หมอเตือนเกิดได้ทุกคน เคี้ยวให้ละเอียด-อย่าคุย
ช็อกทั้งบ้านหนุ่มวัย 27 ปี กินชาบูกับครอบครัวติดคอหมดสติกลางวงในบ้านพักย่านสมุทรปราการ รีบส่งร.พ.แต่สุดยื้อดับสลด หมอชี้เกิดขึ้นได้กับทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น เตือนอย่ากินไปคุยไปหัวเราะไป เสี่ยงทำอาหารติดคอ สำลักถึงขั้นเสียชีวิตได้ ย้ำเคี้ยวให้ละเอียดและนานพอทั้งผักและเนื้อ หากเคี้ยวไม่ขาดอย่ารีบกลืนให้คายออกมาดีกว่า เน้นกินปลาต้องเช็กก้าง มีแสงสว่างบนโต๊ะเพียงพอ แนะวิธีแก้หากอาการสำลัก
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุมีผู้รับประทานอาหารติดในลำคอ ที่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ขณะนั่งรับประทานอาหารร่วมวงกับคนในครอบครัว หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลบางบ่อ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 มี.ค.
ที่เกิดเหตุภายในบ้านพักพบชายอายุ 27 ปี สภาพหายใจไม่ออก และหมดสติ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเร่งนำส่งร.พ.เป็นการด่วน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมครอบครัวพากันนั่งรับประทานประเภทชาบู ช่วงระหว่างนั้นทุกคนกินกันปกติ จู่ๆ ผู้ที่ร่วมวงก็เกิดอาการอาหารติดคอ ทุกคนพยายามช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทุกคนยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่พนักงานสอบสวนและร.พ.บางบ่อจะได้ส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

ชาบูติดคอ – จนท.หน่วยกู้ชีพช่วยชายวัย 27 ปี ที่อาหารติดคอขณะรับประทานชาบูร่วมกับครอบครัว ที่บ้านพักย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ แต่สิ้นใจในที่สุด แพทย์เตือนไม่ควรพูดคุยขณะรับประทาน และต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เมื่อวันที่ 19 มี.ค.
ด้านนพ.อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีหนุ่มกิน ชาบูติดคอช็อกหมดสติกลางวงและเสียชีวิตต่อมาว่า การกินอาหารโดยไม่ให้ติดคอ สามารถทำได้ดังนี้ 1.เวลากินไม่ควรพูดคุยกัน เนื่องจากการกินไปคุยไปมีโอกาสสำลักได้ 2.พยายามเคี้ยวให้ละเอียด โดยเฉพาะ เนื้อสัตว์ เนื่องจากเนื้อมีความเหนียว หากเคี้ยวไม่ละเอียดจะเป็นก้อน และทำให้เกิดการติดคอได้ หรือแม้กระทั่งผักบางชนิดมีความเหนียว หากเคี้ยวแล้วยังรู้สึกว่าเป็นเส้นใยเหนียวๆ อยู่ก็ยังไม่ควรกลืน และ 3.การกินปลาควรระมัดระวังและเช็กให้ดีว่า มีก้างหรือไม่ บางทีคิดว่าไม่มีก้าง แต่อาจจะมี เช่น ทอดมันปลาอาจมีก้างปลาติดมาด้วย ที่สำคัญบนโต๊ะอาหารควรมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อมองและสังเกตอาหารได้
“ปกติควรจะเคี้ยวให้ละเอียดก่อนและนานพอแล้วค่อยกลืน การเคี้ยวละเอียดน้ำลายจะมีส่วนในการคลุกเคล้า ทำให้เกิดการลื่นของอาหารก็จะไม่เกิดการติดคอ อาหารที่เคี้ยวแล้วยังไม่ขาดไม่ควรจะรีบกลืน เช่น หมูสามชั้นที่มีชั้นของหนังที่เคี้ยวอย่างไรก็ยังหนืดอยู่ จึงไม่ควรกลืน อาจคายออกก็จะช่วยลดการเกิดการติดคอได้” นพ.อรรถพลกล่าว
รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการช่วยเหลือเมื่อเกิดอาการสำลักหรืออาการติดคอ ถ้าดูอาการแล้วไม่มีอาการเขียวแค่สำลักธรรมดา ไม่มีอาการติดคอจนถึงบริเวณหลอดลม อาจลองจิบน้ำดู แต่ถ้าหลุดลงไปอาจหายใจไม่ออกทันที จะมีอาการเขียว ต้องใช้วิธีการทำหัตถการ คือ การเข้าข้างหลัง ใช้มือจ่อตรงบริเวณลิ้นปี่และดันเข้าไปแรงๆ เพื่อให้แรงลมเข้าไป จะช่วยดันอาหารให้หลุดออกมาได้
“คนชอบเข้าใจว่าการสำลักอาหารมักเกิดในผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมของกล้ามเนื้อ อาจทำให้เคี้ยวไม่ค่อยดี การกลืนก็ไม่ค่อยดี แต่จริงๆ แล้วสามารถเกิดได้ในทุกวัย เนื่องจากการเคี้ยวไม่ละเอียด เคี้ยวไปคุยไปหัวเราะไป จะหลุดลงไปได้ เวลากินอาหารไม่ควรคุยเล่นกันหัวเราะกัน ควรเคี้ยวให้เสร็จก่อน” นพ.อรรถพลกล่าว