‘เศรษฐา’ยันถ้าเป็นรบ.หมื่นบาทได้แน่ 1มค.67 ปชป.นิวลุกส์โชว์ทีมกทม.ศาลยกฟ้องคดีแบ่งเขตชี้ชัด‘กกต.’มีอำนาจทำได้

‘บิ๊กตู่’ โชว์ปราศรัยใหญ่ครั้งแรกเวทีเมืองกรุง เปิดสวนเบญจกิติ ปลุกรัก 3 สถาบัน เตือนนโยบายเงินดิจิทัลจับต้องไม่ได้ บางประเทศใช้แล้วล้มทั้งยวง ‘พีระพันธุ์’ลั่นถ้า รทสช.เป็นรัฐบาลจะจัดการพวกชังชาติให้เด็ดขาด ‘ชัยวุฒิ’ยันพปชร.ไม่ใช่พรรคนายทุน ฟาดไพร่หมื่นล้านเนรคุณแผ่นดิน ‘ชวน ประเดิมเวทีใหญ่ลานคนเมือง ‘อู๊ดด้า’ลั่นถ้า ปชป.เป็นแกนนำรัฐบาล เติมเงินเข้าระบบทันที 1 ล้านล้านบาท เพื่อไทยโวยในอำนาจเจริญ-อุบลฯ กว้านซื้อบัตรประชาชน-แจกเงินซื้อเสียงแล้ว ขณะที่ ‘เศรษฐา’ นำทีมศก.แจงยิบเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ถ้าได้ตั้งรัฐบาลดีเดย์แจก 1 ม.ค.67 ‘พิธา’เชื่อ 100 วันแรกทำไม่ทันเพราะต้องแก้กฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้ง ‘อรรถวิชช์’ ชี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ ให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตได้ตามใจชอบ

‘ลุงตู่อยู่ไหน’เวอร์ชั่น 2 กระหึ่ม
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. หลังจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ปล่อยเพลง “ลุงตู่อยู่รวมไทยสร้างชาติ” หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเพลง “ลุงตู่อยู่ไหน” ออกมาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อประชาชนเกี่ยวกับการสังกัดรทสช. และหาเสียงในเบอร์ 22 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ จนกลายเป็นไวรัลในสังคมออนไลน์ ประชาชนทุกเพศทุกวัยต่างพากันออกมาเต้นท่า “ลุงตู่” ส่งผลให้เพลงนี้ติดอันดับเพลงยอดฮิตอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด รทสช. ได้ปล่อยเพลง “ลุงตู่อยู่ รวมไทยสร้างชาติ” หรือ “ลุงตู่อยู่ไหน” เวอร์ชั่น 2 ออกมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง โดยถือฤกษ์วันที่ 7 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขตเลือกตั้งพร้อมเบอร์ ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง สวนเบญจกิติ กทม. ในช่วงเย็นวันที่ 7 เม.ย.

สำหรับเพลง “ลุงตู่อยู่รวมไทยสร้างชาติ” เวอร์ชั่น 2 มีเนื้อเพลง ดังนี้ “ลุงตู่ ลุงตู่อยู่ไหน อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกล อยู่รวมไทยสร้างชาติ เลือกลุงตู่ เลือกคนดีมือสะอาด เลือกรวมไทยสร้างชาติ ได้ลุงตู่ ได้ลุงตู่ ลุงตู่เบอร์ 22 พ่อแม่พี่น้องเบอร์ 22 ได้ลุงตู่ เลือกลุงตู่ ดูแลปากท้อง นะพ่อแม่พี่น้อง เบอร์ 22 ได้ลุงตู่ รักใคร รักลุงตู่ กาเบอร์อะไร เบอร์ 22 รักใคร รักลุงตู่ กาเบอร์อะไร เบอร์ 22”

ทันทีที่เพลงนี้ถูกเผยแพร่ตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของพรรค ได้รับการตอบรับจากสังคมออนไลน์ โดยมีการนำเพลงไปตัดต่อประกอบท่าเต้นกลายเป็นกระแสไวรัลในสื่อโซเชี่ยลอีกครั้ง

ปราศรัยใหญ่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นปราศรัยใหญ่ประเดิมเวทีแรกในกรุงเทพฯ ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง อุทยานสวนเบญจกิติ เขตคลองเตย กทม. เมื่อวันที่ 7 เม.ย.

รับ‘บิ๊กตู่’ขึ้นเวทีใหญ่กทม.
เวลา 16.00 น. ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง สวนเบญจกิติ กทม. พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ เวทีแรก ในกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม.ทั้ง 33 เขต นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค และแกนนำพรรค โดยผู้สนับสนุนพร้อมใจกันใส่เสื้อของพรรคและชูป้ายสนับสนุน ขณะที่ภายในงานมีการเปิดเพลงลุงตู่อยู่ไหน เวอร์ชั่น 2 กระหึ่ม ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมถึงทีมรักษาความปลอดภัยเอกชนกระจายกำลังรอบพื้นที่จัดงาน เพื่อดูแลความปลอดภัยไม่ให้มีผู้มาก่อกวน

เวลา 17.25 น. ม.ล.ชโยทิตขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกในการจัดเวทีของพรรคว่า บางพรรคแจกแต่เงิน การแจกเงินไม่ใช่แก้ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มยาพิษ เพิ่มหนี้สินให้ประชาชน จะทำให้ประเทศชาติล่มจม เราต้องโตอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ทุกพรรคแจกอย่างเดียว แจกอย่างไม่มีวินัย แจกแหลก แจกแบบไม่ตรงเป้า เปรียบเสมือนพลุงานวัดแหกตาคนดู จุดเสร็จกลับบ้านก็เหมือนเดิม แต่เงินประเทศไทยหาย พรรคหนึ่งบอกว่ามีนายกฯ คนใหม่ ฉลองนายกฯ คนใหม่ด้วยการเสียเงิน 5 แสนล้านบาท

อีกพรรคหนึ่งบอกว่าจะเอาเงิน 6-7 แสนล้านมาแจกจ่ายประชาชน เก็บภาษีจากคนมีฐานะ ซึ่งไม่ผิด ถ้านึกกลับกันคนที่มีฐานะไม่ยินยอมแล้วขนเงินออกจากประเทศไทยไปจะทำอย่างไร ดังนั้นเราต้องโตอย่างมีคุณภาพถึงจะมีความสุข ถ้ามัวแต่ตีกัน แยกคู่กัน เราจะโตได้หรือไม่ ไม่มีใครมาลงทุน ดังนั้นถ้าอยากได้ความสงบ อยากได้คนเข้าไปแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่พูด ต้องเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เราไม่แพ้ใครในโลกนี้ ต้องเลือกเบอร์ 22 เท่านั้น

‘ตุ๋ย’ฮึ่มจัดการพวกชังชาติ
ต่อมา เวลา 18.20 น. นายพีระพันธุ์กล่าวปราศรัยว่า รทสช.ไม่ได้เป็นพรรคที่จัดตั้งใหม่แต่เป็นพรรคที่เติบโตเร็วที่สุด พรรคการเมืองมีเกิด มีอยู่ มีดับ แต่รทสช.จะอยู่ตลอดไป ภายใต้แนวทางและนโยบายของลุงตู่ และหัวใจของพรรคคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน มีคนฝากส่งมาเรื่องหนึ่งบอกว่าอย่าลืมเรื่องประเทศไทย คนไทย 70 กว่าล้านคน แต่ทำไมวันนี้เห็นคนไม่กี่คน หยิบมือหนึ่ง สร้างความวุ่นวายปั่นป่วน ทำไมคนไทยไม่รักชาติ ทำไมชังชาติ ทำไมไม่รักสถาบัน ทำไมจะล้มสถาบัน

“เขาถามผมว่าถ้ามาดูแลบ้านเมืองจะทำอย่างไร ผมตอบไปว่า คำตอบง่ายมาก แผ่นดินไทยมีไว้เพื่อคนรักชาติ เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัยของประเทศ ถ้าคุณไม่ชอบคุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยน เพราะคนไทยทั้งชาติเขาเอา ถ้าคุณไม่ชอบเชิญไปอยู่ที่อื่น ไม่ห้าม ท่านชอบประเทศไหนไปเลย แต่ประเทศไทยต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป ถ้ารทสช.เป็นแกนนำรัฐบาลเราจะจัดการกับพวกชังชาติ พวกล้มสถาบันโดย เด็ดขาด” นายพีระพันธุ์กล่าว

‘บิ๊กตู่’ปลุกรัก 3 สถาบัน
เวลา 18.38 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปราศรัยบนเวทีเกือบ 40 นาที ว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาเจอพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ แม้จะมาไม่ครบก็ตาม อาหารไทยเขาบอกว่าอร่อยแต่เผ็ด คนไทยเป็นคนเผ็ดร้อน ใครมาเหยียบย่ำใครมาทำลายไม่ได้ เหมือนที่เรารักประเทศ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะต้องเป็นคนที่เผ็ดร้อน ในการที่จะป้องกันแกนหลักของประเทศไทยไว้ให้ได้ทั้ง 3 แกน กรุงเทพฯ เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ อย่าทำให้สวรรค์เป็นนรกก็แล้วกัน เราต้องไม่ให้ใครทำแบบนั้นใช่ไหม นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของท่าน และขอให้เชื่อมั่น รทสช.ว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคนไทย

“วันนี้คนรอดูว่าเงินจะเข้าทางโทรศัพท์เมื่อไหร่ โอนแทบไม่ทัน แต่เรากำลังหาเติมให้ รอหน่อยแล้วกัน ส่วนสกุลเงินอะไรที่พูดกันนั้นทำได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่เราก็อยู่ด้วยกันมาหลายปี 8 ปี ต้องเห็นว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง วันนี้มีอย่างเดียวขอพวกเรารักกันมากๆ รักสามัคคี มีพลัง ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการงานสิ่งใดก็ไร้ผล จะพาประเทศย่อยยับอับจน ประชาชนจะสุขอยู่อย่างไร จำไว้ นี่คือคำสัญญาจากรทสช. บัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ ส.ส.เขตต้องเลือกตามเบอร์ส.ส.เขต ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ต้องเบอร์ 22 เท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังปราศรัยว่า วันนี้ดีใจและขอบคุณชาวกทม.ทุกคน ที่ให้ความเมตตาให้ความรักกับตน และพรรคของตน ตนทำอะไรคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ นั่นเป็นแรงใจในการทำงานร่วมกัน เชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการจะเป็นรัฐบาล เราทำเพื่อใคร บอกว่าทำเพื่อประชาชนอย่างเดียวไม่พอ เราต้องทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ทำให้ทุกคนมีความสุขและมีความพึงพอใจ มาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือเรามีอยู่ แต่ต้องระมัดระวังอย่างที่สุดในการใช้จ่ายงบประมาณ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเข้าใจผิด ถ้าเราทำหลายอย่างผิดไปโครงสร้างจะล้มทั้งหมด ทุกอย่างจะพังทลายทันที

เหน็บขายฝันเงินดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวถามว่าบนเวทีปราศรัยได้พูดถึงเรื่องเงินดิจิทัล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยพูดไว้แล้ว และเคยเตือนไว้แล้วว่าเงินดิจิทัลเป็นเงินที่จับต้องไม่ได้ แต่เป็นเงินที่ตกลงซึ่งกันและกัน และรู้ถึงที่มาของเงิน ที่ใช้บล็อกเชนเป็นตัวควบคุม ไม่มีตัวเงินที่แท้จริง เป็นตัวเลขที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ระหว่างผู้ใช้กับผู้ให้บริการ แต่จะเห็นว่าบางประเทศก็ล้มไปทั้งยวง ธนาคารก็ลงทั้งหมด

สิ่งสำคัญคือสิ่งที่เอามาพูดกันวันนี้ ตนไม่อยากไปแตะต้องใคร แต่จะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด เพราะไม่ว่าจะใช้เงินลักษณะใดก็ตามจะต้องมีเม็ดเงินจริงอยู่เสมอ พูดลอยๆ เท่าไหร่ก็ได้ แต่มีงบประมาณที่อยู่ในคลัง มีเงินสำรองอยู่ในคลังพอหรือเปล่า ถ้าไม่พอมันเสี่ยง ตนไม่ได้ว่าหรือตำหนิใคร จะพูดอะไรก็ได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องระวังอย่างที่สุด ทุกคนในรทสช.ระวังกันทั้งหมด การใช้งบประมาณต้องไม่ผิดระเบียบและไม่ผิดกฎหมาย แค่พูดผิดก็กลัวแล้ว ซึ่งปกติตนไม่เคยกลัวใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นเวทีที่ กทม.ในวันนี้แล้ว รทสช.จะมีเวทีปราศรัยใหญ่อีก 12 เวที โดยเป็นพื้นที่ต่างจังหวัด และจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายก่อนวันเลือกตั้งที่ กทม.อีกครั้งในวันที่ 12 พ.ค.

ผู้สมัครศรีสะเกษเขต 7 เสียชีวิต
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ รทสช. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจาก รทสช. ได้รับหมายเลขพรรค 22 และผู้สมัคร กทม. ได้รับหมายเลขครบทุกคนแล้ว ได้ลงหาเสียงแบบเคาะประตูบ้านพร้อมประชา สัมพันธ์นโยบายพรรค และได้เชิญชวนติด #ลุงตู่22 ทางสื่อโซเชี่ยลต่างๆ พบว่ากระแสตอบรับดีมาก ทุกคนทราบถึงโครงการต่างๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์ทำไปแล้วและทำอยู่นั้น ประชาชนได้รับประโยชน์เต็มที่โดยตรง ตนเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่ลังเลพร้อมเทใจ กาเบอร์ 22 ให้รทสช.แน่นอน

นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้า รทสช. เปิดเผยว่า นายอำไพ เพ็งแจ่ม ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 7 ของรทสช. เสียชีวิต เมื่อเช้าวันที่ 7 เม.ย. หลังเข้ารับการรักษาเกล็ดเลือดต่ำ เมื่อคืนก่อนหน้านี้

‘ชัยวุฒิ’ฟาดไพร่หมื่นล้าน
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สวนเบญจสิริ เขตคลองเตย กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดปราศรัยย่อยกรุงเทพฯ โซนใต้ “พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ” นำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมกทม.

นายชัยวุฒิปราศรัยว่า พปชร.ดูแลประเทศไทยมา 4 ปี เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดูแลประชาชนทั้งประเทศ มีแต่สิ่งที่ดี และพัฒนากทม.ดีขึ้นทุกวัน แม้จะมีนักการเมืองบางคน ไม่ขอเรียกชื่อแล้วกัน ขอเรียกว่าไพร่หมื่นล้าน เจ้าสัวหมื่นล้าน พูดว่าประเทศไทยแย่มาก ไม่มีโอกาสให้ลูกหลาน เราต้องเปลี่ยนประเทศจะได้โอกาส คุณเคยถามอากง อาม่า ถามพ่อคุณมั้ย อพยพมาจากจีน เสื่อผืน หมอนใบ มาหาโอกาส มาใช้ชีวิตในไทย ทำโน่นทำนี่จนร่ำรวย มีธุรกิจเป็นแสนล้าน จนมีเงินมาทำพรรคการเมือง วันนี้มาบอกประเทศไทยไม่ให้โอกาสคนมันจริงหรือไม่

อากงตนเป็นคนจีน มาพึ่งประเทศไทย เขาสอนตนตลอดว่าต้องรักแผ่นดินที่เราอยู่ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องกตัญญูต่อแผ่นดิน ดูแลแผ่นดินนี้ให้ดีที่สุดเพื่อลูกหลานต่อไป ตนรับไม่ได้ถ้ามีคนแบบนั้นมาเนรคุณแผ่นดิน และเชื่อว่าทุกคนรับไม่ได้ แล้วไปทำพรรคการเมืองก็ไปพูดบิดเบือนบอกว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศล้มเหลว ประเทศเสียหาย ทั้งที่ตัวเลขเศรษฐกิจดีทั้งหมด ไปหลอกชาวบ้านทำไม

วันนี้มีพรรคการเมืองใหม่คือ พรรคก้าวไกล มีผู้ช่วยหาเสียงคือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตนเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียง เห็นพรรคมีปัญหาทีไรให้นายธนาธรมาเคลียร์จบ เป็นพรรคของนายทุนแน่นอน ไม่ใช่พรรคของประชาชน ขณะที่ พปชร. ตนยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ตั้งใจมาช่วยประชาชน แก้ปัญหาให้บ้านเมือง ไม่เคยมีนายทุนกลุ่มไหนมานั่ง มาสั่ง และรัฐบาลชุดนี้ถ้าไม่มีพล.อ.ประวิตร ไม่มีทางอยู่ครบเทอมได้ ครั้งหน้า พล.อ.ประวิตรจะเป็นเสาหลัก แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีอย่างแน่นอน

ปชป.ปราศรัยใหญ่ลานคนเมือง
เวลา 17.30 น. ที่ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก หลังสมัครรับ เลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค ทั้ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

การปราศรัยครั้งนี้ปชป.จัดเวทีแบบ 360 องศา เพื่อให้ผู้สมัครส.ส.ใกล้ชิดกับประชาชน จัดเก้าอี้จำนวน 5,000 ตัว และจัดเวทีปราศรัยลักษณะตัวที ยื่นเข้าไปหากลุ่มประชาชนที่มาฟังการปราศรัย โดยให้ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้ง 33 คน เดินโชว์ตัวที่ละคนคล้ายกับการเดินแบบ และทักทายประชาชน รวมทั้งให้ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมเดินโชว์ตัวและทักทายประชาชนด้วย นอกจากนั้นยังใช้ 3D Mapping ซึ่งเป็นการนำทคโนโลยีการและศิลปะมาผสมผสาน แล้วฉายไปยังตึกของศาลาว่าการกรุงเทพมหานครให้เป็นฉาก แทนการใช้จอภาพหรือฉากหลังแบบเดิมๆ

เป็นรบ.เติมเงินเข้าระบบ 1 ล้านล.
นายจุรินทร์ปราศรัยว่า ปชป.จับได้เบอร์ 26 มีคนบอกว่า เป็นเบอร์มงคลของปชป.เพราะ 2 บวก 6 คืออินฟินิตี้ แปลว่าไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องนโยบายมีแต่พรรคที่ใช้เงิน แต่ไม่มีพรรคการเมืองไหนหาเงินให้กับประชาชน แต่มีหนึ่งพรรคการเมืองที่มีนโยบายชัดเจนคือปชป. ที่จะสร้างเงินให้กับประชาชนและประเทศไทย ถ้าประชาชนให้โอกาส ปชป.ทำได้ไวทำได้จริง และถ้าปชป.เป็นรัฐบาล และนายจุรินทร์เป็นนายกฯ ก็เริ่มนับหนึ่งพาเศรษฐกิจเดินไปข้างหน้า จะเติมเม็ดเงินเข้าระบบ 1 ล้านล้านบาททันที โดยจะนำเงินมาจากทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงิน กบข. 30 เปอร์เซ็นต์ เงินกองทุนประกันสังคม มาแก้หนี้ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ

“ขอถือโอกาสนี้เรียกร้องไปยังพี่น้องประชาชนที่เป็นสมาชิกปชป.ทุกคน ที่คราวที่แล้ว แม้ในยามวิกฤตครั้งหนึ่งของปชป.แต่ยังไม่ทิ้งเรา ขอให้เลือกเราต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญพี่น้องชาวปชป.ที่ทิ้งเราไปเพราะอุบัติเหตุทางการเมือง ผมขอวิงวอนให้กลับมา กลับบ้านเรา กลับมาจับมือกับพวกเราชาวปชป.ทุกคน เพื่อสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศ เดินไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไปหลังการเลือกตั้ง” นายจุรินทร์กล่าว

‘ชวน’เดินสายตะวันออก
นายองอาจ เปิดเผยว่า หลังการปราศรัยใหญ่ของพรรคที่ลานคนเมือง กทม. แล้ว จากนั้นจะเดินสายรณรงค์หาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ โดยนายชวน พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวนหนึ่งจะร่วมคณะเดินสายช่วยรณรงค์หาเสียงจนเสร็จสิ้นการหาเสียงในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค. ตามกฎหมายกำหนด ก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.

“ปชป.เชื่อมั่นว่า จากการทำงานหนักตลอดเวลาของนายชวน และสมาชิกพรรค ทั่วประเทศ จะมีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของปชป. และจะให้การสนับสนุนเลือกผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั่วประเทศอย่างท่วมท้นต่อไป”นายองอาจ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 เม.ย. ช่วงเช้า นายชวนลงพื้นที่หาเสียงที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนช่วงบ่ายเดินทางไปยังอ.แกลง จ.ระยอง และเวลา 18.30 น.เดินทางพักค้างคืนที่จ.จันทบุรี, วันที่ 9 เม.ย. ลงพื้นที่จันทบุรี แล้วเดินทางต่อไปยัง จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และกลับกทม.ในเย็นวันเดียวกัน

‘หนู’ขอยก 3 เขตเมืองชาละวัน
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ลานข้าวเปลือก อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หัวหน้าทีมเลือกตั้ง จ.พิจิตร น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ หรือ ลูกยอด ผู้สมัครส.ส.พิจิตร เขต 3 บุตรชายของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ

นายประดิษฐ์ปราศรัยว่า พี่น้องเขต 3 อย่าลืม “เสธ.หนั่น” ตระกูลนี้รับใช้ประชาชนมากว่า 20 ปี ใครที่ทำให้ปลูกข้าวได้ปีละ 3 ครั้ง ฉะนั้น ต้องเลือก “ขจรประศาสน์” ต้องเลือก “ลูกยอด” เพื่อตอบแทนบุญคุณเสธ.หนั่น

ด้านนายอนุทินกล่าวว่า เราโชคดีได้ทีมพิจิตรที่เข้มแข็ง คือการได้นายประดิษฐ์มาร่วมทีม ไม่อย่างนั้นคงเข้าพิจิตรไม่ถูก พร้อมนำความรัก ความคิดถึง พล.ต.สนั่น ซึ่งวันนี้ท่านอยู่บนสวรรค์กำลังมองมาให้คนพิจิตรปั้นลูกชายท่านเข้าสภาอีกครั้ง คนพิจิตรต้องไม่ลืมคุณงามความดีของท่าน พร้อมขอให้เลือก ภท.ยกจังหวัดทั้ง 3 เขต จะได้มีคนรับใช้คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ท่านจะได้พูดเต็มปากว่าคนรับใช้มีตำแหน่งนายกฯ

“ชื่อของผมคือ อนุทิน แปลว่า สมุดบันทึก ดังนั้น สิ่งที่พูดไว้ ผมบันทึกไว้หมดแล้ว พ่อแม่พี่น้องมีปัญหาอะไร ขอให้บอกตัวแทนส.ส. ของท่าน ผมบันทึกไว้หมด ภท.ไม่มีปัญหากับใคร ทำงานกับใครก็ได้ที่เขารักเมืองไทย ประชาชนคนไทย เราไม่มีปัญหาเรื่องขั้ว เรื่องฝ่าย ให้เราเป็นแกน สลายขั้ว สลายแกนได้หมด ขอให้ไทยได้เป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง มีแต่ความรัก ความสมานฉันท์” นายอนุทินกล่าว

ปักธงเอาฤกษ์นครสวรรค์
เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดนครสวรรค์ นายอนุทินนำแกนนำพรรค ปราศรัย พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 6 เขต โดยได้ปักธงร่วมกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีม จ.นคร สวรรค์ แสดงสัญลักษณ์ที่จะต้องปักพื้นที่นี้ให้ได้ พร้อมทำเลข 7 สองมือไว้ที่อกซ้ายเป็นรูปหัวใจ

นายอนุทินกล่าวว่า ตอนแรกเกรงใจพรรคอื่น แต่พอเห็นประชาชนมาต้อนรับมากขนาดนี้ เกรงใจไม่ได้แล้ว สมัยก่อนพอได้ยินภท. ชาวบ้านก็เข้าใจว่าเป็นพรรคเล็กๆ มาจากภาคอีสาน แต่วันนี้ไปๆ มาๆ กลายเป็นพรรคภาคกลาง ซึ่งเราจะไปแจ้งเกิดภาคเหนือได้ต้องผ่านนครสวรรค์ก่อน ดังนั้น ไปถึงไม่ได้ ถ้านครสวรรค์ไม่ให้ผ่าน วันนี้จึงมาขอผ่านทั้ง 6 เขต จะได้ไปภาคเหนือต่อ ภท.ถนัดสร้างความสุข ไม่ถนัดนำความทุกข์มาให้กับประชาชน ซึ่งเราจะไม่มีวันทำอย่างนั้น

‘สมศักดิ์’ปลุกพท.แลนด์สไลด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พท. นายอภิยุทธ ณ กาฬสินธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่วัดตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เพื่อปราศรัยช่วย นายภูดิท อินสุวรรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

นายสมศักดิ์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกทั้งคน ทั้งพรรคเบอร์ 29 อย่าเลือกคนที่นำเงิน 500 มาให้เท่านั้น แต่ขอให้เลือกจากนโยบายที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเราดีขึ้น อยากให้ช่วยกันเลือกให้เกิดแลนด์สไลด์ ไม่อย่างนั้นจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าส.ว.ต้องร่วมเลือกนายกฯ จึงต้องใช้เสียง ส.ส.และส.ว. เกินกึ่งหนึ่ง 376 เสียงถึงจะตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น ส.ส.มี 500 คน ประชาชนต้องช่วยกันเลือกให้เกิดแลนด์สไลด์ จะได้ไม่ต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนของส.ว. ขอให้ช่วยชี้ชะตาอนาคตของตัวเราเองด้วยกันจากเสียงของประชาชนโดยตรง” นายสมศักดิ์กล่าว

จากนั้นนายสมศักดิ์เดินทางต่อไปที่ตลาดนัดโค-กระบือมารวย อ.เมือง จ.ตาก เพื่อปราศรัยช่วยนายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้สมัคร ส.ส.ตาก เขต 1 พร้อมพบปะกับพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัว

โวย 2 จว.ซื้อบัตรปชช.-แจกเงิน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่จ.อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีว่า มีการกระทำที่อาจเป็นการทุจริตการเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ โดยมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งได้เรียกรับบัตรประชาชน ซื้อบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจ.อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นำไปรวบรวมให้ได้จำนวนมากแล้วนำไปลงทะเบียน เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านช่องทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น Smart Vote จนถึงวันที่ 9 เม.ย.

พร้อมกับมีการแจกจ่ายเงินให้เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง โดยให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับประชาชนเป็นผู้รวบรวมบัตรประชาชน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเรื่อง ดังกล่าวด้วย หลังจากนี้พท.จะยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดให้ตรวจสอบการกระทำดังกล่าวต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นที่ พท.ได้ประเมินสถานการณ์มาโดยตลอด ว่าจะเกิดธนกิจการเมืองแพร่หลายในช่วง เลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้ว การต่อรองผลประโยชน์ด้วยอำนาจเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองเพียงเพราะต้องการอยู่ในอำนาจต่อ การกระทำดังกล่าวเป็นไปด้วยความกลัวว่าจะสูญเสียอำนาจ ทั้งที่ล้มเหลวมาตลอดเกือบ 10 ปี ถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งหมดจึงเป็นที่มาว่าเหตุใดพท.จึงรณรงค์อย่างหนักที่ต้องการจะชนะการเลือกตั้ง เพราะอำนาจที่แท้จริงต้องมาจากฉันทามติของพี่น้องประชาชนเท่านั้น จึงจะถือเป็นของจริงในการปกครองของไทย

ต่อมานายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ลงนามในหนังสือเชิญ นายประเสริฐ เพื่อมาให้ข้อมูลต่อ กกต. เกี่ยวกับการออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว

‘เศรษฐา’นำทัพลุยน่าน-ลำปาง
ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย แถลงข่าวการลงพื้นที่ปราศรัยใน จ.น่าน และลำปาง ระหว่างวันที่ 8-9 เม.ย. ว่า นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พท. และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่จะร่วมปราศรัยผ่านระบบออนไลน์ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท.และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค ตนและผู้สมัคร ส.ส.ของแต่ละจังหวัด

โดยวันที่ 8 เม.ย. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง จ.น่าน ในเวลา 15.00 น. จากนั้นจะไปสมทบคาราวานรถแห่ของผู้สมัครใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เดินทางไปในทุกจังหวัด โดยมีพิธีเปิดกิจกรรมรถแห่ “กึ๊ดใหญ่ทำเป็น” 8 จังหวัดภาคเหนือ ที่วัดพระธาตุแช่แห้งในเวลา 15.30 น. จากนั้นจะเริ่มกิจกรรมรถแห่รอบเมือง ก่อนที่ในเวลา 18.00 น. มีเวทีปราศรัยใหญ่ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน อ.เมือง จ.น่าน แล้วไปถนนคนเดินเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย

วันที่ 9 เม.ย. เวลา 07.30 น. ออกเดินทางไปยัง อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อพบปะเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และชาวนาในพื้นที่, เวลา 13.00 น. ไปพบปะพี่น้องประชาชนใน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง และเวลา 16.30 น. ร่วมขบวนปราศรัยบนรถแห่ ที่ห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมือง จ.ลำปาง ส่วนเวลา 18.00 น. มีเวทีปราศรัยใหญ่ ที่ตลาดนัดคลองถมห้างฉัตร อ.เมือง จ.ลำปาง

จากนี้ทีมปราศรัยของพท.ปูพรมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเวทีใหญ่ที่มีแคนดิเดต นายกฯ เข้าร่วมด้วยได้วางคิวถึงสิ้นเดือนเม.ย.แล้ว ส่วนเดือนพ.ค.จะปราศรัยในทุกวันทุกภูมิภาค ส่วนเวทีปราศรัยปิดท้ายคาดว่าหลายพรรคการเมืองจะปักหมุดเย็นวันที่ 12 พ.ค. พท.ก็เช่นกันจะปราศรัยในกทม. ซึ่งเวทีนี้จะมีแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนปรากฏตัวบนเวทีร่วมกันอีกครั้ง เชื่อว่าเวลานั้นน.ส. แพทองธารจะผ่านการคลอดบุตรและพักฟื้นแล้ว โดยเจ้าตัวยืนยันที่จะเข้าร่วมเวทีนี้แน่นอน

แจงยิบกระเป๋าเงินดิจิทัล
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค ร่วมแถลงข่าว

นายเศรษฐากล่าวว่า สืบเนื่องจากที่พท. แถลงนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นบาททำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาเงินมาจากไหน ช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาประเทศเราบอบซ้ำมาเยอะโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม จนกระทั่งอยู่ในภาวะที่เรียกว่าซึมลึก ซึมนาน ซึมยาว รัฐบาลปัจจุบันก็ค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ เป็นจำนวนเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจที่เหมาะสม

พท.คิดใหญ่ทำเป็น โดยจำนวนเงิน 1 หมื่นบาทนั้น จะให้เป็นเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทเลย ที่ต้องให้เป็นกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไม่ให้เป็นเงินสด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เราสามารถจำกัดวิธีการใช้ได้ หากให้เป็นเงินสดอาจจะใช้ไปในทางอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องการพนัน ยาเสพติด การใช้หนี้นอกระบบ เทคโนโลยี จะสามารถบอกได้ว่าไปใช้อะไรบ้าง ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าหากเป็นหนี้สถาบันการเงิน จะสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการ หากเป็นความต้องการเราจะนำมาพิจารณา อีกครั้ง

ส่วนระยะเวลาที่ให้ใช้ภายใน 6 เดือนนั้น เพราะต้องการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ อีกเรื่องคือระยะรัศมีในการใช้ตามบัตรประชาชน 4 ก.ม.นั้น หากพื้นที่ไหนที่ไม่มีร้านค้า ก็ขยายระยะทางออกไปได้ ส่วนคนที่เข้ามาทำงานในกทม. แต่บัตรประชาชนอยู่ต่างจังหวัด เราตอบชัดเจนว่าใช้ไม่ได้ เพราะอยากให้กลับไปใช้เงินที่บ้าน เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ไม่ใช่มากระจุกตัวที่หัวเมืองอย่างเดียว หากภายใน 6 เดือนนั้นไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเลย เงินก็จะหายไป

ถ้าได้ตั้งรบ.-เริ่มแจก 1 ม.ค. 67
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีนักวิชาการมองว่าเป็นนโยบายประชานิยมสุดขั้ว พร้อมตั้งคำถามว่าเงินมาจากไหน และจะกระทบหนี้สาธารณะของประเทศ นายเศรษฐากล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้ภาครัฐเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น นี่จะตอบคำถามได้ว่าเงินมาจากไหน ยืนยันว่าเม็ดเงินมาจากการจัดสรรงบประมาณ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้เพิ่มมากขึ้น และการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล รวมทั้งสวัสดิการรัฐที่ลดน้อยลง ตนไม่อยากให้ใช้คำว่าประชานิยมสุดโต่ง แต่เป็นความจำเป็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการการช่วยเหลือเวลานี้

ต่อข้อถามว่างบประมาณปี 2567 ที่ตั้งไว้ 3.35 ล้านล้านบาท ถ้าเป็นรัฐบาลและนำเสนอนโยบายนี้ จำเป็นต้องปรับลดงบกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงกลาโหม หรืองบลงทุนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า การจัดเก็บภาษีจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 แสนล้าน และต้องดูงบในส่วนอื่นๆ ไม่ใช่งบกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ว่าอะไรเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อถามว่าจำนวนเงินที่ได้สามารถนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ได้ทั้งหมด ยกเว้นซื้อบุหรี่หรือใช้หนี้นอกระบบ ผู้สื่อข่าวถามว่าร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปร่วมโครงการได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด ไม่กีดกั้นใคร เราเสมอภาคเท่าเทียม

ผู้สื่อข่าวถามว่าการกำหนดให้คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถใช้ได้ แล้วจะใช้งบเท่าไร นายเศรษฐากล่าวว่า จะมีประชาชนกว่า 50 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งจะใช้งบกว่า 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงไตรมาส 3 และเริ่มโครงการได้ประมาณวันที่ 1 ม.ค.2567

ต่อข้อถามกรณีมีการวิจารณ์ว่านโยบายนี้มองประชาชนเป็นยาจก นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่เคยมองประชาชนเป็นยกจก เป้าหมายของพท. คือช่วยประชาชนพ้นหลุมดำของความยากจน ถ้าดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เป็นจุดสตาร์ตให้ประชาชนลุกขึ้นเดิน ลุกขึ้นทำมาหากินได้อีกครั้งหนึ่ง ผมถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน”

ช่วยปลุกศก.ระยะสั้น
ด้าน นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า นโยบายนี้เรารับรองได้ว่าสามารถทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5% เมื่อประชาชนมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้ไม่เพียงพอ หากพูดในเชิงการแพทย์ที่เราไม่อยากหยอดน้ำข้าวต้มเพื่อให้ยืดจากความตาย แต่จะต้องใช้การปั๊มหัวใจให้กลับคืนมาให้กลับมาแข็งแรงรวดเร็ว โดยกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่จะปลุกกำลังของเราให้ฟื้นขึ้นเพื่อให้เราไปแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่ระหว่าง 6 เดือนนี้จะมีมาตรการอื่นรองรับเพื่อให้เขาขยับไปทำมาหากินได้เพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายนี้จะไม่เข้าข่ายหมิ่นเหม่กฎหมายที่สัญญาว่าจะให้หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา นี่เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นกับคนไทยทุกคนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้ให้เฉพาะเจาะจง

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ต่อจากนี้คนไทย 16 ปีขึ้นไปจะมี 2 บัญชี โดยบัญชีที่ 1 คือบัญชีออมทรัพย์ที่เป็นเงินปกติผูกกับธนาคารพาณิชย์ บัญชีที่ 2 คือ ดิจิทัลวอลเล็ตให้กับประชาชนประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคนผูกกับบัตรประชาชนอัตโนมัติ เราจะมอบกุญแจดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคนในการเข้าถึงเงินนี้ เราสามารถใช้บล็อกเชนในการเขียนเงื่อนไขลงบนเงินได้ ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่าใช้ภายใน 6 เดือนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้ใช้ได้ในรัศมี 4 ก.ม. เพื่อต้องการเงินหมุนในระดับหมู่บ้าน หรือชุมชนทั่วประเทศพร้อมกัน จึงเป็นส่วนที่แตกต่างจากแอพพลิเคชั่นเป๋าตังที่เป็นเงินในโลกยุคเก่า เราเป็นเงินในโลกยุคใหม่

นายจักรพงษ์กล่าวว่า พท.ยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกระหว่างบัตรคนจนกับโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล หาก พท.ได้เริ่มดำเนินโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลเมื่อไหร่ คนไทยคงไม่อยากกลับไปใช้บัตรคนจนอีกแล้ว ซึ่งจะทำให้เราสามารถลดงบรายจ่ายในส่วนนี้ได้ถึง 5 หมื่นล้านบาท

‘พิธา’เชื่อ 100 วันแรกทำไม่ทัน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า สิ่งที่ต้องลงรายละเอียดกับนายเศรษฐา หากร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมี 2-3 อย่างคือ ความรวดเร็วในการใช้เงินดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องข้อกฎหมาย พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล จะแก้ไขให้เข้ากับนโยบายทันหรือไม่ ซึ่งภายใน 100 วันแรกแก้ไขไม่ทันแน่นอน ตนคิดว่าสิ่งใดที่ประชาชนคุ้นชินอยู่แล้ว เช่น แอพเป๋าตัง ก็นำมาทำให้ดีขึ้น เชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยไม่ได้เก็บภาษีเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีผู้วิจารณ์ว่านโยบาย ดังกล่าวไม่ต่างอะไรกับการแจกเงิน นายพิธากล่าวว่า เรื่องเม็ดเงินไม่เป็นปัญหา ตนคิดว่าประเทศไทยสามารถมีเงินพอที่จะดูแลคนทั้งประเทศได้ สิ่งสำคัญคือไม่ใช่การกู้เงินมาอย่างเดียว รอให้เศรษฐกิจโตอย่างเดียว มันคือการรอน้ำบ่อหน้า หวังเศรษฐกิจเติบโตแล้วเราจะมีงบ แต่สิ่งที่ต้องทำคือปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางภาษี ความเดือดร้อนเป็นเรื่องของวันนี้ พรุ่งนี้ หากมานั่งแก้กฎหมาย มานั่งทำเทคโนโลยีใหม่ กลัวว่าจะไม่ทันการณ์ คงจะเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง หากมีโอกาสก็จะแลกเปลี่ยนกัน

เมื่อถามว่านโยบายพท.และก.ก.คล้ายกันมาก จะเป็นการตัดคะแนนเสียงกันเองหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้เป็นการตัดคะแนนกัน เพราะการเป็นรัฐบาลผสมแต่ละพรรคมี นโยบายต่างประเทศต่างสีต่างเฉด อาจจะไปในทิศทางเดียวกัน แต่หากลงรายละเอียดก็มีความแตกต่างกันมากพอสมควร เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด

‘ธนาธร’มองไม่ยั่งยืน
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงก.ก. กล่าวถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของพท. จะกระตุ้นเศรษฐกิจไปถึง 6 เดือนได้หรือไม่ว่า ส่วนตัวอยากเห็นรูปแบบสวัสดิการที่ยั่งยืนมากกว่านี้ ทำให้ประชาชนมั่นคงได้ ความสำคัญคือต้องมีความต่อเนื่องและชัดเจน จะสามารถทำให้คนออกแบบชีวิตได้

ต่อข้อถามว่ารายละเอียดของนโยบาย ดังกล่าว ประชาชนสามารถใช้เงินได้ไม่เกินรัศมี 4 ก.ม.เพื่อดึงคนกลับบ้าน จะชนกับนโยบายของก.ก. ในการสร้างอุตสาหกรรมเพื่อดึงคนกลับบ้านเหมือนกันหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า เป็นคนละอย่างกัน นโยบายของพท.เป็นการเสนอในระยะสั้น แต่นโยบายการสร้างอุตสาหกรรมของก.ก.คือการสร้างงานในระยะยาว สิ่งที่น่ากลัวสำหรับเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่การเติบโตทางเศรษฐกิจระยะสั้น

พช.ขอปักธงทุกพื้นที่
น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับการลงพื้นที่พช.ว่า ได้รับการตอบรับที่ดี เราเป็นพรรคที่เข้าถึงง่าย และมีแนวคิดใหม่ๆ ที่จะขอเป็นทางเลือกหนึ่งในใจของประชาชนคนไทย ผู้สื่อข่าวถามว่า ตั้งเป้า ส.ส.ไว้กี่ที่นั่ง น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า ตั้งเป้าให้ถึง 25 ที่นั่ง เพื่อที่จะเสนอแคนดิเดตนายกฯของพรรคทั้ง 2 คน เข้าไปทำงาน

ต่อข้อถามถึงจุดขายของพรรค น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า อยากให้ติดตามในช่องทางออนไลน์ทั้งหมดที่เป็นสื่อกระแสหลัก วิดีโอที่พรรคจะทําออกมาในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงเวทีปราศรัยที่จะไปทั่วประเทศ 10 เวที พช.มาเพื่อเป็นตัวจริงในสนามเลือกตั้งครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีพื้นที่ไหนที่ต้องการปักธงให้ได้ น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า อยากปักธงให้ได้ทั่วประเทศ ทั้งกทม. ภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ขอให้ได้ ส.ส.เขตทั้งหมด เพื่อที่จะแสดงว่าเราเป็นตัวแทนของคนทั่วประเทศ และเป็นพรรคของประชาชนคนไทย เมื่อถามว่า เบอร์พรรค 24 ที่จับสลากได้ คิดว่าจะมีปัญหาในการสื่อสารกับประชาชนหรือไม่ น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า ไม่มีเลย เลข 24 ถือเป็นเลขที่ดีมากๆ เป็นเลขที่จําง่ายด้วยว่า เราพร้อมทุ่มเท 24 ชั่วโมง รวมถึงทำนโยบายให้ครอบคลุมชีวิตของประชาชน 24 ชั่วโมง

กกต.สรุปยอดสมัครส.ส.
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงภาพรวมการเปิดรับสมัคร ส.ส..ว่า การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 3-7 เม.ย. มีพรรคการเมืองส่งผู้สมัคร 70 พรรค จำนวน 4,781 คน โดย กทม.เป็นจังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด 498 คน ส่วนการรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็น นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 4-7 เม.ย มี 67 พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร รวมจำนวน 1,899 คน และมีการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯจาก 43 พรรค จำนวน 63 คน

จากนี้ไปจะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จะตรวจสอบโดย กกต. ส่วนแบบแบ่งเขตจะตรวจสอบโดยผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขต ซึ่งจะสามารถประกาศรายชื่อได้ในวันที่ 14 เม.ย. สำหรับผู้ที่ กกต.ไม่ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน และศาลฎีกาต้องพิจารณาให้เสร็จก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3 วัน

ส่วนกรณีมีชื่อประกาศเป็นผู้สมัคร แล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือผู้สมัคร หรือผู้ใด ร้องว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ สามารถยื่นคำร้องต่อ กกต. กลาง กรณีผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และยื่นต่อ กกต.จังหวัด กรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 21 เม.ย. โดยกกต.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน

ชี้นโยบายแจกเงินไม่ผิด
นายแสวงกล่าวถึงกรณี พท.มีนโยบายจะแจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้ 1 หมื่นบาทว่า เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณแผ่นดินอยู่แล้ว หากได้ไปเป็นรัฐบาล นโยบายลักษณะนี้จะไม่ผิดกฎหมายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งนโยบายที่จะเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ คือการใช้เงินที่ไม่ใช่เงินของแผ่นดิน

ส่วนนโยบายของพรรคต้องประกาศให้ประชาชนทราบและส่งมาให้ที่กกต.ด้วย โดยนโยบายแต่ละนโยบายประกอบด้วย 1.ชื่อนโยบาย 2.วงเงินที่ต้องใช้ 3.ที่มาของเงินหรือวิธีการหาเงิน 4.ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินการนโยบาย 5.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย และ 6.นโยบายนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากตัวแทนพรรคการเมืองแต่ละจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลในการไปลงคะแนนว่านโยบายแบบนี้ ถูกใจประชาชนหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลแต่ละพรรคครบถ้วนรอบด้าน

สำหรับข้อควรระวังในช่วงประเพณีสงกรานต์นั้น ต้องระวังทั้งผู้สมัครและประชาชน ตามประเพณีสงกรานต์ทำได้ปกติรดน้ำดำหัว ให้พร ให้พวงมาลัยที่แสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงาม แต่จะให้เงินให้ทอง ทรัพย์สิน ทำไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ศาลยกฟ้องคดีแบ่งเขตเลือกตั้ง
วันเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.), คดีที่นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.สกลนคร และคดีที่ นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.สุโขทัย และคดีที่นายพัฒ ตั้งเบญจผล ผู้แทนปชป.จากจ.สุโขทัยยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ เพิกถอนประกาศกกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งกทม. สกลนคร และสุโขทัย ลงวันที่ 16 มี.ค.2566 ตามลำดับ

โดยศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ต่อจำนวน ส.ส. 1 คน เป็นตัวตั้ง ทั้งในเขตพื้นที่ของกทม. สกลนคร และสุโขทัย ตามประกาศกกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 จำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง มีจำนวนไม่มาก หรือมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10% ของค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง 162,766 คน ต่อจำนวนส.ส. 1 คน จนเกินไป

การที่กกต.ออกประกาศกกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 ในส่วนของกทม. 33 เขตเลือกตั้ง สกลนคร 7 เขตเลือกตั้ง และสุโขทัย 4 เขตเลือกตั้ง จึงเป็นการประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) ที่กำหนดว่า จังหวัดใดมีการเลือกตั้งส.ส.ได้เกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนส.ส.ที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน จึงพิพากษายกฟ้อง

‘อรรถวิชช์’ชี้บรรทัดฐานใหม่
นายอรรถวิชช์ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เห็นได้ชัดว่าการ เลือกตั้งรอบนี้ กกต.ยึดหลักเกณฑ์ค่าเฉลี่ย 10% คำนวณหาส.ส. 1 คนต่อจำนวนราษฎรเป็นครั้งแรก ซึ่งตนได้เน้นย้ำว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้ละลายเขตเลือกตั้ง และศาลมีดุลพินิจว่า การจะใช้หลักเกณฑ์คำนวณหา ส.ส.นั้นล้วนเป็นอำนาจของ กกต. ในการกำหนดเกณฑ์ 10% โดยถือหลักจำนวนราษฎรสำคัญกว่า การนำอำเภอมาใช้แบ่งเขตเลือกตั้ง ก็แปลว่าในอนาคตการเดินลงพื้นที่ของส.ส.จะลำบากมากขึ้น เพราะเขตเลือกตั้งต่อจากนี้จะถูกแบ่งเขตได้ตลอดเวลา

การพิพากษาครั้งนี้เป็นการย้ำชัดว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งในอนาคตจะมีความไม่แน่นอน อยู่ที่มติ กกต. ในการปรับเกณฑ์ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเกิดความสับสนทุกครั้งเวลาไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตนนำเสนอไปแล้วว่า การกำหนดเขตเลือกตั้งปี 2566 มีแค่ 4 เขตเลือกตั้งที่เหมือนเดิม กับปี 2554 กับ 2557 เพราะเป็นระบบการเลือกตั้งเดียวกัน แต่ศาลนำไปเปรียบเทียบกับปี 2562 ที่ใช้คนละระบบเลือกตั้ง และแม้กกต.จะทำแบบสำรวจรับฟังความคิดจากประชาชน โดยกกต.เลือกแบบเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีคนเห็นด้วยเพียงคนเดียวก็ตาม ขณะที่แบบเลือกตั้งที่ 3 มีประชาชนเลือกถึง 403 คน

“แม้ศาลยกฟ้อง แต่ชพก.พร้อมสู้ทุก รูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพียงแต่เชื่อว่าจะมีปัญหาในอนาคต ความผูกพัน ส.ส.ในพื้นที่ กับประชาชนจะถูกเปลี่ยนแปลงไป เพียงแค่กกต.ขยับเกณฑ์แค่นิดเดียว เขตเลือกตั้งจะเปลี่ยนไม่เหมือนเดิม ระบบส.ส.จะถูกเปลี่ยนแปลงเพราะกกต.เพียงไม่กี่คน” นายอรรถวิชช์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน