หวั่นลาม‘เขาใหญ่’เหนืออ่วมยังจมฝุ่น
นครนายกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไฟป่า หลังเชื้อปะทุเป็นระยะ จนท.ระดมลุยดับไฟ พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์นำน้ำโปรยสกัดไฟ ป้องกันไม่ให้ลามถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนเหนือก็ยังวิกฤตหนักทั้งไฟป่า ฝุ่นพิษ เชียงใหม่ไฟป่าไหม้ดอยสุเทพ-ปุยแล้ว ระดมดับวุ่น ชาวเชียงใหม่ 2 ล้านได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ ส่วนที่ปาย แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นจิ๋วมากสุด ปลัดสธ.เผยทั่วประเทศป่วยจากฝุ่นพิษทะลุ 2 ล้านคน
เร่งทำแนวกันไฟหวั่นลาม‘รีสอร์ต’
จากกรณีเกิดไฟป่าไหม้เขาแหลม เขาชะภู และเขาตะแบก ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ได้รับความเสียหายอย่างมาก เจ้าหน้าที่ระดมสกัดไฟมาตลอด 2 วันที่ผ่านมา สามารถควบคุมได้บางส่วน ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ไฟป่าปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังมีกระแสลมพัดต่อเนื่อง ไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรง เกิดฝุ่นควันเป็นวงกว้าง
ส่วนไฟป่าในต.เขาพระ อ.เมือง จ.นคร นายก เข้าสู่วันที่สามของภารกิจดับไฟป่า โดยไฟลามขึ้นมาอีกครั้งที่เขาวังรี ซึ่งติดกับรีสอร์ตวังรี จุดที่เกิดไฟไหม้ห่างจากรีสอร์ตไม่เกิน 1 ก.ม. เจ้าหน้าที่ 70 นายนำอุปกรณ์เร่งเดินทางไปดับไฟและทำแนวกันไฟ ป้องกันไม่ให้ไฟลามไปยังฝั่งติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และฝั่งสระบุรี ซึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้าง
ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ 1 นายเป็นลมอยู่บนเขา กำลังเร่งนำตัวลงมาจากเขาเพื่อปฐมพยาบาล
นครนายกประกาศเขตพิบัติไฟป่า
ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก ระบุว่า จ.นครนายก ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีเหตุอัคคีภัย ไฟป่าในพื้นที่อ.เมือง ดังนี้ 1.หมู่ 13 ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก และ 2.หมู่ 10, 11, 12 และหมู่ 13 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก
เร่งสกัดไฟลาม‘เขาใหญ่’
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าเขาแหลม จ.นครนายก ว่า จากการตรวจสอบจุดฮอตสปอตพบสาเหตุเกิดจากฟ้าผ่า ร่วมกับมีคนจุดไฟเผาป่าด้วย โดยเกิดที่เขาชะพลู ลามมายังเขาแหลม และ เขาตะแบก ซึ่งอยู่ห่างจากเขตอุทยานฯเขาใหญ่เพียง 2 ก.ม. ได้เร่งแก้ปัญหาด้วยการทิ้งน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ พร้อมทำแนวกันไฟและเผาโต้กลับซึ่งเป็นเทคนิคในการจัดการไฟป่า โดยเป็นการเผาหลังแนวป้องกันเพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงลง และไม่ให้ลามเข้าไปในแนวเขตอุทยานฯเขาใหญ่ ขณะนี้สถานการณ์ลดลงแล้ว เชื่อว่าหากไม่มีลมพัดแรงวันนี้น่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
ระดมฮ.5 ลำดับไฟป่านครนายก
นายอรรถพลกล่าวถึงกรณีไฟไหม้ป่าเขาแหลม อ.เมือง จ.นครนายก ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินไว้ใช้ในราชการทหาร พ.ศ.2484 อ.บ้านนา จ.นครนายก หน่วย ร.2 รอ. เนื้อที่ประมาณ 51,921 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ไฟไหม้ในเขตพระราชกฤษฎีกาฯ ประมาณ 600 ไร่ และทิศทางไฟเคลื่อนตัวไปทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่ยังไม่ลุกลามเข้าไปในเขตอุทยานเขาใหญ่ จากการตรวจสอบจุดความร้อนในเวลา 02.00 น.ไม่พบในพื้นที่แล้ว แต่สภาพพื้นที่ปัจจุบันยังพบกลุ่มควันอยู่เล็กน้อย จึงจัดชุดปฏิบัติการดับไฟป่าเข้าพื้นที่เพื่อเข้าไปดับไฟในส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่เพื่อไม่ให้เกิดไฟปะทุขึ้นอีก โดยมีการสนธิกำลังพลจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ 200 นาย กรมป่าไม้ 100 นาย และหน่วยงานอื่นๆ อีก 100 นาย รวม 400 นาย
นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ส่วนของอุทยานฯ เขาใหญ่ได้จัดทำแนวกันไฟห่างจากจุดที่ไฟไหม้ประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปในเขตอุทยานฯ เขาใหญ่ รวมทั้งการใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุนการดับไฟ 5 ลำ จากทส. 2 ลำ ปภ. 2 ลำ และ ทบ.1 ลำ และทางจังหวัดจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัยไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ตำบลเขาพระ ที่ อบต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ต่อไป
นายกฯสั่งทหารเร่งดับไฟ
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ไฟป่าบริเวณเขาแหลม เขาชะพลู เขาตะแบก ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก โดยศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมสรุปสถานการณ์ไฟป่าบริเวณเขาแหลม เขาชะพลู เขาตะแบกช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พบว่าสถานการณ์ไฟป่าเบาบางลง ไม่พบเปลวไฟ มีเพียงกลุ่มควันเล็ก 2-3 จุด บริเวณยอดเขาตะแบก โดยต้องเฝ้าระวังกระแสลมกระโชกแรงที่พัดไปทางทิศเหนือ อาจทำให้เปลวเพลิงเกิดโหมปะทุขึ้นได้อีก จะส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่รอยต่อจ.สระบุรีได้
นายอนุชากล่าวต่อว่า ทางจ.นครนายกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีเหตุอัคคีภัย (ไฟป่า) ในพื้นที่หมู่ที่ 13 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก และหมู่ที่ 10 หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 13 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจการณ์และเฝ้าไฟ ตรวจไม่พบการลุกลามของไฟป่าเพิ่มเติม
พิษฝุ่นป่วยแล้วทะลุ 2 ล้าน
ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ข้อมูลวันที่ 31 มี.ค. 2566 ช่วงเวลา 06.00 น. ค่าเฉลี่ยฝุ่น 24 ชั่วโมง พบว่าภาคเหนือยังอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยค่าสูงสุดอยู่ที่ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 446 มคก./ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค 2566 เป็นต้นมา มีรายงานผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศสะสมแล้ว 2,019,854 ราย เฉพาะมี.ค.นี้ พบกลุ่มโรคที่เจ็บป่วยสูงสุด ได้แก่กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ตามด้วยโรคผิวหนังอักเสบ และโรคตาอักเสบ ได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสื่อสารแจ้งเตือนผลกระทบทางสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้น เตรียมอาคารสถานที่และครุภัณฑ์ต่างๆ การจัดบริการทางการแพทย์ สถานที่สำรองหรือจัดตั้ง ร.พ.สนามเมื่อจำเป็น สำรองยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้เพียงพอต่อการให้บริการ
นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่มเติมคือสถานการณ์ไฟป่า จ.นครนายก ซึ่งประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีเหตุอัคคีภัย (ไฟป่า) จำนวน 5 หมู่บ้าน ของ อ.เมือง

ไหม้ดอยสุเทพ – จนท.ระดมดับไฟป่าไหม้ลุกลามบนดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ สถานการณ์ขยายเป็นวงกว้าง ต้องประสานขอเฮลิคอปเตอร์ช่วยโปรยน้ำดับ ขณะที่ฝุ่นควันไฟลอยเข้าปกคลุมในเขตตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.
ระดมดับไฟป่าดอยสุเทพ-ปุย
นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่า ล่าสุดเกิดไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณน้ำตกตาดหมาไห้ รอยต่อของต.บ้านปง อ.หางดง และต.แม่เหียะ อ.เมือง ตั้งแต่เวลา 20.30 น.ของคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่ชาติดอยสุเทพ-ปุย เจ้าหน้าที่ไฟป่าดอยสุเทพ และเสือไฟจากจ.พิษณุโลก 90 นายระดมสกัดไฟ แต่ยังไม่สามารถเข้าไปถึงหัวไฟป่าได้ เนื่องจากความมืด พื้นที่เป็นหน้าผาสูงชัน และยังเกิดลมแรงที่ทำให้ไฟป่าโหมอย่างหนัก จนถึงเช้านี้ต้องปรับกำลังใหม่ โดยเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมประสานขอเฮลิคอปเตอร์ของฝนหลวง เพื่อบินเข้าไปทิ้งน้ำในจุดที่เป็นหน้าผาสูงชัน และประสานทางกระทรวงทรัพยากรฯ โยกเฮลิคอปเตอร์ที่ไปช่วยดับไฟป่าเชียงรายกลับมาช่วยดับไฟป่าที่ดอยสุเทพ
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ล่าสุดสามารถดับได้หมดแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลานาน 5 วัน ขณะที่ไฟไหม้ป่าอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ บริเวณดอยนางเมาะ เจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว และจุดสุดท้ายคือพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีล้านนา รอยต่อของอ.พร้าว แม่แตง เชียงดาว บริเวณเหนือเขื่อนแม่งัดฯ พบว่าเกิดไฟป่ากระจายอยู่ 9 จุด โดยมี 8 จุดเจ้าหน้าที่กำลังดับไฟป่าทั้งวันทั้งคืน แต่ที่น่าห่วงอีก 1 จุดที่เหลือเป็นจุดที่อยู่ในป่าลึก เดินเท้าเข้าถึงลำบาก และสภาพป่าลาดชัน ประสานเฮลิคอปเตอร์ ของกระทรวงทรัพยากรฯ มาช่วยโปรยน้ำดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพปุย
เชียงใหม่วุ่น 2 ล้านคนเจอฝุ่นพิษ
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้จ.เชียงใหม่จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก จังหวัดเชียงใหม่ (ศชฝ.ชม.) ซึ่งระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน
สำหรับสถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษอากาศของจ.เชียงใหม่นั้น ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าวว่า เวลานี้มีความรุนแรงอยู่ในขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกคนทั้งหมดกว่า 2 ล้านคน ใน 25 อำเภอ แต่ความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เพราะมาตรการที่ดำเนินการอยู่เข้มข้นเพียงพอและมีการดูแลให้การช่วยเหลือเทียบเท่าอยู่แล้ว รวมทั้งกำลังเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด และน่าจะสิ้นสุดในช่วงเวลาอีกไม่นานนี้แล้ว มั่นใจว่าก่อนถึงช่วงสงกรานต์
“สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นนั้นปัจจัยหลักเนื่องมาจากฝุ่นควันที่ถูกพัดพามาจากพื้นที่ใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ในช่วงคืนที่ผ่านมาพบไฟไหม้ป่าในเขตต.น้ำแพร่และต.บ้านปง อ.หางดง ซึ่งสามารถดับไฟได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่พบความผิดปกติที่จุดดังกล่าวมีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นซ้ำติดต่อกัน 3 ครั้งแล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นความตั้งใจเผาของ ผู้ไม่หวังดี” นายนิรัตน์ กล่าว
สำหรับจ.เชียงใหม่ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ ของเว็บไซต์ AIR4THAI.COM จำนวน 6 จุด เวลา 09.00 น. พบว่า 6 จุดเป็นสีแดง เกินค่ามาตรฐานขึ้นไปสูงมีผลกระทบต่อสุขภาพ จุดที่พบมากที่สุด จุดตรวจวัดพื้นที่ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว PM 2.5 มีค่า 345 มคก./ลบ.ม. รองลงมาจุดตรวจวัดศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ PM 2.5 มีค่า 162 มคก./ลบ.ม. จุดตรวจวัดบนดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ PM 2.5 มีค่า 140 มคก./ลบ.ม.
นอกจากนี้พบจุดความร้อน 297 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมากสุด
เหนือยังวิกฤตฝุ่น-ปายหนักสุด
ด้านศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผล กระทบต่อสุขภาพ ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบค่าฝุ่นระหว่าง 10-422 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.
ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 32-422 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 23 พื้นที่ พบเป็นพื้นที่สีแดง (กระทบต่อสุขภาพ) 17 พื้นที่ โดย ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 422 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 25-81 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 3 พื้นที่ ได้แก่ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย, ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงคุณภาพดี
พบจุดความร้อนเกือบ 3 พัน
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISTDA) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ไทยพบจุดความร้อน 2,963 จุด โดยเมียนมาพบมากสุด 7,918 จุด สปป.ลาว 1,970 จุด กัมพูชา 356 จุด เวียดนาม 237 จุด และมาเลเซีย 45 จุด
สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทยยังคงพบในพื้นป่าอนุรักษ์มากที่สุด 1,540 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 1,018 จุด พื้นที่เกษตร 161 จุด พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 158 จุด พื้นที่เขตส.ป.ก. 77 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 9 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือจ.แม่ฮ่องสอน 574 จุด จ.เชียงใหม่ 545 จุด และจ.เชียงราย 332 จุด