องอาจ-สมชัยชี้ทำไม่เหมาะสมพปชร.ปล่อยอีก
เอ็มวีสงกรานต์รทสช.โชว์คลิปเกทับเป๋าดิจิทัล
รุมสับ 6 กกต.ยกโขยงดูงานต่างประเทศยาวเกิน 10 วัน ทั้งที่อยู่ช่วงใกล้เลือกตั้ง ‘องอาจ’ชี้ทำไม่เหมาะ แทนที่จะเอาเวลามาจับตาเรื่องทุจริต ‘สมชัย’งง เลือกตั้งปี 62 เคยไปมาแล้วแต่ยังไปซ้ำอีก ไม่เกิดประโยชน์ ‘ตู่’ ขอพรวันสงกรานต์ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม ‘พีระพันธุ์’ติงนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลกระทบเงินบาท ‘เศรษฐา’ ควง ‘โอ๊ค’ ลุยสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ‘เสี่ยนิด’ ยันงบปี 67 เหลือ 2 แสนล้าน ไม่กระทบนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัล เลือกตั้งพะเยาเดือด ‘ธรรมนัส’ ฉะเจ๊ ‘ล’ ใช้ลูกน้องของ เสธ.นอกราชการถือปืนขู่ผู้นำท้องถิ่น ‘เสธ.หิ’ รีบออกตัวยันไม่เกี่ยวข้อง ใครจะกล้าขู่คนของ ผู้กอง พปชร.ปล่อยเอ็มวีชุดใหม่ ด้าน รทสช.โชว์คลิป ‘ของจริงยิ่งกว่า 10,000’ ตีปี๊บบัตรลุงตู่
ตู่ขอพร-เลือกตั้งยุติธรรม
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อม นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา สวมชุดผ้าไทย เป็นประธานงานสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 โดยมีครม. เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยปีนี้ไม่ได้จัดพิธีให้รัฐมนตรีและข้าราชการรดน้ำขอพร และไม่ได้แจกของที่ระลึกในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และมือนายกฯ ยังเจ็บอยู่ ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวอวยพรในเทศกาลวันสงกรานต์ ก่อนร่วมถ่ายภาพร่วมกับครม.และข้าราชการ พร้อมเดินทักทายทุกคนที่มาร่วมภายในงานอย่างอารมณ์ดี
เมื่อถามว่าอธิษฐานขอพรอะไรเป็นพิเศษ นายกฯ กล่าวว่า ขอพรพระให้บ้านเมืองสงบปลอดภัยนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม ได้รัฐบาลที่ดีอย่างที่ทุกคนต้องการ ประเทศชาติจะได้ก้าวหน้า แต่ไม่ใช่ก้าวไปเดินหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 2 ก้าว ก็ไม่ได้ไปไหน ฉะนั้นต้องไปคิดใคร่ครวญให้ดี 13 เม.ย. ทุกคนเดินทางกลับบ้าน ขอให้เดินทางปลอดภัย กลับไปอย่างมีสติ การทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนช่วงนี้เหน็ดเหนื่อย ทหารที่อยู่ชายแดนก็ไม่ได้กลับบ้าน นี่คือความสำคัญของงานที่จะต้องมีทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน ตำรวจและทหาร จะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นไปไม่ได้
“ขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกันด้วย จะรักใครชอบใครในทางการเมืองก็ว่ากันไป ก็ดูว่าเราจะได้อะไรจะเสียอะไรในวันข้างหน้า ก็ไม่รู้ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดในนามของรัฐบาล ชุดนี้” นายกฯ กล่าว และว่าถ้ามีศีลมั่นที่ดีก็รับพรทั้งหมด แต่ถ้าทะเลาะเบาะแว้งกันมันก็ไม่ได้อะไรกลับมาสักอย่าง ได้แต่ความโกรธ
ย้ำชาติเดียวกันต้องรักสามัคคี
ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวอวยพรตอนหนึ่งว่า วันนี้ก็มีนักธุรกิจมากมายออกมาพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้ นักการเมือง ประชาชนทั่วไปก็พูด คนทำก็คงจะเป็นตน ถ้ามีโอกาสก็จะทำให้ดีขึ้น คนที่พูดมาบางอย่างดี บางอย่างก็ไม่ใช่ บางอย่างก็ทำไม่ได้ ผลจากการกระทำเหล่านี้ส่งผลต่อประชาชนก็ต้องระมัดระวัง ขอให้สนใจภูมิภาค เพื่อนบ้านกันบ้าง ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องใกล้ตัว ตั้งหน้าตั้งตาทำแต่การเมือง ข้าราชการก็ต้องรับแนวนโยบายนี้ไปปฏิบัติ ฉะนั้นขอให้สนใจบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้นและเราต้องระมัดระวังตัวกันอย่างไรบ้าง ฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนตัดสินใจให้ดีแล้วกัน ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ มีความสุขมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะศาสนาใดเชื้อชาติใดก็เป็นคนไทยต้องรักกัน จะโกรธจะเกลียดอะไรต่างๆ ก็ต้องดีกัน เพราะว่าวันนี้ เราต้องการความรักความสามัคคี
เมื่อถามว่าจะไปรดน้ำอวยพรพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อวยพรไปหมดแล้ว เดี๋ยวจะไปกราบท่านที่บ้าน
ขึ้นดีเบต-รทสช.ให้ตู่ตัดสินใจเอง
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังสงกรานต์ ว่า การลงพื้นที่พรรคจัดวาระให้พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว โดยให้พื้นที่เป็นผู้แจ้งกำหนดการว่าจะให้ไปจุดไหนบ้าง แต่จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมเรื่องการขึ้นเวทีปราศรัยแต่ละภาคด้วย การหาเสียงช่วงสงกรานต์ของพล.อ.ประยุทธ์ จะพิจารณาลงพื้นที่เอง เมื่อถามว่าจะมีการเจาะพื้นที่ไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า พื้นที่เป้าหมายมีทุกภาคอยู่แล้ว ส่วนเวทีดีเบตแล้วแต่เรื่องและความเหมาะสม โดยพล.อ.ประยุทธ์จะเป็น ผู้พิจารณาเอง
เมื่อถามว่า กระแสพรรคเป็นอย่างไรทราบว่ามีการทำโพล นายพีระพันธุ์กล่าวว่า “ก็ดี” ส่วนที่ตั้งเป้าจะได้ส.ส.ยัง 100 อัพเหมือนเดิมหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่เคยกำหนดตัวเลข แต่จะทำให้ได้เยอะที่สุด
ฉะเป๋าดิจิทัลกระทบเชื่อมั่น
เมื่อถามว่าบางพรรคออกนโยบายสุดโต่งทำให้กระทบนโยบาย รทสช.หรือไม่ นาย พีระพันธุ์กล่าวว่า เชื่อว่าแต่ละพรรคมีวิธีการที่แตกต่างกันไป แต่เราจะไม่ใช้วิธีการแบบนั้น ก็แล้วแต่ประชาชนจะพิจารณา สุดท้ายผล กระทบต่อประเทศบ้านเมืองเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่านโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลของพท. อาจกระทบทำให้ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) หรือต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ถึงบอกว่าประชาชนต้องพิจารณา ไม่ใช่ว่าได้ไปหมด มีทั้งได้และเสีย ไม่ใช่ได้อันนี้แล้วได้ทุกอย่าง เพราะถ้าได้อันนี้ต้องไปตัดอีกเยอะ ที่สำคัญได้จริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ รูปแบบของเงินลักษณะดังกล่าวทำให้กระทบต่อภาวะความเชื่อมั่นระหว่างประเทศในเรื่องค่าเงินบาท อะไรต่างๆ ด้วยหรือไม่ ต้องพิจารณา
แจงปราศรัยไล่คนชังชาติ
เมื่อถามถึงการปราศรัยในกทม.พูดถึงเรื่องชังชาติ มีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกต นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนไม่ได้พูด ไม่ได้สังเกตอะไรทั้งนั้น ตนบอกอย่างไรก็อย่างนั้น ความคิดแต่ละคนแตกต่างกัน ตามสุภาษิตไทยคับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก ฉะนั้นถ้าใครอึดอัดใจ ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้ เป็นธรรมดาตามสุภาษิตไทย คับที่ไม่เป็นไรแต่คับใจมันอึดอัด ถ้าอึดอัดก็อย่าอยู่ ก็แค่นั้นเองตนพูดไปตามสุภาษิตไทย ทุกคนมีสิทธิ์จะคิด ตนก็มีสิทธิ์จะคิด คนอื่นคิดแล้วก็พูดอย่างที่เขาคิดได้ ตนก็พูดเหมือนที่ตัวเองรู้สึกว่าสุภาษิตไทยเป็นแบบนี้เท่านั้นเอง
เมื่อถามว่าชัดเจนแล้วหรือไม่ว่าจะไม่จับมือกับ พท.และ ก.ก. นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนไม่ได้พูดถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง ทุกครั้งที่พูดในรายการต่างๆ หรือเวลาให้สัมภาษณ์จะพูดเสมอว่า พรรคที่จะทำงานด้วยกันได้จะต้องมีหลักการและอุดมการณ์เดียวกัน คือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประโยชน์ของประชาชนเท่านั้นเอง ถ้าทำงานเพื่อสถาบันหลักของบ้านเมือง ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง ก็ทำงานด้วยกันได้
เปิดคิวปราศรัยหลังสงกรานต์
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการสื่อสารและประชา สัมพันธ์ของ รทสช. เมื่อ 11 เม.ย.ว่าได้ข้อสรุปว่าหลังสงกรานต์ รทสช.จะเดินสายหาเสียงพบปะประชาชนในรูปแบบเวทีหลัก และเวทีรอง โดยเวทีหลัก พล.อ.ประยุทธ์จะนำปราศรัยด้วยตนเอง สำหรับคิวปราศรัยค่อนข้างจะเต็มโดยเฉพาะภาคใต้ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง นราธิวาส ส่วนตรัง และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีข้อจำกัดเรื่องความมั่นคงอาจใช้เวลากลางวันโดยการขึ้นรถแห่ ส่วนของภาคกลาง เพชรบุรี ชลบุรี กรุงเทพฯ, ภาคอีสาน อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น, ภาคเหนือ พิษณุโลก เชียงใหม่
จากการหารือกับแกนนำพรรคในหลายภาค คะแนนความนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นคะแนนความนิยมส่วนตัวของพล.อ. ประยุทธ์ แต่สำหรับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ยังไล่ตามคะแนนพล.อ.ประยุทธ์ไม่ทัน ดังนั้นต้องปรับยุทธศาสตร์หาเสียง ผู้สมัครต้องไปเนื้อเดียวกับพล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้ตนยังเสนอหัวหน้าพรรคให้ตั้งทีมโฆษกพรรค ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า และมีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านผสมผสานกันไป
พปชร.ย้ำไม่จับมือพรรคแก้ 112
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีรถน้ำดำหัว พล.อ.ประยุทธ์ ว่า เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทยคณะรัฐมนตรีจึงมารถน้ำขอพรจากนายกฯ และร่วมพิธีทำบุญ ขณะที่นายกฯได้อวยพรให้ทุกคนมีความสุข เจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จ ส่วนพล.อ.ประวิตรไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธีวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่ออธิบายนโยบายของ พปชร.ให้ประชาชนได้รับทราบ
นายชัยวุฒิกล่าวกรณี พล.อ.ประวิตรระบุสาเหตุที่ไม่สามารถจับมือร่วมกับพรรคที่มีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ว่า พปชร.มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน หากมีพรรคไหนที่เสนอนโยบายที่เราไม่เห็นด้วยอย่างเรื่องการแก้ไข ม.112 และการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คงไม่สามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าคิดว่าหลังจากนี้อุณหภูมิการเมืองจะร้อนแรงมากขึ้นหรือไม่ นาย ชัยวุฒิกล่าวว่า คิดว่าตอนนี้ก็ร้อนพอสมควร น่าจะร้อนถึงจุดสุดยอดแล้วตอนนี้ และคงเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนแล้ว เพราะใกล้เลือกตั้งไม่สามารถทำอะไรได้มาก เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตัดสินใจ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับ ทั้งเรื่องนโยบาย ประชาชนได้รับทราบแล้ว คงจะไม่มีความร้อนแรงมากไปกว่านี้
อู๊ดด้าถามเติม 1 หมื่นเงินจากไหน
ที่ชุมชนหมู่บ้านเสนานิเวศน์ โครงการ 1 เขตลาดพร้าว กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีกกต.ให้แต่ละพรรคชี้แจงที่มาของเงินในการประกาศนโยบาย ว่า ปชป.ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งไปทั้งเล่ม ทำรูปแบบเรียบร้อยและเป็นไปตามเงื่อนไข กกต.ทุกอย่าง ดังนั้น ปชป.ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ตนเรียนว่านโยบายของพรรคแม้จะไม่หวือหวา แจกโน้นแจกนี้เต็มไปหมด แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อคนไทยและประเทศ
ยืนยันว่านโยบายของพรรคแจ้งกกต.ทั้งหมดแล้ว เราไม่อยากเห็นการแจกเงินอย่างเดียว โดยไม่รับผิดชอบแค่ขอให้ได้คะแนนเสียง สุดท้ายกรรมไปตกกับประชาชน ในการประชุมครม.เมื่อ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเป็น คนถามตัวแทน ธปท. สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และหน่วยเศรษฐกิจทั้งหมดที่ไปชี้แจงว่าตกลงงบปี 67 เหลือวงเงินเท่าไร ที่จะนำมาขับเคลื่อนนโยบายใหม่ของพรรค การเมือง เขาตอบว่าไม่เกิน 2 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้ามีนโยบายแจกเงิน 4 แสนล้าน ถึง 7 แสนล้านบาท จะเอาเงินมาจากไหน สุดท้ายก็ต้องไปขึ้นภาษี ถ้าไม่ขึ้นภาษีก็ต้องไปกู้ ดังนั้นนโยบายของปชป. อยู่บนพื้นฐานความจริง ไม่ได้หลอกเอาคะแนนเสียง แค่ขอให้พ้นการเลือกตั้งเท่านั้น
เมื่อถามว่าต้องตรวจสอบหรือไม่ว่า นโยบายของพรรคที่ไม่ได้แจ้ง กกต.จะผิดกฎหมายหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ กกต.ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเที่ยงธรรม ทั่วถึง เท่าเทียม ไม่ใช่เลือกเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเว้นพรรคใดพรรคหนึ่ง
กกต.สรุปยอดขอกาล่วงหน้า 2.3ล.
สำนักงาน กกต.สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวัน เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. ที่เปิดให้ลงทะเบียน 25 มี.ค.- 9 เม.ย.2566 มีจำนวนผู้ขอลงทะเบียน 2,350,969 ราย
จำแนกของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนี้ 1.การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 2,216,950 คน ลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต จำนวน 2,156,578 คน ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น 60,372 คน 2. การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 18,880 คน ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น 18,880 คน และ 3.การลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 115,139 คน ลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 109,442 คน ลงทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ เขต หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น จำนวน 5,697 คน
6 กกต.แห่ดูงานต่างปท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีขณะนี้มีกระแสเรียกร้องให้ กกต. วินิจฉัยนโยบายหาเสียงประชานิยมของพรรคการเมืองว่าทำได้หรือไม่ รวมทั้งมีข้อเรียกร้องให้ กกต.พิจารณาขยายระยะเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มเติม เนื่องจากวันสุดท้ายของการลงทะเบียนเกิดปัญหาระบบล่มนั้น แต่มีรายงานว่า ขณะนี้ กกต.ทั้ง 6 คนไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย โดยทยอยเดินทางไปดู การเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ช่วง 4 เม.ย.
โดยนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ไปประเทศฮังการีและสโลวะเกีย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ไปประเทศแอฟริกา ส่วนนายปกรณ์ มหรรณพ ไปเยอรมันและสวิตเซอร์แลนด์ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ไปสหรัฐอเมริกา และนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ไปนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย
วิจารณ์แซ่ดไม่เหมาะสม
โดยจะทยอยเดินทางกลับวันที่ 14 เม.ย. เป็นต้นไป และมีกำหนดนัดประชุม กกต. ครั้งต่อไป 25 เม.ย. ซึ่งก็จะเหลือเวลาอีก 19 วันจะถึงวันเลือกตั้ง การดำเนินการเรื่องขยายเวลาลงทะเบียนคงทำได้ลำบาก เพราะไม่มีเวลาเพียงพอ หรือการวินิจฉัยปัญหานโยบายพรรคการเมืองที่หาเสียงไปแล้ว แม้ กกต.จะมองว่าหากมีเรื่องเร่งด่วนสามารถจะใช้วิธีการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ก็ตาม
การเดินทางดังกล่าวเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใน กกต.ถึงความเหมาะสม เนื่องจากในอดีตจะมีการมอบ กกต. 2-3 คนให้เดินทางไปเท่านั้น เพราะการไปแต่ละครั้งใช้งบประมาณสูง แต่ครั้งนี้ กกต.ทั้ง 6 คน เดินทางไปกันหมด ช่วงเวลาที่เดินทางไปยังเป็นขั้นตอนการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือการลงทะเบียนเพิ่งเสร็จสิ้น หากจะเดินทางไปควรไปช่วงที่มีการส่งบัตรเลือกตั้งไปยังประเทศต่างๆ และกระจายบัตรไปยังผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือช่วงเวลาที่สถานทูตกำหนดให้มาใช้สิทธิ์จะเป็นประโยชน์มากกว่า
‘องอาจ’ซัดกกต.บินนอก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้า ปชป. ดูแลกทม. กล่าวกรณีกกต.ทยอยเดินทางไปดูการเลือกตั้งในต่างประเทศ ส่งผลให้หมดสิทธิ์ขยายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และวินิจฉัยนโยบายประชานิยม ว่า ช่วงที่มีกำหนดการเลือกตั้งชัดเจนแล้ว กกต.ไม่ควรเดินทางไปต่างประเทศ ควรอยู่ทำงานในประเทศ และพร้อมจะประชุมตัดสินแก้ปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แม้สามารถประชุมผ่านซูมได้ก็ตาม ก็คิดว่ามีหลายเรื่องที่กกต.ควรต้องอยู่ประชุม หรือปรึกษาหารือโดยพร้อมหน้ากัน น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า
เมื่อถามว่าการที่กกต.ไปดูงานในต่างประเทศ ส่งผลเสียหรือไม่เพราะการวินิจฉัยนโยบายประชานิยมต้องเลื่อนออกไป นายองอาจกล่าวว่า คิดว่าการไปดูงานต่างประเทศขณะนี้ไม่ใช่เรื่องความจำเป็นสูงสุดที่ต้องทำ และคิดว่ากกต.มีภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำมากกว่า และจริงๆ แล้วการเลือกตั้งใน ต่างประเทศขณะนี้ ก็ไม่ใช่ความจำเป็นสูงสุดที่กกต.ต้องไปดูงาน แต่ควรใช้เวลาดูเรื่องการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ที่ต้องดำเนินการติดตามตรวจสอบการซื้อเสียง หรือการที่จะดำเนินการอะไรก็ตามที่อาจส่อไปในทางที่เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับการซื้อเสียง ดังนั้นการไปดูงานต่างประเทศของ กกต.จึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
สมชัยชี้ไม่ช่วงไม่เกิดประโยชน์
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าว ว่า ถ้ามองเชิงความเหมาะสมของเวลานั้น เขาอาจมองว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ปลอดจากงานมากที่สุด ก็เป็นหยุดยาวด้วย เรื่องเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้ว แต่บอกเลยว่าช่วงที่เดินทางไปนั้นมันไม่เป็นประโยชน์กับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเลย เนื่องจากการจะเดินทางไปต่างประเทศของทุก กกต.ก็เพื่อไปดูการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของประเทศต่างๆ แต่ช่วงเวลาที่ไปนั้นทราบว่าเป็นช่วงที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้น อีกทั้งรูปแบบการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรก็กำหนดไว้แล้ว ทั้งบางที่ให้เลือกตั้งที่สถานทูต และส่งทางไปรษณีย์ได้ ดังนั้นแล้วกกต.ไปก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนรูปแบบได้ และยังไม่สามารถทราบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะการเลือกตั้งนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น
ส่วนประเทศที่ไปนั้นทั้งโซนฮังการี สโลวะเกีย ตนไม่แน่ใจว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมากแค่ไหน หรือมีปัญหาเกิดขึ้นมากจนต้องเลือกไป 2 ประเทศนี้ ส่วนโซนเยอรมันกับ สวิตเซอร์แลนด์เชื่อว่ามีคนไทยเยอะ แต่กกต.ชุดนี้ในการเลือกตั้งปี 62 เคยไปดูงานแล้วก็ไม่น่าจะไปดูงานซ้ำ โซนแอฟริกาเข้าใจว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงที่สุด ส่วนสหรัฐเชื่อว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก แต่คนที่ไปดูงานนั้นจะได้พบหรือพูดคุยปัญหากับคนไทยโดยตรงหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ยอมรับว่าเป็นประเทศที่น่าไปดูงาน เรื่องนี้คงต้องให้สังคมถามต่อว่าในการไปดูงานครั้งนี้ใช้งบประมาณเท่าไร เมื่อเทียบในปี 62 ใช้ไป 12 ล้านบาท ครั้งนี้คาดการณ์ว่าก็น่าจะมีงบใกล้เคียงกัน เพียงแต่ว่าการไปครั้งนี้อาจจะไม่ได้มีประโยชน์กับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเท่านั้นเอง
นักร้องยื่นสอบเพื่อไทย
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นร้องเรียนกกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพท. ที่จะแจกเงินดิจิทัลให้ประชาชนคนละ 10,000 บาท ล่าสุดชี้แจงว่าไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซีแต่เป็นคูปอง หรือ เหรียญ ว่า ขัดต่อ พ.ร.บ.เงินตรา 2501 หรือไม่
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่ พท.ยืนยันเป็นเงินดิจิทัลพยายามฉีกตัวเพื่อหนีจากกฎหมาย พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 เมื่อจะหนีกฎหมายก็อาจจะไปเข้าไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เงินตรา 2501 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพราะมาตรา 9 กำหนดชัดเจนห้ามผู้ใดใช้ หรือแจกจ่าย หรือให้วัตถุอันมีค่าเป็นทรัพย์สิน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเหรียญหรือคูปอง จึงเห็นว่า พท.กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.เงินตรา จึงขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย หากเข้าข่ายผิดขอให้ กกต.สั่งระงับการดำเนินการนโยบายนี้เป็นการด่วน

ลุยมหาชัย – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและพบปะประชาชนที่ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร ชาวบ้านตอบรับและต้อนรับตลอดเส้นทาง เมื่อ 12 เม.ย.
เศรษฐาลุยมหาชัย-แม่กลอง
เวลา 09.30 น. ที่ศาลหลักเมืองจ.สมุทรสาคร นายเศรษฐา ทวีสิน แคน ดิเดตนายกฯ พท. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมผู้สมัครส.ส.สมุทรสาคร ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย นายอุดม กันม่วง นายบุญมี นิลถนอม นายประยงค์ นอบน้อม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาฤกษ์เอาชัยเพื่อความเป็น สิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้น เดินทางไปยังสมาคมการประมงสมุทรสาคร รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการประมง
นายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบการประมงเป็นเรื่องใหญ่เราจะทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ หากได้เป็นรัฐบาล จะเป็นตัวแทนชาวประมงเจรจาการค้าดูแลผู้ประกอบการการประมง จากนั้นเดินทักทายประชาชนที่ตลาดมหาชัย พบปะประชาชน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
เวลา 10.00 น. นายเศรษฐา พร้อม น.ส. ณิชาภา โกวิทานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.พท. สมุทรสงคราม และคณะ เดินทางต่อไปยังวัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) สักการะหลวงพ่อบ้านแหลม และนมัสการพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลม
เจ้าอาวาสให้พร
เจ้าอาวาสให้พรนายเศรษฐาว่า “กุศลเจตนาที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ขอให้สำเร็จบรรลุผลตามที่มุ่งมาดปรารถนา” พร้อมมอบวัตถุมงคลเป็นหลวงพ่อวัดบ้านแหลม พร้อมทักทายนายพานทองแท้ว่า “นี่ลูกนายทักษิณใช่ไหม” จากนั้นนายเศรษฐาและคณะได้เดินเท้าต่อไปยังตลาดร่มหุบ เพื่อพบปะประชาชน โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน มอบดอกไม้ขอถ่ายภาพกับนายเศรษฐาและคณะอย่างอบอุ่น ก่อนเดินทางไปยังสหกรณ์ประมงแม่กลอง เพื่อรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการประมง
งบเหลือ2แสนล.ไม่ส่งผล‘เติม1หมื่น’
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการคลังชี้แจงครม.งบปี 67 เหลือ 2 แสนล้านบาท หาก พท.เป็นรัฐบาลงบส่วนนี้จะเพียงพอหรือไม่ว่า เราต้องมาปรับปรุงกัน การหารายได้เป็นเรื่องที่สำคัญ งบ 2 แสนกว่าล้านนั้นยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา
เมื่อถามว่าทั้งกระทรวงการคลังและธปท.มองว่าโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลจะได้ไม่ คุ้มเสีย นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความเป็นห่วง แต่เราก็มั่นใจในนโยบายของเรา ว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้องและโดนใจประชาชน เมื่อถามว่า หลายฝ่ายกังวล 1 หมื่นคูณ 70 ล้านคน จะใช้งบมากเกินไป นายเศรษฐากล่าวว่า ปกติแล้วนี่ไม่ใช่ทางของตนเท่าไรที่จะไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่บางพรรคที่ให้ 700 บาทต่อเดือนต่อคน คูณไปก็ 7-8 แสนล้านแล้ว ซึ่งเป็นการเฉลี่ย 4 ปี แต่คิดว่าทำเช่นนั้นเป็นการหยอดน้ำข้าวต้ม ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่เราอยากให้เป็น ประชาชนเดือดร้อนกันมานานเขาต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ วิธีที่เราใช้เป็นวิธีที่เราคิดมาแล้วว่าหาเงินได้ และผลตอบแทนที่กลับมาในรูปแบบภาษีก็ชัดเจน
ไม่ขึ้นภาษี-คิดทุกอย่างไว้หมดแล้ว
บางพรรคจริงๆ แล้วใช้จ่ายเยอะกว่า และยืนยันอัตราการเก็บภาษีเท่าเดิม แต่จำนวนเม็ดเงินที่ได้เข้ามาจากการที่ห้างร้าน SME ภาคอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากรายได้สูงขึ้นมายังภาษีนิติบุคคล ภาษี VAT ซึ่งทุกอย่างเท่าเดิม อัตราการเก็บเท่าเดิม 7% ยืนยันว่าเราไม่ได้ขึ้นภาษี เราคิดไว้หมดแล้วว่าหากเราเก็บภาษีเท่าเดิมจะได้รายได้ เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ตามที่เคยมีการชี้แจงไป การได้เงิน 10,000 บาทจะไม่มีการหักภาษีใดๆ อย่าให้ใครเบี่ยงเบนความจริง
เมื่อถามว่าแปลกใจหรือไม่ว่าทำไม กกต.ถึงเพ่งเล็งพรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ครับ ท่านทำตามหน้าที่ท่าน เราเคารพการตัดสินใจและการทำงานขององค์กรอิสระไม่มีปัญหา ยืนยันว่าพร้อมที่จะชี้แจงตลอด”
เมื่อถามว่ายังไหวที่จะชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ นายเศรษฐายกแขนซ้ายเบ่งกล้าม ยิ้มมุมปาก พร้อมกล่าวว่า “ยังไหวครับ ไม่มีปัญหาครับ แข็งแกร่งครับ สู้”
รทสช.โชว์คลิปเกทับเป๋าดิจิทัล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รทสช.ได้ปล่อยคลิปหาเสียงชุดใหม่ “ของจริงยิ่งกว่า 10,000 บาท” มีเนื้อหาชี้ให้เห็นว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ประชาชนเรียกติดปากว่าบัตรลุงตู่ ต่อยอดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้บัตรประชาชนเป็นดิจิทัลวอลเล็ต เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยทุกเดือน จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่ารถ มากกว่าปีละ 10,000 บาท และใช้ได้ทั่วประเทศ 77 จังหวัด ไม่จำกัดระยะทาง
รทสช.ระบุคลิปชุดดังกล่าว เป็นแคมเปญหาเสียงด้านนโยบายเศรษฐกิจภายใต้สโลแกน “หาเงินได้ ใช้เงินเป็น” ชิ้นแรก
ทั้งนี้ นโยบายเศรษฐกิจฐานรากที่ รทสช.เสนอคือโครงการบัตรสวัสดิการพลัส ใช้บัตรประชาชนอัจฉริยะเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล เพิ่มสิทธิให้ผู้มีสิทธิเป็นเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งรทสช.ระบุบัตรลุงตู่ ช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มโดยบิ๊กดาต้า ซึ่งรทสช. จะนำเสนอคลิปใช้รณรงค์หาเสียงของทีมเศรษฐกิจในสโลแกนหาเงินได้ใช้เงิน เป็นอีกหลายเรื่อง ช่วงหลังสงกรานต์ อาทิ “เฉดจ๋า” เป็นเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเพิ่มช่องทางทำมาหากินให้คนตัวเล็ก
พปชร.ปล่อยทีเซอร์รับสงกรานต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ พปชร. ได้เผยแพร่ข้อความและภาพประกอบเพลงเพื่อใช้สำหรับหาเสียงเลือกตั้ง ผ่านไลน์พปชร. ข้อความระบุว่า “พปชร.เซอร์ไพรส์ เปิดทีเซอร์ซิงเกิ้ล ก่อนปล่อย MV ฉบับเต็มต้อนรับปีใหม่ไทย 13 เมษายน 2566 ของขวัญจากใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือ ลุงป้อม ของทุกคนนำทัพขุนพล และผู้สมัครส.ส.พปชร.ที่พร้อมอาสาทำงานให้ประชาชนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มอบความสุข รอยยิ้มให้กับคนไทยทุกคน”
โดยทีเซอร์ดังกล่าวมีแกนนำพรรค อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคนาย อุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นต้น
ป้อมลั่นเดินช้าแต่คิดเร็ว
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพปชร. และแคนดิเดต นายกฯ กล่าวในรายการ ‘กรรมกรข่าวเปิดอกคุย’ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรณีที่เคยระบุว่า 3 ป. ทางการเมืองจบไปแล้ว ว่า ตามที่เคยระบุไปในจดหมายเปิดผนึก ตนสอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอยากอยู่ พปชร.หรือไม่ ถ้าอยากเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็น แต่ตนขอเป็นประธานที่ปรึกษา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็หายไปแล้วก็บอกว่า ขอไปอยู่พรรคใหม่ดีกว่า
เมื่อถามว่าเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มา พปชร. ซึ่งพล.อ.ประวิตร อายุ 78 ปีแล้ว ทำไมตัดสินใจเป็นหัวหน้าพรรคเอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สมาชิกพรรคเห็นชอบให้เป็น ตนทำงานอยู่ภายใต้สมาชิกพรรค ทุกอย่างไม่ว่าจะนโยบาย หรือการดำเนินการอะไรก็ตาม ต้องมีการประชุม
“ผมแก่แล้วก็จริง แต่ผมใช้ความเร็ว ความช้า ความหนักแน่น และความเป็นคนตัวเบา นั่นคือผมเดินช้า แต่ผมคิดเร็ว และสั่งการทำงานเร็ว ซึ่งผมเป็นคนหนักแน่น ส่วนตัวเบานั้นไม่ใช่น้ำหนัก แต่คือผมไม่มีครอบครัว ผมไม่ต้องการหาอะไรเข้าตัวแล้ว ผมสามารถทำงานให้กับประชาชนได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ธรรมนัสโพสต์เดือดแฉเจ๊‘ล’
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พปชร. และประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ หลังเดินทางปราศรัยช่วยผู้สมัครหลายๆ จังหวัดติดต่อกัน เมื่อวานรีบขึ้นเหนือ นัดหมายกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่หมู่บ้านอายิโกะ ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แต่ไปไม่ไหวเพราะปวดหัวตัวร้อน หมอให้พัก 5 วันเพราะร่างกายอ่อนแอ หักโหมหลายวัน
“แต่คงพักไม่ได้แล้วเพราะมีผู้นำทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ตั้งแต่ ส.อบจ. นายก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (ในพื้นที่ เขต 3) มารอพบที่บ้าน ผู้นำทั้งหลายเกิดความวิตกกังวลในความปลอดภัยหลังถูกเรียกเข้าไปบ้านใหญ่ เจ๊ ล. ขาใหญ่ อ.ปง พะเยา ซึ่งเป็นพี่สาวผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 3 พรรคหนึ่ง ตอนนี้ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล กร่าง ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เล่าให้ฟังว่าพอไปถึงบ้านเจ๊ ล. ก็มีกองกำลังทหารเกือบ 1 หมวด พกอาวุธ (ปืนสั้น) ภายใต้การควบคุมของ เสธ น. (ลูกน้องเสธ.นอกราชการคนดัง) และข่มขู่ว่าจะจัดการกับผู้นำขั้นเด็ดขาดหากไม่ช่วยผู้สมัครรายนี้ จะเริ่มปฏิบัติการโดยใช้กองกำลังทหารค้นบ้านผู้นำทุกรายที่เห็นต่าง
จี้ทหารรีบกลับกรมกอง
พี่น้องอย่าเอาอนาคตการเป็นชายชาติทหารมาทิ้งที่พะเยาเลย การที่พี่ๆ น้องๆ ทหารเข้ามาในพื้นที่บ้านเกิดผมและมาข่มขู่พี่น้องชาวพะเยาของผม ผมว่ามันมากไปแล้วครับ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้พวกคุณทำอย่างนี้อีกแน่นอน รีบกลับกรมกองต้นสั่งกัดด่วน ก่อนที่อนาคตรับราชการจะหมดไป ผมมีรายชื่อและต้นสังกัดของพวกท่านหมดแล้วและวันนี้ผมสั่งให้แนวร่วมภาคประชาชนเก็บข้อมูลหลักฐาน เพื่อผมจะทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาของท่านลำดับชั้นต่อไป ผมให้โอกาสพี่น้องทหารทั้งหลายนะครับ แต่หากไม่เชื่อคำแนะนำผมก็อย่ามาโทษกันภายหลังครับ”
เสธ.หิออกตัวไม่เกี่ยวข้อง
ต่อมา นายหิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงาน รทสช. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่ไปเกี่ยวข้อง เมื่อ 11 เม.ย. ไปเชียงราย เพื่อเตรียมหาเสียง และนั่งรถลงพื้นที่ไป จ.พะเยา ไปพบผู้สมัคร รทสช.แค่ 30 นาที ก่อนจะมีการดีเบต หลังจากดีเบตได้คุยกับ ผู้สมัครส.ส.และไปที่บ้านของผู้สมัคร ส.ส.เพื่อพูดคุยเรื่องการวางแผนหาเสียงและข้อมูลต่างๆ แล้ว จากนั้นเดินทางกลับมานอนที่เชียงราย
“ผมไม่มีเวลาจะไปไหนเลย ผมจะไปขู่ใครได้ แล้วใครจะไปกล้าขู่คนของท่าน ร.อ.ธรรมนัส ผมก็เป็นเพื่อนท่าน ไม่เป็นไร ก็ปล่อยให้ท่านว่าไป” นายหิมาลัยกล่าว

ห่วงใย – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน พร้อมส่งกลับบ้านด้วยความห่วงใย ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิตใหม่ เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 12 เม.ย.