ส.ว.อุปกิตดอดมอบตัว บก.ปส.3 พร้อมอัยการเเจ้งข้อหาสมคบค้ายาฯ-อาชญากรรมข้ามชาติ ชั้นสอบสวนให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนเห็นไม่มีหมายจับ-หมายเรียก เลยนัดใหม่อีกครั้ง 17 เม.ย. เพื่อสอบสวนดำเนินคดี ขณะอสส.กำชับทำสำนวนรวดเร็วเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับแจ้งจากนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ว่าในวันนี้เวลา 14.00 น. นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้เข้าพบ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 พนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนตลิ่งชัน โดยนายอุปกิตแจ้งความประสงค์ขอเข้าต่อสู้คดีกรณีถูกกล่าวหาดำเนินคดี

นายโกศลวัฒน์กล่าวต่อว่า จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายอุปกิตไปที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และได้ร่วมกับพนักงานอัยการสำนักงาน การสอบสวนได้ดำเนินการ ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 134 โดยได้แจ้งให้นายอุปกิตทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาและได้แจ้งข้อหา เป็นสมาชิกวุฒิสภาสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน เป็นสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ให้นายอุปกิตรับทราบข้อหา ทั้งนี้ในชั้นสอบสวนนายอุปกิตให้การปฏิเสธ

นายโกศลวัฒน์กล่าวอีกว่า หลังการแจ้งข้อหาแล้ว ได้พิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากร พนักงานสอบสวนเห็นว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกออกหมายเรียก หรือหมายจับแต่อย่างไร จึงได้นัดให้ผู้ต้องหาเข้าพบนัดต่อไปวันที่ 17 เม.ย. เพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ต่อมาเมื่อคณะพนักงานอัยการซึ่งเข้าร่วมสอบสวนได้รายงานให้อัยการสูงสุดทราบ

“โดยอัยการสูงสุดได้มีบัญชาให้คณะพนักงานสอบสวนและคณะพนักงานอัยการ เร่งรัดสอบสวนให้ครบถ้วนแล้วเสร็จ โดยเร็ว และได้กำชับให้สอบสวนด้วยความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย” นายโกศลวัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 8 ผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภา ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น พนักงาน องค์การหรือหน่วยงาน ของรัฐ กรรมการหรือผู้บริหารหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าพนักงาน กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของ สถาบันการเงิน หรือกรรมการขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ กระทำความผิด ตามหมวดนี้ ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

เเละพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 10 เจ้าพนักงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิก สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กรรมการหรือ ผู้บริหารหรือ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้มีอำนาจ ในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือกรรมการขององค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ผู้ใดกระทำความผิดตามหมวดนี้ ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับ ความผิดนั้น [27] กรรมการ อนุกรรมการ กรรมการธุรกรรม เลขาธิการ รองเลขาธิการ หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ ผู้ใดกระทำความผิดตามหมวดนี้ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สําหรับความผิดนั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน