พปชร.-ภท.-ปชป.-ชทพ. บิ๊กตู่-รทสช.แถลงใหญ่ เปิด8ขุนพลเศรษฐกิจ
รทสช.คึก‘บิ๊กตู่’เปิดตัว 8 ขุนพลเศรษฐกิจ ดีเดย์ 25 เม.ย. โชว์ แคนดิเดตนายกฯ ลูกวิทยาปูด‘ประยุทธ์’ ชิงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ก่อนขอโทษ โพสต์ข้อมูลที่พรรคยังไม่คอนเฟิร์ม ด้าน พปชร.ยัน‘บิ๊กป้อม’ขึ้นแท่นปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ‘อนุทิน-ศักดิ์สยาม’ กินข้าวเที่ยง ‘ประวิตร’ รอบสอง ลั่นใครชนะเอานายกฯ ไป เล็งจับขั้วตั้งรัฐบาล‘พปชร.-ภท.-ปชป.-ชทพ.’ 203 เสียง ‘จุรินทร์’จัด 3 ทัพใหญ่ ปูพรมหาเสียงทั่วประเทศ ชทพ.เผยส่งผู้สมัครส.ส. 28 จังหวัด รวม 40-50 เขต ‘อิ๊ง-เศรษฐา’ขึ้นเวทีเมืองนนท์ อ้อนเลือกยกจังหวัด ย้ำดีเดย์ 5 เม.ย. เคาะชื่อ 3 แคนดิเดต นายกฯ
‘บิ๊กตู่’ลุยเปิดตัวทีมศก.รทสช.
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. รายงานข่าวเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค จะยื่นลากิจช่วงบ่ายวันที่ 23 มี.ค. เพื่อร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมเศรษฐกิจกับ รทสช. ที่ที่ทำการพรรคซอยอารีย์ กทม. ในเวลา 13.00 น. โดยบุคคลที่จะเป็นคณะทำงานทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 1.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน 2.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษารทสช. 4.ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
5.นายจักร บุญหลง กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) อดีตฑูตหลายประเทศ 6.นายชวิน อรรถกระวีสุนทร คณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 7.นาย วิท วรรณไกรโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาพาณิชยศาสตร์ จุฬาฯ และ 8.นายวินท์ สุธีรชัย สมาชิก รทสช. อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด ถือเป็น นักธุรกิจรุ่นใหม่ในแวดวงอุตสาหกรรมเหล็กไทย และวันดังกล่าวจะมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานจะเข้าประชุมด้วย
ส่วนการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ในวันที่ 25 มี.ค. จะเปิดตัวทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และระบบเขต ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 10.00-12.00 น. เป็นการสัมมนาผู้สมัครส.ส. จากนั้นเวลา 13.00-14.00 น. เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ก่อนเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมด และเปิดนโยบายพรรค โดยเตรียมเซอร์ไพรส์เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของ รทสช. ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์จะเข้าร่วมด้วย
ลูกวิทยาปูด‘ตู่’ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1
สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่านมายังไม่แสดงความชัดเจนว่าจะลงสมัครส.ส.บัญชี รายชื่อหรือไม่ แต่เช้าวันที่ 22 มี.ค. นายพูน แก้วภราดัย ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช รทสช. โพสต์ข้อความพร้อมภาพ พล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน ติดโลโก้พรรค ใบหน้ายิ้มแย้ม มีข้อความ “ลุงตู่ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 รวมไทยสร้างชาติ”
เมื่อสอบถามแกนนำ รทสช. ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ได้รับคำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มีการยืนยันและยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ ขณะที่เวลา 10.00 น. ของ วันเดียวกัน นายพูนได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไปแล้ว โดยมีรายงานข่าวว่า ผู้ใหญ่ใน รทสช.ไม่สบายใจ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่เคยมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้ารทสช. กล่าวว่า เรื่องนี้ได้พูดคุยกับนายพูน บุตรชายแล้ว ทราบว่าเป็นแอดมินเพจดำเนินการเอง โดยนำภาพและข่าวจากสื่อทีวีสำนักหนึ่ง ที่ได้จัดทำเพจไว้แล้วมาโพสต์ โดยไม่ได้ตรวจสอบด้วยตนเอง หลังจากนั้นเมื่อทราบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงได้ลบและเรื่องนี้ไม่ได้มีใครว่ากล่าวตักเตือน
‘พูน’ขอโทษโพสต์คลาดเคลื่อน
ช่วงค่ำ นายพูน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความขอโทษจากใจต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงสมาชิกในพรรค และพล.อ.ประยุทธ์ ที่ทางเพจของผมได้เผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางพรรค ซึ่งได้ทำการโพสต์อวยพรวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยภาพที่ได้ทำการบันทึกมาจาก อินเตอร์เน็ต มีข้อความในภาพว่า “ลุงตู่ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ” โดยคำกล่าวอ้าง ดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน และยังไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์
กระผมขออภัยสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยทำให้หลายๆ ท่านได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ตัวพูนและทีมงานจะระมัดระวัง คัดกรองข่าวสาร และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะทำการเผยแพร่ในอนาคตมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ความเชื่อมั่นกับ พี่น้องประชาชน ว่าจะได้รับข้อมูลและข่าวสารที่ถูกต้อง จากทุกช่องทางโซเชี่ยลมีเดียของ พูน แก้วภราดัย
‘สามสี’แนะ‘ประยุทธ์’ลงพื้นที่ถี่ขึ้น
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาของ นายกฯ และแกนนำรทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมอบหมายให้ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ขณะนี้ผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมมาก ซึ่งวันที่ 25 มี.ค. จะเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ เช่นเดียวกับผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ก็มีล้นแต่จะเลือกให้เหลือ 100 คน ขณะนี้ยังไม่ได้จัดลำดับ ส่วนนโยบายพรรคสรุปครั้งสุดท้าย 23 มี.ค. และจะประกาศให้ประชาชนได้รู้ว่า นโยบายทั้งหมดเป็นแบบไหน ทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร แต่ละคนล้วนเป็นคนเก่ง และมีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น
ตนได้เสนอ กก.บห. ว่า ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ มาช่วยผู้สมัครหาเสียงในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคือตัดปัญหา ให้นายกฯ ลาราชการบ้าง การหาเสียงจะได้ทำอย่างเต็มตัว ไม่จำเป็นต้องลาเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาก็ลาได้ งานที่เป็นราชการสามารถมอบหมายรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ทำหน้าที่แทนได้ ใกล้เลือกตั้งแล้ว ต้องหาเสียง สู้กับพรรคการเมืองอื่นด้วย เพราะพล.อ. ประยุทธ์ไปปรากฏตัวที่ไหนได้คะแนนเสียงที่นั่นดังนั้นต้องปรากฏตัวบ่อยๆ ไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของภาคใต้หลังจากนี้ไปจะพยายามพาพล.อ.ประยุทธ์ไปปราศรัย พบปะประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ในส่วนพื้นที่ภาคใต้ ตนไม่อยากพูดว่ารทสช. จะแลนด์สไลด์ เพราะเกรงใจพรรคเก่า เขาต้องมีดีของเขาได้รับเลือกมาบ้าง เราก็มีดีของเราที่จะได้รับเลือกเข้ามา พรรคอื่นก็มีบ้างแบ่งๆ กันไป แล้วมาทำงานร่วมกันในสภาทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่อย่าเป็นศัตรูกันในการหาเสียง

มีตติ้ง – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พาแกนนำพรรคเข้าพบและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เมื่อวันที่ 22 มี.ค.
‘หนู’เข้าป่ารอยต่อกินข้าวเที่ยง
เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวพล.อ.ประยุทธ์ จะลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ว่าจะลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ ก็ไม่น่ามีผลอะไร เป็นการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ช่วงการเปลี่ยนผ่านจากการรัฐประหาร
จากนั้นเวลา 11.00 น. นายอนุทินขึ้นไปพบพล.อ.ประยุทธ์ ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 10 นาที และเปิดเผยว่า นำพวงมาลัยไปกราบและอวยพรเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันเกิดเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค. ไม่มีโอกาส ตนอวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องการเมืองเนื่องจากมีบุคคลรอเข้าพบ นายกฯ จำนวนมาก นายกฯ มอบเหรียญหลวงปู่ทวด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นของที่ระลึกให้ตนและฝากไปให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการ ภท.ด้วย ซึ่งถือเป็นมงคล ตนจะนำไปบูชาบนเครื่องบินที่ขับเป็นประจำ ซึ่งชื่อดี เลื่อนสมณศักดิ์ ขณะที่สุขภาพของพล.อ.ประยุทธ์ดีแล้วและท่านไม่เครียด
สำหรับเหรียญหลวงปู่ทวด เป็นเหรียญเสมา หลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นชัยมงคล พุทธาภิเษก ณ อุโบสถวัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิ.ย.2562
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน นายอนุทิน นายศักดิ์สยาม และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรค ไปรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นับเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
โดยครั้งนี้มีแกนนำพปชร. ร่วมโต๊ะอาหาร อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช กก.บห. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค
ดีลจับขั้วรัฐบาล-นั่งนายกฯ
มีรายงานว่า เนื้อหาบทสนทนาเป็นเรื่อง พูดคุยการจับมือตั้งรัฐบาล มีการคำนวณตัวเลขที่แต่ละพรรคจะได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรคพปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง พรรคภูมิใจ จะได้ 70 ที่นั่ง รวมเป็น 140 ที่นั่ง บวกกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)จะได้เกิน 203 ที่นั่ง จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่ใช่เสียงข้างน้อย เพราะมีเสียงของ ส.ว.ด้วยส่วนหนึ่ง ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้ระบุว่า ส่วนเรื่องการเป็นนายกฯ ถ้าคะแนนใครชนะเอาไปเลย ส่วนพรรคที่ได้ 25-30-40 เสียง จะมาเอาไม่ให้ คนที่ได้คือเรากับหนู (นายอนุทิน) ทำให้นายอนุทินที่ฟังอยู่ยิ้มออกมาก่อนพูดทำนองว่า “ถ้าอาจะเอา เอาไปก่อน” นอกจากนี้ วงสนทนายังมีการประเมินเสียงของพรรค เพื่อไทย (พท.) จะได้ในครั้งนี้ไม่เกิน 170 ที่นั่ง โดย บรรยากาศการสนทนาครั้งนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ที่อารมณ์ดีในช่วงระหว่างคำนวณตัวเลขกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวงสนทนายังไม่ได้พูดไปถึงการแบ่งกระทรวง เพราะเป็นเรื่องอนาคต แต่โฟกัสไปที่ผลการเลือกตั้งก่อน และมีรายงานอีกว่า นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ประสานขอมาร่วมรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตรในโอกาสต่อไปด้วย
พปชร.ชู‘บิ๊กป้อม’อันดับ 1
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีพล.อ.ประยุทธ์ อาจลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 รทสช. ว่า การลงก็ดีทั้งนั้นแหละ ใครก็ลงทั้งนั้นแหละ ทุกคนก็ลง ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ลงสมัครจะเป็นทางเลือกที่ดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรยิ้มกว้าง ไม่ตอบคำถาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนการลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับ 1 ของพปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอรอให้มีการประชุมกก.บห. พิจารณาก่อน ต่อข้อถามว่าการลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะเป็นการปูทางเป็น นายกฯ ในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน เมื่อถามว่าจะเป็นจุดขายให้กับพรรคได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้
เวลา 14.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพปชร. ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งว่า พปชร.วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคครบทั้ง 400 เขต ส่วนบางเขตที่ผู้สมัคร ส.ส.เกิน วันนี้จะสรุปให้ชัดเจน เพื่อรับรองและจัดส่งไปทำไพรมารีโหวต ขณะที่รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ครบแล้ว 100 คน ลำดับที่ 1 คือ พล.อ.ประวิตร ลำดับที่ 2 ตามธรรมเนียมน่าจะเป็นชื่อตนในฐานะเลขาธิการพรรค ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ที่ไม่ได้ลงสมัครแบบแบ่งเขต ในแต่ละพื้นที่แต่ละภาคจะต้องปรับมาให้ที่ส่วนกลาง จากนั้นพรรคจะดูความเหมาะสมว่าจะดันขึ้นเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้หรือไม่ ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ของพปชร. ยังเป็น พล.อ.ประวิตร คนเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ในโซนปลอดภัย ถึงลำดับที่เท่าไร นายสันติกล่าวว่า ประมาณลำดับที่ 20 เพราะครั้งที่แล้ว พปชร.ได้คะแนนรวม 8 ล้านเสียง แต่ครั้งนี้แคนดิเดต นายกฯ คนเก่า ไปอยู่พรรคอื่นแล้ว จึงประมาณว่าครั้งนี้จะได้สัก 6 ล้านเสียงโดยประมาณ ต่อข้อถามว่า 6 ล้านเสียง พรรคประเมินว่าได้มาจากไหน นายสันติกล่าวว่า มั่นใจจากเสียงสะท้อนที่ลงพื้นที่ รวมถึงการทำโพลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้รับจ้าง แต่ยอมรับว่าบางครั้งโพลก็มีปัญหา
หากเรียงคะแนนแต่ละพรรค การคำนวณว่าพปชร.จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 คนยังน้อยไป ยืนยันว่าเป้าหมาย ส.ส.ทั้งหมดของพรรคยังตั้งไว้ที่ 150 ที่นั่งเหมือนเดิม และตัวเลขของผู้สมัคร ส.ส.ที่มั่นใจว่าจะชนะยังอยู่ในระดับเดิม ส่วนจะถึงตามเป้าหรือไม่อยู่ที่ประชาชนและคู่แข่ง ขอย้ำว่าทุกนโยบายที่เราพูดออกไปว่าทำจริง ทำทันที จะได้รับการตอบรับ ขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งหมด เนื่องจากอำนาจที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เป็นของนายกฯ
เกทับทีมเศรษฐกิจปึ้ก
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะได้ 6 ล้านเสียงหรือไม่ เพราะคะแนนของพท.ตีตื้นขึ้นมา นายสันติกล่าวว่า จากการลงพื้นที่และการนำเสนอนโยบาย รวมถึงหัวหน้าพรรคยังลงพื้นที่ไปพบประชาชน 76 จังหวัด กระแสตอบรับของประชาชนดีมาก โดยเฉพาะพี่น้องชาวรากหญ้าและในชนบทตอบรับ พล.อ.ประวิตรเป็นอย่างดี ไม่มีใครหรือใครมาต่อต้านหัวหน้าพรรค เพราะเราเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ พรรคมุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจนให้คนชนบท ทั้งเรื่องราคาพืชผลทางเกษตร ปาล์ม น้ำท่วม น้ำแล้ง เช่น ในฤดูแล้งนี้กำลังดูว่าพื้นที่ไหนที่การแก้ไขปัญหายังไปไม่ถึง จะรับฟังไว้ หากครั้งนี้ได้จัดตั้งรัฐบาลจะลงไปแก้ปัญหาเฉพาะในจุดนั้นทันที
ต่อข้อถามถึงรทสช. เปิดตัวทีมเศรษฐกิจ ซึ่งมีชื่อนายสุพัฒนพงษ์ เป็น 1 ในทีมดังกล่าว นายสันติกล่าวว่า เราจะไม่พูดถึงพรรคอื่นเพราะเสียมารยาท จะทำพรรคของเราให้ดีที่สุด เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนให้มากที่สุด เท่านี้พอใจแล้ว เมื่อถามว่าทีมเศรษฐกิจของ พปชร. พร้อมชนกับทุกพรรคใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เราไม่ได้คุย แต่เรามีอดีต รมว. คลัง 2 คน รมช.คลัง 2 คน เป็นอดีต 1 คน และปัจจุบัน 1 คนคือ ตน ฉะนั้น เรามุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจน เงินทุนของประชาชนที่เป็นคนจนที่ต้องการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี หาบเร่แผงลอย ที่ต้องดูแลไม่ให้กู้เงินที่ดอกเบี้ยแพงเกินไป
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. กล่าวว่า พปชร.น่าจะสรุปผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ วันที่ 28 มี.ค. ซึ่งพรรคมีไทม์ไลน์อยู่แล้ว และจะเคาะตัวผู้สมัครทั้งหมดให้เสร็จภายในวันที่ 30 มี.ค. เพราะจะเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันที่ 3-7 เม.ย. รับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และบัญชีรายชื่อนายกฯ 4-7 เม.ย. ซึ่งต้องมีการประชุมทำไพรมารีโหวตก่อน และต้องประชุมกก.บห. เพราะกระบวนการพิจารณาสุดท้ายอยู่ที่กก.บห.
ดึง‘บิ๊กแอ๊ด’เสริมทัพอีสานใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของบุคคลที่จะเข้ามาร่วมงานกับพปชร. ว่า พล.อ.ประวิตรได้มอบให้คนใกล้ชิด เข้าทาบทามพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อดีตแม่ทัพอีสาน พรรคไทยรักไทย(ทรท.) เข้าร่วมงาน เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อช่วยสู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุด พล.อ.ธรรมรักษ์ ได้ตอบรับที่จะมาช่วยงาน ดูแลพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของภท. ร่วมกับพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กก.บก. ที่พล.อ.ประวิตรมอบให้รับผิดชอบดูแลงานมวลชน และขับเคลื่อนงานตามนโยบายพรรค ทั้งเรื่องบริหารจัดการน้ำ และที่ดินทำกิน มาก่อนหน้านั้น โดยพล.อ.ประวิตร จะเปิดตัวพล.อ.ธรรมรักษ์ ในวันที่ 23 มี.ค. ที่พปชร.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ เป็นอดีตรมว.กลาโหม สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร แต่หลังการรัฐประหาร ปี 2549 ถูกตัดสิทธิ์การเมือง หลังทรท.ถูกยุบ เนื่องจากเป็นกก.บห. ต่อมาสมัยพรรคเพื่อไทย ไม่ได้วางบทบาทให้ทำงาน เพราะมองว่าไม่ดูแลกองทัพ จากการเกิดรัฐประหาร กระทั่งปี 2562 พล.อ.ธรรมรักษ์ มีชื่อเป็นประธาน ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติไทย
บ่น‘สุวัฒน์’ทิ้งพปชร.กระชั้นชิด
นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. พปชร. เปิดเผยว่า นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง ได้ลาออกจากพปชร.แล้ว หลังจากไปร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 33 เขต ก่อนหน้านั้น โดยแจ้งเมื่อเช้าวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแจ้งกระชั้นชิด ที่เตรียมเข้าสู่กระบวนไพรมารีของพรรคและเตรียมไปยื่นสมัคร คิดว่าหลังการยุบสภา ได้มีการเจรจาพูดคุยกับบางคนและอาจได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่า จึงตัดสินใจย้ายพรรค ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ยอมรับว่าเสียดาย เพราะเป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรคที่จะกระทบต่อฐานเสียง
“ควรจะบอกกันตั้งแต่เนิ่นๆ การมาบอกกระชั้นชิด ถึงแม้จะหาตัวคนใหม่มาแทนได้ แต่ก็จะเหนื่อยหน่อย ซึ่งพปชร.กำลังพูดคุย เพื่อหาตัวว่าที่ผู้สมัครมาแทน โดยจะพิจารณาจากคนที่อยู่ในบัญชีสำรอง” นายสกลธีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่คาดการณ์ว่า นายสุวัฒน์น่าจะไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์
‘วิฑูรย์’ไปไม่รอด-คืนรังปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อีสาน 6 สมัย ซึ่งลาออกจากสมาชิกปชป. ไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 พร้อม นายวุฒิพงษ์ นามบุตร หลานชาย อดีตส.ส.อุบลราชธานี ปชป. ได้มาที่ปชป. เพื่อเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค โดยนายวิฑูรย์สมัครเข้าเป็นสมาชิก ปชป.แบบตลอดชีพอีกครั้ง มีนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผอ.เตรียมการเลือกตั้งพรรค ร่วมต้อนรับภายใต้บรรยากาศการกลับบ้านที่อบอุ่น
นายวิฑูรย์กล่าวว่า การกลับมาปชป.ครั้งนี้ มีความมั่นใจว่าจะทำให้ ปชป.มีที่นั่ง ส.ส.ในภาคอีสาน เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน
สำหรับ นายวิฑูรย์เคยลาออกจากปชป. เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2564 จากนั้นมีกระแสข่าวว่าไปร่วมงานการเมือง กับพท.
‘อู๊ดด้า’จัด 3 ทัพใหญ่สู้ศึก
เวลา 13.35 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์ว่า นายวิฑูรย์ได้มาพบกับตนพร้อมแจ้งความประสงค์ที่อยากมาช่วยพรรค ตนก็ยินดีต้อนรับ เพราะถือเป็นผู้ที่เคยทำงานด้วยกันมา จึงไม่มีปัญหาอะไรที่กลับมาในครั้งนี้ ถือเป็นการมาช่วยเสริมทัพ ปชป.ในภาคอีสาน การเลือกตั้งครั้งนี้เราหวังว่าจะได้ที่นั่งส.ส.ในภาคอีสานเพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้วหลายที่ในหลายจังหวัด
ขอยืนยันว่าตอนนี้ปชป.เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่มีความพร้อมเต็มร้อย ในการสู่สมรภูมิการเลือกตั้ง และทุกอย่างเดินหน้าไปได้ด้วยดี รวมถึงมีความเป็นเอกภาพ และภายใน 2-3 วันนี้จะเข้าสู่การดำเนินการทำไพรมารีตามกฎหมาย เพื่อคัดตัวผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.เขต
หลังจากนี้ตนตั้งใจจะจัดทัพประชาธิปัตย์ โดยแบ่งเป็นทัพกระจายไปลงพื้นที่ทั่วประเทศ คือทัพที่ 1 นำโดยหัวหน้าพรรค ทัพที่ 2 นำโดยเลขาธิการพรรค และทัพที่ 3 นำโดยอดีตหัวหน้าพรรค ตอนนี้เรามีความพร้อมในการจัดทัพเหล่านี้แล้ว
ยืนยันว่าเรายังไม่มีการจับขั้วกับใคร แต่ขอทำให้ดีที่สุดก่อน เพื่อให้ประชาชนเลือกคนของปชป.ให้ได้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่าปชป.มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงขอทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ และเดินหน้าบอกกับประชาชนถึงอุดมการณ์ของเราว่ายังไม่เปลี่ยนแปลง
‘สุวัฒน์’สวมเสื้อสีฟ้าแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ปชป.วางแผนเตรียมเปิดปราศรัยใหญ่ไว้อย่างไรบ้าง นายจุรินทร์กล่าวว่า มีการเตรียมการโดยผู้ที่จะดำเนินการเป็นกลไกลหลักคือ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค ซึ่งจะมีศูนย์อยู่ที่พรรค และจะมีการจัดระบบว่าใครต้องไปที่ไหน จังหวัดไหนอย่างไรบ้าง จะมีกลไก 3 ทัพดังกล่าว และกลไกแต่ละภาค เมื่อไปภาคไหน รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคนั้นๆ จะเป็นผู้เข้ามารับผิดชอบดำเนินการต่อไป
ต่อข้อถามว่าจะมีโอกาสได้เห็นหัวหน้าพรรคกับอดีตหัวหน้าพรรคขึ้นเวทีเดียวกันหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะเราตั้งหลักชัดว่าจะแยกกันเดิน แยกกันตี ในการที่จะนำทัพ จะมีประสิทธิภาพมาก และอดีตหัวหน้าพรรคคนไหนถนัดพื้นที่ไหนก็จะไปที่นั้น ส่วนตนและเลขาธิการพรรคต้องรับผิดชอบดูแลทั้งประเทศ เราจะแยกทัพกัน จึงไม่จำเป็นต้องมาอยู่เวทีเดียวกัน เพราะการแยกกันไปในแต่ละพื้นที่จะช่วยทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า เพราะมีเวลาจำกัดประมาณ 2 เดือน เราจึงจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะทำให้ปชป.ได้ชัยชนะหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปดูฤกษ์อะไร วันไหนก็วันนั้น วันที่ดีที่สุดคือวันที่เราได้ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองและได้สั่งสมมาให้ประชาชนได้เป็นผู้ตัดสินว่าเขาเห็นเราเป็นอย่างไร มั่นใจในอุดมการณ์ ในทิศทางและผลที่เราทำอย่างไร ดังนั้นเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นวันไหนถือว่าเป็นวันดีเสมอ
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ที่ลาออกจากพปชร.เตรียมมาอยู่กับปชป. นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ จึงไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้
ล่าสุดมีรายงานว่านายสุวัฒน์ได้สมัครเป็นสมาชิกปชป.แล้ว คาดว่าจะลงสมัครส.ส.เขต ในกทม. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของพรรคว่าจะให้ลงเขตไหน
กางนโยบายพลิกฟื้นกทม.
เวลา 10.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. นำทีมกทม.เปิดนโยบาย กทม. พร้อมชม “Policy Exhibition” ที่ลานพระแม่ธรณี ปชป.
นายองอาจกล่าวว่า นโยบายของกรุงเทพฯ เดินตามนโยบายสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งเป็นนโยบายที่เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน จากกระบวนการฟัง คิด ทำ และนำมาจัดทำเป็นนโยบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสามารถพลิกฟื้นและเปลี่ยนกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง
ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. กล่าวถึงนโยบายการสร้างคน ว่า ปชป.ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่ให้ภาครัฐพูดเองเออเอง และขอประกาศให้พื้นที่ 16 เขตชั้นในเป็นเขตมลพิษต่ำ ซึ่งในพื้นที่ชั้นในมีโรงเรียนมากกว่า 300 แห่ง และโรงพยาบาลกว่า 40 โรงพยาบาล ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่อะลุ่มอล่วย แต่ให้โบนัสกับผู้ที่ช่วยลดฝุ่นพิษ
นอกจากนั้นยังมี นโยบาย “เดลต้า เวิร์ค ไทยแลนด์” กรุงเทพฯ ต้องไม่จมน้ำ ที่จะมาแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วม น้ำขัง น้ำหนุน โดยจะผลักดันให้มีการทำโครงการป้องกันน้ำทะเลหนุนครั้งแรกของกรุงเทพฯ บูรณาการระบบป้องกันน้ำท่วม โดยใช้ดาวเทียม ซึ่งโครงการนี้จะไม่ได้ช่วยแค่กทม. แต่จะช่วยในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดด้วย
ส่วนโครงการเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ไม่มีค่าหน่วยกิต พร้อมเริ่มทำทันทีหากปชป.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยให้โอกาสนักเรียน นักศึกษา ได้ฝึกงานตั้งแต่อายุ 18 ปี ซึ่งจะสามารถผลิตนักศึกษาที่มีงานทำได้ 1 ล้านคนต่อปี เพิ่มเงินค่าครองชีพให้กับผู้กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จากเดือนละ 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท และมีอินเตอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุดทั่วกทม. อินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด จะเกิดขึ้นทันทีทั่วประเทศ
ปชป.ยังสนับสนุนการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ เมื่อได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะให้รัฐบาลซื้อตั๋วรถไฟฟ้าล่วงหน้า และนำส่วนต่างจากการลดราคามาให้กับประชาชน รวมถึงนโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน และนโยบายที่จะให้ประชาชนตรวจสุขภาพฟรี ดังนั้นขอโอกาสให้ปชป.กลับบ้านมาดูแลลูกหลานชาวกทม. ขอให้ช่วยเลือกปชป.ทั้งคน ทั้งพรรค ส.ส. 33 เขต
ผลักดันโทษประหารคนทุจริต
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ กล่าวถึงแนวนโยบายด้านการสร้างชาติ ว่าปชป.ยึดนโยบาย ตาต่อตาฟันต่อฟัน “ไม่เอากัญชา ทำลายยาบ้า ยาเสพติด และทุจริตคือวิกฤตชาติ” ซึ่งเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมทุกประเภท ถึง 80% ขณะที่สถานที่บำบัด กลายเป็นสถานที่แลกเครือข่ายกัน โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ให้มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเอาผิดทุกคน พร้อมกับพัฒนาด้านการบำบัดรักษา ทำให้คนติดยาเสพติดน้อยลง รวมถึงเรื่องการทุจริต ปชป.จะผลักดันให้มีการลงโทษสูงสุด คือ โทษประหารชีวิต กับการทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ สรรหาคนที่จะมาเป็นตัวแทนองค์กรอิสระ ที่ต้องเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตเท่านั้น สามารถตรวจสอบได้
ส่วนน.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. กล่าวถึงนโยบายสร้างเงิน พร้อมโชว์กระเป๋ารูปทรงไก่ สีฟ้า ที่ได้ไปเจอกับกลุ่ม BWild Irsan ดีไซเนอร์คนอีสานรุ่นใหม่ ว่า เป็นงานที่สามารถสร้างรายได้ นำเงินจากต่างชาติเข้าไทย ซึ่งน้องๆ กลุ่มนี้ยังคงต้องทำนาในชนบทควบคู่ไปด้วย เพื่อไล่ตามความฝันของตัวเอง โอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสินค้าและความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สำคัญ เปลี่ยนกระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นเกรด A ขับเคลื่อนการสร้างโอกาสให้กับประเทศไทย ด้วยนโยบายกองทุนไอเดีย 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน เพื่อนำไปพัฒนาทุนมนุษย์ ทำมหาวิทยาลัยทุกช่วงวัย เพื่อเพิ่มทักษะให้กับนักศึกษา ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ส่งออกวัฒนธรรมไทยผ่านอุตสาหกรรมบันเทิง เพื่อผลักดันให้อัตลักษณ์เหล่านี้ไปถึงสายตาชาวโลก ดึงนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถ มาเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษากับผู้ที่อยากลงทุน
ส่วนนโยบายแต้มต่อ SME 3 แสนล้านบาท โดยการเพิ่มผลผลิต SME, สรรหาตลาดใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ, การเปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเท่าเทียม ทำให้วลี “รวยกระจุก จนกระจาย” เปลี่ยนเป็น “หยุดจน รวยกระจาย”
ชทพ.จ่อเคาะผู้สมัคร 28 จว.
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) แถลงผลการประชุม กก.บห.ว่า ที่ประชุมพิจารณาการส่ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. โดยพิจารณาจากกติกาที่กำหนด ต้องให้สมาชิกพรรคเห็นชอบว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยพรรคสามารถส่ง ผู้สมัคร ส.ส.ได้ 28 จังหวัด ส่งได้ประมาณ 100 เขต จะไม่ส่งเขตครบทั้งหมด แต่พิจารณาพื้นที่ที่มีความหวัง ประมาณ 40-50 เขตเท่านั้น
สำหรับการพิจารณาส่งส.ส.บัญชีรายชื่อ กรรมการสรรหาจะส่งรายชื่อทั้ง 100 คน ให้ที่ประชุม กก.บห.เห็นชอบ 29 มี.ค.นี้ พร้อมจัดลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรรายชื่อด้วย การพิจารณาของ กก.บห.ถือว่าเป็นเด็ดขาด จากนั้นวันที่ 31 มี.ค. พรรคจะจัดการประชุมใหญ่สามัญ มีวาระสำคัญคือ การเสนอแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคเพิ่มเติม 3 คน คือ นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายสันติ กีระนันทน์ และนายชาติชาย พยุหนาวีชัย นอกจากนั้นจะอบรมปฐมนิเทศว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เสนอให้ กก.บห.ตั้งกรรมการด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 1 คณะ โดยมีนายวราวุธเป็นประธาน
ด้านนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการชทพ. ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งชทพ. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหานัดแรกว่า คณะกรรมการสรรหาได้ตรวจสอบรายชื่อ ผู้สมัครส.ส.แบบเขตไปได้ 50-60 เขตแล้ว ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อกำลังตรวจสอบคุณสมบัติกันอยู่ว่าใน 100 กว่าคนนี้มีใครมีคุณสมบัติต้องห้ามอย่างไรหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ภาพรวมเสร็จไปแล้วกว่า 80% และในสัปดาห์หน้าจะประชุมพิจารณาขั้นสุดท้ายก่อนส่งไปยังกก.บห.พิจารณา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังมีรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ คิดว่าผู้สมัครที่จะมาใหม่ในสัปดาห์นี้ก็ยังมีอยู่ แต่ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นจังหวัดที่ได้มีการทำไพรมารีเรียบร้อย

บุกนนท์ – น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ขึ้นเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี ที่ลานท่าน้ำ นนทบุรี เมื่อ 22 มี.ค.
พท.อ้อนคนนนท์เลือกยกจว.
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ตลาดสดเทศบาลนนทบุรี พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรีทั้ง 8 เขต ลงพื้นที่พบปะประชาชน ต่อมาเวลา 17.30 น. จัดปราศรัยใหญ่ที่ลานตลาดท่าน้ำนนท์ โดยมีประชาชนกลุ่มเสื้อแดงมารับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ และมีบางส่วนเช่าเรือมาจอดมาฟังปราศรัยข้างเวทีริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย
นพ.ชลน่านปราศรัยว่า วันนี้เรายกทัพมาปราศรัย จ.นนทบุรีครั้งแรก ภายหลังลุงคนนั้นได้ประกาศยุบสภา วันนี้ 14 พ.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้ง เราร่วมกันเข้าคูหาตัดสินอนาคตพวกเราและอนาคตของลุงคนนั้น ฉะนั้นเรามาคิดใหญ่เพื่อเอา 3 ลุงกลับบ้าน และเอา พท.กลับคืนมา เราต้องร่วมมือกันเข้าคูหากาพท. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อทั้งจังหวัด
“3 ป.จะมาจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าเสียงเราได้ไม่มากพอ เขาแย่งจัดตั้งรัฐบาลจากส.ว. 250 บวกกับเขา 126 เสียง ก็สามารถเลือกนายกฯ ได้ ฉะนั้นป้องกันไม่ให้เขามาแข่งจัดตั้งรัฐบาลกับเราขอ 310 ยกนนทบุรีทั้ง 8 เขตได้หรือไม่ แม้เราได้ 260 อาจจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะลุงไม่ยอม ถ้าลุงไม่ยอมแล้วส.ว. 250 ไม่เลือกนายกฯ ปล่อยให้เดดล็อกเลือกเท่าไรก็เลือกไม่ได้ ลุงจะอยู่ต่อไปอีก 2 ปีเป็นรัฐบาลรักษาการ” นพ.ชลน่านกล่าว
5 เม.ย.เคาะแคนดิเดตนายกฯ
ด้าน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ในอดีตสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยได้รับความไว้วางใจเลือกเรายกจังหวัด คราวนี้ขอเลือก พท.ยกจังหวัดอีกรอบได้หรือไม่ วันนี้ขอ อุ้มท้อง 8 เดือนมาการันตีว่า พท.จะเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยึดหลักประชาธิปไตย และตั้งใจมาบอกกล่าวพี่น้องว่าเลือกเราแล้วได้อะไร ซึ่ง พท.จะทำค่าแรงให้ถึง 600 บาท ภายใน 4 ปี
นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้เป็นการปราศรัยบนเวทีครั้งแรกของตน หลังมีการคืนอำนาจให้กับประชาชน รู้สึกฮึกเหิม สบายใจ และปีติยินดีอย่างยิ่ง วันนี้เราต้องการผู้นำที่เชื่อมต่อโลกภายนอกได้ พท.จะนำความรุ่งเรือง เอาเงินมาเติมกระเป๋าพี่น้องทุกคนให้อยู่ดีกินดีกว่า 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งนโยบายช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท ดิจิทัลวอลเล็ตเติมเงินในกระเป๋าให้กับคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ขอบอกตัวเลข เดี๋ยวจะถูกพวกพรรคเสิ่นเจิ้นทั้งหลายมาก๊อบปี้ พร้อมผลักดันพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมเมื่อเป็นรัฐบาล เพื่อคืนความเสมอภาคเท่าเทียมให้พี่น้องทุกหมู่ทุกเหล่า
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หัวหน้าพรรคบอกแล้วว่า วันที่ 5 เม.ย. จะประกาศรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ 3 คน ของเรา จิ้มคนไหนก็โดน ไม่เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ทางฝั่งรัฐบาลกำลังเตรียมดรีมทีมกัน ฉะนั้นทางเดียวคือต้องเดินไปกับ พท.ให้สุดทาง และสนับสนุนดรีมทีมของ พท.ดีกว่า คนนนทบุรีนี่แหละที่จะเอาคืนเผด็จการ จะเอาคืน พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ขอให้เลือก พท.ให้แลนด์สไลด์ยกจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 23 มี.ค. เวลา 10.30 น. แกนนำพท. นำโดย นพ.ชลน่าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงข่าวเปิดตัว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.ยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.อุตสาหกรรม ที่ย้ายมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพท. ภายหลัง ลาออกจากพปชร.

7ขุนพลศก. – น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถลงเปิดตัวแกนนำหลักทีมเศรษฐกิจของพรรค 7 คน ที่ทำการพรรค
ก้าวไกลเปิด 7 ขุนพลเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคก้าวไกล(ก.ก.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถลงเปิดตัวแกนนำหลักทีมเศรษฐกิจของพรรคทั้ง 7 คนว่า ทั้ง 7 คนถือเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมลงตัว ทั้งในด้านวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่มากไปด้วยประสบการณ์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของ ก.ก. ต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบเป็นธรรม คือ เติบโตทางเศรษฐกิจด้วย และมีการกระจายดอกผลของการเติบโตอย่างเป็นธรรมด้วย หรือที่เรียกว่า Inclusive Growth เป้าหมายมี 3 ส่วนคือ วางรากฐานชีวิตคนไทยให้มั่นคง สร้างกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรม และ พาธุรกิจไทยไปบุกตลาดโลก
สำหรับรายชื่อทีมเศรษฐกิจ มีดังนี้ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือ “ต้น” เป็นรองศาสตราจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) มหาวิทยาลัยด้านนโยบายสาธารณะแห่งกรุงโตเกียว เป็น ผู้เขียนหนังสือ “เศรษฐกิจสามสี : เศรษฐกิจแห่งอนาคต”, นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล หรือดร.ชาย กรรมการบริษัทเอกชนสินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ไทย Moshi Moshi เป็น ผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ, นายวรภพ วิริยะโรจน์ หรือเติ้ล อดีตส.ส.ก.ก. หนึ่งในแกนนำพรรคด้านเศรษฐกิจ

มนุษยชน – กลุ่มแอมเนสตี้ ประเทศไทย พร้อมนักกิจกรรมและภาคประชาชน จัดกิจกรรมเดินเท้าจากแยกนางเลิ้งไปยังทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรม ที่ยังถูกขังและยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมด รวมทั้งให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามพันธกรณี ด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศด้วย เมื่อวันที่ 22 มี.ค.
หน.ทีมโวเหนือกว่าทุกพรรค
นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ เป็น 1 ใน 100 รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก.ก., นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือดร.โจ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการเงินและนักยุทธศาสตร์ด้านข้อมูล, นายเดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ก.ก. อดีตอาจารย์ ม.เกษตรศาสตร์ และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้า ก.ก. เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก้าวไกล เคยเป็น ผอ.ฝ่ายนโยบาย พรรคอนาคตใหม่
“ทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกลจะนำเสนอในประเด็น “7 วาระเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” คือ Made with Thailand, เปิดโอกาส เปิดตลาด SME ทลายทุนผูกขาดลดค่าครองชีพ Unlock เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แปลงข้อมูลเป็นขุมทรัพย์ หยุดแช่แข็งชนบทไทย และยกเครื่องภาครัฐ นำเศรษฐกิจไทยก้าวหน้า มั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจของพรรคมีความเป็นหนึ่งเหนือกว่าทุกพรรค เพราะเราได้คัดสรรส่วนผสมที่ลงตัว อาจไม่ใช่หน้าเก่าที่คนคุ้นเคย แต่หลายครั้งเราต้องการคนหน้าใหม่เข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง ถ้ายังอยู่กับคนหน้าเก่าทีมเดิมจะคาดหวังความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
‘เสธ.หิ’บี้เยียวยาจำนำข้าวพิจิตร
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ได้สั่งการให้ นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ พร้อมคณะเร่งติดตามความคืบหน้ากรณีเกษตรกร จ.พิจิตร จำนวน 470 ครอบครัว ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาเงินค่าจำนำข้าวเปลือก จำนวนเงินกว่า 58 ล้านบาท จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเพื่อเกษตรกรปีการผลิต พ.ศ.2548/2549 ในสมัยรัฐบาลในอดีต ทำให้ทราบว่ายังมีปัญหาติดขัด เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินเยียวยาถึงปัจจุบันนี้
นายหิมาลัยกล่าวว่า หลังจากมีการประชุมเพื่อเร่งรัดให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยไปเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ได้สั่งการให้ตนติดตามความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นได้สอบถามไปยัง นายไชยา สมถวิล ปลัดจังหวัดพิจิตร ได้แจ้งว่าทางจ.พิจิตรได้ส่งเอกสารข้อมูลของเกษตรกรที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเมื่อปี 2548/2549 ไปให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) แล้ว และรอการพิจารณา หลังจากนั้นได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ รองผู้อำนวยการอคส. ทราบว่าทางจ.พิจิตรส่งเอกสารมาให้แล้ว อคส.ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเดิม ทางจ.พิจิตรไม่ได้ส่งข้อมูลในเรื่องชนิดข้าว และความชื้นมาให้ ทำให้ลงมติในการเทียบเคียงไม่ได้ ซึ่งอคส.จะทำหนังสือถึงจ.พิจิตรเพื่อขอข้อมูลเพิ่ม เรื่องนี้ยาวนานถึง 17 ปี เพราะติดปัญหาที่ระบบราชการ ตนจะติดตามเรื่องนี้ต่อไปจนกว่าชาวนาจะได้รับเงินชดเชยตามที่นายพีระพันธุ์ได้เร่งรัด