สุพัฒนพงษ์เข้ารทสช.โดดชิงสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ชัยวุฒิชู 2ป.ฝั่งเดียวกัน‘สมศักดิ์-สุริยะ’ชื่นมื่นเปิดตัวร่วมทัพเพื่อไทย

‘บิ๊กตู่’ นำทีม รทสช.เปิดตัวขุนพลทีมเศรษฐกิจ ‘สุพัฒนพงษ์’ ลงชิงปาร์ตี้ลิสต์ ลุยสานต่อโครงการ คนละครึ่งฮือฮา ‘หลานชายชวน’ สวมเสื้อ รทสช. ลงสมัครส.ส.ตรัง ชาวบ้านโวยจัดงาน ทำรถติดทั้งซอย ‘ประยุทธ์’ ไม่หวั่น ‘เสี่ยหนู-พี่ป้อม’ กินข้าวชื่นมื่น ลั่นไม่กลัวถูกทิ้ง ‘ประวิตร’ ปัดเป็นผู้จัดการรัฐบาลใหม่ ‘ชัยวุฒิ’ ยัน ‘ลุงป้อม-ลุงตู่’ อยู่ฝั่งเดียวกัน ‘วิรัช’ เผย ‘อนุทิน’ เปรย รทสช.กับ พปชร. พรรคไหนได้ส.ส.มากกว่า ก็เอาเก้าอี้นายกฯ ไป หวังขั้วเดิมจับมือก้าวข้าม 250 ที่นั่ง ‘ชลน่าน’ ซัดประชาชนยังไม่มอบอำนาจให้ตั้งรัฐบาล สองมิตร ‘สมศักดิ์-สุริยะ’ สวมเสื้อเพื่อไทยเป็นทางการ หนุนเป้าหมายแลนด์สไลด์

‘บิ๊กตู่’ถกยุทธศาสตร์รทสช.
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. เวลา 10.21 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งช้ากว่าปกติที่จะเข้ามาในเวลาประมาณ 09.00 น. โดยใช้รถเบนซ์ส่วนตัว หมายเลขทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ส่วนช่วงบ่ายได้ลางาน เพื่อไปร่วมงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ

เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์มายังที่ทำการรทสช. ซอยอารีย์ 5 กทม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค โดยสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินและแจ๊กเกตสีขาว โลโก้รทสช. เมื่อมาถึงมี ผู้สนับสนุนจากจ.ชัยนาทมอบเหรียญหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท บอกเป็นของดีเมืองชัยนาทให้พกติดตัวไว้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ราคาเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ ช่วยระวังให้ผมหน่อยนะ” จากนั้นได้พบกับ 2 สามีภรรยาที่เป็นแฟนคลับ ซึ่งสามีเป็นชาวเยอรมัน พล.อ.ประยุทธ์จึงทักทายว่า How are you?

สะดุดพรม-เปิดตัวทีมศก.
เวลา 13.45 น. รทสช.จัดแถลงเปิดตัวทีมเศรษฐกิจครั้งแรก โดยมีแกนนำพรรคร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค

นายพีระพันธุ์ได้แนะนำทีมเศรษฐกิจของพรรค ประกอบด้วย 1.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน 2.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3.ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ผู้แทนการค้าไทย เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ 4.นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาของ นายกฯ และแกนนำรทสช. 5.นายจักร บุญหลง กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) อดีตเอกอัครราชทูตหลายประเทศ 6.นายชวิน อรรถกระวีสุนทร กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัด 7.นายวิท วรรณไกรโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาพาณิชยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 8.นายวินท์ สุธีรชัย สมาชิกพรรครทสช. และอดีตส.ส.พรรคก้าวไกล

ส่วนที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจทำหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำด้านนโยบายเศรษฐกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชนทุกด้านนำโดย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจมหภาค นโยบายการคลัง, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ดูแลการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน, นายจุติ ไกรฤกษ์ ดูแลกลุ่มคนเปราะบางและผู้สูงวัย, นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ดูแลนโยบายภาคเกษตร และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ดูแลนโยบายด้านแรงงาน และยังมี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ที่จะดูแลด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทย

เสร็จแล้ว นายพีระพันธุ์ ได้เชิญ พล.อ. ประยุทธ์ สวมเสื้อให้ทีมเศรษฐกิจและว่าที่ ผู้สมัครส.ส.ทุกคน แต่ระหว่างเดินขึ้นเวที พล.อ.ประยุทธ์ก้าวเท้าสะดุดพรมเวทีจนเสียหลักเซด้วย

เปรียบเป็นผู้บริหารคณะพระเอก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานวันนี้ จริงๆ แล้วมีอีกเยอะที่จะมาร่วมงาน สิ่งที่ตนไว้วางใจกับทุกท่านในวันนี้ คือทุกท่านได้ทำงานกับตนมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบาลที่ผ่านมา ยิ่งช่วงรักษาการก็ได้ทำงานกับตน ยืนยันว่าพรรคของเราจะเป็นพรรคที่ต้องการทำให้ประเทศชาติดีที่สุด หลายคนต้องคำนึงว่าในช่วงก่อนหน้าที่ตนจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินในรอบ 8 ปีที่ผ่านมานั้นเกิดอะไร กรุณาทบทวนดู อย่าลืมเกิดอะไรขึ้น แล้วอย่าให้เกิดขึ้นอีก ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาเราพยายามทำต่อเนื่อง โดยแก้ปัญหา ดูแลประชาชนทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้าในเชิงธุรกิจประชาชนคือหุ้นส่วนของประเทศ เสียงของประชาชนคือหุ้นของประเทศ ทำอย่างไรจะให้เดินไปข้างหน้า และไม่ทอดทิ้งทั้งระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง

ทั้งหมดที่พูดมาเราได้ทำมาหมดแล้ว เราจะสานต่อในวันข้างหน้า ตนไม่สามารถทำคนเดียวได้ หรือแต่ละท่านก็ทำคนเดียวไม่ได้ สำหรับประเทศชาติไม่มีพระเอก มีแต่คณะพระเอก คือทุกคนเป็นพระเอกหมด ซึ่งตนมีหน้าที่บริหารพระเอกเหล่านี้ เพราะมีประสบการณ์มากพอสมควรในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะร่วมกันทำ สิ่งแรกสำคัญที่สุดขอความไว้วางใจซึ่งกันและกันว่าจะเดินหน้าร่วมกันอย่างไรนั่นคืออนาคต คือสิ่งที่ทุกท่านจะได้แสดงศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ทุกอย่างอยู่ในก้อนเดียวกันในการพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ไม่อยากให้มองในแง่ของฮีโร่อย่างเดียว แต่ทั้งหมดต้องขับเคลื่อนด้วยทีมเศรษฐกิจแบบนี้ ที่มีประสบการณ์มีความรอบรู้ และมีความระมัดระวังอย่างที่สุด แต่ต้องปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยที่มีผลกระทบต่อประชาชน

ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ตนไม่สามารถจะหาเสียงแบบที่เขาพูด เพราะวันนี้สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นคือประเทศไทยอยู่ตรงนี้ ได้ตามที่เราทำมา สถานะทางการเงิน การคลังเราทำได้ดี การต่างประเทศเราทำได้ดี ทุกประเทศยอมรับ สิ่งเหล่านี้คืออนาคตของพวกเราทุกคน วันนี้ดีใจที่สื่อมากันเยอะและได้ยิ้มออกหน่อย เพราะเราไม่ใช่ศัตรูกัน

เมื่อใส่เสื้อตัวนี้ต้องพูดว่าผมรู้สึกลำบากใจเหมือนกันเพราะพูดอย่างนี้มาหลายปี ถ้าติดคำว่านายกฯ ไปก็ขอโทษ ไม่ได้เจตนา อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว รู้ว่าท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ผมก็ทำหน้าที่ของผม บางเวลาผมก็เครียดหงุดหงิดหน่อย ต้องให้อภัยกัน ผมไม่เคยติดค้างกับใคร ไม่เคยโกรธหรือเกลียดใคร แต่ความเป็นมนุษย์สัญชาตญาณของผมมีสูง ถ้าเรารักกัน ท่านไม่รังเกียจผมอยู่แล้ว จะเอาภาพโมโหผมออกไป เวลาผมโมโห ผมก็หาย ผมไม่เคยโกรธ เกลียดใคร เพราะท่านคือสื่อ คือเสียงของประชาชน ฉะนั้นเราต้องรับฟังและถ่ายทอดในสิ่งดีงามต่อไป

วันนี้เป็นวันแห่งความน่ายินดีของพรรค และคิดว่าประชาชนคงฝากความหวังไว้กับ ตนได้ ตนยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการบริหารบ้านเมือง และจะนำพาบุคคลเหล่านี้และอื่นๆ ที่อยู่ช่วยเราร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองไปสู่วันข้างหน้าที่สดใส ที่มีอนาคตกว้างไกลไปกว่านี้อีก วันนี้ถือว่าพอสมควรแล้วในสถานการณ์เช่นนี้อย่าลืมก่อน 8 ปี อย่าลืม 8 ปีเกิดอะไรขึ้น สิ่งสำคัญตนขออย่างเดียวความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครก็ทำไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในช่วงท้ายว่า ถ้าเปรียบเทียบยานยนต์ปัจจุบันกับคนบนเวทีนี้ มันเหมือนกับว่าที่ยืนอยู่ตรงนี้มีทั้งรถสันดาป รถไฮบริดจ์ และรถไฟฟ้า วันนี้อนาคตของประเทศเราอยู่ที่พวกคนเหล่านี้ทั้งสิ้นและไม่ใช่แค่นี้ ทั้งประเทศคือกลไกสำคัญของพวกเราที่ต้องร่วมมือกัน และสามารถไปได้ทุกที่เพราะประเทศไทยเราพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว

ไม่หวั่น‘หนู’กินข้าว‘พี่ป้อม’
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแกนนำไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแกนนำพรรคครั้งที่สอง เมื่อ วันที่ 22 มี.ค.หลังจากนายอนุทินไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่นกันว่า แล้วเป็นอย่างไรล่ะ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีการพูดถึงเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ใช่เวลาอะไรในตอนนี้ ยังไม่ได้เลือกตั้งเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุว่าหากพรรคใดได้ส.ส.เป็นอันดับ 1 จะให้หัวหน้าพรรคเป็น นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าท่านพูดอย่างนั้นก็อย่างนั้น แต่เราต้องดูวันหน้าก็แล้วกัน” เมื่อถามว่ามีการพูดกับพล.อ.ประวิตรแล้วจริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็คุยกันว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบและปลอดภัย แต่ต้องดูที่ผลการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง ก็พูดแค่นั้น อย่าไปตีความกันเอาเองนะจ๊ะ

ต่อข้อถามว่าเมื่อถึงเวลาแล้วค่อยมาพูดกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถึงเวลาก็ให้มีการเลือกตั้งก่อนสิ ถ้าพูดตอนนี้แล้วจะได้อย่างไร ยังไม่รู้ว่าใครจะได้มากได้น้อย ยังไม่รู้เลยตามกลไกของการเลือกตั้ง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญในอนาคต

ไม่กลัวถูกเท-ขอปชช.อย่าทิ้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แค่ภาพกินข้าวแค่นี้ไม่หวั่นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำหน้าไม่ยี่หระ พร้อมกล่าวว่า “ปัดโธ่ ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องหวั่นเวลาที่เขาไปกินข้าวกินน้ำ กินอะไรต่างๆ แล้วผมจะไปหวั่นอะไรล่ะ” แล้วเอามือทุบไปที่หน้าอกด้านซ้าย กล่าวว่า “ผมเจอยิ่งกว่านี้มาแล้ว ยืนยันว่าวันนี้ไม่มีฝั่งอะไร ยังไม่มีฝั่งอะไรทั้งนั้น”

ต่อข้อถามว่า ในส่วนของ 2 ลุง พรรคไหนได้เสียงอันดับ 1 พรรคนั้นได้เป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องเป็นเรื่องการพิจารณาร่วมกัน เมื่อถามว่ามองหรือไม่ว่าภาพอะไรที่จะออกมาในขณะนี้ ทั้งภาพการรับประทานอาหารร่วมกัน แค่เกมอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่บรรยากาศหลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ก็เขาไปกินข้าว และก่อนนายอนุทินไปกินข้าวท่านก็มาหาผม มาอวยพรวันเกิดให้ผม ก็เป็นเรื่องของท่าน ดีที่มาอวยพรให้และนึกถึงผม ก็ว่ากันไป แต่หลังจากที่อวยพรผมแล้ว จะไปกินข้าวที่ไหนก็ไปเลย ผมไม่ได้ว่าอะไรนี่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า รทสช.จะไม่โดนทิ้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมไม่กลัวตรงนั้น ผมขออย่างเดียว เพียงประชาชนอย่าทอดทิ้งผม” เมื่อพูดจบบรรดาแกนนำพรรคและทีมเศรษฐกิจพรรค ส่งเสียงเฮพร้อมปรบมือให้ เมื่อถามว่าหลังผลการเลือกตั้งแลนด์สไลด์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เลือกตั้งก่อนสิ

‘สุพัฒนพงษ์’รับลงปาร์ตี้ลิสต์
นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ทีมเศรษฐกิจรทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการสมัครเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของรทสช.ว่า ถ้าเป็นส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ก็เป็นไปได้ ตามกติกาของพรรค เพราะตนลงมาตรงนี้แล้วต้องทำให้เต็มที่ที่สุด ซึ่งนโยบายด้านเศรษฐกิจของตนนั้น จะไม่เน้นที่การให้แบบเหวี่ยงแห แต่เป็นการมุ่งเป้า และการส่งเสริมการดำเนินการอะไรต่างๆ จะมีอะไรใหม่ๆ ที่เป็นความร่วมมือกับประชาชน และทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว เราใช้หลักที่เราฟันฝ่าอุปสรรค โควิด-19 มาได้อย่างไร เราจะใช้หลักนั้น เพราะเชื่อว่าหลักนั้นเป็นความสำเร็จที่ดี ทุกอย่างต้องร่วมมือด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่ หลายพรรคการเมืองออกนโยบายเรื่องตัวเลขมาเกทับกัน นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า เดี๋ยวรอดูของรทสช. เราจะมุ่งเป้าสำหรับคนที่จำเป็น มีที่ไหนบ้างในอดีตที่ช่วยเหลือแต่ละกลุ่มอย่างเป็นระบบ เมื่อก่อนเหวี่ยงแหแจกทุกคน แต่ในยามวิกฤต ยามเดือดร้อน เราใช้เงินเหมาะสม คนล่างสุดรับเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหมือนเบาะรองรับเมื่อตกตึกสองชั้น ซึ่งเขาพออยู่ได้ มีโอกาสดำรงชีวิตได้ในระดับหนึ่ง คนที่ระดับสูงกว่านั้นก็เป็นโครงการคนละครึ่ง ที่ต้องไปช่วยคนตัวเล็กอีกทีหนึ่ง ส่วน ช้อปดีมีคืน เป็นคนมีฐานะก็ไปช่วยกันใช้เงิน การแบ่งเป็น 3 ชั้นอย่างนี้ไม่เคยมี

เมื่อถามว่า แสดงว่าโครงการคนละครึ่ง จะมีการทำต่อ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ทำต่ออยู่แล้ว ถือเป็นนโยบายของพรรคเลย เป็นสิ่งที่ดี ครั้งนี้จะต่างจากช่วงวิกฤต แต่เราจะเน้นผู้ที่ประหยัดค่าใช้จ่าย ผู้ที่ถือแอพพลิเคชั่น เป๋าตังค์ รอบหน้าเราเพิ่มเรื่องถุงเงินที่เน้น เอสเอ็มอี เน้นคนตัวเล็ก ซึ่งในถุงเงินภายใต้โครงการคนละครึ่งมีผู้มีสิทธิ์ 1 ล้านราย เราอยากให้มีมากขึ้นถึง 5 ล้านราย

ฮือฮา‘หลานชวน’ลงตรัง
ภายหลังมีกระแสข่าวว่านายถนอมพงศ์ หลีกภัย หลานชาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะลงสมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 รทสช.

ล่าสุดนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 4 รทสช. เปิดเผยว่า นายถนอมพงศ์ได้สมัครเป็นสมาชิกรทสช.มาระยะหนึ่งแล้ว และเสนอตัวที่จะขอลงสมัคร ส.ส.ตรังเขต 1 ในนาม รทสช. โดยวันที่ 24 มี.ค. ผู้สมัครส.ส.ตรังทั้ง 4 เขต จะทำไพรมารี่โหวตในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ตามที่กฎหมายกำหนด ตามขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

สำหรับจ.ตรัง เขต 1 นายถนอมพงศ์ จะลงแข่งกับ นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จากปชป. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับคนในครอบครัวหลีกภัย

เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีตส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก รทสช. โดยได้ขึ้นไปรอด้านบนพรรค เนื่องจากมาไม่ทันช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ สวมเสื้อให้ทีมเศรษฐกิจและผู้สมัครส.ส.

ทันทีที่ นายศรัณย์วุฒิได้พบกับพล.อ. ประยุทธ์ ได้คุกเข่าขอขมา ที่ก่อนหน้านี้ได้พูดในสภาด้วยการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ขณะที่ นายกฯ จับมือพร้อมกล่าวว่า “ไม่โกรธเคือง เข้าใจว่าการเมืองคือการเมือง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 นั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ตัดสินใจ เนื่องจากเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของรทสช.และเป็นสมาชิกรทสช.อยู่แล้ว

ชาวบ้านโวยทำรถติดทั้งซอย
สำหรับบรรยากาศที่ทำการรทสช. ซอยอารีย์ 5 กทม. ก่อนเริ่มการเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ และบิ๊กเนมของพรรค มีบรรดาว่าที่ผู้สมัคร และกลุ่มสนับสนุน รวมทั้งสื่อมวลชนทยอยมาจำนวนมาก ทำให้ที่จอดรถที่พรรคเตรียมไว้ไม่เพียงพอ รถยนต์บางส่วนต้องมาจอดบริเวณริมไหล่ถนนและริมกำแพงอาคารบ้านเรือน จึงกีดขวางทางเข้า-ออกของบ้านผู้ที่อยู่อาศัยในซอยอารีย์ 5 และการจราจรติดขัดเป็นระยะ

เวลาประมาณ 12.30 น. มีชาวบ้านเดินมา บอกให้เจ้าหน้าที่ของรทสช.แจ้งเจ้าของรถยนต์ที่จอดขวางหน้าบ้านออก เนื่องจากต้องไปทำธุระที่โรงพยาบาล และอีกรายจะเดินทางไปสนามบิน พร้อมเล่าว่า ตนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง แต่ที่ผ่านมาคนในซอยอยู่กันอย่างปกติ เมื่อมีที่ทำการรทสช. ทำให้ประชาชนบริเวณนี้เดือดร้อน อย่างวันนี้จะต้องไปโรงพยาบาล จึงอยากให้เข้าใจคนที่อยู่ร่วมกันด้วย รทสช.เป็นพรรคที่ต้องการให้ประชาชนเลือก แต่กลับทำให้ประชาชนเดือดร้อน เขาคงจะเลือกหรอกนะ

‘บิ๊กป้อม’ต้อนรับ‘บิ๊กแอ๊ด’
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ร่วมกันแถลงเปิดตัว พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.กลาโหม พร้อมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.อีกล็อตใหญ่ กว่า 70 คน

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ ได้มาอยู่กับ พปชร. โดยการทาบทามของพปชร. เพื่อให้มาช่วยดูภาคอีสาน เพราะเคยดูภาคอีสานมาว่าเราจะหาเสียงกันอย่างไร ทำอย่างไรให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง ต้องขอบคุณ พล.อ.ธรรมรักษ์ ที่มาอยู่กับ พปชร. เป็นบุญคุณอย่างยิ่ง ถึงแม้ท่านจะอายุมาก แต่อายุไม่มีความสำคัญ สมองสำคัญกว่า เราทุกคนรับทราบด้วยว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ได้มาสังกัด พปชร.ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตนในนามหัวหน้าพรรคต้องขอบคุณขอให้ทุกคนยืนขึ้นเพื่อต้อนรับ พล.อ.ธรรมรักษ์

‘ธรรมรักษ์’ยันสุขภาพยังดี
ด้าน พล.อ.ธรรมรักษ์กล่าวว่า ตนมีความยินดีที่ได้มาร่วมกับ พปชร.ในครั้งนี้ ตนวางมือวางการเมืองไปแล้ว แต่หัวหน้าพปชร.ชวนให้มาช่วยกัน สิ่งที่ตนตัดสินใจมาร่วมคือ นโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง เพราะคนไทยแตกแยกรุนแรง เหลื่อมล้ำสูง ซึ่งปลายชีวิตราชการตนทำนโยบาย 66/23 ใต้ร่มเย็น การเมืองนำการทหาร จนสำเร็จมาด้วยดี เมื่อมีพรรคหนึ่งมีนโยบายที่จะทำเรื่องนี้ จึงตัดสินใจมาร่วมกัน สุขภาพตนยังดีอยู่ ไม่ต้องมาว่าแก่เกิน ด้วยความยินดีที่หัวหน้าพรรคให้เกียรติ ขอขอบคุณมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนพล.อ.ธรรมรักษ์ จะมาถึงที่ทำการพรรค มีผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจโดยตั้งแถวรอรับตั้งแต่ประตูทางเข้า และติดตามการเปิดตัวกับพปชร.ด้วย

สำหรับการเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ล็อตนี้ มีนางจิรวรรณ เรี่ยวแรง ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 เป็นลูกสาวคนโตของนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี ที่พาครอบครัวย้ายจาก พปชร.ไปอยู่กับภท. โดยนายฉลอง นางเจริญ เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี และน.ส.ปารมี เรี่ยวแรง ลูกสาวอีกคน ได้ไปเปิดตัวกับ ภท. เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนในกทม. ได้แก่ นายบุญรุ่ง เต๋งจงดี นายสิทธิโชค คล้องแสงอาทิตย์ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นายมานพ มารุ่งเรือง น.ส.แพรว กิจสุวรรณ นายอนันตชาติ บัวสุวรรณ เป็นต้น

‘ลุงป้อม’ปัดผู้จัดการรัฐบาลใหม่
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์หลังเปิดตัวพล.อ.ธรรมรักษ์ว่า ภาคอีสานมีคนดูแลอยู่แล้ว พล.อ.ธรรมรักษ์ จะมาช่วยดูภาพรวมภาคอีสานทั้งหมด ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ต้องเข้ามาดูแลภาคอีสาน เพราะคนที่ดูแลภาคอีสาน ระหว่าง พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ไม่ลงรอยกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นคนละเขต ระหว่างอีสานเหนือกับอีสานใต้ ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน สื่อไปคิดเองทั้งนั้น คนหนึ่งอยู่อีสานเหนือ กับคนอยู่อีสานใต้ ทำกันคนละพื้นที่ จะไปขัดแย้งกันได้อย่างไร

ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวส.ส.ในกลุ่มนายวิรัช จะไปอยู่รทสช. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใคร ก็ไปสิ ไม่ได้ว่าเลย ใครอยากไปก็ไป เราเคยบอกแล้ว ว่ามีคนเข้ามาอยู่ด้วย 400-500 คน จนพื้นที่ทับกันไปมาอยู่แล้ว บางเขตมี 3 คน และตัวเด่นๆ ก็มีอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการรับประทานอาหารร่วมกับนายอนุทิน เมื่อวันที่ 22 มี.ค. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไปกินข้าวบ้านผมก็อร่อย” ต่อข้อถามว่ามีการประเมินตัวเลข ส.ส.ว่าพปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง ภท.ได้ 70 ที่นั่ง เป็นไปตามนั้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ ก็แล้วแต่ประชาชน”

ต่อข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า พล.อ.ประวิตร เป็นผู้จัดการรัฐบาลใหม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้เลือกตั้งเลย สื่อไปคิดเองและพูดเอง ไม่ได้ปฏิเสธ แต่สื่อไปพูดเองเออเอง เมื่อถามว่า ในวงรับประทานอาหาร มีคำพูดที่ว่าใครได้คะแนนมากกว่าให้เป็นนายกฯ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีๆ ไม่ให้ถามแล้ว ตนหยุดพูดตั้งแต่ตอนนี้

‘ชัยวุฒิ’ยัน‘ตู่-ป้อม’อยู่ฝั่งเดียวกัน
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างแกนนำพปชร. นำโดยพล.อ.ประวิตร และแกนนำภท. นําโดยนายอนุทิน ว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก กินข้าวกันประจำอยู่แล้ว แต่วงทานข้าวเมื่อวันที่ 22 มี.ค. อาจเป็นประเด็นเพราะนายอนุทินมา และเป็นพรรคใหญ่ มีการพูดคุยกันเรื่องการเมือง คุยกันประจำ แต่ยืนยันว่ามากินข้าวกันทุกพรรคอยู่แล้ว ยกเว้นพรรคฝ่ายค้าน เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวงกินข้าวพูดถึงการจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ได้คุยขนาดนั้น เพียงแต่บอกว่าเรื่องนี้ต้องรอหลังการเลือกตั้งก่อนว่าใครจะได้ ส.ส.เท่าไร ค่อยมาดูกัน ต่อข้อถามว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณการจับมือกันในอนาคตหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตนว่าสัญญาณชัดอยู่แล้ว เราพร้อมทำงานร่วมกัน พรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็อยากทำงานร่วมกันต่อ เพราะทํางานร่วมกันมาราบรื่นดี สามารถประสานงานกันได้ด้วยดี ไม่อยากเปลี่ยน

ต่อข้อถามว่า เหมือนนายอนุทินจะเหยียบเรือสองแคม ไปหาทั้งลุงป้อมและลุงตู่ นาย ชัยวุฒิกล่าวว่า “ทั้งลุงป้อม ลุงตู่ ก็อยู่ฝั่งเดียวกัน” เมื่อถามว่า แล้วทำไมไม่อยู่ด้วยกัน จะแยกกันทําไมให้เหนื่อย นายชัยวุฒิกล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ปิดประตูไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย(พท.) แล้วใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า สมัยก่อนก็อยู่พรรคเดียวกัน แล้วแยกออกมากันตั้งเยอะตั้งแยะ เมื่อถามว่า มั่นใจว่าพท. จะเป็นฝ่ายค้านต่อใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง

ใครได้ส.ส.มากนั่งนายกฯ
นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. เปิดเผยถึงการตกลงจับขั้วรัฐบาลระหว่างพปชร. ภท. ปชป. และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) บนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงที่ป่ารอยต่อฯ เมื่อ 22 มี.ค.ว่า มีการคุยในภาพรวมว่าเราจะอยู่ตรงไหนหลังเลือกตั้ง ตัวเลขจะเป็นอย่างไร พรรคเราก็ต้องเช็กว่าข้อมูลที่ทำเมื่อเทียบกับโพลเป็นอย่างไร เราก็รู้ในใจเฉพาะเขตเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 100 บัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 20 บางพรรคที่บอกจะได้ 310 ที่นั่ง พิสูจน์อะไรไม่ได้ แลนด์สไลด์เป็นคำพูด จะแลนด์สไลด์ตรงไหน โฆษณาเกินจริง เป็นไปไม่ได้

ถ้าจำไม่ผิดมีการพูดถึงพท.จะได้ไม่เกิน 170 ที่นั่ง ส่วนการจับมือวันนี้ก็หลวมๆ ไปก่อน ค่อยเป็นค่อยไป การสนทนาคือ พปชร.กับภท.ได้ถึง 200 ตัวเลขสวยที่สุด บวกกับรทสช. และอื่นๆ จะดีและเหมาะ จะก้าวข้าม 250 ที่นั่งได้ แต่เมื่อวานนี้ไม่มีการปิดหรือเปิดดีล แค่คุยกันถ้าได้ขนาดนี้แล้วมารวมกัน เกริ่นไว้ล่วงหน้า วันนี้ไม่ได้บอกจะสลายขั้ว แต่ทำอย่างไรให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30

มีการพูดลักษณะว่า ระหว่างพล.อ. ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ใครได้มากกว่ากัน ต้องไปถามนายอนุทิน เพราะท่านปรารภออกมา ระหว่าง รทสช. กับ พปชร. ระหว่าง 2 พี่น้อง ใครได้มากก็สนับสนุนคนนั้นเป็นนายกฯ

“วันนี้ไม่ว่าพล.อ.ประวิตร ไปที่ไหนเริ่มมีความมั่นใจแล้วว่าจะเป็นนายกฯ คนที่ 30 เมื่อมั่นใจ บารมีเหมือนร่มไม้ชายคา ร่มโพธิ์ร่มไทร นกหนูกาไก่ก็วิ่งเข้ามาหาหมด และท่านมั่นใจได้ 250 เสียงขึ้นไปแน่นอน เราคิดว่าได้ส.ส.มากกว่ารทสช.พอสมควร

‘เฉลิมชัย’ชี้เร่งจับขั้ว-ดูถูกปชช.
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการปชป. ให้สัมภาษณ์การที่บางพรรคการเมืองรับประทานอาหารกันจะมีการจับขั้วทางการเมืองว่า เป็นสิทธิในการที่ทุกท่านจะไปรับประทานอาหารกับใคร ตนว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักการเมือง ตนก็รับประทานอาหารกับทุกคน เพียงแต่ตนไม่โชว์ภาพเท่านั้นเอง ตนเคยพูดแล้วว่าเล่นการเมืองเพื่อที่จะทำประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนและประเทศชาติ ฉะนั้นเล่นการเมืองไม่ใช่เข้าสู่สนามรบเพื่อฆ่ากัน แต่เล่นการเมืองเพื่อแข่งขันกัน ถ้าทุกคนคิดกันอย่างนี้ประเทศไทยเดินได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปชป.จะจับขั้วกับใครหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า อย่าไปดูถูกประชาชนเพราะวันนี้ต้องฟังเสียงของประชาชนก่อนว่าวันที่ 14 พ.ค.ปิดหีบเลือกตั้ง ประชาชนให้ความไว้วางใจใครบ้าง เท่าไหร่ นั่นถึงจะเป็นคำตอบ ตนเป็นคนต่างจังหวัดเล่นละครไม่ค่อยเก่ง เล่นละครไม่เป็นด้วย สิ่งที่ตนจะทำคือสิ่งที่จะเป็นความจริงเท่านั้น และมีโอกาสที่จะเป็นความจริง

เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคไหนได้เสียง ข้างมาก ปชป.จะไปร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่จำเป็น คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าปชป.จะไม่ได้มาก ตนถึงบอกว่าอย่าเพิ่งไปถาม อย่าเพิ่งไปดูถูกประชาชน ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจก่อน เพราะวันนี้ปชป.กำลังเปลี่ยนให้คนไทยเห็นว่าเรากำลังเปลี่ยนแปลง “ผมบอกกับพี่น้องคนไทยว่า วันนี้ปชป.เปลี่ยน เรามาร่วมกันเปลี่ยนมั้ย มาช่วยผมมั้ย” นายเฉลิมชัยกล่าว

‘เสธ.อ้าย’เข้าปชป.-ไม่หวังตำแหน่ง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย เข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป. เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค เสร็จแล้วเข้าพบนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พร้อมสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ โดยนายจุรินทร์และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรค มอบบัตรสมาชิกพรรคให้ด้วยตนเอง

พล.อ.บุญเลิศกล่าวว่า ตนมาสมัครเป็นสมาชิก ปชป.เพราะมีความศรัทธาเชื่อมั่นในการทำงานของนายจุรินทร์ ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง และต้องการเข้ามาช่วยพรรคจริง ไม่ได้มาหาตำแหน่งหรือหาผลประโยชน์ใดๆ

สำหรับพล.อ.บุญเลิศ เป็นอดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 1 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 12

เข้าพรรค – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ต้อนรับนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ถือช่อดอกกุหลาบแดงเข้าพรรคอย่างเป็นทางการ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 มี.ค.

สองมิตรกลับเพื่อไทยเต็มตัว
เมื่อเวลา 10.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานส.ส.พรรค ต้อนรับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.อุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.ยุติธรรม และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยานายสมศักดิ์เพื่อเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค

นพ.ชลน่านแถลงว่า วันนี้ถือเป็นวันดียิ่ง ดีกว่าวันที่ 20 มี.ค.ที่ผู้มีอำนาจคืนอำนาจให้ประชาชน เรามีผู้ที่มีอุดมการณ์ เป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงานกับพรรคมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) นายสุริยะเคยเป็นเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์และนางอนงค์วรรณ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง ด้วยมิติทางการเมืองที่ผันผวน เป็นเหตุให้พวกท่านต้องไปทำงานการเมืองกับพรรคอื่นๆ เพื่อรักษาสภาพ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทั้ง 3 ท่านบนเวทีวันนี้

ในอนาคตข้างหน้าหวังว่าจะไม่มีมิติทางการเมืองที่บีบคั้นเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เป้าหมายของเราคือทำงานเพื่อประชาชน เป้าหมายเด็ดขาดคือแลนด์สไลด์ 310 เสียง ปลดล็อกสิ่งที่เขียนในรัฐธรรมนูญ ด้วยความสามารถของพวกท่านจะมาผนึกกำลังกับเราได้

หนุนเป้าหมายแลนด์สไลด์
นายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มีความสุขและความหวัง ต้องขอบคุณพท.ที่เปิดโอกาสให้เข้ามาช่วยงานให้สมบูรณ์แบบ เป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน 100% วันนี้เราต้องแลนด์สไลด์ ตนจะเข้ามาเสริมเติมเต็มเพื่อให้สำเร็จ วันนี้ฟ้าเปิด เมฆหมอกจางหายสู่บรรยากาศประชาธิปไตย ตนประทับใจทีมพท.ที่เข้าใจ พท.สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนและมีทีมงานที่คอยสนับสนุน ในอดีตนโยบายทรท.สมัยนายทักษิณ ชินวัตร บรรลุเป้าหมายเด่นชัด นำไปสู่การปฏิบัติได้ ไม่แลนด์สไลด์ก็เกือบแลนด์สไลด์โดยไม่ต้องมีพวกผมเลย ต้องขอขอบคุณพี่น้องสมาชิก พท.ที่ต้อนรับ โทร.มาให้กำลังใจ ผมพร้อมเดินหน้าทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่” นาย สมศักดิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะเปลี่ยนขั้วทางการเมืองอีกหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่เปลี่ยนขั้วแน่นอน จะตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อให้ได้ ส.ส.มากที่สุด ยืนยันว่าพท.มีพื้นที่ใหม่ๆ ที่ให้ผู้แทนเข้ามาได้ เพราะมีฐานคะแนนความนิยมที่ผู้บริหารพรรคได้ทำไว้ การจะสร้าง ส.ส.คนใหม่ในพื้นที่ที่ไม่เคยมี ผู้แทนนั้น เชื่อว่ามีสิทธิได้ผู้แทนสูง

ด้านนายสุริยะกล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้สื่อข่าวสอบถามตนตลอดว่าทำไมตัดสินใจเป็นสมาชิก พท. 8 ปีที่ผ่านมาที่มีการทำรัฐประหาร ทำโครงสร้างเศรษฐกิจพลังทลาย จนนักลงทุนไม่กล้าเข้ามา 4 ปีหลังพปชร.เป็นรัฐบาลแต่เสียงไม่มากพอ ทำให้กระทรวงเศรษฐกิจไปอยู่พรรคอื่น ทำให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ และตนมีโอกาสไปพบกับประธานหอการค้า ช่วงหลังทุกคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย ถ้าอยู่ต่อไปคงทุกข์ยากลำบากมาก บางคนที่สนิทกันก็มากระซิบว่าท่านย้ายพรรค และตนลงพื้นที่เจอเพื่อนฝูง ไม่มีใครเชียร์ให้อยู่พปชร.เลย จึงต้องย้ายพรรค และต้องได้ส.ส.แลนด์สไลด์เพื่อ ผลักดันนโยบายตามสโลแกนคิดใหญ่ ทำเป็น

ตีกรุงเก่า – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวฯ พร้อมแกนนำพรรคจัดปราศรัยใหญ่เปิดตัว 5 ผู้สมัครส.ส. พระนคร ศรีอยุธยา ที่ตลาดน้ำ อโยธยา เมื่อ 23 มี.ค.

‘ชลน่าน’จวก2พรรคชิงจับขั้ว
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่เวทีปราศรัยที่ ลานกิจกรรมตลาดน้ำอโยธยา อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยว่า จ.อยุธยาอุดมสมบูรณ์ แต่พี่น้องมีหนี้มีสินมากมาย วันนี้ภาคการเกษตรไม่เพียงพอกับความเป็นอยู่ วันนี้พท.จะนำเทคโนโลยีมาช่วยทำการเกษตร พี่น้องเหนื่อยน้อยลงแต่ได้เงินมากขึ้น เราตั้งใจจริง 8 ปีที่ผ่านมาพี่น้องลำบากมามาก เรามีนโยบายดีๆ มาก ที่บอกว่าจะทำให้ได้ก่อนปี 2570 นั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นไปได้แน่นอน และที่บอกกันว่าอยุธยาไม่สิ้นคนดี วันนี้ไม่เอาแล้วหน้ากากคนดี จึงขอให้เลือกพท.ทั้งคนทั้งพรรคให้แลนด์สไลด์

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า พอกันที 8 ปียาวนานมาก หวังว่า 4 ปีข้างหน้าจะไม่เห็นหน้ากันอีก การเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ภายใน 6 เดือนจะสำรวจครัวเรือนไหนมีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท เราจะเติมให้ ใครอายุ 16 ปี ขึ้นไปเราจะสร้างกระเป๋าตังค์ดิจิทัล ให้ใช้ในพื้นที่ 4 ก.ม. เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และจะทำให้รายได้สุทธิประชาชนเพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพท. กล่าวปราศรัยว่า เมื่อวานมีพรรคการเมืองสองพรรคไปกินข้าวด้วยกันเจตนาถ่ายรูปโชว์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พปชร. และภท.จับมือกันตั้งรัฐบาล ทั้งที่ประชาชนยังไม่มอบอำนาจให้ ทั้งสองพรรคนี้จะรวมกับชทพ.และปชป. ตั้งรัฐบาลให้ได้ 203 เสียง ถ้าประชาชนไม่เอาก็ขอให้เลือกพท.

ศาลรับตีความยืดใช้กม.อุ้มหาย
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีสำคัญ เรื่อง พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ จากกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 99 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภา (ผู้ร้อง) ว่าพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.นี้ ตราขึ้นเพื่อขยายกำหนดเวลาการมีผลใช้บังคับของพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 และมาตรา 25 จากเดิมที่ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือ วันที่ 22 ก.พ.2566 แก้ไขเป็นให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 เป็นต้นไป โดยอ้างเหตุผลความไม่พร้อมด้านงบประมาณ การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติงานในการบังคับใช้พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงส่งความเห็น ดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาอาศัยอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้คณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดทำความเห็นตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด โดยจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน