‘เศรษฐา’ทัวร์บ้านโป่ง เย้ยผู้นำพูดอิงลิชไม่ได้ ทำศก.แพ้เพื่อนบ้าน อู๊ดด้ายี้พรรคเฉพาะกิจ ‘ชวน’ วิตกสู้กันด้วยเงิน
รทสช.ปล่อยคลิปตีปี๊บผลงาน ‘บิ๊กตู่’ ทำเศรษฐกิจฟื้น ได้เล่นสงกรานต์ในรอบ 3 ปี ‘ธนกร’บลัฟกลับเพื่อไทย กระเป๋าเงินดิจิทัลแค่จินตนาการ ลอยในอากาศ อาจเป็นยาสลบ ‘เศรษฐา’ เช็กอินบ้านโป่ง วอนอย่าให้ใครด้อยค่าเป๋าตังค์ดิจิทัล เย้ย ‘ประยุทธ์’ สปีกอิงลิช ไม่ได้เลยไม่ไปเปิดตลาดใหม่ ทำให้ศก.ไทยโตต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ‘จุรินทร์’บุกสุราษฎร์ฯ มั่นใจปชป.กวาดยกจังหวัด วอนประชาชนอย่าเลือกพรรคเฉพาะกิจที่หนุนจอมพลเป็น นายกฯ เหมือนในอดีต ‘ชวน’วิตกการเมือง สู้กันด้วยเงิน ‘กรณ์’ลั่นชพก.พร้อมทำงาน กับทุกขั้ว ‘วราวุธ’โวยป้ายหาเสียงชทพ. ถูกทำลายอื้อ จี้สู้ด้วยนโยบายดีกว่า
กกต.ย้ำสีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งประชาสัมพันธ์สีบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป ที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ และการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พ.ค. รวมทั้งการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้ง จำนวน 2 ใบ สำหรับการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) สำหรับสีบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ บัตรเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจะเป็นสีม่วง และบัตรเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นสีเขียว
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานกกต. แจ้งด้วยว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ระบุว่าช่วงประเพณีวันสงกรานต์นี้ ทางสำนักงาน กกต. เปิดรับหนังสือเอกสารจากประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพรรคการเมืองที่ต้องการติดต่อราชการกับทางสำนักงาน
ทั้งนี้ ท่านใดที่มีความประสงค์ยื่นหนังสือเช่นแจ้งผู้ช่วยหาเสียงหรือเอกสารต่างๆ สามารถยื่นได้ที่งานสารบรรณ ชั้น 2 สำนักงานกกต. อาคารรัฐประศาสนภักดี เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
รทสช.ยิงคลิปสงกรานต์-ศก.ฟื้น
วันเดียวกัน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยิงคลิปชื่อ “สงกรานต์” มีเนื้อหาว่า สงกรานต์ปีนี้ คนไทยและนักท่องเที่ยว ต่างชาติได้เล่นน้ำฉลองกันอย่างเต็มที่ ได้เข้าวัดไปทำบุญ ก่อเจดีย์ทราย ลูกหลานได้กลับบ้านไปสรงน้ำ ขอพรปีใหม่จากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย บรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่นใจ ความสนุกสนานปกคลุมไปทั่ว ช่างแตกต่างกับเมื่อสามปีที่ผ่านมา ที่คนไทยต้อง “เว้นวรรค” อดเล่นสงกรานต์เพราะเกิดโควิด-19 ความรู้สึกหวาดกลัว สิ้นหวัง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เข้ามาแทนที่ความรื่นเริง บันเทิงใจแห่งเทศกาล
โดยเนื้อหาในคลิป “สงกรานต์” ฉายภาพการเล่นสงกรานต์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2566 สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้น เปรียบเทียบกับวันนี้ และบอกว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นจากฟุบแล้ว ด้วยการบริหารจัดการของรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งในด้านสาธารณสุข สังคม และด้านเศรษฐกิจ ภายใต้การสั่งการของศบค. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการ จนสามารถนำประเทศไทยฝ่าวิกฤตโควิด ได้รับความชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า มีระบบจัดการโควิด-19 ที่ดี และจะนำไปเป็นต้นแบบการบริหารจัดการโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคต
สามเดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเข้ามาแล้วมากกว่า 6 ล้านคน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมี.ค.2566 ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 มาอยู่ที่ระดับ 53.8 และสูงสุดในรอบ 37 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2563
สำหรับคลิปสงกรานต์ดังกล่าว เป็นแคมเปญหาเสียงของรทสช. เบอร์ 22 ซึ่งได้ยิงคลิปออกมาแล้วหลายชุด ได้รับความชื่นชมอย่างมากในเรื่องการนำเสนอที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่โกหก มีความทันสมัย สอดแทรกอารมณ์ขัน สร้างความรับรู้ใหม่ว่า 8 ปีที่ ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีผลงานมากมาย ทั้งที่เป็นการแก้ปัญหาเรื้อรังที่ถูกละเลย การสร้างพื้นฐานสำหรับอนาคต และการนำประเทศไทยฝ่าวิกฤตร้ายแรงที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างเช่น วิกฤตโควิด-19
‘ธนกร’ขนรทสช.ล่องใต้
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ คณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์รทสช. เปิดเผยว่า วันที่ 16 เม.ย. ตนจะเป็นประธานเปิดเวทีสัมมนาแนวทางสู้ศึกเลือกตั้งภาคใต้ ที่โรงแรมชัยคณาธานี อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ประธานที่ปรึกษานโยบายพรรค บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการปราศรัย หาเสียงเลือกตั้ง นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค บรรยายให้ความรู้ด้านยุทธศาสตร์ การเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ฝ่ายกฎหมายจะอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งจะมีผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ของพรรคทั้งหมดมาฟังการสัมมนา เพื่อนำแนวทางและความรู้ไปปฏิบัติ
จากนั้นวันที่ 17 เม.ย. ตนพร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม นายโกวิทย์ พวงงาม แกนนำพรรค จะไปเปิดปราศรัยเขต 9 ที่ตลาดนอกท่า อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงให้กับนายอำนวย ยุติธรรม เบอร์ 8 โดยการปราศรัยจะเน้นย้ำเรื่องเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ การเพิ่มรายได้ พืชผลทางการเกษตร บัตรสวัสดิการพลัส คาดว่าจะมีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เราจะขอโอกาสให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต และขอให้กาเบอร์ 22 ให้พรรค เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคกลับมาสานต่องานอีกครั้ง
มั่นใจว่าพี่น้องเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์อยู่แล้ว ที่ผ่านมา มีผลงานการที่ทำให้พี่น้องชาวใต้และนครศรีธรรมราชอย่างมาก เช่น อนุมัติงบประมาณลงไป 14 จังหวัดภาคใต้ 250,448 ล้านบาท เฉพาะจ.นครศรีธรรมราช 37,714 ล้านบาท เป็นงบประมาณในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ จึงขอโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลเพื่อต่อยอดสิ่งที่ได้ทำไว้ให้ดียิ่งๆ ขึ้นอีก
นอกจากนี้ ประชาชนที่ได้ชมคลิป “สงกรานต์” ที่พรรคทำออกมาแล้ว เห็นภาพชัดเจนเรื่องความสุขของคนไทยในเทศกาลสงกรานต์ หรือแม้จะไม่ได้ดู คงสัมผัสได้ด้วยตัวเองที่วันนี้ได้เล่นสงกรานต์อย่างสนุกสนาน ได้กลับภูมิลำเนาไปกอดพ่อแม่ เป็นสงกรานต์ที่ไร้กังวล ทั้งหมดเกิดขึ้นได้ เพราะการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้กลับมาเที่ยวไทยอย่างคึกคัก สร้างเม็ดเงินมหาศาลให้ประเทศ ดังนั้น 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีผลงานมากมายแก้ปัญหาเรื้อรัง สร้างพื้นฐานสำหรับอนาคต และการนำประเทศไทยฝ่าวิกฤตร้ายแรงที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นคลิปที่นำเสนอได้เห็นภาพ ตรงกับข้อเท็จจริงที่สุด
เหน็บเงินดิจิทัลแค่จินตนาการ
นายธนกรกล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงความคิดเห็นกรณีนโยบายบัตรสวัสดิการพลัส 1,000 บาท เหมือนเป็นการหยอดน้ำข้าวต้ม แค่เติมปลาแห้งนิดเดียว ว่า นี่เป็นสวัสดิการ ไม่ได้เป็นการหยอดน้ำข้าวต้มอะไร เราดูแลผู้ที่มีรายได้น้อยมาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลประชาชนมาตั้งแต่ปี 2559 วันนี้รทสช. ต่อยอดเป็นบัตรสวัสดิการพลัส 1,000 บาท สามารถกู้ฉุกเฉินได้ 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเราทำสำเร็จมาแล้ว พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงสวัสดิการนี้เป็นจำนวน 14.6 ล้านคน เป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีที่มาของแหล่งเงินที่ชัดเจน ส่วนแหล่งเงินดิจิทัล 10,000 บาท ประชาชนไม่เข้าใจ ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนโยบาย เพราะไม่สามารถตอบที่มาของแหล่งเงินที่ชัดเจน
ที่สำคัญคือ มีความเสี่ยงและมีผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง จากการลงพื้นที่ แกนนำพท. แต่ละคนต่างพูดไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าคนที่ได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท จะไม่ได้รับเงินสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนนายเศรษฐาบอกว่า คนที่ได้รับเงินดิจิทัลแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น ประชาชนจะพ้นความยากจนโดยไม่ต้องรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นการพูดที่จินตนาการ
“ในวันนี้ผมเชื่อว่า เงินดิจิทัลลอยอยู่ในอากาศ ประชาชนจับต้องไม่ได้ มีระเบียบ กติกาที่สับสนมาก ประชาชนไม่เข้าใจ วันนี้สิ่งที่ประชาชนเข้าใจ คือ ที่ผ่านมาเขาได้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอด ผมเชื่อว่า ประชาชนจะต้องตัดสินใจ และคนส่วนใหญ่ที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อยู่ ไม่ได้เป็นการหยอดข้าวต้ม แต่สำหรับเงินดิจิทัล ผมคิดว่ามันเป็นยาสลบ หรือไม่ ต้องดูให้ดี” นายธนกรกล่าว
ทัพปชป.ดาวกระจายทั่วปท.
เวลา 12.50 น. ที่สนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่หาเสียง และช่วงเย็นปราศรัยใน 2 อำเภอ คือ อ.บ้านนาเดิม และ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี 7 ผู้สมัคร ส.ส. จ.สุราษฎร์ธานี ปชป. ต้อนรับ ประกอบด้วย เขต 1 นายภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ เบอร์ 10, เขต 2 นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี เบอร์ 2, เขต 3 นายปิยะรัฐ จิรรัตน์ฐิกุล เบอร์ 5, เขต 4 นายสมชาติ ประดิษฐพร เบอร์ 1, เขต 5 นายสินิตย์ เลิศไกร เบอร์ 6, เขต 6 นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ เบอร์ 2 และ เขต 7 น.ส.ตวงทอง ประดิษฐพร เบอร์ 9
นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ วันนี้ถือว่าเป็นทัพหัวหน้าพรรค ส่วนวันที่ 16 เม.ย. ไปทำกิจกรรมที่อ.เมือง สุราษฎร์ธานี จากนั้นจะไปจ.ราชบุรี สมุทรสงคราม และเพชรบุรี สำหรับทัพของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ขณะนี้ล่องใต้ในหลายจังหวัด ส่วนทัพอดีตหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภา และอดีตหัวหน้าพรรค อยู่ที่ จ.กระบี่ พังงา และระนอง ส่วนนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ขณะนี้อยู่ที่สุราษฎร์ธานี และจะขึ้นเวทีปราศรัยด้วยกัน ถัดจากนี้นายบัญญัติจะนำทัพไปจ.อุบลราชธานี และตระเวนในภาคอีสานต่อไป
ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค จะลงพื้นที่ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ปชป.จัดทัพดาวกระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดย 3 ทัพหลัก สะท้อนให้เห็นความเป็นเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกพรรค และแฟนปชป.ทั่วประเทศว่า เที่ยวนี้ปชป. เอาจริง และเดินหน้าหาเสียงจริง ทุกคนลงมาช่วยกันจริงๆ
‘อู๊ดด้า’มั่นใจยึดสุราษฎร์ฯ
นายจุรินทร์กล่าวถึงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เป็นจังหวัดที่เรายกทีมจากการเลือกตั้ง ครั้งที่แล้ว จึงถือเป็นจังหวัดสำคัญที่เป็นหัวใจของปชป.ในภาคใต้จังหวัดหนึ่ง และการ เลือกตั้งครั้งนี้ได้เพิ่มเป็น 7 เขต ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถได้ยกทีมทั้ง 7 เขต เพราะผู้สมัครของเรามีความพร้อม มีทั้งรมช.พาณิชย์ มี อดีต ส.ส. 5 คน และมีคนรุ่นใหม่ 2 คน ที่มีประสบการณ์การเมืองท้องถิ่น คือ น.ส.ตวงทอง ประดิษฐพร อดีต ส.จ. และ นายปิยะรัฐ จิรรัตน์ฐิกุล อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาล ต.เวียงสระ จึงทำให้เรามีความมั่นใจว่าสามารถยกทีมได้ทั้ง 7 ที่นั่ง ซึ่งจะมาเป็นแต้มต่อให้ปชป.ในภาคใต้ ดังนั้นขอให้พี่น้องช่วยเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา และช่วยสนับสนุนพวกเรา เพื่อพาประเทศไทยไปสู่อนาคต ที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับการที่กกต.กำหนดบัตรเลือกตั้งออกมา 2 สี ที่ดูคล้ายคลึง และอาจสร้างความสับสนให้ประชาชนนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับปชป.ไม่เกี่ยงเลย จะใช้สีอะไรก็ได้ เพราะอยู่ที่ผลงาน อยู่ที่อุดมการณ์ของเรา และอยู่ที่ความผูกพันที่เรามีกับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศมาต่อเนื่องยาวนาน อยู่ที่สิ่งเหล่านี้มากกว่าที่จะอยู่ที่บัตรสีอะไร
“ความจริงสีเขียว กับม่วง สีก็ต่างกัน ไม่ได้ดูคล้ายกันแบบ เขียวอ่อน กับเขียวแก่ หรืออะไรอย่างนั้น ผมคิดว่าเราไม่เกี่ยงหรอก สีอะไรก็ได้ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจำได้ว่า ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 ส่วนเบอร์ของผู้สมัครเขตก็เป็นไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละเขต ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเข้าใจได้” นายจุรินทร์กล่าว
ขออย่าเลือกพรรคเฉพาะกิจ
เวลา 16.00 น. นายจุรินทร์ขึ้นเวทีปราศรัยใน 2 อำเภอ ประกอบด้วยอ.บ้านนาเดิม และอ.เวียงสระ พร้อมด้วยผู้สมัครส.ส. สุราษฎร์ธานีทั้ง 7 คน โดยมีประชาชนฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งหนึ่งที่ปชป.มีความพร้อมที่สุด 3 เรื่อง 1.การจัดทัพหาเสียง ที่แบ่งเป็น 3 ทัพ เรียกว่ายุทธศาสตร์ดาวกระจายเพื่อบุกไปทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าปชป.ยุคนี้เป็นเอกภาพ มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องให้มากที่สุด 2.นโยบายพร้อม 3.พร้อมตั้งรัฐบาล ถ้าเราสามารถรวมเสียงในสภาได้หลังเลือกตั้ง
สำหรับนโยบายของปชป. เป็นพรรคแรกๆ ที่ กกต.ได้ให้การรับรองว่าทำได้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด นโยบายทั้งหมดเป็นนโยบายที่ตกผลึก คิดมาจากประสบการณ์ และต่อยอดมาจากสิ่งที่เราได้ลงมือทำมาแล้วจริง และทำต่อไป ปชป.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้คนนั้นคนนี้เป็นนายกฯ แล้วก็ยุบพรรคเหมือนหลายพรรคในอดีต ที่หนุนจอมพลโน้น จอมพลนี้ ถ้าพี่น้องเลือกพรรคเฉพาะกิจ พี่น้องจะได้อนาคตเฉพาะกิจ จะได้นโยบายเฉพาะกิจ จะได้นายกฯ เฉพาะกิจ สุดท้ายอนาคตก็จะมีอนาคตเฉพาะกิจ
“ขอให้พี่น้องช่วยสนับสนุนพวกเรา ขอให้มั่นคงอยู่กับปชป. และบางท่านที่เคยเป็นสมาชิกพรรค เลือกเรามาหลายยุคหลายสมัยแต่ยกเว้นคราวที่แล้ว ก็ขอเรียกร้องให้ช่วยกันกลับมาเลือกปชป. มาช่วยกันจับมือกับปชป.เดินไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่อพาประเทศไทย ไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนต่อไป” นายจุรินทร์กล่าว
‘ชวน’วิตกสู้กันด้วยเงิน
ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่ายาง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภา ที่ปรึกษาปชป. เดินทางมาด้วยรถกระบะฟอร์ด สีขาว สี่ประตู ทะเบียน 4 ขก5845 กทม. ติดลำโพง 4 ดอก และแผ่นป้ายแนะนำเบอร์ 26 พร้อมคณะผู้ติดตาม 4 คน โดยมี นายอิสรพงษ์ มากอำไพ (ตาร์ท) ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพรเขต 1 พร้อมครอบครัว และพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาต้อนรับเกือบ 2,000 คน
นายชวนกล่าวบนเวทีชั่วคราวภายในเต็นท์หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่ายางถึงผลงานที่ผ่านมาสมัยปชป.เป็นรัฐบาล พร้อมแนะนำการเลือกคนและเลือกพรรค ใบแรกคือ นายอิสรพงษ์เบอร์ 12 อีกใบเลือกนายชวน เบอร์ 26 “ถ้าเลือกนายอิสรพงษ์คนเดียว ไม่เลือกผม ผมก็ตกสิพี่น้อง ต้องขอร้องกันตรงๆ 1 คะแนนอย่าให้ขาด ขอร้องเพราะการเมืองในยุคนี้ เขาสู้กันด้วยเงิน นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว เราต้องการการเมืองที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประเทศจะรุ่งเรือง ผมเห็นด้วยตัวเองมาตลอดทั้ง 16 สมัย มีการลงทุนแล้วไม่เอาคืน มันไม่มีพี่น้อง ฉะนั้นเราไม่เอาการเมืองระบบแบบนั้น”
ต่อมานายชวนเดินทางมาอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยหาเสียงให้นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ โดยจัดขบวนรถแห่ประกาศรอบเมือง เชิญชวนให้ประชาชนเลือกนายจักพันธ์ และเลือก ปชป.
ปลื้มนโยบายทำได้จริง
นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกปชป. เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีว่านโยบาย หาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ของปชป.ที่ได้นำเสนอต่อกกต.เพื่อตรวจสอบ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นพรรคแรกๆ แสดงให้เห็นว่าการออกแบบนโยบายทุกนโยบายของพรรค ภายใต้ยุทธศาสตร์ สร้างคน-สร้างเงิน-สร้างชาติ ได้ผ่านกระบวนการคิดมาอย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีรายละเอียดที่มาของงบประมาณที่ใช้ดำเนินการชัดเจน คุ้มค่า เกิดประโยชน์ในการดำเนินนโยบายและไม่มีผลกระทบความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
นโยบายของปชป.มีทั้งนโยบายใหม่ และนโยบายที่ต่อยอดจากนโยบายเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ โครงการประกันรายได้เกษตรกร เพื่อ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือเป็นกลุ่มฐานรากที่มีความสำคัญของประเทศให้มี หลักประกันในชีวิตในยามที่พืชผลการเกษตรมีราคาตกต่ำ โดยการจ่ายส่วนต่างจากราคา เป้าหมายเข้าสู่บัญชีเกษตรกรโดยตรง ช่วยสร้างความเข้มแข็ง พลิกชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายโครงการนมโรงเรียนให้ครอบคลุมความต้องการมากขึ้น ด้วย นโยบาย “ฟรี นมโรงเรียน 365 วัน” เพื่อต้องการให้เด็กนักเรียน ระดับชั้นก่อนอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ดื่มนมฟรีทุกวัน ตลอดทั้งปี โดยครอบคลุมนักเรียนประมาณ 7 ล้านคน ทั่วประเทศ ฯลฯ
จุดยืนของปชป. ในฐานะที่เป็นสถาบันการเมือง ต้องดำเนินกิจกรรมทางการเมืองบนความรับผิดชอบ ทุกนโยบายที่ออกแบบมาต้องทำได้จริง เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่และต้องไม่เป็นภาระงบประมาณสร้างปัญหาให้แก่ประเทศในระยะยาว หรือสร้างภาระทางการคลังจากการใช้งบประมาณมากเกินตัว
วันนี้ปชป. มีความพร้อมทุกด้านทั้ง ผู้สมัครที่เต็มไปด้วยผู้ที่มีศักยภาพในทุกด้าน ผนวกกับความพร้อมของนโยบาย และที่สำคัญคือความพร้อมของแคนดิเดตนายกฯ คือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน มีประสบการณ์ ทั้งทางด้านการเมืองและการบริหารรัฐกิจ รวมถึงการมีทีมเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่ง ตนเชื่อมั่นว่าด้วยความพร้อมทุกด้านจะทำให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสปชป.ในการเลือกตั้ง ครั้งนี้ และทำให้ได้จำนวนที่นั่งของส.ส.ในสภา มากกว่าครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
โวเน็ตฟรีล้านจุดถูกใจปชช.
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าปชป. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงในหลายพื้นที่พบว่า ชาวบ้านชื่นชอบนโยบายอินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดของปชป. ซึ่งเป็นนโยบายที่สามารถทำได้ไว ทำได้จริงทันทีที่มีโอกาสเป็นรัฐบาล และรับผิดชอบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งอินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด เป็นนโยบายเพื่อรองรับการสร้างสังคมและการศึกษาทันสมัย โดยติดตั้งสัญญาณไวไฟ อินเตอร์เน็ตไร้สายให้ครอบคลุมทั้ง 17 จังหวัด เฉพาะกทม. จะติดตั้งประมาณ 1 แสนจุดเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารในสังคมยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นนโยบายที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำ
นอกจากนี้ปชป. ยังมีนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การทำธุรกิจการค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น การทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนไปได้ จึง ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระเบียบและกฎหมายการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปรับตัวของประชาชนให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย นอกจากนั้นยังต้องสร้างมาตรการป้องกันเพื่อรับมือกับการคุกคามทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่กำลังส่งผลกระทบต่อสังคม โดยเด็กและเยาวชนให้รู้เท่าทันทั้งประโยชน์และโทษผ่านกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกระบบโรงเรียน
“ปชป.เชื่อมั่นว่านโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และนโยบายอินเตอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทั่วประเทศ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนให้ เข้าถึงข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและมี ส่วนร่วมในการสร้างบ้านเมืองอย่างแท้จริง” นายองอาจกล่าว
‘ท็อป’โวยป้ายหาเสียงถูกทำลาย
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า จากการลง พื้นที่อ.ผักไห่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วยนายประวิทย์ (ปู้) สุวรรณสัญญา ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 (อ.บางซ้าย ผักไห่ ลาดบัวหลวง เสนา) หาเสียง พบว่า ป้ายหาเสียงของชทพ. เบอร์ 18 และป้ายหาเสียง ของผู้สมัครคือนายประวิทย์ เบอร์ 12 ถูกทำลายไม่ต่ำกว่า 30-40 ป้าย ซึ่งตนมีความเป็นห่วงเพราะทุกอย่างล้วนแต่คิดเป็นค่าใช้จ่าย ในการหาเสียงทั้งสิ้น
อยากขอความเห็นใจ ไปยังผู้ที่ทำลายป้ายทั้งหลาย เพราะทุกพรรคการเมืองมีหน้าที่สื่อสารให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งพี่น้องชาวอยุธยาล้วนแต่มีมิตรไมตรี มีความอบอุ่น ทุกครั้งที่ลงพื้นที่และเยี่ยมเยือนมักได้รับรอยยิ้มและความอบอุ่นเสมอมา ดังนั้นขอวิงวอนผ่านไปยังคนบางกลุ่มที่มีเจตนามาทำลายป้ายหาเสียง ขอความเห็นใจว่าอย่าทำเลย ให้โอกาสแต่ละพรรคการเมืองได้ทำงาน เพื่อจะได้มาทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทุกๆ คน
“จากที่ไปดูป้ายที่ถูกทำลาย ถูกกระทำด้วยความตั้งใจอย่างแน่นอน ไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะคว้านเหลือแต่โครงไม้บ้าง หายไปค่อนป้ายบ้าง เจาะโบ๋หายบ้าง และยังมีของพรรคการเมืองอื่นๆ บางพรรคก็ถูกทำลายเช่นกัน ต้องขอความเห็นใจไปยังกลุ่มบุคคลที่มาทำลายป้าย ว่าทุกพรรคการเมืองมีหน้าที่สื่อสารกับพี่น้องประชาชน ขอโอกาสให้ชทพ.ได้ทำงานให้กับพี่น้องชาวอยุธยา แข่งกันที่นโยบาย ดีกว่าอย่าใช้วิธีการที่เรียกว่าไม่สร้างสรรค์ มาทำให้การเมืองเป็นสิ่งที่น่าเข้ามามีส่วน ร่วมของพี่น้องประชาชนทุกคนดีกว่า” นายวราวุธกล่าว

ลุยบ้านโป่ง – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พบปะประชาชน ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ที่อาคารอารีน่า อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 15 เม.ย.
‘เศรษฐา’เย้ยตู่-เบรกด้อยค่าวอลเล็ต
เวลา 12.00 น. ที่ตลาดเทศบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 พท. หาเสียง จากนั้นมายังอาคารอารีน่า ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง พบปะประชาชนที่รอกันอยู่เต็มอาคาร ทันทีที่มาถึงประชาชนแห่ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนที่นายเศรษฐาจะสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุตามประเพณีไทย
นายเศรษฐากล่าวกับผู้มาต้อนรับว่า 8 ปี ที่ผ่านมาเราทุกข์ทรมาน รัฐบาลที่ผ่านมาจะอ้างไม่ได้ ทำไมเราต้องอยู่ในสภาพที่ทนอยู่ ทั้งเรื่องรายได้ สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ใครอัดอั้นตันใจขอให้เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ราชบุรีเป็นเขตทหาร การมีสิทธิเลือกเป็นสิทธิควรจะได้ ไม่ใช่ไม่อยากเกณฑ์ทหารแล้วถูกกล่าวหาชังชาติ แต่เขาควรมีสิทธิเลือกอาชีพ พท.สนับสนุนให้มีสิทธิในการเลือกเกณฑ์ทหาร และเราจะส่งเสริมเยาวชนให้มีศักยภาพสูงขึ้น
ประเทศไทยจีดีพีโตขึ้น 2.3 % ต่ำจนน่าอับอายเพื่อนบ้านที่โตเกิน 5% นายกฯ คนปัจจุบันไม่เคยเดินหน้าหาตลาดใหม่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือไม่สนใจ พท.ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ การเปิดตลาดใหม่ถือว่าสำคัญที่สุด สำหรับนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัล คนละ 10,000 บาท อย่าให้ใครมา ด้อยค่าว่าไม่ดี เพราะเราคิดมาอย่างดีแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับบางพรรคที่ให้ทีละ 500 บาท 700 บาท 1,000 บาทต่อเดือนทำอะไรได้เหมือนหยอดน้ำข้าวต้ม แต่นโยบายของเราสามารถทำให้พี่น้องตั้งตัวได้เลย
นอกจากนี้จะมีนโยบายอื่นมาเสริม เช่น ครอบครัวไหนมีรายได้ต่ำกว่า 20,000 ต่อเดือนเราจะเติมให้ ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พูดมานั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อประชาชนทุกจังหวัดเลือกพท.ทั้งคนทั้งพรรค และถ้าใครบอกพท.ชนะแล้วอย่าไปเลือกตั้ง ขอให้อย่าประมาท เราพอแล้วกับความทรมาน ขอให้เลือกพท.แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน
เมินซูเปอร์โพลทุบแลนด์สไลด์
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในนโยบายที่จะเจาะพื้นที่ จ.ราชบุรีที่เป็นพื้นที่ทหารว่า ไม่มีเหตุผลที่จะเจาะไม่ได้ เพราะทหารก็เป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน เขาต้องการกินดีอยู่ดี ต้องการสิทธิเสรีภาพ และเข้าใจในเรื่องที่ตนพูดเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่มาหนึ่งเดือนหนึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เราก็มั่นใจที่จะ เดินหน้าขยายผลต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ที่มีคนพูดว่าพื้นที่ทหารต้องมีคำสั่งนาย นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่กังวล เชื่อว่าทุกคนมีวุฒิภาวะพอ และมีความเป็นตัวของตัวเอง อะไรที่เขาชอบ อะไรที่เขาอยากได้ อะไรที่พูดจริงทำจริง คิดใหญ่ทำเป็น ตนมั่นใจ
เมื่อถามถึงซูเปอร์โพลระบุพท.จะไม่ แลนด์สไลด์ ได้ไม่ถึง 200 ที่นั่ง นายเศรษฐากล่าวว่า ก็รับฟังความคิดเห็น ไม่ได้เป็นอะไรที่บั่นทอน ตนยังเดินหน้าปราศรัย พบปะ พี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ยังทำงานหนักต่อไป จะมา 160/180/280 เสียง ก็ไม่ทำให้เราย่อท้อ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ทำงานต่อ
บุกดอนหวายส่งท้ายทัวร์ 4 วัน
ต่อมาเวลา 15.20 น. นายเศรษฐา และคณะ เดินทางถึงตลาดวัดดอนหวาย จ.นครปฐม เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม พท.หาเสียง ประกอบด้วย นายสมชาย มณีรัตน์ เขต 1 เบอร์ 5 น.ส.ธนัญญา พันธุ์การรุ่ง เขต 2 เบอร์ 5 นายทรงพล ชูศิลป์กุล เขต 3 เบอร์ 8 นายวินัย วิจิตรโสภณ เขต 4 เบอร์ 10 นายมานพ คำหวาน เขต 5 เบอร์ 9 และ นายธีรพงษ์ เย็นใจ เขต 6 เบอร์ 9
นายเศรษฐาและคณะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเดินหาเสียงภายในตลาด โดยมีพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านขอเซลฟี่ ตลอดเส้นทาง พรัอมทั้งกล่าวเชียร์จะเลือกพท.เบอร์ 29
นายเศรษฐาได้ใช้เวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย.ลงพื้นที่หาเสียงรวม 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรีและนครปฐม

กระแสดี – นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค น.ส.วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 8 เบอร์ 10 และ น.ส.แวววรรณ ก้องไตรภพ ผู้สมัครเขต 9 เบอร์ 3 หาเสียง โดยได้รับการตอบรับจากพ่อค้าประชาชนอย่างดี ที่ตลาดบองมาร์เช่ กทม.
ชพก.พร้อมทำงานกับทุกขั้ว
ที่ตลาดบองมาร์เช่ กทม. พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค พร้อมผู้สมัครส.ส.กทม. เขต 8 น.ส.วิเวียน จุลมนต์ เบอร์ 10 และ เขต 9 น.ส.แวววรรณ ก้องไตรภพ เบอร์ 3 ลงพื้นที่หาเสียง
นายกรณ์กล่าวถึงกระแสพรรคว่า ดีขึ้นเรื่อยๆ ตนลงพื้นที่กับผู้สมัครกทม.รวมถึง ผู้สมัครในภาคใต้แทบทุกวัน กระแสดีขึ้นอย่างมากเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ เพราะเราเป็นพรรคใหม่ ประชาชนจึงยังไม่ค่อยคุ้น แต่มาถึงตอนนี้ตนคิดว่า ถ้าเป็นประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง ชพก. เป็นพรรคที่พึ่งได้ ซึ่งนโยบายของเราชัดเจนมาตั้งแต่แรก คิดว่าวันนี้ประชาชนขานรับ และต้องการเลือกพรรคการเมืองมาดูแล แก้ไขเรื่องเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเลือกตั้งมีการจัดตั้งรัฐบาล ชพก.สามารถเข้าได้กับทุกขั้วหรือ ไม่ นายกรณ์กล่าวว่า เราพูดชัดเจนแต่แรกว่า ไม่ต้องการเข้ามาสร้างเงื่อนไข เราตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ ฉะนั้นเราพร้อมทำงานกับทุกคน แต่หากถามเรื่องเงื่อนไข เราก็มีเงื่อนไข พื้นฐานตามหลักประชาธิปไตย เราไม่เอาด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ต้องพึ่งพาคะแนนเสียงจากส.ว. นอกจากนั้นเรายังเคารพ มารยาททางการเมืองที่พรรคไหนได้คะแนนอันดับ 1 ต้องมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก่อน เพื่อประเทศจะได้เดินไปข้างหน้าได้