มติชน-เดลินิวส์ โหวตกระหน่ำ ผ่านคิวอาร์โค้ดออนไลน์-นสพ.

ตัดสินโหวตแล้วกว่า 1 หมื่นไอพี ‘โพลมติชน-เดลินิวส์’ อีกทั้งมีอัตราผู้เข้าถึงในการทำโพลวันแรก สูงกว่า 1 แสนราย เปิดให้เข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์ ให้ตอบคำถามจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันแรกของการเปิดให้ประชาชนร่วมโหวต โพลมติชน x เดลินิวส์ เลือกตั้ง’66 ในรอบที่ 1 ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก เฉพาะการโหวตคำถามในหัวข้อ ท่านเลือกนายกฯ คนไหนและสนับสนุนพรรคการเมืองใด ในการโหวตโพลผ่านเว็บในเครือมติชน อาทิ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ ข้อมูล ณ เวลา 17.45 น. มีอัตราผู้เข้าถึงในการทำโพลวันแรกสูงกว่า 100,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้โหวตมากกว่า 10,000 ไอพี (IP Address)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดทำโพลครั้งนี้ เป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง เครือมติชนและเดลินิวส์ สื่อสองสำนักใหญ่ เพื่อสะท้อนผลเลือกตั้ง 2566 โดยการทำโพลเปิดทั้งหมดสองรอบ รอบแรกเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 เป็นการโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของสื่อเครือ มติชนและเดลินิวส์ คาดว่าจะมีผู้ร่วมโหวตจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนิวโหวตเตอร์ พลังเสียงคนรุ่นใหม่ และประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ

สำหรับขั้นตอนการโหวต มติชน x เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง 66 ในรอบที่ 1 หรือรอบแรกนั้น ในฝั่งสื่อเครือมติชนสามารถโหวตได้ผ่านเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/thai-election66-poll/ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของ วันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 เป็นต้นไป และสื่อเครือมติชน อาทิ มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ มติชนสุดสัปดาห์ มติชนทีวี ฯลฯ ก็ยังได้เตรียมโปรโมตเผยแพร่ช่องทางการเข้าไปทำโพลเอาไว้ให้กับประชาชนผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และโซเชี่ยลมีเดีย รวมทั้งจัดทำ คิวอาร์โค้ด ส่องสแกนร่วมโหวตแคมเปญขึ้นมาโดยเฉพาะอีกด้วย

ส่วนประเด็น คำถามในโพลรอบแรก มี 2 ข้อ เพื่อสะท้อนฉันทามติในกลุ่มประชาชน ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง และทำโพลออนไลน์ผ่านสื่อเครือมติชน-เดลินิวส์ ดังนี้ คำถามที่ 1 ท่านจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง 2566 ตามด้วยคำถามที่ 2 ท่านจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ในการเลือกตั้ง 2566 โดยระบบการโหวตออนไลน์ดังกล่าว จะไม่สามารถโหวตซ้ำผ่านไอพี แอดเดรส (IP Address) เดียวกันได้เพื่อป้องกันการทำโพลซ้ำ

นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าการทำโพลนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่ให้ประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีส่วนร่วม ตรวจสอบวิสัยทัศน์ผู้นำประเทศคนต่อไป และนโยบายพรรคการเมือง พร้อมเสนอแนะแก้ไขปัญหาการพัฒนาประเทศ เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นกว่าเดิม ภายใต้เครือมติชนและเดลินิวส์ที่เป็นสื่อคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ และไว้วางใจจากผู้อ่านมาอย่างยาวนาน จึงขอชื่นชม ทั้งนี้ในวันแรกของการเปิดให้โหวต เท่าที่สังเกตมีกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชน หรือมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ภาคเอกชนอยากได้รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพมาจากพรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุด สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้หากมีน้อยพรรคยิ่งดี เพื่อป้องกันการต่อรองอำนาจ ผลประโยชน์ สามารถเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศในระยะยาวได้แบบมั่นคง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน และเชื่อมั่นในเวทีโลก

นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา ผู้ประกอบการโรงแรมในอำเภอสะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า การทำให้โพลของเครือมติชน-เดลินิวส์ นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทั้ง 2 สื่อนั้นถือเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ ที่เป็นที่นิยม เชื่อว่าโพลที่ออกมามีความเป็นกลาง เชื่อถือได้ ซึ่งการจัดทำโพล นี้จะเป็นประโยชน์ในการนำเสนอความคิดเห็นของประชาชนต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งในประเด็นปลีกย่อยและประเด็นในภาพรวม ในครั้งแรกนั้นมีคำถามว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด และสนับสนุนให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี

นายสิทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ตนในฐานะ นักธุรกิจในครั้งต่อไปอยากเสนอให้มีคำถามในเรื่องของนโยบายที่ประชาชนสนใจเข้ามาเสริม อาจจะมีตัวเลือกเป็นนโยบายเด่นๆ ของแต่ละพรรคการเมือง จะสามารถวัดผลได้ระดับหนึ่งว่า พรรคการเมืองใดเป็นที่นิยมของประชาชน รวมถึงจะสอดรับกับพรรคการเมืองที่ประชาชนสนใจสนับสนุน

“คาดหวังที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งในเรื่องของการลดภาระของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า ค่าภาษีทุกชนิด รวมถึงค่าขนส่ง นอกจากการปรับลดภาระซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนแล้ว ก็ยังจะต้องดึงเงิน เติมเงินเข้าสู่ภาคธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะมาจากการท่องเที่ยวที่จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจับจ่าย ท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ภาคการส่งออกที่จะต้องมีการทำตลาดสร้างความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้า รวมถึงการดึงเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น” นายสิทธิพงษ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน