ย้ำเหตุผลไม่สมัครสส.‘ชัยวุฒิ-ธนกร’รุมแซะแค่นโยบายประชานิยมบิ๊กตู่ขึ้นเวทีแรกกทม.‘หนู’ลั่นพร้อมนั่งนายก
เศรษฐาแจงที่มาเงินกระเป๋าตังค์ดิจิทัล 1 หมื่น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จัดเก็บภาษีได้เพิ่ม ย้ำไม่ลงชิงส.ส. เพราะถนัดงานบริหารมากกว่า ไม่อยากแย่งเก้าอี้ผู้ชำนาญด้านกฎหมาย ‘จุรินทร์-อนุทิน-สุวัจน์’ ปัดวิจารณ์นโยบายเติมเงินดิจิทัล โยนให้ประชาชนตัดสิน ‘ชัยวุฒิ’ เย้ยมุขเดิมเพื่อไทย ‘ธนกร’ ชี้แค่ตัวเลขหวือหวา หวังดึงเรตติ้ง ถามเอาเงินจากไหน 5 แสนล้าน จี้กกต.ตรวจสอบ ‘ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์’ จัดทำบุญวันเกิดพรรคคึกคัก ‘เสี่ยหนู’ ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ หากเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พปชร.หิ้วกระเช้าอวยพร หยอดชนะเลือกตั้ง ร่วมรัฐบาลไปด้วยกัน วันนี้ ‘บิ๊กตู่’ขึ้นปราศรัยเวทีแรกสวนเบญจกิติ ขณะที่ ปชป.เปิดเวทีใหญ่ลาน คนเมือง
เศรษฐายัน 3 แคนดิเดตพร้อม
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับข่าวสด-มติชน หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ภารกิจต่อจากนี้จนถึงวันที่ 14 พ.ค. คือเดินสายเผยแพร่นโยบายให้กับประชาชนทราบ ซึ่งเราได้เปิดนโยบายออกไปแล้ว มีหลายเรื่องที่ต้องการความกระจ่าง และลงในรายละเอียด แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 3 คน มีความรัก มีความเคารพกัน สนิทสนมพูดกันรู้เรื่อง ฉะนั้นวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ประชุมจะเลือกใคร อีก 2 คนก็ยินดี ยืนยันว่าทั้ง 3 คนมีความพร้อม และหากตนไม่ได้เป็นนายกฯ ก็ยังเป็นที่ปรึกษาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และเป็นสมาชิกพรรค ทั้งนี้ หากพรรคเลือกน.ส.แพทองธารหรือนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ ตนพร้อมช่วยทำงานตามที่พรรคมอบหมาย ส่วนจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ ตนยังไม่คิดตรงนั้น ตอนนี้ขอไปเผยแพร่นโยบายก่อน
ย้ำไม่ลงส.ส.-ไม่ถนัดงานสภา
เมื่อถามถึงสาเหตุไม่ลงสมัครส.ส. จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะรอตำแหน่งบริหารอย่างเดียว นายเศรษฐากล่าวว่า ตนมีความเชื่อว่าความถนัดเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ตนเสนอตัวมาอยู่ในฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ และในพรรคมีบุคคลที่มีคุณภาพมาก หลายคนมีความสามารถด้านกฎหมาย แต่ตนไม่มีความชำนาญในสภา จะไปกินโควตาคนอื่นทำไม หากเราได้คะแนนเสียงน้อย ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลแล้วตนไปเป็นส.ส. ตนเก่งสู้หลายคนไม่ได้ จะเข้าไปกินพื้นที่บุคคลเหล่านั้นทำไม ตนต้องให้คนที่มีความรู้ความสามารถที่ถูกทางได้ทำงานไป เพราะตนมีความชำนาญด้านการบริหาร
“แต่ถ้าพรรคจะเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้นายกฯ มาจาก ส.ส. ผมก็ยินดีจะร่วมโหวตให้ ในฐานะสมาชิกของพรรค ยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมทำตามกฎ ตามเสียงส่วนมากเพราะจิตใจของผมยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก” นายเศรษฐากล่าว
แจงที่มาเงินในเป๋าตังค์ดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากเปิดตัวเลขในกระเป๋าตังค์ดิจิทัล ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแจกเงินอีกแล้ว และจะเอาเงินมาจากไหน นายเศรษฐากล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโต 2.6 ขณะที่ประเทศอื่นซึ่งเคยเป็นรองเรา ตอนนี้โตขึ้น 5% ถือว่าเราอยู่ในภาวะย่ำแย่ หลายนโยบายของพรรค เราจะเป็นการกระตุ้นครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อให้เรากลับมาทำมาหากิน มีรายได้ที่เหมาะสมได้ ฉะนั้น เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด จำนวนเงิน 10,000 บาท ประกอบด้วย 1.ระยะเวลาใช้คือ 6 เดือน ร้านค้า เอสเอ็มอี อุตสาหกรรมทั้งหลายจะได้ซื้อของมาตุนไว้เพื่อซื้อขาย มีการจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้น เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจ 2.ระยะทางที่เราวางไว้เบื้องต้นคือ 4 กิโลเมตร ซึ่งเราตระหนักว่าไม่อยากให้คนเข้าไปจับจ่ายใช้สอยในห้างใหญ่ๆ อย่างเดียว เราอยากให้เขาใช้ในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนขึ้นมา ไม่ใช่มากระจุกตัวอยู่ที่เดียว แต่เมื่อเราเปิดตัวไป ก็มีคนบอกว่าในบางพื้นที่รัศมี 4 กิโลเมตรไม่มีอะไรเลย เราอาจนำบล็อกเชนมาขีดเส้นรัศมีใหม่ได้
สำหรับคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปมีประมาณ 50 ล้านคน คิดเป็นเงิน 5 แสนล้านต่อปี เราทำครั้งเดียวไม่ได้ ที่กำหนดให้ใช้หมดภายใน 6 เดือน สมมติพรรค พท. ได้รับเลือกตั้งเข้ามา เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และการจะได้ใช้งบ หลังจากจัดตั้งรัฐบาลนั้นต้องใช้เวลา สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เราจะใส่เงินเข้าไปในกระเป๋า คนเริ่มไปจับจ่ายใช้สอย ได้ในเรื่องของภาษีที่เพิ่มมากขึ้น ภาษีนิติบุคคลจากห้างร้านก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคิดเป็นเงินแสนล้านบาท การบริหารงบที่จะเกิดขึ้น ที่อาจจะมาจากงบกลาง ในส่วนของอำนาจนายกฯ มีปีละแสนล้านบาท อาจนำมาใช้ 30% หรือประมาณ 3 หมื่นล้าน หากตนได้รับเลือกเข้ามาก็ไม่อยากใช้เงินนี้ เพราะหากเกิดกรณีฉุกเฉินอะไรขึ้นมา เราควรโฟกัสรายได้ที่จะมามากกว่า หรือกรณีบางคนบอกให้ไปตัดงบทหารมา ตรงนี้ไม่สามารถทำได้ เราต้องเข้าใจว่างบบางตัวก็ยังจำเป็นอยู่ แต่อาจขอแบ่งมาบ้าง
ยันไม่เคยคิดรังแกเจ้าสัว
นายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการเรื่องภาษี ในปีหน้าเราจะจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น จากที่ทีมงานเศรษฐกิจของพรรคได้ศึกษามา การจัดเก็บภาษีจะเพิ่มขึ้นมา 2 แสนล้าน ปัจจุบันมีคนยื่นภาษี 10 ล้านคน การที่เราใส่เงินไปในกระเป๋าตังค์ดิจิทัลนี้ เราหวังว่าในระยะยาวจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น และการที่เราใส่เงินไปในกระเป๋าตังค์ดิจิทัลเราไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“ยืนยันว่าผมมาตรงนี้ ไม่ได้มารังแกหรือกีดกันเจ้าสัว เงิน 10,000 บาท จะใช้ที่ใดก็ได้ จะซื้อที่ร้านสะดวกซื้อที่ไหนก็ได้ จะซื้อปุ๋ยหรือเมล็ดพันธุ์ก็ได้ หรือหากเป็นหนี้ธนาคารพาณิชย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำไปใช้หนี้ได้หรือไม่ เรายังไม่ได้คุยตรงนี้ ผมจึงบอกว่าอยากเจอประชาชน อยากฟังความคิดเห็นเขา ไม่ใช่เอาความคิดเราเป็นหลักว่าต้องใช้อย่างเดียว ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาหนี้ครัวเรือน หากเราทำให้หนี้เขาลดลง ก็จะมีความสามารถไปจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น ซึ่งเราต้องเข้าใจเศรษฐกิจโดยรวมด้วย” นายเศรษฐากล่าว
เร่งเดินหน้าชี้แจงนโยบาย
นายเศรษฐากล่าวว่า เรามีนโยบายที่จะกระตุ้นอีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรภายใน 4 ปี หรือการเติมเงินให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท ตนเชื่อว่าจีดีพีจะโตเฉลี่ยปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถที่เราจะดำเนินนโยบายได้ ทั้งนี้ ตนเข้าใจความลำบากและความยาก เพราะมีหลายระบบที่เราต้องไปอธิบายและขออนุมัติมา เพื่อทำให้ได้ แต่เรามีความตั้งใจจริง
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เคยติงว่าจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะงบไม่ใช่จะดึงมาใช้ได้ทีเดียว ต้องผ่านรัฐสภา ที่สำคัญคือข้าราชการ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่ามองข้าราชการเป็นศัตรู ให้มองว่าเป็นทีมเวิร์ก เป็นเสาหลักหนึ่งที่ช่วยผลักดันประเทศ เชื่อว่าข้าราชการจำนวนมากอยากเห็นประเทศเจริญเติบโต จึงเป็นหน้าที่ของผู้นำหรือทีมของผู้นำที่จะทำให้เขาเข้าใจ ถึงนโยบายที่ทำได้จริง และเขาต้องเข้ามาอยู่ในทีมและเดินต่อไปด้วยกันให้ได้
เมื่อถามว่าพรรคคู่แข่งเตรียมไม้เด็ดไว้ขุดคุ้ย นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ได้แข่งขันกับพรรคอื่น แต่แข่งขันกับความยากจน ความไม่เสมอภาค ความเหลื่อมล้ำ หากมีข้อสงสัยพร้อมก็จะชี้แจง เราพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ ถือเป็นกติกาของประเทศที่เราต้องให้การเคารพ วันนี้ตนถือว่า 40 วันที่เหลือ จะต้องเดินหน้าเผยแพร่นโยบาย ปรับปรุงนโยบายเพื่อให้โดนใจประชาชนมากที่สุด
พร้อมถูกตรวจสอบ-ลั่นไม่กลัวผี
เมื่อถามว่าวิตกหรือไม่ว่าอาจจะโดนกรณีเหมือนนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายเศรษฐานิ่งไปสักครู่ก่อนกล่าวว่า หากบอกว่าไม่วิตกก็คงไม่จริง แต่มันต้องชั่งน้ำหนักอยู่แล้วว่าในช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา เรามีความสุขกับสิ่งที่เราได้อยู่ ได้เป็น ได้สัมผัสหรือไม่ ตนชั่งใจมาเรียบร้อยแล้วว่า พร้อมต่อการตรวจสอบ และไม่อยากเห็นพรรคคู่แข่งเป็นศัตรู ไม่อยากเห็นเขาใช้วิธีการใดๆ หากรัฐบาลเก่าทำอะไรไว้ดีอยู่แล้ว เมื่อพรรค พท.ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลง เรายึดประชาชนเป็นหลัก และครอบครัวก็ไม่มีปัญหา เคารพการตัดสินใจของทุกคน คิดว่าไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรค พท. มักโดนอำนาจที่มองไม่เห็น และอำนาจกองทัพมาตลอด หากได้เป็นรัฐบาล จะบริหารอำนาจอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า เรายืนยันตามเจตนารมณ์เดิม เรายึดโยงประชาชนเป็นหลัก ทำเรื่องเศรษฐกิจให้ดี ปราบปรามคอร์รัปชั่น ทำในสิ่งที่เราทำอยู่ในปัจจุบัน เหมือนที่ตนพูดอยู่เสมอว่าตนไม่อยากกลัวผี หากกลัวตรงนี้ก็ไม่ควรเข้ามาดีกว่า และวันนี้ก็พร้อมขึ้นเวที ดีเบตแล้ว แต่ทางพรรคจะจัดมาว่าตนเหมาะสม อย่างไรแล้วจัดตามสำคัญ
ธนกรถามเอาเงินจากไหน 5 แสนล.
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงพรรค พท.มีนโยบายจะให้เงินประชาชนทุกคนที่อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ใส่ไว้ให้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้จ่ายใกล้บ้านระยะทาง 4 กิโลเมตร ภายในเวลา 6 เดือนว่า ได้ยินแต่เขาบอกจะแจก 1 หมื่นบาท แต่รายละเอียด ยังไม่เห็น จึงไม่อยากวิจารณ์ไปก่อน แต่ตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่เติมในกระเป๋าเงินดิจิทัล เป็นเงินที่ได้มาอย่างไร เงินบาทหรือเงินดิจิทัล เพราะถ้าเป็นเงินบาท จะเอาเงินมาจากไหน แจกเงินคนละ 10,000 บาท ซึ่งมีประชากรที่จะได้รับ 50 ล้านคน ต้องใช้เงิน 500,000 ล้านบาท แต่ถ้าเป็นเงินดิจิทัล ต้องดูว่าเป็นเงินดิจิทัลที่ได้มาอย่างไร ถ้าใช้เงินจริงมารองรับการออกเงินดิจิทัล จะหาเงินมาจากแหล่งใด แต่ถ้าเป็นเงินบาทดิจิทัลที่เสมือนหนึ่งเป็นการพิมพ์เงินใหม่ขึ้นมา คงต้องคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ดี เพราะอาจมีผลกระทบต่อภาพรวมระบบต่อการเงินในประเทศได้
เย้ยแค่หวือหวาหวังกระชากเรตติ้ง
เมื่อถามว่านโยบายลักษณะนี้เป็นประชานิยมหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ตนมองว่า เป็นการเอาตัวเลขตัวเงินจำนวนสูงๆ มาสร้างความหวือหวาให้เกิดความน่าสนใจ เรียกคะแนน เป็นการตลาดที่พรรค พท. ถนัด แต่ไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อประเทศในภาพรวม วันนี้การออกนโยบาย ไม่อยากให้มุ่งเอาแต่คะแนนเสียง โดยไม่คำนึงถึงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินการคลังในระยะยาวอย่างไร ตนอยากฝากไปยังกกต. ช่วยดูด้วยว่านโยบายดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบกกต.หรือไม่ เพราะทุกนโยบายต้องแจงรายละเอียดที่มาของงบประมาณ ขณะที่นโยบายของพรรค รทสช. ได้ผ่านการพิจารณามาอย่างรอบด้าน อาทิ บัตรสวัสดิการของรัฐ 1,000 บาท ปล่อยกู้ฉุกเฉิน 10,000 บาท การดูแล อสม. 2,000 บาท ดูแลผู้สูงอายุอีก 1,000 บาท และอีกหลายนโยบาย ซึ่งได้ศึกษามาแล้วว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการเงินการคลัง สามารถทำได้จริง เพราะพล.อ.ประยุทธ์ทำสำเร็จมาแล้ว ยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นจริงในระยะยาว ไม่ใช่บอกว่าเอามาแจกให้ใช้แค่ 6 เดือน
ตู่เปิดปราศรัยเวทีกทม.ครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดงานเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขต ในวันที่ 7 เม.ย. เวลา 16.00 น. ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง สวนเบญจกิติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรค จะขึ้นปราศรัยด้วย โดยถือเป็นเวทีแรกในพื้นที่กทม.
สุวัจน์ปัดวิจารณ์พท.แจกเงิน
ที่จ.ภูเก็ต นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) และแคนดิเดต นายกฯ ของพรรค ปฏิเสธที่จะวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของพรรค พท. เพราะถือเป็นนโยบายแต่ละพรรค ที่จะคิดและนำเสนอให้กับประชาชน ซึ่งทุกคนพยายามคิดเพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ต้องชัดเจนเรื่องปากท้อง ของแพง หรือการไม่มีกำลังด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการเลือกก็อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ

77 ปีปชป. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ร่วมพิธีทำบุญ 3 ศาสนา ในโอกาสครบรอบ 77 ปี ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.
ปชป.ทำบุญครบรอบ 77 ปี
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการจัดงานวันครบรอบการก่อตั้งพรรค 77 ปี ประกอบพิธีทางศาสนา 3 ศาสนา ได้แก่ อิสลาม พราหมณ์ พุทธ ขณะที่มีแกนนำพรรค ผู้สมัครส.ส. สาขาพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค
โดยมีตัวแทนจากพรรคต่างๆ เข้าร่วมอวยพรด้วย อาทิ พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค และนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนนำแจกันดอกไม้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มาร่วมอวยพรด้วย โดยนายสันติกล่าวว่า ขอให้ประสบความสำเร็จ ขอให้โชคดีจะได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง
นายจุรินทร์กล่าวกับสมาชิกพรรคว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพรรคครบ 77 ปี ก้าวสู่ปีที่ 78 เราไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ตนยังมั่นใจว่าภายใต้อุดมการณ์ ผลงาน และความซื่อสัตย์สุจริตที่พวกเรายึดมั่นเสมอมา จะทำให้ความเป็นพรรคก้าวต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ภายใต้ความเป็นเอกภาพและน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเรา ตนมั่นใจว่าเราสามารถจับมือกันและขับเคลื่อนพรรคไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
จุรินทร์วอนสนับสนุนพรรค
จากนั้นนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคพร้อมทั้งคน นโยบายและหัวหน้าพรรคพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ มั่นใจว่าพรรคจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีขึ้น ขอวิงวอนคนไทยทั้งประเทศช่วยสนับสนุนพรรค คนที่เคยเลือกเรา ขอให้สนับสนุนพรรคต่อไป ส่วนคนที่ทิ้งเราไปในคราวที่แล้ว คราวนี้ขอเรียกร้องให้กลับมาช่วยกันจับมือกับประชาธิปัตย์ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อพาพรรคไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง ไม่ใช่เพื่อเราแต่เพื่ออนาคตที่ ดีกว่า
เมื่อถามว่าจากการเป็นสถาบันการเมืองมา 77 ปีแล้ว ตรงนี้จะเป็นจุดขายของพรรคหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า นี่คือจุดขายสำคัญ ถ้าประชาชนเลือกเราจะไม่ผิดหวังเพราะไว้ใจได้ และครั้งหน้าประชาธิปัตย์ยังอยู่ ทำผิดทำถูกก็มาทวงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งทวงนโยบายและความรับผิดชอบ ขอเรียนว่านโยบายขับเคลื่อนประเทศและหาเสียง อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราคิดและทำมาแล้ว และตกผลึกเพื่อคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริง
ทวงคืนที่นั่งส.ส.กทม.
ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ประกาศนโยบายจะเติมเงินดิจิทัลเข้ากระเป๋าประชาชนจำนวน 10,000 บาท ถือเป็นการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบและไม่ขอวินิจฉัยพรรคอื่น เราก็ทำของเรา พรรคอื่นจะเป็นอย่างไร ขอไม่พาดพิง ทั้งนี้ การปราศรัยของพรรค จะไม่พาดพิงถึงพรรคอื่น ยกเว้นมีการพาดพิงพรรค ปชป. ที่ทำให้เกิดการเสียหาย หรือเข้าใจผิด เราก็ต้องชี้แจงและทำความเข้าใจ แต่จะให้พาดพิงพรรคอื่นโดยไม่จำเป็น เราไม่ทำ เราข้อเสนอแต่ทางเลือกว่าคนและนโยบายของเราดีกว่าอย่างไรและแคนดิเดต นายกฯ สู้เขาได้อย่างไร
นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนการหาเสียงของพรรค มีหลายรูปแบบโดยเฉพาะ 3 ทัพ จะตระเวนไปทั่วประเทศก่อนถึงวันเลือกตั้ง ส่วนการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมืองในวันที่ 7 เม.ย.นี้ ขอเรียนว่า กรุงเทพฯคือลมหายใจของพรรค ปชป. เราหวังว่าที่เราหายไปจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราขอกลับคืนมา เพราะเราลงพื้นที่ต่อเนื่องไม่เคยทิ้งคนกรุงเทพฯไปไหน
เปิดปราศรัยใหญ่แรก-ลานคนเมือง
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.ดูแลกทม. เปิดเผยว่า พรรคจะเปิดปราศรัยใหญ่ในวันศุกร์ที่ 7 เม.ย.ตั้งแต่เวลา 17.30 น. ที่ลานคนเมือง เขตพระนคร นำโดย นายจุรินทร์ นายเฉลิมชัย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และตน พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งถือเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรค ส่วนครั้งต่อไปจะจัดปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. สำหรับการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายก่อนลงคะแนน จะจัดขึ้นวันศุกร์ที่ 12 พ.ค. ส่วนสถานที่กำลังพิจารณาอยู่
“พรรคเชื่อมั่นว่าเวทีปราศรัยใหญ่ทั้ง 3 เวทีนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ จะช่วยกันลงคะแนนเสียงสนับสนุนผู้สมัครของพรรค ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ให้มีโอกาสทำงานในฐานะส.ส. เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติต่อไป” นายองอาจกล่าว
ภท.ทำบุญพร้อมเปิดตัวผู้สมัคร
เมื่อเวลา 08.05 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถ.พหลโยธิน กทม. จัดงานทำบุญพรรค ก้าวสู่ปีที่ 15 พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมดของพรรค ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ และเปิดตัวเพลง “อนุทินเป็นนายกฯ” ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แกนนำพรรคทยอยมาถึงพรรคอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรค นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรค น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สันติหิ้วกระเช้า‘บิ๊กป้อม’อวยพร
ทั้งนี้ มีตัวแทนพรรคต่างๆ มาร่วมอวยพรอย่างต่อเนื่อง พรรค พปชร. นำโดยนายสันติและนายชัยวุฒิ นำกระเช้าดอกไม้ของพล.อ.ประวิตร มาร่วมแสดงความยินดี โดยนายสันติกล่าวว่า เรื่องการร่วมรัฐบาลในโอกาสต่อไป ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่ด้วยความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน และนโยบายการทำงาน เราก็ไปด้วยกันได้ เราไม่มีความขัดแย้ง ในครั้งหน้าเราพร้อมร่วมมือกับพรรคที่จะทำงานเพื่อประชาชน และที่ผ่านมาเราก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันมา ก็คงสามารถที่จะทำงานร่วมกันต่อไปได้
เมื่อถามว่าแสดงว่าทั้งสองพรรคจะอยู่ในรัฐบาลครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายสันติและนายทรงศักดิ์ ซึ่งมารับกระเช้าดอกไม้ ต่างกล่าวว่า มั่นใจ
ลั่นพปชร.-ภูมิใจไทยชนะไปด้วยกัน
ด้านนายชัยวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นตัวแทนของพรรคมาแสดงความยินดี และอวยพรให้กับพรรคภูมิใจไทย ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เราจะชนะไปด้วยกัน และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกันต่อไป ยืนยันว่าใจเรารักกันอยู่แล้ว เพราะเราร่วมงานกันมาไม่ได้ขัดแย้งกับใคร ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน พรรค พปชร.ไม่ได้ขัดแย้งกับใคร เราก้าวข้ามความขัดแย้ง เราทำงานร่วมกับบุคคล ที่ตั้งใจมาทำประโยชน์ให้กับประชาชน
เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยปราศรัยวานนี้ (5 เม.ย.) ว่าจะปิดประตูไม่ร่วมงานกับพรรค พปชร. นายชัยวุฒิกล่าวว่า ก็เรื่องของเขา คนละนโยบายอยู่แล้ว บางพรรคก็อาจมี นโยบายอีกแบบหนึ่ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ให้เกลียดชังกัน แต่เราอยากให้คนไทยรักและสามัคคีกัน มองคนละมุมแล้วแต่ประชาชนจะเลือก ชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้น
ชัยวุฒิแซะพท.ใช้มุขเดิมหาเสียง
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเปิดนโยบายแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นายชัยวุฒิกล่าวว่า เพิ่งทราบ ขอศึกษานโยบายก่อน ส่วนจะเป็นนโยบายที่ตอกย้ำเรื่องประชานิยมหรือไม่นั้น มองว่าทุกนโยบายจะต้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ส่วนคนจะชอบหรือไม่ชอบ จะส่งผล กระทบกับสังคมอย่างไร จะคุ้มค่าหรือไม่ จะต้องศึกษากันต่อไป ขอให้ฝ่ายวิชาการและทีมเศรษฐกิจได้วิเคราะห์ก่อน
“เมื่อได้ยินคำว่า 10,000 บาทครั้งแรก รู้สึกคล้ายๆ เดิมๆ ที่เคยทำมา เพราะต้องให้ประโยชน์กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อย่างสมัยก่อนกองทุนหมู่บ้านละหนึ่งล้านบาท เป็นการเอาเงิน 1 ล้านบาทมาแบ่งกันในหมู่บ้าน มุขเดิม เพียงเปลี่ยนจาก 1 ล้านบาทเป็น 1 หมื่นบาท” นายชัยวุฒิกล่าว

กอดกลม – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หน.พรรคภูมิใจไทย สวมกอดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาร่วมยินดีครบรอบ 15 ปี ที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 6 เม.ย.
เฉลิมชัยลั่นภท.เป็นมหามิตร
นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากพรรค ปชป. นำโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย นำแจกันดอกไม้มาอวยพร โดยมีนายอนุทิน และแกนนำพรรคให้การต้อนรับ ซึ่งทันทีที่มาถึง นายอนุทินและนายศักดิ์สยามได้เข้าสวมกอดนายเฉลิมชัย เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรค ต่อหน้าสื่อมวลชน จากนั้นนาย เฉลิมชัยกล่าวอวยพรว่า ขอให้ชนะการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรคเป็นอย่างไร นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เราเป็นพี่เป็นเพื่อนกัน พรรคการเมือง นักการเมืองเราไม่ทะเลาะกับใคร ตนมาอวยพรให้ชนะการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าจะชนะไปด้วยกันทั้ง 2 พรรคเพื่อก้าวเข้าสู่ครม.ไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เราไม่ได้แข่งกัน แต่ละคนต่างชนะในพื้นที่ของตัวเอง
เมื่อถามว่าในการร่วมรัฐบาลครั้งหน้าทั้ง 2 พรรคยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ดูตัวเลขก่อน เราเป็นมหามิตร อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ แล้วเราค่อยมาคุยกัน มันยังไม่สาย มีเวลาอีกนานมาก
ด้านนายอนุทินกล่าวว่า ระดับผู้บริหารพรรคไม่มีปัญหา ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม
โวหมอดูทักหลังเลือกตั้งได้เลข 3 หลัก
ต่อมาเวลา 10.05 น. นายอนุทินขึ้นเวทีเพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมมอบธงชัยพรรค ถือเป็นธงแห่งความรับผิดชอบต่อพรรคและประชาชน เพื่อหาเสียงตอกเสาเข็มในพื้นที่ของตัวเอง
จากนั้นนายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคมีการเติบโตมาก และมีความพร้อม วันนี้สัญญาณต่างๆ ดีหมดแล้ว พรรคได้เบอร์ 7 ตรงกับหัวหน้าพูดมาตลอด คือจะต้องตอกเสาเข็ม เราจะไม่ต้องมีคำพูดแลนด์สไลด์ ไม่ต้องมีคำว่าถล่มทลาย มีแต่คำว่าตอกเสาเข็ม ทำให้มั่นคง ส่วนเลขที่ผู้สมัครจับได้มา ไม่ว่าจะเลขอะไรก็ตาม เท่าที่ทราบไม่เกินเบอร์ 20 ดังนั้น 1-20 นับว่าดีทั้งหมด ตนไปหาอาจารย์ที่เคารพเพราะเครียด เป็นห่วง และไม่อยากได้เลข 2 หลัก อยากได้หลักเดียว อาจารย์บอกต้องได้เบอร์ 7 เท่านั้น ส่วนหลังวันที่ 14 พ.ค. อาจารย์บอกว่าเห็นเป็นเลข 3 หลัก คิดว่าเมื่อเริ่มต้นดีแล้วได้เบอร์ 7 ตอนจบสุดท้ายเลข 3 หลักนั้นจะออกมาเป๊ะทุกประการ เพราะเลข 3 หลักที่อาจารย์ให้มานั้นตรงกับที่ตนคำนวณเอาไว้ วันนี้วัคซีนที่สำคัญของเรา และตนฉีดให้กับทุกคนแล้ว คือวัคซีนป้องกันตาแหก ปอดแหก เพื่อทุกคนจะได้ตาโต ตาใส มั่นคงแข็งแกร่งต่อสู้จนเราได้รับชัยชนะ เบอร์ 7 สู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนคนไทยชนะไปด้วยกัน
ย้ำไม่ยกตำแหน่งนายกฯให้ใคร
“ยืนยันว่า พรรคจะไม่ยกตำแหน่งให้ใคร ถ้าเราได้คะแนนเสียงสูงสุด เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคคือ ผม ที่จะเป็นนายกฯ เป็นทั้งส.ส. ไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์เท่าภูมิใจไทยแล้ว สภาจะไม่เป็นเหมือนสภาชุดที่แล้ว เพราะจะเข้าใจสมาชิก และห่วงใยสภา หวงแหนความรู้สึกประชาชน ดังนั้น หลังเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค.นี้ พรรค ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สภาจะเข้มแข็ง ผลงานต่างๆ จะออกมา กฎหมายต่างๆ จะออกมา คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น สุขภาพคนไทยจะดีขึ้น พรรคจะแข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ตั้งมา” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า เป็นการนำเสนอให้ประชาชนเห็นว่ามีทางเลือก และเป็นทางเลือกที่ตั้งใจทุ่มเททำงานให้กับประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ตอนนี้ทุกคนลงพื้นที่อย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงนายชัยวุฒิระบุจะจัดตั้งรัฐบาลไปด้วยกัน นายอนุทินกล่าวว่า นายชัยวุฒิมาแสดงความยินดีในนามของพรรค พปชร. ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ดีของพรรคร่วมรัฐบาล เราทำงานกันมา 4 ปีแล้ว ถ้าไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน ถ้ามีอะไรที่เห็นไม่ตรงกัน ต้องถือว่าเราทำงานด้วยกันมา ทำให้บ้านเมืองกับรัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่ครบ 4 ปี
แจงพึ่งอำนาจศาล-ป้องถูกด้อยค่า
เมื่อมาถามว่าเบาใจหรือไม่ ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งให้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หยุดโจมตีพรรค โดยเฉพาะนโยบายกัญชา นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เราก็พร้อมชี้แจง เรื่องที่มีการวิจารณ์ มีการด้อยค่า ทำให้ประชาชนรับฟังสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับพรรค เราไปห้ามใครพูดไม่ได้ ก็ต้องอาศัยบารมีของศาลที่จะให้การคุ้มครองพรรค
เมื่อถามว่าช่วง 30 กว่าวันก่อนเลือกตั้ง คิดว่ากฎหมายจะเอานายชูวิทย์ อยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ไม่เป็นไร ขอให้ทุกคนทำตามตามกฎหมาย ส่วนที่นายชูวิทย์ระบุเป็นการใช้กฎหมายปิดปากประชาชนและจะเดินหน้าโจมตีต่อไปนั้น นายอนุทินกล่าวว่า คำสั่งศาล เราไม่ได้มองว่าแพ้หรือชนะ แต่เรามองว่าเป็นการปกป้องไม่ให้ใครมาว่ากล่าวให้ร้าย หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิดพรรคเรา ฉะนั้น ใครก็ตามที่ไม่ทำตามคำสั่งศาล ต้องถือว่าอำนาจละเมิดอำนาจศาล ก็ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคแล้ว เพราะมีกฎหมายอยู่ จะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งการเคารพกฎหมายดีที่สุด
ปัดวิจารณ์เพื่อไทยแจกเงินหมื่น
เมื่อถามว่าเวทีเพื่อไทยประกาศจะไปหาเสียงในพื้นที่ที่ภูมิใจไทยแข็งแกร่ง นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกพรรค เพราะเราก็ไปหาเสียงในทุกจังหวัด และไม่เคยมีจังหวัดไหนไม่ต้อนรับ ถ้าเกิดพรรคใดจะมาหาเสียง ภูมิใจไทยมองว่าเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหนให้ทำงานรับใช้ประชาชน
ต่อข้อถามว่าพรรค พท.เปิดนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัล 10,000 บาท เป็นประชานิยมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราอย่าไปวิจารณ์ แต่เรามั่นใจว่านโยบายของพรรคมีประโยชน์ต่อประชาชน นโยบายต้องปฏิบัติได้ด้วย ประชาชนไม่ใช่ยาจก ประชาชนเป็นคนที่มีพระคุณต่อทุกพรรค เราต้องทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น เสริมสร้างรายได้ ทำมาหากินที่ดีขึ้น แต่ไม่ใช่มองเขาว่าเป็นคนแบมือขอ แล้วเราจะเอาอะไรไปให้เขาทุกอย่างแบบนี้ เป็นการไม่เห็นศีรษะของเขา เราต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่า นี่เป็นสิทธิ์ที่เขาพึงได้และนำนโยบายที่เรามอบให้นั้น ไปทำให้เขาเกิดโอกาสที่ดีขึ้น นี่คือนโยบายของพรรค ภท.ที่เราต้องร่วมกันทำด้วยความร่วมมือของประชาชนด้วย
โวนโยบายภท.ทำได้จริง
เมื่อถามว่านโยบายนี้ทำให้เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ตรงนี้เรากังวลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีประชานิยมบ้าง แล้วแต่จะมอง ถ้าเรามองคำว่าประชานิยมแบบเชิงบวก เป็นพรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชนนิยม ถ้าประชาชนไม่นิยมเขาก็ไม่เลือก เราอย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น วันนี้เราลงสมัครแล้ว ได้เบอร์แล้ว ถือว่านโยบายที่เราได้นำเสนอประชาชนไป ประชาชนรับทราบแล้ว และยึดถือในนโยบายนั้น ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหลังจากเราเข้าไปทำงานในการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ยังมีสิทธิ์ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้น คราวที่แล้วที่พรรคเป็นรัฐบาลมา 4 ปี ก็ทำหลายเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายตอนเลือกตั้งปี 62 และทำเป็นผลสำเร็จในช่วงที่เราจะทำงานเป็นรัฐบาล