อีกหนึ่งแคนดิเดตพรรค รทสช.โชว์ 100บัญชีชื่อ ไม่มีบิ๊กตู่-ไตรรงค์ด้วย อนุทิน-วราวุธปัดจับขั้วตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
เพื่อไทยโต้ดีล พปชร. ดัน ‘ป้อม’ นั่งนายกฯ เหน็บ ‘วิรัช’ ฝันกลางวัน ย้ำถ้าเลือกตั้งชนะได้ส.ส. 310 เสียง ไม่ต้องจับมือพรรคต่างขั้ว เชื่อเจตนาปูดข่าวหวังฉุดกระแสแลนด์สไลด์ แย้มโผ ‘ชัยเกษม’ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 กางแผนปราศรัยส่งท้ายเดือนมี.ค. สมุทรปราการ ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ‘อนุทิน’ ปัดไม่มีการคุยกันถึงสูตรตั้งรัฐบาล พท.-พปชร.-ภท. เตือนรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะตายทั้งเป็น ‘วราวุธ’ ยันไม่ร่วมด้วยแน่ รทสช.เปิด 100 รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ ไม่มีชื่อ ‘ตู่’ แน่นอนแล้ว ขณะที่เจ้าตัวไม่ตอบประเด็นการเมือง
‘ตู่’อุบตอบลงส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
วันที่ 27 มี.ค. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาเป็นประธานการประชุมสภาองค์การทหารผ่านศึก ครั้งที่ 1/2566 โดยไม่มีกำหนดแจ้งล่วงหน้า
เมื่อถามว่าวันนี้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวไม่ตอบ ชี้นิ้วพร้อมเดินไปที่ห้องประชุมโดยกล่าวว่า “ประชุมก่อน”
รายงานข่าวเผยว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์จะไม่มาร่วมประชุม เนื่องจากเปิดตัวร่วมงานกับ รทสช.แล้ว แต่ปรับแผนกะทันหัน เพราะการเข้าร่วมประชุมตามปกติทำได้ ในฐานะนายกฯ
ไม่ตอบมอตโตหาเสียงซ้ำป้อม
หลังการประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสถานการณ์การเมืองที่นายกฯ พูดถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งตรงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เป็นมอตโตหาเสียง จะใช้มอตโตเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งมีความเห็นอย่างไรกับกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับพล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัว หันมากล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ต้องขอโทษนะวันนี้นายกฯ ทำหน้าที่อยู่ ฉะนั้นการเมืองไม่ควรมาถาม นายกฯ ตรงนี้ ไว้บนเวทีอื่นแล้วกันค่อยมาถาม”
และเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถได้ลดกระจกลงพร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “โอเค ทุกคนช่วยกันทำงาน ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเถอะ เราต้องเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง” แล้วส่งยิ้มหวาน
ปาร์ตี้ลิสต์ไร้ชื่อตู่-ไตรรงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช.ที่ส่งไปทำไพรมารีโหวตทั่วประเทศ 100 รายชื่อ เรียงตามลำดับตัวอักษร ก่อนมาจัดลำดับ 1-100 หลังเสร็จสิ้นการทำไพรมารีโหวต เพื่อไปยื่นสมัครต่อกกต.วันอังคารที่ 4 เม.ย.นี้ เป็นไปตามกระแสข่าวคือ ไม่ปรากฎชื่อพล.อ.ประยุทธ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแคนดิเดตนายกฯเพียงอย่างเดียว ขณะที่รายชื่อหลักคนอื่นๆ อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 จะอยู่บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ลำดับที่ 2 คาดว่าคือ นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค
ที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อยคือไม่มีชื่อนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำพรรคและที่ปรึกษาของนายกฯ คาดเพราะต้องการเปิดทางให้คนอื่นในพรรค ขณะที่บุตรสาว คือนางรัดเกล้า สุวรรณคีรี หรือเนเน่ ลงสมัคร ส.ส.กทม. รวมถึงยังมีชื่อ มล.ชโยทิต กฤษดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ รทสช. ที่เพิ่งลาออกจากบอร์ดปตท.สัปดาห์ที่ผ่านมา และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน ทีมเศรษฐกิจรทสช. มีชื่อในบัญชี รายชื่อด้วย
คนอื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นแกนนำและรัฐมนตรีพรรค เช่น นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายชัชวาลล์ คงอุดม นายชุมพล กาญจนะ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ รวมถึง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษา ของนายกฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีต ผู้ว่าฯ กทม.

สภากาแฟ – นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ รองเลขาธิการรทสช. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ และน.ส.ศิรินันท์ ศิริพานิช ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตปทุมวัน ราชเทวี สาทร นั่งดื่มกาแฟยามเช้า พูดคุยสภาพเศรษฐกิจ-สังคม และการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ OKMD ถนนราชดำเนิน ที่ร้านกาแฟย่านเสาชิงช้า กทม. เมื่อวันที่ 27 มี.ค.
สุชาติแจงลงปาร์ตี้ลิสต์
นายสุชาติ ชมกลิ่น แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีขยับไปลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า การลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ชลบุรี รอบนี้เลือกจะส่ง น.ส. ณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลเสม็ด หรือ “น้องแยม” น้องสาวของภรรยาตนลงแทน ส่วนตนจะไปลงสมัครบัญชีรายชื่อ
หน้าที่ขอบเขตความรับผิดชอบของตน วันนี้ต้องดูแลในภาพใหญ่ รวมทั้งสิ้นกว่า 104 เขต และดูแล ส.ส.ทั้งจังหวัดชลบุรี ภาค ตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคกลาง การได้รับ ตำแหน่งรมว.แรงงาน มีโอกาสได้รับใช้ดูแลพี่น้องแรงงานทั่วประเทศ เลือกตั้งครั้งนี้จึง มุ่งหวังว่าจะมีความรับผิดชอบที่กว้างขึ้น อีกเหตุผลถ้าตนลง ส.ส. ขต คงต้องใช้เวลาหาเสียงดูแลเขตของตัวเอง แต่พื้นที่รับผิดชอบอื่นๆ คงทำไม่ได้เต็มที่ เลือกตั้งครั้งนี้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ “ลุงตู่” เป็นนายกฯ อีกสมัย ร่วมทุ่มเท เดินสายไปปราศรัยตามจังหวัดต่างๆ
ยังมีเวลาปลุกกระแสตู่
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ภาคใต้ รทสช. ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะลงส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ว่า อยู่ที่ กก.บห.พรรคต้องหารือกับพล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งว่ามีความเห็นอย่างไร แต่วันนี้พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานกำหนดยุทธศาสตร์พรรค สมาชิกพรรค และเป็นหัวหอกลงพื้นที่หาเสียงด้วยตนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้ประชาชนไว้วางใจพรรคอยู่แล้ว ส่วนจะลงปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนผลโพลคนกทม.หนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อันดับที่ 3 รองจากน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) รทสช.จะมีกลยุทธ์หาเสียงในกทม.อย่างไรว่า นโยบายหลักๆ ทั้งบัตรสวัสดิการพลัส ผลงานการลงทุนต่อยอดในโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายแลเรื่องสวัสดิการต่างๆ อสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นโยบายด้านเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้กระแสความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ เพิ่มมากขึ้น
ผลโพลต่างๆ เป็นสิ่งที่เรารับฟัง แต่ผลโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง พื้นที่กทม. มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลถึงกระแสความนิยม เชื่อว่ายังมีเวลาที่จะสร้างกระแสให้กับพล.อ. ประยุทธ์ และเชื่อว่าผลงานที่ผ่านมาตลอด 8 ปีจะทำให้คนกทม.เทคะแนนเพิ่ม รทสช.วางแผนด้านต่างๆ ทั้งยุทธศาสตร์หาเสียง การปราศรัยใหญ่ พรรคเตรียมกำหนดการไว้แล้ว
พปชร.ไม่เชื่อโพลไร้ชื่อป้อม
ที่ทำการ พปชร. นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมผู้สมัครกทม. กล่าวถึงการเปิดเวทีปราศรัยในพื้นที่กทม.ว่า จะจัดทุกสัปดาห์แบ่งตามโซน 1 เม.ย.นี้จะเปิดเวทีใต้สะพานพระราม 8 ส่วนการลงพื้นที่ของกก.บห.ตามเขตต่างๆ ผู้สมัครจะทำตารางว่าเขตไหนจะส่งใครไปเพื่อดึงกระแสให้ผู้สมัคร ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายจะจัดที่กทม. ดูสถานที่ไว้แล้ว หัวหน้าพรรคก็จะขึ้นเวทีด้วย
เมื่อถามกรณีพล.อ.ประวิตร ไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 ที่ชาวกทม.อยากให้เป็นนายกฯ ของนิด้าโพล นายสกลธีกล่าวว่า ไม่กังวล หากวัดตอนที่ตนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.โพลได้ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ผลออกมาได้ 9% การทำโพลต้องดูว่าใช้ตัวอย่างเท่าไร วัดอย่างไร ผลโพลเป็นเพียงกระแสบางพื้นที่ เหมารวมทั้งหมดไม่ได้ หากนำโพลของเราเองมาเทียบผลต่างกันสิ้นเชิง เป็นไปไม่ได้ที่พล.อ.ประวิตรจะ ไม่ติดโพล
เมื่อถามว่า พปชร.สำรวจในกทม.เท่านั้นหรือ นายสกลธีกล่าวว่า มีโพลออนไลน์และออฟไลน์ ก่อนเลือกตั้ง 40-50 วัน มีการแบ่งเขตเป้าหมายที่เราจะลงทำโพล เพื่อนำผลมาประเมินแก้ไขสถานการณ์
ไม่เกี่ยวข่าวทักษิณกลับบ้าน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการกลับบ้านของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีผลต่อการตัดสินใจของคน กทม.หรือไม่ นายสกลธีกล่าวว่า ใน กทม.ไม่น่าจะมีผลเท่าไร ฐานคะแนนแบ่ง 2 ฝั่งชัดเจน และคิดว่าไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายทักษิณยอมสนับสนุนให้พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ จะเป็นผลบวกหรือลบกับผู้สมัครพปชร. นายสกลธีกล่าวว่า ทั้งบวกและลบ มีทั้งคนสนับสนุนและไม่สนับสนุนนายทักษิณ ส่วนพล.อ.ประวิตร มองเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะจับมือกับใคร ต้องรอหลังเลือกตั้ง ตอนนี้อาจเร็วเกินไปที่จะประเมิน การจับมือล่วงหน้าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะทุกพรรคต้องแข่งกัน

ปชป.เหนือ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคเหนือ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคเหนือเพิ่มเติม 12 เขต และบัญชีรายชื่ออีก 3 คน ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.
ปชป.รับรองปาร์ตี้ลิสต์ 29 มีค.
เวลา 10.40 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุมคณะสื่อสารนโยบายพรรค มีกก.บห.พรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค อดีตส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เข้าร่วม
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า เรียกได้ว่าเป็นการประชุมลำโพงปชป. ผู้มาร่วมประชุมจะเป็นผู้นำนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคไปขยายผลและขับเคลื่อนผ่านสื่อต่างๆ และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบ เพื่อให้การสื่อสารในนามพรรคเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสะท้อนให้เห็นว่า ปชป.พร้อมก้าวสู่การเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเตรียมผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายจุรินทร์กล่าวว่า จะมีการประชุม กก.บห.พรรค เพื่อรับรองรายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส.เขต และแบบบัญชีรายชื่อในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับพรรคและกฎหมาย ต้องผสมไปตามสัดส่วนผู้มีความรู้และความเหมาะสมทุกด้าน จากผู้อาวุโส คนรุ่นใหม่ สตรี และจากหลากหลายภาคส่วน นอกจากนี้ พรรคเดินหน้า จัดทัพหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค ขับเคลื่อนทั่วประเทศเพื่อหาเสียงอย่างมีเอกภาพ ซึ่งได้คุยกับอดีตหัวหน้าพรรคทุกคนต่างยื่นยันความพร้อมหาเสียงทั่วประเทศ
มั่นใจกทม.ได้หลายเขต
เมื่อถามว่าหากศาลปกครองสูงสุดรับ คำร้องกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ไม่ชอบ จะรับมือย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยขณะนี้ทุกคนต้องทำตามที่กกต.แบ่งเขตก่อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องอนาคต แม้กกต. จะเปลี่ยนแปลงเขตใหม่อีกพรรคก็พร้อมส่ง ผู้สมัครส.ส.ทุกเขต สำหรับพื้นที่กทม. ยังมั่นใจว่าทีมกรุงเทพฯ มีความเข้มแข็งแม้มี การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง ทำให้พรรค ต้องเปลี่ยนการวางตัวผู้สมัครส.ส.ใน 4 เขตเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าจากผลการสำรวจของนิด้าโพลที่พบว่าไม่มีชื่อของนายจุรินทร์เป็น 1 ใน 10 ที่คนกทม.อยากให้เป็นนายกฯ พรรคจะใช้กลยุทธ์ใดเรียกคะแนนเสียงจากชาวกทม. นายจุรินทร์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคไม่ได้ส.ส.ในกทม.แม้แต่คนเดียว ครั้งนี้ คาดว่าน่าจะได้หลายคน จากการลงพื้นที่มั่นใจคะแนนทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ เพราะมีเสียงตอบรับใกล้เคียงกัน มีบางคนบอกว่ารอบที่แล้วไม่ได้เลือกแต่ครั้งนี้จะเลือก ปชป. จึงต้องขอบคุณที่จะกลับมาสนับสนุนปชป.อีกครั้ง

ปชป.กทม. – พรรคประชาธิปัตย์จัดกิจกรรมโรดโชว์เปิดนโยบายกทม. โดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. ที่บริเวณแยกศรีนุช (ถนนอ่อนนุชตัดกับถนนศรีนครินทร์) เมื่อวันที่ 27 มี.ค.
องอาจชี้โพลมีขึ้น-ลงตลอด
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป. ดูแลพื้นที่ กทม. กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล ปชป.ยังตามหลังพรรคอื่นว่า พรรคพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากคน กทม.ผ่านการทำโพล เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการทำงานให้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น ผลสำรวจมีขึ้นมีลงไปตามช่วงเวลาที่ทำโพล และพบว่าการเลือกตั้งใน กทม.ในอดีต ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้สิทธิลงคะแนนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน เมื่อมีข้อมูลใหม่มาประกอบการตัดสินใจ
ถึงแม้ผลสำรวจของนิด้าโพลในพื้นที่ กทม. ปชป.ยังตามหลังพรรคการเมืองอื่นอีก 3 พรรค เราไม่หวั่นไหว ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักเพื่อปักธงชัยใน กทม.ให้ได้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องพบว่าเสียงตอบรับจากชาวบ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้เชื่อมั่นปชป.จะได้รับโอกาสให้กลับมารับใช้คน กทม.ต่อไปแน่นอน
กก.ชี้ผลโพล-อยากเปลี่ยนประเทศ
ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค แถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยกรณีนิด้าโพลสำรวจพบคนกทม.สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า ก.ก. ให้เป็นนายกฯ คนที่ 30 สะท้อนว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่เปลี่ยน นายกฯ หรือเปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนแปลงประเทศ และเชื่อว่าแนวโน้มนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง
ความคืบหน้าในการทำไพรมารี่โหวตของ ก.ก. จากที่มีข้อมูลพรรคที่พร้อมส่งผู้สมัคร ทั้ง 77 จังหวัด 3 พรรค โดยไม่มี ก.ก. ทำให้หลายคนสงสัยถึงความพร้อมของพรรค ขอยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 77 จังหวัด ปัจจุบันเหลือ 1 จังหวัดที่ยังอยู่ในขั้นตอนไพรมารี่โหวต คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมี.ค.นี้ ดังนั้น ขอให้ความมั่นใจเรามีความพร้อมในการส่งผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อทั้ง 500 คน ก่อนวันรับสมัคร ส.ส.แน่นอน
กางไทม์ไลน์หาเสียง-วันสมัคร
นายกรุณพลกล่าวว่า สำหรับกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคก้าวไกลในสัปดาห์นี้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียง ก.ก. จะไปที่จ.สุรินทร์ ในวันที่ 29 มี.ค. จากนั้น 30 มี.ค. ไปจ.ร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ส่วน 1 เม.ย. จะลงพื้นที่และปราศรัยใหญ่ที่จ.พิษณุโลก โดยแกนนำพรรคประกอบด้วย นายพิธา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค น.ส.เบญจา แสงจันทร์ กก.บห.พรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย และ นายธนาธร ก่อนที่วันที่ 3 เม.ย. ซึ่งเป็นวันรับสมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ แกนนำพรรคจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ นายพิธาอยู่ที่กทม. นาย ธนาธรอยู่ภาคอีสาน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และน.ส.พรรณิการ์ วานิช กก.บห.คณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียง ก.ด. จะเดินทางไปที่จ.เชียงใหม่
ส่วนลำดับของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชี รายชื่อพรรคทั้ง 100 รายชื่อ พรรคจะพิจารณาเสร็จสิ้นปลายสัปดาห์นี้ ขอให้รอติดตามผลวันที่ 4 เม.ย.

แคนดิเดต – แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวแต่งตั้งนายชัยเกษม นิติสิริ (ที่ 2 จากซ้าย) เป็นประธานคณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวน การยุติธรรม โดยมีรายงานว่านายชัยเกษมจะเป็นแคนดิเดต นายกฯ ของพรรค คนที่ 3 ด้วย เมื่อวันที่ 27 มี.ค.
พท.ตั้ง‘ชัยเกษม’นำทีมแก้เหลื่อมล้ำ
เวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคนำโดย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงข่าวการแต่งตั้ง “คณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม และความเสมอภาค เท่าเทียม”
นายประเสริฐกล่าวว่า ปัญหาสังคมขณะนี้สร้างผลกระทบภาพรวมต่อการดำเนินชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน กระทบต่อความมั่นคงประเทศ จากปัจจัยหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง การพัฒนาด้านเทคโนโลยี ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหารัฐธรรมนูญและระบบการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ การบังคับใช้สองมาตรฐาน และปัญหาความเหลื่อมล้ำ ของคนในสังคม เป็นต้น พท.มีนโยบาย ที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาดังกล่าวและได้ แต่งตั้ง “คณะกรรมการด้านประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาค เท่าเทียม” โดยมีนายชัยเกษม เป็นประธาน นายชูศักดิ์เป็นรองประธาน นายภูมิธรรมเป็นกรรมการ
ทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตย
นายชัยเกษมกล่าวว่า คณะกรรมการจะทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ สรุปสภาพสังคมและความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม กำหนดแนวทางและกระบวนการปฏิรูปสังคม ปัญหากฎหมายลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการทุจริต วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบและการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เป็นต้น ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามองภาพกว้างของสัมคมว่าเมื่อเกิดปัญหาบิดเบือนสิ่งที่ควรจะเป็นนับตั้งแต่การปฏิวัติ มีคณะทำงานชุดย่อยที่มีความยินดีแก้ไขทุกจุด ทุกอย่าง
นายชูศักดิ์กล่าวเสริมว่า คณะกรรมการ ชุดนี้จะศึกษา ดูแลภาพรวมด้านสังคม เน้นความเป็นประชาธิปไตย กระบวนการยุติธรรม ความเสมอภาคเท่าเทียม ที่ยังเป็นปัญหาหลัก ส่วนคณะกรรมการชุดนี้จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้น ที่ผ่านมา พท.ติดปัญหาสำคัญคือ สภามีมติให้ทำประชามติให้มีการ จัดตั้ง ส.ส.ร.แล้ว แต่วุฒิสภาไม่เอาด้วย ดังนั้นหาก พท.ได้จัดตั้งรัฐบาลอาจให้ครม.มีมติ เพื่อขอทำประชามติได้เลย
สร้างความเสมอภาค 5 ด้าน
ด้านนายภูมิธรรมกล่าวว่า การรัฐประหาร 49 เป็นต้นตอแห่งการทำลายล้างโครงสร้างระบอบประชาธิปไตยมาจนถึงทุกวันนี้ พท.จะบูรณาการงานด้านต่างๆ นำหลักความเสมอภาคเป็นเครื่องมือหลัก และจะขยายไปด้านอื่นทั้งเศรษฐกิจและสังคม โดยหลักความเสมอภาคในประชาธิปไตยภายใต้หลักคิด 5 ด้าน ได้แก่ 1.ความเสมอภาคทางการเมือง ทุกคนควรมีสิทธิทางการเมืองเท่ากัน นักเรียน นักศึกษาต้องไม่ถูกลิดรอน กลั่นแกล้ง 2.ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ 3.ความเสมอภาคทางสังคม 4.ความเสมอภาคทางกฎหมาย ที่ผ่านมาภาครัฐใช้อำนาจที่ล้นเกิน หลายคนถูกจับ ขัง ทั้งที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมาย ขณะที่อีกหลายคนได้รับการโอบอุ้ม 5.ความเสมอภาคทางโอกาส
นี่คือการเตรียมความพร้อมของพท.ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ เราเรียกร้องให้เลือก พท.เป็นรัฐบาลได้ 310 เสียงขึ้นไป ให้เราชนะเด็ดขาด เป็นพรรคเดียวหรืออย่างน้อยที่สุดร่วมมือกับฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล หากเสียงไม่ถึง 310 จะสู้ส.ว.250 คนไม่ได้ มีโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเหมือนเดิม
ชัยเกษม-แคนดิเดตนายกคนที่ 3
รายงานข่าวเผยว่า นอกจากเป็นประธานคณะกรรมการด้านประชาธิปไตยฯ เพื่อไทยยังมีความชัดเจนแล้วว่า รายชื่อแคนดิเดต นายกฯ ของพท.คนที่สามคือ นายชัยเกษม
สำหรับนายชัยเกษม เป็นอดีตรมว.ยุติธรรม อดีตที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อดีตอัยการสูงสุด
ส่งท้ายมี.ค.-ปราศรัย 3 จังหวัด
เวลา 12.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงว่า พท.เตรียมจัดเวทีปราศรัยใน 3 จังหวัด ได้แก่ ในวันที่ 28 มี.ค.เปิดเวทีปราศรัยที่ศาลากลางจ.สมุทรปราการ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์รวมทั้งตน
วันที่ 29 มี.ค.เปิดเวทีปราศรัยที่ลานหน้าห้างโลตัส รังสิต (ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป นำโดย นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร นายจาตุรนต์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม.และตน
วันที่ 31 มี.ค.เปิดเวทีปราศรัยที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา เวลา 18.00 น. นำโดย นพ.ชลน่าน น.ส.แพทองธาร ซึ่งปราศรัยสดทางออนไลน์ รวมทั้งนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภา คนที่ 1 นายจาตุรนต์และตน
จัด 10 ทีมปราศรัยปูพรมหลังสมัคร
พท.ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้อง ประชาชนชาวจ.ปทุมธานีและสมุทรปราการในการเลือกตั้งปี 2554 เลือกเพื่อไทยชนะ เลือกตั้งยกจังหวัดในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คราวนี้เราหมายมั่น ปั้นมือ ปักธงพท.ทุกเขตเลือกตั้ง
หลังสมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อในเดือนเม.ย.แล้ว จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม. อีก 2 เวที และจะจัดทีมปราศรัย 10 ทีมปูพรมเปิดเวทีปราศรัยกระจายไปในระดับเขต หรือกลุ่มพื้นที่พร้อมกันทุกภาคทั่วประเทศ ทีมปราศรัยแต่ละชุดจะรับผิดชอบเวทีทั้งระดับจังหวัด และระดับเขตเลือกตั้ง มีเวทีย่อยแต่ละเขต บุคลากรปราศรัยจากส่วนกลางเข้าร่วมในพื้นที่ด้วย สำหรับทีมปราศรัยหลักนำโดยขุนพลแกนนำพรรค เช่น นายจาตุรนต์ นายอดิศร นายสุทิน นายณัฐวุฒิ เป็นต้น
พท.เย้ยวิรัชปูดดีลป้อมนายก
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค กล่าวกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. อ้างมีบางคนในพท. ไปดีลกับพปชร.และให้พล.อ.ประวิตร หัวหน้า พปชร.เป็นนายกฯ ว่า เป็นอำนาจ กก.บห.เท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าเราจะร่วมรัฐบาลกับใครได้บ้าง ถ้าได้เสียง 310 ขึ้นไป ไม่มีเหตุผลอะไรจะไปจับมือกับพรรคอื่นๆ หลายพรรค แต่อาจมีพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาร่วม เพราะการตั้งรัฐบาลต้องได้ 375 เสียง
“สิ่งที่นายวิรัชพูดถือว่าฝันกลางวันหรือไม่ เพื่อไทยโดยกรรมการบริหารพรรคไม่เคยมีมติเช่นนั้น เราไม่เคยตกลง ไม่เคยประสานกับนายวิรัช เรามุ่งหน้าแลนด์สไลด์ ไม่สนับสนุนคนอื่นเป็นนายกฯ ไม่ประสงค์ร่วมมือพลังประชารัฐ” นายภูมิธรรมกล่าว
ฉะเพ้อฝัน-เจตนาฉุดกระแสพท.
นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีคนพยายามโหนหรือจ้องทำลาย พท. คนที่ตัดสินใจว่าใครเป็นรัฐบาลคือประชาชน ใครได้อันดับ 1 ควรได้จัดตั้งรัฐบาล ที่ว่าจะจับมือกับ พปชร. พรรคโน้นพรรคนี้ เพ้อฝันทั้งสิ้น คนที่ออกมาพูดมีเจตนาแอบแฝงฉุดรั้งกระแสเพื่อไทย เรามุ่งมั่นเป็นรัฐบาล เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระบอบการเมืองไทย และจะเกิดขึ้นได้ด้วยประชาชน
เมื่อถามว่าโจทย์แรกจะจับมือคือฝ่ายประชาธิปไตยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าเกิน 310 เสียงเราก็จัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ทั้งหมดต้องได้ 376 เสียง ก็เป็นไปได้ที่จะจับมือกับพรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคที่เป็นฝ่ายค้านด้วยกัน แต่จะร่วมมือกันอย่างไรก็ต้องเอานโยบาย พท.เป็นนโยบายหลัก และนโยบายต้องไม่ขัดกับนโยบายหลักของพท. นโยบายพรรคอื่นๆ ก็ต้องเป็นนโยบายรอง และไม่มีการต่อรองตำแหน่งหรือต่อรองกระทรวงกัน ย้ำว่าถ้าได้ 310 เสียงเก้าอี้ตำแหน่งนายกฯ จะเป็นของเรา
เมื่อถามว่าโจทย์สุดท้ายคือการจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน นายภูมิธรรมกล่าวว่า “ถ้าเป็นไปได้เราไม่จับแน่นอน”
4 เม.ย.เคาะแคนดิเดตนายกฯ
เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯ จะชัดเจน วันไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่า เช้า 4 เม.ย. กก.บห.จะประชุมวันสุดท้าย การกำหนดแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คน อยู่ที่ กก.บห.พรรคพิจารณาเท่านั้น ส่วนที่มีการโจมตีว่าแคนดิเดต นายกฯ ของพท. ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อนั้น คนที่อยู่หรือไม่อยู่ก็อาจจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็ได้ อย่าคาดการณ์กันไปเพราะอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ต้องผ่านมติของประชาชนก่อน
ทักษิณชี้พท.ไม่โง่
ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือโทนี่ วู้ดซัม ทวีตผ่านทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra โต้ตอบนายวิรัช ที่อ้างนายทักษิณยังยอมได้หาก พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกฯ นั้น
โดยนายทักษิณ ชี้แจงว่า ตอบ วิรัช “เรื่องยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม” 1.ผมไม่ได้ มีอำนาจในพรรคเพื่อไทย 2.ผมไม่เคยสื่อสารกับคุณวิรัชมานานมากแล้ว อีกทั้งไม่เคยคุย กับ พล.อ.ประวิตร มา 17 ปีแล้ว 3.ผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง เชื่อว่าพรรคไม่โง่พอที่จะยกตำแหน่งนายกฯ ให้ป้อม
อนุทินปัดดีลตั้งรัฐบาล‘พท.-พปชร.’
ที่ทำเนียบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รอง นายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พปชร. ดีลกับพท. ซึ่งมองกันว่าภท.จะอยู่ในสมการด้วยว่า ยังไม่รับทราบเรื่องเลย อ่านจากข่าวเหมือนกัน ยังไม่มีการพูดคุยใดๆ เรื่องนี้ เมื่อถามว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอเลือกตั้งดีที่สุด
เมื่อถามว่าการไปทานข้าวกับ พล.อ. ประวิตร 2 รอบ มีการพูดคุยถึงการจับมือจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดมากไปหรือเปล่า ทำงานมาด้วยกัน 4 ปี กินข้าวกันมันแปลกตรงไหน และตนไม่ได้ข้ามฟากไปกินกับอีกฟากหนึ่งเสียเมื่อไร ก็กินกันอยู่ในนี้ เป็นเรื่องปกติมากกว่า หากจะพูดคุยความลับกันจริงๆ พูดคุยเรื่องที่มีการวิเคราะห์ตามสื่อ ที่ไปตั้งรัฐบาลให้ใครเป็นนายกฯ ถ้าจริงคงไม่คุยกันแค่ 8 คน
เมื่อถามว่านอกเหนือจากการคุยเรื่องทางการเมืองแล้วมีข่าวว่าไปคุยเรื่องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ หลังหยุดปฏิบัติหน้าที่รมว.คมนาคม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีเลย นายศักดิ์สยามมั่นใจในข้อกล่าวหา สามารถเตรียมเอกสารไปแก้ข้อกล่าวหาได้ ใครที่โดนเขาก็มีหน้าที่ชี้แจงไป
คะแนนมากสุดตั้งรัฐบาลก่อน
เมื่อถามว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดต นายกฯ รทสช. ได้คะแนนน้อยกว่า ภท. จะหลีกทางให้พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กติกาสากลมีอยู่แล้ว คะแนนมากต้องทำตัวอย่างไร คะแนนน้อยต้องทำตัวอย่างไร เรื่องการเมืองไม่พ้นกติกาสากลเหล่านี้ อย่าไปกังวล รอผลการเลือกตั้งออกมา ให้นิ่งและชัดเจนก่อนไม่ต้องไปรอรับรองอย่างเป็นทางการอย่าง เย็น 14 พ.ค. 4-5 ทุ่ม ก็พอเห็นเค้าลางแล้ว
กติกาสากลคนได้คะแนนสูงสุดต้องได้สิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าจัดตั้งไม่สำเร็จก็รายถัดไป สุดท้ายไปตกอยู่ที่ว่าใครจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด อย่าไปกลัวรัฐบาลเสียงข้างน้อยเลย เกิดยาก และยังมีเวลาอีก 45-60 วันหลังเลือกตั้งแล้ว การรับรองผลการเลือกตั้ง ยังมีโอกาสที่จะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หารือเปลี่ยนแปลงอะไรทุกอย่างได้หมด ดังนั้น ภท.วันนี้ไม่ได้คิดจะไปจับกับใคร คิดแต่ว่าทำอย่างไรจะให้เข้ามาเยอะๆ มากที่สุด
นายกเสียงข้างน้อย-ตายทั้งเป็น
เมื่อถามว่าเกรงจะมีสูตรนายกฯ มาจากพรรคเสียงข้างน้อย แต่ได้เป็นนายกฯ เพราะเลือกกันในสภา ทั้งที่พรรคตัวเองไม่ได้ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า “โอ้โห มันตายทั้งเป็นนะ คงไม่มีใครกล้า ที่จะทำอย่างนั้น อย่าลืมว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เราใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการกำหนดว่าส.ว.มีส่วนร่วมในการเลือกนายกฯ แต่ในที่สุดนายกฯ ต้องอยู่ได้เพราะส.ส.
ส.ว.พายเรือมาส่ง แต่จะอยู่คอยประคับประคองไม่ได้ มีปัญหามานั่งเรือ ส.ว.ไม่ได้ พายเรือมาแล้วต้องมาส่งทอดเข้าไปในเรือส.ส. สุดท้ายถ้าส.ส.พวกไม่มากพอก็อยู่ไม่ได้ แล้วใครอยากจะไปอยู่ในสภาพนั้น ปมไม่กังวลตรงนั้นเลย ถ้ารวบรวมเสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของส.ส.จัดตั้งรัฐบาลยาก ลำบากแน่นอน นี่คือเหตุผลที่ผมถึงบอกว่ายังไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้นหรอก” นายอนุทินกล่าว
ชทพ.ยันไม่ร่วมด้วยแน่
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าอาจเกิดการรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นว่า ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ หรือถ้าเป็นไปได้ คิดว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยน่าจะมีอายุเพียงแค่ 2 เดือน ไม่ถึง 3 เดือนด้วยซ้ำ คือไม่ถึง 1 ไตรมาส เพราะการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยต้องไปฝ่าฟันศึกตั้งแต่การอภิปรายร่างพ.ร.บ. งบประมาณ วาระ 1 แล้วจะหวังไปซื้องูเห่ามาเหมือนเมื่อก่อน ไม่คิดว่าจะทำได้ง่าย
เมื่อถามว่าคิดว่าการเลือกตั้งปีนี้จะยังมีขึ้นอยู่ใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า มั่นใจแน่นอนว่ามีการเลือกตั้งและไม่คิดว่าจะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นสิ่งที่ในทางปฏิบัติมันเกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อถามว่า หลังการเลือกตั้งหากมีคนชวนให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วค่อยไปหาเสียงเพิ่ม ชทพ.จะกำหนดเงื่อนไขอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า ชทพ.คงไม่ดำเนินการด้วย เพราะต้องเป็นไปตามครรลองตามประเพณีที่เราปฏิบัติกันมา และไม่ใช่แนวทางของชทพ. ที่ต้องการความยั่งยืนในการตั้งรัฐบาล