ภ.3 ตามรวบ 4 โจ๋โคราชตั้งแก๊งปล้นบ้านฝรั่ง เน้นเหยื่อฐานะดีที่มาอยู่กินกับสาวไทย ตระเวนก่อเหตุทั่วอีสาน เผย ‘เอ็ดดี้’ หัวหน้าแก๊ง มีประวัติโชกโชน ต้องโทษคดีลักทรัพย์ไปแล้ว 11 คดี เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อพ.ย. 64 จากนั้นรวบรวมสมุนตั้งแก๊งก่อเหตุซ้ำ เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะตร.รวบรวมหลักฐานมัดแน่น
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่บช.ภ.3 จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมแถลงจับกุม 4 หนุ่มช่วงจ.นครราชสีมา ประกอบด้วยนายประสพโชค หรือเอ็ดดี้ ชัยนอก อายุ 32 ปี, นายสมศักดิ์ หรือฟลุ๊ก พรมพินิจ อายุ 25 ปี, นายพุฒิพงศ์ หรือเกมส์ ไชยสุข อายุ 23 ปี, นายอัษฎากร หรือตุ้ย แย้มศรี อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมของกลาง รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะกระทำความผิด 2 คัน คือ รถเก๋งโตโยต้า ยาริส ทะเบียน 6กอ 1256 กรุงเทพฯ, รถกระบะอิซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน ผห 8635 นครราชสีมา อาวุธปืนออโตเมติก และปืนลูกโม่ อย่างละ 1 กระบอก พร้อมมีดอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ท.สมประสงค์กล่าวว่า นายประสพโชค หรือเอ็ดดี้ เป็นหัวหน้าแก๊งพร้อมพวกตระเวนก่อเหตุหลายพื้นที่ภาคอีสานและมีประวัติถูกต้องโทษคดีปล้นทรัพย์, ลักทรัพย์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และ 4 จำนวน 11 คดี เพิ่งพ้นโทษคดีลักทรัพย์จากเรือนจำกลางอุดรธานี เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2564 แต่ไม่สำนึกในความผิดออกมาร่วมกับพวกอีก 3 คน วางแผนตระเวนดูตามแหล่งผู้คนจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เน้นเหยื่อครอบครัวคนไทยที่มีสามี หรือญาติ พี่น้อง เป็นชาวต่างชาติ ดูมีฐานะร่ำรวย จากนั้นได้แอบติดตามไปดูที่บ้านพักอาศัย เลือกบ้านที่ไม่มีกล้องวงจรปิด หรือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากไม่มีการป้องกันใดๆ จะร่วมกันลงมือก่อเหตุทันทีโดยฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่บ้าน หรือเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 01.00 น. เป็นต้นไป เมื่อได้เงินและทรัพย์สินมา แบ่งกันแล้ว แยกย้ายกันหลบหนีไปกบดานตามบ้านเช่า รายเดือนในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา กว่า 1 สัปดาห์ในการรวบรวมเบาะแสพยานหลักฐานจนนำไปสู่การติดตามจับกุมมาดำเนินคดีทุกราย

ปล้นฝรั่ง – พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบช.ภาค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมแถลงผลการจับกุม 4 คนร้ายแก๊งปล้นทรัพย์ ก่อเหตุโชกโชนทั่วภาคอีสานโดยเลือกชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย เมื่อวันที่ 11 เม.ย.
เบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่พยานหลักฐานบ่งชี้ว่าทั้ง 4 คน ร่วมกันก่อคดีปล้นทรัพย์ 4 คดี คดีแรก พื้นที่สภ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ เหตุเกิดวันที่ 26 ก.ค. 2565 เวลา 13.20 น. ร่วมปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 318 บ้านโนนป่าซาด หมู่ที่ 10 ต.หนองฉิม อ.เนินสง่า ได้ทรัพย์สิน 14 รายการ ได้แก่ นาฬิกา 6 เรือน, เงินสดธนบัตรรัฐบาลไทย 50,000 บาท เงินสดฟรังก์สวิส 500 ฟรังก์สวิส คิดมูลค่าเป็นเงินไทย 19,000 บาท เงินสดยูโร 1,000 ยูโร คิดมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 37,000 บาท แหวนเพชรและสร้อยคอทองคำรวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า 2,225,900 บาท ผู้เสียหายเป็นชาวสวิส
คดีที่สอง พื้นที่สภ.เมือง จ.สุรินทร์ เหตุเกิดวันที่ 3 ก.ค 2565 เวลา 03.00 น. ปล้นทรัพย์ บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 3 ต.ราม อ.เมือง ได้ทรัพย์สิน 5 รายการ ได้แก่สร้อยทองคำ, จี้รัชกาลที่ 5, เงินสด, นาฬิกา 4 เรือนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้เสียหายสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์, คดีที่สาม พื้นที่สภ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดวันที่ 6 ม.ค. 2565 ปล้นทรัพย์บ้านเลขที่ 49 บ้านขุขันธ์ธานี หมู่ที่ 2 ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ ทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย เงินสด, แหวนทองคำ, นาฬิกาข้อมือ, เงินดอลลาร์, เหรียญรัชกาลที่ 5 และคดีที่สี่ พื้นที่สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เหตุเกิดวันที่ 20 ก.ค 2565 เวลา 02.30 น. บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 8 ต.กุดจิก อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้ทรัพย์สินหลายรายการ
ขณะนี้มีการทยอยตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนหนึ่งกว่าร้อยละ 80 ได้คืนให้กับผู้เสียหายไปแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวที่สามีเป็นชาวต่างชาติ ฐานะร่ำรวย ต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมทั้งเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินในช่วงเทศกาลสงกรานต์