แพทองธารหวัง‘ทักษิณ’กลับ ‘เศรษฐา’แจงไม่สมัครชิงสส. ‘บิ๊กป้อม’รื้อบัญชีรายชื่อใหม่
นิด้าโพล เผยคนกรุงหนุน ‘พิธา’ นายกฯ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ตามมาสูสี ‘ตู่’ หล่นไปอยู่ที่ 3 ส่วนพรรคที่ชอบ เพื่อไทยมาแรงทั้งแบบเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ ตรงกับสวนดุสิตโพล สำรวจพบ พท.คะแนนนิยมนำลิ่ว ‘อิ๊ง’ ยอมรับ ในฐานะลูกสาว หวัง ‘ทักษิณ’ กลับบ้านมาอยู่กับหลาน แต่ยันเรื่องนี้พรรคไม่เกี่ยว ‘เศรษฐา’แจงไม่มีชื่อลงส.ส. ต้องแยกฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ สะพัด ‘บิ๊กตู่’ ชิ่งหนีลงปาร์ตี้ลิสต์ รทสช. เสี่ยเฮ้ง ส่งน้องเมียลงส.ส.เขตแทน อ้างต้องลงพื้นที่ช่วยดัน ประยุทธ์ นั่งนายกฯ ต่อ ‘บิ๊กป้อม’ ปรับอันดับปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หลัง ‘นฤมล’ สละสิทธิ์ ‘จุรินทร์’ มั่นใจกระแสตอบรับ ปชป.ดีขึ้น คาดภาคใต้ได้เกิน 40 ที่นั่ง
นิด้าโพลชี้คนกรุงหนุน‘พิธา’นายกฯ
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) เผยถึงผลสำรวจ เรื่อง “คน กทม. เลือกพรรคไหน” สำรวจวันที่ 15-21 มี.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 50 เขต จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง
บุคคลที่คนกรุงเทพฯ จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 25.08 ระบุเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) อันดับ 2 ร้อยละ 24.20 ระบุ น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 18.24 ระบุพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 4 ร้อยละ 5.96 ระบุคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 5.68 ระบุ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 5.20 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 7 ร้อยละ 4.84 ระบุ นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) อันดับ 8 ร้อยละ 2.40 ระบุ นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย)
อันดับ 9 ร้อยละ 2.00 ระบุ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 10 ร้อยละ 1.64 ระบุ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 11 ร้อยละ 1.56 ระบุ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) และร้อยละ 3.20 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)
เพื่อไทยมาแรงเลือกสส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์
สำหรับพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพฯ จะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต อันดับ 1 ร้อยละ 34.92 ระบุพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 27.72 ระบุพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 14.32 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 6.76 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.32 พรรคชาติพัฒนากล้า
พรรคที่คนกรุงเทพฯ จะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.40 ระบุพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 28.76 ระบุพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 14.68 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 6.08 พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.48 พรรคชาติพัฒนากล้า
ดุสิตโพลเผยพท.นำลิ่วคะแนนนิยม
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยลสำรวจผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ กรณี “คนไทยนิยมพรรคการเมืองใด” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 10,614 คน (สำรวจทางภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 1-17 มี.ค. ก่อนประกาศยุบสภา พบว่า พรรคที่คนไทยนิยมเป็นอันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 46.16 รองลงมาคือ พรรคก้าวไกล ร้อยละ 15.43 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 11.12 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 8.73 และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.71
เมื่อจำแนกตามอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 18-30 ปี นิยมพรรคก้าวไกลมากที่สุด ร้อยละ 37.85 ส่วนกลุ่มอายุอื่นๆ นิยมพรรคเพื่อไทยมากที่สุด เมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมพรรคเพื่อไทยมากที่สุด ภาคใต้นิยมพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด ร้อยละ 24.71 ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 21.72

อ้อนชาวนนท์ – พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตั้งเวทีย่อย หาเสียงกับพี่น้องชาวนนทบุรี พร้อมแนะนำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคทั้ง 8 เขต ที่ท่าน้ำปากเกร็ด จ.นนทบุรี
‘พิธา’ปลื้มคนกทม.ให้นั่งนายกฯ
ที่ท่าน้ำปากเกร็ด จ.นนทบุรี พรรค ก้าวไกลนำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรค หาเสียงแนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตของพรรคทั้ง 8 เขต
โดยนายพิธากล่าวถึงนิด้าโพลช่วงเช้าที่คน กทม. มอบความไว้วางใจให้เป็น นายกฯ ว่า เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ตนจะนำพลังที่ชาว กทม.ไว้วางใจมาเป็นกำลังใจให้ได้ทำงานทั้งประเทศ
ไม่ให้ราคา‘ตู่-ตุ๋ย’เป็นแคนดิเดต
เมื่อถามถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นแคนดิเดต นายกฯ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะการเมืองของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือเรื่องบุคคล แต่เป็นเรื่องโครงสร้างต้นตอปัญหาและระบบ ฉะนั้น ตนไม่ได้ให้ราคา
ชี้ต้องรับโทษก่อนก้าวข้ามขัดแย้ง
ส่วนที่มีการชูเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้งด้วยนั้น นายพิธากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากลุง 2 ลุง ดังนั้น การที่ทำตัวว่าเป็นโซ่ข้อกลางหรือพยายามฟอกขาวยุติธรรม ต้องเข้าสู่กระบวนการรับผิดรับชอบก่อน รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีการนิรโทษกรรมให้คนที่ทำรัฐประหาร ซึ่งไม่มีความชอบธรรม ย้ำว่าหากต้องการให้เกิดความปรองดองขึ้นจริง ต้องเอาทหารออกจากการเมือง ปิดสวิตช์ 3 ป. และนำทั้ง 2 คนมาเข้าสู่กระบวนการรับโทษ ซึ่งวิธีก้าวข้ามความขัดแย้งไม่ได้อยู่ที่พรรค การเมือง แต่อยู่ที่ประชาชนที่ถูกกระทำมาตลอด 8 ปี หากมีกระบวนการหาข้อเท็จจริง มีความยุติธรรมเกิดขึ้น และไม่มีวัฒนธรรมลอยนวล ความปรองดองถึงจะเกิดขึ้นจริง คนที่จะตอบได้ว่าปรองดองได้ คือคนที่เขาได้รับความยุติธรรมจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

หาเสียง- นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเช้าวัดหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อวันที่ 26 มี.ค.
เศรษฐาลั่นเพื่อไทยคนเก่งอื้อ
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ช่วย นายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหนองแขม บางบอน จอมทอง นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตบางแค ภาษีเจริญ และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 31 ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หาเสียงในพื้นที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม และตลาดบางแค โดยมีประชาชนจำนวนมากมอบดอกไม้ให้กำลังใจและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีผลโพลระบุคนกรุงเทพฯ เชียร์ให้เป็นนายกฯ และพรรค พท.มาเป็นอันดับหนึ่งว่า หน้าที่ตนคือเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ตนจะเดินหน้าหาเสียงปราศรัย พบปะประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ตอนนี้ทำหน้าที่เต็มที่ สำหรับผลโพลที่ระบุในพื้นที่กรุงเทพฯ พรรค พท.นำมาตลอดนั้น เชื่อว่าในอดีตตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เราก็ใช้นโยบายนำโดยตลอด บุคคลมีคุณภาพในพรรคเราก็มีเยอะมากมาเป็นแผง เชื่อว่าพรรคมีความสามารถ ฉะนั้น จึงไม่แปลกใจ และจะเดินหน้าต่อไปเพื่อเผยแพร่นโยบายที่ดี
แจงเหตุไร้ชื่อในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์
เมื่อถามว่ามองว่าโพลแคนดิเดตนายกฯ ที่หล่นลงมา เพราะเปิดตัวช้าหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “คงไม่ใช่ โพลก็คือโพล เรามีหน้าที่ ก็ต้องเดินหน้าต่อ เราทำหน้าที่เต็มที่ จะมาพะวงกับโพลไม่ได้ การชี้นำของโพลเราก็ว่ากันไป”
ส่วนการประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะขยับไวขึ้นจากวันที่ 5 เม.ย.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เท่าที่ทราบยังเป็น วันที่ 5 เม.ย.อยู่
เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานข่าวเปิดรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ออกมา แต่ไม่ชื่อของนายเศรษฐาและน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐากล่าวว่า การที่ชื่อของตนไม่ได้อยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ ก็ไม่ได้ผิดความคาดหวัง เพราะเราพูดกันตลอดว่าฝ่ายบริหารก็อยู่ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติก็อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ เข้าใจว่ามีหลายฝ่ายอยากให้คนที่จะมาเป็นแคนดิเดต นายกฯ อยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ด้วย แต่เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้กำหนดไว้ หากใครที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้รับเลือกเข้ามา แล้วต้องไปดำรงตำแหน่งนั้น สิ่งที่สำคัญคือต้องบริหารราชการแผ่นดิน และทำตามกฎหมายที่สภาออกมา ส่วนสภาก็เป็นหน้าที่ของส.ส.ต้องออกกฎหมาย นอกจากนี้สำคัญที่สุดคือการที่ฝ่ายบริหารต้องไปตอบกระทู้ในสภา
ต่อข้อถามว่ามองว่าแยกกันดีกว่าใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ใช่
ไม่สนคำขู่‘บิ๊กตู่’สไลด์นอกเลน
เมื่อถามว่าส่วนหนึ่งเพราะพรรคมีคนที่เสนอตัวเป็นปาร์ตี้ลิสต์เยอะด้วยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค แต่รู้กันอยู่ว่าจริงๆ พรรคมีบุคคลที่มีคุณภาพเยอะ มีหลายคนที่อยู่ร่วมกับพรรคมานาน
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกรณีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุการแลนด์สไลด์ ระวังสไลด์ออกนอกเลนและเจ็บตัวอีกครั้ง นายเศรษฐากล่าวว่า ตนคงคอมเมนต์ไม่ได้และไม่เข้าใจว่าสไลด์ออกนอกเลนคืออะไร ตนไม่อยากถูกลากเข้าไปในด้านการตอบโต้ ท่านเป็นนายกฯ เป็นผู้ใหญ่แล้ว อยากพูดอะไรก็เรื่องของท่าน เราก็รับฟัง แต่วันนี้หน้าที่ของตนคือ การพบปะประชาชน เดินหน้าปราศรัย รับฟังปัญหาและตอบข้อซักถามของประชาชน

ลุยหาเสียง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัย ‘นครปฐม คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ โดยมีประชาชนนับพันมาร่วมฟัง ที่สนามกีฬากลาง 1 ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อ 26 มี.ค.
อ้อนนครปฐมเลือกพท.แลนด์สไลด์
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน พรรคเพื่อไทย นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัครส.ส. เปิดเวทีปราศรัย มีประชาชนมาฟังปราศรัยเต็มลานพื้นที่สนามกีฬา
น.ส.แพทองธาร ปราศรัยว่า หากพรรค พท.ได้เป็นรัฐบาลจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้านการเกษตร เมื่อได้ผลผลิตมากขึ้น พรรค พท.จะทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไปทั่วโลก เราไม่สามารถแบ่งใจให้พรรคอื่นได้ เรามีแค่ประชาชาสนับสนุนเท่านั้น เราไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย วันนี้มาขอให้พี่น้องช่วยหันเลือก พท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งนครปฐมได้หรือไม่ หากเราได้เบอร์เมื่อไหร่เราจะกลับมาบอกอีกครั้งและขอให้เลือกพรรค พท.ให้แลนด์สไลด์ทั้งนครปฐม
‘อิ๊ง’ยอมรับหวัง‘ทักษิณ’กลับบ้าน
น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์กรณี นายทักษิณ ชินวัตร ระบุพร้อมกลับประเทศไทยภายในปีนี้และรับโทษว่า ตนได้คุยกับนายทักษิณแล้ว ซึ่งประโยคเช่นนี้เราได้คุยในครอบครัวตลอด ถ้าเหตุการณ์ปกติที่คดีต่างๆ ดำเนินไปตามปกติ ไม่ใช่หลังรัฐประหาร ก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ แต่ที่เป็นแบบนี้ หากกระบวนการยุติธรรม ยุติธรรม มันก็ดี ซึ่งตนเคารพการตัดสินใจของนายทักษิณ และเป็นกำลังใจให้
“อิ๊งพูดจากใจเลยว่า อิ๊งเปลี่ยนความจริงไม่ได้ที่เป็นลูกของคุณพ่อ และอิ๊งไม่อยากเปลี่ยนด้วย ซึ่งการนำพรรคเพื่อไทยสำหรับการเลือกตั้งและยื่นนโยบายสู่ประชาชน เป็นหน้าที่หลัก เราจะทำต่อไป ในสิ่งที่คุณพ่อพูด ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น และเป็นผลอย่างไร อยากให้เป็นส่วนของท่าน เพราะท่านพูดอยู่แล้วว่าการจะกลับมา ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย และบอกว่าจะไม่มีการทำอะไรทั้งสิ้น คุณพ่อพูดมาก่อนหน้านี้ตั้งหลายเดือนแล้ว ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่” น.ส.แพทองธาร กล่าว
ยันไม่เกี่ยวกับพรรค-เมิน‘ตู่’แขวะ
เมื่อถามว่านายทักษิณระบุเวลากลับประเทศแล้วหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ได้บอก จากใจตนหวังตลอด ทำไมเราจะไม่อยากให้พ่อกลับบ้าน อยากให้คุณตากลับมาเลี้ยงหลาน โดยเฉพาะตอนนี้เหลือไม่ถึง 2 เดือนก็จะคลอดแล้ว ฉะนั้น มีความหวังแน่นอน
เมื่อถามว่านายทักษิณให้สัมภาษณ์ในช่วงนี้ เกี่ยวกับการหาเสียงแบบแลนด์สไลด์ เพื่อนำนายทักษิณกลับมาประเทศไทยได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราถามหัวหน้าและทุกคน พ่อก็คือหนึ่งในแรงใจของเรา นั่นเป็นสิ่งที่เถียงไม่ได้ เป็นกำลังใจสำคัญ ท่านเป็นคนก่อตั้งพรรคตั้งแต่ไทยรักไทย ฉะนั้น ตอนนี้ไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามถึงพล.อ.ประยุทธ์ วิจารณ์ถึงพรรค พท.ว่าระวังจะแลนด์สไลด์ออกนอกเลน น.ส.แพทองธาร นิ่งครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “นายกฯ เป็นคนครีเอทีฟเนอะ ให้ท่านครีเอทีฟไป เราก็เดินหน้าหาเสียงต่อ”
ย้ำไม่จำเป็นต้องลงปาร์ตี้ลิสต์
เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯควรเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ไม่จำเป็น จะมีหรือไม่มีก็ได้ เราก็ทำหน้าที่ของเราต่อ
เมื่อถามว่านายทักษิณ ให้การสนับสนุนและได้ฉันทามติจากประชาชนแล้ว หากจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่หนึ่ง พร้อมหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “เขินเลย อิ๊งคิดว่าขอคนที่เหมาะสมและดีที่สุด เป็นอย่างนั้นดีกว่า”
ดีใจผลโพลโตขึ้นตามท้อง
เมื่อถามถึงนิด้าโพลระบุน.ส.แพทองธาร อยู่อับดันที่ 2 ที่คนกทม.อยากให้เป็นนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามีคนส่งผลการสำรวจเข้ามาในกลุ่มไลน์ ก็ยังแซวอยู่ว่า ดีใจมาก โพลโตขึ้นตามท้องเลย
เมื่อถามว่าจะดึงคะแนนนิยมที่เป็นรองอยู่ในกลุ่มบุคคลอายุ 18-30 ปีอย่างไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราต้องใช้เวลาในการอธิบายให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเราและพรรค พท. ในการดึงคนทุกกลุ่ม เราพร้อมอยู่แล้ว ขอบคุณโพลมาก ซึ่งโพลขึ้นมาตลอด เป็นกำลังใจให้พรรคอย่างมาก
บิ๊กป้อมวอนเลือกพปชร.ยกแผง
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ลานตลาดนัด วันอาทิตย์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) จัดเวทีปราศรัย นําโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค พร้อมว่าที่ผู้สมัครส.ส.กำแพงเพชร โดยพล.อ.ประวิตร ปราศรัยว่า เราจะทำทุกอย่างเพื่อจะก้าวข้ามยากจน และพร้อมทำงานให้กับชาวกำแพงเพชร จะร่วมมือกันพัฒนาให้เจริญอย่างยั่งยืน พรรคคัดสรรคนดี คนเก่ง ขอให้เลือกผู้สมัครของเราทั้ง 4 คน นโยบายทุกข้อของเราทำเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี
ยัน‘นฤมล’ไม่น้อยใจทิ้งปาร์ตี้ลิสต์
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าป่วยต้องให้หมอเข้าไปรักษาที่มูลนิธิอนุรักษ์รอยต่อ 5 จังหวัด ว่า ไม่ได้ป่วย ยังแข็งแรงดี ส่วนที่นิด้าโพล ระบุไม่มีชื่อตนอยู่ในลิสต์ 10 อันดับแรก นายกฯนั้น เขาเอาชื่อออก ให้ไปถามคนจัดโพลเอง ยืนยันไม่สูญเสียความมั่นใจ และไม่ต้องปรับยุทธศาสตร์ กระแสนิยมของตนดีขึ้นตลอด โพลก็คือโพล มั่นใจกระแสของตัวเองและประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ประชาชนเป็นคนเลือก หากเลือกก็พร้อม ส่วนที่รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคหลุดออกมานั้น ตนไม่รู้ แล้วจะปรับได้อย่างไร เขาทำไพรมารีโหวตกันแล้ว เมื่อถามว่าได้ การพูดคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค หลังประกาศไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ หรือยัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้คุยเรื่องอะไร เขาสมัครใจออกเอง เขาไม่น้อยใจ ไม่งอนๆ
ปรับรายชื่อใหม่-ชัยวุฒิขึ้นเบอร์3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประวิตร ได้ปรับบัญชีรายใหม่ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ ก่อนส่งทั้ง 100 รายชื่อไปทำไพรมารีโหวตตามกฎหมาย ล่าสุด ลำดับที่ 1 เป็น พล.อ.ประวิตร ลำดับที่ 2 นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ลำดับ 3 เดิม เป็น นายไพบูลย์ นิติตะวัน แต่ปรับใหม่ เป็นนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ลำดับ 4 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลำดับ 5 นายอุตตม สาวนายน ลำดับ 6 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ลำดับ 7 นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ซึ่งถูกลดลงมาเป็นลำดับ 7 แทนนางนฤมล ที่สละสิทธิ์ไป ลำดับ 8 น.ส.พิม อัศวเหม ลำดับ 9 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ลำดับ 10 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ลำดับ 11 นายสกลธี ภัททิยกุล ลำดับ 12 นายอภิชัย เตชะอุบล ลำดับ 13 นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
ขณะที่บุคคลใกล้ชิดแกนนำกลุ่ม ยังมีชื่อในลำดับต้นๆ ลำดับที่ 16 น.ส.ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลำดับที่ 18 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ลำดับที่ 22 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ลำดับที่ 24 นายชวน ชูจันทร์ ลำดับที่ 27 นางวลัยพร รัตนเศรษฐ
รทสช.ลั่น‘บิ๊กตู่’ไม่โดดเดี่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่บริเวณสวนเสรีไทย ตลาดหมู่บ้านสหกรณ์ วัดสันติอโศก และโครงการเอื้ออาทรบึงกุ่ม ช่วย น.ส.กาญจนา ภวัครานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบึงกุ่ม คันนายาว หาเสียง ก่อนขึ้นรถแห่ไปตามเส้นทางหลัก ท่ามกลางความสนใจของประชาชน
นายเอกนัฏกล่าวว่า งานเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. 400 เขตทั่วประเทศ เมื่อ วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความพร้อมเพรียงอย่างเต็ม 100% ของว่าที่ผู้สมัครทุกคน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งพรรคได้ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรค โดยเป็นการลงมติเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวบนเวทีว่ารู้สึกอบอุ่น เพราะมีผู้ที่อยู่ร่วมบนเวทีจะต่อสู้ไปด้วยกันอีก 400 คน รวมทั้งสมาชิกอื่นๆ อีกทั่วประเทศ ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวที่จะ ขับเคลื่อนภารกิจไปด้วยกัน
มั่นใจได้ปาร์ตี้ลิสต์ 15-20 ที่นั่ง
เมื่อถามว่านายกฯ ได้พูดคุยถึงการลงปาร์ตี้ลิสต์บ้างหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า นายกฯ ลงหรือไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ อาจไม่มีผลอะไร เพราะการลงเล่นการเมืองเต็มตัว ทั้งในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ของพรรค และแคนดิเดตนายกฯ อีกทั้งยังลงพื้นที่มาช่วยผู้สมัครด้วยตัวเอง ถือว่าทําเต็มที่ที่สุดแล้ว ดังนั้น ตนคิดว่าพล.อ. ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้แล้ว แค่นี้ก็เกินไปมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูคะแนนนิยมของพรรค มันก็น่าจะมีบัญชีรายชื่อของพรรคประมาณ 15 คนขึ้นไป ถ้าทําได้ดีก็ต้องมี 20 คนขึ้นไป
แย้มโผปาร์ตี้ลิสต์-แกนนำเพียบ
รายงานข่าวจากพรรค รทสช. แจ้งความคืบหน้าการจัดทำโผรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า 100 รายชื่อที่ส่งให้สาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัด เรียกประชุมสมาชิกพรรคในจังหวัดต่างๆ เพื่อทำไพรมารีโหวตนั้น ยังไม่มีการเรียงลำดับ เพราะจะเรียงลำดับหลังทำไพรมารีโหวตเสร็จ เพื่อยื่นสมัครกับกกต. ภายในวันที่ 4-7 เม.ย.
สำหรับรายชื่อหลักๆ ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ยังไม่เรียงลำดับ อาทิ นายพีระพันธุ์ นายเอกนัฏ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง กรรมการบริหารพรรค นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกฯ
‘ตู่’จ่อไม่ลงส.ส.-เฮ้งขึ้นบัญชีรายชื่อ
นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู หรือแม่เลี้ยงติ๊ก นายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ สมาชิกพรรค นายวินท์ สุธีรชัย อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจ เป็นต้น
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.เขต 1 ชลบุรี รมว.แรงงาน ได้ตัดสินใจลงส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยจะส่ง น.ส.ณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเสม็ด ซึ่งเป็นน้องของภริยา ลง เลือกตั้งส.ส.เขต 1 ชลบุรี แทน
ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และฐานะแคนดิเดต นายกฯ คนที่ 1 ล่าสุด มีแนวโน้มสูงอาจตัดสินใจไม่ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
แจงส่งน้องเมียลงส.ส.ชลบุรี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำพรรครทสช. เปิดเผยถึงเหตุผลลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แทนการลง สมัครส.ส.เขต 1 ชลบุรี ว่า ตนต้องดูแลพื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคกลางและภาคตะวันตกให้กับพรรค นอกเหนือจากชลบุรี การลงบัญชีรายชื่อจะทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนที่ตนท้านายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำชลบุรี พรรคเพื่อไทย ให้ลงสมัครส.ส.เขต1 ชลบุรี แต่นายสนธยา เลือกลงบัญชีรายชื่อ โดยจะส่งเด็กหน้าใหม่ลงในเขตดังกล่าว ตนจึงตัดสินใจส่งน.ส.ณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ น้องสาวของภรรยาลงแทน เนื่องจากมั่นใจว่าประชาชนจะให้การตอบรับ สะท้อนผ่านผลโพลในเขต 1 เราถึงมั่นใจเช่นเดียวกับอีกหลายเขตในชลบุรี
“ถ้าผมลงเขต ก็ต้องหาเสียงเขตตัวเอง พื้นที่รับผิดชอบอื่นๆ คงทำไม่เต็มที่ เลือกตั้งครั้งนี้ผมต้องร่วมผลักดันให้พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย ต้องร่วมคณะเดินสายปราศรัยตามจังหวัดต่างๆ จึงไม่ใช่แค่เพียงเอาชนะศึกในเขตตัวเอง แต่ต้องมุ่งเอาชนะสงครามเลือกตั้งใหญ่ให้ได้” นายสุชาติ กล่าว

ถกทีมศก. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประชุมทีมเศรษฐกิจของพรรค วางนโยบายขับเคลื่อนประเทศ โดยมีนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานนโยบายพรรค และทีมงานด้านเศรษฐกิจร่วมหารือ ระบุหากได้เป็นรัฐบาลจะอัดฉีดเม็ดเงิน 1 ล้านล้าน เข้าสู่ระบบ ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.
ปชป.ฟุ้งอัดฉีด1ล้านล้านเข้าระบบ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ประชุมทีมเศรษฐกิจของพรรค อาทิ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานนโยบายพรรค ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต นายเกียรติ สิทธีอมร น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจทันสมัย โดยใช้เวลาประชุม 1 ชั่วโมง
จากนั้นนายจุรินทร์ แถลงว่า ประชุมหารือเรื่องนโยบายเพิ่มเติมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ หากพรรคมีโอกาศจัดตั้งรัฐบาล เราจะสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เป็นกรอบใหญ่ของการ ขับเคลื่อนประเทศ วันนี้เห็นตรงกันว่า เราจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ถ้าเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ จะมีเงินแต่ละแหล่ง ทั้งส่วนของงบประมาณแผ่นดิน และแหล่งอื่นๆที่มี อยู่ในจุดต่างๆ โดยเราดูอย่างรอบคอบแล้ว จะไม่เน้นสร้างหนี้สาธารณะโดยไม่จำเป็น
ไม่สนโพลชี้ไม่ติด1ใน10นั่งนายกฯ
เมื่อถามว่านโยบายของพรรค คิดว่าจะโดนใจคนกทม.หรือไม่ เพราะผลสำรวจล่าสุดที่ออกมาพรรคยังไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 นายกฯที่คนกทม.จะเลือก นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าผู้สมัครเราคัดคนที่มีคุณภาพและศักยภาพที่ดีที่สุดยุคหนึ่งที่นำเสนอให้คนกทม.แล้ว ส่วนพรรค เรามั่นใจว่าเสียงตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ โพลที่ออกมาก็ต้องดูว่าอยู่ที่โพลไหน และการสำรวจแต่ละช่วงเวลาด้วย ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่เรามั่นใจ เพราะจากการลงพื้นที่ เสียงตอบรับดีขึ้น ซึ่งทีมกทม.ต้องทำงานหนักจนถึงวันสุดท้ายที่จะหาเสียงได้
บัญญัติคาดภาคใต้ได้แน่ 40 ที่นั่ง
ที่โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาพรรค ปชป. ในฐานะว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชี รายชื่อ กล่าวในประชุมสมาชิกพรรค จ.สุราษฎร์ฯ ว่า พรรคมั่นใจว่าจะนำ ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้เข้าสภาไม่น้อยกว่า 40 ที่นั่ง ถึงแม้ขณะนี้เราจะเป็นพรรคที่มีขนาดเป็นอันดับ 3 ก็ตาม แต่เราเป็นพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด ประชาชนสามารถตรวจสอบผลงานย้อนได้และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ การันตีว่า นโยบายพรรคทำได้จริง

ช่วยหาเสียง – นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นั่งรถสามล้อ ระหว่างเดินทางไปช่วยหาเสียงให้นายวีระศักดิ์ โคตรสมบัติ ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง จ.ยโสธร เขต 1 ที่ตลาดสดเทศบาลเมือง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.
ชทพ.ลุยหาเสียง-ขอปักธงยโสธร
เวลา 09.00 น. ที่สวนสาธารณะบุ่งน้อยบุ่งใหญ่ เทศบาลเมืองยโสธร จ.ยโสธร พรรคชาติไทนพัฒนา จัด “ทัวร์ว้าว ไทยแลนด์ ม่วนซื่นโฮแซว รับฟังเฮ็ดจริง” เวทีที่สอง ซึ่งเป็นวันที่สามติดต่อกันของการหาเสียงในพื้นที่อีสานนายวราวุธกล่าวปราศรัยว่า ตนมารับไม้ต่อจากพ่อ ทุกครั้งที่เดินหาเสียง มีผ้าขาวผ้าคาดเอว ทำให้ตนคิดถึงพ่อ นี่คือสาเหตุทำไมจึงมาอาสาชาวยโสธร นโยบายของพรรคไม่ได้ลด แลก แจก แถม แต่เอาเครื่องมือหากินมาให้ วันนี้เสียดายเราไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 แต่วันหน้าต้องมี และวันหนึ่งจะเอาทั้ง 3 เขต ทั้งเขต 1, 2 และ 3 เหมือนในสมัยนายบรรหาร เราทำงานในฐานะรัฐบาล 4 ปี เวลาเลือก ส.ส.ต้องเลือกคนไปทำงาน หากเลือก ส.ส.ไปแล้วไม่ทำงาน เลือกควายมาไถนาดีกว่า
“เราไม่เคยมีศัตรู สร้างแต่มิตร เวลาเราลงพื้นที่มีแต่มิตร ไม่เคยให้ร้ายโจมตีใคร เพราะต้องสร้างมิตรเอาไว้แก้ปัญหาให้ประชาชน ผมรู้ว่าอีสาน มีพรรคการเมืองลงมาเยอะ ผมมาขอพื้นที่ในหัวใจชาวยโสธร เลือกทั้งคนทั้งพรรค ผมจะมา จ.ยโสธรอีกหลังจากได้เบอร์แล้ว และเสร็จเลือกตั้ง 14 พ.ค.แล้ว เราจะมาทำงานให้ชาวยโสธรทุกอำเภอเหมือนที่นายบรรหารทำไว้แล้ว” นายวราวุธกล่าว
ชี้‘ทักษิณ’พูด-มีผลต่อคะแนนเลือกตั้ง
จากนั้นนายวราวุธให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมารับฟังปัญหาของชาวยโสธร และจะนำไปทำจริง แก้ปัญหาให้จริง ทั้งนี้ พรรค ชทพ.มีแนวทางการทำงาน 2 เงื่อนไขที่สำคัญภายหลังเลือกตั้งคือ ไม่แตะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำนโยบายว้าว ไทยแลนด์ 10 ข้อ โดยเฉพาะเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา ถ้าหลังเลือกตั้งแล้วทราบว่าพรรคใดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคใดจะร่วมรัฐบาลบ้าง ชทพ.จะต้องดูว่าสามารถนำนโยบายของพรรคเหล่านี้ไปร่วมดำเนินการได้ เราจะทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ พร้อมกลับประเทศมาแม้ต้องรับโทษ มีนัยยะต่อการเลือกตั้งในช่วงนี้หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ในช่วงเลือกตั้งทุกพรรคต่างหาวิธีมาโน้มน้าวเรียกคะแนนนิยมให้กับตัวเอง กรณีนายทักษิณ ย่อมมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงเลือกตั้ง
เมื่อถามย้ำว่าถ้านายทักษิณจะกลับมา ควรมารับโทษใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า คนไทยทุกคนในแผ่นดินไทยอยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้น การดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบกฎหมายเป็นเรื่องที่ควรกระทำและเราสนับสนุน

โชว์วิสัยทัศน์ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แสดงวิสัยทัศน์ ไทยสร้างไทย สู้เพื่อชัยชนะของประชาชน ชวนคนไทยทุกคนเดินออกจากสงครามความขัดแย้งการเมือง 2 ขั้วที่ต่างเป็น Last War ที่แพ้ไม่ได้ทั้งคู่ ที่โรงละครสยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน เมื่อ 26 มี.ค.
ทสท.ขอเป็นทางรอดประเทศ
ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 อาคารสยามสแควร์วัน พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) จัดแสดงวิสัยทัศน์ “ไทยสร้างไทยสู้เพื่อชัยชนะของประชาชน” โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค กล่าวตอนหนึ่งว่า มีความเป็นไปได้สูงที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามความขัดแย้งครั้งใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม พรรคจึงพร้อมเป็นทางเลือกใหม่ทางรอดของประเทศอย่างแท้จริง เพื่อยุติสงครามแย่งชิงอำนาจของการเมือง 2 ขั้ว
เราขอมาเพื่อทำให้ประชาชนชนะ ไม่ใช่มาทำเพื่อตนเอง โดยหวังเพียงแค่ได้อำนาจเป็นรัฐบาล เพื่อไปโกงกิน ประชาชนไม่ต้องกังวลว่า หากเลือกพรรค ทสท.แล้วคะแนนจะตกน้ำ ลุงจะได้อยู่ต่อ ตรงกันข้ามเลือกเราไทยสร้างไทย ให้ถล่มทลาย การันตรีว่าจะไม่ได้ลุงคนไหน กลับมาทำร้ายประเทศต่ออย่างแน่นอน ตนพร้อมแล้ว ที่จะมาเป็นผู้นำประเทศไทย พาประเทศออกจากวิกฤต และนำชัยชนะที่แท้จริงมาสู่ประชาชน

โชว์วิสัยทัศน์ – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย สวมกอดน้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาว ที่มาให้กำลังใจในการแสดงวิสัยทัศน์ ไทยสร้างไทย สู้เพื่อชัยชนะของประชาชน ที่โรงละครสยามพิฆเนศ ชั้น 7 อาคารสยามสแควร์วัน เมื่อ 26 มี.ค.
ลั่นไม่ทำให้ใครเป็นขอทาน
คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมสู้เลือกตั้งว่า พรรค ทสท.มีความพร้อมทั้งประเทศ ขณะนี้เร่งทำไพรมารีโหวต พร้อมแล้วกว่า 300 เขต ส่วนบัญชีรายชื่อ คาดว่าไม่น่ามีปัญหา ทั้งนี้ พรรคจะไม่ทำให้คนไทยเป็นขอทาน แต่ต้องการสร้างโอกาสและให้พลังกับคนตัวเล็กทั้งหมด ได้ลุกขึ้นยืนอยู่ได้ ยืนยันว่าเลือกพรรค ทสท.จะไม่ทำให้คะแนนตกน้ำ เพราะเราจะไม่เป็นที่เหยียบยืนให้กับเผด็จการ ไม่สนับสนุนให้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ เพราะเท่ากับหลอกประชาชน และพรรคยังไม่คิดสมการจับขั้วกับพรรคใด แต่ได้ประกาศหลายครั้งว่าไม่จับมือร่วมงานกับเผด็จการ ตนขอจับมือกับประชาชน เพื่อก้าวข้ามสิ่งชั่วร้าย
ไม่หวั่นโพลตามมาที่ 4
เมื่อถามว่านิด้าโพล เผยผลคน กทม. โหวตเลือกคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นอันดับ 4 คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรายังต้องทำงานแข่งกับตัวเองต่อ ทุกโพลอาจสะท้อนเหมือนหรือแตกต่างกันบ้าง เรารับฟังและวันนี้หากใครเห็นด้วยกับพรรค หากเลือกอย่างถล่มทลาย ประชาชนจะไม่แพ้ในแบบ 17 ปีที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า หากพรรคมีมติให้ตนเป็นว่าที่นายกฯ ตนพร้อมเป็นผู้นำประเทศ และมองว่าหากพรรคชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย จะเป็นชัยชนะที่แท้จริงของประชาชน
ซัด‘บิ๊กตู่’เพิ่งคิดก้าวข้ามขัดแย้ง
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พร้อมวลีก้าวข้ามความขัดแย้ง เหมือนกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ต้องถามกลับไปว่าเหตุผลในการยึดอำนาจ อ้างว่าต้องการสร้างความสมานฉันท์ แต่อยู่มา 8 ปี เพิ่งมาทำเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง แสดงถึงความไม่จริงใจ หวังคะแนนเสียงเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจริง ฉะนั้นหากเลือกพรรค ทสท. การันตีได้ว่าจะไม่มีลุงคนไหนมาทำร้ายประเทศได้
เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณ ชินวัตร ระบุพรรคเพื่อไทยอาจจะจับมือกับพล.อ. ประวิตร แต่ขอเป็นตัวเลือกสุดท้าย มองอย่างไร คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยในการจับมือข้ามขั้ว ส่วนใครที่จำเป็นต้องจับมือข้ามขั้ว ก็เป็นเรื่องของพรรคนั้น ตนคิดว่าการทำเมืองในวันนี้ ตนไม่ได้คิดว่าจะได้กี่เก้าอี้ เพื่อแลกเป็นรัฐมนตรี เข้าไปโกง เข้าไปซื้อเสียง ถ้าแบบนั้นตนไม่ทำ ตนไม่ได้กระหายอำนาจ หากต้องขวนขวายไปรับตำแหน่งและเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้ เสียเวลาไปพายเรือให้โจรนั่ง และขอย้ำทิ้งท้ายว่าตนพร้อมดีเบตทุกเวทีหลังจากนี้
ทะลุ 9 หมื่นลงทะเบียนใน-นอกปท.
สำนักบริหารการทะเบียน สำนักงาน กกต. ได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักร ประจำวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่สองของการเปิดให้ลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง มีผู้มาลงทะเบียน 47,315 คน โดยลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 47,215 ราย และลงทะเบียนที่นายทะเบียนท้องที่ 100 ราย
ส่วนคนไทยในต่างประเทศ ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า 6,309 ราย โดยลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 6,302 รายและลงทะเบียนที่สถานทูตหรือสถานกงสุลเพียง 7 ราย
เรวมยอดการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ทั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร วันที่สอง รวม 53,624 ราย เมื่อรวมยอด 2 วัน (25-26 มี.ค.) จำนวน 91,424 ราย