กกต.แจงวุ่นบัตรโหล อ้างเซฟงบ-ไม่ผิดกม. พท.ฉะเอื้อบางพรรค บิ๊กตู่พาไปเอง-รทสช. จับเบอร์เขต-ปาร์ตี้ลิสต์

กกต.พร้อมเปิดรับสมัครส.ส.วันแรก เตือนผู้สมัคร-กองเชียร์ ร่วมลุ้นเบอร์ได้ แต่สมัครเสร็จห้ามมีเครื่องดนตรีแห่กลับ ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง แจงวุ่น‘บัตรโหล’ ประหยัดงบ 400 เขตพิมพ์แบบเดียว เพื่อไทยหวั่นบัตรเลือกตั้งเอื้อบางพรรค จี้กกต.เพิ่มชื่อผู้สมัคร ‘บิ๊กตู่’ นำทีมรวมไทยสร้างชาติ สมัครทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ 3-4 เม.ย.นี้ หวังสร้างขวัญกำลังใจ ธนกรโวกระแสดี 90 เสียงได้แน่ ‘ป้อม’ เผยลงเบอร์ 1 ปาร์ตี้ลิสต์-แคนดิเดตนายกฯ เพราะอยากสง่างาม เวทีพปชร.ฝั่งธนฯ วุ่น แบม-ตะวัน โผล่ทวง เจอการ์ดสกัดถึงขั้นชกต่อย อนุทินไม่กลัวการเมืองเจ้าถิ่น มั่นใจได้ส.ส.ใต้เพิ่ม ‘อภิสิทธิ์’ รับบัตร 2 ใบ ทำปชป.เสียเปรียบได้ส.ส. ต่ำกว่าคะแนนจริง ‘วัฒนา อัศวเหม’ ส่งสารการเมือง เดินหน้าต่อ

กกต.พร้อมเปิดรับสมัครส.ส.
วันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตามที่กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป ในวันที่ 14 พ.ค. และเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พ.ค. พร้อมได้กำหนดวันที่รับสมัครรับ เลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตในวันที่ 3-7 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่สถานที่ที่ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด ส่วนวันที่ 4-7 เม.ย. เวลา 08.00- 16.00 น. จะรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมือง มีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ห้องบางกอก อาคาร ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

ทั้งนี้ การรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตของกรุงเทพฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 3 เม.ย. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งจะมีผู้อำนวยการเขตเลือกตั้ง แต่ละเขต จะเป็นผู้รับสมัคร โดยจะเป็นคนละส่วนความรับผิดชอบกับสำนักงาน กกต.

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผย ถึงความพร้อมจัดเตรียมรับสมัคร ส.ส.ในวัน ดังกล่าวว่า มีความพร้อม อีกทั้งได้หารือ และซักซ้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ การไฟฟ้านครหลวง และสำนักงาน กกต. ซักซ้อมรับมือพรรคที่ จะมาสมัคร เพื่อความเรียบร้อย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่พรรคและผู้สนับสนุนที่อาจ จะมีจำนวนมาก

ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับ เลือกตั้ง ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชี รายชื่อ ขอให้ตัวผู้สมัครและพรรคได้พิจารณาตรวจสอบให้ดี ครบถ้วน เพราะส่วนมากจะไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ แต่เรื่องที่ไปที่ศาลฎีกามากที่สุดคือ เรื่องความเป็นสมาชิกของพรรค ซึ่งช่วงนี้ต้องเป็นสมาชิกพรรค 30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง สำหรับที่มีการย้ายพรรค ซึ่งเราก็มีระบบฐานข้อมูลดูอยู่แล้ว

แจงยิบปมบัตรเลือกตั้ง
นายแสวงชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แม้จะเป็นพรรคเดียวกันแต่เป็นคนละหมายเลข เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งกกต.เป็นเพียงผู้กำหนดรูปแบบบัตรให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น

โดยบัตรเลือกตั้ง มีรูปแบบบัตรที่ใช้อยู่ 3 ประเภท คือ บัตรมาตรฐานแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง คือ บัตรที่มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัคร หรือที่เรียกว่าบัตรโหล จะไม่มีรายชื่อผู้สมัคร ทุกการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในประเทศไทย ใช้บัตรเลือกตั้งแบบนี้มาตลอด ไม่เคยมีชื่อ ผู้สมัครในบัตรเลือกตั้ง

ส่วนรูปแบบบัตรมาตรฐานแบบบัญชีรายชื่อคือ บัตรที่มีหมายเลขผู้สมัคร มีสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของพรรค และมีชื่อพรรค ในบัตรเลือกตั้ง เริ่มใช้บัตรรูปแบบนี้นับแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นมา ทุกการเลือกตั้งจะใช้บัตรเลือกตั้งนี้มาตลอด และบัตรเลือกตั้งแบบเฉพาะ เกิดขึ้นปี 2562 เพื่อรองรับระบบเลือกตั้งแบบคะแนนไม่ตกน้ำตามหลักการของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ทุกคะแนนมีความหมาย ซึ่งบัตรเลือกตั้งรูปแบบนี้ ผสมกันระหว่างบัตรแบบแบ่งเขต และแบบบัญชี รายชื่อไว้ในใบเดียว

ยันยึดแบบมาตรฐาน-ประหยัดงบ
นายแสวงกล่าวว่า บัตรเลือกตั้งปี 2566 แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อจะใชับัตร มาตรฐานเหมือนการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา เว้นปี 2562 ที่ใช้บัตรเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ โดยข้อดีของบัตรมาตรฐานแบบแบ่งเขต มีความชัดเจน แตกต่างจากบัตรแบบบัญชีรายชื่อ คือนอกจากสีจะต่างกันแล้ว องค์ประกอบภายในบัตรก็ต่างกัน ทำให้ประชาชนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ไม่สับสน เพราะบัตรประเภทหนึ่งมีเพียงหมายเลข ไม่มีตัวหนังสือ และสัญลักษณ์ใด ต่างจากบัตรอีกประเภทหนึ่ง มีครบทั้ง 3 อย่าง เป็นการป้องกันบัตรเสีย อันเกิดจากความสับสน

ทั้งยังประหยัดงบประมาณเป็นจำนวนมาก เพราะบัตรมาตรฐานพิมพ์พร้อมกันใน ครั้งเดียว แต่บัตรแบบเฉาะเขต ต้องสั่งพิมพ์ 400 ครั้ง ตามจำนวนเขต เมื่อปริมาณพิมพ์ ต่อครั้งมีจำนวนน้อย จะทำให้ค่าพิมพ์ต่อครั้งใช้เงินจำนวนมากขึ้น และสะดวกในการบริหารจัดการ นำเวลาที่ต้องมาทำงานธุรการ อาทิ การส่งให้ตรงกับเขต กรณีเป็นแบบเฉพาะ ถ้าส่งผิดเขตจะใช้แทนกันไม่ได้ การพิมพ์บัตรสำรองในแต่ละเขต ต้องมีสำรองครบตามจำนวนเขต เพราะใช้แทนกันไม่ได้ เป็นต้น สามารถนำเวลาที่เหลือจากงานธุรการไปทำงานอื่นให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากกว่า

กองเชียร์ลุ้นได้แต่อย่าทำผิดกม.
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เปิดเผยว่า สำหรับวันรับสมัครเลือกตั้งส.ส. ทั้งแบบ แบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ขอเน้นย้ำ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคและบุคคล ที่เกี่ยวข้อง อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เด็ดขาด โดยเฉพาะหากมีการจัดขบวน กลุ่ม ผู้สนับสนุนกองเชียร์ที่มารอลุ้นเบอร์และ ให้กำลังใจผู้สมัครหรือพรรค พึงระมัดระวัง อย่ากระทำการใดก่อนและหลังการสมัคร รับเลือกตั้ง ตามข้อห้ามตามมาตรา 73 (3) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายจัดมหรสพ ร้องเพลง การจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น หากฝ่าฝืนมีโทษหนักจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ รวมทั้งให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

เตือนสมัครเสร็จ-ห้ามมีดนตรีแห่
ที่ศาลาประชาคม จ.ขอนแก่น นายวัชระ สีสาร ผอ.สนง.กกต.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า คำเตือนและข้อห้ามที่ใกล้ตัวที่สุด ที่ผู้สมัครควรยึดถือตามระเบียบที่ กกต.กำหนด คือการจัดมหรสพใดๆ ดังนั้น ในขามา ซึ่งกองเชียร์และผู้สมัครเดินทางจากบ้านมาที่จุดรับสมัครนั้น ทำได้ แต่เมื่อสมัครเสร็จแล้วและได้กลายเป็นผู้สมัครแล้ว ตามกฎหมายจะตั้งขบวนแห่ไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย เลือกตั้ง แม้แต่การดีดพิณ หรือเล่นดนตรี บางอย่างในขบวนแห่ก็จัดเป็นการแสดงมหรสพ เพราะถือเป็นผู้สมัครแล้ว ดังนั้น ผู้สมัครและทีมงานจะต้องศึกษาในระเบียบ ให้รอบคอบและรัดกุม

สมชัยเฉ่งกกต.พิมพ์บัตรสับสน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตกกต. โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าอย่าขับเคลื่อนด้วยเสียงก่นด่า การเลือกตั้ง นอกจากคำนวณจำนวนส.ส.ในแต่ละจังหวัดผิด เพราะเอา คนต่างชาติมาร่วมคิด ไม่ยอมรายงานแบบ เรียลไทม์ เพราะอ้าง 10 ล้านแพงไป เลิก เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ ในบางประเทศเพราะสถานทูตเขาไม่พร้อม มาวันนี้ยังมีเรื่องใหม่ ใช้บัตรโหลกับบัตร เลือกตั้งแบบแบ่งเขต ถึงวันเลือกตั้งชาวบ้านได้รับบัตรเข้าไปกา ไม่มีรูปภาพโลโก้พรรคให้จำ คงเดือดร้อน

นายสมชัยระบุต่อว่า คนธรรมดาก็ใช่ว่า จะไม่สับสน เพราะเบอร์พรรคเดียวกันที่เขตติดกันก็คนละเบอร์ ยิ่งแบ่งเขตกันใหม่ละลายเขตเดิมจะเลือกผู้สมัครที่คุ้นเคย เขาไปลงเขตใกล้ๆ กลายเป็นอีกเบอร์ เวลาเข้าคูหา บัตรไม่มีชื่อพรรค ไม่มีโลโก้ ก็อาจทำให้สับสนได้ว่าพรรคนี้เบอร์ไหนกันแน่

ชี้มีเวลาแก้ไข-อย่ารอให้ถูกด่า
นายสมชัยระบุด้วยว่า อ้างว่าต้องทำ 400 แบบ ทำยาก จัดการยาก ทำไม่ทัน ตอนเลือกตั้งปี 62 หนูก็โดนด่าไปรอบ ตอนจะทำบัตรโหล จนต้องยอมเปลี่ยน เป็นบัตรที่มีทั้งชื่อพรรคและโลโก้พรรค เป็นบัตรแบบเฉพาะเขต 350 เขต 350 แบบมาแล้ว อ้างว่าเวลาเร่งรัด ต้องจัดพิมพ์แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ทันแล้ว ปี 62 ก็พิมพ์หลังได้เบอร์ ปี 66 กว่าผู้สมัครเขต จะได้เบอร์ วันสุดท้ายก็ 7 เม.ย. นี่เพิ่ง 1 เม.ย. หลงวันหลงเดือนหรือเปล่า

“สัปดาห์หน้าพวกหนูยุ่งเพราะต้องรับสมัคร ไม่มีเวลาประชุมเปลี่ยนแล้ว วันจันทร์รับสมัครเขต เป็นเรื่องของกกต.จังหวัด หนูประชุมได้ ไม่ต้องหาเรื่องไปตรวจงานหาเสียงแบบลุงบางคน ประชุมเหอะ ประชุม เงินเดือนเป็นแสน เบี้ยประชุมก็ได้ วันนี้ขอยังไม่ก่นด่า ให้โอกาสหนูทำความดีก่อน หวังว่าพวก หนูๆ คงไม่เป็นพวกต้องให้ด่าถึงจะเปลี่ยน” นายสมชัยระบุ

‘บิ๊กตู่’นำรทสช.ไปสมัคร 3-4 เม.ย.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 เม.ย. ซึ่งเป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต พร้อมจับสลากเบอร์ผู้สมัคร ในวันดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตของพรรค พร้อมแกนนำพรรค จะนำว่าที่ผู้สมัครทั้ง 33 เขตไปยังศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น เพื่อสมัคร ส.ส.และจับสลากเบอร์ จากนั้นวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งเป็นวันรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อและ จับเบอร์ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะนำผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อไปสมัครด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้สมัครของพรรค ทั้ง 2 ระบบ

โวกระแสดี-90 เสียงมีแน่
นายธนกรกล่าวว่า ตนในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้จะลงพื้นที่ จ.นครศรี ธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. เพื่อพบปะประชาชนที่ตลาดอ.ท่าศาลา และ อ.จุฬาภรณ์ จากนั้นช่วงเย็นจะร่วมประชุมกับผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ทั้ง 10 เขต ที่โรงแรม ทวินโลตัส และช่วงเช้าวันที่ 3 เม.ย.จะนำ ผู้สมัครของพรรคเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ทั้งพระบรมธาตุ ศาลหลักเมือง เอาฤกษ์เอาชัยให้เป็นสิริมงคล ก่อนสมัครและจับเบอร์ จากนั้นจะขึ้นรถ แห่ขบวนรอบเมืองเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเบอร์ผู้สมัครของพรรค และจะพูดเน้นย้ำเรื่องนโยบายพรรคให้ประชาชนรับทราบด้วยว่าสิ่งที่เราจะทำให้ประชาชนมีอะไรบ้าง

“การลงพื้นที่ที่ผ่านมาประชาชนตอบรับ รับทราบนโยบายของพรรคเป็นอย่างดี อีกทั้งชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเป็นอย่างมาก กระแสเรียกว่าดีแล้ว ดีอีก ดีต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยมั่นใจ 90 เก้าอี้มีแน่นอน” นายธนกรกล่าว

‘ป้อม’แจงลงปาร์ตี้ลิสต์-แคนดิเดต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความชี้แจงถึงการลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า “ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ คนอื่นจะคิดอะไร แบบไหนก็ปล่อยให้เขาคิด เขาพูดไป ผมพูดแต่ในส่วนของผม ผมคิดแบบนี้ เริ่มจากบัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ เลือกพรรค กับเลือกผู้สมัครเขต ไม่มีบัตรเลือกนายกฯ ตัวผมต้องการเป็นนายกฯ ที่ประชาชนเลือก ถ้าผมไม่มีชื่อ ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วผมจะแน่ใจได้อย่างไรว่าประชาชนเลือกผมด้วย ไม่ใช่กาบัตรเลือกคนอื่น แล้วผมเป็นแค่ผลพลอยได้ ไม่มีส่วนร่วมกับการเลือกของประชาชนเลย ผมจึงเลือกเป็นทั้งหัวหน้าพรรค ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรค และแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้ผมจะได้มีความมั่นใจว่าคะแนนที่ได้มานั้น ประชาชนเลือกผม”

พล.อ.ประวิตรระบุด้วยว่า ตนตั้งใจเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย หากไม่มั่นใจว่าคะแนนที่ได้เป็นคะแนนที่เลือกตน ตนจะรู้สึกถึงความเป็นผู้นำที่สง่างามอย่างมั่นใจได้อย่างไร ตนไม่อยากโกหกตัวเองว่ามาจากการเลือกของประชาชน

นฤมลอ้อนเลือกพปชร.ทั้ง 2 ใบ
ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด พรรค พปชร.เปิดปราศรัยย่อย โซนธนบุรีเหนือ “พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายสกลธี ภัททิยกุล ขึ้นปราศรัย รวมถึง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดเวทีปราศรัยย่อยครั้งนี้ มีบุคคลใกล้ชิดและคนในครอบครัว มาให้กำลังใจผู้สมัคร อาทิ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมภริยา นางปิยะดา บุญยรัตกลิน มารดา น.ต.นิธิ บุญยรัตกลิน ผู้สมัครเขต 31 และเป้ย ปานวาด เหมมณี ภรรยา น.ต.นิธิ นางภรณี ธนาคมารุสรณ์ มารดาของนายชัยวุฒิ

นางนฤมลกล่าวว่า หวังว่าพรรคจะได้รับความเมตตากับชาวฝั่งธนบุรีเพิ่มส.ส.ให้อีก สักคน ซึ่งนโยบาย 3 เสาหลัก สวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐ สังคมประชารัฐ เราไม่ใช่แค่พูด แต่เราทำไปแล้ว และเราจะทำต่อ เราจะทำให้คนกรุงและทั้งประเทศ บัตรสวัสดิการรัฐเพิ่มเป็น 700 บาท เพิ่มพลังเศรษฐกิจรากฐาน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งกองทุนธุรกิจเพื่อสังคม เราไม่ได้มาบอกว่าเราจะให้มากกว่าใครเท่าไหร่ แต่เรามาสร้างความมั่นคง ยั่งยืน เดินหน้าในกรอบพัฒนาประเทศไทยเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ว่าใครจะเข้ามาก็จะเปลี่ยนแปลงกรอบของเรา ไม่ได้ วันจันทร์ที่ 3 เมษายนนี้ขอกำลังใจจาก พี่น้องฝั่งธนบุรี ให้กับผู้สมัครกทม. 33 คนของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งหวังว่าทุกเขต ฝั่งธนบุรีขอให้เราได้หมด แล้ว 14 พฤษภาคม ขอให้ชาวฝั่งธนฯ เลือกทั้งคนทั้งพรรค ขอความเมตตาด้วย

ปะทะ – น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม นักกิจกรรมอิสระ บุกชูป้ายเวที ปราศรัยย่อย พปชร. ที่สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด จนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายและปะทะกับ กลุ่มการ์ด เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

แบม-ตะวันบุกเวที-ชกต่อยกันวุ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.05 น. ขณะที่บนเวทีดำเนินอยู่นั้น น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม นักกิจกรรมอิสระ พร้อมกลุ่มทะลุวังได้ถือป้ายไวนิลนโยบายของ หลายพรรค เพื่อมายืนทำกิจกรรมทางการเมือง บริเวณพื้นที่ทางเข้าเวทีปราศรัย โดยมาขอพบ นายชัยวุฒิ เพื่อทวงถามเรื่องมาตรา 112 ที่ระบุว่าไม่มีปัญหา แต่กลับมีการจับกุมบุคคล พ่นกำแพงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ทั้งนี้ ในงานมีการ์ดคอยควบคุมที่บริเวณ ประตูเข้า-ออก และมีแผงเหล็กกั้นอยู่ แต่ทางกลุ่มแบมและตะวันพยายามจะเคลื่อนเข้า ไปใกล้บริเวณเวทีมากที่สุด ทำให้ทางการ์ด ปิดกั้นเอาไว้ กระทั่งเกิดความรุนแรง เกิดการชกต่อยระหว่างการ์ดและกลุ่มเยาวชน จนเกิดความวุ่นวาย กระทั่งบุกเข้ามาในพื้นที่ สร้างความตกใจให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัยและพิธีกรบนเวที ได้รีบประกาศขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และบอกกับกลุ่มเยาวชนว่าจะเรียกร้องเรื่องอะไร ขอให้มาพูดกันดีๆ อย่า ก่อเหตุรุนแรง และขอให้การ์ดช่วยกันกลุ่มเยาวชนออกไปเพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหล อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบ 20 นาที กระทั่งการ์ดสามารถกันกลุ่มเยาวชนออกจากพื้นที่จัดงานได้

สกลธีซัด-ตั้งใจมาก่อกวน
ต่อมาเวลา 18.40 น. นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าทีมกทม. ให้สัมภาษณ์หลังเกิดเหตุการณ์ชุลมุนว่า พรรคตั้งใจมาปราศรัยพบปะชาวกรุงเทพฯ ซึ่งพล.อ.ประวิตร พูดเสมอถึงการก้าวข้ามความขัดแย้งและรับฟังทุกฝ่าย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถูกกาลเทศะ การรับฟังและการพูดคุยน่าจะใช้เวทีอื่น และมาในลักษณะเป็นมิตรมากกว่านี้ หากพูดถึงมารยาท ตนคิดว่าขาดมารยาท ขณะที่พรรคหนึ่งหาเสียง นำเสนอนโยบาย และมีคนมาป่วนเวที ถ้ามาเบาๆ ก็ยังคุยกันได้ แต่นี่มาเหมือนก่อกวนไม่ต้องการพูดคุยกัน และเกิดความรุนแรงขึ้นด้วย ตนได้รับรายงานว่า การ์ดเวทีเจ็บไป 4 คน ซึ่งต้องขอปรึกษา กับผู้ใหญ่ก่อนว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไร และส่วนตัวของการ์ดก็จะไปแจ้งความ

นายสกลธีกล่าวอีกว่า ผู้บริหารพรรคจะเอาเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียน อาจจะจัดการ์ดมากขึ้น และแจ้งตำรวจท้องที่เวลาที่มาทำกิจกรรม เพราะไม่อยากให้เกิดภาพการปะทะ ขอให้มาแข่งด้วยการหาเสียงด้วยนโยบาย ดีกว่าเพื่อให้ประชาชนตัดสินเอง การทำเช่นนี้เหมือนยั่วยุ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสม เราก็พยายามควบคุมไม่ให้เกิดการปะทะ เพราะจะเกิดความรุนแรงได้ เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น ขอเตือนน้องๆ เยาวชน ถ้าต้องการคุยกับผู้บริหารพรรค ขอให้นัดเวลามาอย่างเป็นกิจจะลักษณะให้พร้อมคุยด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีภาพที่การ์ดเป็นฝ่ายทำร้ายกลุ่มผู้เคลื่อนไหว จะตรวจสอบ ข้อเท็จจริงหรือไม่ นายสกลธีกล่าวว่า ตนจะต้องไปเตือนการ์ดที่เรานำมา และขออภัยด้วยไม่คิดว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้น แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าตรงนั้นเป็นหน้าที่ หากน้องๆ คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ไม่ปิดกั้นสิทธิ์ที่จะไปแจ้งความดำเนินคดี

ชัยวุฒิบอกไม่โกรธกลุ่มป่วน
ด้านนายชัยวุฒิกล่าวว่า เรื่องยุยงปลุกปั่น คนที่มาป่วนเวทีเราตอนนี้ เราต้องข้ามมันไปให้ได้ เราจะไม่ขัดแย้งกับใคร อย่าไปโกรธเขา เพราะเขาก็มีความเข้าใจผิดๆ ตนไปฟังมาหลายเวทีแล้วบอก 112 เป็นคดีการเมือง มันเป็นการเมืองตรงไหน มันเป็นคดีอาญา แต่มีคนไปยุยงปลุกปั่น เอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมือง เลยวุ่นวาย ทั้งที่ความจริงไม่มีปัญหา

“ผมขอบอกเลยมาตรา 112 แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญโดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว การแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 ทำไม่ได้แน่นอน เพราะถือว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตย”นายชัยวุฒิ กล่าว

อนุทินมั่นใจได้เก้าอี้ภาคใต้เพิ่ม
ที่สำนักสงฆ์พรหมประธาน จ.ตรัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมพิธีอนุโมทนาจิตถวายโฉนดที่ดินเพื่อสร้างวัดว่า การเลือกตั้ง ครั้งนี้เราจะส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุด ตอนนี้น่าจะขาดอยู่ 7 เขต ก็ไม่มีปัญหา สำหรับพื้นที่เป้าหมายเราส่งครบแล้ว เราทำงานมา 4 ปี มีผลงานชัดเจน หวังว่าจะทำให้ประชาชนทั่วประเทศเชื่อมั่นและให้โอกาสพรรคอีกครั้ง

เมื่อถามว่าในพื้นที่ภาคใต้พรรคเกรงกลัวนักการเมืองเจ้าถิ่นหรือไม่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคไม่คิดว่าพื้นที่ไหนเป็นของใคร พรรคสำนึกอยู่เสมอว่าประเทศไทยเป็นของทุกคน พรรคมีหน้าที่สรรหาผู้สมัคร ที่ตั้งใจทำงานและทุ่มเทเพื่อประชาชน

“ในทุกพื้นที่ พรรคเน้นให้คนที่รู้ลึกรู้จริงมาทำงาน พื้นที่ภาคใต้เรามอบให้นายพิพัฒน์และนางนาที รัชกิจประการ และนายอารี ไกรนรา มาดูแล เพราะรู้ถึงปัญหา วิธีแก้ปัญหา ช่ำชองในการพัฒนา ครั้งที่แล้วเราได้ส.ส.จากภาคใต้ 11 คน ครั้งนี้เราเชื่อมั่นว่าจะได้เพิ่มมากขึ้น แต่จะไม่บอกตัวเลข ผล เป็นอย่างไรให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน” นายอนุทินกล่าว

‘มาร์ค’เชื่อคนกรุงยังผูกพันปชป.
ที่ศูนย์การค้าหนองแขม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียง ถึงการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ กทม.ของพรรค ในวันที่ 7 เม.ย.ว่า ตนติดภารกิจที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัยด้วย แต่ยังมีอีกหลายเวทีซึ่งตนพร้อมช่วยปราศรัย ขึ้นอยู่กับพรรคจะประสานมา รวมถึงการปราศรัยใหญ่เวทีต่างจังหวัด โดยวันที่ 4 เม.ย.จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครที่จ.กระบี่ ส่วนวันที่ 3 เม.ย. วันเปิดรับสมัครส.ส.เขต ตนจะไม่ไปที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งเป็น สถานที่รับสมัครเขต กทม. แต่จะไปขึ้นรถแห่ หาเสียงช่วย ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ที่เขตคลองเตยในช่วงบ่าย

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าพรรคจะ คัมแบ๊กในพื้นที่ กทม. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผู้บริหารตั้งเป้าไว้แบบนั้น เรามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุด ส่วนกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่ และจัดเวทีปราศรัยของพรรคที่ใต้สะพานพระราม 8 เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พบว่า ชาวกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อย ยังมีความผูกพันและเห็นคุณค่าของพรรคในระบบการเมือง รวมถึงหลายพื้นที่มีบุคลากรที่เคยทำงาน ประชาชนยังผูกพันอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ถ้าถามว่าจะต้องชนะหรือไม่ ไม่แน่ ต้องทำงานกันหนักต่อเนื่องจนถึงวันเลือกตั้ง

รับบัตร 2 ใบทำพรรคเสียเปรียบ
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความแตกต่างของการเลือกตั้งปี 62 กับปี 66 ว่า ระบบเปลี่ยนไป จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ ทั้งนี้ หลายคนคุ้นเคยระบบนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งการเลือกตั้งที่ใช้บัตรสองใบ จะมีผลกระทบกับทุกพรรค บางพรรคอาจจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ในส่วนของพรรค ปชป. เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนจำนวน ส.ส.เขตที่ได้ รับเลือกตั้ง จะได้ต่ำกว่าคะแนนที่ได้รับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าได้คะแนน 20% ที่นั่ง ส.ส.จะไม่ถึง 20% ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้บัตรสองใบ พรรคอาจจะเสียเปรียบนิดหน่อย เพราะถ้าระบบบัตรใบเดียว ถ้าได้ 20% ก็จะได้ที่นั่ง 20% เท่ากัน แต่การเลือกตั้งบัตร สองใบ ทำให้ประชาชนมีทางเลือก ว่าจะเลือก ส.ส.เขตกับพรรค ซึ่งอาจจะมีบางพื้นที่ ส.ส.เขตอาจจะทำได้ดีกว่าพรรค

พท.หวั่นบัตรโหลเอื้อบางพรรค
นายสุทิน คลังแสง อดีตส.ส. มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกกต. จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง มีเฉพาะหมายเลขผู้สมัคร หรือที่เรียกว่าบัตรโหล ว่าที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเรื่อง ให้กกต.ทบทวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัตรโหล เพื่อหวังให้กกต. ได้ทบทวนการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ ซึ่งควรจะเพิ่มรายชื่อและโลโก้ของพรรค เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สับสน ป้องกันบัตรเสีย

นายสุทินกล่าวอีกว่า ส่วนที่เลขาธิการกกต. ชี้แจงว่า การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัตรโหล ยึดตามกฎหมายนั้น ตนอยากให้กกต.ได้อ่านกฎหมายให้ครบทุกฉบับ รวมยึดเจตนารมณ์สูงสุดของการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย คือต้องทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสและเที่ยงธรรมที่สุด ซึ่งการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ให้มีรายละเอียดโลโก้และชื่อพรรคเพิ่มเข้าไปด้วย จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเข้าไปเลือก ผู้แทนราษฎร ได้ตรงตามเจตจำนงของประชาชน ป้องกันความสับสนและบัตรเสีย เนื่องจากตามกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้ หมายเลขของผู้สมัครส.ส.เขต กับหมายเลขของพรรค จะไม่เหมือนกัน พรรคพท.ไม่อยากเชื่อมโยงว่าการจัดพิมพ์บัตรโหลเพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบให้กับพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ขอให้กกต. ฟังเสียงสะท้อนแล้วนำไปทบทวนเพื่อจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ประชาชนไม่สับสน

ติวผู้สมัครแก้เกมบัตรเสีย
เมื่อถามว่าหาก กกต.ยังยืนยันว่าต้อง พิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัตรโหลมาใช้ พรรคจะปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงเลือกตั้งอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องเพิ่มการสื่อสารกับประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มากขึ้นทั้งผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียง ทีมงานที่ร่วมลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับผู้สมัครส.ส. ต้องชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้

“ตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตกับพรรคจะได้หมายเลขไม่เหมือนกัน เพื่อไม่ให้ประชาชน เกิดความสับสนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ไม่เกิดตัวเลขบัตรเสีย เพราะจากสถิติการ เลือกตั้งแต่ละครั้ง ตัวเลขของบัตรเสียมี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกกต.ในฐานะผู้จัด การเลือกตั้ง ควรต้องออกแบบการจัดการเลือกตั้งให้มีตัวเลขของบัตรเสีย มีสัดส่วน ที่น้อยลง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสะท้อน ฉันทามติของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายสุทินกล่าว

เลิกเกณฑ์ – นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เข้าสังเกตการณ์ ทำโพลสำรวจความเห็นต่อข้อเสนอยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ที่หน่วยจับใบดำ-ใบแดง เขตพระโขนง พร้อมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั่วประเทศ ที่กระจายทำกิจกรรมในเขตเลือกตั้งตนเอง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

เศรษฐาย้ำเกณฑ์ทหารต้องสมัครใจ
นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ทวิตเตอร์ว่า การเกณฑ์ทหารวันแรกได้เริ่มขึ้นแล้ว จึงอยากใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนของพรรค พท.ว่า การเกณฑ์ทหารต้องเป็นระบบสมัครใจ นี่ไม่ใช่การบอกว่าทหารเกณฑ์ ไม่จำเป็น แต่ในทางกลับกัน จะยิ่งทำให้สถาบันทหารมีความน่าเคารพนับถือ และมีคุณค่ามากขึ้น รวมทั้งเรายังจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้สถาบันทหาร เป็นวิทยาลัยเพื่อการเรียนรู้ และเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ที่สมัครใจเข้ามา เพื่อที่เมื่อกลับ ออกไป จะมีวิชาชีพ มีความรู้ติดตัว นำไปพัฒนาต่อยอดชีวิต และขับเคลื่อนสังคมต่อ ไปได้ งบที่ต้องใช้สำหรับการบังคับเกณฑ์ทหารก็จะลดน้อยลง สามารถนำไปพัฒนา ปรับปรุงส่วนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการของทหาร การฝึกอบรม หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เราต้องอยากทำให้สถาบันทหาร เป็นสถาบันที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และน่ายกย่องครับ สมกับที่เป็นรั้วของชาติที่แข็งแกร่ง

ติวเข้ม – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ที่โรงแรมอัลมีรอซ กทม. มั่นใจพรรคกวาดส.ส.จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ทุกเขต เมื่อวันที่ 1 เม.ย.

ประชาชาติลั่นได้ไม่ต่ำกว่า20ที่นั่ง
ที่โรงแรมอัลมีรอซ กรุงเทพฯ พรรคประชาชาติ จัดสัมมนาผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งพรรคประชาชาติ 2566 ทั้ง 19 เขตภาคใต้ โดยมีแกนนำพรรค นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เข้าร่วม

พ.ต.อ.ทวีให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้พรรคประชาชาติเปิดประตูจากพรรค 3 จังหวัด เป็นพรรคของภาคใต้ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เราได้ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากที่สุด แต่เราเป็นฝ่ายค้าน อาจทำให้พรรคการเมืองอื่นคิดว่า เราจะสู้พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ได้ จึงเข้ามาเจาะพื้นที่ทำให้เราต้องทำงานหนักขึ้น เรามั่นใจในว่าที่ผู้สมัครส.ส.ที่เราส่งไปทั้ง 19 เขต แต่การสอบเป็นไปได้ยากที่จะได้ทั้ง 100% เราจึงมั่นใจว่ามี 15 เขต ที่จะได้เป็นส.ส.แน่นอน ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราประเมินว่าจะได้ 1.5 ล้านเสียง คือจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน

พร้อมจับขั้วพรรคที่ได้เสียงมากสุด
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับพื้นที่ 19 เขตที่พรรคส่งผู้สมัครส.ส.เขต และแบบบัญชีรายชื่อ 77 คน ถือว่ามีความพร้อมแล้ว 100% และใน 19 เขตที่เราลงสมัครนั้น เรามั่นใจ เพราะเลือกเขตที่มีความเป็นไปได้แน่นอน เพราะเราตั้งใจขยายขนาดพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เรามองว่าวันนี้ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงประเทศ จากไม่เป็นประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตย พรรคประชาชาติจะไปร่วมกับพรรคที่ประชาชนไว้วางใจมากที่สุด แล้วเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาให้ปัญหาประชาชน

เมื่อถามว่ามองคำกล่าวที่ว่าพรรคที่รวมเสียงได้มากที่สุดจะเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน แทนพรรคที่ได้รับเสียงจากประชาชนมากที่สุดอย่างไร หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการสร้างเงื่อนไขตั้งแต่ต้น ที่จะขัดธรรมเนียมปฏิบัติที่โลกเขาทำกัน โดยใช้กลไกเพื่อสืบทอดอำนาจ แต่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ทุกโพลออกมาชัดเจนว่าพรรคไหนจะได้เสียงมากที่สุดแล้วจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล เชื่อว่าประชาชนจะสนับสนุนตามแนวทางที่โพลสำรวจ และตั้งแต่ทำงานการเมืองมา ยังไม่เคยเห็นประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงเท่ารอบนี้ จึงเชื่อว่าพรรคการเมืองนั้นจะจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ภายในสัปดาห์เดียวก็คงรู้เรื่อง

วันชัยเตือนพวกรุมด่าส.ว.
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก “ทนายวันชัย สอนศิริ” เรื่อง “โจมตี ส.ว. 250 ระวังจะกลับลำไม่ทัน” โดยระบุว่า โจมตีส.ว. 250 ระวังจะกลับลำไม่ทัน ตนเห็นนักวิเคราะห์วิจารณ์ นักหาเสียง นักปราศรัย ก็ยังด่ายังว่าส.ว. 250 ทั้งที่ใครต่อใครเขารู้กันหมดแล้ว ว่าถ้าใครจะเป็นรัฐบาลต้องมีเสียงส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่ง รัฐบาลจะอยู่หรือไป ก็อยู่ที่ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวกับส.ว.เลย และเป็นที่แน่ชัดว่าพรรคใดจะแลนด์สไลด์หรือไม่แลนด์สไลด์ ถ้ารวมเสียงกันแล้วได้เกินกว่ากึ่งหนึ่ง พรรคเหล่านั้นจะต้องเป็นรัฐบาล พรรคที่มีเสียง ข้างน้อยก็ควรเป็นฝ่ายค้าน เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย และส.ว.ส่วนใหญ่ต้องสนับสนุนในหลักการนี้ โดยโหวตให้คนที่มีเสียงข้างมากเป็นนายกฯ เมื่อมันเป็นเช่นนี้ จะปราศรัยโจมตีส.ว. 250 ไปทำไม สร้างความเกลียดชังสร้างความบาดหมางกันไปเปล่าๆ ไม่เป็นผลดีแก่ใครเลย โดยเฉพาะกับพรรคที่พูดเรื่องนี้ ปราศรัยโจมตีกันทุกเวที ระวังยิ่งพูดยิ่งจะเข้าตัว

ถ้าไม่มั่นใจได้ 376 -ขอให้หุบปาก
นายวันชัยระบุต่อว่า ถ้าบอกได้ อยากบอกว่าสถานการณ์การเมือง และการโหวตนายกฯ ในครั้งนี้กับครั้งที่ผ่านมา มันต่างกันอย่าง ฟ้ากับเหว ทุกพรรคทุกคนเขาตั้งหลักกัน ได้แล้ว เอาเวลามาตั้งหน้าตั้งตาหาเสียงให้ได้ส.ส.ให้มากที่สุดจะดีกว่า ถ้าได้ส.ส. 251 คน ถือว่ามีแต้มต่อ ถ้าได้ส.ส. 310 คน ถือว่าเป็นต่อมาก แต่ถ้าได้ส.ส. 376 คนถือว่าขาดลอย ดังนั้น ถ้ามั่นใจว่าได้ส.ส. 376 คน จะด่าจะว่าส.ว.อย่างไรก็ได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจ ก็หยุดพูดหยุดด่า ยั้งๆ ปากกันไว้บ้าง บางครั้งอาจต้องกลับลำ เพราะเท่าที่รู้ข้อมูลลึกๆ หน้าฉากกับหลังฉากมันไม่ใช่อย่างนั้น มันหนังคนละม้วน และเมื่อวันนั้นมาถึงอาจจำเป็นต้องพึ่งเขา และอาจจะต้องเอาเขามาร่วมเป็นรัฐบาล ไม่อย่างนั้นจะไปไม่รอด แล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน จะเสียผู้เสียคนจน กลับบ้านไม่ถูกเอา

‘วัฒนา’ส่งสารการเมือง-ยังไปต่อ
นายวัฒนา อัศวเหม อดีตนักการเมือง ชื่อดัง ได้ทำจดหมายเปิดผนึกภายหลังการ เสียชีวิตของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ โดยระบุ “สมุทรปราการก้าวหน้า จักดำรงอยู่ เราจักก้าวต่อไป” มีเนื้อหาว่า “ขอกราบขอบพระคุณชาวสมุทรปราการทุกท่าน อย่างสูง ที่มาร่วมไว้อาลัยลูกชายของผม เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ ในฐานะพ่อ ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ชาวสมุทรปราการ ให้โอกาสลูกชาย และทีมงานกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าทำงานให้อย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานประจักษ์ จึงขอให้มั่นใจได้ว่า ทีมสมุทรปราการก้าวหน้า จะขอทำงานให้สมุทรปราการ บ้านของเรา จักยังคงดำรงอยู่ทำงานต่อไปอย่างเข้มแข็ง ทั้งงานท้องถิ่น และงานการเมืองระดับชาติ ผมจะดูแลอย่างเข้มแข็ง และใกล้ชิดกว่าเดิม

ผมระลึกถึงเสมอ ถึง ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และเครือข่ายองค์กรต่างๆ ที่ยังมุ่งมั่นให้โอกาสเราทำงานมาเสมอ ขอให้เชื่อมั่นว่าเราจักร่วมงานกันต่อไป ไม่สะดุดและขาดตอนผมจะทำงานกับทุกฝ่าย ด้วยวัยและประสบการณ์ ผมเห็นว่าความ ร่วมมือทั้งความคิดและการกระทำ จะช่วยบ้านเมืองได้มากกว่า และจะขอนำทีมสมุทรปราการก้าวหน้า ขอโอกาสทำงานทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป”

ปลื้มร้านอาหารไทยที่ 1 ในเอเชีย
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบและร่วมแสดงความยินดีกับ 9 ร้านอาหารไทยติดอันดับต้นๆ ในการจัดอันดับ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2566 เชื่อมั่น อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเสน่ห์ ครบรส สวยงาม เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมากให้กับประเทศ

นายอนุชากล่าวว่า Asia’s 50 Best Restaurants Academy ซึ่งเป็นการรวมตัวของบุคคลสำคัญวงการอาหารกว่า 300 คน ประกอบด้วยนักเขียนบทความอาหาร นักวิจารณ์ เชฟ ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารในระดับภูมิภาค ได้ร่วมกันจัดอันดับ ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2566 (Asia’s 50 Best Restaurants 2023) โดยร้าน Le Du ของไทยได้รับอันดับ 1 ร้านอาหารยอดเยี่ยม (https://www.theworlds50best.com/asia/en/list/1-50) โดยขึ้นมาจากลำดับที่ 4 จากปีก่อน และยังได้รับอันดับ 1 ร้านอาหารยอดเยี่ยม แห่งประเทศไทย (The Best Restaurant in Thailand) ควบอีก 1 รางวัลด้วย

นายอนุชากล่าวว่า ในการจัดอันดับดังกล่าว ร้านอาหารไทยรวม 9 อันดับ ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และเป็นเมืองที่ได้รับรางวัลมากที่สุดอีกด้วย ได้แก่ ร้าน Le Du อันดับ 1 ร้าน Nusara อันดับ 3 ร้าน Gaggan Anand อันดับ 5 ร้าน Sorn อันดับ 9 ร้าน Suhring อันดับ 22 ร้าน Ms. Maria & Mr. Singh อันดับ 33 ร้าน Potong อันดับ 35 Raan Jay Fai (เจ๊ไฝ) อันดับ 38 ร้าน Baan Tepa อันดับ 46 และแม้ว่าผู้ชนะส่วนใหญ่ในการ จัดอันดับจะเป็นร้านอาหารรสเลิศ แต่ร้านอาหารริมทางอย่าง ร้านเจ๊ไฝ ก็ได้รับการจัดให้ติดใน 1 ใน 50 ร้านอาหาร ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2566 ด้วย

“รัฐบาลชื่นชมและตระหนักถึงศักยภาพหลายๆ ด้านของไทย โดยอาหารไทยขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติ ใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย ครบเครื่อง โดดเด่นในการนำเสนอวัฒนธรรม นำความเป็นไทยเผยแพร่ไปสู่สากล สู่การเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลยินดีผลักดัน และสนับสนุนศักยภาพในด้านนี้เสมอมา และพร้อมผลักดันให้อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ให้ไทยเป็นหนึ่งใน จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว” นายอนุชากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน