ลงมือลานจอดรถกรุง เหยื่อสูญเกือบ3ล้าน แฉนกต่อตีสนิทนับปี ตร.ซิวก่อนเผ่นเขมร
สืบกรุงจับแก๊งจีนเทา เหิมอุ้มรีดกลางกรุง เหยื่อ น.ศ.สาวป.โท ชาวจีน แจ้งตำรวจทองหล่อ ถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถตู้พร้อมเพื่อนสาว ถูกข่มขู่รีดเงินค่าไถ่เกือบ 3 ล้านบาทก่อนปล่อยตัว ตร.เช็กวงจรปิดเจอพิรุธ เพื่อนสาวกลายเป็นนางนกต่อ ก่อนตามรวบได้ทั้ง 3 คนที่สระแก้ว ขณะเตรียมหนีไปเขมร น.1สั่งขยายผลเชื่อมีคนร่วมขบวนการ หลังพบเงินถูกโอนต่อไปหมดแล้ว
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น.5 พ.ต.อ. วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศิรณวิชญ์ อินทร ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.ปุณณวิช อรรคนันท์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ พร้อมฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.และกก.สส.บก.น.5 และสน.ทองหล่อ ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีสาวนักศึกษาปริญญาโทชาวจีน ถูกคนร้ายดักอุ้มขึ้นรถตู้ไปรีดค่าไถ่ 3 ล้านบาท เหตุเกิดหน้าร้านอาหารย่านเอกมัย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว 3 คนร้ายที่ร่วมขบวนการไว้ได้
พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา มีนักเรียนสาวชาวจีน ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ว่าเมื่อวันที่ 16 มี.ค.เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนสาวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านเอกมัย ก่อนถูกคนร้ายฉุดขึ้นรถตู้ไปรีดเงินค่าไถ่ไปร่วม 3 ล้านบาท โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกนาทีรถตู้อัลพาร์ดของผู้ต้องหาเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของร้านอาหารเวลา 20.26 น. จนกระทั่งช่วงเวลา 21.50 น. หลังรับประทานอาหารเสร็จผู้เสียหายได้เดินลงมาจากร้านอาหาร ก่อนกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า เพื่อนสาวของผู้เสียหายพยายามจูงมือผู้เสียหายเดินไปใกล้ๆ รถตู้ จากนั้นพบชายคนหนึ่งเปิดประตูรถตู้พร้อมจับมือ และบีบคอก่อนกระชากทั้งคู่ขึ้นรถตู้ขับออกไป
นักศึกษาสาวผู้เสียหายให้การว่า เมื่อขึ้นไปบนรถตู้ถูกพันธนาการ ปิดตา ผูกมือ เมื่อรถขับไปสักระยะคนร้ายได้เปิดตา และใช้กรรไกรจี้บังคับให้โอนเงินเป็นเงินสกุลดิจิทัล จำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ตนมีเพียง 8,014 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 270,000 บาท คนร้ายจึงให้โอนเป็นเงินหยวนให้จำนวน 250,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1,200,000 บาท ระหว่างนั้นผู้ต้องหาขับรถวนไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีการจอดพักที่จุดไหน จนกระทั่งช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค. กลุ่มคนร้ายได้ให้ติดต่อญาติและเพื่อนชายให้โอนเงินเพิ่ม จำนวน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,700,000 บาท ก่อนจะปล่อยตัวลงที่ย่านมีนบุรี หลังจากลงจากรถผู้เสียหายได้ใช้มือถือภ่ายภาพจุดที่ถูกปล่อยตัว ก่อนจะเรียกแท็กซี่กลับที่พักพร้อมกับเพื่อนสาว โดยเพื่อนสาวขอลงที่ย่านสยามพารากอน ก่อนที่ช่วงเย็นจะเข้ามาแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนตรวจสอบพบว่า รถตู้ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถที่เช่ามา ตำรวจจึงนำตัวคนที่ติดต่อเช่ามาสอบปากคำ โดยเจ้าตัวอ้างว่ากลุ่มคนร้ายขอให้ช่วยเช่ารถตู้คันดังกล่าวให้ ได้ค่าเช่าส่วนต่าง 3,000 บาทต่อวันจากคนร้าย โดยเช่าจากเต็นท์ 5,000 บาท เอามาให้คนร้ายเช่าต่อ 8,000 บาท ต่อวัน ตกลงเช่า 3 วัน หลังเกิดเหตุตามกำหนดการคนร้ายจะต้องคืนรถให้ในวันที่ 17 มี.ค. แต่เจ้าตัวไปเที่ยวที่พัทยา คนร้ายจึงนำรถไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งและจ้างให้แท็กซี่ขับรถไปคืนให้ที่พัทยา ซึ่งทางทีมสืบสวนได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองให้สกัดกั้นการเข้าออก จนพบว่าเมื่อคืน (วันที่ 18 มี.ค.) กลุ่มคนร้ายจำนวน 3 คน ซึ่งคนแรกทำหน้าที่ขับรถ คนที่ 2 ทำหน้าที่ใช้กรรไกรจี้ผู้เสียหายขึ้นรถ ส่วนคนที่ 3 คือหญิงสาวที่มาทำทีตีสนิทเป็นเพื่อนผู้เสียหาย ทำหน้าที่นกต่อ กำลังหลบหนีที่ชายแดนบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว เตรียมเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ควบคุมตัวไว้ จากการสอบสวนยังไม่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้เสียหายพบว่ารู้จักกับหญิงที่เป็นนางนกต่อเกือบ 1 ปี โดยจะมีการพูดคุยกันเฉพาะเวลามาเที่ยวประเทศไทย ผู้เสียหายเคยมาเที่ยวที่ประเทศไทยแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค.66 ที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มคนร้ายที่เข้ามาตีสนิทผู้เสียหายน่าจะมีข้อมูลจากที่ตนเองได้รับเงินจากการเวนคืนที่ดินที่จีนจำนวนมาก ส่วนการเดินทางเข้า-ออกของกลุ่มคนร้าย เคยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 3 ครั้ง เดินทางเข้ามาครั้งแรกช่วงวันที่ 24 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยังไม่ให้การใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานในการแจ้งข้อหาจำนวน 2 ข้อหา 1.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ 2.ร่วมกักขังหน่วงเหนี่ยว ทั้งนี้ ผบช.น.ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งขยายผล ว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ อีกทั้งยังให้ประสานตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งจีนสีเทาที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ที่มีการควงปืนเรียกค่าไถ่จากกลุ่มคนรวยหรือไม่ต่อไป

ตามล็อกทัน – ตำรวจศูนย์สืบสวนบช.น. แกะรอยตามไปจับ 3 คนร้ายชาวจีน อุ้มสาวจีน น.ศ.ปริญญาโท เรียกค่าไถ่ในท้องที่สน.ทองหล่อ ได้ทันเวลา ขณะรอหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ในร้านอาหารใกล้ด่านชายแดน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 19 มี.ค.
ต่อมาเวลา 13.20 น. ฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อ ได้ควบคุมตัวนายหราน เสียว หย่ง ผู้ต้องสงสัยฉุดผู้เสียหายขึ้นรถตู้และใช้กรรไกรจี้บังคับให้โอนเงินพร้อมด้วย น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว นกต่อที่เข้ามาตีสนิท ผู้เสียหายและนายเนี่ย ฉี เจิ่น มาสอบปากคำ แต่ไม่มีใครให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับ เจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาแจ้งว่าต้องการติดต่อทางสถานทูต
พล.ต.ท.ธิติ เผยว่า คนร้ายที่เข้าข่ายกระทำความผิด 3 คน จากพยานหลักฐานที่ปรากฏอัตลักษณ์ โดยกำลังจะหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน 2 คน และ 1 คนตามสมทบ รวม 3 คนดังกล่าว แต่จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้องจากคนที่ได้รับประโยชน์อีกโดยมีมากกว่า 1 คนขึ้นไป เป็นชาวต่างชาติ แต่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องบางส่วนมีครอบครัวเป็นคนไทย ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้มีการวางแผนร่วมกันมา เลือกเป้าหมายลงมือ และเลือกสถานที่ล่อหลอกกันมา ส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทย
กระบวนการของคนร้ายพยายามใช้บุคคลอื่นเป็นตัวบังและเชื่อมต่อเพื่อตัดตอนตัวเองไม่ให้เกี่ยวข้อง ส่วนเส้นทางการเงินอยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบ รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการลงมือกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่ เชื่อว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เหลืออาจจะมองหาเหยื่อที่มีทรัพย์สินและมีฐานะ ส่วนที่ว่ารู้ได้อย่างไรเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพิสูจน์ทราบ เพราะหลักฐานที่ทิ้งไว้อยู่ระหว่างฝ่ายสืบสวนตรวจสอบ และตัวที่เชื่อมต่อกับกลุ่มคนร้ายไม่ได้ให้การเป็นประโยชน์ เพื่อตรวจสอบว่ามีการก่อเหตุมากกว่า 1 ครั้งหรือไม่ เนื่องจากคนร้ายมีความนิ่งและวางแผนมาอย่างดี ส่วนหมายจับอื่นๆ จากการตรวจสอบวีซ่ายังไม่พบว่าเป็นบุคคลต้องห้ามแต่อย่างใด จึงได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมตรวจสอบ เพื่อไม่ให้กลุ่มคนบางกลุ่มมาสร้างพฤติกรรมไม่ดีส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศไทย
พล.ต.ท.ธิติกล่าวอีกว่า ส่วนจะเป็นอาชญากรข้ามชาติหรือไม่ ขณะนี้พยานหลักฐานยังไปไม่ถึง แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากทางพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีการเตรียมเดินทางออกข้ามแดนโดยเร็ว แต่อาจมีความเป็นไปได้ว่าจะมีกลุ่มคนที่เหลือให้การช่วยเหลือ ส่วนหลักฐานการโอนเงินได้ถูกโอนไปยังที่อื่นแล้ว เชื่อว่าความต้องการของกลุ่มคนร้ายต้องการตัวเลขที่สูงกว่าที่ได้ ทั้งนี้การกวาดล้างชาวจีนที่ออกมาทำผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ตามนโยบายของพล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และรองผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการให้ชัดเจนที่สุดไม่จับผู้ต้องหาผิดตัวเด็ดขาด