โหม‘เป๋าดิจิทัล’ยันไม่มีรดภาษี กก.ฉะพีระพันธุ์ กกต.สรุป2ล้านใช้สทธิ์ล่วงหน้า
‘อุ๊งอิ๊ง’ลั่น ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ปีหน้าปรับค่าแรงทันที เป็น 400 บาท ‘เศรษฐา’ ลุยเป๋าตังค์ดิจิทัล 1 หมื่น เย้ยพวกโจมตีถือว่าช่วยหาเสียง ยันไม่รีดภาษี ไม่เพิ่มหนี้ประเทศ ‘ชลน่าน’ มั่นใจเรตติ้งพรรคพุ่ง ‘จุรินทร์’ ปราศรัยใหญ่นครสวรรค์ คนฟังแน่น ปัดวิจารณ์ ‘ตู่’ ขออยู่ต่อ 2 ปี เชิญชวนคนเลือกพรรคยั่งยืน ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ‘อนุทิน’ ทัวร์เชียงราย อู้คำเมืองขอคะแนน ‘หญิงหน่อย’ ร่ำไห้กลางเวทีสกลนคร ขอรับความทุกข์ชาวบ้านมาแก้ไข ‘พิธา’ ยันเพื่อไทย-ก้าวไกลเป็นขั้วรัฐบาลที่ดีที่สุด ‘วิโรจน์’ ฉะพีระพันธุ์ เลิกโหนสถาบัน กกต.สรุปยอดลงทะเบียนใช้สิทธิ์ล่วงหน้า 2.1 ล้านราย ‘ชัยเกษม’ เข้ารักษาที่ร.พ.ศิริราช แล้ว
ปชป.บุกพิษณุโลก
เวลา 10.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่จ.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังคงเดินหน้ากิจกรรม “จุรินทร์ออนทัวร์ภาคเหนือ” โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต และนายอรัญ วงศ์อนันต์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมาปราศรัยย่อย ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาพาณิชยการ เพื่อแนะนำ ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก และนำเสนอนโยบาย ที่มาพร้อมด้วยความรับผิดชอบ ตั้งแต่นโยบาย “ประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่าง” “ชาวนารับ 30,000 ต่อครัวเรือน” “โฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี” “กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินให้กับผู้ทำกินในที่ดินของรัฐ” “เรียนฟรีถึงปริญญาตรีในสาขาที่ตลาดต้องการ” “Startup – SME ต้องมีแต้มต่อ” “ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี ด้วยบัตรประชาชน ใบเดียว” “ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000 บาทต่อชมรม” “ธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชนแห่งละ 2 ล้านบาท” เป็นต้น โดยมีพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย สนใจเข้ารับฟังการปราศรัย เต็มห้องประชุม
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณ ผู้สมัครทุกคนที่ยืนหยัดหนักแน่นมั่นคง กับปชป. ไม่เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ ปชป.จะปักธงที่พิษณุโลกได้
ไม่วิจารณ์ตู่ขออยู่ 2 ปี
เมื่อถามกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุต้องการเป็นนายกฯ ต่ออีก 2 ปี นายจุรินทร์ว่า ตนไม่ขอวิจารณ์ เพราะเป็นข้อเท็จจริง ท่านพูดตามความจริง เพราะถ้าเลือกมาเป็นนายกฯ ท่านก็อยู่ได้แค่ 2 ปี เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้แล้ว หลังจากนั้นก็จะเกิดประเด็นทางการเมืองขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นคิดว่าประชาชน มองออกว่าต้องเป็นประชาธิปไตยไม่โกง และพรรคที่ยั่งยืนเท่านั้นที่ต้องเข้ามา รับผิดชอบบ้านเมืองที่จะเป็นทางรอดสำคัญของประเทศไทยด้วย
อยากให้เลือกพรรคที่ยั่งยืน พรรคที่รับผิดชอบ สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องประชาชนอย่างยาวนานตลอดกาล ไม่อยาก ให้เลือกพรรคเฉพาะกิจ ไม่อย่างนั้นเราก็ได้อนาคตเฉพาะกิจ ต้องเลือกพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมืองที่สามารถเดินหน้าได้ อย่างยั่งยืน
แห่ร่วมเวทีปชป.นครสวรรค์
จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่ จ.นครสวรรค์ นายจุรินทร์ นำคณะผู้สมัคร ส.ส.ใน 6 เขตเลือกตั้งของ จ.นครสวรรค์ ไปที่วัดวรนาถบรรพต (วัดกบ) เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และกราบนมัสการเจ้าอาวาส ซึ่งอวยพรให้นายจุรินทร์ ได้เป็นนายกฯ รวมถึงให้กำลังใจ บริหารประเทศ พร้อมขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในนโยบายปชป.
นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจเที่ยวนี้ ทีมปชป.นครสวรรค์ สามารถปักธงได้ เพราะผู้สมัครทุกคนมีคุณสมบัติเป็นส.ส.ได้ และหลายคนที่ยืนหยัดอยู่กับ ปชป. อาทิ นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ที่เคยเป็นส.ส. 2 สมัย นโยบายของพรรคตอบโจทย์โดนใจคนไทยทั้งประเทศ ทำให้มีเสียงสนับสนุนพรรคดีขึ้น โดยเฉพาะ ชาวนครสวรรค์ที่พูดกันชัดเจนว่านโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และชาวนา รับครัวเรือนละ 30,000 บาท เป็นนโยบายที่ถูกใจชาวนครสวรรค์ ซึ่งมีเกษตรกร ปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก
จากนั้น นำคณะขึ้นปราศรัย พร้อมกับแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.นครสวรรค์ และนโยบายของพรรคฯ โดยมีประชาชนสนใจเข้าฟังการปราศรัยครั้งนี้กว่า 1 หมื่นคน
อนุทินชูนโยบายบูมเชียงราย
ที่สนามกีฬาตำบลป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสามารถ แก้วมีชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อปราศรัยหาเสียง โดยมีประชาชนต้อนรับอย่างเนืองแน่น การปราศรัยครั้งนี้นายอนุทิน ใช้ภาษากลางผสมภาษาเหนือเพื่อสื่อสารกับประชาชน บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน
โดยนายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า “ขอบคุณนักนักเจ้า ขอบคุณขนาดเจ้า อากาศฮ้อนจะอี้ ก็ยังมาต้อนฮับอย่างอบอุ่น พี่น้องมาต้อนฮับ ขนาดนี้ จะไม่ได้หัวใจผมไปได้จะได๋”
จากนั้นแนะนำตัวผู้สมัครเป็นรายบุคคล ก่อนระบุว่า ขอโอกาสเลือกเราเข้าไปทำงาน ในสภา คนเชียงรายเป็นมะเร็งกันมาก ตั้งเป็นศูนย์มะเร็งเพิ่มเติมเลยก็ได้ เพราะเครื่องเดียวไม่พอแล้ว สิ่งที่คุณหมอขอมาตนจัดให้แล้ว เรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนไม่มีคำว่าไม่ได้ และเติมเรื่องการคมนาคมเข้าไป เรื่องรถไฟทางคู่เด่นชัย เชียงราย เชียงของ คาราคาซังมานาน ตอนนี้ เราจัดให้แล้ว ดำเนินการไปมาก เป็นอีกหนึ่ง เส้นทางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบรางของ ประเทศไทยเชื่อมโครงข่ายรถไฟเดิมเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาว และ เมียนมา
ยันภท.อู้แล้วยะ
นายอนุทินกล่าวถึงการด้อยค่านโยบายกัญชาว่า มาจากพวก “ขี้ฮก” พูดแต่เรื่องแย่ๆ ทั้งที่เรื่องดีก็มีมาก มันอยู่ที่การใช้ เรื่องดีๆ วันนี้ ภท.ออกนโยบายสำหรับ ผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ จะได้รับสิทธิ์ เป็นสมาชิกกองทุนประกันชีวิตและมีกรมธรรม์ประกันชีวิตทันทีโดยไม่ต้องสมัคร และไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งผู้สูงวัย มีสิทธิกู้เงินดูแลตัวเองในวงเงิน 20,000 บาท โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่จะใช้กรมธรรม์ ประกันชีวิตที่รัฐบาลจัดทำให้ค้ำประกัน ตัวเอง และในวันที่จากไป ผู้สูงวัยไม่สร้างภาระ ให้ลูกหลาน ทุกคนจะมีมรดกให้ลูกหลาน ทายาท และครอบครัว รายละ 100,000 บาท
“ผมอยู่กระทรวงสาธารณสุขมา 4 ปี เห็นปัญหา และรู้แนวทางแก้ไข ขอแค่ประชาชนไว้ใจผม ผมทำแน่นอน นี่คือพรรคอู้แล้วยะ พูดแล้วทำ นโยบายมาจากการคิดถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่พูดมา เพื่อขายฝัน” นายอนุทินกล่าว

หลั่งน้ำตา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมแกนนำพรรค ช่วยลูกพรรคหาเสียง พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยหลั่งน้ำตาให้กับความ ทุกข์ยากของประชาชน ที่โรงเรียนสกลนครพัฒนา จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
หน่อยร่ำให้เวทีสกลฯ
ขณะที่ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พร้อม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรค และคณะผู้บริหาร พรรค เปิดปราศรัย “ไทยสร้างไทย อีสานมั่งคั่ง” ปักธงสกลนคร ที่โรงเรียนสกลนครพัฒนา อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมเปิดตัว ผู้สมัครส.ส.สกลนคร โดยมีประชาชน ให้ความสนใจรับฟังเวทีปราศรัยกว่าหมื่นคน
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์หลั่งน้ำตากลางเวที ปราศรัยหลังมีประชาชนหลายรายวิ่งเข้ามา กอดและร้องไห้ พร้อมตะโกนส่งเสียงเชียร์ “คุณหญิงหน่อยนายกฯ คนอีสาน”
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตนเดินทางไปทั่วประเทศ ได้เห็นความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของพี่น้องที่วิ่งเข้ามากอด มาร้องไห้ ระบายทุกข์ และฝากความหวังไว้ ให้ช่วยเขาให้รอด หยดน้ำตาที่หยดบนตนซึมซับความทุกข์ของพี่น้องไว้เต็มหัวใจ ทุกข์ของพี่น้อง คือทุกข์ของไทยสร้างไทย ตนและพรรคต้องแก้ความทุกข์ของพี่น้องให้สำเร็จ
ย้ำพาพ้นสงคราม 2 ขั้ว
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ผู้คนส่วนใหญ่ ในประเทศนี้ถูกกดทับโอกาสจากแนวคิดอำนาจนิยมรัฐราชการกฎหมาย และการโกงกินทุกหย่อมหญ้า ด้วยเหตุนี้ตนจึงตั้งใจใช้ความรู้และประสบการณ์ 30 ปี และความคิดแบบคนเป็นแม่ ขอทำภารกิจครั้งสุดท้ายสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด ให้คนรุ่นต่อไป สิ่งที่ทำให้ประเทศนี้เดินต่อ ไม่ได้ คือสงครามแย่งอำนาจของการเมือง 2 ขั้ว ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา จนเกิดรัฐประหาร 2 ครั้ง ทำให้ประชาชนทุกข์ยาก ประชาชนจึงแพ้มาโดยตลอดไม่ว่าฝ่ายไหนชนะ ขอชวนพี่น้องคิดใหม่ เพื่อร่วมหาทางออกจากปัญหาการเมือง แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ ก็แก้เศรษฐกิจไม่ได้ เราต้องไม่เลือกเพราะความเกลียดหรือความกลัวฝ่ายหนึ่ง จึงต้องเลือกอีกฝ่ายแบบเดิมๆ ที่วนลูปมา 17 ปี เราเสียเวลามานานพอแล้วจนประเทศตันทุกทาง ทสท.ขอ จับมือกับพี่น้องเพื่อพาคนไทยออกจากสงคราม 2 ขั้ว ไปสู่ชัยชนะที่แท้จริงของคนไทยทุกคน เลือก ทสท.ให้ชนะถล่มทลาย ทั้ง 2 ใบ ทั้งพรรค หมายเลข 32 และผู้สมัคร ทุกเขต

ฟังปัญหา – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำ พรรค นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส. แพร่ เขต 1 และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 3 ร่วมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ที่สวนทุเรียนลุงดี อ.วังชิ้น จ.แพร่ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
เศรษฐาพบชาวสวนผลไม้
เวลา 14.00 น. ที่สวนทุเรียนลุงดี อ.วังชิ้น จ.แพร่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานที่ปรึกษา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและคณะพบปะเกษตรกรชาวสวนผลไม้และชาวนาใน พื้นที่อ.วังชิ้น จ.แพร่ โดยมีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 3 เบอร์ 5 และนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 เบอร์ 4 ร่วมต้อนรับ เกษตรกรส่วนใหญ่สะท้อนเรื่องราคาผลผลิต ตกต่ำ รวมถึงเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำมาหากิน และระบบน้ำที่ใช้เพาะปลูก หาก พท. เป็นรัฐบาลอยากให้ส่งเสริมแก้ไขปัญหา ให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน
นายเศรษฐากล่าวว่า ยืนยันว่า พท.จะสร้าง ถนนและทางรถไฟทางคู่ เพื่อขยายตลาดให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และขยายตลาดการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศ เนื่องจาก 8 ปีที่ผ่านมานายกฯ คนปัจจุบันไม่ได้ไปเปิดตลาดใหม่ๆ ให้พี่น้อง เกษตรกรเลย หาก พท.เป็นรัฐบาล แน่นอนว่าเราจะต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีสิทธิในที่ดินทำกิน
เสียงถล่มโปรโมตเป๋าตังค์ดิจิทัล
จากนั้นเวลา 15.30 น. นายเศรษฐา นำคณะไปเปิดปราศรัยย่อยที่ ที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ร่วมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และคณะ ท่ามกลางพี่น้องประชาชนร่วมรับฟังจนเต็มพื้นที่ เนื้อหาปราศรัยส่วนใหญ่เป็นการขอคะแนนของพี่น้องประชาชนให้เลือก พท.เบอร์ 29 และเลือกผู้สมัคร ส.ส.ลำปางพรรคพท. ให้แลนด์สไลด์ทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด เพื่อได้นายกฯ คนที่ 30 ของพท.และผลักดัน การแก้ปัญหาต่างๆ
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่าอาจเป็นภาระหนี้สินของประเทศว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะช่วยขยายความ ออกไปเรื่อยๆ นโยบายนี้ตนคิดว่าโดน ไม่เช่นนั้นพรรคอื่นๆ ก็คงไม่พูดกัน จริงๆ เราต่อสู้กับความลำบากของพี่น้องประชาชน หากจะใช้คำว่าหยอดน้ำข้าวต้มทีละ 500 บาทหรือทีละ 1,000 บาทตนคิดว่าไม่ใช่
ส่วนที่เราบอกว่าเป็น 1 หมื่นบาท เพราะเป็นอะไรที่สามารถยกเราออกจากความยากจนได้ เรื่องรีดภาษีนั้นไม่มี เราไม่ได้บอกว่าเราจะขึ้นภาษีสักคำ เรามีการจัดการบริหารที่ชัดเจน โดยวานนี้ กกต.ก็ได้เรียกข้อมูลเพิ่มเติมจากพรรค คณะกรรมการบริหารฝ่ายกฎหมายและฝ่ายเศรษฐกิจก็ได้รวบรวมข้อมูล เข้าใจว่าได้นำส่งกกต.แล้ว หากกรณีที่ กกต.ยังสงสัย เราก็พร้อมชี้แจง เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องมีข้อกังขา อะไร
ลั่นไม่ขึ้นภาษีแต่เก็บได้เพิ่ม
เมื่อถามว่าการใช้งบ 5 แสนล้านบาท จะเพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องดูสัดส่วนของหนี้ต่อจีดีพีเป็นหลัก พท.จะพยายามคงไว้ในระดับปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่าหนี้ของประเทศโตขึ้นก็จะทำให้จีดีพีโตขึ้นด้วย ส่วนจำนวน เงินที่ พท.วางไว้สำหรับนโยบายนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้สิน เรื่องนี้จะทำให้เงิน เข้าสู่ระบบอีก 5 แสนล้านบาท เงินส่วนนี้จะก่อให้เกิดภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นไป ตามกฎหมายเดิม ยืนยันไม่มีการขึ้นภาษี และจะทำให้ประชาชน ร้านค้า และภาคอุตสาหกรรมมีการซื้อขายและผลิตสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนิติบุคคล เพิ่มมากขึ้น เราคงภาษีเท่าเดิม แต่จัดเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น
ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวเสริมว่างบปี 2567 ได้กำหนดไว้แล้วที่ 3.5 ล้านล้านบาท ซึ่ง พท.ยังคงใช้งบกรอบนี้ ไม่มีการกู้เพิ่ม จึงไม่เป็นการเพิ่มภาระหนี้ตามที่มีการ กล่าวหา และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการรีดภาษีและขยับอัตราภาษี แต่เป็นการขยายฐานภาษีเพื่อให้จัดเก็บภาษีเข้ารัฐได้มากขึ้น พร้อมถามกลับว่าลักษณะแบบนี้เรียกว่า รีดภาษีแล้วการปล่อยปละละเลย บิดเบือน บิดเบี้ยวให้คนกลุ่มหนึ่งไม่เสียภาษีแบบนี้เรียกว่าอะไร
มั่นใจเป๋าตังค์ดิจิทัลทำเรตติ้งขยับ
นายเศรษฐากล่าวถึงการปราศรัย 8 เม.ย. ที่จ.น่าน เกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โต้กลับผู้นำทุจริตไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ตนกล่าวถึงโพลที่ทำโดยองค์กร อิสระจากต่างประเทศถือเป็นมาตรฐาน ที่เราวัด ซึ่งมีตัวเลขที่ชัดเจนอยู่แล้ว ที่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นสูงขึ้นทุกคน ก็ทราบดี ขอให้ดูที่ตัวเลขการสำรวจ ตนนำเสนอในข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้เป็น ผู้สำรวจ หาก รทสช.จะไปเถียง ก็ขอให้ไปเถียงกับองค์กรนั้นดีกว่า “อย่าเอามาวัด เขาว่าฉัน เธอว่าฉันดีกว่า โดยใช้คำว่ายอมรับและนำไปปรับปรุงกันเพราะหน้าที่ เรามีหน้าที่ปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ไม่ดี ขอฝากไว้”
นายเศรษฐายังกล่าวกรณีที่ผลโพล คนอุบลฯ พท.ขึ้นเป็นอันดับ 1 ขณะที่ นายเศรษฐาอันดับ 4 ว่า ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปจากที่ทำงานหรือหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เราก็มุ่งมั่นเดินสาย พูดคุยกับ พี่น้องประชาชนต่อ และต้องขอขอบคุณ พี่น้องอุบลฯ วันที่ 14 พ.ค.จะเป็นวันที่ชี้ขาด เมื่อถามว่าการที่โพลออกมาเช่นนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่ที่เราจะได้ 376 เสียง นายเศรษฐากล่าวว่า เราพยายามจะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ ระหว่างนี้ เราก็เคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน เรายังคงเดินหน้าทำงานหนักต่อเหมือนเดิม
ด้านนพ.ชลน่านเสริมตั้งข้อสังเกตเรื่องโพลว่า เป็นผลสำรวจก่อน 30 มี.ค. ซึ่งเป็นวันก่อนการประกาศนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท จึงเชื่อว่าหากนโยบายโดนใจประชาชนแบบนี้จะมีอัตราการเพิ่มขึ้น ของโพล
จากนั้นเวลา 17.00 น. นายเศรษฐาและคณะขึ้นรถร่วมกิจกรรมรถแห่รอบเมือง จ.ลําปาง และปราศรัยบนรถแห่ที่ห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมือง จ.ลําปาง
พท.จัดปราศรัยเมืองรถม้า “อิ๊งค์”? โวขึ้นค่าแรง 400 บาทปีหน้าทันทีที่เป็นรบ. “เศรษฐา” เย้ยเป๋าตังค์ดิจิทัลทำพรรคอื่นดิ้น ปวดเฮดกับกัญชาเสรี ย้ำหนุนใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น สับ รทสช.ไม่รับฟังเด็กแถมยังไล่ออกนอกประเทศ ฟุ้งนายกฯ จากเพื่อไทยรับฟังทุกฝ่าย

ออนไลน์ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ปราศรัยผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับแกนนำพรรค ท่ามกลางประชาชนที่มารอรับฟังเต็มพื้นที่ ตลาดนัดคลองถมห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
ปราศรัยใหญ่เมืองรถม้า
เวลา 18.30 น. พท.เปิดเวทีปราศรัยที่ตลาดนัดคลองถมห้างฉัตร นำโดยนายเศรษฐา นพ.ชลน่าน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พท.และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (ผ่านระบบออนไลน์) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง โดยมีประชานร่วมรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
นพ.ชลน่าน ปราศรัยว่า ตอนนี้มีการซื้อพี่น้องหัวละ 500-2000 บาท ถ้าเขาให้ก็รับ แต่ต้องกาพท.เบอร์ 29 เท่านั้น ถ้าตัดสินใจไม่เด็ดขาด ต้องอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ไปอีก 4 ปี ดังนั้นต้องเลือกพรรคพท.ให้แลนด์สไลด์เท่านั้น
น.ส.แพทองธาร ปราศรัยผ่านระบบซูมว่า ถ้าเราเป็นรัฐบาลเรามีนโยบายพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 3 ปี จะเปิดตลาดไปต่างประเทศให้กว้างขึ้น ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลชาวลำปาง เตรียมรวยได้เลย ดังนั้นเข้าคูหากาเบอร์ 29 และฝากผู้สมัคร ส.ส.ลำปางทั้ง 4 เขต
อิ๊งลั่นเป็นรบ.ค่าแรงเป็น 400 บ.
ทั้งนี้ พท.เปิดโอกาสให้ชาวลำปางพูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร โดยขอให้ช่วยทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาลำบากมากมีหนี้สิน น.ส.แพทองธาร ตอบว่า พท.มีนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท และปีหน้าหากเราเป็นรัฐบาลจะขึ้นราคาค่าแรงเป็น 400 บาทแน่นอน ราคาสินค้าเกษตรก็จะขึ้นยกแผงด้วย
ด้านนายเศรษฐา ปราศรัยว่า ตั้งแต่เปิดเรื่องนโยบายดิจิทัล วอลเล็ต เกิดแรงเสียดทานเยอะมาก พรรคอื่นก็เลยดิ้น กลัวว่าเราจะเอาเงินไปใส่กระเป๋าพี่น้อง 10,000 บาทต่อคน ถ้าไม่กลัวคงไม่พยายามค่อนแคะกระแนะกระแหนแบบนี้ แต่นี่คือกำลังใจทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งที่เขานำมาพูดช่วย หาเสียงให้พท. ส่วนเรื่องยาเสพติด พรรคร่วม รัฐบาลเสนอให้ทำกัญชาเสรี ฟังแล้ว ปวดหัวมาก ถ้าพี่น้องไปเลือกพรรคนั้น ลูกหลานของเราต้องอยู่กับกัญชา พท.มี นโยบายกวาดล้างยาเสพติด กัญชาเสรีเราไม่เอา เราเอากัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น
ฉะรทสช.ปราศรัยไล่เด็ก
วันก่อนมีโอกาสฟังการปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเรื่องเด็กกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ เมื่อมีปัญหาต้องพูดคุยกัน ไม่ใช่ไล่เขาออกนอกประเทศ ไม่ว่าพี่น้องจะมีปัญหาถูกหรือผิด หน้าที่ของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและผู้นำรัฐบาล ต้องเชิญมาพูดคุยกัน จะได้ทำความเข้าใจกัน ถ้าไม่คุยแล้วไปขับไล่ไสส่งเด็กพวกนี้มีคุณภาพ เป็นคนที่พวกเราต้องการให้เขาอยู่เพื่อพัฒนาประเทศ เพียงแค่ต้องปรับความเข้าใจ ถ้านายกฯ มาจาก 1 ใน 3 แคนดิเดต ของพท. เรายินดีรับฟัง พูดคุยกับพี่น้องที่มีปัญหา

ส่งรักษา – ทีมแพทย์โรงพยาบาลน่านส่งตัวนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่ป่วยกะทันหันระหว่างลงพื้นที่ ขึ้นเครื่องบินเจ็ตทางการแพทย์ บินเข้ากทม.ไปรักษาต่อร.พ.ศิริราช ที่สนามบินนครน่าน จ.น่าน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
ชัยเกษมบินเข้ารักษาที่ศิริราช
นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท. เผยว่า วันนี้นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พท. ไม่ได้ร่วมขบวนหาเสียงทางภาคเหนือในจ.แพร่และจ.ลำปาง เนื่องจากเมื่อวานนี้ต้องเข้ารับการรักษาที่ร.พ.น่าน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและนพ.ชลน่านเยี่ยมดูอาการแล้ว ช่วงเช้านี้จะเดินทางออกจากร.พ. กลับ กรุงเทพฯ เพื่อรับการรักษา แต่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบว่าอาการดี นั่งคุยกับนพ.ชลน่าน ได้ปกติ
สาเหตุที่ได้รับการเปิดเผยคือมีเลือดออก ในสมองกระทบการทรงตัว แต่เป็นไม่มาก ไม่มีผลกระทบถึงความเจ็บปวด เป็นอาการ ช่วงสั้นๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นมากี่วันแล้ว และในช่วง 3-5 วันนี้นายชัยเกษมยังไม่สามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ เพราะต้องดูอาการและรักษาอาการให้ดีขึ้นก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยเกษมเดินทาง ด้วยเครื่องบินส่วนตัวจาก จ.น่าน พร้อมทีม เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์คอยติดตามดูแลอาการอย่างใกล้ชิด โดยเข้ารับการรักษาตัวที่ตึกอัษฎางค์ โรงพยาบาลศิริราช โดย นายชัยเกษมยังสามารถสื่อสารพูดคุยกับครอบครัวได้ตามปกติ
อาการล่าสุดพบก้อนเลือดแห้ง 2 ก้อนเป็นก้อนใหญ่อยู่ด้านซ้าย ไปกดแตะเส้นประสาทส่วนที่เกี่ยวข้องความทรงจำทำให้เกิดอาการมึนๆ อีกก้อนทางขวา (ในสมองซีกซ้าย) เป็นก้อนเล็กไปแตะเส้นประสาทการทรงตัว
พิธาชี้‘พท-กก.’ขั้วรัฐบาลที่ดีที่สุด
ที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวกรณีนายเศรษฐา ประกาศบนเวทีปราศรัยว่ามีพรรคอื่นค่อนแคะนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ว่า การค่อนแคะ ไม่ใช่เจตนาของ ก.ก. ตนหวังว่าวันหนึ่งคงจะได้นั่งลงกับนายเศรษฐาในทำเนียบรัฐบาล และพูดคุยเรื่องรายละเอียดการทำนโยบายนี้ ซึ่งหากจะดำเนินการได้ต้องมีการแก้กฎหมายก่อนตาม พ.ร.บ.สินทรัพย์ดิจิทัล เราเห็นด้วยที่จะเอาเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะเราก็มีนโยบายหวยใบเสร็จที่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นในการทำเหมือนกัน สนับสนุนนำเทคโนโลยีมาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่รายละเอียด ยังต้องมาพูดคุยกัน
เมื่อถามว่ามีการมองว่านโยบาย พท. เป็นทุนนิยม แต่ของ ก.ก.เป็นรัฐสวัสดิการ เมื่อจับมือร่วมรัฐบาลจะเกิดปัญหา นายพิธา กล่าวว่า หากเราเอาประชาชนเป็นที่ตั้งและไม่ให้นามสกุลนโยบายของเราจนกีดกันทำให้กลายเป็นสองขั้ว ตนมองว่าทั้ง 2 แบบ เป็นทฤษฎีที่เกิดขึ้นมายาวนาน ขณะเดียวกัน บริบทที่เกิดขึ้นโควิด-19 ที่สมัยก่อนคน จะปฏิเสธรัฐสวัสดิการ ตอนนี้ก็ทำให้เห็นภาพ ว่ารัฐมีหน้าที่ดูแลประชาชนและเป็นเรื่องปกติในการหางบประมาณมาดำเนิน ยืนยันว่า พท. กับ ก.ก. เป็นขั้วรัฐบาลที่ดีที่สุด
วิโรจน์ซัดพีระพันธุ์
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้า รทสช. ปราศรัยไล่คนเห็นต่างออกจากประเทศ พร้อมผลิตซ้ำวาทกรรมชังชาติ ล้มเจ้า ซึ่งเป็นผลผลิตของความขัดแย้งทางการเมือง นานนับทศวรรษว่า ทัศนคติเช่นนี้ต่างหากที่เป็นอันตรายต่อชาติและสถาบันที่สุด เพราะเท่ากับเป็นการดึงเอาสถาบันเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง และแบ่งประชาชนออกเป็นฝักฝ่าย พฤติกรรม แบ่งแยกประชาชนแบบนี้ ส่งผลเสียต่อสถาบันมามากพอแล้ว เช่นคนสร้างภาพว่าเป็นคนจงรักภักดี สักหน้าอก “ทรงพระเจริญ” แล้วไปตั้งแชร์ลูกโซ่หลอกลวงประชาชน มูลค่าความเสียหายเป็นพันล้าน หรือกรณีมาเฟียทุนจีนสีเทา เอาภาพถ่าย ที่ไปถ่ายกับพระราชวงศ์ชั้นสูง ไปแอบอ้างสร้างความเสียหายต่อสถาบัน
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ยังไม่รวมกลุ่มคนอันธพาล ที่อ้างว่าเป็นคนปกป้องสถาบัน แล้วไปเที่ยวใช้กำลังระรานประชาชนคนที่คิดต่างไปทั่ว เที่ยวไปแจ้งความมาตรา 112 ตามอคติของตน สร้างความเดือดร้อน ไปทุกหย่อมหญ้า ต้องถามว่าการปกป้องสถาบันด้วยวิธีการของอันธพาลแบบนี้ ส่งผลดีต่อสถาบันหรือไม่
ชี้เลิกโหนสถาบัน
“ผมว่าแทนที่จะไล่ประชาชนที่เห็นต่างออกนอกประเทศ ตีตราประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับตนว่าเป็นคนชังชาติ ล้มสถาบัน สู้เอา เวลาไปชี้แจงประชาชนดีกว่าว่าทำไมโครงสร้างทางเศรษฐกิจถึงได้เหลื่อมล้ำขนาดนี้ ทำไมนายทุนโรงไฟฟ้ารวยเป็นแสนล้าน ขณะที่ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมาถูกรีดไถผ่านบิลค่าไฟราคาแพง ทำไม 8-9 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองถึงเต็มไปด้วยยาบ้า บ่อนเถื่อน เว็บพนันออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จีนสีเทา ทำไมถึงกู้หนี้มหาศาลมาผลาญกับการซื้ออาวุธ
เลิกโหนสถาบัน และขอให้คิดว่าปัญหาแทบทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็มาจากการโหนทั้งสิ้น ถ้ายังจะปราศรัยแบบนี้อีก คราวหลังไม่ต้องยืนปราศรัยแล้ว เอาบาร์คู่ มาตั้งแล้วโหนไปพูดไปน่าจะเหมาะกว่า” นายวิโรจน์ กล่าว
รทสช.ตั้ง 8 ขุนพลตีปี๊บพรรค
ผู้สื่อขาวรายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ลงนามคำสั่งพรรคที่ 13/2566 เมื่อ 24 มี.ค.2566 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานสื่อสารและประชาสัมพันธ์ โดยมีนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยที่คณะทำงานประกอบด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ นายวินท์ สุธีรชัย นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี และน.ส.อัยรดา บำรุงรักษ์ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ
มีอำนาจหน้าที่วางยุทธศาสตร์การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและน่าเชื่อถือของพรรค ผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรคต่อประชาชนและสาธารณะ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มและทุกระดับ ทั้งผลิตสื่อโฆษณาและจัดกิจกรรมสนับสนุนการสร้างข่าวสารเชิงบวกไปยังประชาชนและสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
กกต.สรุปขอกาล่วงหน้า 2.1 ล้าน
ตามที่สำนักงานกกต. เปิดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ 25 มี.ค. 9 เม.ย.66 นั้น ในวันนี้ซึ่งวันสุดท้ายของการขอลงทะเบียนมียอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 549,517 คน ลงทะเบียนนอกเขต-ในเขตมี 530,632 คน ส่วนลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมี 18,885 คน ทั้งนี้ ตลอดการเปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต-ในเขต และนอกราชอาณาจักร 16 วัน มียอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 2,153,450 คน
เบื้องต้นสำหรับสถานที่ที่จัดให้ไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตถูกจัดไว้ 423 แห่ง ส่วนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตมี 418 แห่ง และที่ที่เลือกตั้งผู้พิการ ทุพพลภาพ 28 แห่ง

เยี่ยมคนไทย – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค และผู้สมัครส.ส. เดินทางด้วยรถไฟฟ้าอีทีเอสจากสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ไปสถานีเคแอลเซ็นทรัล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเยี่ยมเยียนกลุ่มคนไทยในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 เม.ย.

ซื้อหนังสือ – นายสุพันธุ์ มงคลสุธี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย พร้อม ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค และ ‘จินนี่’ น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เยี่ยมชมและเลือกซื้อหนังสือจากบูธมติชน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.