เตรียมสึก-สู้คดีทบ.ขู่ลั่น-ฮึ่มจับข้อหาหนีทหาร
‘พระเนติวิทย์’แจงเหตุยังไม่ไปเกณฑ์ทหาร ระบุติดภารกิจสอบพระบาลีประโยค 1-2 วิชาไวยากรณ์ที่ยังไม่ผ่าน หากเสร็จแล้วจะลาสิกขาสิ้นเม.ย.นี้ ด้านทบ.ลั่นไม่มาจับใบดำ ใบแดง ถือว่าเรียกแล้วไม่มาก็ผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.การทหาร จะให้นายอำเภอ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนพระเนติวิทย์ไม่เข้าข่าย ยกเว้นเกณฑ์ทหาร ทัพ 3 แจงเคสป่วยติดเตียง ต้องมาเกณฑ์ทหาร ขอโทษครอบครัวคนป่วย แล้ว พร้อมตำหนิผู้ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. พระเนติวิทย์ จรณสมฺปนฺโน หรืออดีตเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ซึ่งอุปสมบทอยู่ที่วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ออกถ้อยแถลงส่วนตัวกรณีการเกณฑ์ทหาร ซึ่งได้รับหมายเรียกให้มาจับใบดำ-ใบแดง ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ ในวันเดียวกันนี้ว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2557 ขณะที่อาตมายังเป็นนักเรียนมัธยมปลายและมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ได้พิจารณาเห็นเหตุปัจจัยหลายประการ ทั้งตนเอง ก็ไม่เห็นด้วยกับการบังคับเกณฑ์ทหาร อันถือเป็นการเบียดเบียนสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ จึงตัดสินใจแถลงต่อสาธารณชนว่าจะไม่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหารโดยเด็ดขาด
อาตมาอุปสมบทเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2565 ศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส หากปราศจากการบังคับเกณฑ์ทหารแล้วไซร้ อาตมา ก็ปรารถนาจะฝึกฝนตนเองในพระธรรมวินัย ต่อไปตราบเท่าที่ตนพอใจ แต่เพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่าอาตมาผิดคำสัตย์ที่เคยให้ไว้เมื่อเกือบ 9 ปีก่อน มาอาศัยร่มเงาพระศาสนาหลบหนีการเกณฑ์ทหาร ทั้งเพื่อมิให้ขัดต่อพระธรรมวินัย อาตมาจึงตัดสินใจแล้วว่าจะลาสิกขากลับมาเป็นผู้ครองเรือนเพื่อเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย ยืนหยัดตามความเชื่อของตนที่อยากเห็นสังคมไทยมุ่งไปในทางสันติภาพยิ่งขึ้นและปราศจากการบังคับเกณฑ์ทหาร
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้อาตมา มีกิจธุระเนื่องด้วยการสอบพระบาลีประโยค 1-2 ผ่านวิชาแปล แต่ไม่ผ่านวิชาไวยากรณ์ อาตมาปรารถนาจะเข้าสอบซ่อมให้ผ่าน สมความตั้งใจในวันที่ 15-16 เมษายนศกนี้ จึงขอเวลาทำกิจนี้ให้สำเร็จก่อน และขอเวลา เตรียมตัว เพื่อลาสิกขาภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ระหว่างช่วงเวลาสั้นๆ ที่อาตมายังอาจดำรงตนอยู่ในสมณเพศไว้ได้นี้ ขอให้ทุกท่านมีความกรุณาให้อาตมาได้ใช้เวลาทุกขณะที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าในความสงบวิเวกอันสมควรแก่สมณเพศผู้ประพฤติ พรหมจรรย์ด้วยเถิด
ด้านแหล่งข่าวจากหน่วยบัญชาการรักษา ดินแดน (นรด.) ระบุว่า หากพระเนติวิทย์ไม่เดินทางมาวันนี้ จะส่งต่อให้นายอำเภอในฐานะเป็นผู้ออกหมายเรียก ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือมอบหมายให้ผู้แทนไปดำเนินการ กรณีถ้ารับหมายเรียกแล้วไม่มา การพิจารณา พิพากษาก็อยู่ที่ศาล ศาลอาจจะตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา หรือตัดสินจำคุกแล้ว รอลงอาญา ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาล
กรณีของพระเนติวิทย์ผิดแน่นอน เนื่องจากว่ารับหมายเรียกแล้วไม่มา มีความผิด ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหารพ.ศ. 2497 มาตรา 27 ระบุว่า “ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือก ทำการตรวจเลือกตามกำหนดหมายนั้น โดยนำใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตร หรือหลักฐานการศึกษามาแสดงด้วย ถ้าไม่มา หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือว่าไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยงขัดขืน ไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก
เว้นแต่ 1.ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วนให้ไปราชการสำคัญยิ่ง หรือไปราชการต่างประเทศ โดยคำสั่งของเจ้ากระทรวง 2.นักเรียน ซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 3.ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการหรือโรงงาน อื่นใดในระหว่างที่มีการรับหรือการสงคราม อันเป็นอุปกรณ์ในการรบหรือการสงคราม และอยู่ในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม 4.บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงาน ร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม 5.เกิดจากเหตุสุดวิสัย 6.ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น และ 7.ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้มาแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวัน ตรวจเลือก
ส่วนกรณีที่ไม่ได้รับหมายเรียก จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่กรณีของพระเนติวิทย์มีการผ่อนผันการเกณฑ์ทหารมาแล้ว เพราะฉะนั้นการผ่อนผันก็จะมอบหมายเรียกในปีถัดไปให้ในวันที่เกณฑ์ทหาร เพราะในกฎหมาย มีอยู่แล้ว เพราะหมายเรียกที่รับไปก็มี รายละเอียด ระบุ วันเวลา สถานที่ตรวจเลือก ให้มารายงานตัว ถ้าไม่มาก็มีคำเตือน รวมถึง โทษระบุไว้ชัดเจน
เมื่อถามว่ากรณีบวชเป็นพระ มีการเรียน เปรียญธรรมเก้าประโยค หรือเรียนนักธรรม แล้วสามารถนำมาเป็นข้อยกเว้น และต้องแจ้ง ทางสัสดีก่อนล่วงหน้าที่จะมีการตรวจเลือก ทหารใช่หรือไม่ แหล่งข่าว ระบุว่า ใช่ การบวช ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างไม่มาเกณฑ์ทหารได้ การเป็นนักธรรมมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายก็จริง แต่กรณีที่ว่าได้เปรียญเท่าไร ยังไม่อยู่ในข่าย เพราะฉะนั้นหากเป็นเช่นนี้ ชายไทยก็ต้องอ้างกันทุกคน บวชแล้วก็ไม่มา
“ถ้าจะอ้างเป็นนักธรรม ไม่เช่นนั้น คนก็ไปบวชหาทางหลีกเลี่ยงกันหมด ซึ่งก็มีกำหนดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ หรือศาสนาอื่น อย่างโต๊ะอิหม่ามก็จะมีการยกเว้น หรือนักบวชตามศาสนาคริสต์ ถ้าเป็นพระก็ต้องดูว่าอยู่ระดับไหนถึงได้รับการยกเว้น หากบวชเป็นพระทั่วไป คนก็จะไปบวชแล้วก็เอามาอ้างกัน เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงได้” แหล่งข่าวระบุ
สำหรับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ มีดังต่อไปนี้ 1.พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หรือที่เป็นเปรียญ และนักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีน หรือญวนที่มีสมณศักดิ์ พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ หมายถึงยศของพระ เช่น เป็นพระครู พระชั้นเทพ หรือชั้นธรรม เป็นต้น
ส่วนตำแหน่งของพระ เช่นเป็นเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ อย่างนี้เป็นตำแหน่ง ไม่ใช่สมณศักดิ์ จึงไม่ได้รับการยกเว้น พระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ อาจไม่มีตำแหน่งก็ได้ พระภิกษุที่เป็นเปรียญ หมายถึง การศึกษาของพระ เช่นเป็นเปรียญตั้งแต่ 3 ประโยคถึง 9 ประโยค
นักบวชในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนที่มีสมณศักดิ์นั้นหมายถึงผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนาเหมือนกันต่างกัน ที่ถือตามนิกายของจีนกับของญวน นักบวช ในพระพุทธศาสนาแห่งนิกายจีนหรือญวนต้องมีสมณศักดิ์ด้วยจึงได้รับการยกเว้น
2.คนพิการทุพพลภาพซึ่งไม่สามารถเป็นทหารได้
พระภิกษุสามเณรที่เป็นนักธรรม หมายถึง ผู้ที่จบนักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรม เอก เมื่อยื่นเรื่องขอยกเว้นและได้รับการยกเว้น ไม่ต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือก ถ้ายื่นไม่ทันก่อนการตรวจเลือกฯ จะนำหลักฐานไปยื่นขอรับการยกเว้น ต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันทำการตรวจเลือกก็ได้
วันเดียวกัน พ.อ.รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถเดินทางมาแสดงตนในการตรวจเลือกทหารได้ โดยให้ผู้ปกครองนำเอกสารประวัติการป่วย และใบรับรองแพทย์ มาแจ้งต่อคณะกรรมการในวันตรวจเลือกนั้นว่า เมื่อประมาณกลางเดือนก.พ.66 มีผู้ปกครองของทหารกองเกินมาแจ้งกับสัสดี อ.เมือง จ.ลำพูน ว่า บุตรชายของตนชื่อนายธนกฤต วุฒิโรธง เกิดพ.ศ.2545 ภูมิลำเนาทหาร 47/3 ม.7 ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชน ป่วยติดเตียง ไม่สามารถจะมา เข้ารับการตรวจเลือก ในวันที่ 8 เม.ย.66 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูนได้ มีแนวทาง ดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งสัสดี อ.เมืองลำพูน อธิบายให้ผู้ปกครองทราบถึงข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติว่า ถ้าทางคณะกรรมการ จะออกเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) เป็นคนจำพวกที่ 3 หรือคนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้เพราะป่วย ซึ่งจะบำบัดให้หายไม่ได้ภายในกำหนด 30 วัน
พ.อ.รุ่งคุณกล่าวต่อว่า กรณีนี้ให้เรียกมาตรวจเลือกในคราวถัดไป เมื่อคณะกรรมการ ตรวจเลือกฯตรวจเลือกแล้วยังคงเป็นคนจำพวกที่ 3 อยู่ รวม 3 ครั้ง ให้งดเรียก (การนับครั้ง จะนับครั้งให้เฉพาะที่ได้ตัวมาตรวจเลือก ถ้าตัวไม่มาตรวจเลือกไม่นับครั้งให้) ซึ่งทางญาติบอกว่ายุ่งยาก ไม่สามารถ ทำได้ สัสดี อ.เมืองลำพูน จึงแนะนำว่า ถ้าจะให้ผลการตรวจเลือกจบภายในปีนี้ ให้นำบุตรชายมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือก โดยขอรับการสนับสนุนรถรับ-ส่ง ผู้ป่วย (EMS) ของเทศบาลเวียงยองนำผู้ป่วย เข้าตรวจเลือก และให้มาจอดรออยู่บริเวณหน้าสถานที่ตรวจเลือก สัสดี อ.เมืองลำพูน จะอำนวยความสะดวก โดยนำเรียนคณะกรรมการตรวจเลือกมาตรวจเป็นกรณีเร่งด่วน เมื่อคณะกรรมการดำเนินการกำหนดเป็นคนจำพวกที่ 2 แล้ว จะได้รีบนำตัว ผู้ป่วยกลับบ้าน ผลการตรวจเลือกจะจบสิ้นในวันตรวจเลือก ซึ่งทางผู้ปกครองเข้าใจและรับปากยืนยันว่าจะนำตัวผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือก ในวันที่ 8 เม.ย.66 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูน
“เมื่อวันที่ 8 เม.ย.66 เวลา 09.30 น. ผู้ปกครองพาผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือก คณะกรรมการตรวจเลือกได้อำนวยความสะดวกตามที่ได้ประสานไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ผลการตรวจเลือก กรรมการแพทย์ตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยมีอาการกะโหลกศีรษะยุบ จึงลงความเห็นว่าเป็นคนจำพวกที่ 2 (คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ 1 แต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ) มอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) ให้ผู้ปกครองรับไป รวมใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ 10 นาที นับว่านายธนกฤตได้ผ่านการตรวจเลือกตามข้อกฎหมายอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องมาเข้ารับการตรวจเลือกอีกต่อไป” โฆษกกองทัพภาคที่ 3 กล่าวและว่า การดำเนินการดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย แต่ก็สร้างความลำบาก ให้กับผู้ปกครอง รวมทั้งตัวนายธนกฤต เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ทางกองทัพภาคที่ 3 จึงขอโทษท่านทั้งสองมา ณ โอกาสนี้ รวมทั้งได้ตำหนิผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดแล้ว
พ.อ.รุ่งคุณกล่าวต่อว่า ขอประชาสัมพันธ์ ให้ทราบว่า หากท่านมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่สะดวกที่จะมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกเหมือนกรณีดังกล่าว ขอให้แจ้ง คณะกรรมการตรวจเลือก พร้อมภาพถ่ายปัจจุบันของผู้เข้ารับการตรวจเลือก ทางกองทัพ ภาคที่ 3 สั่งการให้คณะกรรมการอำนวยความสะดวกให้กับท่าน โดยจะเดินทาง ไปตรวจร่างกายให้ถึงบ้านหรือโรงพยาบาล ที่อยู่ในเขตอำเภอในวันที่มีการตรวจเลือก และมอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) ให้ท่านต่อไป
วันเดียวกัน ที่ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายธนกฤต วุฒิโรธง อดีตดาราหนุ่ม ชาวลำพูนถูกหามเข้าตรวจรับเกณฑ์ทหาร ทั้งที่ป่วยติดเตียง ล่าสุดกองทัพออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอีกนั้นว่า ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการใช้กฎหมายที่ไม่มีหัวใจ ทำให้กลายเป็นภาพที่เกิดขึ้นในลักษณะนั้น เป็นการตอกย้ำนโยบายของพรรคก้าวไกลที่ต้องการให้มีทหารเกณฑ์โดยสมัครใจ ตอนนี้มีกำลังพลประมาณ 120,000 คน ตนคิดว่ามีแค่ครึ่งเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วต่อความมั่นคงของประเทศ
“มีที่สมัครใจแล้วตั้ง 40,000 กว่าคน หากเพิ่ม เพิ่มแค่ไม่กี่คน ดังนั้นคนที่เป็น ผู้ป่วยติดเตียงก็ดี คนที่ไม่สมัครใจก็ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องเดินทางมาเองเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ แล้วมาขอโทษทีหลัง ผมคิดว่า มันสายเกินไป เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ คิดว่าควรจะเอาหัวใจเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เป็นระบบ หากเป็นผู้ป่วยติดเตียงคนพิการ หรือไม่สามารถมาได้ตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาเกณฑ์ทหาร เพราะกฎหมายมันล้าหลัง ต้องกิโยตีนเรื่องนี้โดยด่วน ขอให้ประชาชน เลือกพรรคก้าวไกลอย่างถล่มทลายเพื่อไปยกเลิกเกณฑ์ทหาร” นายพิธากล่าว