หากเข้าเร็ว-อาจรอดชีวิต‘บิ๊กต่อ’แจงเหตุยืดเยื้อ
ยอดตาย4-บาดเจ็บ3ญาติรับศพกลับบ้าน
ผู้ว่าฯเร่งเยียวยาจิตใจ

พ่อแม่ร่ำไห้รับศพเหยื่อหนุ่มคลั่งยิงกราด 3 ศพที่เพชรบุรี หลังตร.ชุดนเรศวร คอมมานโด นปพ.ภาค 7 ปิดล้อมนาน 15 ชั่วโมง ก่อนจับตายมือปืนดับในห้องพระ ชั้น 2 โวยตร.ปฏิบัติการช้า ชี้หากเข้าเร็วกว่านี้ เหยื่ออาจรอดชีวิต‘บิ๊กต่อ’ รองผบ.ตร.ยันปฏิบัติตามขั้นตอน ทางยุทธวิธี พยายามเจรจาแล้วแต่ไม่ได้ผล เผยคนร้ายฝึกยิงปืนจนชำนาญ เป็นนักยิงปืนดับเบิ้ลแท็ป สรุปยอดตาย 4 ศพ บาดเจ็บอีก 3 ราย ผู้ว่าฯสั่งเร่งเยียวยาญาติเหยื่อ

เก็บกู้ 3ศพเหยื่อหนุ่มคลั่ง
จากกรณีนายอนุวัช แหวนทอง หรือปิง อายุ 29 ปี อดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยาน แห่งชาติทับลาน ก่อเหตุกราดยิง 3 ศพภายในบ้านพัก หมู่บ้านกรุงเพชรวิลล่า ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี และมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดตั้งแต่เวลา 13.30 น. วันที่ 22 มี.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อม พร้อมเจรจาให้มอบตัว แต่คนร้ายยังไม่ยอม และยังไม่สามารถนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาได้ ตามที่เสนอข่าว แล้วนั้น

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านจุดเกิดเหตุทุกทิศทาง เเละนำรถหุ้มเกราะเข้าไปนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ ส่วนนายอนุวัช ผู้ก่อเหตุ ยังหลบอยู่ภายในบ้านเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจถึง 2 รอบ โดยเมื่อเวลา 23.49 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษนำกำลัง 1 ชุด พร้อมรถกระบะ 1 คันเป็นโล่กำบังขับนำเข้าไปใกล้บ้านที่เกิดเหตุ พร้อมนำเปลสนาม ซึ่งเป็นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าไปด้วย เพื่อลำเลียงร่างของผู้เสียชีวิตออกมา

ต่อมาเวลา 23.52 น. สามารถนำร่างของนายรัฐกร ทองแก้ว หรือ เบล อายุ 22 ปี สวมใส่เสื้อแดงออกมาจากที่เกิดเหตุได้เป็นรายแรก จากนั้นเวลา 23.55 น. นำร่างนายพสิษฐ์ เอมโอษฐ์ หรือ โอ๊ต อายุ 22 ปี สวมเสื้อสีดำ คู่กรณีคนก่อเหตุ ออกจากพื้นที่เกิดเหตุ โดยร่าง ทั้ง 2 ราย เสียชีวิตอยู่ห่างกันไม่ถึง 2 เมตร จึงสามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ต่อเนื่อง ขณะที่ แม่ของนายรัฐกร เมื่อเห็นศพลูก ถึงกับร้องไห้จนเป็นลม โดยมีพ่อและญาติพยุงออกมา

ต่อมาเวลา 00.21 น. วันที่ 23 มี.ค. เจ้าหน้าที่ นำร่างของนายสิรภัทร วัฒนะ อายุ 27 ปี พนักงานส่งพัสดุที่เสียชีวิตขึ้นรถกระบะ กันกระสุน พร้อมรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ ทำให้สามารถเก็บกู้ร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายออกมาได้แล้ว

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 3 ราย ประกอบด้วย 1.ร.ต.ต.กนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง 2.นายกฤษดา ศรีทา อายุ 36 ปี ถูกยิงที่บริเวณก้น 1 นัด เเละ 3.ร.ต.ท.สมหมาย เเย้มเยื้อน สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี

ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่จุดเกิดเหตุ มีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 50 นัด

เวลา 01.09 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษนำกำลังพร้อมด้วยรถหุ้มเกราะเข้าไป ยังบ้านจุดเกิดเหตุ จากนั้นเปิดฉากยิงกดดัน 19 นาที มีเสียงปืนดังตอบโต้กันรวมกว่า 50 ครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะถอนกำลังกลับที่ตั้ง และเริ่ม ใช้โดรน 2 ลำบินสำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุนาน 8 นาที ก่อนจะเข้าปฏิบัติการเป็นครั้งที่สอง

ต่อมาเวลา 01.53 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษนำรถหุ้มเกราะและกำลังเข้าปฏิบัติการครั้งที่สอง โดยมีเสียงปืนดังขึ้นอีกว่า 50 ครั้ง และใช้เวลา 38 นาที ก่อนจะถอนกำลังกลับที่ตั้งในครั้งที่สอง

ปิดล้อม 15 ช.ม.-ตร.วิหนุ่มคลั่ง
เมื่อเวลา 03.45 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี สั่งการให้ตำรวจชุดนเรศวร 261 ตำรวจชุดคอมมานโด และตำรวจชุดอินทรี 7 นำกำลังบุกเข้าบ้านที่เกิดเหตุเพื่อจับกุมนายอนุวัช

โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถหุ้มเกราะเป็นกำบังและเคลื่อนตัวบุกเข้าบ้าน 2 ชั้นที่คนร้ายหลบซ่อนตัว และบุกไปที่บริเวณห้องชั้น 2 ด้านหลังพบ นายอนุวัชซ่อนตัวอยู่ในห้อง ทันทีที่นายอนุวัช เห็นตำรวจชุดจับกุมบุกเข้ามา ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระสุนปืน 6 นัด ถูกโล่ป้องกันกระสุน เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ กระสุนถูกนายอนุวัชเสียชีวิตทันทีภายใน ห้องพัก รวมระยะเวลาการปิดล้อม 15 ชั่วโมง

จากนั้นนายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผวจ.เพชรบุรี พล.ต.ท.ธนายุตม์ พล.ต.ต.ปิติ พร้อมด้วยอัยการ แพทย์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พบอาวุธปืนสั้นยี่ห้อกล็อก 19 ที่ตัวผู้ตาย 1 กระบอก และกระสุนจำนวนมาก

จากการตรวจภายในบ้านที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ก่อเหตุนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน พบปืนขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก ส่วนประวัติของผู้ก่อเหตุนั้นชอบฝึกยิงปืนจนเกิดความชำนาญ เพราะขณะก่อเหตุจะยิงปืน “ดับเบิ้ลเเทร็ป” หรือยิงรัวหลายนัดตอบโต้กลับมา เพราะสภาพศพของผู้เสียชีวิต 3 รายที่โดน ผู้ก่อเหตุยิง จากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่า มีรอยกระสุนรวมกันมากกว่า 30 นัด พบว่ากระจกหน้าต่างแตก มีปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อน ด้านหน้าบ้านมีแผ่นสติ๊กเกอร์ ติดอยู่บนผนังระบุว่า “เขตปลอดอาวุธ” ซึ่งอยู่ระหว่าง รอพิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้ก่อเหตุไปไว้ที่วัดถ้ำแก้ว ต.โพไร่หวาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อรอพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าชันสูตรศพเบื้องต้น

สรุปเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายพสิษฐ์ เอมโอษฐ์ หรือ โอ๊ต อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นคู่กรณีคนก่อเหตุ 2.นายรัฐกร ทองแก้ว หรือ เบล อายุ 22 ปี เพื่อนของคู่กรณี และ3.นายสิรภัทร วัฒนะ อายุ 27 ปี พนักงานขนส่งพัสดุ และ 4.นายอนุวัช แหวนทอง ผู้ก่อเหตุ

ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย 1.ร.ต.ต.กนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง ถูกยิงเข้าที่บริเวณช่วงแก้มและคอ 2.นายกฤษดา ศรีทา อายุ 36 ปี ถูกยิงที่บริเวณก้น 1 นัด และ 3.ร.ต.ท.สมหมาย เเย้มเยื้อน สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัด เพชรบุรี ถูกยิงด้วยกระสุนปืน เฉี่ยวเข้าบริเวณแก้มขวา

ตร.แจงเหตุปฏิบัติการยืดเยื้อ
พล.ต.ท.ธนายุตม์เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนยุทธวิธีจากเบา ไปหาหนัก พยายามป้องกันประชาชน และดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย ตามนโยบายที่พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.มอบให้ สาเหตุที่สถานการณ์ยืดเยื้อเพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย พยายาม ให้โอกาส เกลี้ยกล่อมให้มอบตัวหลายครั้ง ทั้งให้แม่และเพื่อนพยายามเกลี้ยกล่อม แต่ก็ไม่ เป็นผล คนร้ายยังยิงต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมรุนแรง ทำให้รวมมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ประชาชนและตำรวจบาดเจ็บรวม 3 ราย จึงจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด ขณะที่ชุดจับกุมเข้าปฏิบัติการพบผู้กระทำผิดยังต่อสู้และยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจกระสุนถูกโล่กันกระสุนถึง 6 นัด เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องวิสามัญ คนร้าย ทั้งที่ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้ ขอแสดงความเสียใจกับญาติ และผู้สูญเสีย ทุกรายด้วยความจริงใจ ส่วนแรงจูงใจและสาเหตุ ที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก

“ส่วนที่เหตุการณ์ยืดเยื้อเนื่องจากผู้ก่อเหตุยิงตอบโต้ตำรวจ จึงต้องนำชาวบ้านออกมา ให้หมดก่อน ถึงจะสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาแล้วแต่ไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุยิงตอบโต้กลับมา จากชั้น 2 ของบ้าน โดนโล่กำบังของตำรวจชุดอินทรี 7, ชุดปฏิบัติการพิเศษนเรศวร 261 และชุดปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด 6 นัด จนมีสภาพยุบ โดยผู้ก่อเหตุ ปิดไฟ ปิดม่าน และใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นที่กำบัง ทำให้ตำรวจมองไม่เห็น แต่ผู้ก่อเหตุมองเห็นตำรวจชัดเจน ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ คนก่อเหตุก็ยังยิ่งคลุ้มคลั่ง จนตัดสินใจวิสามัญในที่สุด เพราะไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย ไปมากกว่านี้” พล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าว

พล.ต.ต.ปิติกล่าวว่า คนก่อเหตุทักบอกเพื่อน ยืนยันว่าไม่เจรจา จะต่อสู้กับตำรวจอย่างแน่นอน หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว เข้าตรวจสอบ จุดเกิดเหตุ พบปืนขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก และแม็กกาซีนบรรจุกระสุน 2 ชุด ซึ่งญาติบอกว่า ผู้ก่อเหตุมักจะสั่งซื้อกระสุน ทางออนไลน์มาเก็บไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนที่แน่ชัด นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณพื้นบ้าน ผู้ก่อเหตุราดน้ำมันพืชไปทั่วบ้าน คาดว่าป้องกันการเข้าจู่โจมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนประวัติของผู้ก่อเหตุนั้น เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี 2563 ซึ่งทำงานได้แค่ 6 เดือน ก่อนที่หน่วยงานจะไม่ต่อสัญญา

“สำหรับปมการก่อเหตุครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุ มีปัญหากับคู่กรณี ซึ่งเป็นนักศึกษา 2 คน ที่เช่าบ้านอยู่ตรงข้าม เมื่อเดือนพ.ย. 65 มีปัญหา ทะเลาะวิวาทเป็นคดีความ จนขึ้นศาลมาแล้ว 2 ครั้ง โดยผู้ก่อเหตุเป็นจำเลย ซึ่งช่วงบ่าย วันที่ 22 มี.ค. ทั้งสองฝ่าย มีนัดขึ้นศาลเป็นครั้งที่ 3 แต่ไม่มาตามนัด จนมารู้ข่าวเหตุการณ์กราดยิง” พล.ต.ต.ปิติกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่แล้ว ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงต่างทยอยเข้าบ้านตัวเอง หลังจากเมื่อคืนนี้ ต้องอพยพออกมาเพื่อความปลอดภัย

เพื่อนบ้านเล่านาทีหนุ่มคลั่งยิง
นางเปล่งศรี จันทร์ศิริ อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ตนอยู่ในบ้านตามปกติ ได้ยินเสียงปืนดัง ต่อเนื่อง เลยมองผ่านกระจกจากในบ้าน เห็นผู้ก่อเหตุกำลังวิ่งใช้ปืนไล่ยิงผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่เป็นนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 10 นัด ก่อนจะหลบหนีเข้าบ้าน พอตนเดินออกมาดูหน้าบ้าน เห็นผู้เสียชีวิต 1 ราย ร่วงลงจากรถจักรยานยนต์ ส่วนอีก 1 รายนอนเสียชีวิต บนรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยความตกใจเลยเดินออกจากบ้าน ไปเรียกคนรู้จักที่อยู่ตรงข้ามบ้านผู้ก่อเหตุ จังหวะที่กำลังเรียกเพื่อนบ้าน ผู้ก่อเหตุตะโกนออกมาจากในบ้านว่า “ป้าเข้าบ้านๆ ไป อยากตายอีกศพหรือไง” ตนตกใจมาก จึงรีบเดินและรีบปิดบ้านทันที เพราะกลัวไม่ปลอดภัย หลังจากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่อง ไม่ได้ย้ายออกไปไหน หลบอยู่ภายในบ้านทั้งคืน ยอมรับว่าหวาดกลัวมาก ต้องอยู่กับความมืด เพราะไม่กล้าเปิดไฟ ภาพทุกอย่างยังติดตา และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในช่วงเวลา 01.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทีมเยียวยาจิตใจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต้นมะม่วง และฝ่ายปกครองลงพื้นที่ มาสอบถามข้อมูลชาวบ้าน ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินสภาพจิตใจเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มของผู้สูงอายุที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสที่จะเผชิญภาวะโรคความเครียด ภายหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญได้ เบื้องต้นจะใช้เวลา 2 สัปดาห์ หากพบว่ามีรายใดยังอยู่ในอาการตกใจหรือเข้าข่ายในลักษณะดังกล่าว จะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตามลำดับ

พฐ.เก็บหลักฐานบ้านเกิดเหตุ
ต่อมาเวลา 11.30 น. ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดเพชรบุรี นำโดยว่าที่พ.ต.อ.หญิง เอกจิตตรา มีไชยธร นวท.(สบ4) พฐ.จว.เพชรบุรี เข้าตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ เบื้องต้นพบรอยกระสุนปืนหลายแห่ง ที่หน้าบ้าน มีปลอกกระสุน รวมทั้งร่องรอยพื้นปูนที่ถูกกระสุนปืนยิงกระทบหลายแห่ง

ส่วนบรรยากาศบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุและใกล้เคียงปิดบ้านเงียบ มีเพียงเจ้าหน้าที่ดูแลระหว่างที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ

นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าฯ เพชรบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พยายามดูแลความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนจากความสูญเสียเกิดขึ้น ทั้งฝ่ายที่ก่อเหตุและฝ่ายที่ได้รับความเสียหาย มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่จะเร่งเยียวยา โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทีมงานจิตแพทย์ หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งบรรเทาความรู้สึก ให้การดูแลความรู้สึกของญาติพี่น้อง เรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นทุกคน ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะดูแลให้ดีที่สุดทั้งการช่วยเหลือตามกฎหมายและให้การดูแลความรู้สึก จะเยียวยาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ และเชื่อว่าจะเป็นบทเรียนในหลายๆ เรื่องที่เราจะได้นำไปใช้ในการพิจารณาไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

พ่อแม่โฮ – พ่อแม่ร่ำไห้ดูศพ 3 เหยื่อ นายอนุวัช แหวนทอง หนุ่มปืนคลั่ง หลังจนท. นำร่างออกจากบ้านเกิดเหตุที่ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยจนท.บุกเข้าวิสามัญฆาตกรรมหนุ่มคลั่ง (รูปเล็ก) หลังปิดล้อมนาน 15 ช.ม. เมื่อ 23 มี.ค.

พ่อแม่ร่ำไห้รับศพลูก-ข้องใจ‘วิ’ช้า
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี นายสุวิทย์ ทองแก้ว อายุ 40 ปี และน.ส.สกุลรัตน์ สยอง อายุ 39 ปี พ่อและแม่ เดินทางมารับศพนายรัฐกร ทองแก้ว ลูกชาย เมื่อเห็นศพลูก พ่อและแม่ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะเคลื่อนศพลูกไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด อ.สวี จ.ชุมพร

นายสุวิทย์ พ่อผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนติดใจ การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าเข้าไปเร็วกว่านี้ อาจจะช่วยชีวิตลูกชายได้ ที่ผ่านมาลูกชายเคยบอกว่าเพื่อนมีปัญหากับผู้ก่อเหตุ ตนเลยไม่ได้ให้ลูกย้ายบ้านไปไหน พอมารู้ว่าลูกถูกยิงเสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก ในวันนี้ ลูกตั้งใจจะไปสมัครงาน แต่ต้องมาเสียชีวิตก่อน อยากให้แก้ปัญหายาเสพติดให้ชัดเจน สักที ตอนนี้ เต็มบ้านเมืองไปหมด อยากบอกว่า “รักลูกมากนะ”

ด้านน.ส.สกุลรัตน์ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ได้คุยกับลูกชายครั้งสุดท้าย ทักมาขอเงิน 1,500 บาท ไปทำโปรเจ็กต์จบปริญญาตรี และตั้งใจจะไปสมัครงาน แต่มาเสียชีวิตก่อน

ด้านพล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย เดินทางมาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครอบครัว ของผู้เสียชีวิต หากมีความประสงค์นำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ต่างจังหวัด สามารถสอบปากคำทางออนไลน์ได้ นอกจากนี้ยังได้อธิบายขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าใจ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะช่วย ให้ดีที่สุด

ต่อนายสุวิทย์ และ น.ส.สกุลรัตน์เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุภายในหมู่บ้านกรุงเพชรวิลล่า ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อเชิญ ดวงวิญณาณลูกชายกลับบ้านเกิดที่ จ.ชุมพร ขณะทำพิธีอยู่นั้น ทั้งสองอยู่ในอาการโศกเศร้า โดยนายสุวิทย์ร่ำไห้กอดรูปของลูกชาย อย่างแน่น ส่วนน.ส.สกุลรัตน์มีอาการอ่อนแรง เนื่องจากเสียใจจนเป็นลมมาตั้งแต่อยู่ที่ โรงพยาบาล

ขณะที่นางพรชนัน พราหมเพ็ชร อายุ 49 ปี แม่ของนายพสิษฐ์ เอมโอษฐ์ เดินทางมารับศพ ลูกชายด้วยความโศกเศร้า อยู่ระหว่างรอนำร่าง ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางพรชนัน เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้เลยว่าลูกชายมีเรื่องต้องไปขึ้นศาล แต่เห็นลูกเช็กอินในเฟซบุ๊ก คิดว่าไปฝึกงาน ปกติแล้วเวลาลูกมีเรื่องอะไรไม่เคยบอก เพราะกลัวตนเป็นห่วง ส่วนใหญ่จะคุยกับลูกในแช็ต ก่อนหน้านี้ ลูกชาย เคยบอกไว้ว่า “ถ้าน้องอยากจะเรียน ก็ให้เรียนไปเลย โอ๊ตใกล้จะเรียนจบแล้ว จะส่งน้องเรียนเอง” แต่ลูกมาเสียชีวิตก่อน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากให้จัดการตอนนี้ ปืนหาง่าย ยาเสพติดเกลื่อนบ้านเมือง

“ถ้าลูกฟังอยู่ตอนนี้ แม่อยากให้กลับมา ไม่ได้เจอหน้ากันมา 3 ปีแล้ว นัดกันแล้วว่าสงกรานต์นี้ จะไปหาแม่เฒ่าด้วยกันที่ จ.นครศรีธรรมราช จะได้อยู่พร้อมหน้า พร้อมตากัน” นางพรชนันกล่าว

พ่อรับศพหนุ่มส่งพัสดุ
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี นายธนวัฒน์ ทัพทัน พ่อของนายสิรภัทร วัฒนะ เดินทางมารับศพลูกชาย ซึ่งเป็นพนักงานส่งพัสดุที่ถูกยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจยย.ไปส่งของบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยนำร่างลูกชายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดโพธิ์พระใน ต.โพธิ์พระ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

นายธนวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ตอนบ่ายสองรู้ข่าวว่ามีเหตุการณ์กราดยิง ไม่คิดว่าจะเป็นลูกชายที่เสียชีวิต แต่พอเห็น ทะเบียนรถจยย.ซึ่งตนเป็นคนซื้อให้ลูกใช้ขี่ไปทำงานส่งของ จึงรีบไปที่จุดเกิดเหตุทันที

ลูกชายเป็นคนทำมาหากิน เป็นเด็กดี ไม่เคย รู้จักและมีเรื่องกับผู้ก่อเหตุมาก่อน แต่เป็นจังหวะที่เข้าไปส่งของในซอยจุดเกิดเหตุ ทำให้ โดนยิงเสียชีวิต รู้สึกเสียใจมาก

ส่วนร่างของนายอนุวัช ผู้ก่อเหตุ วันนี้แม่เดินทางมาที่โรงพยาบาลและเข้าไปดำเนินการด้านเอกสาร และประสานขอรับศพไปประกอบ พิธีทางศาสนา

สำหรับผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทางผู้ว่าฯ เพชรบุรี ระบุว่าทางจังหวัดมีเงินกองทุนเยียวยาเบื้องต้น ยืนยันว่าหน่วยงานภาครัฐจังหวัดเพชรบุรี จะดูเเลเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะครอบครัวของนายรัฐกรที่เดินทางมาจากจ.ชุมพร ก็จะให้ ความช่วยเหลือทั้งที่พัก เเละเงินช่วยเหลือ เบื้องต้นรวม 13,000 บาท

‘รองต่อ’เปิดไทม์ไลน์หยุดไอ้คลั่ง
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการเมื่อคืน จบด้วยคนร้ายถูกวิสามัญ เนื่องจากเขาต่อสู้ ตนทราบข่าว เมื่อประมาณเวลา 16.00 น. แต่ก็ติดภารกิจสำคัญอยู่ โดยพล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เดินทางไปก่อนแล้ว รวมทั้งผู้ว่าฯ เพชรบุรี ลงมาอำนวยการสั่งการด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งการ ให้ตนเดินทางไปดูสถานการณ์ที่จุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงยังจุดเกิดเหตุ ปัญหาแรกที่เห็น คือคน ที่ถูกยิงเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน ยังไม่สามารถ นำศพออกมาได้ ตนสั่งการตั้งแต่ตอนเย็นก่อนที่จะเดินทางไปว่าอยากให้นำคนเจ็บหรือผู้ที่เสียชีวิตเอาออกมาให้ได้ก่อนก็มีความพยายามที่จะนำ 3 คนนี้ออกมา ปรากฏว่ารถตำรวจ ที่เข้าไปก็โดนยิง ตำรวจโดนยิงที่แก้ม และรถหุ้มเกราะไม่มี เรื่องนี้เป็นปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของปฏิบัติการพิเศษ ปัญหานี้จะนำเรียนผบ.ตร.จัดหาอุปกรณ์ช่วย จากนั้นนำรถหุ้มเกราะของคอมมานโดเข้าไป โดยการใช้รถหุ้มเกราะเป็นกำบังและชุดปฏิบัติการพิเศษเดินด้านข้าง มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิขึ้นท้ายรถจนสามารถนำผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุได้ และไม่มีการยิงปะทะต่อสู้ในช่วงที่เข้าไปนำ ผู้เสียชีวิตออกมา

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน ทราบว่า ผู้ก่อเหตุกับผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต 2 คนแรก เป็นคู่กรณีกันในเรื่องของการทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกาย ซึ่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. เป็นการสืบพยานในชั้นศาลเป็นครั้งที่ 3 โดยคืนก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุรายนี้ไปดื่มเหล้ามาจนเมา พอตอนเช้ามีกำหนดจะต้องเดินทางไปศาล โดยแม่ของผู้ก่อเหตุเดินทางไปรอที่ศาลก่อนแล้ว แต่ตัวเขาไม่ไป แต่กลับมา ก่อเหตุยิงคู่กรณีดังกล่าว จากการชันสูตรของแพทย์ทราบว่าผู้เสียชีวิตคนแรกที่เป็นคู่กรณีกัน ถูกยิง 6 นัด กระสุนเข้าที่ต้นคอ กลางศีรษะ ส่วนอีกรายที่เป็นพยานในคดีถูกยิง 15 นัด ถูกยิงจนหมดแม็กกาซีนและในจังหวะนั้น มีพนักงานขับรถส่งของผ่านมาถูกยิงอีก 8 นัดทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย นอกจากนี้ยังมีนายกอบต.ต้นมะม่วง ขับรถผ่านมาก็ถูกยิงกระสุนเฉี่ยวเข้าที่ลำคอได้รับบาดเจ็บ รวมเหตุการณ์เมื่อวานนี้ มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บ 3 ราย

“จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. บริเวณบ้าน ของผู้ก่อเหตุซึ่งมี 2 ชั้น ผู้ก่อเหตุเหมือนได้รับการฝึกมาและเป็นนักยิงปืนที่ยิงแบบดับเบิ้ลแท็ป หรือยิงแบบ 2 นัด คนร้ายใช้ผ้าม่านปิดหน้าต่าง ไว้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เห็นความเคลื่อนไหวภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีการค้นหาว่าผู้ก่อเหตุอยู่บริเวณจุดไหนของตัวบ้าน จากนั้นเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 01.00 น. โดยให้ทีมปฏิบัติการพิเศษค้นหาตัวโดยการใช้กล้องเทอร์มัล และใช้ตัวมาร์กแมนส่องกล้องจนรู้ว่าผู้ก่อเหตุอยู่ที่ชั้น 2 เมื่อเวลาผ่านไป เนิ่นนาน และตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้อยู่ชั้นล่างแน่นอน จึงตัดสินใจบุกเข้าจู่โจม เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์ที่ชั้น 1 ได้ พอขึ้นไปชั้น 2 เป็นมุมอับ จังหวะที่จะขึ้นไป ผู้ก่อเหตุก็ยิงสวนมา แต่กระสุนถูกโล่กำบัง คนร้ายยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดกว่า 30 นัด เพราะเห็นแม็กกาซีน ขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ 2 แม็ก” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าว

เผยมือปืนคลั่งดับในห้องพระ
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวต่อว่า มือปืนคนที่ ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพระ และโดนกระสุนลูกซองยิงตามร่างกาย นอนเสียชีวิตในลักษณะคว่ำหน้า ครั้งนี้ไม่ได้ใช้ปืนที่เป็น 5.56 เพราะพื้นที่เกิดเหตุเป็นเขตเมือง เกรงว่ากระสุนจะทะลุไปถูกพี่น้องประชาชน แต่เจ้าหน้าที่ ก็บริหารจัดการพื้นที่ เคลียร์คนออกนอกบริเวณ พื้นที่เพราะห่วงประชาชนจะไม่ปลอดภัย โดยปฏิบัติภารกิจเสร็จเมื่อช่วงเวลาประมาณ ตี 4 เข้าไปตรวจสอบในห้องสุดท้ายเป็นห้องพระ เห็นคนร้ายนอนเสียชีวิต

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวด้วยว่า หากเป็น เคสแอ๊กทีฟ ชู้ตเตอร์ คือเจอใครก็จะยิงไปทั่วโดยไม่สนใจ เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าปฏิบัติการตั้งแต่ครั้งแรก แต่เคสนี้ไม่ใช่แอ๊กทีฟ ชู้ตเตอร์ เพราะเขาเลือกยิงคู่กรณีก่อน ส่วนอีก 2 คนมาเห็นเหตุการณ์ก็จำเป็นต้องยิง แต่ไม่ได้ยินแบบมั่วซั่ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ยุทธวิธีในการเจรจา มีเวลาให้แม่ของผู้ก่อเหตุมาเจรจาต่อรอง แต่เขาก็ไม่ฟัง ตัดการติดต่อ ทั้งเฟซบุ๊ก ออกทั้งหมดและยิงปืนออกมาเป็นระยะ จึงตัดสินใจบุกเข้าปฏิบัติการเพราะหากทิ้งเวลา เนิ่นนานจะเป็นอันตราย และในช่วงเช้าจะมีปัญหาหลายอย่างเพราะเป็นวันธรรมดาที่คนจะต้องสัญจรไปมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน