกเราทุกคนไว้ด้วย

นายกฯ กล่าวว่า แม้ไม่ใช่คนเก่งเศรษฐศาสตร์ แต่บริหารการเงินการคลังได้ อยู่มา 8 ปีแล้วไม่ใช่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ที่เขาพูดกัน มีคนพูดเตือนแล้วว่าเริ่มพูดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เวลาพูดแล้วมีคนขัดแย้งตั้งแต่แรก ตนขี้เกียจพูด ตนจริงใจและตั้งใจทำงานอะไรได้คือได้ ไม่ได้คือไม่ได้ ตนจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมต้องว่าตนมาหาเสียง มันจะหาทำไมนักหนา ผลงานก็มีอยู่แล้ว

นายกฯ กล่าวเป็นภาษาใต้ว่า “รักจังฮู้ รักแรงแรง” สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับประชาชน

20 มี.ค.‘บิ๊กตู่’อยู่ทำเนียบทั้งวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ใน วันจันทร์ที่ 20 มี.ค. ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยุบสภานั้น เวลา 09.30 น. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2566 และเวลา 13.30 น. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 2/2566 ส่วนการลงพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น ยังไม่มีการแจ้งภารกิจใดๆ

ขณะที่วันอังคารที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ สั่งงดให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าอวยพร แต่หากใครต้องการอวยพรให้ส่งการ์ดอวยพรมาได้ เนื่องจากต้องระมัดระวังระเบียบต่างๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันดังกล่าวยังมีตามปกติ หากมีการยุบสภาในวันที่ 20 มี.ค. ก็ถือเป็นการประชุมครม.รักษาการ

รทสช.เผย‘ตู่’ขึ้นปราศรัยทุกภาค
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และแกนนำพรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่า ผู้สมัครครบ 400 เขตแล้วและเตรียมเปิดตัวแต่ละภาคตามที่กำหนดไว้ จากนั้นจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ทุกภาคโดยภาคใต้ ที่นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ภาคกลาง ที่ชลบุรี และเพชรบุรีและเวที ที่กทม. ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ กำหนดแนวทาง และยุทธศาสตร์พรรค จะขึ้นปราศรัยด้วยตนเอง

จ่อปล่อยแคมเปญนโยบายล็อตใหม่
“ยืนยันว่า พรรคพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งและเตรียมทยอยเปิดตัวนโยบายต่างๆ ซึ่งจะมีแคมเปญใหญ่อีก 2-3 ชุด ที่หลายคนสนใจ และพล.อ.ประยุทธ์ได้ตรวจสอบนโยบาย ดังกล่าวแล้ว เป็นแคมเปญที่จัดทำโดยมืออาชีพ ที่จะสื่อสารให้กับประชาชนเข้าใจถึงนโยบายของพรรคได้อย่างดี และเข้าใจถึงสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำเพื่อประชาชนตลอดการเป็นนายกฯ และพร้อมจะเปิดเผยในอีกไม่นานนี้” นายธนกรกล่าว

รอยุบสภา-ตู่ลุยหาเสียงกทม.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าวว่า ยอมรับว่าเปิดตัวว่าผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่กทม.ช้า แต่ตนและหัวหน้าพรรค จะร่วมเดินหาเสียงกับผู้สมัครทุกคน หากยุบสภา ก็จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ ร่วมลงพื้นที่หาเสียงใน กทม.

เมื่อถามถึง กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผลกระทบต่อพรรคหรือไม่นั้น นายเอกนัฏกล่าวว่า มองว่ากติกาเป็นมาตรฐานสำหรับทุกคน ทุกคนย่อมสู้ภายใต้กติกาเดียวกัน และเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนพอใจและไม่พอใจ แต่ย้ำว่าพร้อมสู้เต็มที่ ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมหาเสียง ทุกนโยบายพร้อมแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มให้ผู้สมัครทุกคนออก

เมื่อถามว่าจะเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคเมื่อไหร่ นายเอกนัฏกล่าวว่า คาดว่าวันที่ 25 มี.ค.นี้

โวเรตติ้ง‘รทสช.’ขยับสูงขึ้น
นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ส่วนนิด้าโพลระบุคะแนนของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอันดับ 3 รองจาก น.ส.แพทองธาร และนายพิธา นั้น ตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้บริหาร กระแสความนิยมของพรรคก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมวันแรกพบว่าความนิยมต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันความนิยมเพิ่มขึ้น หากดูรายละเอียด ความนิยมจะมีน้อยในพื้นที่ภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่ และอีสาน แต่ภาคใต้ พรรคและพล.อ.ประยุทธ์ มีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ จะเป็นการต่อสู้ที่สูสีระหว่าง 3 พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ

“ตอนนี้คะแนนสูสีคู่คี่กันไปหมด ภาคกลางเราอยู่ในเรตติ้งที่สู้ได้ หลายจังหวัดได้ส.ส.ที่มีทีมงานที่แข็งแรงมาช่วย เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น รวมถึง น.ส.รังสิมา รอดรัศมี แต่ยอมรับว่าภาคอีสานและภาคเหนือต้องทำงานให้หนักกว่านี้ ส่วนต่างของผลคะแนนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือและอีสาน ส่วนภาคอื่นมั่นใจว่ามีศักยภาพพอที่จะสู้ ไม่แพ้พรรคอื่น วันนี้ก็แซงภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และตัว ผู้นำได้แซงพรรคเหล่านี้ไปหมดแล้ว” นายเอกนัฏกล่าว

เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์จะพอใจเรื่องผลโพลหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์พอใจ แต่ผลโพล ล่าสุดยังไม่ได้คุยกัน แต่ครั้งสุดท้ายที่เจอ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีความสุขดี ที่เข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว ซึ่งต่อไป พล.อ.ประยุทธ์จะร่วมแคมเปญหาเสียงของพรรคมากขึ้น

25 มีค.เปิดตัวบิ๊กตู่แคนดิเดต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรค รทสช. มีกำหนดเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั่วประเทศ โดยวันที่ 21 มี.ค. ภาคกลาง วันที่ 22 มี.ค. ภาคใต้และกทม. วันที่ 23 มี.ค. ภาคเหนือ และวันที่ 24 มี.ค. ภาคอีสาน ซึ่งจะแถลงข่าวที่พรรค ล่าสุดวันที่ 19 มี.ค. ได้แจ้งเปลี่ยนกำหนดการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมดทุกภาค เป็นวันเสาร์ที่ 25 มี.ค.เพียงวันเดียว โดย พล.อ.ประยุทธ์จะไปร่วมงานด้วย และพรรคจะถือโอกาสเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ อย่างเป็นทางการ และการจัดงานดังกล่าวจะไม่ใช้ที่ทำการพรรคเนื่องจากสถานที่คับแคบ จึงพิจารณาเช่าโรงแรมในกรุงเทพฯจัดงาน ทั้งนี้ งานดังกล่าวถือเป็นการจัดกิจกรรมใหญ่อีกครั้งในกรุงเทพฯ หลังก่อนหน้านี้เคยเปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากนี้วันดังกล่าวจะเปิดนโยบายพรรคและนโยบายของกทม.ด้วย

อนุทินย้ำดีลภท.-พปชร.ลงตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า วงรับประทานอาหารระหว่างแกนนำพรรค และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นัดพบปะพูดคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ได้พูดคุยและประเมินสถานการณ์การเมืองร่วมกัน อาจจะเรียกได้ว่า ดีลระหว่างพรรค ภท.และพปชร.ลงตัวแล้ว เพราะการทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี ไม่มีปัญหาใดๆ และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถ้าไม่มีอุบัติเหตุหรือเหตุจำเป็นยิ่งยวด เราไม่มีปัญหา สิ่งใดไม่เข้าใจก็เคลียร์กันครบทุกเรื่อง

ส่วนความสัมพันธ์กับพล.อ.ประยุทธ์ หลังมีข้อสังเกตความไม่ลงรอย จากการสั่งพักโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม นายอนุทินยืนยันว่า ความสัมพันธ์กับพล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเดิม ทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ยังมีความแข็งแรง มีความเข้าใจกัน

มั่นใจกวาดส.ส.มากกว่า 70 ที่นั่ง
นายอนุทินกล่าวว่า ตนพร้อมเป็นนายกฯ เพราะเชื่อว่าการทำงานคุม 3 กระทรวง มี ผลงานที่จับต้องได้ และผู้สมัครของพรรค เป็นผู้ที่มีชื่อชั้น จึงเชื่อว่าพรรค ภท.จะได้รับการเลือกตั้งมากกว่า 70 ที่นั่งอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นนายกฯ ตั้งแต่ปีแรก หรือจะเป็น 2 ปี ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์ ตามสูตร 2+2 นั้น ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสิน

นายอนุทินกล่าวว่า ในวงรับประทานอาหาร ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากพล.อ.ประวิตร ในทางคดี กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ถูกร้องกรณียังคงไว้ซึ่งหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และเป็นเหตุให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันไม่มีการพูดเรื่องส่วนตัวของใครเลย เป็นการประเมิน ที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง วันนั้นพบปะส่วนตัว

ศักดิ์สยามขอเลื่อนส่งคำชี้แจงศาล
ด้านนายศักดิ์สยามเผยว่า ได้ยื่นขอต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาการยื่นเอกสารคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คำร้องวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี กรณียังคงไว้ซึ่งหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และเป็นเหตุให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวออกไปเป็นเวลา 30 วัน และจะครบกำหนด ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เนื่องจากเอกสารสำคัญจำนวนมาก ต้องได้รับการรับรองจากบุคคลและนิติบุคคลภายนอก ขณะนี้ทีมกฎหมาย อยู่ระหว่างขอข้อมูลมาประกอบคำชี้แจง

นายศักดิ์สยาม ชี้แจงว่า เอกสารคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จะมีเนื้อหามากกว่าเอกสารข้อกล่าวหาของผู้ร้อง ที่มีมากกว่า 600 หน้า ตนมั่นใจในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย การชี้แจงข้อกล่าวหาและผลของคำวินิจฉัย ที่จะไม่เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และยืนยันว่า จะลงสมัครส.ส. และเชื่อว่าตามกรอบเวลาในการพิจารณาคดี จะเสร็จสิ้นกระบวนการทันวันสมัคร

กระแสดี – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยิ้มแป้นถ่ายภาพคู่ชาวบ้านและนักศึกษา หลังถูกทักว่า “นายกฯคนใหม่มาแล้ว” ระหว่างเดินชมและพบปะประชาชนตลาดสดพิธาน ใกล้ ม.อ.ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ปชป.ปลื้มกระแสชายแดนใต้ดีขึ้น
ที่ จ.ปัตตานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของพรรคหลังเปิดปราศรัยใหญ่ช่วงที่ผ่านมาว่า กระแสพรรคดีขึ้นทั้งที่ปัตตานีและยะลา โดยที่ปัตตานีมีคนมาฟังนับหมื่นคน เราสนับสนุนให้เดินหน้าสร้างสันติภาพเพื่อนำจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุข พรรคมีทิศทางชัดเจนในการสร้างสันติภาพ จึงขอให้มั่นใจว่าพรรคมีวิธีนำประเทศไปสู่สันติสุข ด้วยการพัฒนาตามนโยบาย “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ”

ส่วนเรื่องโพลนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า เราไม่หวั่นไหวถ้าโพลออกมาน้อย หรือ โพลออกมาดี เราไม่ถึงขนาดกระโดดโลดเต้นเพราะเรามีความมั่นคงและมั่นใจในทิศทางที่เราเดิน รวมทั้งจากเสียงตอบรับในโลกความเป็นจริงที่เราได้สัมผัสจากประชาชนนั้นชัดเจนว่าดีขึ้น ทั้งนี้ พรรควางไว้หมดแล้วทั้งตัวบุคคล ส่งครบทั้ง 400 เขต บัญชีรายชื่อ 100 คน นโยบาย ยุทธศาสตร์ต่างๆ ไปจนถึงแผนการพบปะประชาชน จากนี้จะได้หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุโขทัย พิษณุโลก แล้ววนกลับมาภาคใต้อีกครั้ง รวมทั้งกรุงเทพฯ ด้วย ทุกอย่างมีแผนงานชัดเจนหมดแล้ว

ผุดนโยบายประกันรายได้คนไทย
นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคจะต่อยอดนโยบายประกันรายได้เกษตรกร และจะมี นโยบายประกันรายได้คนไทย ประกันรายได้ประเทศด้วย ซึ่งจะประกาศต่อไป ที่สำคัญนโยบายของพรรคอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ไม่ใช่สักแต่ขอคะแนนเสียงจากประชาชนแล้วเที่ยวหน้าก็ปิดบริษัท ปิดวิก ตามหาตัวไม่เจอ แต่พรรค ปชป.ยังอยู่ ดังนั้น นโยบายทุกอย่างต้องทำได้จริงและอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อประชาชนและประเทศ” นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวยุบสภาในวันที่ 20 มี.ค. และจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็น วันที่ 14 พ.ค. หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ยุบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่จะเลยวันที่ 23 มี.ค. ไม่ได้เพราะสภาหมดวาระ ส่วนวันเลือกตั้งก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนคะเนว่าวันเลือกตั้งคงจะอยู่ช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนพ.ค. แต่จะเป็นวันไหนก็ต้องรอกกต.ประกาศ สำหรับพรรคถือว่าพร้อม ขณะนี้สามารถส่งผู้สมัครได้ครบ 77 จังหวัด พร้อมทั้งคน นโยบาย และยุทธศาสตร์เพื่อเดินหน้าต่อไป

ประกาศ 4จุดยืนสู้เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลเมืองนครยะลา พรรค ปชป. เปิดปราศรัย พร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ยะลา ทั้ง 3 เขต บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังปราศรับจำนวนมาก โดยนายจุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอย้ำ 4 จุดยืนว่า 1.จะยืนหยัดสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแต่ต้องไม่แตะหมวด 1 รวมถึงจะไม่ยกเลิก ไม่แก้ไขมาตรา 112

2.ไม่สนับสนุนการนำศาสนามาเป็นเครื่องมือแบ่งแยกทางการเมือง 3.ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และ 4.ขอประกาศยุทธศาสตร์“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ยาเสพติด ต้องไม่มีกัญชาเสรีต้องยกเลิก” ในจังหวัดชายแดนใต้และประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้เลือกผู้สมัครของพรรคทั้ง 13 เขต มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาธิปัตย์สามารถคว้าชัยมาที่ 1 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แน่นอน

ปรับทัพ-มั่นใจปักธงกทม.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลกทม. และประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. กล่าวว่า ในกทม.ไม่ว่านายกฯ จะยุบวันไหนก็พร้อมเดินหน้าทำตามกติกาและกฎหมายทันที ทั้งนี้ พรรคได้เตรียมยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ส.ส.กทม. พร้อมนโยบายที่ตอบโจทย์ ชาวกทม. รวมถึงผู้สมัครที่ผสมผสานกันระหว่าง อดีตส.ส.กทม. และคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไว้ครบถ้วน

นายองอาจกล่าวต่อว่า หลังจากประกาศเขตเลือกตั้งในกทม.ใหม่ ทำให้พรรคต้องปรับเปลี่ยนบุคคลที่ลงสมัครตามเขตต่างๆ ใหม่ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับเขตที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากการลงพื้นที่แบบเจาะลึกพบว่า พรรค ปชป.ได้รับเสียงตอบรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้สมัครหลายคน มีลักษณะโดดเด่น มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่น่าสนใจ ทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งส.ส.กทม.ครั้งนี้พรรคจะปักธงชัยในสนาม กทม.ได้อย่างแน่นอน

‘ป้อม’ปราศรัยใหญ่โคราช 26 มี.ค.
ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดหนองไผ่ล้อม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.เขต 1 นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่าพรรค จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จ.นครราชสีมา ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ที่ลานจอดรถตลาดเซฟวัน อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งจะมีแกนนำของพรรคมาร่วมเวทีปราศรัยใหญ่จำนวนมาก นำโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายมิ่งขวัญ แสง สุวรรณ์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาทั้ง 16 เขต

นายเกษมกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคตั้งเป้าว่าจะรักษาฐานส.ส.เดิมไว้ 6 เสียง และด้วยผลงานของพล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นที่รักของชาวโคราชจำนวนมาก รวมทั้งนโยบายสวัสดิการผู้สูงอายุจะทำให้พรรคได้รับความนิยมและได้ส.ส.เพิ่มอีกหลายคนแน่นอน

เชฟป้อม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลัง ประชารัฐ โชว์ฝีมือปรุงผัดซีอิ๊ว เมนูโปรดเลี้ยงทีมงานระหว่างลงพื้นที่หาเสียงก่อน ขึ้นเวทีปราศรัยใน จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ผัดซีอิ๊วโชว์-เมนูก้าวข้ามขัดแย้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยที่จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประวิตรได้ลงมือทำอาหารเมนูผัดซีอิ๊ว ซึ่งเป็นเมนูโปรด รับประทานเป็นอาหารกลางวันและเลี้ยงทีมงานใกล้ชิดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดีเพราะชอบทำอาหาร โดยทุกคนที่รับประทานติดใจฝีมือขอลองเมนูอื่นๆ อีก

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ผัดซีอิ๊วเป็นเมนูที่ชอบทำ ถือเป็นเมนูอาหารที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง

ขนทัพหลวงพปชร.ขึ้นเชียงใหม่
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่อาคารสนามกีฬาสมโภช 700 ปีเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พรรค พปชร. จัดเวทีปราศรัยภาคเหนือ “ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่” นำโดยพล.อ.ประวิตร พร้อมแกนนำพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คณะทํางานด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเวทีปราศรัย และแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 6 จังหวัด 23 คน โดยมีประชาชนรับฟังประมาณ 3 พันคน ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่พล.อ.ประวิตรจะเดินทางมาถึงเวทีปราศรัยปรากฏว่าประชาชนที่มารอตั้งแต่เวลา 13.00 น. เริ่มทยอยกลับ เนื่องจากมีลมแรงและเสียงฟ้าร้องดังต่อเนื่อง ส่งผลให้ยิมเนเซียมดูโล่ง ขณะที่แกนนำและว่าที่ผู้สมัครสลับปราศรัยชูนโยบายพรรค เช่น การเพิ่มเงินในบัตรประชารัฐ 700 บาท การแก้ราคาพืชผลโดยเฉพาะลำไย พืชเศรษฐกิจ รวมถึงชี้แจงกฎกติกาการเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ปราศรัย – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีปราศรัยอ้อนให้ชาวบ้านเลือก พปชร. ช่วยให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียว ที่อาคารยิมเนเซียม สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

อ้อนเลือกพปชร.เป็นหนึ่งเดียว
ต่อมาเวลา 17.45 น. พล.อ.ประวิตรและคณะเดินทางมาถึง ประชาชนที่รอฟังการปราศรัยได้ตะโกนร้องต้อนรับเสียงดังกึกก้อง โดยพล.อ.ประวิตรปราศรัยว่า รู้สึกอบอุ่นใจ ขอฝากพรรค พปชร.ไว้กับประชาชนทุกคนด้วย เราพร้อมทำงานรับใช้ชาวเชียงใหม่ทุกคน ฝากทุกคนให้เลือก ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งได้คัดสรรคนดี คนเก่ง คนที่ตั้งใจจริงมาเป็นผู้แทน มุ่งมั่น ร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ให้คนเชียงใหม่ให้อยู่ดีกินดี ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกคน

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นโยบายของพรรค ได้แก่ บัตรประชารัฐ 700 บาท ลดค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส จะทำทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาล การดูแลคนทุกช่วงวัย เบี้ย ผู้สูงอายุ แก้น้ำท่วม น้ำแล้ง ตนจะดำเนินงานให้ทุกคนได้ใช้น้ำที่ดี นอกจากนี้จะลด PM2.5 ซึ่งสำคัญสำหรับคนเชียงใหม่ โดยจะแก้ทันทีเมื่อเราเป็นรัฐบาล เราจะปราบปรามยาเสพติด รวมถึงแก้ปัญหาที่ดิน ส่วนการท่องเที่ยว ยืนยันจะต่อยอดให้เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

“การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ขอให้ประชาชนให้โอกาส พปชร. พวกเราอาสาเข้ามานำความรัก สามัคคีมาสู่ประเทศชาติ หมดเวลาแล้วที่คนไทยจะมาทะเลาะกันเอง ต้องจับมือกัน นำประเทศไปสู่ก้าวหน้า เพื่อความสงบของคนไทยทุกคน ฝากว่า ถ้าอยากให้ประเทศมีความรัก สงบสุข สันติภาพเกิดขึ้น และมีความเป็นหนึ่งเดียว ต้องเลือก พปชร. ผู้สมัครของพรรคพร้อมทำงานให้กับทุกคน แก้ปัญหาทุกเรื่อง เพื่อความสงบสุข ความอยู่ดีกินดีของคนทุกระดับ” พล.อ.ประวิตรกล่าว

เมินผลโพล-ยันไม่ปรับยุทธศาสตร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรใช้เวลาปราศรัยประมาณ 10 นาที จากนั้นเดินลงเวทีพบปะประชาชน ที่มาให้กำลังใจตะโกนขอให้เป็นนายกฯ และลุงป้อมสู้ๆ พร้อมคล้องมาลัย โดยพล.อ.ประวิตรยิ้มรับ แม้จะสีหน้าอ่อนเพลียเพราะต้องเดินทางปราศรัยถึง 2 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีประชาชนมาหอมแก้ม กอด และขอถ่ายรูป รวมถึงเดินไปส่งขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ

พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงนิด้าโพลเผยผลสำรวจพบว่าพล.อ.ประวิตร ไม่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ ว่า ไม่ต้องปรับยุทธศาสตร์อะไร เราก็เดินหน้าของเราต่อไป เมื่อถามว่าคาดว่าครั้งหน้าคะแนนความนิยมจะขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงว่า ไม่เป็นไร

ธรรมนัสลั่นได้เกิน 50 ที่นั่ง
ด้านร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์กรณีประชาชนทยอยเดินทางกลับ ไม่รอฟังการปราศรัยของพล.อ.ประวิตรว่า วันนี้พายุจะมาอีก ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลทยอยกลับซึ่งตนเข้าใจ เพราะสภาพที่เจอพายุเมื่อวานนี้ขวัญยังเสียอยู่ ยืนยันว่าไม่กระทบกับการหาเสียงในช่วงนี้ ซึ่งการปราศรัยในภาคเหนือช่วงนี้ลำบากดังนั้นจะเดินสายปราศรัยย่อย อย่างไรก็ตาม ในภาคเหนือ มั่นใจว่ามีหลายเขตที่ผู้สมัครของพรรคจะได้เป็นส.ส.

เมื่อถามถึงภาพรวมทั่วประเทศจะได้กี่ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เวลานี้เรามีส.ส. 52 คน ซึ่งมั่นใจว่าทุกคนจะได้กลับเข้าสู่สภาได้ พรรคก็ทำโพลอยู่ ก็มั่นใจว่า เกิน 50 คน ส่วนผลสำรวจนิด้าโพลที่พล.อ.ประวิตร ไม่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกนั้น ไม่ได้ดูถูกสถาบันการทำโพล แต่ตนเป็นส.ส.ตลาดล่าง เรารู้ว่าควรทำอย่างไรให้ชนะเลือกตั้ง สถาบันโพลใช้คน 1-2 พันคนมาพิสูจน์ผลการตัดสิน ไม่ได้ ฉะนั้นตนไม่สนใจ เดินหน้าต่อ และ ผู้บริหารพรรคทุกคนก็เห็นตรงกันว่าเราจะเดินหน้าต่อ เรามีความมั่นใจ ในตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนในการจับมือกับพรรคเพื่อไทยหลังเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เร็วเกินไป สัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายคนไปรับประทานอาหารกับพล.อ.ประวิตร ซึ่งไม่ได้พูดถึงการจัดตั้งรัฐบาล คุยเรื่องทั่วไป เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าจะเป็นขั้วใหม่ทางการเมือง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่ ส่วนจะไปกินข้าวร่วมกับพรรคอื่นอีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วหัวหน้าพรรคไม่ได้เรียกร้องให้ใครมากินข้าวด้วย

พท.เคาะลำดับปาร์ตี้ลิสต์ 1 เมย.
ที่จ.ชลบุรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวยุบสภาในวันที่ 21 หรือ 22 มี.ค.ว่า เราไม่ได้ใส่ใจ เพราะวันสุดท้ายก็วันที่ 23 มี.ค. หากจะยุบวันสุดท้ายคือวันที่ 22 มี.ค. แต่เราก็เตรียมพร้อมเลือกตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ เรายึดวันที่ 20 มี.ค.เป็นเกณฑ์ หากยุบสภาวันที่ 20 มี.ค. วันที่ 3-7 เม.ย. จะเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบเขต วันที่ 4-7 เม.ย. เปิดรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ฉะนั้นเราต้องจัดไทม์ไลน์ให้สอดรับกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่านายกฯ เคยบอกว่าจะไม่ยุบสภาในวันเกิด นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราไม่ได้ใส่ใจ แต่ไทม์ไลน์ของเราคาดว่านายกฯ จะยุบสภาเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าหากเปิดรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 เม.ย. พรรคจะประกาศส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครบก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในระบบบัญชีรายชื่อ คณะกรรมการสรรหาต้องส่งระบบบัญชีรายชื่อให้แต่ละเขตเพื่อทำไพรมารีโหวตด้วย ซึ่งพรรคชัดเจนว่ามีการโหวตภายในวันที่ 26-28 มี.ค. ทั้งนี้ พรรคส่งไปโดยเรียงตามลำดับอักษร วิธีที่เห็นชอบอาจเห็นชอบรายบุคคลหรือทั้งหมดเลยก็ได้ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดลำดับ และส่งให้กรรมการบริหารเห็นชอบ เราตั้งใจว่าจะประชุมกรรมการบริหารไม่เกินวันที่ 1 เม.ย.และเราต้องทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

แคนดิเดตนายกฯตัดสิน 5 เมย.
เมื่อถามว่าคนที่เป็นแคนดิเดตจำเป็นต้องอยู่ในส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับต้นๆ หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรค ทั้งนี้ พรรคกำหนดว่าวันที่ 5 เม.ย.จะประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนสาขาพรรค สาขาประจำจังหวัด ประธานสาขาพรรค และเราจะตัดสินวันนั้น ส่วนแคนดิเดตนายกฯ จำเป็นต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น พรรคยังไม่ได้คุยกัน แต่ตนเห็นว่าควร เพราะเราเคยยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้มาแล้ว

เมื่อถามว่าหากพรรค รทสช. เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คิดว่าไม่ เขาน่าจะแยกกัน จริงๆ หากพล.อ.ประยุทธ์ เปิดช่องเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก็ควรให้ความสำคัญกับสภาด้วย หากมาเป็นผู้แทน จะได้รู้ว่าสภามีความเห็นอย่างไร

ส่วนที่พรรคก้าวไกล ปราศรัยระบุพรรคก้าวไกลคือพรรคเดียวที่เป็นประชาธิปไตย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสีสันทางการเมือง ตนถือเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่ยกตัวเองเด่นได้ กดคู่แข่งได้ มักจะใช้กันบนเวทีปราศรัย ตนไม่ได้ติดใจประเด็นนี้ จะพิสูจน์ว่าใครเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ อยู่ที่การกระทำและการยอมรับจากประชาชน

ตั้งวงถก – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษา และทีมผู้บริหารพรรค ร่วมถกแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจกับชาวบ้านและผู้ประกอบการ ที่ร้านอาหารแหลมเจริญซีฟู้ด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

ชลน่านปลุกเลือกพท. 310 เสียง
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่จ.ระยอง พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนพ.ชลน่าน นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ระยอง ร่วมพูดคุยกับ ผู้ประกอบการนักธุรกิจ ที่ร้านอาหารแหลมเจริญ อ.เมือง จ.ระยอง

จากนั้นเวลา 17.30 น. พรรค พท. จัดเวทีปราศรัยที่ลานหมู่บ้านเพลินใจ 5 (ข้างขนส่งใหม่) อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีประชาชนเดินทางมารับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่

นพ.ชลน่านปราศรัยว่า เราต้องรวมใจ เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนให้ชาวระยองมาเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคให้ยกจังหวัด มาร่วมเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราไม่ชนะทั้ง 5 เขตในระยอง และเราไม่ชนะทั้งประเทศอย่างถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลังเลือกตั้งเราจะตั้งรัฐบาลไม่ได้

“ตอนนี้ 250 เสียงไม่ห่วง เรามั่นใจว่าได้ ส.ส.250 เสียงขึ้นไป แต่ยังชนะไม่เด็ดขาด ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพวกจะแย่งตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เอาพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ ดังนั้น 310 เสียงคือเป้าหมาย เขาจะไม่แย่งเราตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคอื่นๆ จะมาร่วมเลือกนายกฯ ในสภากับเรา มั่นใจว่าเลือกตั้ง 14 พ.ค. โอกาสเป็นของเราแล้ว นอกจากเอาพล.อ.ประยุทธ์ออกไป ปิดสวิตช์ ส.ว.แล้ว ยังได้นโยบายที่กินได้และประชาธิปไตยที่จับต้องได้ เราไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง พรรคญาติหรือพรรคลุง ขอให้เลือก เพื่อไทยเพียงพรรคเดียว” นพ.ชลน่านกล่าว

เศรษฐาย้ำ 8 ปีประยุทธ์ต้องพอ
ด้านนายเศรษฐาปราศรัยว่า ตนมีความเชื่อในอำนาจประชาชน รังเกียจรัฐประหาร และไม่เอาดอกผลของมันด้วย ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา นายกฯ แก้ปัญหาประมงไม่ได้ ยาเสพติดกระจายไปทุกหย่อมหญ้า ราคาพืชผลไม่ดี ผลิตผลต่ำ หนี้สินสูง ดังนั้นไม่เอาอีกแล้ว 8 ปีต้องพอ นโยบายพรรคพท.โดนใจประชาชนมาตลอด มี 2 นโยบายที่อยากกล่าวซึ่งโดนใจแน่นอน หากพรรคพท.เป็นรัฐบาล เราจะใช้บล็อกเชน ทำดิจิทัล วอลเล็ตใส่เงินให้คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป นอกจากนี้เราจะสำรวจอย่างรวดเร็ว ครอบครัวไหนมีรายได้ไม่ถึง 2 หมื่นบาท เราจะเติมเงินให้ทันที ถือเป็นโยบายที่โดนใจ แก้ปัญหาให้ประชาชนได้

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนประเทศ โดยเริ่มจากระยอง รอบนี้เรามีผู้สมัครที่มีคุณภาพ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เราไม่มีพรรคพี่ พรรคน้อง พรรคสาขา อย่าให้ใครเอาเรื่องนี้มาพูด เรามีนโยบายเด็ดๆ ขอให้ พี่น้องเลือกผู้สมัครระยองทั้ง 5 เขตของพรรคพท.หากเลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ 310 เสียง เราทำนโยบายได้อย่างแน่นอน

ปักธง – นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ทักทายชาวบ้านระหว่างขึ้นเวทีปราศรัย ที่จ.ระยอง ขณะที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โฟนอินอ้อนขอคะแนนเสียงแทน เพราะท้องแก่ใกล้คลอดแพทย์ไม่ให้เดินทางไกล เมื่อวันที่ 19 มี.ค.

‘อิ๊ง’โฟนอิน-เลือกเพื่อไทยยกจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นปราศรัย ได้แจ้งว่า น.ส.แพทองธาร ตั้งใจมาพบประชาชนวันนี้ แต่ด้วยอายุครรภ์ที่จะ ครบ 8 เดือนในต้นสัปดาห์หน้า จึงไม่สะดวกกับการนั่งรถเดินทางไกลๆ และ เพื่อแสดงออกว่า น.ส.แพทองธารยืนเคียงข้างกับพี่น้องจึงขอใช้โทรศัพท์ต่อสายหาน.ส.แพทองธาร เพื่อให้ส่งเสียงสนทนากับประชาชน

จากนั้นน.ส.แพทองธารโฟนอินเข้ามาในพื้นที่ว่า ถึงตัวไม่ไปแต่ใจอยู่ตรงนั้นแล้ว ได้ยินเสียงพี่น้องก็ดีใจแล้ว อีก 4 วันจะครบ 8 เดือน หมอบอกว่าไม่ให้เดินทางไกล เพราะกลัวจะคลอดเร็วเหมือนลูกคนแรก แต่ขอส่งใจไปให้พี่น้องระยองและผู้สมัครทั้ง 5 เขต ถ้าคลอดแล้ว ขอพาครอบครัวไปเที่ยวระยอง พรรคพท.ตั้งใจจริงทำให้พี่น้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขอให้เลือกพท.ทั้งคนทั้งพรรคให้แลนด์สไลด์ แล้วเราจะได้พบกันอีกแน่นอน ตอนนี้ตนกำลังใจดีมาก ขอบคุณทุกคน ใกล้เลือกตั้งแล้วขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งสองบัตรไปเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส. แพทองธารได้โฟนอิน ได้รับเสียงเชียร์ให้กำลังจากประชาชนเป็นระยะๆ โดยมวลชนบางส่วนได้กรูกันมาหน้าเวทีเพื่อฟังเสียง น.ส.แพทองธารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

‘หน่อย’ขอคะแนนคนกรุง
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรค ทสท. ลงพื้นที่เขตปทุมวัน และเขตบางรัก เพื่อพบปะพูดคุย และขอคะแนนเสียง โดยขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีรถไฟฟ้าสยามไปสถานีศาลาแดง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน เข้ามาขอถ่ายภาพและร่วมพูดคุยรับฟังนโยบายอย่างคึกคัก จากนั้นเดินถนนสีลม พูดคุยกับพ่อค้าแม่ขาย ทักทายประชาชนเป็นกลุ่มๆ ก่อนเดินไปสวนลุมพินี เพื่อออกกำลังกาย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร ประเทศชาติเสื่อมถอย ประชาชนยากลำบาก หากการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนยังคงเลือกแบบเดิม ไม่เอาฝั่งหนึ่งก็ไปเลือกอีกฝั่งหนึ่ง แบบ 17 ปีที่ผ่านมา จบการเลือกตั้งก็จะเกิดวิกฤตใหม่ของประเทศขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้น พรรคจึงเสนอตัวเพื่อเป็นทางรอดของประเทศ มาทำให้ประชาชนชนะ ด้วยการปลดล็อกประชาชนจากแนวคิดแบบอำนาจนิยมเผด็จการ รัฐราชการ รวมถึงกฎหมายใบอนุมัติ ใบอนุญาตที่ขัดขวางการทำมาหากินของประชาชน และการทุจริต จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันจุดไม้ขีดคนละก้าน โดยพรรคขอเริ่มต้นเป็นไม้ขีดก้านแรก เพื่อเป็นแสงสว่างให้กับประเทศ เพื่อเผาความมืดมิดทั้ง 4 ด้านให้หมดไป และขอให้พี่น้องเป็นไม้ขีดก้านที่ 30 ล้าน 40 ล้าน เพื่อเป็นแสงสว่างสร้างทางรอดให้กับประเทศต่อไป

เปิดไทม์ไลน์วันเลือกตั้ง-วันสมัคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุจะหารือกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.และคณะ ในช่วงเช้าวันที่ 20 มี.ค. ถึงแนวปฏิบัติของข้าราชการ หลังนายกฯ ประกาศยุบสภานั้น คาดว่าจะเน้นย้ำให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง และให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้ง ขณะที่ครม.ยังคงประชุมและบริหารได้ตามปกติ โดยต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168

นอกจากนี้ จะหารือถึงไทม์ไลน์การจัดเลือกตั้ง ซึ่งตามแผนงานที่กกต.วางไว้ เมื่อประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มี.ค. กกต.จะประชุมในวันที่ 21 มี.ค.เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ว่าจะกำหนดให้วันที่ 14 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้ง และเปิดสมัครรับเลือกตั้ง วันที่ 3-7 เม.ย. โดยจะรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ที่สถานที่ที่ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกำหนด และเริ่มรับสมัครส.ส.แบบบัญชี รายชื่อ รวมถึงการส่งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอเป็นนายกฯ ที่ศูนย์ เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่ 4 เม.ย. เนื่องจากการรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคจะต้องมีหลักฐานแสดงว่ามีผู้สมัคร ในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว

กกต.ยันแบ่งเขตถูกต้อง
ขณะที่งบประมาณจัดการเลือกตั้งที่ครม.อนุมัติวงเงินรวม 5,945 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของค่าใช้จ่ายในภารกิจที่สำนักงานกกต.ดำเนินการเอง 5,100 ล้านบาทนั้น สำนักงบประมาณ ได้จัดสรรให้ 4,600ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 80 จากวงเงินที่ขอไป ส่วนงบของหน่วยงานสนับสนุน ทางสำนักงบประมาณจะมีการจัดสรรตรงไปยังหน่วยงานดังกล่าว

สำหรับปัญหาการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ได้ยืนยันแล้วว่า การดำเนินการของกกต. ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และมาตรา 17 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 กำหนด มิให้นำมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวตามกฎหมาย ว่าด้วยศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองมาใช้บังคับกับการฟ้องคดี

ชวนลงดิจิทัลไอดีแทนบัตรปชช.
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นกฎหมายกลางส่งเสริมให้การบริการของภาครัฐใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก มีผลบังคับใช้ทั้งฉบับ และรัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนทางดิจิทัล DOPA-Digital กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถใช้ Digital ID ทดแทนบัตรประชาชน ตัวจริง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการต่างๆ ที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็นการใช้ยืนยันตัวตนบนโลกดิจิทัลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ มั่นคงปลอดภัย

นายอนุชากล่าวว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่ได้อนุญาตให้สามารถใช้บัตรประชาชนดิจิทัล เพื่อติดต่อทำธุรกรรมต่างๆ ได้ เช่น กรมสรรพากร เชื่อมข้อมูลในการยื่นภาษี เงินได้ ภ.ง.ด. 90/91/94 ได้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อนุญาตให้ประชาชนแสดงดิจิทัลไอดีผ่านจุดตรวจค้น และผ่านขึ้นเครื่องได้ สำหรับแอพพลิเคชั่น D.DOPA ของกรมการปกครอง สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบไอโอเอส และแอน ดรอยด์ โดยลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง ถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สแกนใบหน้า ตั้งรหัสผ่าน 8 หลัก เพื่อเข้าใช้งานเป็นอันเสร็จสิ้น หรือสามารถ ลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่ได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคาดว่าในปี 2566 จะมีประชาชนใช้ Digital ID แทนบัตรประชาชนประมาณ 10 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังกรมการปกครองได้พัฒนาระบบการลงทะเบียนทั้งหมดไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ และคาดว่า Digital ID จะเข้ามาแทนที่การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ด้วยความปลอดภัยที่สูงกว่ามีลักษณะเป็นคิวอาร์โค้ด ขณะที่บัตรประชาชนตัวจริงจะเกิดโอกาสที่มิจฉาชีพเห็นข้อมูลหน้าบัตรจากการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแลกบัตร การติดต่อหน่วยงานหรือทำธุรกรรมการเงิน โดย Digital ID จะช่วยลดการปลอมแปลงบัตรประชาชน หรือสวมรอยเจ้าของที่แท้จริงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน