ส่งฝากขังชวดประกันพตต.ต่อรองมอบตัวเด้ง‘ผู้กำกับ’เซ่นละเลย

นำ 3 ตำรวจตม.ฝากขัง ชวดประกันคดีอุ้มรีดชาวจีน ส่งตัวเข้าเรือนจำ ยึดรถ 4 คัน ที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบ ทั้งของสารวัตรยัน นายหน้าทำพาสปอร์ต ขณะพ.ต.ต.หัวหน้าทีมติดต่อขอมอบตัวแต่ยังไม่ระบุเวลา-สถานที่ ส่วนนายหน้านำตัวฝากขังคดีเก่าสนับสนุนจนท.ทุจริต ทีมสอบเผยยอมรับเป็นคนพาไปสวมบัตรประชาชนเอง

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่สน.ดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1, ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 และด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 ออกจากห้องควบคุม ไปส่งฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ทั้งนี้ตำรวจ สน.ดินแดง ตรวจยึดรถได้ 4 คัน ประกอบด้วยรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน ญฎ 3861 กรุงเทพฯ คันที่นำตัวผู้เสียหายทั้ง 2 รายขึ้นรถ ซึ่งเป็นรถของด.ต.พีระศักดิ์, รถมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน ฆร 636 กรุงเทพฯ ของพ.ต.ต.สรวิศ ทำหน้าที่ขับมาจอดที่บริเวณช่องจอดรถยนต์ ฝั่งตรงข้ามเยื้องหน้าบ้านผู้เสียหาย แล้วคอยสังเกตการณ์และตามประกบสั่งการกลุ่มตำรวจผู้ก่อเหตุ, รถฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน 9กฐ 968 กรุงเทพฯ ของ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ ทำหน้าที่ขับรถตระเวนรอบบ้านและคอยประกบสั่งการกลุ่มตำรวจ ผู้ก่อเหตุ และรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กบ 3229 สระบุรี ของนายโอภาส ศรียา นายหน้ารับทำพาสปอร์ตให้ผู้เสียหายชาวจีน ซึ่งตรวจยึดได้เมื่อคืน ทำหน้าที่ขับมาส่งผู้เสียหายและล่ามที่บ้านก่อนถูกอุ้ม

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวน สน.ดินเเดงนำตัวด.ต.พีระศักดิ์, พ.ต.ต.สรวิศ และร.ต.ท. สุริยะ ผู้ต้องหา 1-3 ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา 12 วันต่อศาล ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกัน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือ มิชอบด้วยหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้ กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของ ผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 309 วรรคสอง, 310 ประกอบมาตรา 83

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกร้องให้ผู้เสียหายจ่ายเงิน 10 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ถูกจับผู้เสียหายให้ลูกชายโอนเงินให้แล้ว ร.ต.ท.ประวิต กับพวกคืนโทรศัพท์มือถือให้ผู้เสียหายเเล้วปล่อยตัว หลังเกิดเหตุผู้กล่าวหาจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อ ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ ด.ต. พีระศักดิ์, พ.ต.ต.สรวิศ, ร.ต.ท.สุริยะ และ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ กับพวกรวม 7 คน จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป

โดยเหตุที่นายต้าเกอ 1 ในผู้เสียหายไม่มาร้องทุกข์ดำเนินคดีพร้อมกับผู้กล่าวหา เนื่องจากนายต้าเกอ กลัวว่าจะถูกจับกุมดำเนินคดีจึงได้หลบหนีออกนอกประเทศไป ส่วนหลักฐานการโอนเงินของนายต้าเกอ อยู่ในระหว่างที่ผู้กล่าวหาจะประสานกับลูกชายของนาย ต้าเกอเพื่อนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการดำเนินคดีในภายหลัง ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยื่นค้านประกันตัวเนื่องจากมีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานเเละก่อเหตุภยันตรายประการอื่น เเละมีพฤติการณ์ขัดขืนไม่มาพบตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา อีกทั้งมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเตรียมการหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูงและผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยร่วมกันกระทำความผิดหลายคน ซึ่งเป็นการกระทำเสื่อมเสียภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบกับ ผู้เสียหายเป็นหญิงซึ่งเกิดความหวาดกลัวเกรงว่าจะได้รับอันตราย

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตฝากขังได้ ขณะนี้ทางผู้ต้องหาอยู่ระหว่างปรึกษาทนายความในการพิจารณายื่นประกันตัว

นอนคุก – ตำรวจสน.ดินแดงคุมตัวพ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ และด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ 3 ตม.ผู้ต้องหาอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน ไปฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ต่อมาศาลพิจารณาแล้วไม่ให้ประกันตัว ส่งไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 มี.ค.

ต่อมาพ.ต.ต.สรวิศเเละร.ต.ท.สุริยะ ผู้ต้องหาที่ 2-3 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ส่วนผู้ต้องที่ 1 ไม่ได้ยื่น ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า ความผิดที่ถูกกล่าวหามีโทษสถานหนัก พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบกระเทือนต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน ผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานอาศัยตำแหน่งหน้าที่ การงานกระทำความผิด หากได้รับการปล่อยชั่วคราวอาจหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวจึงไม่อนุญาตยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างฝากขัง

ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัว พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ว่า ได้รับการประสานจากครอบครัวของ พ.ต.ต.จิรภัทร ว่า จะเดินทางเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เบื้องต้นยังไม่ระบุเวลาและสถานที่ ขณะนี้ก็ยังรอความชัดเจนว่าจะติดต่อเข้ามอบตัวเมื่อใด

รายงานจากชุดสืบสวนแจ้งว่า นายโอภาส ศรียา นายหน้ารับทำพาสปอร์ตให้ผู้เสียหายชาวจีน ให้การยอมรับว่าเป็นผู้นำผู้เสียหายชาวจีนไปสวมบัตรประชาชนและเป็นคนที่พาไปทำพาสปอร์ตในวันเกิดเหตุ แต่ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องหรือชี้เป้าให้กับแก๊งตำรวจอุ้มรีดทรัพย์ โดยนายโอภาสมีหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเข้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นฯ และเป็น ผู้สนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประจำตัวประชาชนฯ

หลังสอบปากคำเสร็จในช่วงคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง จึงได้นำตัวนายโอภาสไปส่งยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับเดิมก่อน ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับชาวจีน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน บัญชีธนาคาร และบันทึกการใช้โทรศัพท์ มาประกอบคำให้การ หากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า เมื่อปี 2565 นายโอภาสได้รับการติดต่อจากล่ามสาวชาวไทยว่า มีชาวจีนที่ต้องการทำบัตรประชาชน จึงได้ว่าจ้างนายโอภาสดำเนินการช่วยเหลือ โดยได้รับค่าจ้าง 500,000 บาท ซึ่งนายโอภาสได้ติดต่อกับบุคคลที่ตำรวจยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ และนัดหมายนายโอภาสไปทำบัตรประชาชนให้ชาวจีนที่จังหวัดชัยภูมิ หลังจากนั้นนายโอภาสได้รับการติดต่ออีกครั้งจากล่ามสาวให้ช่วยเหลือในการทำพาสปอร์ต โดยให้ไปเจอกันที่กรมการกงสุล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในวันเกิดเหตุ ซึ่งบุคคลดังกล่าวรอพบอยู่ที่กรมการกงสุลด้วย ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวบุคคลดังกล่าวและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกบัตรประชาชนให้ผู้เสียหายชาวจีนมาสอบสวน ต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รองผบช.สตม. รักษาราชการแทนผบช.สตม. มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ 77/2556 ลงวันที่ 22 มี.ค. ให้ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 และพ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รองผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.1 ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยให้ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่รองผบช.สตม. มอบหมาย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ 2 นายตำรวจข้างต้นนั้นเป็นไปมาตรการทางการปกครองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212 ที่ระบุไว้ว่า หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้กระทำผิดให้สอบสวนผู้บังคับบัญชา 2 ลำดับชั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน