ทวีตแจงปมปาร์ตี้ลิสต์ อิ๊งทิ้งทวนขึ้นเวทีปทุมฯ พท.รับ‘สุชาติ ตัน’ชื่นมื่น มาร์คหาเสียงกทม.คึก

‘ชวน’ เห็นใจ ‘บิ๊กตู่’ ไม่ ลงสมัครส.ส. เพราะไม่ตั้งใจทำงานการเมืองตั้ง แต่แรก ‘อนุทิน’ กลัวถูก นายกฯ ดุ ไม่กล้าลางานเป็นเดือน มั่นใจกระแส พรรคภูมิใจไทยแรงขึ้น ปชป.มอบสิทธิ์ขาด ‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ จัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ ‘ตั๊น จิตภัสร์’ กระดูกหลังร้าว เข้าร.พ. ‘มาร์ค’ ปราศรัยเวทีแรก ช่วยพรรคหาเสียงสุดคึกคัก ‘เศรษฐา’ แจงไม่มีชื่อปาร์ตี้ลิสต์ แต่ยึดโยงประชาชน ‘อิ๊ง’ เตรียมพักคลอด ขึ้นเวทีปทุมธานีส่งท้าย ‘เต้น’ เผย 5 เม.ย.เปิดตัวเลขกระเป๋าเงินดิจิทัล ชาติไทยพัฒนาเคาะชิง 50 เขต 26 จังหวัด บัญชีรายชื่อ 89 คน

ถกครม.ขยับ-แนะลางานเป็นช่วง

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเสนอเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 4 เม.ย. เนื่องจากมีการรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เป็นวันแรก ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่าจะเลื่อนการประชุมใน วันที่ 4 เม.ย. จากช่วงเช้า เป็นเวลา 14.00 น. เพราะหัวหน้าพรรคทุกพรรคต้องไปสมัคร บางคนคงจะลาทั้งวัน บางคนอาจจะดูฤกษ์ บางคนต้องการจับสลากได้เบอร์ดีก็ไปเร็ว แต่ย้ำว่าครม.ยังมีประชุมอยู่

นายวิษณุกล่าวกรณีที่รัฐมนตรีจะขอลาราชการต่อเนื่องยาว 14 วันได้หรือไม่ ว่าสามารถทำได้แต่ไม่ควรลาทั้งเดือน ควรลา เป็นช่วงๆ ดีกว่าและมาทำงานบ้าง เบื้องต้นในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่มีใครมาแจ้งกับตนว่าจะลายาว เนื่องจากต้องไปลาราชการกับรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงนั้นๆ เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หากต้องการลาราชการ ต้องไปลากับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่ามีการรับ เงินเดือนแต่ทำงานไม่เต็มที่ นายวิษณุกล่าวว่า มีเวลาทำงานอยู่ดี กลับมาบ้านสามารถเซ็นแฟ้ม เซ็นอะไรได้ ปกติเวลาที่นั่งอยู่ในห้องทำงานก็ไม่ได้ทำตลอด 24 ชั่วโมง แต่ถ้ามีงานอะไรต้องเซ็นก็อย่าให้ขาด ตรงนี้ต้องดูว่าถ้าลาแล้วมอบให้คนรักษาการก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะมีคนเซ็นแฟ้มแทน แต่ถ้าไม่ได้มอบให้ใครรักษาการต้องเซ็นแฟ้มเอง

‘ตู่’อุบนำรทสช.สมัครปาร์ตี้ลิสต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แจ้งกับเลขาธิการครม.ว่า ขอลากิจช่วงบ่าย วันที่ 30 มี.ค. คาดว่าจะไปร่วมกิจกรรมของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช.

เวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการนำว่าที่ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. ไปสมัครด้วยตัวเองในวันที่ 4 เม.ย.หรือไม่ว่า เดี๋ยวขอคุยหารือกับพรรคก่อน วันนี้ยังคุยกับพรรคอยู่ ขณะนี้ทางพรรคกำลังทำอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการจัดลำดับต่างๆ เสร็จแล้วต้องมาหารือกันกับตนในเรื่องการเลือกตั้ง ตนไม่อยากพูดในวาระตรงนี้ เพราะบทบาทตอนนี้เป็นนายกฯ อยู่ในทำเนียบรัฐบาล แต่ยืนยันว่าเราต้อง ช่วยกันทำให้ประเทศชาติไปรอดไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ อย่าคิดว่ามันง่ายนักในการที่จะ ทำอะไรต่างๆ ก็ตาม จะให้เป็นดั่งใจที่คิด มันไม่ง่ายนักในวันนี้ โลกจับตามองทุกอย่าง ส่วนดีๆ เรามีเยอะอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 30 มี.ค.ลางาน ช่วงบ่าย มีภารกิจไปร่วมกิจกรรมของรทสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวขอเช็ก อีกที ทำไม สื่อจะตามไปด้วยหรือ ต่อข้อถามถึงเหตุผลที่ไม่ลงสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เฮ้อ มันเป็นเหตุผลส่วนตัว แต่ทุกอย่างมีการชี้แจงแล้วไม่ใช่หรือ จะลงก็ได้ ไม่ลงก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ก็มันเรื่องของตน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ใช้อำนาจอย่างเดียว อยู่มา 4 ปีใช้อำนาจเต็มที่ได้ที่ไหน ตนก็สามารถประคับประคองพรรคร่วมทำงานได้หมดทุกกระทรวง 36 คน แล้วไปใช้อำนาจบังคับเขาตรงไหน

“ผมรู้กาลเวลาและกาลเทศะในการทำงาน รู้ถึงบทบาทหน้าที่ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อะไรที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ขอให้เบาๆ หน่อย โอกาสของเราจะหายไป ทุกอย่าง ไม่ใช่ว่าผมจะอยู่หรือไม่อยู่ ไอ้นั่น ก็เป็นเรื่องของผม เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไป แต่สำคัญที่สุดคือประเทศชาติต้องอยู่ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด”

ยันนับถือศาสนาพุทธแต่เกิด

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติเสนอทางออกประเทศแก้ความขัดแย้ง ว่า “ให้กลืนเลือดกัน คนละก้อน” หลังนายทักษิณ ชินวัตร ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมารับโทษ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากพูดอะไรก็พูดไป ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้นายทักษิณกลับมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ส่วนตัวยังไม่มีความเห็นอะไร ก็คิดกันเอาแล้วกัน แล้วทั้งหมดผม ไม่ได้เป็นตัวความขัดแย้ง ผมเข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง ทุกคนก็เห็นอยู่แล้ว ฉะนั้น ใครจะพูดอะไรก็พูดไป ประชาชนแยกแยะกันเอาเอง สื่อก็ช่วยแยกแยะด้วยแล้วกัน ถ้าเอาทุกคำพูดมาเป็นประเด็น ก็ทะเลาะกันทั้งวัน โต้กันไปโต้กันมา ฉะนั้น ผมไม่พูดเสียดีกว่า”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงว่า จากการ เดินทางไปเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงละศีลอด เดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1444 เมื่อ วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่าลืมว่าประเทศไทย มีศาสนาหลักอยู่ 5 ศาสนา รัฐบาลต้องดูแลทุกศาสนาให้อยู่กันอย่างสันติสุข เพราะ ทุกศาสนามีส่วนที่ดีอยู่แล้ว ทำให้สังคมมี ความสุข อยู่กันอย่างพหุวัฒนธรรม แต่ยังมีหลายคนไปพูดว่าช่วงนี้ตนไปงานที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามบ่อยๆ คงจะไปเป็นสมาชิกของเขาไปแล้ว ไปพูดอย่างนี้ไม่ได้ ทำให้เสียหายกับประเทศ

“ผมยืนยันว่าผมนับถือศาสนาพุทธมาตั้งแต่เกิด ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย พ่อ แม่ ภรรยา ลูก ก็นับถือศาสนาพุทธ และยังพยายามมีการไปบิดเบือนในสังคมโซเชี่ยล จึงขอยืนยัน แต่ผมเคารพในทุกศาสนาของแต่ละคน เราต้องเคารพซึ่งกันและกันเท่านั้นเอง ผมให้เกียรติกับทุกคน และวันเดียวกันนี้จะมีอีกหนึ่งคณะที่เดินทางมาจากภาคใต้มาพบผม เดี๋ยวจะไปพูดกันอีกว่านายกฯ จะเปลี่ยนศาสนาซะอีกแล้ว ขอร้องสื่ออย่าไปขยายความให้กับเรื่องเหล่านี้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ปชป.มอบ‘อู๊ดด้า-เลขาฯ’จัดลำดับ

เวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ทั้งที่ห้องประชุมพรรค และผ่านระบบโปรแกรมซูม ซึ่งน.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับลำดับบัญชีรายชื่อ ได้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูม นอกจากนั้นได้มีการประชุมร่วมระหว่างกก.บห.และอดีตส.ส.ของพรรคชุดล่าสุดด้วย

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป. ดูแลกทม. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ 400 เขต ซึ่ง จะไปยื่นสมัครพร้อมกันในวันที่ 3 เม.ย. และมีมติให้ความเห็นชอบผู้ลงสมัครับเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 รายชื่อ ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะเปิดเผยในวันที่ 4 เม.ย.ในวันรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อวันแรก โดยนายจุรินทร์จะเป็นผู้นำผู้สมัครบางส่วนไปด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบเสนอชื่อนายจุรินทร์เป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงชื่อเดียว

เรื่องการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ พรรคดำเนินการเหมือนกับที่เคยทำมา คือให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้พิจารณา ซึ่งทุกคนในที่ประชุมไม่มีข้อขัดข้องใดๆ โดยหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคยืนยันว่า การจัดลำดับจะดำเนินการด้วยความ เที่ยงธรรม คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก เชื่อว่าจะสามารถทำให้พรรคได้บุคคลที่เหมาะสมเข้ามาทำงานให้ประชาชนได้ ส่วนตัวเลขเซฟโซนว่าใครควรจะอยู่ ลำดับที่เท่าไรนั้นพรรคไม่ได้มีการกำหนด เพราะเชื่อว่ารายชื่อทั้ง 100 คนล้วนเป็น ผู้ที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อได้

‘เฉลิมชัย’ส่อวางมือการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวนายเฉลิมชัยประสงค์ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ นายองอาจกล่าวว่า ในพรรคทราบมานานแล้วว่านายเฉลิมชัยมีความประสงค์ไม่ลงสมัครทั้งสองระบบ ซึ่งที่ประชุมวันนี้จึงไม่มีคำถามอะไรและไม่มีการพูดถึง การที่นายเฉลิมชัยไม่ลงสมัครรับ เลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีนัยยะอะไร เพราะนายเฉลิมชัยสามารถทำงานได้ดี มีผลงานปรากฏ ที่ผ่านมานายเฉลิมชัยไม่ได้เป็นส.ส.ก็ทำงานและมี ผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชน และไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ ทุกงานบรรลุเป้าหมาย ทั้งของพรรคและรัฐบาล รวมถึงในฐานะเลขาธิการพรรค สามารถบริหารจัดการได้ ราบรื่น

เมื่อถามว่าในบัญชีรายชื่อยังมีชื่อ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น หรือไม่ นายองอาจกล่าวว่า น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น ยังเป็นผู้สมัครของพรรค และเป็น 1 ใน 100 ของบัญชีรายชื่อแน่นอน ซึ่งในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงการลาออก ส่วนจะอยู่ที่ลำดับเท่าไรขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่ง นายเฉลิมชัยย้ำหนักแน่นว่า ในฐานะที่ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม คำนึงถึงพรรคและบ้านเมืองเป็นหลักมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง

‘ตั๊น จิตภัสร์’ ป่วย-เข้ารพ.

รายงานข่าวจากปชป. เปิดเผยว่า ระหว่างการประชุมกก.บห. น.ส.จิตภัสร์ ที่ร่วมประชุมผ่านระบบซูมด้วย แต่ไม่ได้เปิดกล้อง ใช้การแสดงภาพโปรไฟล์แทน ด้านนายเฉลิมชัยแจ้งในที่ประชุมว่า น.ส.จิตภัสร์ ประสบอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อมกระโดดร่มที่ค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีอาการกระดูกหลังร้าว ขณะนี้เข้าพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจ แม้ไม่ได้ไปเยี่ยมด้วย ตัวเอง แต่ขอกำลังใจให้หายไวๆ เพื่อจะได้กลับมาเป็นกำลังหลักในการช่วยงานพรรค ต่อไป ขณะที่นายจุรินทร์กล่าวว่า ขอให้ น.ส.จิตภัสร์หายป่วยเร็วๆ จะได้มาช่วยกัน หาเสียง ขณะที่นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ด้านน.ส.จิตภัสร์ไม่ได้กล่าวใดๆ ในที่ประชุม

นอกจากนี้ หลังที่ประชุมกก.บห.ได้พิจารณาวาระต่างๆ เสร็จแล้ว นายเฉลิมชัยขอให้ผู้ที่ไม่ส่วนเกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม และหยิบยกกรณีที่มีสื่อออนไลน์บางแห่งเขียนข่าวความขัดแย้งภายในปชป. โดยเฉพาะกรณีที่น.ส.จิตภัสร์โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อพรรค ในการจัดลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ข่าวดังกล่าวมีการเขียนโจมตีอดีตส.ส.ของพรรคให้ได้รับความเสียหาย

นายเฉลิมชัยกล่าวตำหนิการเสนอข่าว และคนที่ให้ข้อมูลกับสื่อมากล่าวหาคนของพรรคได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อีกทั้งยังกล่าวแสดงความไม่พอใจนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ได้ย้ายออกจากปชป. ไปอยู่กับรทสช.แล้ว แต่ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ที่เป็นโควตาของปชป. แม้ได้ฝากเรื่องนี้ผ่านน.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค ให้บอกแล้ว แต่นายจุติยังไม่ยอมลาอออก

‘ชวน’จ่อทัวร์ขอคะแนน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาปชป. อดีตหัวหน้าปชป. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเตรียมเดินทางไปหาเสียงทั่วประเทศ ตอนนี้ขอใช้เวลาในการจัดตารางอีกเล็กน้อย คาดว่าจะเริ่มตระเวนลงพื้นที่ได้หลังจากวันจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 4 เม.ย.นี้ ตนได้แจ้งกับนายจุรินทร์ ให้ทราบถึงแผนการหาเสียงของตนแล้ว และขอให้ช่วยเตรียมรถกระบะให้หนึ่งคัน เพื่อที่จะใช้ในการตระเวนลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงในส่วนของบัญชีรายชื่อ เพื่อที่ตนจะได้เป็นส.ส.ด้วย โดยจะไม่ไปวุ่นวายกับผู้สมัครแบบแบ่งเขต ซึ่ง ในส่วนนั้นพรรคดูแลดีอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีใครร่วมออกตระเวนด้วยบ้าง นายชวนกล่าวว่า คงมีผู้ร่วมคณะกับตน 3-4 คน ขณะนี้กำลังดูว่าจะมีใครมาร่วมบ้าง ส่วนวันเริ่มออกเดินทางนั้น ทางหัวหน้าพรรคได้ขอให้มาเริ่มต้นจากที่ทำการพรรค ซึ่งจะมีการปล่อยขบวนพร้อมๆ กับขบวนอื่นๆ

เห็นใจถ้า‘บิ๊กตู่’ไม่ลงสนาม

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ รทสช. จะไม่ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ คิดว่าคนที่จะเป็นนายกฯควรต้องเป็นส.ส.หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนที่ไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่แรกในการมาทำงานการเมืองเต็มตัวเหมือนกับพวกตน จึงไม่อยากตำหนิ แต่เห็นใจทุกคน และรู้ว่าเวลาที่เขาตัดสินใจ ต้องคิดมากเหมือนกัน และคงมีคณะที่ปรึกษาให้คำแนะนำว่าผลจะเป็นอย่างไร ตนเข้าใจและเห็นใจทุกคน แต่พวกเราเป็นคนที่ตัดสินใจ มาตั้งแต่ต้น ว่ามาเป็นนักการมืองต้องการมาทำงานการเมืองจริงๆ จึงไม่กลัวว่าจะแพ้หรือชนะ

เมื่อถามว่า คนที่จะเป็นนายกฯ ควรมาจากผู้ที่ประชาชนเลือกโดยตรงหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เขาถือโอกาสว่ากฎหมายไม่ได้บังคับ สมัยที่ตนเป็นนายกฯ ตอนนั้นกฎหมายบังคับว่าคนที่จะเป็นนายกฯ ต้องเป็นส.ส. แต่คงไม่สามารถเทียบมาตรฐานกันได้เพราะแต่ละคนคิดในทางการเมืองต่างกัน และมีความตั้งใจว่าจะเข้ามาทำการเมืองเพื่ออะไร ตนไม่ขอวิจารณ์ แต่ถ้าเราดูจากตัวอย่างเหตุการณ์ ที่ผ่านมาจะได้เห็นบางอย่าง

“สมมติถ้ารัฐบาลไม่มีคนที่เป็นหลัก จะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุม ซึ่งผมเคยพูดไว้หลายครั้งว่าเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมา นายกฯ ไม่ได้เป็นส.ส. รวมถึงพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ได้อยู่ในสภา ดังนั้นเวลาที่เกิดปัญหาองค์ประชุมก็ไม่รู้จะถามใคร ผมเห็นใจคนที่มาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเสียง เพราะเวลาที่เขาไปขอร้องส.ส.ก็มีส.ส.หลายคนที่ไม่ค่อยเกรงใจเขา” นายชวนกล่าว

‘บัญญัติ’คาดยึด 40 ส.ส.ใต้

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมวังใต้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมสมาชิกปชป. เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อพรรคประจำ จ.สุราษฎร์ธานี

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่ปรึกษาหัวหน้าปชป. กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า ปชป.มั่นใจว่าจะสามารถนำ ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้เข้าสภาไม่น้อยกว่า 40 ที่นั่ง ถึงแม้ว่าขณะนี้จะเป็นพรรคที่มีขนาดเป็นอันดับ 3 ก็ตาม แต่เชื่อมั่นว่าเป็นพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบ ผลงานย้อนได้และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ที่สำคัญปชป.มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในสมัยที่ผ่านมาเรารับผิดชอบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีของพรรคสามารถนำประเทศ ผ่าวิกฤตไปได้ เชื่อมั่นว่าผลงานที่ผ่านมาจะเป็นตัวการันตีว่าปชป.สามารถทำได้จริง

ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ เรามีแคมเปญว่า สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ นั่นหมายถึง สร้างเงินให้ประเทศ สร้างรายได้ให้ประชาชน และสร้างคน คือการส่งเสริมด้านสุขภาพและปัญญา ให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศ มีสิ่งหนึ่งที่ตนกังวลเป็นอย่างมาก เพราะการออกแคมเปญหาเสียงของพรรคต่างๆ ในขณะนี้ล้วนเป็นการสร้างทฤษฎีการตลาดนำการเมือง มีการออกนโยบาย หาเสียงชวนฝัน ใช้นโยบายที่ใช้เงินสูงกว่า งบประมาณ โดยที่ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะหา รายได้มาจากไหนและส่งเสริมให้ประชาชนสร้างรายได้อย่างไร จะทำให้วินัยการเงินของประชาชนสับสนวุ่นวาย ยิ่งในขณะนี้มีกระแสการใช้เงินอย่างรุนแรงเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง

ตนจะนำปัญหาข้อนี้ไปชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้มองเห็นถึงข้อเสียของการใช้เงินเพื่อซื้อเสียงและเชื่อมั่นว่าผู้ที่ชื่นชอบปชป.มีแนวคิดสอดคล้องเช่นเดียวกับเรา

‘มาร์ค’ประเดิมเวทีกทม.

เวลา 16.00 น. ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี กทม. นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัครส.ส.เขตบางกอกน้อย บางพลัด พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดเวทีปราศรัยหาเสียง เปิดนโยบายช่วยเศรษฐกิจฐานราก โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าปชป. มาช่วยหาเสียงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุบสภา นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรค ผู้สมัครส.ส. กทม.หลายเขต มาร่วมเวทีคับคั่ง ขณะที่ ประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก

นายอภิสิทธิ์ปราศรัยว่า ขอกราบขอบคุณที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมของพรรค และให้การต้อนรับชาวประชาธิปัตย์อย่างอบอุ่น มาด้วยความผูกพันกับประชาชน แม้ไม่ได้ ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่พูดกับทุกคนว่าอยู่กับพรรคและเป็นสมาชิกพรรคเหมือนเดิม สิ่งที่อยากทำอันดับแรกคือกราบขอบคุณที่สนับสนุนพรรคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สำหรับ นายชนินทร์เป็นผู้แทนที่นี่ก่อน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เพราะเป็นส.ก.มาก่อน และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในสภากทม. รอบที่แล้วนายชนินทร์อยู่ลำดับปาร์ตี้ลิสต์สูงไป เลยไม่ได้เป็นส.ส. แต่พี่น้องในเขตทราบว่านายชนินทร์ไม่ได้ทิ้งพื้นที่ นี่คือความมั่นคงในอุดมการณ์จนทำให้สืบทอดพรรคจากรุ่นสู่รุ่น

“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจะบอกว่ามีคนชวนไปอยู่พรรคอื่น หรือไปตั้งพรรคก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเวลาใครจะเข้ามาหาผม จะเข้ามายังไงดี ก็มีคนบอกว่าอย่าเสียเวลาเลย ไอ้มาร์คกรีดเลือดก็เป็นสีฟ้า แม้จะไม่ลงสมัครก็ไม่ไปไหนยืนยันจะสนับสนุนการทำงานของพรรค บอกได้ว่าสิ่งที่ทำให้พี่น้องมั่นใจในปชป.ได้ คือความเป็นระบบและความเป็นสถาบัน ดังนั้นปชป.ต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

‘หนู’เปิด 5 อันดับแรกปาร์ตี้ลิสต์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลาราชการได้ยื่นใบลากับนายกฯ แล้วหรือยังว่า จะยื่นลาเป็นวันๆ ไป วันไหนที่ต้องใช้เวลาราชการ จะลาตามช่วงที่ได้ใช้ไป จะได้ไม่มีปัญหา เพราะบางครั้งช่วงเวลาคาบเกี่ยวกัน และขณะนี้กำลังจัดเวลาอยู่ ใครขอคิวมา ให้ขอให้เสร็จใน ช่วงเวลา 16.00 น. ต่อข้อถามว่า ไม่ได้ลาติดต่อกันตลอดทั้งเดือนใช่หรือ นายอนุทินกล่าวว่า อุ๊ย! ลาไม่ได้หรอก ลาเป็นเดือนก็ไม่กล้าเขียน เขียนไปถูกดุตาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงลำดับผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 ลำดับแรกของพรรค นายอนุทินกล่าวว่า 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค 2.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค 4.กลุ่มของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ยังไม่ระบุตัวบุคคล) และ 5.น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม หรือ น้องเพลง ซึ่งนายอนุทินระบุว่าต้องอยู่ในลำดับที่ 5 เพราะเป็นลูกสาว

ต่อข้อถามว่า บัญชีรายชื่อลำดับ 1 และแคนดิเดตนายกฯ ของภท.เป็นคนเดียวกัน ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนเดียวกัน แคนดิเดตนายกฯ มีคนเดียว ที่ผ่านมาก็เสนอคนเดียวมาตลอด ไม่จำเป็นต้องมีสำรอง คนเดียวเอาอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนส.ส.ที่ตั้งเป้า ไว้ก่อนหน้านี้จะเพิ่มขึ้นหรือยัง เพราะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตั้งเป้าไว้ที่ 100 ที่นั่ง นายอนุทินกล่าวว่า ความจริงกระแสของภท. ดีขึ้นเรื่อยๆ อุปสรรคที่เกิดขึ้นมาไม่ได้มีผล กระทบอะไรที่ทำให้คะแนนนิยมของพรรคลดลง เราประเมินผลในทุกพื้นที่มาตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่าหวังว่าจะได้ส.ส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์เท่าไร นายอนุทินกล่าวว่า เก็บไว้ ในใจบอกไปไม่ได้ เมื่อถามถึงโพลต่างๆ คะแนนภท.ไม่ค่อยจะแซงขึ้นมาเท่าไร นายอนุทินกล่าวว่า ภท.เชื่อโพลอนุทิน โพลนี้ยังไม่เคยพลาด 2-3 ครั้งที่ผ่านมายังไม่เคย พลาดเลย

ต้องรอด – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดตัวนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตสายไหมของพรรค ออกพบปะประชาชน และเปิดปราศรัยที่หอประชุมโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 กทม. เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

ปราศรัยสายไหม-การ์ดแน่น

เวลา 15.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทินปราศรัยหาเสียงให้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) พบว่า มีการ์ดดูการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา และเข้มงวดหลายสิบคน ตั้งแต่บริเวณประตูเข้า-ออกโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม มาดูความสงบเรียบร้อย ภายหลังมีการแจ้งว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จะมาเคลื่อนไหวบริเวณนี้ แต่ ต่อมาได้แจ้งยกเลิกการเคลื่อนไหวดังกล่าว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีมกทม. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ติดใจที่นายชูวิทย์ออกมาเคลื่อนไหว เพราะการตรวจสอบทุกเรื่อง เป็นเรื่องดี นายชูวิทย์ก็ทำหน้าที่ของเขา รวมถึงประชาชนทุกคนก็ทำตามหน้าที่ แต่การตรวจสอบต้องยอมรับว่าภาคประชาชน ไม่สามารถมาตัดสินได้ว่าใครถูกใครผิด เพราะอาจไม่ใช่หน้าที่ในฐานะประชาชน ดังนั้น สามารถส่งให้หน่วยงานตรวจสอบได้

ส่วนประเด็นกัญชาที่เป็นที่พูดถึง ชัดเจน ว่าภท.ไม่ได้สนับสนุนกัญชาเสรี ส่วนตัวก็ ไม่เห็นด้วย แต่พรรคสนับสนุนกฎหมาย เข้าสภา เพื่อให้มีกฎหมายควบคุม แต่ต้องถามว่าพรรคไหนที่ไม่สนับสนุนกฎหมาย อยากให้นายชูวิทย์ไปถามพรรคนั้นๆ ว่าทำไมไม่สนับสนุน ทำให้วันนี้เรายังไม่มีกฎหมายมาควบคุมจริงจัง แต่ในทางการแพทย์เชื่อว่า ทุกวันนี้หลายท่านใช้ประโยชน์อยู่ หากไม่ปลดล็อกการใช้ทางการแพทย์จะมีความผิด

นายพุทธิพงษ์ปราศรัยว่า วันนี้ภท.ทั้งประเทศมาอันดับ 2 แล้ว ใกล้เลือกตั้งแซงอันดับ 1 แน่ วันนี้ยังไม่เริ่มสตาร์ตก็บอกว่าเราได้ ส.ส. 70 คนแล้ว ในภาคใต้พรรคจะได้ส.ส. 10 คนขึ้นไป เพราะคนใต้เห็นผลงาน

นายอนุทินปราศรัยว่า หวังว่านายพุทธิพงษ์จะคลอดแฝด 10 ให้ ภท.ในพื้นที่กทม. คนโตขอให้เป็นนายเอกภพ และนอกจากชื่อ ภูมิใจไทยแล้ว ขอเป็นภูมิใจกรุงเทพฯ ด้วย

ชทพ.ส่งชิง 26 จว.- 89 รายชื่อ

เมื่อเวลา 12.10 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการชทพ. นายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนพรรค แถลงภายหลังการประชุมกก.บห. เพื่อพิจารณารายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ที่ประชุมที่มี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรค เป็นประธาน มีมติส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 26 จังหวัด 50 เขต และส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชี รายชื่อ 89 คน มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตมากกว่าครึ่งของจำนวนที่ส่งคือ 25 คน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคคำนวณแล้วว่าจะได้ 1.5-2 ล้านคะแนน หรือได้ 7-10 คน แต่ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะได้ถึง 2 ล้านคะแนน

สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชี รายชื่อ 89 คน ในลำดับที่ 1-10 คน ได้แก่ 1.นายวราวุธ ศิลปอาชา 2.นายชาติชาย พยุหนาวีชัย 3.นายนิกร จำนง 4.นางนันทพร ดำรงพงศ์ 5.นายกนก วงษ์ตระหง่าน 6.นายสันติ กีระนันทน์ 7.นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง 8.น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช 9.น.ส.สุจิตรา ทรงมัจฉา และ 10.น.ส.พัชรี โพธสุธน

ปช.หวังซิว 19 เขตภาคใต้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ(ปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะส่งผู้สมัครระบบแบ่งเขต ในจังหวัดที่ประเมินแล้วว่ามีโอกาสได้เป็นส.ส. คือ 7 จังหวัดภาคใต้ 19 เขต ประกอบด้วย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 13 เขต สงขลา 2 เขต สตูล 2 เขต สุราษฎร์ธานี 1 เขต และนครศรีธรรมราช 1 เขต จากที่เราทำโพลพบว่ากระแสของพรรคมีเยอะขึ้น ปช.ต้องไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ แต่เป็นพรรคที่ต้องพัฒนาขึ้น ส่วนภาคอื่นๆ ความนิยมของพรรคยังคล้ายกับพรรคทั่วไป คือยังไม่เป็นที่นิยมสูง การส่งผู้สมัครแต่ละพื้นที่พรรคจะดูจากความนิยมด้วย ส่วน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ มีการทำไพรมารีโหวต วันที่ 30 มี.ค. พรรคจะประชุมคณะกรรมการสรรหา และกก.บห. เพื่อพิจารณาตัวผู้สมัคร ซึ่งอาจส่งครบ 100 คน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจและกระแสของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า พรรคมีช่องทางสื่อสารกับประชาชนหลายช่องทาง ที่สำคัญประชาชนมองว่า ปช.เป็นพรรคบ้านเรา พัฒนาบ้านเรา ทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้ามาเป็นเจ้าของพรรคด้วย ดังนั้น ถ้าพูดถึงความนิยม เขามองว่าปช. สามารถ แก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตของประชาชนที่มีความเหลื่อมล้ำได้ และนโยบายของพรรคจับต้องได้ กระแสของพรรคในพื้นที่จึงถือว่าดี

‘เศรษฐา’แจงไม่ลงบัญชีรายชื่อ

วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า ช่วงนี้มีคนถามเยอะเรื่องสถานะของตนกับการตัดสินใจไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ จึงขอใช้พื้นที่นี้ในการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน จุดยืนของตน ตั้งใจ ที่จะเข้าไปทำหน้าที่บริหาร โดยนำนโยบาย ที่ได้หาเสียงร่วมกับการออกกฎหมายจากฝ่ายนิติบัญญัติที่ประกอบไปด้วย ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพวกเราทุกคนมีจุดยืนที่จะทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้ขาดตกบกพร่องในฐานะผู้แทนประชาชน แต่ประการใด

“หากผมถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพท. ซึ่งผ่านขั้นตอนการสรรหาจากกก.บห. นั่นคือสิ่งแสดงว่าผมยึดโยงกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตัดสินใจว่าหากต้องการให้นายกฯ มาจากพท. จึงต้องเลือก ส.ส.จากพท. ผมไม่ได้ลอยมาจากไหน และทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดขึ้น” นายเศรษฐา ระบุ

แซะ‘ประยุทธ์’แค่สืบทอดอำนาจ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้า พท.และประธานคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญและความเป็นประชาธิปไตย พท. กล่าวว่า พท.เล่นตามกติการัฐธรรมนูญ ความต้องการสูงสุดของเราคือรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติยึดโยงกับประชาชน แคนดิเดต ของเราจึงต่างเป็นสมาชิก พท. พท.เคยเสนอแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 159 เพื่อให้นายกฯ มาจากส.ส.แต่ไม่ได้รับการพิจารณา และหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราพร้อมแก้รัฐธรรมนูญโดยมีส.ส.ร. พท.เห็นว่า แคนดิเดตของพรรคควรมีความยึดโยงกับพรรค ซึ่งเรามีหัวใจคือประชาชน ดังนั้น แคนดิเดตนายกฯ ของเรา ทั้งคุณแพทองธาร ชินวัตร และคุณเศรษฐา ทวีสิน ต่างเป็นสมาชิกพรรค ถูกเสนอสู่ประชาชนผ่านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพร้อมไปกับการ เลือกตั้งส.ส. ดังนั้น หากประชาชนเลือก พท.ย่อมหมายความถึงเห็นด้วยกับการเสนอชื่อแคนดิเดตของพท.

“แตกต่างอย่างชัดเจนจากกรณีพล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งไม่เป็นทั้งสมาชิกพรรค และ ไม่ได้มีที่มาจากการเป็นส.ส. สนองตอบเพียงต้องการสืบทอดอำนาจ” นายชูศักดิ์กล่าว

กลับบ้าน – นายสุชาติ ตันเจริญ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ท่ามกลาง การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมี ‘มดดำ คชาภา’ บุตรชาย มาร่วมต้อนรับและมอบช่อดอกไม้ ให้กับบิดาด้วย ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

‘ตี๋-สุชาติ’กลับพท.-เผยลูกบังคับ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรค นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น รวมถึงนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ สมาชิกพรรค และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ หรือมดเล็ก ผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทรา ที่มาร่วมต้อนรับพ่อคือ นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา พปชร. เพื่อสมัครสมาชิกพรรค โดยนายสุชาติมาพร้อมนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค

นพ.ชลน่านกล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีที่ผู้ใหญ่ทางการเมือง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย ล่าสุดเป็นรองประธานสภา ตัดสินใจร่วมอุดมการณ์ทำงานกับพท. เป้าหมายเราต้องการแลนด์สไลด์ เชื่อว่านายสุชาติมีศักยภาพ โดยเฉพาะจังหวัดภาคตะวันออก ด้วยประสบการณ์ รู้จักพื้นที่ เชื่อว่าเราจะมี ผู้แทนภาคตะวันออกแบบแลนด์สไลด์

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเพราะกลับมาบ้านเก่า เคยเป็นรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย(ทรท.) ถูกเว้นวรรคไปสองสมัย ต้องไปดิ้นรนกว่าจะหาทางกลับบ้านถูก ได้ลูกบังเกิดเกล้าบังคับมา ตอนแรกจะให้ นายคชาภา ลงสมัครส.ส.ก็ไม่ยอม จึงให้ นายศักดิ์ชาย ลงแทน เพราะพท.ต้องการคนรุ่นใหม่มาทำการเมือง ที่กลับมาด้วยเหตุผลถูกลูกบังคับ ถูกนายสมพงษ์จี้ตัวนั่งรถมาด้วยกัน

เผาบ้านเก่าพลังประชารัฐ

“เลือกตั้งมา 10 สมัยใส่ชื่อพรรคแปะเบอร์ให้เขาเลือก รอบนี้ให้ชาวบ้านบอกอยู่พรรคไหน คำตอบคือพรรคไหนก็ได้แต่อย่าอยู่พรรคเดิม เพราะนโยบายที่หาเสียงทำไม่ได้ อย่าโกหกอีกเลย เขาไม่เลือก ถ้าให้ดีไป พท. กลับมาทำการเมืองร่วมกับพรรคที่ใช้นโยบายนำแล้วทำได้จริง ประชาชนชื่นชอบ ครั้งนี้แลนด์สไลด์ไม่ใช่แค่การหาเสียงแต่ทำได้จริง ประชาชนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง เบื่อเพลงเราจะทำตามสัญญา” นายสุชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าพท.ได้ 310 เสียง จะมีโอกาสขึ้นบัลลังก์อีกครั้งหรือไม่ นายสุชาติกล่าวติดตลกว่า “ให้เป็นรัฐมนตรีบ้างได้มั้ย” ต่อข้อถามว่าหากแลนด์สไลด์ได้ 310 เสียงจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เป็นกฎกติกาอยู่แล้วถ้าไม่ถูกปล้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร

‘อิ๊ง’ขนทัพบุกปทุมธานี

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างโลตัสรังสิต จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร นาย จาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพท. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ. ครอบครัวเพื่อไทย และผู้สมัครส.ส.ปทุมธานี ทั้ง 7 เขตร่วมเวที โดยมีพี่น้องสวมเสื้อแดงร่วมรับฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่

นพ.ชลน่านปราศรัยว่า พท.จะจับมือกับ พี่น้องชาวปทุมฯ เพื่อคิดใหญ่ 8 ปีที่ผ่านมา พี่น้องอยากอยู่กับกองทุกข์อีกหรือไม่ เป็น กองทุกข์ที่เกิดจาก 3 ป. ดังนั้นคิดใหญ่เรื่องแรกสุด คือเอา 3 ป.ออกไป และวันนี้ 250 เสียงขึ้นไปไม่พอ เพราะเขาจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยเอา ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯ ด้วย ดังนั้นต้องขยับไปที่ 310 เสียง จะเป็นเครื่องชี้วัดว่า 250 ส.ว.จะกลับมาเคารพเสียงพี่น้องประชาชนข้างมาก ดังนั้นวันที่ 14 พ.ค.พี่น้องเข้าคูหากาพท.ทั้งคนทั้งพรรค

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราต้องแลนด์สไลด์ปิดสวิตช์ ส.ว. ปิดสวิตช์ 3 ป. แต่จะเพิ่ม 3 ป. ที่มีประโยชน์เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด เริ่มจาก ป.ปราบทั้งผู้ขายและผู้เสพ เจอที่ไหน จับที่นั่น ป.เปิดคุยกับเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง ว่าแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่ที่ไหน ต้องกำจัดให้หมดไป และ ป.เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วยให้กลับมามีชีวิตที่ดี กลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง สมัยไทยรักไทยเราปราบยาเสพติดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และพท.จะทำได้อีกครั้งแน่นอน

หัวใจสีแดง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายพานทองแท้ ชินวัตร ลงไปถ่ายรูปกับคนเสื้อแดง และประชาชนที่มาฟังการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยอย่างคับคั่ง ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างโลตัสรังสิต จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

ทิ้งทวนก่อนเตรียมคลอด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าพท.เป็นรัฐบาลจะเริ่มจากการแก้รัฐธรรมนูญ ให้มีส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน ต้องปฏิรูประบบราชการให้ตอบสนองประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษี กระบวนการยุติธรรมต้องยุติธรรมอย่างแท้จริง พท.มาเป็นทีม ทำงานเป็นทีมเพื่อประเทศไทย และขอให้ ส.ว. 250 คนฟังไว้ พท.ไม่ได้มาเพื่อต่อยตี กับท่าน แต่กติกาที่เขียนไว้ไม่เป็นธรรม ดังนั้นการที่ท่านยกมือเลือกพล.อ.ประยุทธ์ไว้แล้ว ตนไม่อโหสิ แต่รอบนี้อยากให้ท่านคิดกลับตัว กลับใจเสียใหม่ ไถ่โทษประชาชน พรรคไหนได้ที่หนึ่งยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคนั้น

พี่น้องที่อายุ 16 ปีขึ้นไปเตรียมตัวให้ดี โดยเฉพาะใครที่เป็นโรคหัวใจให้ระวังความตื่นเต้นเอาไว้ เพราะวันที่ 5 เม.ย.นี้ นพ.ชลน่าน จะเป็นคนประกาศตัวเลขที่จะเติมเข้าไปในกระเป๋าเงินดิจิทัล เขาบอกว่าบัตรประชารัฐ 700 บาทและเงินสวัสดิการของพล.อ.ประยุทธ์ 1,000 บาท รับรองว่าของเราอื้อหือ ไม่ใช่ 700 หรือ 1,000 เราจะให้ใช้ 6 เดือน จะให้ 1,000 ได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยที่จ.ปทุมธานี จะเป็นเวทีต่างจังหวัดสุดท้ายที่น.ส.แพทองธารจะมาร่วม เนื่องจากอายุครรภ์ใกล้จะถึงกำหนดคลอดเต็มทีแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน